ไผเป็นไผ “แดงก้าวหน้า” รวมมิตรคนรักแม้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไผเป็นไผ “แดงก้าวหน้า” รวมมิตรคนรักแม้ว (komchadluek.net)

ไผเป็นไผ “แดงก้าวหน้า” รวมมิตรคนรักแม้ว

ไผเป็นไผ "แดงก้าวหน้า" รวมมิตรคนรักแม้ว

23 พฤศจิกายน 2563 – 10:58 น.

ส่องถนนอักษะ พบแดงก้าวหน้าเคียงข้างอาชีวะ แกนนำไม่ใช่คนหน้าเดิม แต่ก็ภักดี “คนแดนไกล” ไม่เสื่อมคลาย

++
การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 4 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2563 ฉายภาพ “คนเสื้อแดง” และ “พลังอาชีวะ” ชัดเจนขึ้น    

อ่านข่าว…  แดงก้าวหน้า  แยกเวที 14 ตุลา

ไผเป็นไผ "แดงก้าวหน้า" รวมมิตรคนรักแม้ว

ทีมงานแดงก้าวหน้า

ว่ากันตามตรง จำนวนคนเสื้อแดงที่มาร่วมงานไม่เยอะ แต่ก็มีกิจกรรมรำลึกนักสู้ธุลีดิน และนิทรรศการภาพเหตุการณ์พฤษภา 53 เป็นจุดดึงดูดความสนใจของนักข่าว    

เนื่องจากนักเรียนอาชีวะสาย “ฟันเฟืองประชาธิปไตย” หรือ “ฟันเฟืองธนบุรี” (Gear Of Red Thonburi) สายตรงของตั้ง อาชีวะ เป็นแม่งาน และกลุ่มนี้เคยผนึกกำลังคนเสื้อแดงในปี 2556-2557 ตั้งแต่สนามราชมังคลากีฬาสถาน จนถึงถนนอักษะ จึงเกิดกิจกรรมร่วมกัน เสมือนรำลึกการชุมนุมใหญ่ที่ถนนอักษะ ก่อนเกิดรัฐประหาร 2557

++
แดงก้าวหน้า 2563
++
ชื่อ “แดงก้าวหน้า63” เริ่มปรากฏในขบวนราษฎร ตั้งแต่การชุมนุมใหญ่ วันที่ 14 ต.ค.2563 ที่ถนนราชดำเนิน คนเสื้อแดงกลุ่มนี้ได้ตั้งเวทีย่อยอยู่หน้าสำนักงานเทเวศร์ประกันภัย คู่ขนานกับเวทีคณะราษฎร     

“ภานุพงษ์ มุกดารา” ประธานกลุ่มแดงก้าวหน้า63 แถลงข่าวในการจัดกิจกรรมที่ด้านหน้าฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต ว่า ตนเองอยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี     

แกนนำกลุ่มแดงก้าวหน้า63 ไม่ใช่คนบิ๊กเนมระดับ “จตุพร เหวง ธิดา ณัฐวุฒิ” หากแต่เป็นมวลชนคนเสื้อแดง ที่รวมตัวกันเป็น “กองหนุน” นักเรียน นักศึกษา    

ไผเป็นไผ "แดงก้าวหน้า" รวมมิตรคนรักแม้ว

รถเคลื่อนที่เร็วของแดงก้าวหน้า

ไล่รายชื่อดูนักปราศรัย และศิลปินนักร้อง สื่อหลักก็คงไม่คุ้นมากนัก อาทิไก่ บิ๊กแมน ,แป๊ะบางสนาน, แก้ว มดคันไฟ,  อ้อม-อเล็กช์ โชคร่มพฤกษ์,  ซัน ชิโร่  เอก ชนะ, ณัฐวุฒิ2, เจ้าชายบักหุ่ง, หญิงปอ มิวสิค  ฯลฯ 

++
ปลุกผีเสื้อแดง
++
ส่องดูแฟนเพจคนเสื้อแดงก้าวหน้า จะพบว่า พวกเขาได้สร้างเฟซบุ๊ค “ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี FC” เป็นศูนย์รวมการเคลื่อนไหวของพวกเขา    

ช่วงต้นเดือน ต.ค.2563 แฟนเพจผู้ใช้ชื่อ “ภานุพงษ์ นักรบ ราชประสงค์ มุกดารา” ได้โพสต์บอกคนเสื้อแดงว่า “เตรียมตัวเตรียมใจ ไปต้อนรับสองนายกฯ รากหญ้ากลับแผ่นดินแม่กันนะครับ”    

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มแดงก้าวหน้าจึงชูธงขับไล่ประยุทธ์ เป็นด้านหลัก และแทบไม่กล่าวถึงการปฎิรูปสถาบันฯ     

ลึกๆ กลุ่มแดงก้าวหน้า ยังเชื่อในเรื่อง “ดีลลับ” และการประนีประนอมเชิงโครงสร้าง    

ไผเป็นไผ "แดงก้าวหน้า" รวมมิตรคนรักแม้ว

 นักสู้ธุลีดิน แดงก้าวหน้า

แม้จะรู้ว่า คนเสื้อแดงคิดไม่เหมือนแกนนำคณะราษฎร แต่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ก็ขึ้นเวทีปราศรัยยกย่องคนเสื้อแดงว่า ถนนอักษะคือถนนแห่งประวัติศาสตร์ที่พี่น้องเสื้อแดงออกมาขับเคลื่อนต่อสู้และเสียสละชีพเพื่อประชาธิปไตย    

เช่นเดียวกับ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่วิดีโอคอลสายตรงพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนอักษะว่า ถนนแห่งนี้ตนเคยมีโอกาสได้พบเจอพี่น้องคนเสื้อแดงหลายคน    

นาทีนี้ แกนนำคณะราษฎรรู้ดีว่า ต้องหาพวกให้เยอะๆ เพราะการต่อสู้แบบ “เลยธง” ยิ่งสูง ยิ่งหนาว

ทัวร์ลง “เกษียร” พิษโรคไร้เดียงสา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทัวร์ลง “เกษียร” พิษโรคไร้เดียงสา (komchadluek.net)

ทัวร์ลง “เกษียร” พิษโรคไร้เดียงสา

ทัวร์ลง "เกษียร" พิษโรคไร้เดียงสา

22 พฤศจิกายน 2563 – 10:30 น.

คนเดือนตุลา เตือนสติ Gen Z การเมืองต้องหาพวก กลับเจอแปะป้าย “สลิ่ม” ท่องทุ่งลาเวนเดอร์

สืบเนื่องจาก “เกษียร เตชะพีระ” อาจารย์สาขาวิชาการเมืองการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เสนอความเห็นต่อกิจกรรม “สาดสี” เอาคืนตำรวจของม็อบราษฎร ผ่านทางเฟซบุ๊ก Kasian Tejapira ว่าด้วยประเด็นการแสวงหาแนวร่วม

“แน่นอนการระบายความโกรธแค้นหรือเอาคืนเป็นเรื่องเข้าใจได้และก็คงมีในฐานะมนุษย์ปุถุชน แต่ถ้ากำลังต่อสู้ทางการเมือง ก็ควรระมัดระวังไม่ให้มันไปทำลายแนวร่วม โดดเดี่ยวตัวเอง บ่อนเบียนความชอบธรรมของวิธีการต่อสู้ของคนนับหมื่นนับแสนคนที่ร่วมกันช่วยกันยึดมั่นมา”

หลังจากสำนักข่าวออนไลน์ขาใหญ่ ได้นำโพสต์นี้ไปเผยแพร่ต่อ ก็มีปรากฏการณ์ทัวร์ลง วิจารณ์ว่า เกษียรเป็นดังสลิ่ม นักวิชาการทุ่งลาเวนเดอร์

