ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447231

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

27 ตุลาคม 2563 – 11:57 น.

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ การชุมนุมของราษฎร ยังไม่จบง่ายๆ เพราะนี่คือ ศึกชิงพื้นที่อุดมการณ์   คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การเคลื่อนพลยามวิกาลครั้งแรก ไปทำเนียบรัฐบาล อาจวุ่นวายบ้าง แต่ครั้งที่ 2 ไปสถานทูตเยอรมนี ดูจะราบรื่นกว่า มีรถเครื่องเสียงมากขึ้น

การเดินขบวนเมื่อคืนวันที่ 26 ต.ค.2563 มีผู้เข้าร่วมมากกว่าทุกครั้ง และร้อยละ 80 เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

มายด์ มหานคร แกนนำคณะราษฎร    

แม้ว่าจะมีคำขวัญว่า “ทุกคนคือแกนนำ” แต่ก็ปฏิเสธ “ผู้นำ” ไม่ได้ อย่างการเดินขบวนครั้งล่าสุด “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย มีบทบาทโดดเด่น    

“มายด์” นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมแฟลชม็อบ ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาต่างสถาบันฯ ก่อตั้ง “เครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (คนป.)     

ที่ชาวแฟลชม็อบรู้จักเธอมากขึ้น จากการที่ “กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย” เข้าร่วมจัดกิจกรรม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย ร่วมกันขับไล่จอมวายร้าย” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อต้นเดือน ส.ค.2563    

ทุกวันนี้ “มายด์” จะเป็นเงาของนักกิจกรรมรุ่นพี่อย่าง “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

ทีมงานการ์ดอาสา
++ 
ลืมภาพม็อบเดิม
++
การเคลื่อนพลไปสถานทูตเยอรมนี ยังมีข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับบทบาทของ WeVo หรือ We volunteer การ์ดอาสา ที่มีมากกว่า 200 คน    

การ์ดอาสา  WeVo เป็นนักศึกษาล้วนๆ ไม่ใช่การ์ดแบบเดิม ที่ฝ่ายตำรวจ-ทหาร คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นนักรบศรีวิชัย, การ์ด นปช. และการ์ด กปปส.    

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2563 เกี่ยวกับกายภาพของม็อบราษฎรว่า     

“คุณต้องลบภาพม็อบแบบเดิมในหัวคุณทิ้งไปเลย ภาพแบบที่ทั้งชีวิตนี้คุณเคยเห็น เคยสัมผัสมา คุณลืมมันไปได้เลย เวลานี้สิ่งที่คุณเห็นอยู่คือ ม็อบธรรมชาติเกือบ 100% ที่เหลือ ที่มีการชี้นำจากเพจหลักหลายๆเพจนั้น ไม่มีการนำในระดับบุคคลจริง ทำให้ ในพื้นที่การชุมนุมจึงตอบโจทย์ #ทุกคนคือแกนนำ”
    

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

รถเคลื่อนที่เร็วของการ์ดอาสา

โตโต้ขยายภาพคำว่า “ม็อบธรรมชาติ” ว่า “ที่สำคัญมันคือม็อบธรรมชาติ ที่ผู้คนต่างออกมาด้วยอุดมการณ์ของแต่ละคน ใครใคร่ทำอะไร ใคร่พูดอะไร มันคือสิ่งที่เราต้องทำใจยอมรับ  และนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกลัวที่สุด”    

สิ่งหนึ่งที่หัวหน้าการ์ดอาสาระวังมากที่สุดคือ มือที่สาม ตัวละครปริศนา ตัวป่วนม็อบทุกม็อบ

++
ศึกนี้ยืดเยื้อ
++
เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ได้มีข้อเสนอต่อการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร ไว้น่าสนใจ    

“การต่อสู้รณรงค์ทางการเมืองไม่ใช่สงครามการทหาร ที่จะแบ่งฝั่งตั้งแถวตบเท้ายกทัพเข้าต่อตีกันในสมรภูมิ เป้าหมายของการต่อสู้รณรงค์ทางการเมืองจึงไม่ใช่ทำร้ายฆ่าฟันฝ่ายตรงข้ามให้บาดเจ็บล้มตาย และก็ไม่ใช่การยึดพื้นที่แบบการทหาร แต่คือการยึดครองใจ”     

อาจารย์เกษียร ใช้คำว่า “การต่อสู้รณรงค์ทางการเมือง” แทนม็อบในรูปแบบเดิมๆ   

10 กว่าปีที่ผ่านมา คนไทยจะคุ้นเคยกับ “ม็อบกดดัน” และ “ม็อบแตกหัก” แต่แฟลชม็อบของเด็กไทย มีอะไรหลายอย่างที่ต่างจากในอดีต    

นี่คือ สงครามชิงพื้นที่ “อุดมการณ์” ไม่ใช่สงครามการทหาร ต้องชิงพื้นที่ ยึดโน่น ยึดนี่ 

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447219

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ

27 ตุลาคม 2563 – 10:09 น.

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ

ผ่านไป 1 วันเต็มๆ ของการประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา165 ที่รัฐบาลเป็นฝ่ายเสนอ เพื่อหาทางออกทางการเมืองใน 3 ประเด็นที่รัฐบาลได้ยื่นญัตติเข้าไป

สิ่งที่พูดกันมากที่สุดคือ ข้อเสนอให้ นายกฯลาออก และการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีประเด็นการเคลื่อนไหวของม็อบผสมโรงเข้าไป

ที่น่าสนใจคือ ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แสดงความเห็นอยู่ 2 ประเด็นคือ เรื่องการลาออก และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า รัฐบาลได้หารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อ6ตุลาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเริ่มแก้ไขได้ในเดือนพ.ย. จะแล่วเสร็จสามวาระเดือนธันวาคมแต่ต้องไปลงประชามติเสียก่อน

“นี้ชี้ให้เห็นว่าผมมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำในที่ประชุมสภา 

