เบื้องหลัง ‘ธนาธร’ ปราศรัยเบิ้ม-เบิ้ม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449545

เบื้องหลัง’ธนาธร’ปราศรัยเบิ้ม-เบิ้ม

เบื้องหลัง'ธนาธร'ปราศรัยเบิ้ม-เบิ้ม

19 พฤศจิกายน 2563 – 17:56 น.

เบื้องหลังเวทีปราศรัยเบิ้มๆ ที่ยโสธร “อดีต ส.ส.” ขอโหน “ธนาธร” หวังอิงกระแสม็อบราษฎร

++
    ทีมงานหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ของคณะก้าวหน้า กำลังดำเนินกลยุทธ์หาเสียงเหมือนสมัยที่พรรคอนาคตใหม่ รณรงค์ปูพรมปลุกกระแส “เลือกธนาธร” เพื่อลงโทษเผด็จการ

ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 19 พ.ย.2563 สำนักข่าวออนไลน์ 2-3 รายพร้อมใจกันนำเสนอข่าวเวทีปราศรัยใหญ่ที่ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร โดยสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดัง ถึงกับส่งนักข่าวไปเกาะติดการหาเสียงของธนาธร
    สำหรับเวทีปราศรัยใหญ่ของคณะก้าวหน้า จัดขึ้นเมื่อตอนเย็นวันที่ 18 พ.ย.2563 ที่บริเวณสนามฟุตบอล หน้าที่ว่าการ อ.เลิงนกทา โดยธนาธร มาหาเสียงช่วย สฤษดิ์ ประดับศรี ผู้สมัครนายก อบจ.ยโสธร โดยมีชาวบ้านมาฟังการปราศรัยนับพันคน

เบื้องหลัง'ธนาธร'ปราศรัยเบิ้ม-เบิ้ม
เบื้องหลัง'ธนาธร'ปราศรัยเบิ้ม-เบิ้ม

                               เวทีปราศรัยใหญ่ที่ อ.เลิงนกทา

++
นักการเมืองเก๋า
++
    “สฤษดิ์ ประดับศรี” อดีตนายก อบจ.ยโสธร และอดีต ส.ส.ยโสธร มีฐานเสียงสำคัญอยู่ที่ อ.เลิงนาทา

เบื้องหลัง'ธนาธร'ปราศรัยเบิ้ม-เบิ้ม

                     สฤษดิ์ อดีต ส.ส. และอดีตนายก อบจ.ยโสธร ขอสวมเสื้อคณะธนาธร 

    ปี 2551 สฤษดิ์ ลงสมัครนายก อบจ.ยโสธร โดยมีกลุ่มอดีต ส.ส.ยโสธร สายกลุ่มบ้านริมน้ำ (สุชาติ ตันเจริญ) ให้การสนับสนุน เอาชนะคู่แข่งจากค่ายพลังประชาชนไปได้ 
    ปี 2555 กลุ่มการเมืองสายบ้านริมน้ำ หนุน สถิรพร นาคสุข เป็นนายก อบจ.ยโสธร ส่วนสฤษดิ์พ่ายแพ้ ได้เป็นนายก อบจ.สมัยเดียว
    ปี 2562 สฤษดิ์พาลูกชายไปลงสมัคร ส.ส.ยโสธร ในสีเสื้อพรรคภูมิใจไทย แต่สอบตก สู้กระแสพรรคเพื่อไทยไม่ได้ 
    ปี 2563 สฤษดิ์ นักการเมืองเก๋าตัดสินใจซุกปีก “ธนาธร” เพราะหวังจะเอากระแสธนาธร และม็อบราษฎร มาบวกกับ “ฐานคะแนนส่วนตัว” กลับเข้าสู่ทำเนียบ อบจ.เมืองบั้งไฟ
    ขณะที่คู่ปรับเก่าอย่าง สถิรพร นาคสุข อดีตนายก อบจ.ยโสธร วางมือ ไม่ลงสนาม แต่หันไปหนุนผู้สมัครนายก อบจ.ในสีเสื้อเพื่อไทยแทน 

ที่มั่นพิจิตร “ภัทรประสิทธิ์” แอบลุ้น อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449531

ที่มั่นพิจิตร “ภัทรประสิทธิ์” แอบลุ้น อบจ.

ที่มั่นพิจิตร "ภัทรประสิทธิ์" แอบลุ้น อบจ.

19 พฤศจิกายน 2563 – 14:45 น.

ศึกนายก อบจ.เมืองชาละวัน ตระกูล “ภัทรประสิทธิ์” จับมือ 3 ตระกูลดัง ชนแชมป์เก่าค่าย “ขจรประศาสน์” 

++
47 ปีที่แล้ว “กำนันหย่งคุน” หรือ วิศาล ภัทรประสิทธิ์ คหบดีชาวจีน ต.หัวดง อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร เจ้าของโรงกลั่นเหล้าและเอเย่นต์เหล้าขาว ได้ตั้งจดทะเบียนจัดตั้ง “พรรคพัฒนาจังหวัด” พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พิจิตร เมื่อต้นปี 2518

ที่มั่นพิจิตร "ภัทรประสิทธิ์" แอบลุ้น อบจ.

สู้เพื่อตระกูล “ภัทรประสิทธิ์”

กำนันหย่งคุน เป็นหัวหน้าพรรค และน้องชาย วิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นเลขาธิการพรรค โดยกำนันหย่งคุน เป็น ส.ส.พิจิตร 2 สมัย หลังจากนั้น กำนัน ต.หัวดง ก็วางมือทางการเมือง    

30 กว่าปีผ่านมา “ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์” ลูกชายกำนันหย่งคุน จึงสืบทอดภารกิจ “เตี่ยหย่งคุน” และเป็น ส.ส.พิจิตร หลายสมัย ตามมาด้วย “วินัย ภัทรประสิทธิ์” ลูกชาย “เสี่ยเอียง” วิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคพัฒนาจังหวัด     

มาถึงวันนี้ “ผู้กำกับกบ” พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ลูกชายวิรัตน์ อดีตกำนัน ต.หัวดง ได้ตั้งกลุ่ม “พัฒนาจังหวัด เพื่อคนพิจิตร” นำทีมลงสมัครนายก อบจ.พิจิตร 

ที่มั่นพิจิตร "ภัทรประสิทธิ์" แอบลุ้น อบจ.

จากพรรคพัฒนาจังหวัด สู่ทีมพัฒนาจังหวัดฯ

++
“ประดิษฐ์-วินัย” พี่เลี้ยง
++
พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ เคยรับราชการตำรวจใน จ.พิจิตร และตำแหน่งสุดท้ายก่อนที่จะลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวคือ ผู้กำกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6     

“ผู้กำกับกบ” แต่งงานกับรพีรัตน์ ลูกสาวของ สุชน ชามพูนท อดีต ส.ส.พิษณุโลก 14 สมัย และเปรมฤดี ชามพูนท อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองนครพิษณุโลก     

ปีที่แล้ว ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง พร้อมกับวินัย ภัทรประสิทธิ์ อดีต ส.ส.พิจิตร ได้เปิดตัว “ผู้กำกับกบ” หัวหน้าทีมพัฒนาจังหวัด เพื่อคนพิจิตร ลุยหาเสียงเตรียมตัวลงสมัครนายก อบจ.พิจิตร    

แทบไม่น่าเชื่อ การเลือกตั้งปี 2562 ตระกูลภัทรประสิทธิ์ ไม่ได้เป็น ส.ส.พิจิตร เช่นเดียวกับตระกูล “แก้วทอง”“บุญเสริฐ” และ “เหลืองวิจิตร”  

ที่มั่นพิจิตร "ภัทรประสิทธิ์" แอบลุ้น อบจ.