สิ่งที่นักวิชาการ/คนเดือนตุลา วิจารณ์ ก็ไม่ต่างจากข้อเรียกร้องจากฟันเฟืองประชาธิปไตย ขอให้แกนนำราษฎรลดการใช้วาจาจาบจ้วง หยาบคาย ฟังแล้วสะใจก็จริง แต่มันก็ทิ่มกลางใจฝ่ายตรงข้าม ปลุกให้พลังจารีตโกรธแค้น ใช้กำลังตอบโต้

โรคไร้เดียงสา

วันที่ 21 พ.ย.2563 เกษียร์ อัพสเตตัส “ประสบการณ์” บอกเล่าเรื่องราวในอดีตของคนรุ่นสงครามเย็น

“ประสบการณ์ของคนรุ่นผม ซึ่งจำกัดด้วยบริบททางประวัติศาสตร์และก็ไม่แน่ว่าจะใช้ได้กับคนรุ่นอื่นคือแรงที่สุดที่เราตอบโต้ได้คือตาต่อตา ฟันต่อฟัน ปืนต่อปืน สงครามต่อสงคราม ในกระบวนการตอบโต้นั้น ได้เกิดอาชญากรรมและโศกนาฏกรรมขึ้นไม่น้อยที่เรายืนดูหรือกระทั่งร่วมลงมือด้วยความรู้สึกว่ามันชอบธรรมแล้ว เพราะเราถูกกระทำมาก่อน”

หลัง 6 ตุลา 2519 “เกษียร” เข้าป่าอีสานใต้ จับปืนต่อสู้เผด็จการ ภายใต้ร่มธงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

หลายปีผ่านไป ผู้พ่ายจากสงครามจึงสรุปบทเรียน เกษียรไม่อยากให้คนรุ่นใหม่เดินซ้ำรอย

“ลำพังความสะใจไม่อาจรักษาบาดแผล การข่มเหงรังแกและอยุติธรรมที่เพื่อนเราได้รับ การชดเชยที่คู่ควรคือทำให้ความจริง ความยุติธรรมเป็นจริงขึ้นมา และคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับสังคมโดยรวม”

เกษียรรู้ดีว่า การแสดงความคิดเห็นทำนองนี้ ย่อมถูกวิจารณ์กลับเป็นธรรมดา จึงตบท้ายของโพสต์นี้ว่า “ถ้าคิดว่านี่เป็นบทนางเอกละครทีวีน้ำเน่า หรือทุ่งลาเวนเดอร์ก็แล้วไปนะครับ”

สมัยทฤษฎีปีกซ้ายเฟื่องฟูในขบวนนักศึกษาไทย หัวข้อศึกษาโรคไร้เดียงสาของฝ่ายซ้าย ถูกนำมาให้การศึกษาแก่ “พวกสุดโต่ง” ล้ำหน้ามวลชน

เกษียรเป็นมหามิตรของม็อบราษฎร แต่ถ้าคนรุ่นใหม่ไม่ฟังเสียงคนรุ่นเก่า ก็เป็นเรื่องน่าเศร้า

ฟันเฟืองร้าว “ตั้ง อาชีวะ” โผล่ ลด-ไม่ลดเพดาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฟันเฟืองร้าว “ตั้ง อาชีวะ” โผล่ ลด-ไม่ลดเพดาน (komchadluek.net)

ฟันเฟืองร้าว “ตั้ง อาชีวะ” โผล่ ลด-ไม่ลดเพดาน

ฟันเฟืองร้าว "ตั้ง อาชีวะ" โผล่ ลด-ไม่ลดเพดาน

22 พฤศจิกายน 2563 – 09:15 น.

เหตุปะทะหน้าสภา ฟันเฟืองร้าว “ตั้ง อาชีวะ” ออกโรงเคลียร์ ไม่ลดเพดาน แต่อย่าหยามหยันพวกเดียวกัน

ยังไม่จบ กรณีวิวาทะในหมู่การ์ดอาชีวะ เนื่องจากมีอาชีวะบางคน บางกลุ่มวิจารณ์การปราศรัยของแกนนำม็อบราษฎรว่า รุนแรง หยาบคาย อาจสร้างปัญหาให้การ์ดแนวหน้า ขอให้ลดการจาบจ้วงเบื้องสูงลงบ้าง

ขณะที่การ์ดอาชีวะบางคนให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า สมาชิกบางกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย รับเงินรับทอง เพื่อลดเพดาน ไม่ปฏิรูปสถาบันฯ

ร้อนถึง “ตั้ง อาชีวะ” หรือ เอกภพ เหลือรา หรือ สตีเว่น เบรนท์วู้ด ผู้ก่อตั้งกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย และ Gear of Red ซึ่งลี้ภัยอยู่ในนิวซีแลนด์ ต้องออกโรงเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งในกลุ่มอาชีวะ

ผู้ลี้ภัย 112

ปลายเดือน ธ.ค.2556 ศาลอาญา อนุมัติหมายจับเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ในข้อหาหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีตั้ง อาชีวะ ขึ้นปราศรัยเวที นปช.ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ก่อนหน้านั้น “ตั้ง อาชีวะ” ไปขึ้นเวที นปช.อยู่บ่อยๆ ในฐานะแกนนำฟันเฟืองประชาธิปไตย หลังโดนหมายจับ ตั้งและแฟนสาวได้หลบหนีไปอยู่ในกัมพูชา

ใช้เวลาหลบซ่อนอยู่ในกัมพูชาเป็นเวลาแรมปี หน่วยงานด้านการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยของยูเอ็น ในกรุงพนมเปญ จึงทำเรื่องขอลี้ภัยให้เขาสำเร็จ เมื่อประเทศนิวซีแลนด์ตอบรับให้เขาและแฟนได้ลี้ภัย

ตอนนั้น ตั้ง อาชีวะ บอกว่า “จะไม่หันหลังกลับประเทศไทยอีกแล้ว หากยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย”

รุ่นพี่รุ่นน้อง

นับแต่กลุ่มอาชีวะเข้าร่วมขบวนการเคลื่อนไหวของม็อบปลดแอก หรือ ม็อบราษฎร ชื่อของ “ตั้ง อาชีวะ” ก็โผล่ และกลายเป็นข่าวใหญ่ ในวันที่มีกระแสการ์ดอาชีวะจะถอนตัว

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2563 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Eakapop Luara ว่า “…บทบาทในการเป็นแกนนำของผม มันจบไปตั้งแต่ปี 2556 แล้ว ที่เหลือแกนรุ่นใหม่เขามารับไม้ต่อไป ที่ผมมาโพสต์ก็เพราะน้องๆและเพื่อนๆใน ฟันเฟืองประชาธิปไตย ให้ผมเป็นตัวสื่อแทนพวกเขา เราคุยกันหนักมากในวันนี้ อย่าเหมารวมว่าพวกเราถอนตัว อย่าเหมารวมว่าพวกเราสู้ไม่ทะลุเพดาน ถ้าเป็นดั่งที่คนให้สัมภาษณ์พูด มันจะไม่มีตำนานฟันเฟืองประชาธิปไตย และผมอาจจะยังไม่ต้องลี้ภัยแน่นอน”

จริงๆแล้ว ตั้ง อาชีวะ เคยโพสต์เฟซบุ๊กครั้งแรกเมื่อปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า “..การต่อสู้มันมีระดับ พอผมไต่เพดานการต่อสู้ขึ้นไปจุดสูงสุดของโครงสร้างที่เน่าเฟะในสังคมไทย ผมเลยต้องหนีลี้ภัยด้วย มาตรา 112”

ตั้ง อาชีวะ เตือนอาชีวะบางคนที่ให้สัมภาษณ์สื่อทำนองหยามหยันกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตยว่า ไม่สู้ และลดเพดานนั้น ต้องพูดให้เคลียร์

นี่คือปัญหาโลกแตก ของการรวมตัวแบบหลวมๆ ในนามคณะราษฎร และเสนอคำขวัญ “ทุกคนคือแกนนำ”

ส่องสระบุรี ทายาท ‘ราชครู’ ‘อดิเรกสาร’ ไม่สิ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องสระบุรี ทายาท ‘ราชครู”อดิเรกสาร’ ไม่สิ้น (komchadluek.net)

ส่องสระบุรี ทายาท ‘ราชครู”อดิเรกสาร’ ไม่สิ้น

ส่องสระบุรี ทายาท 'ราชครู''อดิเรกสาร' ไม่สิ้น

21 พฤศจิกายน 2563 – 14:48 น.

