ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ “รุนแรง” พาเสื่อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ “รุนแรง” พาเสื่อม (komchadluek.net)

ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ “รุนแรง” พาเสื่อม

ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ "รุนแรง" พาเสื่อม

26 พฤศจิกายน 2563 – 13:03 น.

5 เดือน ม็อบราษฎร แกนนำหัวดื้อ “เลยธง” พาขบวนมวลชนไปสู่จุดเสี่ยงแตกหัก 

++
เหตุการณ์ความรุนแรงภายในม็อบราษฎร 2 ครั้ง มีความเหมือนและความต่าง     

ครั้งแรก การ์ดอาชีวะปะทะคนเสื้อเหลือง ที่แยกเกียกกาย จนนำสู่ข้อเสนอจากอาชีวะบางคน ร้องขอให้แกนนำม็อบราษฎร ลดการปราศรัยจาบจ้วงเบื้องสูง ด้วยภาษาหยาบคาย 

อ่านข่าว…  ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า

เนื่องจากคำพูดเหล่านั้นได้ไปกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายหนึ่ง ให้โกรธแค้น ผู้ที่รับเคราะห์ก็คือ การ์ดในแนวหน้า    

ครั้งที่สอง การ์ดอาชีวะยิงกันเอง หลังเลิกการชุมนุมที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาเหตุมาจากนักเรียนอาชีวะมารวมตัวกันแบบหลวมๆ ติดอีโก้เรื่องสถาบัน    

เรื่องราวเหล่านี้ แกนนำม็อบราษฎร ไม่ค่อยสนใจใยดีมากนัก เพราะยึดหลัก “ทุกคนคือแกนนำ” และปล่อยให้ “ผู้ใหญ่” บางคนเข้าไปเคลียร์

++
แกนนำลอยตัว
++
เมื่อแกนนำม็อบราษฎร ประกาศเดินหน้าทะลุเพดาน เป้าหมายการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง จึงพุ่งไปที่สถาบันเบื้องสูง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นจะบุกสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงถูกหมายเรียกข้อหา ม.112     

“เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ส่วนตัวผมไม่ห่วงอะไรเลย ห่วงแต่บ้านเมืองเราว่าจะเสื่อมลงไปอีกเพราะการใช้กฎหมายนี้”    

ทำนองเดียวกัน “อานนท์ นำภา” ก็โพสต์ว่า “ชีวิตมันไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องพวกนี้แล้ว ปล่อยวาง และปล่อยผ่านเหมือนนั่งจิบเบียร์ฟังเพลงบลูในผับแถวถนนพระอาทิตย์”     

แกนนำม็อบราษฎร ท่องแต่คำว่า “การชุมนุม 5 เดือนที่ผ่านไป เราสะสมชัยชนะขึ้นมาเรื่อยๆ  หรือเรายกระดับจากม็อบมุ้งมิ๊งไปแล้ว” 

++
แกนนำหวาดกลัว
++
นับแต่การชุมนุมใหญ่หน้ารัฐสภา เกิดเหตุปะทะกัน ส่งผลให้ฝ่ายราษฎรบาดเจ็บไปหลายราย ทำให้แกนม็อบราษฎร อย่าง อานนท์ นำภา, ไผ่ ดาวดิน, รุ้ง ปนัสยา, เพนกวิน, ไมค์ จาดนอก, เกด ชลธิชา ฯลฯ ระมัดระวังตัวกันมากขึ้น มีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย    

การเดินทางไปแต่ละพื้นที่ชุมนุม มีการ์ดรักษาความปลอดภัยรายล้อมรอบตัว จึงมี “ผู้ใหญ่” ฝ่ายประชาธิปไตย เสนอตัวนำการ์ดมืออาชีพมาดูแลแกนนำ    

อีกด้านหนึ่ง แกนนำม็อบราษฎร เริ่มหวาดระแวง “การ์ดอาชีวะ” อย่างเช่น “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร ระบายผ่านเฟซบุ๊กว่า “การ์ดหลายๆกลุ่ม ทะเลาะกัน ไม่ถูกกัน ในส่วนนี้ไม่มีใครอาสาจัดการ เราก็พยายามจะประสานรอยร้าวให้”    

บังเอิญ “เฮียบุ๊ง” ไม่ใช่แกนนำปัญญาชนที่ชอบสร้างภาพ จึงพูดตรงๆ ที่ยอมรับว่า “การ์ดทะเลาะกัน” เพราะมาจากร้อยพ่อพันแม่    

“..ที่แก้ไม่ได้เลยก็คือการ์ดอาชีวะ กุยอมรับว่ากุไม่สามารถเข้าถึงความเป็นอาชีวะได้เลยแม้แต่นิดเดียว อาชีวะพอรวมตัวกันจะมีความยึดมั่นถือมั่นที่กุพยายามจะเข้าใจแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ”     

ยิ่งการชุมนุมนานวันไป ก็ยิ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งแตกแยก และอาจนำไปสู่ภาวะอนาธิปไตย 

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า (komchadluek.net)

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

26 พฤศจิกายน 2563 – 11:15 น.

การ์ดสองหน้า ตัวละครปริศนา ก่อเหตุรุนแรงในม็อบราษฎร เท็จจริงอย่างไร “ขาใหญ่การ์ดอาชีวะ” รู้ลึก รู้ดีที่สุด คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เหตุปาระเบิดปิงปอง และยิงปืนที่บริเวณ Avenue รัชโยธิน หน้าแมคโดนัลด์ หลังม็อบราษฎร ประกาศยุติการชุมนุม การ์ดอาชีวะ 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ และผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน    

นัยว่า การ์ดอาชีวะที่ถูกยิงนั้น สังกัดฟันเฟืองปทุมธานี ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มฟันเฟืองธนบุรี 

อ่านข่าว… การ์ดแดง “สมบัติ” เจ้าเก่า อย่าหาทิ้ง “เพนกวิน”

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

เฮียบุ๊ง หรือปกรณ์

หลังเกิดเหตุ สมบัติ ทองย้อย การ์ดเสื้อแดงให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า เป็นเรื่องของการ์ดอาชีวะ แต่ยังไม่สรุปไม่ได้ว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร?    

ขณะที่ “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายสนับสนุนม็อบราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เมิงเชื่อกุหรือยัง ที่กุเคยบอกไว้ว่ามันมีคนมาซื้อตัวอาชีวะฝั่งเรา กระสุน 5 นัดเมื่อคืน เมิงถามตัวเองสิ ว่าได้คำตอบหรือยัง”     

ประเด็น “ซื้อตัวอาชีวะ” มีการพูดถึงในกลุ่มแนวร่วมม็อบราษฎรมาระยะหนึ่งแล้ว หลังมีข่าวการประกาศถอนตัวของอาชีวะบางคน     

จริงๆแล้ว “เฮียบุ๊ง” ก็รู้ดีว่า มีความขัดแย้งภายในการ์ดอาสา ที่มากันแบบร้อยพ่อพันแม่ ไม่สามารถตรวจสอบประวัติกันได้หมดทุกคน 