ส่วนประเด็นการลาออก นายกฯได้ชี้แจงว่า “กรณีนายกฯ ลาอออกจากตำแหน่ง จะเกิดอะไรบ้าง ได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายแล้ว ถ้านากยฯ ลาออก ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และเลือกนายกฯ ใหม่จากที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งต้องใช้ทั้งเสียง ส.ส. และ ส.ว.ด้วย ต้องมีมติเสียงกึ่งหนึ่ง  ดังนั้นต้องมี ส.ว.มาร่วมเลือกนายกฯด้วย ส่วนกรณีการยุบสภา พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเหมือนกัน สมาชิกภาพของ ส.ส.ก็ต้องสิ้นสุดลงเช่นกัน ตนจึงไม่แน่ใจว่าท่านต้องการหรือไม่ ต้องการอะไรตรงนี้ “

หมายความว่า หากนายกฯลาออกทั้งๆ ที่ยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังจะต้องใช้กติกาเดิมในการเลือกนายกฯ กติกาเดิมคือต้องใช้เสียงของ ส.ว.ด้วย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการปิดสวิตช์ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ 

ซึ่งประเด็นนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯอธิบายเพิ่มเติมว่า หากนายกฯลาออกจะต้องไปเลือกนายกฯใหม่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา172 ซึ่งจะต้องใช้ชื่อนายกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ยกเว้นชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ กับชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

แต่ปัญหาก็คือจะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 366 เสียง ซึ่งเฉพาะเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านไม่พอแน่นอน จะต้องใช้เสียง ส.ว.ด้วย หรือหากเป็นไปได้ ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลจะจับมือกันโหวตเลือกนายกฯ ตัวแทนจากฝ่ายค้านก็ดูเหมือนว่า พรรคพลังประชารัฐจะไม่เอาด้วย

ฉะนั้นจากเหตุผลที่ได้อภิปรายกันในสภา ประเด็นแรก เรื่องการแก่ไขรัฐธรรมนูญนั้น สภาจะพิจารณาเฉพาะ6ญัตติเท่านั้น แต่ผู้ชุมนุมต้องการให้นำญัตติของประชาชนมาพิจารณา ตั้งสสร.ยกร่างใหม่และไม่ยกเว้นหมวด1และหมวด2 ตรงนี้เห็นต่างกันระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุม

ส่วนประเด็นนายกฯลาออก ก็ยังใช้กติกาเดิม ผู่ชุมนุมจะไม่ยอมรับแน่นอน สุดท้ายนายกฯได้ถามสภาว่า หากยุบสภา จะพร้อมหรือไม่  

โดยประเด็นยุบสภาเป็นอีกทางออกแต่ไม่มีการรับประกันว่ายุบสภาแล้วยังไปเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญเดิม ผู้ชุมนุมจะยุติหรือไม่เพราะไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้อง

นั้นท่าทีของรัฐบาลในสภาตลอด1วันที่ผ่านมา เสมือนว่ารัฐบาลถอยให้หนึ่งก้าว พยายามดึงปัญหาเข้าสภาทั้งเรื่องลาออกและการแก้รัฐธรรมนูญ

แต่การถอยของรัฐบาลไม่ได้เป็นการหนี ยังรอจังหวะที่จะรุกกลับหากมีการเปิดเงื่อนไขการปฏิรูปสถาบัน เมื่อนั้นรัฐบาลจะมีความชอบธรรมในการใช้ไม้แข็งจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

มาแล้ว “ทนายนกเขา” คปท.ภาค 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447172

มาแล้ว “ทนายนกเขา” คปท.ภาค 2

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

26 ตุลาคม 2563 – 16:03 น.

หายหน้าไปนาน “ทนายนกเขา” นำมวลชนปกป้องสถาบันฯ จับตาการกลับมาของ คปท.ภาค 2 

++
บ่ายโมง วันที่ 26 ต.ค.2563 บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดย “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ และ “ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล เดินทางมาพร้อมมวลชนสวมเสื้อสีเหลือง เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย อันมีการจาบจ้วงล่วงมะเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่รักและเคารพ และเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ 

อ่านข่าว…   “ทนายนกเขา”พร้อมด้วยมวลชนคนเสื้อเหลือง รวมตัวหน้าสถานทูตเยอรมันเพื่อทำการยื่นหนังสือ

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

ตั้ม พิชิต ไชยมงคล

หลังจากยื่นหนังสือเสร็จ “ทนายนกเขา” และ “ตั้ม” มีการปราศรัยกันเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ และไม่ปักหลักรอกลุ่มราษฎรที่จะเคลื่อนขบวนในเวลา 17.00 น. 
    

ก่อนหน้าการเดินทางมาสถานทูตเยอรมัน แฟนเพจ คปท. ได้แจ้งข่าวสารแก่มวลชนให้มาพบกันตามวันเวลาดังกล่าว และทิ้งท้ายไว้ด้วยสโลแกน “แล้วพบกัน รองเท้าผ้าใบ กับใจถึงๆ”
++
คปท.ภาค 2
++
“ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล ได้ออกมาชี้แจงในนาม “กลุ่มประชาชนคนไทย” ผ่านแฟนเพจ คปท. ถึงสาเหตุการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
    

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

พลังปกป้องสถาบัน

“ทางกลุ่มติดตามสถานการณ์การชุมนุมมาโดยตลอด  และมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องบางกลุ่มกำลังจะดึงสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เข้าสู่เวทีความขัดแย้งภายในประเทศไทย  อันเกิดจากความพยายามต่อสู้ช่วงชิงอำนาจทางการเมือง เนื่องมาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของผู้นำของกลุ่ม ซึ่งรวมถึงการดึงเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือด้วย  เรายืนยันว่าไม่ได้ออกมาเพื่อปกป้องรัฐบาล ส่วนเรื่องการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาในรัฐสภาแล้ว ซึ่งเราร่วมติดตามอย่างใกล้ชิด”    

นอกจากนี้ กลุ่มประชาชนคนไทย  ยังไม่ต้องการให้การชุมนุมทางการเมืองไปกระทบสัมพันธไมตรีอันดีอย่างยาวนานของทั้ง 2 ประเทศ  
    

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

ทนายนกเขา ในภารกิจใหม่

“ทนายนกเขา” มีชื่อเสียงในการเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนนช่วงปี 2556-2557 ในนาม “เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)     

คปท. ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 10 ต.ค.2556 โดยเป็นการแตกตัวแยกออกมาจากกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งวันที่ 7 ต.ค.ปีเดียวกัน กปท.ได้เคลื่อนย้ายที่ชุมนุมจากสวนลุมพินี มาล้อมรอบทำเนียบรัฐบาล     

คปท.มีแกนนำ คือ อุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.)สมัยนั้น และ นิติธร ล้ำเหลือ ทนายความแห่งสภาทนายความแห่งประเทศไทย โดยทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน 

ชิ่งม็อบ “เอก-ช่อ” ทัวร์หาเสียง อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447168

ชิ่งม็อบ “เอก-ช่อ” ทัวร์หาเสียง อบจ.