“เสี่ยจ้อน” ทายาท “เดช บุญ-หลง” กลับถิ่นเก่าสระบุรี ลุยนายก อบจ. ยึดคืนที่มั่นเก่าตระกูล “อดิเรกสาร”

++
    การเลือกตั้งนายก อบจ.สระบุรี หนนี้ มีความสำคัญยิ่งต่อสถานะและการดำรงอยู่ของตระกูล “อดิเรกสาร” ในเวทีการเมืองสระบุรี
    เมื่อ “จ้อน” สัญญา บุญ-หลง อดีตนายก อบจ.นครนายก หวนคืนถิ่นเก่า ลงสมัครนายก อบจ.สระบุรี 
    “สัญญา” เป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “เดช บุญ-หลง” นักธุรกิจการเมืองที่ใกล้ชิดสนิทแนบกับ พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร ตั้งแต่สมัยทำธุรกิจอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ส่องสระบุรี ทายาท 'ราชครู''อดิเรกสาร' ไม่สิ้น

               สัญญา บุญ-หลง 

    เดช บุญ-หลง  จึงถูกนับเป็นนักการเมืองสายราชครู มาแต่วันที่ก่อตั้งพรรคชาติไทย และหิ้วกระเป๋ามาลงสมัคร ส.ส.นครนายก โดยอาศัยฐานการเมือง “อดิเรกสาร” ในสระบุรี เป็นตัวช่วย
    หลังเดช บุญ-หลง จากไป “จ้อน” ก็สานต่องานการเมือง และได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.นครนายก 

ส่องสระบุรี ทายาท 'ราชครู''อดิเรกสาร' ไม่สิ้น

                     เดช บุญ-หลง ผู้ล่วงลับ 

    ช่วงเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 “ปาล์ม” ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร อดีต ส.ส.สระบุรี จับมือ “จ้อน” สัญญา บุญ-หลง ในภารกิจพลิกฟื้น “อดิเรกสาร” ให้มีที่อยู่ที่ยืนในสระบุรี โดยส่งผู้สมัคร ส.ส.ในสังกัดพลังประชารัฐ
    การเลือกตั้งนายก อบจ.สระบุรี ที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้ หาก “จ้อน” ชนะเลือกตั้ง “อดิเรกสาร” ก็จะกลับมาผงาดอีกครั้ง

++
บ้านใหญ่สระบุรี
++
    พล.ต.อ.ประมาณ อดิเรกสาร เป็นผู้นำตระกูล “อดิเรกสาร” เข้าสู่เส้นทางการเมืองสระบุรีครั้งแรกในปี 2495 แต่ช่วงที่ถือได้เป็นการขับเคลื่อนทางการเมืองจริงๆ จะอยู่ในช่วงปี 2500-2550
    นอกจาก พล.ต.อ.ประมาณ ก็ยังมีทายาทที่ลงเล่นการเมือง ทั้งปองพล,พศ และวีระพล จนมาถึงรุ่นหลาน “ปรพล”
    ยุคทองของพรรคชาติไทย ตระกูลอดิเรกสาร ได้ยึดกุมการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นใน จ.สระบุรี แถมยังแผ่ขยายไปยัง จ.นครนายก เมื่อเดช บุญ-หลง ได้เป็น ส.ส.นครนายก ปี 2535 

หลังการเลือกตั้งทั่วไปปี 2550 ตระกูลอดิเรกสาร ก็เหลือเพียง ปรพล อดิเรกสาร คนเดียวที่ยังเป็น ส.ส.อยู่
    การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและ การเมืองของสระบุรี มีผลต่อการเกาะกลุ่มการสร้างฐานอำนาจทางการเมืองของตระกูลอดิเรกสาร นักการเมืองหน้าใหม่ในสระบุรี ได้ก้าวขึ้นมามีบทบาททางการเมืองในระดับชาติมากขึ้น
    ก่อนการเลือกตั้งปี 2562  ปรพล ลูกชายของปองพล อดิเรกสาร นัดคุยเครือข่ายราชครูเดิมที่สระบุรี ซึ่งมีเสี่ยจ้อนร่วมวงด้วย เพื่อจัดทีมลงสมัคร ส.ส.สระบุรี ในนามพลังประชารัฐ 
    ผลการเลือกตั้ง พลังประชารัฐ ได้ 2 ที่นั่ง จากทั้งหมด 3 ที่นั่ง และมี ส.ส.สระบุรี สายตรงของ “อดิเรกสาร” อยู่คนหนึ่ง
    ส่วนการลงสมัครนายก อบจ.สระบุรี ของ “จ้อน”สัญญา บุญ-หลง ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้ามา 1 ปีแล้ว 
    การรักษาเก้าอี้นายก อบจ.นครนายก ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เสี่ยจ้อนต้องกระโจนมาสังเวียนสระบุรี ก็เพื่อภารกิจพลิกฟื้น “อดิเรกสาร” ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

โคราชกันเอง ‘แม่หน่อย’ ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โคราชกันเอง’แม่หน่อย’ ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง (komchadluek.net)

โคราชกันเอง’แม่หน่อย’ ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง

 โคราชกันเอง'แม่หน่อย' ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง

21 พฤศจิกายน 2563 – 12:59 น.

สมรภูมิ อบจ.โคราช 3 พันล้าน “แม่หน่อย” ยาใจรัฐมนตรี เผชิญหน้า “หมอแหยง” บวกคณะก้าวหน้า

++
    สนามเลือกตั้ง อบจ.ที่ใหญ่ที่สุดคือ อบจ.นครราชสีมา เพราะมี ส.อบจ.ได้ถึง 48 คน และบริหารงบประมาณปีละ 3,300 ล้านบาท
    สมรภูมิเมืองย่าโม จึงถูกโฟกัสมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีผู้สมัครนายก อบจ. ระดับ “บิ๊กเนม” ลงสนาม 
    วันที่ 20 พ.ย.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินทางไปโคราช เพื่อหาเสียงให้แก่ผู้สมัครนายก อบจ.โคราช -สาธิต ปิติวรา 
    สำหรับ “สาธิต” อดีตผู้สมัคร ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ถูกวางตัวให้ลงสมัครนายก อบจ.นครราชสีมา มาแต่สมัยอนาคตใหม่ ยังไม่ถูกยุบพรรค 
    หากประเมินจากการเมืองแบบเก่า นครราชสีมา มี 32 อำเภอ คณะก้าวหน้า โคราช จะเสียเปรียบเรื่องการจัดตั้งเครือข่าย แต่ยุคดิจิตอล การสร้างกระแสความนิยม ผ่านโซเชียลมีเดีย กลับตรงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า
    นาทีนี้ “ธนาธร” พยายามปลุกกระแสท้องถิ่นให้เป็นการเมืองระดับชาติ คล้ายกับช่วงการเลือกตั้งทั่วไป

 โคราชกันเอง'แม่หน่อย' ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง

                           ธนาธร หาเสียงช่วยสาธิต ก้าวหน้าโคราช

++
‘หน่อย’มาแรง
++
    หากติดตามแฟนเพจเฟซบุ๊ค “หน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล” หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่า “แม่หน่อย” จะมีลีลาการปราศรัยหาเสียงสุดเปรี้ยว สมกับเป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ชมรม TO BE NUMBER ONE เอี่ยมเฮง 