ชาติชาย เจียมศรีพงศ์ อดีตนายก อบจ.พิจิตร

++
แชมป์ 6 สมัย
++
เลือกตั้งนายก อบจ.พิจิตร ปีนี้ ดูจะแข่งขันกันดุเดือด เมื่อแชมป์เก่า “ชาติชาย เจียมศรีพงษ์” หัวหน้าทีมเรารักพิจิตร และอดีตนายก อบจ.พิจิตร 6 สมัย ต้องเจอคู่แข่งหลายทีม ที่มีพี่เลี้ยงระดับนักการเมืองใหญ่    

“ชาติชาย” เป็น ส.อบจ.พิจิตร เขต อ.บางมูลนาก มาแต่ปี 2538 และได้รับการสนับสนุนจาก “เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ จึงก้าวขึ้นเป็นนายก อบจ.พิจิตร    

ปี 2561  “ยอด” ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ลูกชาย “เสธ.หนั่น”ย้ายจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับอดีตนายกฯ ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ที่มีเครือข่าย สจ.อยู่ในทุกอำเภอมาร่วมทีมด้วย    

ศึกนายก อบจ.เมืองชาละวัน จึงเป็นการต่อสู้ระหว่างตระกูล “ขจรประศาสน์” กับแนวร่วม 4 ตระกูล “ภัทรประสิทธิ์” , “บุญเสริฐ” , “แก้วทอง” และ “เหลืองวิจิตร” 

บาดแผลบนความแตกแยกการเมือง “Hate Crimes” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449514

บาดแผลบนความแตกแยกการเมือง “Hate Crimes”

บาดแผลบนความแตกแยกการเมือง "Hate Crimes"

19 พฤศจิกายน 2563 – 12:25 น.

การปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บปมปัญหาที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายทะเลาะวิวาทกันมาจากสาเหตุความแตกต่างทางทัศนคติด้านการเมือง จนถูกมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะกลายเป็น”อาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชัง”หรือ “Hate Crimes” หรือไม่

ร้อยตำรวจเอก จอมเดช ตรีเมฆ จากคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต  บอกว่า ปัญหาอาชญากรรมที่มีผลมาจากความเกลียดชัง หรือที่เรียกว่า “Hate Crimes” หากเปรียบเทียบภาพให้เห็นกันชัดๆ ก็คือ การก่อเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มนักเรียนอาชีวะ ซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากความขัดแย้งกันส่วนตัว แต่มาจาก “อคติ” เช่น การเรียนต่างสถาบัน ใส่เสื้อผ้าสีแตกต่างกัน จนกลายเป็นการปลูกฝังแนวคิดอคติจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง 

แน่นอนว่า ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศที่มีความแตกต่างของเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ คดีที่เกี่ยวกับ “Hate Crimes” จึงอาจจะเกิดมาจากทัศนคติที่แตกต่างกัน ซึ่งรวบไปถึงเรื่องของความเชื่อทางการเมือง ชนชั้น หรือสถานะทางสังคม โดยเฉพาะในช่วงที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศมีความร้อนแรง ทำให้อาจจะเกิดปัญหาอาชญากรรมการทะเลาะวิวาท หรือ การด่าทอกันผ่านโลกออนไลน์จนกลายเป็นคดีความที่เกิดมาจาก “อคติ” ที่นำไปสู่ความเกลียดชังทางการเมืองได้ 

ยังพบข้อมูลอีกว่า สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐฯ หรือ FBI มีการเปิดเผยถึงอัตราการเกิด “Hate Crime” ในสหรัฐฯในรอบปีที่ผ่านมา มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึง 2.7 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา โดยมีรายงานของ FBI ระบุว่า ปี 2019 ได้เกิดคดีที่เกี่ยวข้องกับ “Hate Crime” จำนวนกว่า 7,314 ครั้ง 

นอกจากนี้ ยังพบว่า คดีอาชญากรรมประเภท “Hate Crime” เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตลอดช่วง 3 ปีแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นช่วงที่สหรัฐฯ เกิดเหตุความเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆอีกด้วย โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และศาสนา

 ส่วนทางออกของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง อาจารย์จอมเดช มองว่า สิ่งแรกคือการออกมายอมรับความผิดพลาดในการบริหารประเทศในหลายๆเรื่องของรัฐบาลรวมถึงตัวผู้นำอย่างนายกรัฐมนตรี  แต่บ้านเราไม่มีวัฒนธรรมการรับผิดชอบด้วยการลาออก เพราะจะถูกมองว่า เป็นการยอมแพ้ และไม่ต่อสู้เพื่อหาทางออกให้กับประเทศชาติในฐานะผู้นำ 

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมเอง ก็หยิบยกเรื่องราวที่ไม่สมควรมาเป็นประเด็นในการเรียกร้อง ก็คือ ประเด็นการจาบจ้วงล่วงละเมิดหรือต้องการล้มล้างสถาบัน ซึ่งตนมองว่า เป็นสิ่งที่เรียกร้องมากจนเกินไป 

ส่วนตัวมองว่า การเรียกร้องระบบการปกครองที่มีประธานาธิบดี อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับประเทศไทย เพราะหลายประเทศมหาอำนาจ อย่างสหรัฐอเมริกา ที่ใช้ระบบการปกครองที่มีประธานธิบดี ก็ยังมีปัญหาการเมืองและความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ

( อนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์ ทีมข่าวการเมือง เนชั่น ทีวี  รายงาน) 

โหนราษฎร “พท.-ก้าวหน้า” ชิงแต้ม อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449501

โหนราษฎร “พท.-ก้าวหน้า” ชิงแต้ม อบจ.

โหนราษฎร "พท.-ก้าวหน้า" ชิงแต้ม อบจ.

19 พฤศจิกายน 2563 – 10:41 น.

เปิดโผ 67 ผู้สมัครนายก อบจ. “เพื่อไทย-ก้าวหน้า” หนีไม่พ้นเกาะกระแสม็อบราษฎร  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
จบไปแล้ว เกมแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภายกแรก ปรากฏว่า ภาคประชาชนพ่ายแพ้ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ถูกโหวตตกตามความคาดหมาย

อ่านข่าว…  “จอน อึ๊งภากรณ์” เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์กลางสภาฯ

ตอนแรก พรรคเพื่อไทยออกอาการลังเล จะโหวตคว่ำร่าง รธน.ฉบับไอลอว์ดีหรือไม่? แต่เจอกระแสราษฎรกดดัน จึงมีมติโหวตรับทั้ง 7 ญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ    

ท่าทีของเพื่อไทยนั้น แยกไม่ออกจากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งพรรคจะเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญของม็อบราษฎรไม่ได้    

มินับพรรคก้าวไกล ที่มีความชัดเจนมาแต่แรก รวมถึง “คณะก้าวหน้า” ที่เดินคู่ขนานไปกับ “ม็อบราษฎร” 

โหนราษฎร "พท.-ก้าวหน้า" ชิงแต้ม อบจ.