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

การ์ดอาชีวะ ประกาศรวมพลได้สองสามวัน เกิดเหตุยิงกัน

++
สัญญาณรุนแรง
++
แอดมินเพจฟันเฟืองธนบุรี – Gear Of Red Thonburi ได้สรุปเหตุการณ์ภายหลังการ์ดอาชีวะถูกยิงว่า “..ผู้ก่อเหตุแฝงตัวเข้ามานานแล้ว และหาจังหวะก่อเหตุ แต่ไม่ใช่คนทั้งหมดของกลุ่มดังกล่าว”    

นับแต่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างการ์ดอาชีวะ กับคนเสื้อเหลืองกลุ่มหนึ่งที่แยกเกียกกาย ได้มีเสียงเรียกร้องจากการ์ดอาชีวะขอให้แกนนำราษฎร ลดการพูดปราศรัยที่จะไปปลุกเร้าให้ฝ่ายตรงข้ามมาระบายความโกรธแค้นที่การ์ด    

อีกด้านหนึ่ง การ์ดอาชีวะรู้สึกน้อยใจ ไม่ได้รับการดูแลเรื่องอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง ต่างจากการ์ดอาสาบางกลุ่มที่ได้รับเงินบริจาคมากมาย มีเครื่องป้องกันครบ    

ด้วยเหตุนี้ จึงมี “ผู้ใหญ่” เข้ามาจัดขบวนทัพการ์ดใหม่ ให้เป็นองค์กรการ์ดภาคีเพื่อประชาชน เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพ

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า
ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า
ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

การ์ดหลากหลายกลุ่ม

++
การ์ดเยอะเรื่องแยะ
++
ในการชุมนุมที่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ นับว่าเป็นครั้งแรกของการ์ดภาคีเพื่อประชาชน 
แอดมินเพจ iLaw ได้ทำการสำรวจกลุ่ม “การ์ดอาสา” ที่มาปฏิบัติหน้าที่วันนั้นมีมาถึง 12 ทีม
ทีมพิราบขาว 60 คนโดยเป็นหนึ่งในภาคีการ์ดเพื่อประชาชน 
การ์ดมวลชน 80-100 คน ทำงานร่วมกับการ์ดเสื้อแดง มีสัญลักษณ์เป็นผ้าพันคอสีชมพู
การ์ดเสื้อแดง ประมาณ 500 คน ทำงานร่วมกับ การ์ดมวลชน
การ์ดอาสา Mayhem 50-60 คน ทำงานร่วมกับ We Volunteer 
We Volunteer 200-300 คน 
การ์ดปลดแอก ประมาณ 120 คน
การ์ดราษฎร 60 คน ทำงานประสานกับการ์ดปลดแอกเป็นหลัก
การ์ดเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี 12 คน
การ์ดอาชีวะ (ปลอกแขนฟันเฟืองประชาธิปไตย) ระบุจำนวนไม่ได้ 
องค์กรบอดี้การ์ด สเปเชี่ยล ฟอร์ส นำโดย ‘ครูพลาม’ อดีตครูฝึกหน่วยรบพิเศษ มากกว่า 100 ค
อาชีวะพิทักษ์ประชาชน 40-50 คน (หรือคนส่วนใหญ่จะเรียกว่า “กลุ่มอาชีวะรุ่นใหญ่”)
เฟืองน้ำเงินเพื่อเสรีภาพ 20 คน โดยจะทำงานประสานกับกลุ่มการ์ดอาชีวะพิทักษ์ประชาชน 
เนื่องจากเป็นการ์ดอาสา มาจากหลายสำนัก ปัญหาการสื่อสารกันเองภายในกลุ่มการ์ดเป็นเรื่องน่าปวดหัวยิ่งนัก

ศึกระนอง วัดบารมี ‘ฮั้งเพ้ง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกระนอง วัดบารมี ‘ฮั้งเพ้ง’ (komchadluek.net)

ศึกระนอง วัดบารมี ‘ฮั้งเพ้ง’

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

25 พฤศจิกายน 2563 – 17:25 น.

ระนองไร้เงา ปชป. กลายเป็น “ศึกฮั้งเพ้ง” น่าจับตา “หิมาลัย ผิวพรรณ” โผล่แถวชายฝั่งอันดามัน

++
    การเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองฝน 8 แดด 4 อาจดูเงียบๆไปหน่อย เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ลงชิงชัย เหมือน 2 สมัยที่ผ่านมา
    ผู้สมัครนายก อบจ.ระนอง ที่น่าจับตามองมีอยู่ 2 ทีมคือหมายเลข 1 “ธนกร  บริสุทธิญาณี”  ทีมรวมพลังระนอง และหมายเลข 2 “ชัยพัฒน์  เศรษฐยุกานนท์”  สังกัดทีมระนองก้าวหน้า    

ในรอบ 20 ปีมานี้ เมืองระนอง แบ่งพื้นที่การเมืองเป็น 2 ระดับ หากเลือกตั้ง ส.ส. ก็ต้องยกให้ ปชป. แต่เลือกตั้งท้องถิ่น ก็ยี่ห้อ “ฮั้งเพ้ง”
    เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 “เอ” คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ลูกชายเสี่ยฮั้งเพ้ง พรรคภูมิใจไทย ชนะวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง 8 สมัย 
    นี่กระมัง ที่ปีนี้สนามเลือกตั้ง อบจ.ระนอง ไร้เงา ปชป.

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

                               แผ่นพับหาเสียงสมัยนายกฯ ฮั้งเพ้ง

++
ตำนานฮั้งเพ้ง
++
    บดินทร์ ฉัตรมาลีรัตน์ ฉายา “ราชาลูกชิ้นไทย” ซึ่งเป็นคนระนองโดยกำเนิด ดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายลูกชิ้นหมูฮั้งเพ้ง และลูกชิ้นเนื้อแชมป์ มาตั้งแต่ปี 2527
    เสี่ยลูกชิ้นฮั้งเพ้ง บดินทร์ตั้ง “กลุ่มระนองก้าวหน้า” ลงสนามการเมืองท้องถิ่น เป็นนายก อบจ.ระนอง 3 สมัย 
    ปี 2551 เสี่ยฮั้งเพ้ง ส่งไม้ต่อให้ “เสี่ยเอ” คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ คุมทัพระนองก้าวหน้า ลงป้องกันแชมป์ แต่ดันพ่าย นภา นทีทอง จากพรรค ปชป.
    ปี 2555 “เสี่ยเอ” พากลุ่มระนองก้าวหน้า สางแค้นเอาชนะนภา นทีทอง ได้เป็นนายก อบจ.ระนอง จนเรียกกันติดปากว่า “นายกเอ” 

++
ศึกคนกันเอง
++
    กลุ่มระนองก้าวหน้า มาถึงยุค “โกชัย” ชัยพัฒน์  เศรษฐยุกานนท์ อดีตเลขานุการนายก อบจ.ระนอง สมัยนายกฯฮั้งเพ้ง เป็นตัวแทนลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.
    ตระกูลของ “โกชัย” เป็นเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ ,ร้านค้าปลีกในตลาดเทศบาล ,ปั๊มน้ำมัน รวมถึงธุรกิจพัฒนาที่ดิน