 โคราชกันเอง'แม่หน่อย' ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง

                       ลีลาหาเสียง ของแม่หน่อย เอี่ยมเฮง 

    สมัยที่หาเสียงช่วยสามี “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ก็แค่ไม่กี่อำเภอในเขต 9 และเขต 10 เมื่อ “แม่หน่อย” ลงสมัครนายก อบจ.เมืองย่าโม ก็ต้องไปหาเสียงทั้งจังหวัด
    แม่หน่อยไปอำเภอไหน แอดมินเพจก็จะแนะนำด้วยคำขวัญประจำอำเภอ อย่างเช่น อ.บ้านเหลื่อม “แตงโมหวาน อ้อยโรงงาน ข้าวสารมะลิ ปลามากมี ผ้าไหมมัดหมี่ ลำชีไหลผ่าน ละหานลูกนก” 
    หวานใจรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ตั้งใจจะเดินทางไปพบคนโคราชทั้ง 32 อำเภอ
    “ให้พี่น้องได้เห็นหน้า เห็นตัวจริง และเห็นความตั้งใจที่อยากจะทำงานรับใช้พี่น้องชาวโคราชของหน่อย”


 โคราชกันเอง'แม่หน่อย' ท้ารบ ก้าวหน้า-หมอแหยง

                         แม่หน่อย เต็งแชมป์ เพราะกองหนุน 3 บิ๊กโคราช 

++
“หมอแหยง”รีเทิร์น
++
    คู่แข่งคนสำคัญของ “แม่หน่อย ยลดา” ก็คือคนกันเอง “หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข และอดีตสมาชิกพรรคภูมิใจไทย 
    หมอแหยง เคยเป็นนายก อบจ.นครราชสีมา สมัยหนึ่ง และตั้งใจจะขอรีเทิร์น ตั้งแต่วันแรกๆที่ร่วมงานกับภูมิใจไทย แต่หนนี้ หมอแหยงยืนยันว่า ไม่สังกัดพรรคใด
    “ผมหมอแหยง..สมัครนายก อบจ.ครั้งนี้ ในนามอิสระ #กลุ่มรักษ์โคราช ที่ผมตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2550 ผมพร้อมเป็นมิตรกับ สจ.ทุกคน เป็นมิตรกับ ส.ส.ทุกพรรค ไม่มีพรรคการเมืองใดสนับสนุนช่วยเหลือ”
    สมัยที่ “หมอแหยง” เป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้ก่อตั้ง อสม. ทั้ง 32 อำเภอ นี่คือฐานเสียง
    หมอแหยงถอดหัวโขนภูมิใจไทยออก เพื่อแสวงหา “แนวร่วม” จากทุกพรรค เหมือนสมัยแรกที่หมอแหยงชนะเลือกตั้งนายก อบจ. ก็ได้นักการเมือง 3-4 พรรคหนุน    
    การรีเทิร์นของหมอแหยง ก็ไม่ง่าย เพราะ “แม่หน่อย” ได้เสียงเชียร์จาก 3 บิ๊กโคราช    

กว๊านระอุ ‘อัครา’ ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กว๊านระอุ’อัครา’ ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว (komchadluek.net)

กว๊านระอุ’อัครา’ ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว

 กว๊านระอุ'อัครา' ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว

21 พฤศจิกายน 2563 – 10:51 น.

ศึกกว๊านพะเยา “อัครา” น้องชายผู้กอง ชูธงพะเยาโมเดล ฝ่ากระแสม็อบราษฎร คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    สนามเลือกตั้งนายก อบจ.พะเยา มีความน่าสนใจอยู่หลายประการ ไม่เพียงแต่เป็นบ้านเกิดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ 
    ประการแรก สองอดีตนายก อบจ.พะเยา ไม่ลงสนาม เริ่มจากไพรัตน์ ตันบรรจง อดีตนายก อบจ.พะเยา 2 สมัย แถลงข่าวด้วยสัจจะลูกผู้ชาย ตนจะไม่ลงเล่นการเมืองท้องถิ่น 
    ส่วน วรวิทย์ บุรณศิริ น้องชาย วิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย อดีตนายก อบจ.พะเยา สมัยที่แล้ว ก็หายไปเลย หลังมีปัญหาในการบริหารงาน อบจ.
    ประการที่สอง กลุ่มคนเสื้อแดงพะเยา ตัดสินใจส่งตัวแทนลงชิงชัยในสนามนายก อบจ.พะเยา โดยลาออกจากพรรคเพื่อชาติ มาสังกัดคณะก้าวหน้า
    ดังนั้น ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล จึงเดินทางมาพะเยาหลายรอบแล้ว เพราะเป็นอีกสนามหนึ่งที่คณะก้าวหน้า ต้องการปูกระแส 2 ขั้ว 

++
ฮักบ้านเกิดพะเยา
++
    สองปีมาแล้ว “อัครา พรหมเผ่า” น้องชายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ได้ก่อตั้ง “กลุ่มฮักบ้านเกิดพะเยา” ช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน ตามแนวทาง “พะเยาโมเดล” 

 กว๊านระอุ'อัครา' ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว

                                อัครา พรหมเผ่า 

    นับแต่ปี 2555 “ร.อ.ธรรมนัส” ได้สนับสนุนให้อัคราทำงานในตำแหน่งรองนายก อบจ.พะเยา เป็นการเรียนรู้การบริหารท้องถิ่น และปูทางสู่สังเวียนเลือกตั้ง อบจ.ในปีนี้
    ร.อ.ธรรมนัส และอัครา เป็นบุตรชายของอินจันทร์ พรหมเผ่า อดีตผู้ใหญ่บ้านแห่งบ้านท่ากลองใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา 
    หลายคนคงรู้จักชีวิตผู้กองธรรมนัสมาแล้ว แต่ “อัครา” น้องชายนั้น เรียนจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนพะเยาวิทยาคม ปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นนักเรียนนอกจากประเทศออสเตรเลีย สาขาบริหารธุรกิจจากTAFE Sydney Australia ปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
    ด้านการทำงาน อัคราเป็นประธานบริหารบริษัทในเครือ บริษัท ธรรมนัส กรุ๊ป ที่มีธุรกิจหลายด้าน เป็นผู้วางรากฐาน ด้าน ICTของบริษัท 
    วันนี้ อัครา เสนอตัวชิงเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา ในนามกลุ่มฮักพะเยา ซึ่งเจอคู่แข่งที่มี “พี่เลี้ยง” บวกสีเสื้อไม่ธรรมดา นับว่าเป็นศึกวัดใจคนพะเยาโดยแท้

 กว๊านระอุ'อัครา' ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว

                              อัครา เปิดตัวทีมฮักพะเยา

++
เสื้อแดงล้านนา
++
    “ส.จ.แน้ว”ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ เปิดตัวในสีเสื้อคณะก้าวหน้า ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.พะเยา ในนาทีสุดท้าย

 กว๊านระอุ'อัครา' ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว

                     ธนาธร ไปเปิดตัว ส.จ.แน้ว 

    ส.จ.แน้ว เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และมีความสัมพันธ์กับเครือข่ายคนเสื้อแดงพะเยา ที่มี “โย” จิรโรจน์ กีรติศักดิ์วรกุล ประธานกลุ่มพะเยารักประชาธิปไตย เป็นแกนนำ
    เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่แล้ว “โย” และ “ส.จ.แน้ว” ลงสมัคร ส.ส.พะเยา ในนามพรรคเพื่อชาติ ทั้งคู่สร้างความฮือฮา ด้วยการเปลี่ยนชื่อเป็น “ทักษิณ” 
    โยเปลี่ยนชื่อเป็น “ทักษิณ กิรติศักดิ์วรกุล” และ ส.จ.แน้ว เป็น “ทักษิณ สิงห์ชัย” เพราะต้องการให้ชาวบ้านจำชื่อได้ง่าย แต่ก็สอบตกทั้งคู่