25 ขุนพล เพื่อไทย

++
25 จังหวัด
++
ดังที่ทราบกัน พรรคเพื่อไทย เปิดหน้าสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่น กระจายอำนาจรัฐ โดยส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด     

ภาคเหนือ : พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เชียงใหม่ ,วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย, อนุสรณ์ วงศ์วรรณ ลำพูน ,นพรัตน์ ถาวงศ์ น่าน, ตวงรัตน์ โล่สุนทร ลำปาง และอนุสรณ์ วงศ์วรรณ ลำพูน    

ภาคกลาง : พล.ต.เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ สุพรรณบุรี, เกรียงไกร กิ่งทอง ระยอง, สิทธิชัย กิตติธเนศวร นครนายก, เกียรติกร พากเพียรศิลป์ ปราจีนบุรี, วินัย วิจิตรโสภณ นครปฐม, ธนวุฒิ โมทย์วารีศรี สมุทรสงคราม, เชาวรินทร์ ชาญสายชล สมุทรสาคร, วิชิต ปลั่งศรีสกุล ประจวบคีรีขันธ์ และสุรสาล ผาสุก สิงห์บุรี    

ภาคอีสาน : สุชีพ เศวตกมล ชัยภูมิ, ศรีเมือง เจริญศิริ มหาสารคาม, ธนพล ไลละวิทย์มงคล หนองคาย, วิชัย สามิตร หนองบัวลำภู, เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล กาฬสินธุ์, สมชอบ นิติพจน์ นครพนม, วิเชียร ขาวขำ อุดรธานี, กานต์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี และ พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ มุกดาหาร    

ระหว่างวันที่ 14-16 พ.ย.2563 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้นำทัพไปเปิดการปราศรัยใหญ่เพื่อช่วยผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย และผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่    

เฉพาะที่เชียงใหม่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีหาเสียงเป็นครั้งแรก

โหนราษฎร "พท.-ก้าวหน้า" ชิงแต้ม อบจ.

42 ขุนพล คณะก้าวหน้า

++
42 จังหวัด
++
คณะก้าวหน้า ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 42 คน 42 จังหวัด    

ภาคเหนือ : ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย พะเยา, ณชพล พลอาสา พิษณุโลก, สุภวัฒน์ ศุภศิริ แพร่, ปัณณวัฒน์ นาคมูล อุตรดิตถ์, สิทธิชัย ต๊ะอาจ เพชรบูรณ์ ,มาโนช วัฒนประสิทธิ พิจิตร และอภิสิทธิ พรมฤทธิ์ กำแพงเพชร    

ภาคกลาง : ชัชวาล นันทะสาร นครปฐม,ศรัญ ฤกษ์อัตการ นครสวรรค์,ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ นนทบุรี ,วัสพงศ์ วิทูรเมธา พระนครศรีอยุธยา, ฤทธิ์ พัวพันธ์ ลพบุรี, อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สมุทรสงคราม, สุรชัย บุญลือ สิงห์บุรี, อวยชัย จาตุรพันธ์ สมุทรสาคร ,โยธิน เปาอินทร์ อ่างทอง, วิทูลย์ แก้วสุวรรณ สระบุรี ,ภรมน นรการกุมพล ราชบุรี และธัชชัย เมตโต สมุทรปราการ    

ภาคอีสาน : สาธิต ปิติวรา นครราชสีมา, ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น บึงกาฬ, สุพจน์ สุอริยพงษ์ มุกดาหาร, สถาพร ว่องสัธนพงษ์ ร้อยเอ็ด, กฤศภณ หล้าวงศา หนองคาย, สมเกียรติ เชษฐสุมน หนองบัวลำภู, เชษฐา ไชยสัตย์ อุบลราชธานี, มานพ แสงดำ สุรินทร์ มานพ แสงดำ สุรินทร์ ,ณรงเดช อุฬารกุล สกลนคร ,ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ นครพนม, ชัยศรี กีฬา อำนาจเจริญ, ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ หนองบัวลำภู และสฤษดิ์ ประดับศรี ยโสธร    

ภาคตะวันตก : คริษฐ์ ปานเนียม ตาก    

ภาคตะวันออก : ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ฉะเชิงเทรา,สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ระยอง,กฤษณ์กมล แพงศรี ปราจีนบุรี ,พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ชลบุรี    

ภาคใต้ : สุทธิโชค ทองชุมนุม พังงา, พงษ์ศักดิ์ โพธิครูประเสริฐ สุราษฏร์ธานี, สรวุฒิ ปาลิมาพันธ์ ภูเก็ต,อิสระ หัสดินทร์ นครศรีธรรมราช และคอยรูซามัน มะ นราธิวาส    

ทั้งธนาธร ปิยบุตร และช่อ พรรณิการ์ ออกเดินสายหาเสียงกันคึกคัก     

คณะก้าวหน้าจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ปริมณฑลกรุงเทพฯ เพราะหวังรับอานิสงส์จากกระแสม็อบราษฎร

ถอดบทเรียนจากโควิด-19 เพื่อพร้อมรับมือวิกฤตใหม่ในอนาคต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449451

 ถอดบทเรียนจากโควิด-19 เพื่อพร้อมรับมือวิกฤตใหม่ในอนาคต

 ถอดบทเรียนจากโควิด-19  เพื่อพร้อมรับมือวิกฤตใหม่ในอนาคต

18 พฤศจิกายน 2563 – 20:10 น.

ถอดบทเรียนจากโควิด-19 เพื่อพร้อมรับมือวิกฤตใหม่ในอนาคต

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ได้สร้างผลกระทบถ้วนหน้าทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตามการมีแนวทางการรับมือกับวิกฤตดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผลจะสามารถช่วยทุกประเทศเตรียมความพร้อมในการรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

อ่านข่าว : ด่วน ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มวันนี้แค่ 2 ราย

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติและประสบการณ์จนได้ข้อสรุปในประเด็นดังกล่าวบนเวทีสนทนาเรื่อง ‘Chances Favour the Prepared Mind: Crisis Management Post Pandemic (โอกาสที่เอื้อต่อการปรับทัศนคติ: การศึกษาการบริหารจัดการวิกฤติหลังโรคระบาด)’ ที่จัดโดย สมาคมผู้วิจัยและผลิตเภสัชภัณฑ์ หรือ พรีม่า องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร มีสมาชิกสมาคมที่ล้วนเป็นบริษัทที่มีหรือเกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนายาใหม่ๆ เพื่อต่อสู้กับโรคร้ายที่ยังไม่สามารถรักษาได้ หรือเพื่อให้การรักษาโรค

