อบจ. อำพราง พรรครัฐบาล ไม่เปิดหน้าชก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ.อำพราง พรรครัฐบาล ไม่เปิดหน้าชก (komchadluek.net)

อบจ.อำพราง พรรครัฐบาล ไม่เปิดหน้าชก

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

29 พฤศจิกายน 2563 – 19:30 น.

บิ๊กป้อม-เสี่ยหนู ไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ. แต่ส่องเจอสายเครือญาติแกนนำพรรครัฐบาลเพียบ

พักนี้เห็น “พรรคเพื่อไทย” จัดทีมปราศรัยออกไปต่างจังหวัด ราวกับเทศกาลเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึง “คณะก้าวหน้า” โดย 3 สหาย “ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ” แยกกันเดินสายหาเสียงอย่างคึกคัก

อ่านข่าว : อบจ.เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’

พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด รวมถึงผู้สมัครที่ขอใช้โลโก้พรรคอีก 4-5 จังหวัด และคณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัด

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

อัครเดช ลูกชาย เอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์

ตรงกันข้ามกับซีกพรรคร่วมรัฐบาล ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆในศึกเลือกตั้งท้องถิ่น

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค และมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงในนามพรรคพลังประชารัฐ และห้ามนำรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปใช้หาเสียง

อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า พรรคไม่อนุญาตให้นำโลโก้ของพรรคไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ. และ สมาชิกสภาท้องถิ่น

แล้วในความเป็นจริง ผู้สมัครนายก อบจ.หลายสิบจังหวัด ล้วนเป็นเครือญาติแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

++

เงาพลังประชารัฐ

++

ผู้สมัครนายก อบจ.หลายสิบจังหวัด เมื่อตรวจสอบประวัติแล้ว ก็รู้ทันทีว่า สังกัดพรรคไหน โดยเฉพาะพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพลังประชารัฐ

พะเยา : อัครา พรหมเผ่า น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ลงสมัครในนามกลุ่มฮักพะเยา

เพชรบูรณ์ : “นายกด๊อยซ์” อัครเดช ทองใจสด อดีตนายก อบจ.เพชรบูรณ์ 5 สมัย ลูกชาย เอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ประกาศลงสมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรค

กำแพงเพชร : สุนทร รัตนากร อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร พี่ชาย วราเทพ รัตนากร แกนนำกลุ่มชากังราว พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครในนาม “ทีมหมอทร”

ชัยนาท : อนุสรณ์ นาคาศัย อดีตนายก อบจ.ชัยนาท น้องชาย อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงสมัครอิสระ แถมไม่มีคู่แข่ง

ราชบุรี : วิวัฒน์ นิติกาญจนา สามี บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครในนามกลุ่มพัฒนาราชบุรี

ชลบุรี : วิทยา คุณปลื้ม พี่ชาย อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครในนามเรารักชลบุรี

++

เงาภูมิใจไทย

++

ทำนองเดียวกันกับพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่า “อนุทิน” จะยืนยันว่า พรรคไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ. แต่ดูชื่อ/นามสกุล ก็รู้ว่าสังกัดพรรคไหน

นครพนม : ศุพานี โพธิ์สุ ลูกสาว ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครอิสระ

บุรีรัมย์ : ภูษิต เล็กอุดากร หลานชาย เนวิน ชิดชอบ ลงสมัครในนาม “เราเพื่อนเนวิน เนวินเพื่อนเรา”

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยา ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย

บึงกาฬ : แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยา ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครในนาม “กลุ่มนครนาคา”

นครราชสีมา : ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยา วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครในนาม “กลุ่มสร้างโคราชโฉมใหม่”

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

ศุภพานี ลูกสาว ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ

ปราจีนบุรี : สุนทร วิลาวัลย์ บิดา กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยศึกษา พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครอิสระ

 นี่คือหนังตัวอย่างที่สะท้อนตัวตนผู้สมัครนายก อบจ. ซึ่งประกาศว่า ไม่สังกัดพรรค แต่ก็เป็นเครือญาติแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

ศึกสาคร ลูก ‘เฮียม้อ’ อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกสาคร ลูก ‘เฮียม้อ’ อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า (komchadluek.net)

ศึกสาคร ลูก ‘เฮียม้อ’ อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

29 พฤศจิกายน 2563 – 13:05 น.

มหาชัยกลายเป็นถิ่น “เสื้อส้ม” ผสม “เสื้อแดง” ตระกูลใหญ่ “เฮียม้อ” จะรักษาแชมป์ไว้ได้หรือไม่?

พลันที่พรรคเพื่อไทย ยกทัพใหญ่ไปปราศรัยหาเสียงที่บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ก็ส่งผลให้ “โต้” เชาวรินทร์ ชาญสายชล ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสาคร หมายเลข 1 ได้รับความสนใจคนเมืองสมุทรทันที

อ่านข่าว :   บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน

ทัพใหญ่เพื่อไทย ที่ยกขบวนไปปราศรัยวันนั้น นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และพงศ์เทพ เทพกาญจนา

“เฉลิม” ในฐานะแม่ทัพฝั่งธนฯ และเขตบางบอน ก็เป็นรอยต่อกับสมุทรสาคร จึงต้องไปดูแลพื้นที่ปริมณฑล ส่วน “พงศ์เทพ” ถือว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนมหาชัย

พงศ์เทพเป็นลูกชายของ สุรินทร์ เทพกาญจนา นักธุรกิจประมงและอดีต ส.ส.มหาชัย 2 สมัย

50 ปีที่แล้ว สุรินทร์เล่นการเมืองท้องถิ่น เป็นนายกเทศมนตรี ก่อนจะเป็น ส.ส. และรัฐมนตรีอุตสาหกรรม สมัยรัฐบาลคึกฤทธิ์

++

4 ตัวเต็ง

++

คนมหาชัยประเมินว่า สังเวียนเลือกตั้ง นายก อบจ.สมุทรสาคร หนนี้ สูสีคู่คี่กว่าในอดีต เพราะมีผู้สมัครหน้าใหม่ มีความสด และพี่เลี้ยงที่ดี หวังโค่นแชมป์เก่า “บ้านใหญ่มหาชัย”