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

                    โกชัย หัวหน้าทีมระนองก้าวหน้า

    โกชัยเล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน และได้เป็น ส.ว.ระนอง อยู่ระยะสั้นๆ ปี 2555 คงกฤษแต่งตั้งโกชัย เป็นรองนายก อบจ.ระนอง กำกับดูแลเรื่องการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
    ส่วนคู่แข่งโกชัยคือ “สจ.อิทธิ์” ธนากร บริสุทธิญาณี  อดีตรองประธานสภา อบจ.ระนอง ทายาทเจ้าของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ 
    “สจ.อิทธิ์” ตั้งกลุ่มรวมพลังระนอง มีสัญลักษณ์ประจำกลุ่มคือ รูปคน 3 คนจับมือกัน หมายถึงตัวแทนจาก 3 พรรค คือ 1.ประชาธิปัตย์ 2.ภูมิใจไทย 3.พลังประชารัฐ มีวงกลมล้อมรอบหมายถึงความกลมเกลียว ทำประโยชน์ให้ชาวระนอง 

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

                     สจ.อิทธิ์ ทีมรวมพลังระนอง 

    ที่น่าสนใจ วันสมัครรับเลือกตั้ง หิมาลัย ผิวพรรณ เดินทางมามอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีกับ สจ.อิทธิ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ระนอง ที่ได้เบอร์ 1 

นวพล 63 “ป๋าชู วัดเศวต” จอมยุทธ์ “สาธุ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นวพล63 “ป๋าชู วัดเศวต” จอมยุทธ์ “สาธุ” (komchadluek.net)

นวพล63 “ป๋าชู วัดเศวต” จอมยุทธ์ “สาธุ”

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

25 พฤศจิกายน 2563 – 16:01 น.

มาแล้ว “ป๋าชู วัดเศวต” ชื่อนี้ เสี่ยโป้ยังหลบ ผนึกกำลัง “สาธุ” เจ้าเก่า ระดมพลคนปกป้องสถาบันฯ

+++
การปรากฏตัวของ “คณะพลังแผ่นดินสยาม” นำโดย สาธุ อนุโมทามิ,บัญชา ปานนิวัฒน์ และสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู ในวันที่คณะราษฎรเตรียมจะเดินทางไปสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถือว่า ไม่ใช่เรื่องปกติแน่

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

ป๋าชู และอาชีวะปกป้องสถาบัน    

สำหรับ 3 แกนนำกลุ่มพลังแผ่นดินสยาม นักข่าวที่เกาะติดม็อบราษฎร อาจจะคุ้นกับ “เม่น”สุเมธ ตระกูลวุ่นหนู  อดีตหัวหน้ากลุ่มนักรบองค์ดำ ที่วันนี้ รับบทแกนนำศูนย์กลางประสานงาน นักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.)    

ส่วนอีก 2 รายคือ สาธุ อนุโมทามิ และบัญชา ปานนิวัฒน์ อาจผ่านหูผ่านตามาบ้าง ในหน้าข่าวการเมืองช่วงก่อนเลือกตั้ง 2562

++
คนดังคนบันเทิง
++    
แวดวงศิลปินตลก จะรู้จักชื่อ บัญชา ปานนิวัฒน์ หรือ “ป๋าชู วัดเศวต” เป็นอย่างดี ในฐานะหัวหน้าข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอทคอม และประธาน อปพร.เขตคลองสาน    

“ภารกิจพรุ่งนี้เช้า 10.00 น เริ่มการพูดถึงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จนถึง 12.00 น. หลังจากนั้น เราจะยุติการชุมนุม แล้วจะเดินทางไปรอรับเสด็จที่สวนลุมพินี..ตามนี้นะครับพี่ๆน้องๆทุกท่าน”    

“ป๋าชู” โพสต์ในเฟซบุ๊ก บัญชา ปานนิวัฒน์ ตอนกลางดึกวันที่ 24 พ.ย.2563 เมื่อทราบข่าวว่า ม็อบราษฎร เปลี่ยนแผนไปธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่     

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

กลุ่มพลังแผ่นดินสยาม

ย้อนไปเมื่อเดือน ม.ค.2562 “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นัดยกระดับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย     

ปรากฏว่า “ป๋าชู วัดเศวต” ได้นำกลุ่มคนฝั่งธนรักสันติ รวมตัวอ่านแถลงการณ์ “ไม่เอาคนอยากเลือกตั้ง” ที่ใต้สะพานสาทร ฝั่งธนบุรี โดยเรียกร้องให้ “จ่านิว” กับพวกหยุดการชุมนุมเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลประยุทธ์    

นั่นเป็นครั้งแรกที่ชื่อของ “ป๋าชู” ปรากฏในหน้าข่าวการเมือง เพราะปกติ ป๋าชูจะมีข่าวในแวดวงบันเทิง และจิตอาสาเสียมากกว่า  

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

สาธุ ผู้ก่อตั้งพรรคราชสีห์ไทย

++
ปริศนา ‘สาธุ’
++
สำหรับ “สาธุ อนุโมทามิ” ในแวดวงการเมือง ถือว่าเป็น “จอมยุทธ์พรรคเล็ก” เพราะรวบรวมเพื่อนพ้องน้องตั้งพรรคการเมืองหลายพรรคแล้ว    

ก่อนเลือกตั้งปี 2562 ได้ก่อตั้งพรรคพลังไทยดี แต่ไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส. และล่าสุด สาธุเพิ่งตั้งพรรคราชสีห์ไทย     

สาธุมีชื่อเดิม “วิโรจน์ พูลสุข” ประธานสภาองค์กรวิทยุและโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ
 
ปี 2550 วิโรจน์เป็นแกนนำเครือข่ายองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย เคลื่อนไหวผลักดันให้มีการบรรจุคำว่า “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ” ในรัฐธรรมนูญ 2550    

หลังรัฐประหาร 2557 วิโรจน์เปลี่ยนชื่อเป็น “สาธุ” พร้อมกับรับตำแหน่งประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติ และเลขาธิการเครือข่ายพสกนิกรไทย     

ก.ย.2561 สาธุได้ประชุมจัดตั้ง พรรคพลังไทยดี ชื่อย่อ “พพทด.” แต่ไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.     

ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง สาธุเดินสายหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.สังกัดกลุ่มบ้านริมน้ำ ของสุชาติ ตันเจริญ ทั้งในพื้นที่ฉะเชิงเทรา และยโสธร    

ติดตามกันดูต่อไปว่า กลุ่มพลังแผ่นดินสยาม จะก้าวไปสู่จุดไหน ในสถานการณ์ม็อบราษฎรคึกคะนอง

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง “นันทิดา” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง “นันทิดา” (komchadluek.net)

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง “นันทิดา”

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

25 พฤศจิกายน 2563 – 11:18 น.