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

26 ตุลาคม 2563 – 15:05 น.

ชิ่งม็อบ “เอก-ช่อ” ทัวร์หาเสียง อบจ. ฉวยจังหวะกระแสม็อบปลดแอก “ธนาธร” ผนึก “ช่อ” ลุยภาคเหนือหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. 

++
หลังไปปรากฏตัวแบบลับๆล่อๆ ในม็อบราษฎร อยู่สองสามวัน แกนนำคณะก้าวหน้า ก็ไปโผล่ที่ภาคเหนือ     

“เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไปเปิดตัวว่าที่นายก อบจ.พะเยา และแพร่ ก่อนจะล่องลงมาทางภาคเหนือตอนล่าง

อ่านข่าว…  2 พยัคฆ์ ปักธง 3 อบจ.เหนือ

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

ธนาธร พาแกนนำแดงภาคเหนือ หาเสียงที่อุตรดิตถ์

ฝ่าย “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ก็ไปนครสวรรค์ และตาก หาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.    

นัยว่า ธนาธรฝันจะชนะในสนามท้องถิ่นมากถึง 20 จังหวัด เพราะกระแสม็อบปลดแอก จะช่วยให้คนเลือกคณะก้าวหน้า
++
ปั้นเพื่อนตู่
++
วันที่ 25 ต.ค.2563 “ธนาธร” ลุยภาคเหนือตอนล่าง เริ่มจากสนามอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นสนามแห่งความหวังของเขา    

ปัณณวัฒน์ นาคมูล ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. อุตรดิตถ์ คณะก้าวหน้า เป็นอดีตแกนนำ นปช.ภาคเหนือตอนล่าง และเคยเป็นทีมงานของ ส.ส.เพื่อไทย เมืองลับแล    

เดิม “ปัณณวัฒน์” ชื่อ “จเร นาคมูล” อดีตนักกิจกรรมรามคำแหง และเป็นเพื่อนรักของจตุพร พรหมพันธุ์ ฉะนั้น ช่วงแดงทั้งแผ่นดิน ปัณณวัฒน์จึงเป็นแม่ทัพเสื้อแดงคนสำคัญ เคียงข้างจตุพร    

พลันที่ “ธนาธร” ตั้งพรรคอนาคตใหม่ ปัณณวัฒน์ ก็ทิ้งเพื่อนตู่มาร่วมงานกับอนาคตใหม่ และเสนอตัวลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.เมืองลับแล
    

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

ช่อไปเปิดตัว “ทนายฮั้ว” ที่นครสวรรค์

ส่วนที่สนามพิษณุโลก ธนาธร เปิดตัว ณชพล พลอาสา ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.พิษณุโลก โดยณชพล เป็นประธานชมรมถ่ายภาพพิษณุโลก Welovefoto และเจ้าของเพจสอนถ่ายภาพ X22 Studio 
++
ทนายคนยาก
++ 
วันที่ 25 ต.ค.2563 “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช เดินทางมาปากน้ำโพ เปิดตัว “ทนายฮั้ว” ศรัญ ฤกษ์อัตการ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. นครสวรรค์     

ทนายฮั้วเป็นนักกฎหมายที่ช่วยเหลือประชาชนทั่วไป และเคยลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 แต่สอบตก
    

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

หาเสียงที่ จ.ตาก

จากปากน้ำโพ “ช่อ” เดินทางไปเมืองตาก ร่วมกับ คริษฐ์ ปานเนียม ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ตาก คณะก้าวหน้า ไปพบกับพี่น้องชาติพันธุ์ลีซอที่ดอยห้วยทู่ เพื่อศึกษาโมเดลการท่องเที่ยวชุมชนที่จัดการโดยชุมชนอย่างเข้มแข็งและเป็นระบบ     

กระแสแฟลชม็อบไล่ประยุทธ์ในต่างจังหวัด ล้วนสร้างความมั่นใจให้ทีมงานคณะก้าวหน้าว่า ผู้สมัครนายก อบจ. แม้จะหน้าใหม่ ไม่มีบารมี แต่ก็จะสามารถล้มแชมป์เก่าได้

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447147

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน

26 ตุลาคม 2563 – 13:02 น.

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน


ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสำคัญในวันที่ 27 ตุลาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีการเสนอการแต่งตั้งอธิบดีกรมชลประทานคนใหม่ 

แต่ก่อนที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสกรณ์ จะนำรายชื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก็ปรากฎมีข่าวพูดกันทั้งกระทรวงฯว่ามีข้าราชการระดับสูงวิ่งเต้นจะขึ้นเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ด้วยวงเงินสูงถึง 500 ล้านบาท  ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากว่า ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

ที่สำคัญคือตำแหน่งอธิบดี เงินเดือนไม่ถึงแสนบาท จะเอาเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาทมาซื้อเก้าอี้เพื่ออะไร แล้วจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน คนอย่าง นายเฉลิมชัย จะปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นว่านี้ได้หรือ

และกระบวนการคัดเลือกคนจะดำรงตำแหน่งสูงของกระทรวงเกษตรฯนั้น มีหลักเกณฑ์และขั้นตอนเพื่อความโปร่งใสอยู่แล้ว โดยสร้างคณะกรรมการจะเป็นดังนี้ 
A. การคัดเลือก ต.บริหารสูง (ตำแหน่งว่าง)
1. อธิบดีกรมชลประทาน 
2. อธิบดีกรมการข้าว 