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

ปลัดแต ลูกชายเฮีอม้อ

ตัวเต็งหน้าใหม่ ประกอบด้วย หมายเลข 1 เชาวรินทร์ ชาญสายชล อดีตรอง นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ สังกัดพรรคเพื่อไทย

หมายเลข 2 ไพศาล สำราญทรัพย์ อดีตรอง ผวจ.สมุทรสาคร ลงในนามทีมรักษ์สาคร

หมายเลข 4 อวยชัย จาตุรพันธ์ นักธุรกิจด้านการค้าอาหารและรับจัดร้านค้า สังกัดคณะก้าวหน้า

ส่วนทีมคนทำงาน “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ วัย 81 ปี อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร ส่งลูกชาย “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตที่ปรึกษาอดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร ลงสนาม เพื่อป้องกันแชมป์

สนามมหาชัย จึงกลายเป็น 3 รุม 1 หรือ 2 รุม 1 หรือคนหน้าใหม่สู้คนหน้าเก่า

++

ทายาทเฮียม้อ

++

หนที่แล้ว “เฮียม้อ” ลงสนาม ด้วยแรงหนุนจากเพื่อไทย และคนเสื้อแดงมหาชัย อ้อมน้อย และกระทุ่มแบน แต่มาถึงคราว “ปลัดแต” ท่าทางจะเหนื่อยเอาการ

เนื่องจากเสื้อแดงส่วนใหญ่ไปหนุน “เสื้อส้ม” แถมค่ายเพื่อไทยส่งคนลงสนามเอง

การเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรสาคร ปี 2562 ตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” ย้ายจากค่ายเพื่อไทย ไปสังกัดค่ายชาติไทยพัฒนา เจอกระแส “ธนาธร” ทำให้ค่ายเฮียม้อสอบตกยกจังหวัด

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

เฉลิม เปิดปราศรัยใหญ่ที่มหาชัย

ผู้สมัคร ส.ส.โนเนมจากพรรคอนาคตใหม่ ได้เป็น ส.ส. 2 เขต และอีกเขตหนึ่ง ตกเป็นของพลังประชารัฐ

ด้วยมั่นใจในฐานเสียงคนรุ่นใหม่ คณะก้าวหน้าของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงมีความหวังที่จะโค่นบ้านใหญ่มหาชัย 

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็หวังเบียดแทรก เพราะฐานคนเสื้อแดงพลัดถิ่นในอ้อมน้อย กระทุ่มแบน ยังทรงพลังอยู่

ศึก อบจ.สมุทรสาคร ในสถานการณ์ม็อบราษฎร น่าจับตายิ่ง จะเกิดปรากฎการณ์ “ล็อคถล่ม” เหมือนตอนเลือก ส.ส.อีกหรือไม่

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้าอวยชัย ค่ายก้าวหน้า

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

อวยชัย ค่ายก้าวหน้า

พงศ์เทพ ลงพื้นที่หาเสียง ช่วยผู้สมัครนายก อบจ.ค่ายเพื่อไทย

อบจ. เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ.เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’ (komchadluek.net)

อบจ.เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

29 พฤศจิกายน 2563 – 10:35 น.

อบจ.เชียงใหม่เดือด “จตุพร” เปิดหน้าเชียร์เสี่ยบุญเลิศ ไม่เกรงใจ “สมชาย” ยาใจเจ๊แดง ช่วยคนเพื่อไทยเต็มที่…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ถ้ามองอย่างเซียน สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด ต้องยกให้สังเวียนเชียงใหม่ ระหว่าง “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” กับ “พิชัย เลิศพงษ์อดิศร” เป็นคู่เอกของประเทศ

อ่านข่าว : บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน

เนื่องจากทั้งคู่ ต่างก็เป็นนักมวยค่ายเดียวกัน แต่สถานการณ์การเมืองยุค คสช. ทำให้ทั้งคู่ต้องแข่งขันกันเอง โดย “บุญเลิศ” อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ กลับไปใช้ชื่อค่ายเดิม “กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม”

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

จตุพร เคียงข้างเสี่ยบุญเลิศหาเสียง

ส่วน “พิชัย” หรือ “ชูชัย” ได้รับโอกาสสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย เป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. เป็นคนแรก

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2563 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นำทีมเพื่อไทยไปปราศรัยใหญ่ ที่ลานพลาซ่า สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี หาเสียงช่วย “พิชัย” ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

วันนั้น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และสามีเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงด้วย

วันที่ 28 พ.ย.2563 จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เดินทางไปช่วยหาเสียงให้ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ หัวหน้ากลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ท่ามกลางความประหลาดใจของคนเสื้อแดงหรือสมาชิกเพื่อไทย

++

ช่วยพ่อเลี้ยง

++

ทุกเวทีปราศรัยของกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ที่มี “ตู่ จตุพร” ขึ้นเวทีจะต้องมีข้อความในฉากหลังว่า “เหตุประชามติรัฐธรรมนูญ 60 ผมติดคุก 1 เดือน หยุดปฏิบัติหน้าที่ร่วม 2 ปี ไม่ซัดทอดใคร? หัวใจเกินร้อย”

จตุพร พรหมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์สื่อถึงเหตุผลการช่วยปราศรัยหาเสียงให้กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม เพราะซาบซึ้งใจในความเป็นนักสู้ประชาธิปไตยของ “บุญเลิศ” อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ ที่ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ปลดออกจากตำแหน่ง แล้วยังถูกติดคุก 1 เดือน (ระหว่างรอการประกันตัว) กรณีรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 จึงต้องมาช่วยงานการเมืองกัน

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

สมชาย  ไปช่วยพิชัยหาเสียงที่เชียงใหม่

คนเชียงใหม่หลายคนอาจลืมกรณีดังกล่าวนี้ไปแล้ว จตุพร จึงต้องเดินทางขึ้นเพื่อฟื้นความจำเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว

คอการเมืองแถวล้านนาทราบดีว่า “คนแดนไกล” หมายมั่นปั้นมือที่จะยึดครองเก้าอี้นายก อบจ.เชียงใหม่ และเชียงราย ให้ได้

เหนืออื่นใด บุญเลิศตกเป็นเป้าโจมตีจากคนเสื้อแดงว่า แปรพักตร์ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ทั้งที่หลานสาว-ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ยังเป็น ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

มิหนำซ้ำ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นเสมือนตัวแทน “คนแดนไกล” ทั้งสามพี่น้อง ได้เปิดหน้าหาเสียงช่วย “พิชัย” เต็มตัว เพื่อตอกย้ำว่า พิชัยคือของจริง

ดังนั้น ตู่ จตุพร จึงต้องมีภารกิจพิเศษ ตีตั๋วเครื่องบินมาเชียงใหม่อย่างเร่งด่วน

++

คนกันเอง

++

20 กว่าปีที่แล้ว ตระกูล “บูรณุปกรณ์” จะใช้ “ร้านทัศนาภรณ์” ริมถนนเชียงใหม่-สันกำแพง เป็นกองบัญชาการการเมือง

จากปกรณ์ บูรณุปกรณ์ (ผู้ล่วงลับ) ส่งไม้ต่อมาถึงบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ในวันนี้

ปกรณ์เป็นผู้ก่อตั้ง “กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม” สมัยที่เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 สมัย(ปี 2541-2543)

ปี 2544 ปกรณ์เป็น ส.ส.เชียงใหม่ พรรคไทยรักไทย บุญเลิศก็สืบทอดตำแหน่งนายกเล็กเชียงใหม่

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

ทุกเวทีหาเสียงต้องมีข้อความนี้เป็นฉากหลัง

ปกรณ์ไม่หยุดการขยายอาณาจักรการเมือง จึงปั้นหลาน 2 คนคือ “กุ้ง” ทัศนีย์ และ “ไก่” ทัศนัย ลูกของพรทัศน์ บูรณุปกรณ์ และผ่องศรี บูรณุปกรณ์ เล่นการเมืองท้องถิ่น

ปี 2546 ปกรณ์ส่งหลานสาว-ทัศนีย์ ไปยึดเทศบาลตำบลช้างเผือก และเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของเทศบาลแห่งนี้

ปี 2551 บุญเลิศขยับไปยึดที่มั่น อบจ.เชียงใหม่ และดันหลานชาย- ทัศนัย เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่แทน

ปี 2554 ทัศนีย์ ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 เป็นครั้งแรก หลังปกรณ์เสียชีวิต ทัศนีย์ก็เป็นทายาททางการเมือง

จากปี 2544 จนถึงปี 2555 “บูรณุปกรณ์” เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงหนุนจาก “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

สถานการณ์การเมืองเปลี่ยน ความสัมพันธ์ระหว่าง “บูรณุปกรณ์” กับเจ๊แดง” ก็เปลี่ยน จึงต้องเกิดศึกคนกันเองในวันนี้

‘โตโต้” มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘โตโต้” มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ (komchadluek.net)

‘โตโต้” มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

28 พฤศจิกายน 2563 – 16:21 น.

การ์ดวงแตก อาชีวะแยกทางนักศึกษา “โตโต้” แจงไม่แตก ไม่ถอย แต่มีแผนแบ่งเวรกันอารักขาม็อบ

++
    ควันหลงจากการซ้อมรัฐประหาร ที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า การ์ดอาสา “วีโว่” (wevo) หายไป จึงตามมาด้วยข่าวลือในโซเชียล
    “ถ้ามีการ์ดอาชีวะ ไม่มีการ์ดวีโว่ ถ้ามีวีโว่ ไม่มีการ์ดอาชีวะ”
    ปัญหาความขัดแย้งภายในกลุ่มการ์ดราษฎร เริ่มมีข่าวมาแต่เหตุการณ์การ์ดอาชีวะปะทะคนเสื้อเหลืองที่เกียกกาย
    กระแสหนึ่งบอกว่า อาชีวะไม่พอใจ “โตโต้” แกนนำการ์ดอาชีวะ ที่ลอยแพการ์ดอาชีวะให้ชนกับคนเสื้อเหลือง
    อีกกระแสหนึ่ง การ์ดวีโว่ที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา รู้สึกว่า เด็กอาชีวะหัวดื้อ ชอบความรุนแรง และคุมยาก จึงไม่อยากร่วมงานด้วย

++
เสียงโตโต้
++
    ในฐานะผู้นำการ์ดวีโว่ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ทราบข่าวดังกล่าว รู้สึกไม่สบาย จึงโพสต์เฟซบุ๊คแจ้งมวลชนให้รู้ว่า การ์ดวีโว่ไม่ได้ถอย ไม่ได้หายไปไหน
    “…เมื่อวานพอผมออกจากคุก ก็กลับมาปั่นกระแส ทำลาย กันต่อ อย่างชัดเจน คือ มีการปล่อยข่าว ว่า wevo ไม่เอาอาชีวะ ไม่ทำงานกับอาชีวะ”
    โตโต้ ได้อธิบายถึงที่มาของการ์ด wevo ก็มาจากสายอาชีวะ
    “..wevo เกิดมาจากกลุ่มนักเรียนสายอาชีวะ และวิศวกร wevo ก่อตั้งโดยกลุ่มสามพระจอมปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่คือ ช่างเทคนิค และ นศ. วิศวะ จากสถาบันพระจอมเกล้า จนวันนี้จึงเปิดรับความหลากหลายเข้ามา..”