ปากน้ำสะเทือน สงครามตัวแทน “อัศวเหม-จึงรุ่งเรืองกิจ” ชิงเก้าอี้นายก อบจ. กลางกระแสม็อบสามนิ้ว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สมุทรปราการ เป็นอีกสนามหนึ่งที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ มิใช่แค่ชายขอบเมืองหลวง หากแต่ยังเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ระหว่างการเมืองเก่า กับการเมืองใหม่    

ท้องถิ่นเมืองปากน้ำ อยู่ภายใต้การบริหารงานของตระกูล “อัศวเหม” มา 9 ปี หลังจากการเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการ ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2554

อ่านข่าว… ศึกปากน้ำ “ทอน” ส่อถอย “นันทิดา” มาแล้ว

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

ป้ายหาเสียงของ “ตู่ นันทิดา”

ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ในนามกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ชนะอำนวย รัศมิทัต อดีตนายก อบจ. และภัทรวดี อภิเด่นนภาลัย ค่ายเพื่อไทย    

การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สร้างปรากฏใหม่ให้คนปากน้ำ เมื่อตระกูล “อัศวเหม” ที่พ่ายเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร มาแต่เลือกตั้งปี 2544 จนถึงปี 2554 กลับผงาดยึดเก้าอี้ ส.ส.ปากน้ำ 6 ที่นั่ง ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคเพื่อไทยพ่ายหมด     

อีกปรากฎการณ์หนึ่งที่น่าจับตาคือ กระแสธนาธร ทำให้พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ 1 ที่นั่ง คือ วุฒินันท์ บุญชู เขต 4 ส่วนผู้สมัคร ส.ส.เขตอื่น แม้สอบตก แต่ได้คะแนนเฉลี่ยเขตละ 3 หมื่นคะแนน    

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2563 กรุง ศรีวิไล พรรคพลังประชารัฐชนะขาด และผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ไม่ถึง 2 หมื่นคะแนน    

ดังนั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการ ปีนี้ จึงมีผู้สมัครตัวเต็งอยู่ 3 คนคือ หมายเลข 1 นันทิดา แก้วบัวสาย กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า , หมายเลข 4 อำนวย รัศมิทัต กลุ่มรวมพลังสมุทรปราการ และหมายเลข 5 ธัชชัย เมตโต คณะก้าวหน้า 

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

เธอมาเพื่อการเปลี่ยนแปลงของอัศวเหม

++
บ้านใหญ่ ‘อัศวเหม’
++
มังกรปากน้ำ วัฒนา อัศวเหม มีบุตรชาย 3 คนคือ พิบูลย์ อัศวเหม, พูลผล อัศวเหม และชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ซึ่งพูนพล เป็น ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย (เสียชีวิตแล้ว)    

แม่ทัพใหญ่ของอัศวเหม คือ “เสี่ยเอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ตามมาด้วย ประภาพร อัศวเหม (ภรรยาพูลผล) และอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ (หลานชายวัฒนา)     

วันที่ 1 ต.ค.2563 ชนม์สวัสดิ์ประธานหอการค้า จ.สมุทร ปราการ มอบให้นันทิดา แก้วบัวสาย รองประธานหอการค้า จ.สมุทรปราการ ไปเปิดงาน “ประเพณีรับบัว” ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งวันนั้นเหมือนเป็นการเปิดตัว “นันทิดา” ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.สมุทรปราการ    

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

ป้ายหาเสียงของก้าวหน้า ชูธนาธร เรียกคะแนน

เสี่ยเอ๋รู้ดีว่า การเมืองท้องถิ่นไม่เหมือนเก่า จึงพยายามปั้นลูกหลานรุ่นที่ 3 ของอัศวเหม เข้าสู่ถนนการเมือง การเลือกนันทิดา ลงสมัครนายก อบจ.ปากน้ำ ก็หวังจะดึงฐานเสียงคนรุ่นใหม่     

ก่อนหน้านั้น เสี่ยเอ๋ได้ลงทุนทำทีมลูกหนังสมุทรปราการซิตี้ และส่งเสริมเยาวชนให้มาสนใจอี-สปอร์ตมากขึ้น    

พูดง่ายๆ เสี่ยเอ๋กำลังนำเอา “บุรีรัมย์โมเดล” มาใช้ในปากน้ำ 

++
ธนาธรลุยเอง
++ 
ว่ากันตามตรง ป้ายหาเสียงของคณะก้าวหน้าทั่วเมืองปากน้ำ มองผ่านๆ นึกว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลงสมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ    

เนื่องจากทุกป้ายหาเสียงของ ธัชชัย เมตโต ผู้สมัครนายก อบจ. สมุทรปราการ จะมีภาพของธนาธรประกบคู่ตัวธัชชัย รวมถึงผู้สมัคร ส.อบจ. ก็ยังใช้ภาพธนาธรประกบภาพตัวเอง    

“ธัชชัย” ไม่ใช่คนเด่นคนดัง เป็นชาวสมุทรปราการโดยกำเนิด เกิดที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ ประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยเปิดบริษัทเทรดดิ้ง เกี่ยวกับอะไหล่เครื่องจักรกล     

จะว่าไปแล้ว ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” และบริษัท ไทยซัมมิทโอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ปักหลักอยู่ในแถบทุ่งบางพลี บางโฉลง บางเสาธง มานานกว่า 20 ปี     

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

ทีมธนาธร เพื่อคนปากน้ำ

10 ปีที่แล้ว เจ๊สมพร ลงทุนสร้างสโมสรฟุตบอลไทยซัมมิท

สมุทรปราการ เป็นตัวแทนของสมาคมกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ลงแข่งขันในโปรวินเชียลลีก และคว้าแชมป์ ได้สิทธิเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 แต่ปัญหาเยอะ ทั้งเรื่องสนาม และระบบการแข่งขัน เจ๊สมพรเลยประกาศยุบสโมสร     

ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 “ธนาธร-ปิยบุตร” จัดกิจ กรรม “อนาคตเมืองสมุทร ในมือคนสมุทรปราการ” ที่แอท เลค สตูดิโอ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ    

นั่นคือการส่งสัญญาณว่า “จึงรุ่งเรืองกิจ” ขอท้ารบ “อัศวเหม” ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน (komchadluek.net)

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

24 พฤศจิกายน 2563 – 15:31 น.

ศึกท้องถิ่นร้อยเอ็ด เพื่อไทยไม่ส่ง “มังกร” แชมป์เก่าลงสนาม “คุณหญิงหน่อย” มาการันตียี่ห้อเพื่อไทย

++
มีเรื่องประหลาดๆ ของพรรคเพื่อไทย ในการส่งผู้สมัครนายก อบจ.ทั่วประเทศ เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรค มีมติส่ง 25 จังหวัด แต่ก็มีผู้สมัครนายก อบจ.หลายจังหวัด ที่พรรคไม่ได้ประกาศว่า ลงสมัครในนามพรรค แต่กลับใช้โลโก้พรรคหาเสียง

อ่านข่าว…   เอ๊ะยังไง “หน่อย” โผล่นครพนม 

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

คุณหญิงสุดารัตน์ การันตีมังกร คนเพื่อไทย

ตัวอย่างกรณี “มังกร ยนต์ตระกูล” อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในนามกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด และไม่ได้อยู่ใน 25 รายชื่อ กลับใช้โลโก้พรรคหาเสียง    

ต่อมา เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงว่า ผู้สมัครของกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด ได้รับอนุมัติและยินยอมจากทางพรรคเพื่อไทย ให้ใช้ชื่อและโลโก้ของพรรคในการเลือกตั้ง อบจ.ร้อยเอ็ดในครั้งนี้ ไม่ได้มีการแอบอ้างอะไรทั้งสิ้น    

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้เดินทางมาหาเสียงช่วย “มังกร” และมีการถ่ายภาพ “คุณหญิงหน่อย” ชูมือมังกร กลางทุ่งนาอีกต่างหาก    