 กว๊านระอุ'อัครา' ชนแดงเก่า พะเยาสองขั้ว

                 ปิยบุตร ก็ไปช่วย ส.จ.แน้ว 

    ปัจจุบัน ส.จ.แน้ว กลับมาใช้ชื่อเดิม-ชัยประพันธ์ แต่เปลี่ยนค่ายใหม่ จากพรรคเพื่อชาติ (สายยงยุทธ ติยะไพรัช) มาเป็นคณะก้าวหน้า

    ส.จ.แน้ว หวังเก็บแต้มจากคนรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรงในการเคลื่อนไหวของม็อบราษฎร 

“อดิศักดิ์” ลั่นความเชื่อทางการเมืองกับการทำงาน แยกกันเด็ดขาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“อดิศักดิ์” ลั่นความเชื่อทางการเมืองกับการทำงาน แยกกันเด็ดขาด (komchadluek.net)

“อดิศักดิ์” ลั่นความเชื่อทางการเมืองกับการทำงาน แยกกันเด็ดขาด 

"อดิศักดิ์" ลั่นความเชื่อทางการเมืองกับการทำงาน แยกกันเด็ดขาด 

20 พฤศจิกายน 2563 – 19:21 น.

“อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ” กลับคืนบ้านอีกครั้งในฐานะซีอีโอ เนชั่นทีวี 22กับภารกิจนำพา “เนชั่น” กลับมาสู่ภาพลักษณ์ความเป็นสื่อมืออาชีพ ไม่มีอคติ ไม่มีเป้าหมายทางการเมือง

นายอดิศักดิ์  ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ซีอีโอ เนชั่นทีวี 22 ให้สัมภาษณ์เพจ The People  ถึงการกลับมาบริหาร บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่า ผมได้รับการติดต่อจากคนเก่าของเนชั่นเดิมอยากให้กลับมาช่วยปรับปรุงช่องเนชั่นทีวีเพราะว่ามีผู้ประกาศระดับแม่เหล็ก 5-6 คน ได้ลาออกไป ขวัญกำลังใจของคนทำงานเสีย ก็อยากต้องการให้ผมกลับมา ก็ได้เรียนทางคุณฉาย บุนนาค ประธานเนชั่นกรุ๊ป ให้ชวนผมกลับมา ซึ่งมีจดหมายน้อยเป็นลายมือของคุณฉาย บุนนาค เขียนถึงผมว่า อยากให้กลับมาช่วยกันพัฒนาช่องเนชั่นทีวี 

ผมก็มีเงื่อนไขไม่มาก ผมเห็นว่าเมื่อคุณฉาย ชวนผม แต่ผมขอย้อนกลับไปเรื่องของปัญหาความขัดแย้ง ระหว่างผู้ถือหุ้นในเนชั่นกรุ๊ปที่มี 2 ฝ่าย ซึ่งผู้บริหารชุดเก่าซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งได้ออกไป คือคุณสุทธิชัย หยุ่น ผมก็ได้ไปตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้น ณ ปัจจุบัน เกือบทั้งหมดยังถือหุ้นอยู่เดิมเพราฉะนั้นผมก็คิดว่าเจตนาของคุณฉาย ต้องการทำให้เนชั่นทีวี กลับมาเป็นช่องข่าวที่มีคุณภาพ เป็นมืออาชีพ ก็อยากให้คุณฉาย เรียนกับผู้ถือหุ้นรายอื่นๆด้วย เพื่อให้เหมือนเป็นความเห็นร่วมกัน ถ้าอย่างนั้นผมยินดีที่จะกลับมา

"อดิศักดิ์" ลั่นความเชื่อทางการเมืองกับการทำงาน แยกกันเด็ดขาด 

“ผมได้เรียนกับคุณสุทธิชัย ว่า ผมขอตัดสินใจมาร่วมครั้งนี้ ด้วยเหตุผลอย่างที่บอก คนทำงานที่อยู่ในเนชั่นทีวี ได้ร้องขอผมด้วย ขณะเดียวกันทางประธานของเนชั่น คุณฉาย บุนนาค ได้ให้คำมั่นผมว่า มีเจตนาต้องการให้ผมเข้ามาช่วยที่จะทำให้เนชั่นทีวีกลับมาสู่สถาบันมืออาชีพ  เพราะว่าหลังจากที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย อันนี้ก็เสมือนการยอมรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทางผู้บริหารชุดปัจจุบันที่อยู่ในเนชั่นกรุ๊ป อันนี้เป็นสิ่งที่ผมยอมรับได้ และผมได้เรียนกับคุณสุทธิชัยว่า  อันนี้เป็นเหตุผลที่ตนตอบรับเข้ามา ซึ่งคุณสุทธิชัย ก็ไม่ได้มีความเห็นอะไรมาก เพียงแต่ว่าคุณสุทธิชัย ขอยังไม่ยุ่งเกี่ยวอะไร ก็แล้วแต่ผม แต่คุณสุทธิชัยยัง ถือหุ้นอยู่”

"อดิศักดิ์" ลั่นความเชื่อทางการเมืองกับการทำงาน แยกกันเด็ดขาด 

กับคำถามที่ว่า รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านหรือไม่ อดิศักดิ์ กล่าวว่า  คือวันแรกที่มา ทางทีมงานพาผมเดินทุกชั้น ได้เจอพนักงานเก่าๆ ที่รู้จักผมอยู่แล้วทุกแผนก ฝ่ายขาย ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายธุรการ ฝ่ายกองบรรณาธิการ กรุงเทพธุรกิจ เดอะเนชั่น  คมชัดลึก ทุกคนก็ต้อนรับ ผมอาจจะสรุปด้วยตัวผมเองว่า ต้อนรับ  ผมก็มองเห็นว่า ได้มีการลงทุนพัฒนาเรื่องช่อง สตูดิโอต่างๆ ดีกว่าสมัยที่ผมเคยทำงานอยู่ เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว ฮาร์ดแวร์ดีมาก เพียงแต่ว่า ซอฟต์แวร์ คือคนอาจจะต้องปรับระบบการทำงานบ้าง  ปรับทัศนคติ จูน mindsetบางอย่าง เพื่อให้เห็นเป้าหมายร่วมกันว่า เราจะกลับไปสู่สถาบันสื่อมืออาชีพได้อย่างไร และสถานะปัจจุบันของปีที่ 49 ของปีที่ 50 ของเนชั่นกรุ๊ป ส่วนของที่เป็นธุรกิจบรอดแคสติ้งมีสัดส่วน อาจจะใกล้เคียงกับฟากของบริษัทแม่ ในอนาคตบริษัทลูกอาจจะใหญ่กว่าบริษัทแม่ เพราะบริษัทแม่เป็นสิ่งพิมพ์ แต่ทางฝั่งบรอดแคสติ้ง มาทางทีวี มาทางออนไลน์ ดิจิทัล