    จริงๆแล้ว การ์ดนับสิบกลุ่ม ล้วนมาจากสายอาชีวะโดยส่วนใหญ่ เพียงแต่หลายกลุ่ม ไม่ได้ใช้ชื่ออาชีวะนำหน้า หรือยึดติดกับชื่อสถาบัน

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

                   โตโต้ยันการ์ดวีโว่ ยังไม่ถอย 

++
แบ่งงานกันทำ
++
    หัวหน้าการ์ด “โตโต้” ได้แจกแจงถึงแนวคิดจัดระเบียบการ์ดอาสา ที่มีกำลังพลนับพันคน
    “ผมเดาว่ากระแสข่าวที่ออกไปว่า wevo ไม่เอาอาชีวะ ก็อันเนื่องมาจาก  ทางwevo เคยมีการพูดคุยกันถึงทิศทางการทำงานในช่วงหลังนี้ ด้วยข้อดีที่เห็นว่ามีกลุ่มการ์ดเพิ่มจำนวนขึ้นมาก เราจึงคิดว่า wevo จะขยับทีมงานไปอยู่ในจุดที่เป็นมากกว่าการ์ด คือ เราถนัดงานด้านวิศวะ และงานทางเทคนิค”  

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

                       การ์ดอาชีวะ ยังยืนหยัดเคียงข้างม็อบ

 อีกด้านหนึ่ง โตโต้มองว่า การ์ดเยอะ ควรใช้วิธีผลัดเวรกันเข้ามาอารักขาม็อบน่าจะดีกว่า 

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

                  การ์ดอาชีวะ เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน  

 “เรามีแผนจะประสานขอความร่วมมือกับการ์ดกลุ่มต่างๆให้ แบ่งเวรการทำหน้าที่ แบ่งงานให้ชัดเจน หากมีการชุมนุมใหญ่ต่อเนื่อง วันต่อวัน หรือ วันเว้นวัน เราต้องมาแบ่งให้ชัด เพื่อให้ทีมงานของแต่ละกลุ่มได้พักผ่อน และตระเตรียมข้าวของให้พร้อมเสมอเช่น วันนี้ wevo รับผิดชอบไปเลย อีกวันก็ กลุ่ม A  และวันต่อมา ก็ กลุ่ม B เวียนกันไปอย่างนี้จะเข้ากับสภาพการณ์ในเวลานี้ มากกว่า”  
    โตโต้ย้ำว่า ฝ่ายตรงข้ามพยายามแทรกซึมเข้ามาสร้างความแตกแยกในกลุ่มการ์ด และเกือบทำสำเร็จ กรณียิงการ์ดอาชีวะ จนกลายเป็นข่าวใหญ่

‘รุ้ง’ ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘รุ้ง’ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน (komchadluek.net)

‘รุ้ง’ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

'รุ้ง'ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

28 พฤศจิกายน 2563 – 14:42 น.

ดราม่า “รุ้ง บีบีซี” จากเด็กเรียน สู่ผู้นำพรรคโดมปฏิวัติ และแกนนำคณะราษฎรยุค Gen Z

++
    สื่อสังคมออนไลน์ ถกเถียงกันเยอะ กรณีรายการ “ถามตรงกับจอมขวัญ” ทางช่องไทยรัฐทีวี ประเด็น “พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561” ระหว่าง อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กับ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร 
    ดูเหมือนว่า “รุ้ง ปนัสยา” จะเจอเสียงวิพากษ์จากฝ่ายตรงข้ามหนัก แต่เสียงวิจารณ์จากฝ่ายเดียวกัน ก็มีไม่น้อย
    ก่อนหน้านี้ โครงการ 100 Women ของบีบีซีมุ่งนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างขึ้นในสังคมในห้วงเวลาแห่งความวุ่นวายจากวิกฤตโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “สตรีผู้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง”
    “รุ้ง ปนัสยา” ก็เป็น 1 ใน 100 คน เธอคือผู้ที่ขึ้นอ่าน “ประกาศกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 1” เสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ บนเวทีชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
    นอกจากนี้ เธอยังถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมอีกหลายคดี

++
ลูกคนชั้นกลาง
++
    หลังสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ลงมติเลือก ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หัวหน้าพรรคคนที่ 3 “รุ้ง” ได้โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊คว่า 
    “เราต้องขอเล่าประวัติส่วนตัวของตนเองเสียก่อน เราเป็นลูกคนสุดท้อง ของครอบครัวที่เป็นชนชั้นกลางในกรุงเทพมหานคร จุดเปลี่ยนสำคัญที่ออกมาเคลื่อนไหว เริ่มมาจากการที่มีเพื่อนที่เรารักมากนั้นฐานะทางการเงินของครอบครัวไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ต้องกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการใช้บริการขนส่งสาธารณะวันละ 4-5 ชั่วโมง ในการเดินทางไปกลับจากบ้านมายังมหาวิทยาลัย ไม่สามารถไปเที่ยวสังสรรค์กับหมู่เพื่อนได้บ่อยครั้ง หากจะไปแต่ละครั้งต้องเก็บเงินนานมาก ยามป่วยก็ต้องไปโรงพยาบาลรัฐ ที่ต้องใช้เวลาในการรอรับบริการในการรักษานาน ทำให้เรารู้สึกว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด”
    รุ้งเกิด พ.ศ.2541 เศรษฐกิจฟองสบู่แตก เรียนประถมตอนรัฐประหาร 2549 เรียนมัธยมปลายช่วงรัฐประหาร 2557
    อานิสงส์จากการได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐ ทำให้เธอกล้าแสดงออกมากขึ้นและปรับตัวเข้ากับสังคมได้มากขึ้น
    ตอนเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย รุ้งเริ่มค้นคว้าและศึกษาเกี่ยวกับรัฐประหารในประเทศไทย เธอมักจะพูดคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องการเมืองไทย กระทั่งสอบได้คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

'รุ้ง'ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

                               รุ้ง แกนนำหลักของราษฎร

++
โดมปฏิวัติ
++
    การได้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ทำให้รุ้งสนใจการเมืองเชิงลึกมากขึ้น และกลายเป็น 3 สหายคือ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “ณัฐ” ณัฐชนน ไพโรจน์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

'รุ้ง'ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

                       สามสหายพรรคโดมปฏิวัติ

    วันที่ 10 ส.ค.2563 เป็นวันที่ “รุ้ง ปนัสยา” นักศึกษาปีที่ 3 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ ต้องจดจำไปตลอดชีวิต เมื่อเธอขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์ 10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันฯ
    หลังจากวันนั้น ชื่อของ “รุ้ง” ในฐานะแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration ก็โด่งดังไปทั้งประเทศ

ศึกราษฎร ‘อีเวนท์ม็อบ’ ไร้ ‘แนวร่วม’ ก็ชนะยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกราษฎร’อีเวนท์ม็อบ’ ไร้ ‘แนวร่วม’ ก็ชนะยาก (komchadluek.net)

ศึกราษฎร’อีเวนท์ม็อบ’ ไร้ ‘แนวร่วม’ ก็ชนะยาก

 ศึกราษฎร'อีเวนท์ม็อบ' ไร้ 'แนวร่วม' ก็ชนะยาก

28 พฤศจิกายน 2563 – 12:31 น.