B. กระบวนการ
1. คกก. ประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์ : วันที่ 07 ต.ค. 63
2. แจ้งประกาศให้ส่วนราชการในสังกัด กษ. ทราบ : วันที่ 07 -09 ต.ค.63
3. ส่วนราชการเสนอรายชื่อมายังกระทรวง (2 ชื่อ/ตำแหน่ง) : วันที่ 12-16 ต.ค. 63
4. คกก. พิจารณาคัดเลือก : วันที่ 20 ต.ค. 63
5. รมว.กษ. เสนอ ครม. พิจารณา : วันที่ 27 ต.ค.63 

C. คกก.คัดเลือกฯ ประกอบด้วย
1. นายทองเปลว กองจันทร์ [ปลัดกระทรวง] : ประธาน
2. นางสุทธิลักษณ์ เอื้อจิตรถาวร [ผู้แทน ก.พ. ใน อ.ก.พ. กระทรวง] : กรรมการ
3. นางสาวปาริชาติ เพชรวงศ์  [ผู้ทรงฯ ด้านกฎหมายใน อ.ก.พ. กระทรวง] : กรรมการ
4. นายสรวิศ ธานีโต [อธิบดีกรมปศุสัตว์] ผู้แทน อ.ก.พ. กระทรวง : กรรมการ
5. หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของตำแหน่ง : กรรมการ
6. นายครองศักดิ์ สงรักษา [ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ สป.กษ.] : เลขานุการฯ
ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่คนจะเป็นอธิบดีกรมใหญ่ จะวิ่งเต้นผ่านคนใกล้ชิดรัฐมนตรี แล้วสมหวังได้ดังใจ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯได้ให้ข้อมูลว่า กรมประทาน เป็นกรมใหญ่ และมีงบประมาณมากพอที่จะทำให้ข้าราชการจับมือกับนายทุนเพื่อให้ได้เป็นอธิบดีแล้วผูกขาดโครงการต่างๆ ของกรมชลประทานให้กับพ่อค้ารายเดียว

กรมชลประทานเป็นงานที่เกี่ยวกับระบบท่อ ดังนั้นจึงมีนายทุนที่ผลิตท่อ ยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้คนของตัวเองได้เป็นอธิบดี เพราะเมื่อสามารถผูกขาดขายท่อให้กับกรมชลประทาน 15 ปี จะได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินที่จ่ายเพื่อซื้อเก้าอี้ จึงยอมลงทุน ทั้งนี้อาจจะมีคำถามว่าปัจจุบันนี้มีการเปิดประมูลแบบอีบิดดิ้ง มีความโปร่งใส แต่ทุกอย่างก็ล็อกสเปคล็อกผู้รับเหมาได้ทั้งนั้น และในกรมชลประทานเห็นว่ามีการล็อกสเปคท่อเชื่อมคู่ ซึ่งมีผู้ผลิตรายใหญ่เข้าคุณสมบัตินี้

แหล่งข่าวกล่าวว่า ให้จับตาการประชุมครม.วันที่ 27 ตุลาคม เพราะเมื่อกระบวนการสรรหาจบลง รมว.เกษตรฯจะนำรายชื่อเข้าขออนุมัติ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ทราบเรื่องนี้แล้ว จะยอมอนุมัติตามคำขอของกระทรวงเกษตรฯหรือไม่ 

“แม้ว” มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447139

“แม้ว” มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

26 ตุลาคม 2563 – 11:14 น.

“แม้ว” มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง ม็อบเด็กไม่ใช่ม็อบแดง “ทักษิณ” และน้องสาว จึงมีความสุข เฝ้ามองม็อบอยู่แดนไกล  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
น่าจะเป็นภาพชุดครอบครัวคนแดนไกล ที่พร้อมหน้าพร้อมตาที่สุด เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เผยแพร่ภาพดินเนอร์ร่วมโต๊ะกับ 3 อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อ 24 ต.ค.2563

อ่านข่าว…  หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Ing Shinawatra ว่า Family dinner ออกมาทานข้าวเย็น (ร้านโปรด) นอกบ้านครั้งแรกตั้งแต่มาถึง #ingxdubai    

สำหรับผู้ร่วมโต๊ะดินเนอร์ในนครดูไบวันนั้น ประกอบด้วยอุ๊งอิ๊ง ,ปิฏก สุขสวัสดิ์ (สามีอุ๊งอิ๊ง) ,ทักษิณ ชินวัตร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ,สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์     

ที่น่าสนใจ นอกเหนือไปจากภาพ 3 อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีภาพเต็มๆ ของ “เจ๊แดง” เยาวภา เป็นครั้งแรก หลังจากมีข่าวว่า เจ๊แดงหลบไปอยู่แดนไกลเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
++
นปช.สายดูไบ
++
การเคลื่อนไหวม็อบราษฎรมาถึงวันนี้ กล่าวได้ว่า มีคนเสื้อแดงร่วมการชุมนุมน้อยมาก หากแต่เป็นเรื่องของ “คนรุ่นใหม่” Gen Y Gen Z ซึ่งอาจจะมีกลุ่มลุงๆป้าๆ เสื้อแดงไม่กี่ร้อยคนที่คอยให้กำลังใจเด็ก    

ไม่ต้องพูดถึง นปช. องค์กรที่มีแต่ “หัว” แถมแกนนำ นปช. ก็ไร้เอกภาพมาปีกว่าแล้ว    

“ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช. และทีมงานสื่อออนไลน์ UDD news ยังขับเคลื่อนหนุนการชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อเนื่อง    

ธิดาเรียกร้องให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ โดยใช้คำว่า “คนเสื้อแดงเป็นสหายร่วมศึกกับเยาวชน”     

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

ขณะที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน  นปช. ยังเฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk เกือบทุกวัน โดยแสดงทัศนะตรงไปตรงมาต่อม็อบราษฎร     