"อดิศักดิ์" ลั่นความเชื่อทางการเมืองกับการทำงาน แยกกันเด็ดขาด 

“การกลับมาครั้งนี้คือการ ” รีแบรนด์” เนชั่น แผนของเรา ที่ผมเข้ามาแล้วผมได้คุยกับคุณฉาย ตอนที่ชวน เขาถามความเห็นผม ผมคิดว่าต้อง “รีแบรนด์” เพราะว่า ผู้ประกาศชุดเก่าได้ออกไป และต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ในช่วงที่ผ่านมา สังคมก็มีคำถามใหญ่ๆเยอะ เพราะฉะนั้นก็ต้อง”รีแบรนด์” เพื่อให้สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้  เนชั่นทีวีโดยสถานะโดยกลุ่มเป้าหมาย คนรุ่นใหม่ปฏิเสธด้วยเนื้อหา ด้วยท่าทีของช่องไม่สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ แต่เราจะมาบังคับให้คนรุ่นใหม่มาดูโทรทัศน์ ก็คงไมได้ เพราะฉะนั้นภายใต้แบรนด์เนชั่นทีวี จะทำอย่างไรให้สามารถเข้าถึงทุกกลุ่มได้ คนดูที่ผ่านช่องทีวีปกติ ก็ยังเป็นคนดูที่มีอายุสูง อาจจะ 40-45 ปี ขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้คนที่อายุต่ำกว่านั้น ยอมรับในแบรนด์เนชั่นทีวี เหมือนยุคก่อนๆ เนชั่นทีวี เคยเป็นเหมือนโรงเรียนคนข่าว คนรุ่นใหม่อยากเข้ามาทำงาน อยากเข้ามาเรียนรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้อง “รีแบรนด์” เพื่อคนรุ่นใหม่ๆ “

ส่วนกรณีที่ว่าความเชื่อทางการเมืองของตัวเขามีผลกับการบริหารเนชั่นหรือไม่ นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า ผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิที่จะมีความเชื่อทางการเมืองต่างกัน มันไม่ควรที่จะให้ทุกคนมีความเชื่อทางการเมืองอันเดียว ความเชื่อทางการเมืองของผมกับการทำงาน แยกกันโดยเด็ดขาด  ผมมีจุดยืนสนับสนุนเรื่องการพูดคุยกันอย่างเปิดใจระหว่างคนต่างวัย อย่างน้อง ๆ ที่เคลื่อนไหว เราต้องมองเขาว่า ไม่ใช่มีเจตนาไม่ดี แต่เขาต้องการอนาคตของเขา

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผู้ใหญ่ควรทำ ก็คือ เปิดกว้าง พูดคุย อันนี้เป็นจุดยืน ไม่ได้หมายความว่าเราไปสนับสนุนทุกอย่างที่เขาเสนอ เพราะที่เสนออาจจะมีความเชื่อแบบหนึ่ง แต่เราผ่านเหตุการณ์ ผ่านความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเยอะแยะ เราก็มีความเชื่ออีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะบอกว่าถูกผิดทันที ต้องมาคุยกัน แต่พอเราไปปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นสื่อ เราผลิตคอนเทนต์ก็เหมือนสินค้า เราต้องผลิตคอนเทนต์ที่ให้ทุกคนสามารถบริโภคได้  สามารถเสพได้ เราต้องเป็นแพลตฟอร์มเปิด ที่ให้ทุกคนเข้ามาแลกเปลี่ยนได้  เพราะฉะนั้นความเชื่อทางการเมืองกับการทำหน้าที่มันคนละอย่างกัน ไม่ควรเอามาตัดสินว่า ผมจะเอาความเชื่อทางการเมืองแบบนี้ มาทำสื่อแบบนี้ ไม่ใช่ มันคนละแบบ ผมจะเลือกพรรคไหน อันนี้เป็นสิทธิของผม”

ส่วนที่ว่าการเข้ามาของเขาช่วยลดกระแส #แบนเนชั่น หรือไม่ นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเรากลับมาทำหน้าที่ของความเป็นสื่อมืออาชีพแล้ว  ผู้ลงโฆษณา ซึ่งเป็นรายได้หลักขององค์กร ย่อมมองเห็นว่าที่ผ่านมา กระแสของการแบนโฆษณามีผลพอสมควร เพราะว่าในโลกยุคปัจจุบัน เจ้าของสินค้า ไม่ต้องการไปอยู่กับแบรนด์ของสื่อที่เลือกข้าง จริงๆเลือกข้างอาจจะไม่เป็นไร แต่เลือกข้างแล้วมีเนื้อหาไปในลักษณะของ hate speech  หรือมุ่งโจมตีใคร แบรนด์สินค้าต่างๆ เขาจะไม่ยินยอม ถึงแม้เจ้าของแบรนด์ จะมีความเชื่อแบบไหน  เพราะว่าเขาขายของให้ทุกคน พอคุณฉาย ได้บอกแนวทางอย่างนี้ แล้วเชิญผมมาร่วมในการบริหาร ผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่ก็จะรู้จักผมอยู่แล้ว เสียงตอบรับค่อนข้างดี ผมมีคิวนัดที่จะต้องไปเจอผู้สนับสนุน ผู้ลงโฆษณาค่อนข้างยาว  ตอนนี้เราก็ต้องพยายามสร้างความเชื่อมั่นกลับมาว่าช่องเนชั่น จะกลับมาทำหน้าที่สื่อมืออาชีพซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้ ผมเชื่อว่าผู้สนับสนุน โฆษณา องค์กรต่างๆจะกลับมาจะกลับมาสนับสนุนนเราเหมือนเดิม

ส่วนแนวทางการนำเสนอเนื้อหาของเนชั่น จากนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไรหรือไม่ นายอดิศักดิ์  กล่าวว่า ถ้ามองอย่างปกติไม่ได้เปลี่ยนเลย เรากลับมาทำหน้าที่ปกติเหมือนสื่ออื่น คนดูจำนวนหนึ่ง ที่อาจจะชอบแบบเดิม รู้ว่าสึกว่าเราเปลี่ยนไปเป็นอีกข้างหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ แต่ถ้าคนที่มองอย่างปกติ เปรียบเทียบเรากับสื่อโดยทั่วไป ไม่มีอะไรผิดปกติเลย เพราะฉะนั้นไม่ได้เป็นเรื่องของการเปลี่ยนจุดยืน มันเป็นเรื่องของการกลับมาทำหน้าที่สื่อมืออาชีพอย่างปกติ ไม่มีอคติ ไม่มีเป้าหมายทางการเมือง เท่าที่ผมเข้าทำงาน 2-3 วันนี้ เหมือนคนทำงานมีอารมณ์ของการถูกปลดปล่อย จากเดิมเขาอาจจะทำงานบนข้อจำกัด บนความไม่มั่นใจสิ่งที่เขานำเสนอไปจะถูกใจใครหรือไม่ ตอนนี้ผมบอกให้ทุกคนทำงานปกติ ก็เหมือนว่าทุกคนถูกปลดปล่อย จากเดิมที่มีข้อจำกัด มีความระแวง ไมมั่นใจในการทำงานของตัวเอง เป็นการปลดปล่อย

ร้าวลึก “นักศึกษา-อาชีวะ” บาดแผล 4 ทศวรรษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ร้าวลึก”นักศึกษา-อาชีวะ” บาดแผล 4 ทศวรรษ (komchadluek.net)

ร้าวลึก”นักศึกษา-อาชีวะ” บาดแผล 4 ทศวรรษ

ร้าวลึก"นักศึกษา-อาชีวะ" บาดแผล 4 ทศวรรษ

20 พฤศจิกายน 2563 – 14:37 น.