นอกทุ่งฝัน ม็อบราษฎร มีฟู มีฟุบ มวลชนมีลด มีเพิ่ม ยึดกุมสันติวิธี ก็ต้องทำใจยืดเยื้อ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    หลังเกิดเหตุรุนแรงในวันที่มีการชุมนุมใหญ่ หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ แกนนำราษฎรได้นัดหมายกันอีกครั้งในเย็นวันศุกร์ ที่ห้าแยกลาดพร้าว
    การชุมนุมในลักษณะอีเวนท์งานบันเทิงผสมการเมือง จึงบังเกิดขึ้น เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ เกรงว่า “พลเมืองม็อบ” จะหายไป
    รูปแบบม็อบเฟสติวัลนี่แหละ ที่เกษียร เตชะพีระ นักวิชาการคนเดือนตุลา เคยบอกว่า “เป้าหมายของการต่อสู้รณรงค์ทางการเมือง” หรือ “ไม่ใช่การยึดพื้นที่แบบการทหาร แต่คือการยึดครองใจ”
    จะว่าไปแล้ว การรณรงค์การเมืองแบบนี้ ก็ไม่ถูกใจคนรุ่นใหม่ใจร้อน ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ววัน
    “อานนท์ นำภา” จึงต้องออกมาปลุกปลอบราษฎรทั้งหลายว่า “  ผมว่าเรามาไกลมากก็จริง และอาจจะไกลพอที่จะทำอะไรบางอย่างแล้ว แต่สิ่งที่ขาดคือ จังหวะ..”
    จริงๆแล้ว ไม่ใช่จังหวะ หากแต่เป็น “จำนวน” การชุมนุมมวลชน ซึ่งยังไม่มากพอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแบบอาหรับสปริง

++
แนวร่วมต้องมี
++
    หลายวันก่อน เกษียร เตชะพีระ ได้ออกโรงเตือนแกนนำม็อบราษฎรว่าด้วยประเด็นการแสวงหาแนวร่วม
    “…ถ้ากำลังต่อสู้ทางการเมือง ก็ควรระมัดระวังไม่ให้มันไปทำลายแนวร่วม โดดเดี่ยวตัวเอง”
    ข้างฝ่าย “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” นักวิชาการคนเดือนตุลาเหมือนกัน ก็มีความเห็นว่า “..ขยายแนวร่วม แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เดิมเป็นกลยุทธ์ที่พรรคคอมมิวนิสต์ใช้เพื่อโดดเดี่ยวศัตรูด้วยการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มการเมืองอื่น ๆ”

     สำหรับขบวนเยาวชนในนามคณะราษฎร ไม่ใช่องค์กรจัดตั้งทางการ มีแกนนำชัดเจนที่สามารถบังคับกลยุทธ์ของสมาชิกอย่างมีวินัยทั่วถึง “ขยายแนวร่วม แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” จึงใช้กับพวกเขาไม่ได้    
    “พิชิต” ยังเชื่อว่า ขบวนเยาวชนเป็น “มวลชนอินทรีย์” organic mass ที่ไม่มีแกนนำ “..ผู้มาชุมนุมก็ไม่ใช่ผู้ตามแต่มีส่วนร่วม ริเริ่ม พัฒนาอย่างเป็นไปเองในปฏิบัติการต่าง ๆ ภายใต้กรอบสันติวิธี” 
    โดยข้อเท็จจริง ใครก็รู้ว่า คณะราษฎร มี “เสนาธิการ” และมีทีมที่ปรึกษาชุดใหญ่ ไม่ได้เกิดจากราษฎรเพียวๆ 

++
คำเตือนจากผู้ใหญ่
++
    “ภัควดี วีระภาสพงษ์” นักวิชาการอีกคนหนึ่งที่ไปร่วมอีเวนท์ม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว โพสต์เฟซบุ๊คว่า “การต่อสู้ครั้งนี้ยาวแน่ มันต้องมีตึงมีผ่อน มีจริงจังมีเฮฮา มีเฟื่องมีฟุบ (ตอนฟุบนี่แหละน่ากลัวสุด ต้องประคองใจหล่อเลี้ยงกันไปให้ได้) ..คนที่คิดว่าต้องยกระดับ (ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร) แล้วรีบๆ ชนะ ช่วยวางถุงกาวหรือตื่นจากฝันในทุ่งลาเวนเดอร์ก่อน”


 ศึกราษฎร'อีเวนท์ม็อบ' ไร้ 'แนวร่วม' ก็ชนะยาก

 การต่อสู้ที่ยึดสันติวิธีอย่างเข้มงวด จะต้องรู้จักการรอคอย และอดทน โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ จะต้องเปิดพื้นที่พูดคุยกันให้ได้
    “จะเปิดพื้นที่ให้ได้ก็ต้องใช้สันติวิธีหรือการไม่ใช้ความรุนแรง. เมื่อไรเกิดความรุนแรงขึ้นมา มันจะกลับไปปิดปากการพูดคุยเรื่องนี้อีกไม่ว่าทางตรงทางอ้อม”
    ภัควดี วีระภาสพงษ์ ส่งเสียงดังๆ ถึงราษฎรทุกคนที่เข้าร่วมการชุมนุมทุกเวที

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย “สุลักษณ์ ศิวรักษ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์” (komchadluek.net)

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์”

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  "สุลักษณ์  ศิวรักษ์"

27 พฤศจิกายน 2563 – 14:33 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์”  นักเขียน ปรัชญา ขึ้นเวทีม็อบราษฏร  สร้างจุดเปลี่ยนชีวิตในบั้นปลาย  อาจทำให้เส้นทางชีวิตล่มสลายได้