มีประสิทธิภาพดียิ่งๆ ขึ้นไป เวทีสนทนานี้เป็นส่วนหนึ่งในงานประชุมด้านชีววิทยาศาสตร์ระดับภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิค 2020 (Bio Asia Pacific 2020) ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ผู้เข้าร่วมการสนทนา ได้แก่ นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านระบาดวิทยาภาคสนาม กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, ดร. นเรศ ดำรงชัย Co-Chair, APEC Life Sciences Innovation Forum, สิริภัทร สุมนาพันธุ์ ผู้จัดการโครงการโปรแกรมเครื่องมือแพทย์และหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS และ

มร. จอห์น แคลร์ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ประเทศไทยและอินโดจีน (พม่า กัมพูชา ลาว) บริษัท ดีเคเอสเอช (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี ดร. นรา เดชะรินทร์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท แบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินรายการ

ในการสนทนา ดร. นเรศ เริ่มต้นด้วยการกล่าวว่า ท้ายที่สุดแล้วโรคโควิด – 19 (COVID-19) ก็จะหายไป แต่ทุกประเทศต้องเตรียมตัวรับวิกฤตใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นมาอีกต่อไป

“ยังมีวิกฤตหนัก ๆ อีกมาก เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการโจมตีสร้างความเสียหายบนโลกไซเบอร์ ในตอนนั้นรัฐบาลของแต่ละประเทศควรจะทำอย่างไร และไทยเราเตรียมตัวไว้แล้วอย่างไร”

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลกมีมากกว่า 40 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 1 ล้านคน เฉพาะในประเทศไทย ณ เดือนตุลาคม 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 3,700 ราย และผู้เสียชีวิต 59 ราย

นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า ประเทศไทยยังอยู่ในการระบาดระลอกแรก อัตราการติดเชื้อยังมีแค่ 5.6 ต่อประชากรจำนวนแสนคน โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนมากคือผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและประชาชนตามชายแดน โดยที่จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยยังต่ำ ซึ่งต้องยกความดีให้กับมาตรการ 6C นั่นคือ

การคัดกรองและเฝ้าระวังผู้ป่วย ที่สถานพยาบาล ชุมชน (Capture) การดูแลรักษาผู้ป่วยและป้องกันการติดเชื้อ (Case management and infection control) การติดตามผู้สัมผัสโรคและควบคุมการระบาดในชุมชน (Contact tracing) การสื่อสารความเสี่ยง (Communication) การใช้มาตรการทางสังคมและกฎหมาย (Community intervention and Law enforcement และการประสานงานและจัดการข้อมูล (Coordinating and Joint Information Center)

 ถอดบทเรียนจากโควิด-19  เพื่อพร้อมรับมือวิกฤตใหม่ในอนาคต

นอกเหนือจากนั้นคือระบบการแพทย์ที่ดี ประสบการณ์ในการรับมือกับโรคระบาดในอดีต เครือข่ายเจ้าหน้าที่สุขภาพที่เข้มแข็ง และความใส่ใจจากรัฐบาล

“ความท้าทายคือเมื่อไรที่ประเทศไทยจะประสบกับการระบาดระลอกสอง ถึงตอนนั้นเราจะควบคุมมันได้ดีหรือไม่ ในภาวะที่เศรษฐกิจทรุดตัวแบบนี้”

สิริภัทร เล่าว่าที่ TCELS มีการระดมทีมรวบรวมวิธีรับมือไวรัส COVID-19 สำหรับให้ทีมแพทย์ และนักพัฒนาเทคโนโลยี AI นำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างแผนภูมิและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการเตรียมการณ์สำหรับอนาคต ข้อมูลเหล่านี้มีตั้งแต่มาตรการควบคุมทั้งหลายและทุกเทคโนโลยีที่นำมาใช้ รวมทั้งการประเมินการนำเทคโนโลยีบิ๊กดาต้า (Big Data) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) มาใช้สำหรับการป้องกันและควบคุมโรค เพื่อให้คำแนะนำและวางแผนในการรับมือสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ในอนาคต

ด้าน มร. จอห์น แคลร์ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ประเทศไทยและอินโดจีน (พม่า กัมพูชา ลาว) บริษัท ดีเคเอสเอช หนึ่งในผู้นำด้านการจัดหาเวชภัณฑ์และการบริการทางการแพทย์ เรียกการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ว่าเป็น “เหตุการณ์ของหงส์ดำ” (Black Swan event) ที่ทำให้องค์กรของเขาต้องปรับตัวมากขึ้น ในช่วงน้ำท่วมใหญ่ในปี 2558 บริษัทฯต้องหาวิธีไม่ให้การส่งเวชภัณฑ์และการบริการทางการแพทย์มีปัญหา ด้วยการขนส่งทางเรือ บริษัทฯผ่านเหตุการณ์นั้นมาได้และมั่นใจว่าพร้อมรับมือกับทุกวิกฤต แต่ COVID-19 ทำให้บริษัทฯต้องเปลี่ยนความคิดนั้น

ขณะนี้บริษัทฯกำลังสร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมาใหม่ เป็นวัฒนธรรมที่ทุกคนต้องพิจารณาทุก ๆ สถานการณ์และมีแผนสำรองเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจจะดำเนินต่อไปได้แม้ว่าจะมีโรคระบาด โดยมีการนำผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักระบาดวิทยาเข้ามาช่วยฝ่ายบริหารเตรียมตัวรับมือกับภาวะวิกฤต

“การระบาดครั้งนี้ทำให้ทุกองค์กรต้องคิดใหม่ในเรื่องห่วงโซอุปทาน (Supply Chain) เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะพึ่งซัพพลายเออร์ (Supplier) เพียงรายเดียว”

นอกจากนั้น องค์กรยังต้องนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้นในช่วงที่มีการระบาด ความท้าทายของดีเคเอสเอช คือทำอย่างไรให้การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และเภสัชกร เป็นไปได้อย่างต่อเนื่องไม่มีปัญหา

“เหตุการณ์แบบนี้คงจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต เพราะนี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ดังนั้นเราต้องพร้อม เราต้องมีวัฒนธรรมองค์กรและทีมบริหารที่พร้อม เพราะนี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในการเตรียมตัวรับมือกับวิกฤต”

ดร. นเรศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเตรียมตัวรับมือถือว่าเป็นจุดเสี่ยงที่สุดในกระบวนการจัดการกับวิกฤตที่รวมถึงการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟู เพราะการเตรียมตัวรับมือต้องใช้เวลาและทรัพยากรซึ่งคนมักมองว่า ไม่จำเป็นในขณะนั้น มากไปกว่านั้นคือวิกฤตต้องการการจัดการที่เป็นระบบไม่ใช่พึ่งพิงแค่ทักษะความสามารถเฉพาะหน้า เช่นที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนจัดกีฬาโอลิมปิกมีการเตรียมตัวล่วงหน้าหลายปี รองรับการก่อการร้ายด้วยรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งอาวุธชีวภาพ มีการตั้งระบบข้อมูลแบบรวมศูนย์ที่สามารถบอกข้อมูลปัจจุบันได้ทุกจุด เช่นว่า หากเกิดเหตุที่คนจำนวนมากต้องเข้าโรงพยาบาลพร้อมกัน โรงพยาบาลใกล้เคียงแห่งไหนมีเตียงว่างเท่าไหร่