เหมือนการันตีอีกครั้ง มังกรเป็นคนเพื่อไทยแน่นอน ไม่ได้จับมือกับนักการเมืองต่างพรรค    

ตอนแรก ดูเหมือนว่า มังกรจะวางมือ และส่งไม้ต่อให้ “เสี่ยเอ” เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ที่ออกสตาร์ทหาเสียงไปแล้ว จู่ๆ เสี่ยมังกร เปลี่ยนใจกลับลงสนามป้องกันแชมป์แบบกระทันหัน

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

ไม่หายไปไหน ยังเดินหาเสียงแถวอีสาน

++
สามก๊กร้อยเอ็ด
++
20 ปีมานี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ใน 3 ก๊กการเมืองร้อยเอ็ด    

ก๊กยนต์ตระกูล นำโดย มังกร ยนต์ตระกูล ดีลเลอร์ขายรถรายใหญ่ภาคอีสาน (โตโยต้าร้อยเอ็ด และโตโยต้าสาเกตนคร) เคยเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด 1 สมัย ในนามพรรคชาติไทย ปี 2548       

ปี 2550 มังกรย้ายมาอยู่ค่ายทักษิณ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชน ลำดับที่ 7 เขตอีสานตอนล่าง แต่คะแนนไม่ถึง     

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ และคุณหญิงสุดารัตน์

ปี 2551 มังกร ลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในนามกลุ่มพลังประชาชน101 โดยมี ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน สนับสนุน    

ปีนั้น มังกร ในฐานะอดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทย เจรจากับตระกูล “จุรีมาศ” สำเร็จ ยอมเป็นพันธมิตรการเมือง ไม่ส่งคนลงสมัครนายก อบจ.    

ในแง่ส่วนตัว มังกร เป็นลูกเขย พรศักดิ์ ไวนิยมพงศ์ นักการเมืองท้องถิ่น อ.ธวัชบุรี จึงมีศักดิ์เป็นน้องเขย “เสี่ยเอ” เศก สิทธิ์  ไวนิยมพงศ์     

ก๊กจุรีมาศ “เสี่ยไก่” ทินกร จุรีมาศ เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในยุคที่ทักษิณยังไม่เล่นการเมือง     

ในสนามใหญ่ ตระกูล “จุรีมาศ” ภักดีต่อพรรคชาติไทยไม่เปลี่ยนแปลง และปักหลักสู้กับกระแสทักษิณในร้อยเอ็ดมา 3-4 สมัย    

เลือกตั้ง 2562 “เสี่ยแกละ” อนุรักษ์ จุรีมาศ น้องชายเสี่ยไก่ กลับมาเป็น ส.ส.อีกหน  

ก๊กพลซื่อ นำโดย เอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่เคยส่งภรรยา-รัชนี พลซื่อ เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด มาแล้ว 1 สมัย     

เอกภาพ เป็นสายตรงกลุ่มวังพญานาค มีความใกล้ชิดกับพินิจ จารุสมบัติ และเลือกตั้งหนล่าสุด เอกภาพ และรัชนี ยกทีมมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ     

เลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด หนนี้ เอกภาพ ลงสมัครนายก อบจ.เอง ทำศึกล้างกับมังกร ยนต์ตระกูล     

เมื่อปี 2555 ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด มังกร ยนต์ตระกูล ได้ 189,838 คะแนน ,รัชนี พลซื่อ ได้ 170,242 คะแนน และทินกร จุรีมาศ ได้ 153,693 คะแนน     

สำหรับปีนี้ ตระกูล “จุรีมาศ” ไม่ลงสนาม และไม่ต้องถามว่า “จุรีมาศ” จะเป็นพันธมิตรกับก๊กใดในร้อยเอ็ด

เดินเกมแรง ปั่น “รัฐประหาร” คุมม็อบไม่อยู่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เดินเกมแรง ปั่น “รัฐประหาร” คุมม็อบไม่อยู่ (komchadluek.net)

เดินเกมแรง ปั่น “รัฐประหาร” คุมม็อบไม่อยู่

เดินเกมแรง ปั่น "รัฐประหาร" คุมม็อบไม่อยู่

24 พฤศจิกายน 2563 – 13:51 น.

เสียง ฮ.สะเทือนประเทศ ข่าวลือรัฐประหารแรง แกนนำราษฎรเขย่าขวัญ กลบอาการกล้าๆกลัวๆ

++
ตลอดคืนวันที่ 23 พ.ย.2563 ในทวิตเตอร์เต็มไปด้วยข้อความ “ตื่นตกใจเสียง ฮ.บินต่ำ” เหมือนกระต่ายตื่นตูม ข่าวลือรัฐประหารว่อน    

ความจริง มีเฮลิคอปเตอร์หลายลำบินต่ำ ในเขตกรุงเทพฯชั้นใน หลายคนจึงกังขาว่า เหตุใด จึงมี ฮ.มาบินต่ำแถวนี้ หลังการตรวจสอบพบเป็น เพราะ ฮ. ที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ

อ่านข่าว…  ส่อง “ปิยบุตร” ปฏิวัติหรือจลาจล

เดินเกมแรง ปั่น "รัฐประหาร" คุมม็อบไม่อยู่

โตโต้ หัวหน้าการ์ดมั่นใจในพลังต้านการรัฐประหาร

บังเอิญใกล้วันนัดหมายการชุมนุมของคณะราษฎร วันที่ 25 พ.ย.2563 ที่มีเป้าหมายจะเดินทางไปสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์    

บรรดาแกนนำม็อบราษฎร และแนวร่วม จึงประโคมข่าว “รัฐประหาร” พร้อมกับปลุกเร้าให้เตรียมตัวต้านการยึดอำนาจ

++
เขย่าขวัญกันเอง
++
เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2563 ปิยบุตร แสงกนกกุล โพสต์เฟซบุ๊กว่า จะมีรัฐประหารเกิดขึ้นแน่นอน แต่เชื่อว่า ไม่จบเหมือนเดิม    

“บ้านเมืองไปไกลแล้ว พี่น้องประชาชนตื่นตัวและรู้มาก เยาวชนคนหนุ่มสาวออกมาต่อสู้กันมาก     

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา โพสต์เฟซบุ๊กทำนองเดียวกันว่า “เมื่อมีรัฐประหาร การต่อต้าน เป็นหน้าที่ของประชาชนโดยชอบธรรมอย่างสมบูรณ์ ไม่จำกัดรูปแบบ ไม่มีวิธีการ”    

เดินเกมแรง ปั่น "รัฐประหาร" คุมม็อบไม่อยู่

การ์ดได้รับการทดสอบมาแล้ว

ส่วน “อานนท์ นำภา” ไม่วายตามกระแสข่าวลือยึดอำนาจ โดยโพสต์ว่า “ทหารจะช่วยฉีกรัฐธรรมนูญนี้ เพื่อให้ราษฎรสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับคนเท่ากัน เชิญมึงทำรัฐประหาร  ประเทศนี้พร้อมแล้วที่จะทิ้งอะไรไว้ข้างหลัง เพื่อให้ได้เดินไปข้างหน้า” 