ดูเหมือนว่า แกนนำม็อบราษฎร จะมอง “เดอะตู่” ด้วยสายตาแปลกๆ และไม่นับเป็นพวก    

มิหนำซ้ำ จตุพรกำลังวางบทบาทที่ถอยห่างออกจาก “ชินวัตร” ตรงกันข้ามกับธิดา ที่ยังมีภาพเป็น นปช.สายดูไบอยู่

++
แคร์ม็อบเด็ก
++
ท่ามกลางความคึกคักของม็อบเยาวชน ปรากฏว่า “คนเดือนตุลา” ที่เคยมีบทบาททางการเมืองสมัยไทยรักไทยเฟื่องฟู กลับถูกฝ่ายความมั่นคง จับตามอง    

บังเอิญว่า “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เพิ่งจัดตั้ง “กลุ่มแคร์” ได้ไม่ถึงปี จึงตกเป็นเป้าของหน่วยข่าวกรอง    

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

ทั้งหมอมิ้ง และอ้วน มักตกเป็นข่าวใต้ดินอยู่บ่อยๆ นับแต่ช่วงเหตุการณ์พฤษภา 2553 และการชุมนุมของม็อบราษฎรหนนี้ก็เช่นเดียวกัน    

บวกกับมิตรสหายของหมอมิ้งที่เข้าไปดูแล “วอยช์ทีวี” ซึ่งฝ่ายความมั่นคง มองว่า เป็นกระบอกเสียงของม็อบเด็ก    

หลังการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน กลุ่มแคร์ ได้อาสาขอเป็นตัวกลาง ในการประสานความช่วยเหลือกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จากการสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น     

นอกจากนี้ กลุ่มแคร์ยังเรียกร้องให้เข้าหน้าที่รัฐ หยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่ชุมนุมกันโดยสันติวิธี และสนับสนุนให้มีการพูดคุยกัน     

นามของคน เงาของไม้ ไม่ทำอะไร คนก็ระแวงอยู่แล้ว แต่นี่จัดตั้งกลุ่มแคร์เคลื่อนการเมือง ก็หนีไม่พ้นตกเป็น “ตัวละครปริศนา” หลังม่านม็อบ

‘ตู่ จตุพร’ เปิดไทม์ไลน์การเมืองร้อนๆ จนเกิดความชุลมุน ทั้งใน-นอกสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447105

‘ตู่ จตุพร’ เปิดไทม์ไลน์การเมืองร้อนๆ จนเกิดความชุลมุน ทั้งใน-นอกสภา

'ตู่ จตุพร' เปิดไทม์ไลน์การเมืองร้อนๆ จนเกิดความชุลมุน ทั้งใน-นอกสภา

25 ตุลาคม 2563 – 20:25 น.

‘ตู่ จตุพร’ เปิดไทม์ไลน์การเมืองร้อนๆ จนเกิดความชุลมุน ทั้งใน-นอกสภา ชี้  30 ตุลาคม นี้จะมีการตั้งตั้งเต็นท์ต่อต้านพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของ “ธรรมศาสตร์” แน่นอน

วันที่ 25 ตุลาคม 2563 ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ ซอย นวลจันทร์ รามอินทรา 40 มีการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์เต็มรูปแบบ มีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานในสไตล์ที่เป็นกันเอง นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารของประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ไปยังพี่น้องมวลชนเป็นปกติทุกสัปดาห์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดภาพ..วันซ้อมใหญ่พิธีพระราชทานปริญญาบัตร ‘ธรรมศาสตร์’

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ โดยาะบุว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สถานการณ์จากวิวัฒนาการเข้มข้นกันตามลำดับขณะเดียวกันตนยังอยู่ในบทที่ต้องอยู่ติดตามสถานการณ์ อย่างที่ตนเคยบอกว่า ตนจะรบในสงครามที่ตนกำหนดเองได้เพราะ หากต้องรบในสงครามที่กำหนดเองไม่ได้ การรบนั้นจะเป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ส่วนตัวเคารพในเสรีภาพของพี่น้องทุกประการ

อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้มีช่วงระยะเวลาที่ผู้ชุมนุมขีดเส้นใต้ให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งนั้นส่วนตัวมองว่า นี่เป็นคำถามที่รู้คำตอบมาตั้งแต่ต้น

ปรากฏการณ์การชุมนุมวันนี้ที่แยกราชประสงค์ ตนก็ยังเชื่อว่าเป็นสถานการณ์ที่เป็นปกติ แต่วันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.) จะมี 2 สถานที่ ที่จะเป็นจุดในทางการเมือง โดยจุดเเรกตั้งแต่ช่วงเช้าคือ ที่ประชุมรัฐสภา  การเปิดสมัยประชุมวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้ที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอให้เปิดประชุม โดยมี 3 หัวข้อที่จะปรึกษาหารือเพื่อหาทางออก ซึ่งจริงๆมีหัวข้อที่จะแตกหักเพียงหัวข้อเดียว ดังนั้น สถานการณ์ covid-19 และเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะกลายเป็นเรื่องรองในการหารือ แต่ประเด็นหลักที่นายกรัฐมนตรีเสนอไปยังประธานรัฐสภานั้น คือเรื่องขบวนเสด็จเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา

ดังนั้นเนื้อหาการปภิปรายก็จะเกี่ยวกับเรื่องสถาบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแรงเหวี่ยงในสภา หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เเถลงข้อหารือจบนั้นฝ่ายค้านก็ต้องขึ้นมาอภิปรายหักล้าง หลังจากนั้น ส.ส.พรรครัฐบาล และ ส.ว. ก็เวียนกันอภิปรายนั้นตนเชื่อว่าจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายมากที่สุดในสภา เพราะอีกฝ่ายก็จะชี้อีกฝ่ายหนึ่งว่าล้มเจ้า ขณะเดียวกันอีกฝ่ายก็จะชี้อีกฝ่ายหนึ่งพวกโหนเจ้า และในพื้นที่หน้าสภาวันนี้เริ่มก็มีการใส่เสื้อเหลืองดข้าไปจับจองพื้นที่หน้าสภาไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นเกมในวันที่ 26 ตุลาคมนี้จะเกิดเรื่องค่อนข้างมาก