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  หลังขึ้นเวทีม็อบล้มเจ้า  “ส.ศิวรักษ์”  นักเขียน ปรัชญา  หนุนกลุ่มราษฏร  พลิกชีวิต ล่มตอนแก่  วัย  87 ปี  เตือนอย่ายุแหย่สร้างความแตกแยก  ทำร้ายตนเอง  คิดในทางลบ  อาจสร้างปัญหาความวุ่นวายให้เกิดขึ้น  ก่อให้เกิดความสับสนไม่เข้าใจ  กับสังคม  สร้างความไม่ปรองดอง ขัดแย้ง สับสน  แตกแยก อย่าใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง จะทำให้ สาดซัด  ล่มสลาย  ทั้งที่ในดวงชะตา  ในบั้นปลายนั้น  มีความมั่นคง  ส่งผลในอำนาจบารมี  แต่ต้องระวัง  ถ้าใช้ในทาขึ้งที่ผิด  ต้องคิดจนตัวตาย

อาจารย์ ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือซินแสเข่ง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์ พยากรณ์แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์”  หรือ “ส. ศิวรักษ์”  วัย  87  ปี  นักเขียน  นักปรัชญา  นักคิด  นักวิชาการ  ที่มีอิทธิพล  ที่ได้รับสมญานามว่า  ปัญญาชนแห่งสยาม  ขึนเวทีม็อบราษฏร  สร้างจุดเปลี่ยนชีวิตในบั้นปลาย  อาจทำให้เส้นทางชีวิตล่มสลายได้ จากความคิด ที่ก่อให้เกิดการ ปะทะ  สร้างความแตกแยกให้สังคมไทย  เพราะในดวงชะตานั้น  มีดวงของความแตกแยก  วุ่นวาย  สับสน  ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ  สร้างความคิด  แตกแยก  สับสน  เหตุเพราะใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  อาจจะทำให้คิดผิดล่มสลายจนตัวตาย  ทั้งที่ดวงชะตานั้น  มีความเป็นปูชนียยุคคล  ที่จะให้คนรุ่นหลังได้บันทึกในความทรงจำได้  แต่ต้องในทางที่สร้างสรรค์  แต่ดวงชะตาที่สร้างความขัดแย้ง  ทำให้คิดตรงกันข้ามกับสังคมในบางครั้ง  จนกลายเป็นเรื่องของความไม่ปรองดอง  แตกแยกให้เกิดขึ้น

ซินแสเข่ง  กล่าวเพิ่มเติมว่าความจริงแล้ว  ในดวงชะตาของท่าน  มีเรื่องความคิดที่เบียดเบียนตนเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ  ต้องปล่อยวาง  เพราะในดวงของท่าน   เป็นผู้มีอำนาจ  มีบารมี  ไปจนถึงช่วงระหว่างบั้นปลายของชีวิต  จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต  หากใช้ความคิดไปในทางสมานฉันท์  ท่านจะได้บทจารึกที่ทำให้ประชาชนคนไทย  และคนรุ่นหลังได้จดจำไปในทางที่เป็นมงคล  หากท่านใช้ความคิดไปในทางที่ผิดทำลาย  ก็จะเป็นอัปมงคลชีวิตไปชั่วกาลนาน  เพราะในดวงชะตาของท่านนั้นเป็นบุคคลที่มีครูบาอาจารย์อยู่ในตนเอง เป็นบุคคลที่สามารถถ่ายทอดความรู้  ความสามารถได้ดี  เป็นเอกลักษณ์บุคคล   เป็นคนเก่งคนสู้ชีวิต  เป็นบุคคลที่จะทำให้มีคนเคารพนับถือและกล่าวถึงไปชั่วชีวิตในความเป็นปูชนียบุคคล  ซินแสเข่ง  กล่าวในที่สุด

ศึกบางระจัน “สมชาย” มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกบางระจัน “สมชาย” มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่ (komchadluek.net)

ศึกบางระจัน “สมชาย” มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

27 พฤศจิกายน 2563 – 12:17 น.

เพื่อไทยไม่ทิ้งสนามเล็ก “สมชาย” ลุยหาเสียงเคียงคู่ “พายัพ” หวังล้างอายค่ายพลังประชารัฐ

++
ในรอบ 20 ปีมานี้ อบจ.สิงห์บุรี ตกอยู่ในเงื้อมตระกูล “เทียนถาวร” สมกับเป็น “บ้านใหญ่เมืองสิงห์” โดยศุภวัฒน์ เทียนถาวร เป็นนายก อบจ. 2 สมัย ก่อนวางมือจากท้องถิ่นไปเป็น ส.ว.สิงห์บุรี

อ่านข่าว…  “สมชาย” โผล่ ปลุกคนล้านนา สานฝัน “เจ๊แดง”

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

อดีตนายกฯ สมชาย หาเสียงช่วยสุรสาล อดีต ส.ส.สิงห์บุรี

สรกฤช เทียนถาวร มารับไม้ต่อเป็นนายก อบจ.สิงห์บุรี มาอีก 2 สมัย แต่ปีนี้ สรกฤชไม่ลงสนาม มอบให้ศุภวัฒน์ กลับมานำทีมลงชิงชัยเก้าอี้อีกสมัย    

มองตามรูปเกมการเมืองท้องถิ่น ตระกูล “เทียนถาวร” ก็คงนอนมา แต่สถานการณ์พลิกผัน เมื่อ “สุรสาล ผาสุก” อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขอลงสนามท้องถิ่น    

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2563 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นำทีมเพื่อไทยลงมาช่วยหาเสียงให้กับ “สุรสาล” ทำให้สนามเล็กๆอย่างสิงห์บุรี มีสีสันและน่าจับตา

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

พายัพ ปั้นเกตุ นำอดีตนายกฯ สมชาย หาเสียง

++
สายเสื้อแดง
++
ทุกวันนี้ หมายเลข 4 สุรสาล ผาสุข ผู้สมัครนายก อบจ.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย จะเดินเคาะประตูบ้าน โดยมี “พายัพ ปั้นเกตุ” อดีต ส.ส.สิงห์บุรี เดินเคียงคู่ไปทุกหมู่บ้าน    