 ถอดบทเรียนจากโควิด-19  เพื่อพร้อมรับมือวิกฤตใหม่ในอนาคต

ดร. นเรศ เสนอว่าประเทศไทยต้องมีระเบียบการจัดการงบประมาณใหม่เพื่อสร้างระบบการรับมือวิกฤตที่มีประสิทธิผล ในปัจจุบันประเทศไทยจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดการกับวิกฤตผ่านกลไกงบกลาง เช่นเวลาเกิดน้ำท่วมและภัยแล้ง การใช้งบกลางมีระเบียบที่เข้มงวดไม่คล่องตัว ในกรณีวิกฤตอาจทำให้ไม่ทันการณ์ นอกจากนั้น ประเทศไทยควรดึงภาคเอกชนเข้ามาผ่านระบบ PPP (Public-Private Partnership) มากขึ้น ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากถูกโจมตีด้วยเชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax) ได้ออกกฎหมายชื่อ BARDA เพื่อให้ระดมกำลังผลิตวัคซีนและยาแบบเร่งด่วนได้เมื่อประเทศเผชิญภัยพิบัติจากโรคติดเชื้อหรือการคุกคามจากการก่อการร้ายด้วยอาวุธชีวภาพ ภายใต้กฎหมายนั้น รัฐบาลกลางสามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่บริษัทผู้ผลิตยาสร้างกำลังการผลิตไว้ล่วงหน้า โดยในยามคับขันบริษัทเหล่านั้นต้องพร้อมผลิตยาและวัคซีนตามที่รัฐบาลร้องขอ

“เราเคยคิดว่าวิกฤตเล็ก ๆ ดีเพราะมันจะสร้างภูมิคุ้มกันให้เรา แต่สิ่งที่เราเห็นหลังการระบาดของCOVID-19 มันไม่เป็นเช่นนั้น เราต้องยอมรับว่าภาครัฐรับมือกับเรื่องนี้โดยลำพังไม่ได้เขาว่าประเทศไทยสามารถมีระบบจัดสรรงบประมาณที่สร้างสรรค์และยืดหยุ่นกว่าที่เป็นอยู่นี้ได้อีก เราควรจะต้องมีระบบที่ดีที่สามารถนำไปปรับใช้ในการรับมือกับวิกฤตต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตด้านใดก็ตามที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้า” ดร.นเรศกล่าวในตอนท้าย

พท.อกแตก ‘ทอน’ กร้าว ยึดแอ่งสกลนคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449441

พท.อกแตก’ทอน’กร้าว ยึดแอ่งสกลนคร

พท.อกแตก'ทอน'กร้าว ยึดแอ่งสกลนคร

18 พฤศจิกายน 2563 – 17:00 น.

ซ้ำรอยเดิม เพื่อไทยเมืองหนองหาร ไม่เป็นเอกภาพ โอกาสจึงเป็นของ “ทายาท ส.ส.เก่า” คณะก้าวหน้า

++
    เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เมื่อพรรคเพื่อไทย มี ส.ส.มากที่สุดในภาคอีสาน แต่การเลือกตั้งนายก อบจ.หนนี้ มีการส่งผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทย เพียง 10 จังหวัด จากทั้งหมด 20 จังหวัด
    สาเหตุที่ทำให้พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ในอีสาน ไม่ครบทุกจังหวัด เนื่องจากหลายจังหวัด ส.ส.เพื่อไทย ไม่เป็นเอกภาพกัน 
    ดังเช่นกรณีของสนามสกลนคร  สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น “ชูพงษ์ คำจวง” อดีตผู้สมัครนายก อบจ.สกลนคร หนที่แล้ว กลับมาลงสนามในนาม “คณะ อบจ.เพื่อไทย สกลนคร” แต่ไม่ใช่ในนามพรรคเพื่อไทย

พท.อกแตก'ทอน'กร้าว ยึดแอ่งสกลนคร

                    ไม่ได้ลงในนามพรรค แต่ก็ใช้ชื่อได้ 

++
เพื่อไทยอกแตก
++
    จ.สกลนคร มี ส.ส. 6 คน สังกัดพรรคเพื่อไทย คือ อภิชาติ ตีร สวัสดิชัย, นิยม เวชกามา, พัฒนา สัพโส, อนุรักษ์ บุญศล, สกุณา สาระนันท์ (ลูกสาวเสรี สาระนันท์) และ เกษม อุประ 
    ดูเหมือนว่า มีนักการเมืองตระกูล “สาระนันท์” และ “บุญศล” ที่มาสมัคร ส.อบจ.สกลนคร ในทีมของ ชูพงษ์ คำจวง สังกัดคณะ อบจ.เพื่อไทย สกลนคร
    ชูพงษ์ เคยเป็น ส.อบจ.สกลนคร เขต อ.พรรณานิคม และอดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบัวสว่าง อ.พรรณานิคม 
    ปี 2555 ชูพงษ์ ลงสมัครนายก อบจ.สกลนคร ในนามกลุ่มเพื่อไทย สกลนคร แต่ต้องแย่งชิงฐานคะแนนกลุ่มคนรักทักษิณ กับศักดิ์ระพี พรหมชาติ กลุ่มเพื่อนจตุพร (นปช.สกลนคร) 
    ปรากฏว่า ชูพงษ์ ได้ 125,102 คะแนน และศักดิ์ระพี ได้ 75,000 คะแนน ส่งผลให้ ชัยมงคล ไชยรบ อดีต นายกฯ อบจ.สกลนคร ได้ 134,459 คะแนน คว้าเก้าอี้นายก อบจ.ไปอีกสมัย

พท.อกแตก'ทอน'กร้าว ยึดแอ่งสกลนคร

                               ชูพงษ์ คำจวง

    “ครูต่าง” หรือ “ชัยมงคล” เล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน โดยใช้ฐานคะแนนของ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย มาก่อน และเมื่อเขาปีกกล้าขาแข็ง จึงสร้างอาณาจักรการเมืองของตัวเอง
    สมัยแรก ชัยมงคล ลงสมัครนายก อบจ.ในนาม “กลุ่มก้าวใหม่ ไทสกล” และครั้งนี้ “ครูต่าง” ลงแข่งในนาม “กลุ่มคิดต่างสร้างเมือง” 
    ครูต่างได้รับการสนับสนุนจากตระกูล “ตรีสวัสดิชัย” มาแต่สมัยแรกๆที่ได้เป็นนายก อบจ.