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งที่มีการนัดทางเพจธรรมศาสตร์และเพจปลดแอกคือการนัดหมายที่แยกสามย่านในเวลา 17 นาฬิกาเพื่อไปที่สถานทูตเยอรมันและแน่นอนที่สุดในวงการก็จะพูดกันว่า หากเล่นหนัก ก็ต้องเดิมพันหนัก หากคิดจะได้หนักก็เตรียมจะต้องเสียหนักเช่นเดียวกัน นี่ในทางยุทธการไม่ว่าในแวดวงใด  ในแวดวงการเดิมพัน เดิมพันมากจะได้มาก แต่ก็เสียมากเหมือนกรณีเรื่องไทยรักษาชาติ หากไม่มีปัญหาก็จะได้ประเภทที่ว่า กวาดกระดานแต่หากมีปัญหาก็ถูกกว่าทั้งกระดานเหมือนกัน

ดังนั้นวันที่ 26 ตุลาคมนี้จึงเป็นรอยปริบางๆ อีกทั้งในทางการข่าวของตนพอจะได้ข่าวมาบ้างแล้ว และส่วนตัวเชื่อว่า จะเกิดเหตุชุลมุนตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม

อีกทั้งทุกคนทราบดีว่าการอภิปรายครั้งนี้จะมีเรื่องมากกว่าที่จะไม่มีเรื่อง ดังนั้นตนยังยืนยันว่า ขณะนี้นี้ตนยังอยู่ในจุดเรียกร้องเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะเกิดความสูญเสียและได้พยายามออกมาปรามไม่ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่รามคำแหงตนก็เตือนกันแรงๆว่าการใส่เสื้อเหลืองนั้นจะต้องมีความระมัดระวังไม่ใช่ไปไล่ตีใครนี่เป็นเรื่องที่สำคัญ ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่าเป็นจุดเปราะบางตามลำดับ

และในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ สถานการณ์ก็จะยกระดับขึ้นตามลำดับ ส่วนวันที่ 28 ตุลาคม จะมีอยู่ 2 กรณีคือที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยปม ส.ส.ทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านถือหุ้นสื่อเหมือนกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอีกกรณีที่มีการเลื่อนมาคือ กรณีที่ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ร้องศาลรัฐธรรมนูญกรณีการพักบ้านหลวง หลังเกษียณอายุของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้จะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรที่ธรรมศาสตร์ ซึ่งก็มีการตั้งตั้งเต็นท์ต่อต้านการรับปริญญาตามที่ปรากฏข่าวและก็รณรงค์ไม่รับปริญญารวมถึงการเชิญชวนไปชู 3 นิ้วหน้าหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ดังนั้นถัดจากนี้ไปจะเห็นปรากฎการณ์เกิดขึ้นทุกวัน และสงครามนี้ก็ยังไม่จบ

 ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า จะมีความแตกต่างไปจากยุคการต่อสู้ครั้งก่อนซึ่งตนก็พยายามที่จะติดตามสถานการณ์ว่ามันอยู่ในสถานการณ์ใด เพราะการชุมนุมที่ไม่มีแกนนำ แต่นำโดยเพจหรือโซเชียวมีเดียที่ไม่รู้ตัวตน นัดหมายให้ไปเจอกันที่จุดใดจุดหนึ่ง

อย่างไรก็ตามตนฟังการนัดหมายของ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน ก็อธิบายง่ายขึ้นเข้าใจมากขึ้นว่าเอาข้อเดียวเสียก่อน คือสถานการณ์เช่นนี้นั้นต้องไล่นายกรัฐมนตรีออกเสียก่อน แต่สถานการณ์ที่มีข้อเรียกร้องที่มีความหลากหลายนั้นจะทำให้สถานการณ์ยากลำบาก

นายจตุพรกล่าวด้วยว่า ทุกฝ่ายวันนี้ที่เคยต่อสู้ทางการเมืองกันมา เห็นพ้องต้องกัน ที่เห็นควรให้พลเอกประยุทธ์ลาออก ส่วนข้อเรียกร้องอื่นจะไม่ขอยุ่งเกี่ยว ขณะเดียวกันเรื่องข้อเรียกร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฝ่ายต่างรู้ว่าหากพลเอกประยุทธ์ลาออก รัฐธรรมนูญก็สามารถแก้ไขได้

“ดังนั้นทุกฝ่ายจะทอดกฐินสามัคคี หากข้อเรียกร้องมีเพียงข้อเดียวคือ ไล่พลเอกประยุทธ์ ให้ลาออก”นายจตุพร กล่าวในที่สุด

เกจิอาจารย์ตรวจดวงชะตา “บิ๊กตู่” แข็งโป๊ก หลัง 13 พ.ย. ทุกอย่างจะเรียบร้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447095

 เกจิอาจารย์ตรวจดวงชะตา “บิ๊กตู่” แข็งโป๊ก หลัง 13 พ.ย. ทุกอย่างจะเรียบร้อย

 เกจิอาจารย์ตรวจดวงชะตา "บิ๊กตู่" แข็งโป๊ก หลัง 13 พ.ย. ทุกอย่างจะเรียบร้อย

25 ตุลาคม 2563 – 18:05 น.