เลือกตั้งปี 2554 สุรสาล ผาสุข ลาออกจากราชการมาลงเล่นการเมือง และได้เป็น ส.ส.สิงห์บุรี สังกัดพรรคเพื่อไทย    

สุรสาล มีพี่เลี้ยงชื่อ พายัพ ปั้นเกตุ  อดีต ส.ส.สิงห์บุรี รวมถึงพี่สาว คือ บุญเตือน เหี้ยมจ่าง ส.อบต.สิงห์บุรี เขต อ.อินทร์บุรี และประเสริฐ เหี้ยมจ่าง พี่เขย อดีตกำนันต.ชีน้ำร้าย และปัจจุบันเป็นนายก อบต.ชีน้ำร้าย    

เลือกตั้งปี 2562 สุรสาลพ่ายเลือกตั้ง แต่ก็ได้ 39,085 คะแนน พ่ายคู่ปรับคนเดิม โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 48,970 คะแนน 

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

ส.ว.ตุ้ม อดีตนายก อบจ.สิงห์บุรี ออกหาเสียง

++
บ้านใหญ่ 2 ตระกูล
++
หมายเลข 2 ศุภวัฒน์ เทียนถาวร สังกัดกลุ่มสิงห์บุรีคนดีเมืองน่าอยู่ หรือที่คนเมืองสิงห์เรียกว่า “สว.ตุ้ม” อดีต สว.สิงห์บุรี น้องชาย สรกฤช เทียนถาวร อดีตนายก อบจ.สิงห์บุรี ต้องลงมาแทนพี่ชาย ที่มีปัญหาสุขภาพ จึงส่งต่อให้น้องชาย    

ตระกูลการเมืองในสิงห์บุรี มีอยู่ 2 ตระกูลคือ “เทียนถาวร” และ “ธนาคมานุสรณ์” ที่เป็นเครือญาติกัน และแบ่งเวทีกันเล่น     

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

ทนายอู๊ด คณะก้าวหน้า

ภรณี ธนาคมานุสรณ์ ทายาทร้านทองแม่กิมลี้ สิงห์บุรี เป็นมารดา ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐ     

ซ้อภรณีแห่งร้านทองแม่กิมลี้ ก็เป็นแนวร่วมกับตระกูล “เทียนถาวร” ทั้งสนามท้องถิ่นและระดับชาติ    

ผู้สมัครนายก อบจ.อีกรายที่น่าจับตาคือหมายเลข 3 “ทนายอู๊ด” สุรชัย บุญลือ คณะก้าวหน้า ประธานสภาทนายความจังหวัดสิงห์บุรี และประธานอาสากู้ภัยวัฒนะสิงห์บุรี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสิงห์บุรี     

สรุปแล้ว ศึกท้องถิ่นแว่นแคว้นแดนบางระจัน ก็เป็นสงครามตัวแทน 3 ก๊กการเมืองใหญ่ เพื่อไทย ก้าวหน้า และพลังประชารัฐ

ส่องอีสาน “ธนาธร” ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องอีสาน “ธนาธร” ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน (komchadluek.net)

ส่องอีสาน “ธนาธร” ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

27 พฤศจิกายน 2563 – 09:00 น.

สงคราม อบจ. ‘ธนาธร’ ลุยอีสาน เขย่าฐาน “คนแดนไกล” วัดความภักดีต่อแบรนด์เดิม คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การเลือกตั้งท้องถิ่นในสถานการณ์การเมืองท้องถนน ยังเคลื่อนไม่หยุด กลุ่มราษฎรในส่วนกลาง และต่างจังหวัด มีนัดทำกิจกรรมต่อเนื่อง ย่อมส่งผลสะเทือนต่อการหาเสียงของผู้สมัครนายก อบจ.ไม่น้อย

ดังที่ทราบกัน มีเพียงคณะก้าวหน้า และพรรคเพื่อไทย ที่เปิดหน้าสู้ ไม่ต้องใช้ชื่อกลุ่มอำพรางชื่อพรรค

อ่านข่าว…  มากันครบ “บ้านใหญ่” ไม่ตายทายท้า “ธนาธร”

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

ธนาธร ไปหาเสียงที่หนองบัวลำภู

สมรภูมิอีสาน เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่จะพิสูจน์ความนิยมระหว่างใหม่กับเก่า “ธนาธร” กับ “ทักษิณ”

++
โหนกระแสราษฎร
++
ดูเหมือนว่า คณะก้าวหน้า จะยกทีมส่วนกลางลุยหาเสียงหนักกว่าเพื่อไทย

อย่างวันที่ 26 พ.ย.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไปช่วยหาเสียงให้กับ สมเกียรติ เชษฐสุมน ผู้สมัครนายก อบจ.หนองบัวลำภู ที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

ส่วน ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ไปหาเสียงช่วย สถาพร ว่องสัธนพงษ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในหลายอำเภอ

เลยไปทางอุบลราชธานี พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย เชษฐา ไชยสัตย์ ผู้สมัคร อบจ.อุบลฯ ในนามคณะก้าวหน้า ไปหาเสียงแถว อ.เขื่องใน 

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

ปิยบุตร หาเสียงที่ร้อยเอ็ด

คณะก้าวหน้าหวังปลุกกระแสคนรุ่นใหม่อีสาน ให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการเมืองท้องถิ่น 

++
ขายแบรนด์เดิม
++
คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่น นับแต่มีการตั้งพรรคในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย    

การเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งก่อน “ทักษิณ” จะปล่อยให้เป็นเรื่องของ ส.ส.ในพื้นที่แข่งกันเอง ไม่มีมติพรรค แต่ปีนี้ พรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า คณะก้าวหน้า เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในอนาคตอันใกล้นี้ จึงต้องส่งผู้สมัครในนามพรรค    

สนามเลือกตั้ง ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทยยังได้ ส.ส.เขตมาเป็นกอบเป็นกำ เพราะกินบุญเก่าสมัยไทยรักไทย และชื่อทักษิณ ชินวัตร ยังขายได้    