พท.อกแตก'ทอน'กร้าว ยึดแอ่งสกลนคร

                              ครูต่าง-ชัยมงคล ไชยรบ 

++
ความหวังธนาธร
++
    สนาม อบจ.สกลนคร ดูจะเป็นความหวังของคณะก้าวหน้า เพราะทั้งธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล เดินทางมาจัดกิจกรรมที่เมืองหนองหารบ่อยครั้ง
    วันที่ 15 พ.ย.2563 “ปิยบุตร” มาเปิดปราศรัยหนุน “ณรงเดช อุฬารกุล” ชิงนายก อบจ. สกลนคร พร้อมชู 3 นโยบายด้านการศึกษา,เกษตร และท่องเที่ยว
    วันที่ 17 พ.ย.2563 “ธนาธร” มาเปิดปราศรัยใหญ่ช่วย “เสี่ยหนุ่ม” ณรงเดช ปรากฏว่า มีแฟนคลับมาขอเซลฟี่มากมาย

พท.อกแตก'ทอน'กร้าว ยึดแอ่งสกลนคร

                           ธนาธร เดินสายช่วยเสี่ยหนุ่ม

    “เสี่ยหนุ่ม” ณรงค์เดช อุฬารกุล อดีตรองประธานหอการค้าจังหวัดสกลนคร และเป็นทายาทของ เฉลิมชัย อุฬารกุล อดีต ส.ส.สกลนคร 5 สมัย ที่เคยสังกัดพรรคความหวังใหม่ และพรรคไทยรักไทย 
    ปี 2551 เสี่ยเฉลิมชัย ก็ลงสมัครนายก อบจ.สกลนคร แต่พ่ายแพ้ทีมชัยรบ ได้หมื่นกว่าคะแนน แต่เที่ยวนี้ “เสี่ยหนุ่ม” ลูกชายได้สีเสื้อดี มีแนวร่วมจากม็อบปลดแอก มีโอกาสลุ้นชนะแชมป์เก่า
    ถามว่า เวที อบจ.อีสาน จังหวัดไหนบ้าง ที่คณะก้าวหน้า ถูกมองว่าเป็นตัวเต็ง ก็ต้องยกให้สนามสกลนครนี่แหละ

ไฟต์ล้างตา “กัลป์ตินันท์” ชนเด็กเก่าแม้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449429

ไฟต์ล้างตา “กัลป์ตินันท์” ชนเด็กเก่าแม้ว

ไฟต์ล้างตา "กัลป์ตินันท์" ชนเด็กเก่าแม้ว

18 พฤศจิกายน 2563 – 15:18 น.

สังเวียน อบจ.อุบลฯ เหมือนศึกล้างตา พลังประชารัฐ-เพื่อไทย ลึกๆแล้ว ทั้งสองค่าย ก็เป็น “เด็กแม้วเก่า” 

++
สนามเลือกตั้ง อบจ.อุบลราชธานี ปีนี้สูสีคู่คี่ เพราะจะเป็นการต่อสู้ของนักการเมือง 4-5 ตระกูล    

ตระกูล “กัลป์ตินันท์” ส่ง “กานต์ กัลป์ตินันท์” อดีตนายก อบจ.อุบลฯ หลายสมัย และน้องชาย เกรียง กัลป์ตินันท์ ขุนพลอีสานของพรรคเพื่อไทย

ไฟต์ล้างตา "กัลป์ตินันท์" ชนเด็กเก่าแม้ว

เกรียง กัลป์ตินันท์

ตระกูล “โควสุรัตน์” ส่ง “นายกแอนสมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ” อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครอุบลราชธานี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ และ พรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ    

ตระกูล “โภคกุลกานนท์”  ส่ง เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.อบจ.อุบลฯ เขต อ.ตระการพืชผล โดยการสนับสนุนของตระกูล “ฟองงาม” และ “จินตะเวช” 

ไฟต์ล้างตา "กัลป์ตินันท์" ชนเด็กเก่าแม้ว

กานต์ กัลป์ตินันท์

++
ตี๋เล็กขอล้างตา
++
เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว สุพล ฟองงาม อดีตเลขาธิกาพรรคเพื่อไทย และ ส.ส.อุบลฯ หลายสมัย ได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ จึงชักชวนนักการเมืองตระกูล “โภคกุลกานนท์” และ “จินตะเวช” มาอยู่ค่ายเดียวกัน    

“ตี๋เล็ก” เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ได้ลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ชนกับแชมป์เก่า-ชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย ที่เขต 7 อุบลฯ ก็พ่ายแพ้ไป     

จะว่าไปแล้ว การเลือกตั้งสนามใหญ่ ทีมพลังประชารัฐ อุบลฯ พ่ายทีมเพื่อไทย อุบลฯ ทุกเขตเลือกตั้ง การโคจรมาพบกันอีกหน ในสนาม อบจ. จึงน่าติดตามยิ่ง    

ไฟต์ล้างตา "กัลป์ตินันท์" ชนเด็กเก่าแม้ว

ตี๋เล็ก เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์

เมื่อฤดูเลือกตั้งท้องถิ่นมาถึง “ตี๋เล็ก” ขอลงสนามนายก อบจ.อุบลฯ ในนาม “กลุ่มอุบลคนดี” พร้อมกองหนุนตระกูลการเมืองใหญ่ในอุบลฯดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น    

“ตี๋เล็ก เชิดศักดิ์” เป็นลูกชาย อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ อดีต ส.ส.อุบลฯ 11 สมัย และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย โดยมีประสบการณ์การเป็นรองประธานสภา อบจ.อุบลฯ สมัยที่แล้ว    

นอกจากฐานเสียงเก่าของบิดา-อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ก็ยังมีพี่เขย-สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ ซึ่งสมัยที่แล้ว สุทธิชัยพ่ายเลือกตั้งแบบฉิวเฉียด 

ไฟต์ล้างตา "กัลป์ตินันท์" ชนเด็กเก่าแม้ว

อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์

++
กานต์คืนสังเวียน
++ 
กานต์ กัลป์ตินันท์ เป็นนายก อบจ.อุบลฯ มาแต่สมัยพรรคไทยรักไทย กระทั่งสมัยพรรคพลังประชาชน ได้สูญเสียแชมป์ให้ตระกูล “โควสุรัตน์”     

ปี 2555 ตระกูลกัลป์ตินันท์ ไม่ส่งคนลงนายก อบจ.อุบลฯ แต่ให้แกนนำเสื้อแดงลงสนามแทน เพราะสุพล ฟองงาม จับมือตระกูลโควสุรัตน์ ,จินตะเวช, สมชัย และนามบุตร เป็นเอกภาพ ส่ง พรชัย โควสุรัตน์ ชิงนายก อบจ.อีกสมัย    

หลังชัยชนะของเพื่อไทย กวาด ส.ส.มาเกือบทุกเขตในเมืองอุบลฯ เกรียง กัลป์ตินันท์ ก็มั่นใจว่า ศึกนายก อบจ.เที่ยวใหม่ ไม่เป็นรองใคร จึงส่งกานต์มาแก้มืออีกหน    

กานต์เกาะกระแสม็อบปลดแอกทันที พร้อมเสนอนโยบาย Education Mobile คือ Free Wi-Fi  ให้ใช้ Wi-Fi ได้ฟรีทุกพื้นที่ ทุกตำบล ทุกอำเภอ เอาใจคนรุ่นใหม่สุดๆ    

คาดว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ทัพใหญ่ของเพื่อไทย คงมาเปิดการปราศรัยที่อุบลฯ

มาอีกแล้ว “ตัวละครลับ” ได้กลิ่นอนาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449385

มาอีกแล้ว “ตัวละครลับ” ได้กลิ่นอนาธิปไตย

มาอีกแล้ว "ตัวละครลับ" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

18 พฤศจิกายน 2563 – 10:02 น.