“วาสนา นาน่วม” โพสต์ เผยมีเกจิอาจารย์หลายท่านตรวจดวงชะตา “บิ๊กตู่” ชี้ดวงยังแข็ง ปัญหารุมเร้า แต่ไม่เป็นไร เชื่อหลังวันที่ 13 พ.ย.ปีนี้ ไปแล้ว ทุกอย่างจะเรียบร้อย

เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2563 น.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กWassana Nanuamถึงกรณีดวงชะตาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ดวงยังแข็ง!! (โปรดใช้วิจารณญาณ ในการอ่าน)

โดยโพสต์ของวาสนาระบุว่า มีการ ร่ำลือกันในหมู่คนใกล้ชิด “นายกฯบิ๊กตู่” ว่า มีเกจิอาจารย์หลายท่านที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคารพนับถือ ได้ตรวจดวงชะตาในช่วงนี้ให้อีกครั้ง พบว่าช่วงนี้มีปัญหารุมเร้า แต่ไม่เป็นไร ให้พยายามประคองสถานการณ์ต่อไป และเมื่อ 13 พ.ย.นี้ไปแล้วดวงจะแข็งมาก ทุกอย่างจะเรียบร้อย

วาสนาระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา( 24 ตุลาคม 2563) ที่พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ โดยสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระพรหมเสนาบดี กรรมการมหาเถรสมาคม พระธรรมรัตนากร เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และพระเถรานุเถระ ร่วมเจริญพระพุทธมนต์

ร่วมด้วยคณะรัฐมนตรี ทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ

โดยมีพุทธศาสนิกชนเข้ามาร่วมในพิธีจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลให้บ้านเมืองเกิดความสงบเรียบร้อย ผ่านพ้นอุปสรรคและอันตรายทั้งปวง

โดยใช้บทเจริญพระพุทธมนต์ที่ใช้ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ใช้เป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งประยุกต์มาจากพิธีพราหมณ์กับพิธีทางพระพุทธศาสนา เพื่อป้องกันภัยพิบัติและอุปัทวันตรายทั้งปวง

อีกทั้งให้เกิดความสุข ความสามัคคี ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและประเทศชาติ

อีกทั้งให้เกิดความสุข ความสามัคคี ความเจริญรุ่งเรือง เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและประเทศชาติ

ม็อบสองหัวสายเหยี่ยว VS สายพิราบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447089

ม็อบสองหัวสายเหยี่ยว VS สายพิราบ

ม็อบสองหัวสายเหยี่ยว VS สายพิราบ

25 ตุลาคม 2563 – 15:30 น.

สู้แบบไหน แกนนำม็อบราษฎร 2 หัว สายเหยี่ยวเผชิญหน้าสายพิราบ

        ปฏิริยาจากกรณีคลิป “ขอบใจมาก” วันที่ 23 ต.ค.2563 บรรดา “เซเลบม็อบปลดแอก” ต่างเรียกขานว่า “วันตาสว่าง” หรือ “วันแตกหัก

อ่านข่าว

วันตาสว่าง’ไผ่ ดาวดิน’นำสหายสายแข็ง

“สมบัติ ทองย้อย” โพสต์ ถ้ายังไป-กลับ ยังไง”ประยุทธ์” ก็ไม่ออก

        “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว แม่บ้านกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) โพสต์ผ่านแฟนเพจ Chonthicha Kate Jangrew “ดูคลิปจบแล้ว ก็คิดได้อย่างเดียวว่า มาร่วมลงแรงลงขันปฏิวัติไปด้วยกันเถอะ

        อะไรที่มันดักดาน ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ก็คงถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องโละทิ้งไป”

        ตามมาด้วย “ไผ่ ดาวดิน” ที่แสดงออกผ่านแฟนเพจ Pai Jatupat ที่ว่า “เราจะไม่ถอยอีกต่อไปแล้ว ออกมาร่วมสู้กับพวกเรา ออกมาพร้อมกับความเชื่อ ออกมาพร้อมกับความหวัง เพราะประเทศนี้เป็นของราษฎร์ #คณะราษฏร”

        เช่นเดียวกับ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ประเมินสถานการณ์ว่า “ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้าตอนนี้ ทุกอย่างจะเร่งฟืนเข้าไฟ และลุกลามอย่างรวดเร็ว สายพิราบอย่างผม คงไม่มีน้ำหนักพอให้คำแนะนำอะไรได้อีก” 

      เป็นครั้งแรกที่ “โตโต้” สะท้อนว่า ภายในขบวนการม็อบปลดแอก หรือม็อบราษฎร มีสายเหยี่ยว และสายพิราบ

        ++

        สายเหยี่ยวออกแล้ว

        ++

        กองเชียร์โลกสวย พยายามอธิบายปรากฏการณ์ “ออร์แกนิก ม็อบ” ด้วยทฤษฎีเกมออนไลน์ เป็นนวัตกรรมแปลกใหม่ ม็อบไร้แกนนำ มาเร็วเลิกเร็ว

        สำหรับการ์ด นปช.เก่าอย่าง “สมบัติ ทองย้อย” กลับมองว่า ม็อบมาแค่ 2 ทุ่มกลับบ้าน มันกดดันอะไรไม่ได้ “ประยุทธ์ ก็ไม่ออก” พอนานวันไป คนก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ

        อย่างวันที่เดินไปทำเนียบรัฐบาล รูปแบบน่าสนใจ ม็อบไม่มีรถปราศรัย ไม่มีแกนนำ แต่รูปขบวนการเดินขบวนยามวิกาล ปั่นป่วนวุ่นวายมาก โชคดีที่ไม่มี “ตัวละครปริศนา” เข้ามาแทรก

        สุดสัปดาห์นี้ จึงมีภาคีนิรนาม นักกิจกรรมสายดนตรี ได้จัดเวทีทำกิจกรรมปักหลักพักค้าง ร่วมกับเครือข่ายแดงเมืองนนท์ ที่หน้าเรือนจำกลางกรุงเทพฯ โดยมี “ไผ่ ดาวดิน” เป็นแกนนำ

        การออกมาจากคุกของไผ่ ทำให้ม็อบมีสีสันมากขึ้น ด้วยบุคลิกเฉพาะตัว ไผ่ ราษฎร หรือไผ่ ดาวดิน จึงประกาศชุมนุมใหญ่ที่แยกราชประสงค์ ช่วงเย็นวันที่ 25 ต.ค.2563

        ส่วนกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และภาคีเครือข่าย มีนัดเดินขบวนจาก แยกสามย่าน (ใกล้ MRTสามย่าน) ไปที่สถานทูตเยอรมัน (ถนนสาทร) ตอนเย็นย่ำ วันจันทร์ที่ 26 ต.ค.2563

        ด้านกองกำลังการ์ดอาสา WeVo มีภารกิจสนับสนุนการเคลื่อนขบวนไปสถานทูตเยอรมัน

        หากประเมินจากข้อมูลข้างต้น เท่ากับว่า ขบวนการขับไล่ประยุทธ์ มี 2 หัวคือ คณะราษฎร ของ ไผ่ ดาวดิน และคณะราษฎร ของกลุ่มลูกเกด และมิตรสหายจากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย

        ส่วนใครจะเป็นสายพิราบ หรือสายเหยี่ยว ก็ต้องดูจากการขับเคลื่อนม็อบ นับจากคืนนี้เป็นต้นไป

ส่อง ‘ปิยบุตร’ ปฏิวัติหรือจลาจล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447041

ส่อง ‘ปิยบุตร’ ปฏิวัติหรือจลาจล

ส่อง 'ปิยบุตร' ปฏิวัติหรือจลาจล25 ตุลาคม 2563 – 09:40 น.