เบื้องลึกอาชีวะ ไม่พอใจ “แกนนำราษฎร” จาบจ้วงล่วงละเมิด ไม่ศึกษาบทเรียนหลัง 14 ตุลา  

++
ความขัดแย้งทางความคิดความเชื่อ ระหว่างกลุ่มนักเรียนอาชีวะกับนักศึกษา(แกนนำคณะราษฎร) ในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อ 47 ปีที่แล้ว ก็เคยเกิดเรื่องทำนองนี้มาแล้ว    

กรณีมีข่าวว่า กลุ่มอาชีวะเพื่อนประชาธิปไตย และฟันเฟืองประชาธิปไตย เรียกร้องให้แกนนำม็อบราษฎร ลดการจาบจ้วงล่วงเกิน ด้วยถ้อยคำหยาบคายลง กระทั่งมีการ์ดอาชีวะบางกลุ่มประกาศถอนตัว

อ่านข่าว…   จาบจ้วงอย่างรุนแรง ฟันเฟืองอาชีวะ ชูประชาธิปไตยที่สวยงามขอถอนตัวไม่ร่วม #ม็อบ25พฤศจิกา

ร้าวลึก"นักศึกษา-อาชีวะ" บาดแผล 4 ทศวรรษ

อาชีวะยืนยันร่วมม็อบราษฎร

ต่อมา แกนนำการ์ดอาชีวะทั้งสองกลุ่ม ได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมทำหน้าที่ปกป้องการชุมนุมของม็อบราษฎรต่อไป    

อย่างไรก็ตาม มีการ์ดอาชีวะบางกลุ่มได้เรียกร้องให้แกนนำม็อบราษฎร ลดการใช้วาจาจวบจ้วงล่วงเกินลงบ้าง เพราะยิ่งพูดแรงมากขึ้นเท่าใด ก็ไปกระตุ้นฝ่ายตรงข้ามให้ลุกขึ้นมาตอบโต้ การ์ดอาชีวะอยู่แนวหน้า โดนเล่นเป็นกลุ่มแรก    

บทเรียนวันที่ 17 พ.ย.นี้  ทำให้การ์ดอาชีวะบางกลุ่มร้องขอให้เบา “ข้อที่ 3”     

หากย้อนไปดูแถลงการณ์ของอาชีวะ 2 กลุ่มนี้ ก็จะพบว่า พวกเขาเรียกร้องประชาธิปไตย คัดค้านการรัฐประหาร แต่ไม่มีการเสนอให้ปฏิรูปสถาบันฯ

ร้าวลึก"นักศึกษา-อาชีวะ" บาดแผล 4 ทศวรรษ

อาชีวะยืนยันร่วมม็อบราษฎร

ล่าสุด (20 พ.ย.2563) แอดมินเพจฟันเฟืองธนบุรี – Gear Of Red Thonburi ได้ชี้แจงว่า “เสียงสะท้อนของอาชีวะส่วนใหญ่ยังอยากจะขอให้ลดการหยาบคาย การใช้ความพูดที่ความรุนแรงลงหากแกนนำและพี่น้องประชาชนที่รักพวกเราจริง ช่วยทำให้แนวหน้าของพวกเราหน่อยนะครับและเพื่อความปลอดภัยของทุกๆคนครับ”    

ตอนท้ายแอดมินเพจยังยืนยัน “เราไม่มีทางทิ้งอุดมการณ์และพี่น้องไปไหนและไม่ขอรับเงินใดๆทั้งสิ้น”

++
บทเรียนในอดีต
++
ในบันทึกเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 ได้ยกย่องวีรกรรมของนักเรียนอาชีวะ จากหลายสถาบัน ที่มาร่วมชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ในนาม “กนก 50” และ “หน่วยฟันเฟือง”    

ช่วงวันที่ 9-12 ต.ค.2516 นักเรียนอาชีวะหลั่งไหลเข้าร่วมการชุมนุมร่วมกับกลุ่มนักศึกษา ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์    

ร้าวลึก"นักศึกษา-อาชีวะ" บาดแผล 4 ทศวรรษ

ฟันเฟืองฝั่งธนฯ ร้องขอให้ลดการจาบจ้วง

วันที่ 13 ต.ค.2516 วันเดินขบวนครั้งใหญ่ นักเรียนอาชีวะในนาม “กนก 50” ทำหน้าที่พิทักษ์รถบัญชาการ  หน่วยฟันเฟือง เป็นการ์ดแถวหน้าร่วมกับนักศึกษาอีกหลายสถาบัน    

ปี 2517 ประชาธิปไตยเบ่งบาน นักเรียน นักศึกษา ได้มีการจัดตั้งองค์กรทำการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคึกคัก แต่หลังเหตุการณ์จลาจลพลับพลาไชย ทำให้นักเรียนอาชีวะกับนักศึกษา เกิดช่องว่างทางความคิดการเมือง     

ขณะที่ขบวนการนักศึกษารับเอาแนวคิดสังคมนิยมมาเต็มๆ แต่นักเรียนอาชีวะ กลับตั้งรับไม่ทัน และเริ่มคลางแคลงใจในอุดมการณ์สังคมนิยม    

ประกอบกับฝ่ายความมั่นคง เข้ามาแทรกศูนย์กลางนักเรียนอาชีวะแห่งประเทศไทย จึงทำให้นักเรียนอาชีวะนำโดยช่างกลบางซ่อน และอีก 2-3 สถาบัน แยกตัวออกไปจัดตั้ง “กลุ่มกระทิงแดง”    

ร้าวลึก"นักศึกษา-อาชีวะ" บาดแผล 4 ทศวรรษ

หน่วยฟันเฟือง ปี 2516

อีกด้านหนึ่ง นักเรียนโรงเรียนช่างกลพระราม 6 ได้ประกาศยืนเคียงข้าศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) กลายเป็นสงครามเชิงอุดมการณ์ของนักเรียนอาชีวะ 2 ขั้ว    

บทเรียนของฟันเฟืองรุ่นพ่อ อาจไม่มีใครเล่าให้ฟันเฟืองรุ่นลูกฟัง ซึ่งในอนาคต อาจมีฟันเฟือง 2 ขั้ว ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หากขบวนการนักศึกษายุคราษฎร ไม่สรุปความผิดพลาดจากในอดีต

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ ‘ธนาธร’ ขีดเส้นตาย ‘ประยุทธ์’ 25 พย.นี้ ต้องลาออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ ‘ธนาธร’ ขีดเส้นตาย ‘ประยุทธ์’ 25 พย.นี้ ต้องลาออก (komchadluek.net)

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงวิกฤติ ‘ธนาธร’ ขีดเส้นตาย ‘ประยุทธ์’ 25 พย.นี้ ต้องลาออก

  'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤติ  'ธนาธร'  ขีดเส้นตาย 'ประยุทธ์'  25  พย.นี้  ต้องลาออก

20 พฤศจิกายน 2563 – 14:04 น.

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  ธนาธร  ขีดเส้นตาย ประยุทธ์ ต้องลาออก  ตกดวงวันพุธที่่ 25 วันโลกาวินาศ ไม่เหมาะทำการมงคล เตือนดาวโจรกดดวงชะตา ส่งผลให้ไม่ประสบความสำเร็จ สะท้อนผลให้มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ ก่อให้เกิดการพลัดพราก ตกดาวจร ต้องหลบหนี

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  ธนาธร  ขีดเส้นตาย ประยุทธ์  25  พย.นี้  ต้องลาออก  ส่งผลวิกฤติชะตาชีวิตธนาธร  ตกดวงวันพุธที่   25  วันโลกาวินาศดวงเมืองปะทะ  แตกแยกตายจาก  ปีปะทะตกดาวมฤตยู  ไม่เหมาะทำการมงคล  เดือนแห่งการแตกแยก  วันอุบาทว์   เตือนดาวโจรกดดวงชะตาส่งผลให้ไม่ประสบความสำเร็จสะท้อนกลับส่งผลให้มีเรื่องให้เดือดเนื้อร้อนใจเกิดขึ้นก่อให้เกิดการพลัดพรากตกดาวจร ต้องหลบหนี

“ซินแสเข่ง”    อาจารย์ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์ แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ ผ่าดวงวิกฤติ หัวหน้ากลุ่มก้าวไกล คุณธนากร จึงรุ่งเรืองกิจ   ยื่นคำขาด  นายกรัฐมนตรี  ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ต้องลาออก  ภายในวันที่ 25  พฤศจิกายน  นี้  เพื่อเป็นการบีบรัดให้เข้าสู่วิกฤติหนักมาก   แต่ด้วยสาเหตุที่ดวงชะตาของท่านนายกประยุทธ์   จันทร์โอชา   ถึงแม้นว่าจะประสบปัญหาหนัก   แต่สามารถประคองไปได้  เพราะมี  ดวงชะตาขุนพลคู่กาย เสริมบารมี  พลเอก  ประยุทธ์   จันทร์โอชา   ให้ดวงต้านให้แข็งมากขึ้นในการับมือ  แต่ถ้าหากว่ามีเหตุรุนแรงที่ยั้งไม่หยุด   ก็อาจจะมีตัวแทนที่คอยช่วยเหลือ รับไม้แทน   คือพลเอก  ประวิตร วงษ์สุวรรณ  และ พลเอก อนุพงษ์   เผ่าจินดา   ซึ่งเป็นดวงที่ มั่นคงที่สุด ในช่วงไตรมาส  3  นี้