ปริศนาเสียงปืนแตก จุดไฟม็อบ 2 ขั้ว “ตัวละครลับ” กลับมาอีกครั้ง เหมือนกรณีชายชุดดำ ปี 2553  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
หลายคนคงคิดว่า วันที่ 17-18 พ.ย.2563 ที่จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระแรก คงไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร เพราะม็อบราษฎรประกาศจัดกิจกรรมกินหมูกระทะ    

มาอีกแล้ว "ตัวละครลับ" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

ก่อนตะวันตกดิน เกิดเหตุตำรวจฉีดน้ำเพื่อสลายการชุมนุม เนื่องจากมีการ์ดม็อบราษฎร พยายามฝ่าแนวกั้นเข้าใกล้รัฐสภา    

ตกเย็น ได้เกิดเหตุปะทะระหว่างมวลชนสองกลุ่มคือ กลุ่มคนเสื้อเหลืองกับการ์ดม็อบราษฎร ที่แยกเกียกกาย หลังจากนั้น แกนนำม็อบราษฎร ประกาศยุติการชุมนุมที่หน้ารัฐสภา ถนนสามเสน    

เมื่อฟ้ามืด มีเสียงปืน เสียงระเบิดตรงจุดปะทะ แถวถนนทหาร สิ่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ก็เกิดขึ้นจนได้ 

มาอีกแล้ว "ตัวละครลับ" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

++
เสียงปืนแตก
++
กลางดึกวันที่ 17 พ.ย.2563  “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนม็อบราษฎร ได้สื่อสารผ่านเฟซบุ๊กเพนกวิน – พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak ว่า “ในขณะที่ตำรวจทั้งฉีดน้ำ ยิงกระสุนยาง ยิงแก๊สน้ำตาใส่เราทั้งที่มาโดยสันติ แต่กลับไม่ทำอะไรเลยเมื่อเสื้อเหลืองปาหิน ปาระเบิดปิงปอง และยิงพวกเรา ขอประณามการใช้ความรุนแรงทั้งจากตำรวจซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง และพวกเสื้อเหลืองซึ่งเป็นคนที่รัฐจัดตั้งมา”    

ด้าน “อานนท์ นำภา” โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วันนี้ชัดเจนว่ารัฐตั้งใจสลายการชุมด้วยความรุนแรง คือถ้าบ้านเมืองปกติ เหตุการณ์แบบนี้ทำไม่ได้แน่นอน ชัดยิ่งกว่าชัดว่ารัฐตั้งใจ”    

ข้างฝ่ายคนเสื้อเหลือง อดีตพระพุทธอิสระ แกนนำกองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน ได้โพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์การทำงานของตำรวจว่า “ปล่อยให้ม็อบปลดแอก บุกเข้ามาในที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อเหลือง จนเกิดการปะทะกัน ตามภาพที่ปรากฏ มันทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังเล่นอะไรกันอยู่”    

อดีตพระพุทธอิสระพูดถึงกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่มาร่วมชุมนุมกับกลุ่มไทยภักดี ในช่วงเช้า และปักหลักอยู่จนถึงช่วงเย็น    

กลุ่มคนเสื้อเหลืองประมาณ 500 คน มีทั้งชาย และหญิง เดินทางมาจากชลบุรี หลังเกิดเหตุปะทะ กลุ่มผู้หญิงได้เข้าไปหลบในแฟลตทหาร ย่านเกียกกาย

มาอีกแล้ว "ตัวละครลับ" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

การ์ดอาสา ไปฝึกภาคสนามที่ จ.ระยอง

++
ม็อบฮึกเหิม
++
หลังจบภารกิจการ์ดอาสาหน้ารัฐสภา “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ได้สรุปบทเรียนว่า “เราทำได้”    

โตโต้ได้บอกเล่าว่า ตำรวจโจมตีฝ่ายผู้ชุมนุมด้วยน้ำสี แก๊สน้ำตา “แต่พวกเราก็ไม่ถอย มีแต่วิ่งสู้ และสู้อย่างสันติจริงๆและสู้แบบใช้ปัญญา และในขณะที่เราสู้อยู่ฝั่งบุญรอด  ทางเกียกกาย ก็ ดันแนวตำรวจเข้ามาพร้อมๆกัน อย่างแน่วแน่ และโดนการจัดการ เช่นเดียวกับเรา แต่สุดท้าย ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า จะยิ่งใหญ่ไปกว่าอำนาจประชาชน”   

ก่อนหน้านั้น โตโต้ได้พาการ์ดอาสา Wevo ไปสัมมนาที่ระยองเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพขึ้น และสามารถเป็นมากกว่าการ เป็น staff ทั่วๆไป     

ดังนั้น โตโต้จึงมั่นใจว่า การ์ดอาสาของพวกเขา จะสามารถจัดการสิ่งกีดขวางที่ตำรวจวางไว้รอบสภาฯ ได้    

เหตุที่แกนนำอย่างอานนท์ และเพนกวิน ต้องประกาศยุติการชุมนุมทันที ก็คงเกรงว่า อาจเกิดเหตุ “เสียงปืนแตก” แบบที่ ถ.ทหาร ขึ้นมาอีก หากมีการปักหลักพักค้าง

‘สมชาย’ โผล่ ปลุกคนล้านนา สานฝัน ‘เจ๊แดง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449299

‘สมชาย’ โผล่ ปลุกคนล้านนา สานฝัน ‘เจ๊แดง’

  'สมชาย' โผล่ ปลุกคนล้านนา สานฝัน 'เจ๊แดง'

17 พฤศจิกายน 2563 – 15:00 น.

ไม่ได้หายไปไหน “สมชาย”ลุยล้านนา ปักธง อบจ.เชียงใหม่ สานฝัน “เจ๊แดง”

++
    เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2563  ที่ลานพลาซ่า สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี บรรยากาศคึกคัก มีประชาชนร่วมรับฟังการปราศรัยหาเสียงของ “พิชัย เลิศพงษ์อดิศร” ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย
    ช่วงสุดสัปดาหที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรคเพื่อไทย ยกทีมนักปราศรัยชุดใหญ่บุกเชียงราย ไปหาเสียงช่วย “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ก่อนจะเคลื่อนทัพมาเชียงใหม่
    พรรคเพื่อไทย หมายมั่นปั้นมือจะต้องยึดเก้าอี้นายก อบจ.เชียงใหม่ให้ได้ จึงขนแม่ทัพนายกองมาเปิดปราศรัยใหญ่
    ที่น่าสนใจคือ การปรากฏตัวของ “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” อดีตนายกรัฐมนตรี บนเวทีหาเสียงของพรรคเพื่อไทย 