++
เดินแรงทะลุเพดาน
++
เนื่องจากม็อบราษฎร ตั้งธงปฏิรูปสถาบันฯ ชนิดทะลุเพดาน เลยการเรียกร้องยุบสภา และเลยการไล่ประยุทธ์ให้ลาออก จึงเจอแรงเหวี่ยง กระแทกกลับจากกลุ่มคนปกป้องสถาบัน    

ปรากฏการณ์ “กล้าๆกลัวๆ” หรือยิ่งสูงยิ่งหนาว สะท้อนออกมาดังนี้
1.แรงในเนื้อหา การปราศรัยของแกนนำม็อบราษฎร ระยะหลังๆ เต็มไปด้วยถ้อยคำปลุกเร้ารุนแรง ฟังไปฟังมา เหมือนไม่ใช่การปฏิรูป แต่จะเป็นการปฏิวัติ
2.ประกอบกองกำลัง มีการรวบรวม “การ์ดอาสา” ประมาณ 1,500 คน รวมกับการ์ด wevo ของโตโต้ อีก 300 คน ก็ไม่ต่างอะไรกับยุทธศาสตร์ “แก้ว 3 ประการ” ของกี้ร์ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ที่เคยประกาศบนเวทีเสื้อแดง เมื่อปี 2553
แก้ว 3 ประการคือ นปช. กองกำลัง(การ์ด นปช.) และแนวร่วม เวลานั้น นปช. มีการ์ดอาสา ทั้งของส่วนกลาง และแนวร่วมไม่ต่ำกว่า 3000 คน    

เดินเกมแรง ปั่น "รัฐประหาร" คุมม็อบไม่อยู่

ทนายอานนท์ ปล่อยข่าวทุกวัน

ฉะนั้น กลยุทธ์ประกอบกำลัง ก็คล้ายกับจะเตือนฝ่ายผู้ถืออำนาจ อย่าคิดทำรัฐประหาร หากเกิดการยึดอำนาจ ก็จะเจอการตอบโต้จากกองกำลังการ์ดอาสาอย่างแน่นอน    

นับจากวันที่ 25 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ม็อบราษฎร จะเดินเกมแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ล่อให้ฝ่ายผู้ถืออำนาจก่อการรัฐประหาร    

เงื่อนไขรัฐประหาร จะนำไปสู่การปลุกระดมผู้คนลงสู่ท้องถนนเหมือนอาหรับสปริง ชัยชนะของราษฎรก็จะบังเกิดขึ้นทันที 

เก๋าเจอเก๋า “ธงชัย” ชน “ฉลอง” ก้าวหน้าเสียบสนามนนท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เก๋าเจอเก๋า “ธงชัย” ชน “ฉลอง” ก้าวหน้าเสียบสนามนนท์ (komchadluek.net)

เก๋าเจอเก๋า “ธงชัย” ชน “ฉลอง” ก้าวหน้าเสียบสนามนนท์

เก๋าเจอเก๋า "ธงชัย" ชน "ฉลอง" ก้าวหน้าเสียบสนามนนท์

24 พฤศจิกายน 2563 – 10:24 น.

สังเวียนนนท์ไม่หมู “ธงชัย” แชมป์ 3 สมัย เจอจอมเก๋า “ฉลอง” พร้อมพลังคนรุ่นใหม่ค่ายก้าวหน้า ท์

++
การเติบโตของปริมณฑลเมืองหลวง ทำให้กรุงเทพมหานครกับนนทบุรี แทบจะหาเส้นกั้นเขตแดนไม่พบ     

ปัจจุบัน นนทบุรีแบ่งเขตการปกครองเป็น 6 อำเภอ 52 ตำบล 424 หมู่บ้าน มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง และมีความพร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ประชากรจากต่างถิ่นจึงหลั่งไหลเข้ามาอยู่ในเมืองนนท์เพิ่มขึ้นทุกปี

อ่านข่าว…  เอ๊ะยังไง “ฉลอง” บวก พท. พลังพวกเหนือพรรค

เก๋าเจอเก๋า "ธงชัย" ชน "ฉลอง" ก้าวหน้าเสียบสนามนนท์

ธงชัย แชมป์ 3 สมัย

พฤติกรรมการเลือกตั้งของคนนนทบุรี มีความใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ คือ “กระแสพรรค” หรือกระแสตัวบุคคล มีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจกาบัตรเลือกตั้ง    

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 นนทบุรี มี ส.ส.ได้ 6 คน พรรคเพื่อไทย 5 คน และพรรคพลังประชารัฐ 1 คน ประกอบด้วย เจริญ เรี่ยวแรง (พปชร.), จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ (พท.),มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ (พท.),มนตรี ตั้งเจริญถาวร (พท.),วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ (พท.) และภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ (พท.)    

ที่น่าสนใจ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ หรือพรรคก้าวไกล ทั้ง 6 เขต ได้คะแนนอยู่ในอันดับ 3 เฉลี่ยเขต 2-3 หมื่นคะแนน     

ส่วนการเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี ที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ ผู้สมัครตัวเต็ง ไม่ได้สังกัดพรรค แต่ก็อิงการเมืองระดับชาติ 

เก๋าเจอเก๋า "ธงชัย" ชน "ฉลอง" ก้าวหน้าเสียบสนามนนท์

ฉลอง ผู้ท้าชิง ฟอร์มจัดจ้าน

++
แชมป์เก่าเหนื่อย
++
ในฐานะแชมป์เก่า 3   สมัย “พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี หมายเลข 3 กลุ่มผึ้งหลวง ชูคำขวัญหาเสียง “สร้างนนทบุรี ให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ผ่านสื่อโซเชียล ติดแฮชแท็ก #ผึ้งหลวงพึ่งได้    

16 ปีที่แล้ว พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ ลงสนามนายก อบจ.ครั้งแรก เอาชนะเกษมสุข ทรงวัชราภรณ์ หัวหน้ากลุ่มพลังหนุ่ม ได้บริหาร อบจ.นนทบุรี นับแต่นั้นเรื่อยมา โดยผ่านการเลือกตั้งอีก 2 ครั้ง ชนะคู่แข่งสบายๆ    

พ.ต.ท.ธงชัย มีลักษณะประนีประนอม จึงมี “พวก” อยู่ในทุกพรรคการเมืองที่ยึดครองสนามนนท์ ทั้งเพื่อไทย และประชาธิปัตย์    

ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรีครั้งนี้ พ.ต.อ.ธงชัย ต้องเจอคู่แข่งจอมเก๋าอย่าง “ฉลอง เรี่ยวแรง” และคนรุ่นใหม่ได้สีเสื้อดีอย่าง “ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ” จากคณะก้าวหน้า   

เก๋าเจอเก๋า "ธงชัย" ชน "ฉลอง" ก้าวหน้าเสียบสนามนนท์

ธนาธร พาไพบูลย์ หาเสียง

++
ฉลองมาแล้ว
++
สังเวียนท้องถิ่นเมืองนนท์ มีสีสันและเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนไม่น้อย เมื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” ตัดสินใจสมัครนายก อบจ. นนทบุรี    

“ฉลอง” เป็นชาว ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี โดยกำเนิด สมัยที่เป็น ส.ส.นนทบุรี 3 สมัย ที่มั่นของเขาจะอยู่แถวรอบนอก อย่าง อ.ไทรน้อย ,อ.บางใหญ่ และ อ.บางบัวทอง     

เลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว ฉลองย้ายจากเพื่อไทยมาสังกัดพลังประชารัฐ ตัวเขาเองพ่ายคู่แข่งแบบฉิวเฉียด แต่เจริญ เรี่ยวแรง เฉือนชนะนิทัศน์ ศรีนนท์ แชมป์เก่าเพื่อไทย    

เมื่อปี่กลองการเมืองท้องถิ่นดังขึ้น ฉลองในนาม “กลุ่มพลังนนท์” ขออาสาชิงเก้าอี้นายก อบจ.นนท์ จับสลากได้หมายเลข 2 ขายนโยบาย “โรงพยาบาล อบจ.นนทบุรี” ทันที     

เลือกตั้งนายก อบจ.สมัยที่แล้ว ฉลองหนุน พ.ต.ท.ธงชัย โดยส่งน้องชาย ศรีชาติ เรี่ยวแรง เป็น รอง นายก อบจ.นนทบุรี แต่วันนี้ ฉลอง-ธงชัยแยกทางกันเดิน

++
ไพบูลย์ตัวแปร
++ 
นนทบุรี เป็นจังหวัดต้นแบบของการเขย่าเลือกตั้งท้องถิ่นของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งแต่สมัยที่เป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่    

กลางปี 2562 ธนาธร จึงเลือกนนทบุรี เป็นโมเดลการสรรหาผู้สมัครนายก อบจ. โดยสมาชิกพรรคโหวตเลือก ปรากฏว่า ไพบูลย์ กิจวรวุฒิ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 4 พรรคอนาคตใหม่ ชนะนักธุรกิจหนุ่ม-พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ได้เป็นตัวแทนพรรค    

เมื่ออนาคตใหม่ถูกยุบ ธนาธรโยกมาตั้งคณะก้าวหน้า “ไพบูลย์” จึงได้ลงสมัครนายก อบจ.เมืองนนท์ ในสีเสื้อก้าวหน้า    

ไพบูลย์แอบหวังกระแสก้าวหน้า จะมาแรงเหมือนกระแสธนาธร ตอนเลือกตั้งปี 2562  

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤต “จตุพร” ฟันธง นายกฯ คนต่อไปต้องเป็น “อนุทิน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤต “จตุพร” ฟันธง นายกฯ คนต่อไปต้องเป็น”อนุทิน ” (komchadluek.net)

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤต “จตุพร” ฟันธง นายกฯ คนต่อไปต้องเป็น”อนุทิน “

"ซินแสเข่ง"ผ่าดวงวิกฤต "จตุพร" ฟันธง นายกฯ คนต่อไปต้องเป็น"อนุทิน "

23 พฤศจิกายน 2563 – 22:40 น.

“ซินแสเข่ง”ชี้”อนุทิน”ดวงตกปีปะทะขึ้นนายกฯ เหมือนกินยาพิษ มีแต่เหตุแก้ปัญหาไม่ได้ดวงตก ปีชงปะทะ  เตือนระวัง ถ้าอยากเป็นใหญ่  ต้องดูหน้าอินทร์หน้าพรหม  จากบุคคลไม่หวังดี บ่างช่างยุ หวังยุแหย่ ชี้ช่องหวังขึ้นตำแหน่ง เชื่อรอวันถูกเชือด ประคองตัวให้ผ่านดีกว่า

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤต”จตุพร”ฟันธง นายกฯคนต่อไปต้องเป็น”อนุทิน” แต่“ซินแสเข่ง“ชี้”อนุทิน”ดวงตกปีปะทะ ขึ้นนายกฯเหมือนกินยาพิษ มีแต่เหตุ แก้ปัญหาไม่ได้ดวงตก ปีชงปะทะ  เตือนระวัง ถ้าอยากเป็นใหญ่  ต้องดูหน้าอินทร์หน้าพรหม  จากบุคคลไม่หวังดี  บ่างช่างยุ  หวังยุแหย่ ชี้ช่อง  หวังขึ้นตำแหน่ง  เชื่อรอวันถูกเชือด   ประคองตัวให้ผ่านดีกว่า  อยู่อย่างนี้ไม่เจ็บตัวอยู่ ไม่เดือดร้อน  หากเชื่อ “จตุพร” ไม่เกิน 3 – 6 เดือน  มีเหตุให้ล่มสลาย เพราะศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก ปีแห่งการแตกแยกเชื่อใครไม่ได้ ยิ่งดิ้นยิ่งเจ็บตัว ไม่ต่างกับ” ธนาธร” กลุ่มก้าวหน้า เชื่อ”จตุพร”เหมือนจะตกปลา ต้องเอาเหยื่อล่อ เพราะอย่างน้อยเชื่อว่า เชือดยากกว่า”อนุพงษ์  เผ่าจินดา”

ซินแสเข่ง อาจารย์ ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบันโหราศาสตร์ พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวงจังหวะชีวิต  รองนายกฯและรมต.สาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกุล จาก นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช. ประธานแนวร่วมประชาธิปไตย กล่าวในรายการ ลมหายใจ พีช  TV เวทีทัศน์ ว่า สถานการณ์การเมืองและประเมินสถานการณ์ชุมนุม จุดเริ่มต้นแห่งการตะลุมบอนและเชื่อ 2 ธันวาคมนี้ นายกฯ ประยุทธ์   รอดยากและทำนายดวงนายกฯคนต่อไป ต้องเป็น อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรัฐมนตรีสาธารณสุข นั้น

โดย ซินแสเข่ง  วิเคราะห์เจาะลึก รองนายกฯ อนุทิน โอกาสที่จะขึ้นรับตำแหน่งยังห่างไกล ถึงจะเป็นโอกาส แต่ถ้ารับก็เหมือนกินยาพิษ เพราะปีปะทะ ดวงไม่เกื้อกูล  หากขึ้นก็มีแต่เรื่องเดือดร้อน อีกประการหนึ่งในดวงชะตาไม่มีดวงเป็นนายกฯเหมือน”จตุพร” ชี้ช่อง ให้เดินไปตกเหวมากกว่า และถ้าเทียบดวงราศีกับ พล.อ. อนุพงษ์  เผ่าจินดา  ต่างกันราวฟ้ากับดิน  ประกอบกับเป็นช่วงจังหวะน้ำขึ้น”บิ๊กป๊อก” โอกาสเปลี่ยนแปลงแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองได้ดีที่สุด อำนาจการบริหารประเทศความแข็งแกร่งก็ไม่ต่างกับ นายกฯ ประยุทธ์  จันทร์โอชา  แต่  คุณจตุพร  จะเชือด พล.อ. อนุพงษ์   นั้นยาก

ซินแสเข่ง  วิเคราะห์ดวงโหงวเฮ้ง “ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้ากลุ่มก้าวหน้า ช่วงไตรมาสที่ 3 นี้ ค่อนข้างจะเครียดมากที่สุด และอุปสรรคสาหัสมากที่สุด บวกกับลักษณะโหงวเฮ้งที่ไม่ค่อย แช่มชื่นสักเท่าไหร่นัก  ไม่มีโหงวเฮ้งที่เกื้อกูลส่งเสริมและสนับสนุน ให้เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีนอกจากวันเดือนปี ที่มีผลกระทบ อย่างรุนแรงในช่วงนี้แล้ว   ลักษณะโหงวเฮ้ง ก็ยังส่งผลให้ตกหนักเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในลักษณะของวิสัยทัศน์ที่แคบและสั้นลง 