ขุดรากความคิดซ้ายใหม่ “ปิยบุตร” ชี้เป้ามี “เหตุปะทะ” หากไม่ยอมปฏิรูปสถาบันฯ…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

        ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของคณะราษฎร ที่ประกาศยกระดับการกดดันรัฐบาลประยุทธ์ ด้วยพลังมวลชนอันมหาศาล และมุ่งหมายจะสร้างปรากฏการณ์ “ไทยสปริง”

        อ่านข่าว :  ชี้ ‘ปิยบุตร’ เก็บอาการไม่อยู่ แบบนี้ใกล้จบละครับ

        ขณะเดียวกัน ก็มีทัศนะร้อนๆ ออกมาจาก “เดอะป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ซึ่งเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง

        โดยเฉพาะบทที่ว่าด้วย “ปฏิรูป VS ปฏิวัติ” ทางแฟนเพจPiyabutr Saengkanokkul – ปิยบุตร แสงกนกกุล

        “ปฏิรูปกับปฏิวัติ ต่างก็คือการเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงแบบปฏิรูปก็ต่างจากการเปลี่ยนแปลงแบบปฏิวัติ..”

        เหมือนอาจารย์ป๊อก จะย้ำเตือนว่า การปฏิรูปสถาบันฯ เท่านั้นเป็นทางรอดของสังคมไทย

        ++

        นักปฏิวัติ?

        ++

        ในทวิตเตอร์ @Piyabutr_FWP ตอนเย็นวันที่ 24 ตุลาคม 2563 ปิยบุตร ทวีตว่า “กำเนิดของ Constitutional-Pariliamentary Monarchy ทั่วโลก Monarchy ต้องยินยอมปรับตัว อาจยินยอมเพราะมีเจตจำนงต้องการปฏิรูป หรือยินยอมเพราะจำยอม หากปราศจากการปรับตัวของ Monarchy ก็จะเดินหน้าไปสู่การปะทะ ผลที่ได้คือไม่เป็น Absolutue Monarchy (โดยชัดแจ้ง/ซ่อนรูป) ก็กลายเป็น Republic”

        เหมือน “เดอะป๊อก” จะอ่านเกมท้องถนนออก จึงบอกว่า “หากปราศจากการปรับตัวของ Monarchy ก็จะเดินหน้าไปสู่การปะทะ ผลที่ได้คือไม่เป็น Absolutue Monarchy (โดยชัดแจ้ง/ซ่อนรูป) ก็กลายเป็น Republic”

       เดอะป๊อก กำลังชี้เป้า “สงครามกลางเมือง” ใช่หรือไม่?

        เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2563 ปิยบุตร โพสต์ข้อความผ่านเฟจเฟซบุ๊ก ว่าด้วยเรื่อง “ห้วงเวลาปฏิวัติ – Revolutionary Moment”

        “การปฏิวัติจะบังเกิดได้ในห้วงเวลาประวัติศาสตร์ที่ประชาชนจำนวนมหาศาลเกิดความรู้สึกนึกคิดร่วมกันในสองมิติ ได้แก่ มิติแห่งความโกรธแค้น และมิติแห่งความหวัง”

        การลุกฮือของมวลชน ด้วยความโกรธแค้น แบบไม่มีพรรคนำ ไม่มีการจัดตั้ง ปรมาจารย์การปฏิวัติชี้ว่า นี่คือ จลาจลและอนาธิปไตย

        ++

        ศาสดาเจ้าเก่า

        ++

        ตอนครบรอบ 1 ปี พรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตรให้สัมภาษณ์ทางสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับศาสดาที่พวกเขาถอดรากความคิดมาปรับใช้ในการสร้างพรรค

        ปิยบุตรตอบชัดว่า “คนแรกคือ อันโตนิโอ กรัมชี (Antonio Gramsci)” นักลัทธิมาร์กซ ชาวอิตาเลียน

        “ความคิดของกรัมชี่ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการต่อสู้ทางการเมืองในสังคมไทย โดยเฉพาะช่วงยามหัวต่อหัวเลี้ยวเช่นนี้”

        อันโตนีโอ กรัมชี่ เป็นนักทฤษฎี “มาร์กซิสต์บริสุทธิ์” ที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้เผยแพร่ลัทธิมาร์กซคนสำคัญในยุคศตวรรษที่ 20

        ปิยบุตร ยอมรับว่า พวกเขาผู้เล่นใหม่ในสมรภูมิการช่วงชิงอำนาจนำใหม่

         “วิธีคิดของกรัมชีมองว่าการยึดอำนาจรัฐด้วยกำลังทางกายภาพ เช่น กำลังทหาร มวลมหาประชาชน หรือที่เรียกว่า ‘สงครามขับเคลื่อนพื้นที่’ (War of Movement) แค่นั้นไม่สำเร็จหรอก ถ้าคุณไม่ได้เปลี่ยนความคิดคน ดังนั้น กรัมชีจึงบอกว่าต้องทำงานผ่าน ‘สงครามทางความคิด’ (War of Position) ด้วย”

           อาจารย์ป๊อก ได้ทำสงครามความคิด จนใกล้สุกงอมแล้ว เมื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่ ลุกขึ้นมายื่นข้อเสนอเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