++
ผู้อยู่หลังฉาก
++ 
    คนเชียงใหม่ทราบดีว่า สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นกองหนุนชั้นเยี่ยมให้ “ส.ว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร มาตั้งแต่แรกๆ
    เริ่มจาก “ส.ว.ก๊อง” เข้าเทคโอเวอร์สโมสรฟุตบอลช้างเผือก เชียงใหม่ และเปลี่ยนชื่อเป็น “ทีมเจแอล เชียงใหม่” ได้สร้างผลงานดิมากในไทยลีก 4 จนได้สิทธิ์เลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 3 ในฤดูกาล 2561 
    ย้อนไปเมื่อวันเปิดตัวสโมสรเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมเชียงใหม่เพื่อคนเชียงใหม่” ปรากฏว่ามี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นแขกพิเศษในวันนั้น 
    ในฤดูกาล 2563 สโมสรได้เปลี่ยนชื่อจากสโมสรเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด เป็นเชียงใหม่ ยูไนเต็ด
    ความสัมพันธ์ระหว่าง ส.ว.ก๊อง กับ “สมชาย-เจ๊แดง” ไม่ได้เป็นความลับอะไร ปี 2551 พิชัยหรือชูชัย ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.เชียงใหม่ คนเชียงใหม่ก็รู้ว่า “เจ๊แดง” ให้การสนับสนุน
    ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ครั้งนี้ มีเดิมพันสูง เพราะเจ๊แดงต้องการโค่นตระกูล “บูรณุปกรณ์” ให้ได้

ราษฎรตีกัน “อั้ม เนโกะ” แฉยับ ก๊วน “จรรยา” ลวงโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/449263

ราษฎรตีกัน “อั้ม เนโกะ” แฉยับ  ก๊วน “จรรยา” ลวงโลก 

ราษฎรตีกัน "อั้ม เนโกะ" แฉยับ  ก๊วน "จรรยา" ลวงโลก 

17 พฤศจิกายน 2563 – 10:25 น.

แนวร่วมราษฎรในต่างแดน เปิดศึกสาวไส้กันเอง “อั้ม เนโกะ” กระชากหน้ากาก “เล็ก จรรยา” 

++
นับแต่ขบวนเยาวชนนักเรียน นักศึกษา เคลื่อนไหวเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันฯ บทบาทของผู้ลี้ภัย 112 ในต่างประเทศ ก็เงียบลง ยกเว้น “สมศักดิ์-ปวิน” ที่ถือว่าเป็นศาสดาของม็อบราษฎร

อ่านข่าว…  ผู้ลี้ภัย 112 วอนอย่าทิ้ง “แดงก้าวหน้า”     

ราษฎรตีกัน "อั้ม เนโกะ" แฉยับ  ก๊วน "จรรยา" ลวงโลก 

อั้ั้ม เนโกะ

ล่าสุด มีความขัดแย้งในกลุ่มผู้ลี้ภัยในยุโรป กรณีเงินบริจาคอีกแล้ว ระหว่าง “เล็ก” จรรยา ยิ้มประเสริฐ ผู้ลี้ภัยคดี 112 ที่พำนักอยู่ในฟินแลนด์ กับ ศรัณย์ ฉุยฉาย หรือ “อั้ม เนโกะ” ผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศส    

เมื่อไม่นานมานี้ “เล็ก จรรยา” ได้จัดตั้งองค์กร Act4Dem ร่วมทำงานกับองค์กร/บริษัท PixelHelper ทำกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยในเยอรมัน และมีการหารายได้จากเงินบริจาคของคนรักประชาธิปไตย แต่ “อั้ม เนโกะ” มองว่า เป็นขบวนการทำมาหากิน ไม่โปร่งใสเรื่องเงินบริจาค

++
อั้มไม่ทน
++
เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2563 “อั้ม เนโกะ” ได้ลุกขึ้นมาไลฟ์เฟซบุ๊กตรวจ สอบความโปร่งใสขององค์กร Act4Dem ที่ร่วมงานกับองค์กร/บริษัท PixelHelper 

“คนพวกนี้ที่อยากตรวจสอบเจ้า เรียกร้องความโปร่งใสจากพวกเผด็จการ..ตัวเองก็ต้องโปร่งใสด้วยเช่นกัน ไม่ใช่อ้างว่าทำเพื่อส่วนรวมแล้ว..ใครก็ตามที่เคยเป็นเหยื่อให้แก่คนเหล่านี้ ติดต่อมาได้หลังไมค์เลยนะคะ”    

วันที่ 12 พ.ย.2563 อั้ม เนโกะ ได้โพสต์ตั้งคำถามว่า องค์กร Act4Dem ว่าจดทะเบียนที่ไหน เมื่อไหร่ รายงานการเงินประจำปีมีไหม     

ราษฎรตีกัน "อั้ม เนโกะ" แฉยับ  ก๊วน "จรรยา" ลวงโลก 

เล็ก จรรยา อยู่ฟินแลนด์

“จรรยาไม่มีการตอบคำถามใดๆ กับโครงการแหกตา…ที่กลุ่มนี้ระดมทุนได้จาก GoFundMe ว่าสุดท้ายใช้จริงเท่าไหร่ Act4Dem มีส่วนได้หรือไม่ และจรรยาก็เน้นอ้างความสงสารจากการเขียนเรื่องแสวงหาจุดร่วมสงวนจุดต่างบ้างละ เอกภาพบ้างละ มากกว่าการตอบคำถามและชี้แจง”

++
จรรยาแจงยิบ
++
หลังอั้ม เนโกะ ไลฟ์เฟซบุ๊คแฉขบวนการหลอกต้มประชาชน “เล็ก จรรยา” ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตัวเธอเองได้ติดต่อขอพูดคุยกับอั้มโดยตรง แต่อั้มปฏิเสธ     

จรรยาได้อ้างถึง ‘เอกภาพ’ และการ ‘แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง’ ของคนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะในไทยและในต่างประเทศ จึงอยากให้อั้ม เนโกะ ได้เข้าใจคนทำงาน    

ราษฎรตีกัน "อั้ม เนโกะ" แฉยับ  ก๊วน "จรรยา" ลวงโลก 

องค์กรที่เล็ก จรรยา ใช้ระดมทุนจากชาวบ้าน

“นับตั้งแต่ออกมาสู้ที่ฟินแลนด์ จรรยาเลือกวิธีการระดมทุนที่ยากมาก คือ การพยายามเปิดรับการสนับสนุนจากกลุ่มคนไทยทั่วยุโรปและทั่วโลก เพื่อเป็นแรงสนับสนุนว่า ‘เราสู้ด้วยกัน’ ‘การต่อสู้ของเราได้รับการสนับสนุนจากคนไทย’ แทนวิถีการทำงานนักกิจกรรมแบบเดิม ที่เขียนขอรับทุนสนับสนุนจากแหล่งเงินทุน”    

จรรยาพยายามอธิบายว่า “หาเงินเพื่อสู้” ไม่ใช่ “สู้เพื่อแสวงหาความร่ำรวย” และทุกวันนี้ จรรยาได้รับการช่วยเหลือจากระบอบสวัสดิการของรัฐของฟินแลนด์