ซินแสเข่ง   ได้วิเคราะห์เพิ่มเติมรอยต่อช่วงจังหวะ คุณธนาธร กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น   คงเป็นไปไม่ได้ ที่คุณธนาธร  จะก้าวสู่การเป็นผู้นำรัฐบาล  และไม่มีโอกาศประสบความสำเร็จ   ในการยื่นคำขาดของ คุณธนาธร  แต่จะมีผลลัพธ์ สะท้อนกลับในทางตรงกันข้าม  เพราะช่วงจังหวะเดือน และวันที่มีผลกระทบเกิดขึ้น   เป็นดวงศัตรูสร้างความแตกแยก  ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งรุนแรงเพิ่มขึ้น  สร้างความสับสนวุ่นวาย  ไม่ไว้วางใจที่จะต้องหลีกเลี่ยง ต่อปัญหาที่จะเกิดขึ้น  บวกกับดวงปีของคุณธนาธร   ที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ   ในสิ่งที่คาดหวังไว้   ต้องระวัง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับความตายของประชาชน  กับความอึดอัดไม่สบายใจไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราว   หรือเบียดเบียนให้เดือดเนื้อร้อนใจ ที่ตกดวงดาวจร  เป็นเหตุให้อยู่บ้านเกิดไม่ได้   ต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิด

  'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงวิกฤติ  'ธนาธร'  ขีดเส้นตาย 'ประยุทธ์'  25  พย.นี้  ต้องลาออก

ยกสุดท้าย กลยุทธ์ “อานนท์” ยกเพดานสันติวิธี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ยกสุดท้าย กลยุทธ์ “อานนท์” ยกเพดานสันติวิธี (komchadluek.net)

ยกสุดท้าย กลยุทธ์ “อานนท์” ยกเพดานสันติวิธี

ยกสุดท้าย กลยุทธ์ "อานนท์" ยกเพดานสันติวิธี

20 พฤศจิกายน 2563 – 09:07 น.

เลี่ยงแตกหักยาก คณะราษฎรดันทะลุเพดาน ทั้งเนื้อหาและกลยุทธ์ ฝ่ายรัฐก็ยกระดับจัดการม็อบ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เป็นไปตามคาด ปฏิกิริยาหลังรัฐบาลประกาศยกระดับการควบคุมม็อบ บรรดาแกนนำและองค์กรเครือข่ายม็อบราษฎร ต่างประสานเสียง “ไม่ถอย” และ “ไม่ลดเพดาน”

อ่านข่าว…  “อานนท์” บนทางเสี่ยงรับไม้ต่อ “แดง 112”

ยกสุดท้าย กลยุทธ์ "อานนท์" ยกเพดานสันติวิธี

ม็อบยกระดับการต่อสู้ 25 พ.ย.

ยกตัวอย่าง “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” ที่เปรียบเสมือนยานแม่ของเครือข่ายราษฎร ได้ตอบโต้ผ่านแฟนเพจว่า “ถ้าผู้มีอำนาจยังดึงดันที่จะปฏิบัติต่อพวกเราด้วยลวดหนาม ปืนยิงน้ำ แก๊สน้ำตา การปล่อยม็อบชนม็อบ และกฏหมายทุกฉบับทุกมาตรา เราก็จะไม่ยอมจำนน”    

“เกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ยืนยันผ่านเฟซบุ๊ก Chonthicha Kate Jangrew ว่า พวกเขายื่นทางออกประนีประนอมเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไป ผ่านกลไกสภาและการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน     

เมื่อรัฐสภาไม่เอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ คณะราษฎรจึงต้องนำสถาบันฯ ลงท้องถนน    

“หนทางข้างหน้าคือการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่จะไปไกลอย่างที่คุณไม่คาดคิด และพวกเราจะไม่มีวันยอมถอยหลังอีกเด็ดขาด” คำประกาศของชลธิชา    

สัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ย.นี้ แกนนำม็อบราษฎร จึงเตรียมจัดกิจกรรมเบิ้มๆ เขย่าทุกองคาพยพของสถาบันฯ  

ยกสุดท้าย กลยุทธ์ "อานนท์" ยกเพดานสันติวิธี

สองสหาย “ทนายอานนท์-ชลธิชา”

++
สันติวิธีเชิงรุก
++
ปฏิบัติการสาดสีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ก่อให้เกิดวิวาทะภายในกลุ่มราษฎร เนื่องจากแนวร่วมบางกลุ่มมองว่า เป็นการกระทำที่เกินเลยไป     

รวมถึงเสียงสะท้อนจากการ์ดอาชีวะบางคน ต่อการปราศรัย และการพ่นตัวหนังสือ “จาบจ้วงล่วงเกินสถาบัน” ดูจะไปไกลกว่าคำว่า “ปฏิรูป” และแนวโน้มจะ “ล้มล้าง” เสียมากกว่า     

การ์ดอาชีวะมองว่า การปราศรัยแบบไม่รับผิดชอบของแกนนำบางคน ได้กระตุ้นความโกรธแค้นให้คนเสื้อเหลือง ผู้ที่รับเคราะห์ก็คือ การ์ดในแนวหน้า    

ดูเหมือนว่าแกนนำอย่างทนายอานนท์ จะไม่สนใจฟัง เพราะวันก่อน เขาเพิ่งประกาศว่า “พวกเรายืนยันสันติวิธีขั้นสูงสุด ในการต่อสู้ครั้งนี้ และพร้อมจะยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธีแบบที่เคยยกเพดานด้านข้อเรียกร้องเช่นกัน”        

ยกเพดานการต่อสู้ทางสันติวิธี นั่นก็สุ่มเสี่ยงต่อการถลำไปสู่แนวทางอนาธิปไตย

ยกสุดท้าย กลยุทธ์ "อานนท์" ยกเพดานสันติวิธี

กลุ่มแกนนำราษฎร

++ 
สันติวิธีแบบไหน
++
ถ้ายังจำกันได้ ช่วงมีแฟลชม็อบใหม่ๆ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ได้นำเสนอหนังสือชื่อ “From Dictatorship to Democracy” หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ “จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย” ของ ยีน ชาร์ป (Gene Sharp) นักวิชาการผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง     

ธนาธรรับบทโค้ชชิ่ง (Coaching) ว่าด้วยเรื่องม็อบต้านเผด็จการ ด้วยการเปิดหลักสูตร “ต่อสู้เผด็จการ 101” ยีน ชาร์ป รวบรวมวิธีการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงเอาไว้ถึง 198 วิธี    

กลยุทธ์ของ ยีน ชาร์ป แบ่งออกเป็น 2-3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ การจูงใจสร้างแนวร่วม การหยุดให้ความร่วมมือแก่รัฐบาล และการเข้าแทรกแซงโดยสันติวิธี พร้อมทั้งเสนอข้อควรระวังในสถานการณ์ต่างๆ และแนวทางการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อต่อสู้ด้วยการเรียนรู้ ฝึกฝน อดทนและรอคอย     

สันติวิธีขั้นสูงสุด หรือยกระดับเพดานสันติวิธีคืออะไร? แท้จริงแล้ว ทนายอานนท์ต้องการสันติวิธีหรืออนาธิปไตย