หากการเลือกตั้งท้องถิ่นเที่ยวนี้ ปล่อยให้คณะก้าวหน้ายึด อบจ.ไปได้สัก 2-3 จังหวัด คงเป็นเรื่องใหญ่     

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

อดิศร ยกทีมใหญ่ไปหาเสียงที่นครพนม

แม้ว่าทีมหาเสียงชุดใหญ่อย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยังไม่ลงไปหาเสียงในอีสาน แต่ก็มีทีมจากส่วนกลางลงไปช่วยผู้สมัครนายก อบจ.บางจังหวัด    

อย่างเช่น อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ลงพื้นที่หนองคาย ไปช่วยหาเสียงให้กับธนพล ไลละวิทย์มงคล ผู้สมัครนายก อบจ.หนองคาย     

อดิศร เพียงเกษ ,วรชัย เหมะ ,นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย สมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม    

คาดว่าต้น ธ.ค.นี้ ทัพใหญ่เพื่อไทย คงลุยหนัก เพื่อรักษาฐานเสียงเดิมไว้ 

คู่เอกหอยใหญ่ ‘ชุมพล’ ปชป. ดวล ‘กำนันศักดิ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คู่เอกหอยใหญ่’ชุมพล’ ปชป. ดวล ‘กำนันศักดิ์’ (komchadluek.net)

คู่เอกหอยใหญ่’ชุมพล’ ปชป. ดวล ‘กำนันศักดิ์’

คู่เอกหอยใหญ่'ชุมพล' ปชป. ดวล 'กำนันศักดิ์'

26 พฤศจิกายน 2563 – 17:31 น.

อบจ.เมืองคนดี คนกันเอง “ชุมพล” สวมเสื้อ ปชป. ชิงดำ “กำนันศักดิ์” คนรักเสื้อสีฟ้า

++
    ส่องสนามท้องถิ่นภาคใต้ อบจ.สุราษฎร์ธานี มีงบประมาณกว่าปีละ 1,400 ล้านบาท และเป็น อบจ.ที่ได้รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มมากเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ รองจาก จ.ภูเก็ต 
    ฤดูเลือกตั้งปี 2563 อบจ.เมืองคนดี จึงมีผู้สมัครนายก อบจ.มากถึง 7 คน แต่คัดเอาเฉพาะตัวเต็ง ก็มีแค่ 2 คน ที่อยู่ในฟากฝ่ายเดียวกัน
    ส่วนหมายเลข 3 มนตรี เพชรขุ้ม อายุ 57 ปี อดีตนายก อบจ.สุราษฎร์ธานีนั้น คงยากที่จะมีเรื่องล้มช้าง เหมือนปี 2552 

++
สวมเสื้อ ปชป.
++
    ดูเหมือนว่า ก่อนหน้านั้น คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะมีมติส่งผู้สมัครนายก อบจ. เพียง 2 จังหวัดคือ สงขลา และสตูล
    สำหรับกรณีของ “ชุมพล กาญจนะ” อดีต ส.ส.สุราษฏร์ธานี ,ที่ปรึกษาคณะกรรมการกระจายอำนาจพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศตัวชัดเจนว่า ลงสนามในนาม ปชป. ได้หมายเลข 2

คู่เอกหอยใหญ่'ชุมพล' ปชป. ดวล 'กำนันศักดิ์'

                  ชุมพล พร้อมทีมงาน

    มิหนำซ้ำ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ยังเดินทางไปช่วยหาเสียง เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากเหล่าแม่ยกสีฟ้า
    จริงๆแล้ว ชุมพลปูทางหาเสียงมาแต่กลางปีที่แล้ว หลังจากส่งลูกสาว-วชิราภรณ์ กาญจนะ เป็น ส.ส.สุราษฎร์ เขต 3 (บ้านนาสาร,เวียงสระ และกาญจนดิษฐ์ บางตำบล)
    ชุมพลลงเล่นการเมืองท้องถิ่น เริ่มจากกรรมการสุขาภิบาล จนได้เป็น ส.จ. เมื่อปี 2528 กระทั่งปี 2535 ชุมพลลงเล่นการเมืองระดับชาติ ในสีเสื้อ ปชป. และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

++
คนรักเสื้อสีฟ้า
++ 
    คอการเมืองเมืองหอยใหญ่ ต่างยกให้ “กำนันศักดิ์” พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว หมายเลข 6 กลุ่มคนรักสุราษฏร์ เป็นเต็งสอง ที่มีโอกาสเบียดเต็งหนึ่งอย่างชุมพล

คู่เอกหอยใหญ่'ชุมพล' ปชป. ดวล 'กำนันศักดิ์'

                             กำนันศักดิ์ พร้อมทีมงาน

    “พงษ์ศักดิ์” อดีตกำนัน ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ และอดีตนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี ควบคู่กับการทำธุรกิจเพาะเลี้ยงหอยแครงและหอยนางรม
    กำนันศักดิ์เป็นผู้ริเริ่มโครงการท่องเที่ยวชมฟาร์มหอยนางรม ในพื้นที่บ้านกระแจะแดะ ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์
    กำนันศักดิ์ เคยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ.สุราษฎร์ เขต อ.กาญจนดิษฐ์ แต่เจอร้องเรียน ต้องเลือกตั้งซ่อม นงเยาว์ จ่าแก้ว ภรรยาลงสมัครแทน ก็ยังได้เป็น ส.อบจ.สุราษฎร์  
    คนแถวกาญจนดิษฐ์ รู้ดีว่า กำนันศักดิ์เป็นหัวคะแนนของ ปชป.ในพื้นที่เลือกตั้งเขต 1 และเขต 2
    กำนันศักดิ์ จึงมีความสนิทสนมกับตระกูล “ศรีบุศยกาญจน์” และ “นิลวัชรมณี” 
    ไม่ว่าชุมพล หรือกำนันศักดิ์ ใครชนะ? อบจ.เมืองหอยใหญ่ก็ยังอยู่ในเครือข่าย ปชป. เหมือนสมัยที่แล้ว