แต่ช่วงเดินคิ้ว ถือว่าเป็นคนที่คิดเก่ง สามารถคิดพลิกแพลงไปได้เรื่อยๆ ส่วนใบหูนั้นเป็นคนที่รู้จักแก้ไขสถานการณ์ แต่ดื้อรั้น กล้าแสดงออก โหนก แก้มทั้งสองข้าง ค่อนข้างจะแห้งลงไม่มีอำนาจบารมี เส้นทางช่วงระยะเดินอายุอุปสรรคจะเดินลำบาก  ดวงตาบ่งบอกถึงความเครียดวิตกกังวล  ถึงแม้นว่า จะพยายาม ฝืนยิ้มให้สดชื่น แต่ก็ส่งผลให้ เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตและถ้าหากว่า ย่างเข้าเดือนธันวาคม จะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม  เก่งแต่ไม่บวกเฮง

เจาะกองกำลัง “การ์ดราษฎร” 2 ปีก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เจาะกองกำลัง “การ์ดราษฎร”  2 ปีก (komchadluek.net)

เจาะกองกำลัง “การ์ดราษฎร”  2 ปีก

เจาะกองกำลัง "การ์ดราษฎร"  2 ปีก

23 พฤศจิกายน 2563 – 15:11 น.

ฝ่ายความมั่นคง เฝ้าจับตาเครือข่าย “การ์ดม็อบราษฎร” 2 ปีก มีกำลังมากกว่า 2 พันคน 

++
ปัญหาคาใจของการ์ดม็อบราษฎรนั้น น่าจะเริ่มจากกลุ่มนักเรียนอาชีวะย่านฝั่งธนบุรี สะท้อนภาวะการนำในนาทีวิกฤตที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 จึงมีการการ์ดบางคนประกาศถอนตัว    

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2563 การ์ดอาสารวม 10 กลุ่ม ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวกลุ่ม “การ์ดภาคีเพื่อประชาชน” เพื่อการปกป้องดูแลประชาชนทุกวิถีทางในแบบสันติวิธี โดยยืนยันตามข้อเรียกร้องเหมือนม็อบราษฎร

อ่านข่าว…  ประกาศตั้งกลุ่มการ์ดภาคีเพื่อประชาชน ปกป้องผู้ชุมนุม

เจาะกองกำลัง "การ์ดราษฎร"  2 ปีก

การ์ดอาชีวะ รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว

ที่น่าสนใจ การ์ดภาคีเพื่อประชาชน ได้รวมตัวจากการ์ดอาสาทั่วไป ได้กำลังพลถึง 1,500 คน     

การก่อเกิดการ์ดภาคีเพื่อประชาชน ทำให้นึกถึงเหตุการณ์การชุมนุมของ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่มีการจัดตั้งการ์ดปกป้องคนเสื้อแดง โดยแบ่งเป็น “ทีมการ์ด นปช.”    

อีกทีมหนึ่งเป็นการ์ดอาสา ที่ดูแลโดย “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

วันนี้ ม็อบราษฎร ก็มีการ์ด 2 ปีก โดยกลุ่มหลักคือ การ์ดวีโว่ (wevo) การ์ดอาสานักศึกษา บัญชาการโดย “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ

ส่วนทีมการ์ดอาสา 10 กลุ่มที่ก่อตั้งขึ้นใหญ่ ผู้ดูแลโดยตรงไม่เปิดหน้า แต่ฝ่ายความมั่นคงทราบดีว่าเป็นใคร?

เจาะกองกำลัง "การ์ดราษฎร"  2 ปีก

การ์ดอาสาวีโว่

++
10 ทีมการ์ด
++
การ์ดอาสา 10 กลุ่ม ประกอบด้วยการ์ดปลดแอก 1.ทีมการ์ดปลดแอก ไม่ยึดติดแกนนํา มุ่งเน้นให้ทีมงานปลอดภัย
2.ทีมการ์ดมวลชน จัดตั้งจากกลุ่มมวลชนอาสาเพื่อปกป้องประชาชน 3.ทีมการ์ดราษฎร จัดตั้งเพื่อปกป้องราษฎร 
4.ทีมราษฎรฝั่งธน เป็นกลุ่มการ์ดอาชีวะ จัดตั้งเพื่อสนับสนุนอุดมการณ์ในข้อเรียกร้อง 3 ข้อ 
5.ทีมการ์ดเฉพาะกิจ 6.ทีมการ์ดอากิระพลังมวลชน เกิดจากกลุ่มนักเพาะกาย 
7.ทีมองค์กรบอดี้การ์ด สเปเชี่ยล ฟอร์ส เป็นทีมจากครูพลาม ซึ่งเป็นอดีตหน่วยซีล 8.ทีมนกพิราบขาว 
9.ทีมการ์ดฟันเฟืองประชาธิปไตย เกิดจากกลุ่มพี่น้องอาชีวะร่วมกันปกป้องพี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม 
10.ทีมอาชีวะพิทักษ์ประชาชน เป็นการ์ดกลุ่มใหม่  

เจาะกองกำลัง "การ์ดราษฎร"  2 ปีก

ทีมการ์ดปลดแอก

++
จับตาครูพลาม
++
ในองค์กรการ์ดภาคีเพื่อประชาชน มีตัวละครที่น่าติดตามคือ “ครูพลาม” ด.ต.พลาม พรมจำปา อดีตครูฝึกหน่วยรบพิเศษตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร ผู้เขียนหนังสือ “หลักสูตรรบพิเศษ” หน่วยจู่โจมใต้น้ำ หรือหน่วยซีล ซึ่งครูพลาม เป็นคนที่ฝึกหลักสูตรนี้ได้มากที่สุดเพียงคนเดียวในประเทศไทย     

นอกจากนี้ ครูพลามยังเขียนหนังสือ VIP Bodyguard ผู้คุ้มครอง ป้องภัย ตายแทน โดยมีประสบการณ์ เป็น BODYGUARD ให้กับผู้มีอำนาจทั้งในราชการและนักธุรกิจ    

ครูพลามเข้ามามีบทบาทการเป็นการ์ดอาสา ถือว่าไม่ธรรมดา และน่าจับตามอง “องค์กรรักษาความปลอดภัย” ของฝ่ายการเมืองขั้วหนึ่ง 

++
การ์ดนักศึกษา
++
ดังที่ทราบกัน “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ เป็นคนเปิดสมัครการ์ดอาสา ในนามการ์ดวีโว่ (wevo) ทำหน้าที่ปกป้องมวลชนราษฎรมาแต่แรก ตอนนี้มีกำลังพลประมาณ 200-300 คน    

ตัวแทนกลุ่มการ์ดภาคีเพื่อประชาชน ได้ประกาศแล้วว่า จะทำงานร่วมกับการ์ดวีโว่ แต่ไม่ขึ้นต่อกัน ต่างคนต่างอยู่    

ภารกิจแรกที่ 10 กลุ่มการ์ดจะทำหน้าที่ปกป้องมวลชนคือ วันที่ 25 พ.ย.2563 เป็นวันที่ม็อบราษฎร เดินทางไปสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์