นครพนมป่วน “ทักษิณ” ระแวง “ไพจิต” เพื่อนตายสหายศึกครูแก้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534132

23 ต.ค. 2565

นครพนมป่วน "ทักษิณ" ระแวง "ไพจิต" เพื่อนตายสหายศึกครูแก้ว

ศึกนครพนม “ทักษิณ” ระแวง “ไพจิต” เพื่อนตายสหายศึกครูแก้ว สายตรงมาดามแจ๋น ออกแรงบีบให้ไปอยู่ค่ายเสี่ยหนู ตามรอย ส.ส.ชวลิต ที่ถูกเขี่ยไปซบค่ายเจ๊หน่อย

ป่วนไม่เลิกรา “ทักษิณ” เคลียร์ศึกนครพนมไม่จบ “ไพจิต” อาจถูกบีบให้ออกไปอยู่ค่ายเสี่ยหนู เจอข้อหาปันใจให้ครูแก้ว ร่วมหัวจมท้ายยึด อบจ.นครพนม

ก่อนหน้านี้ ชวลิต วิชยสุทธิ์ ก็จำใจทิ้ง “ทักษิณ” ไปสังกัดเจ๊หน่อย โดยข้อหาเดียวกันกับไพจิต แถมขาใหญ่นครพนม ดันตัวเองมากดดันซ้ำ

ข่าวแจกจากพรรคภูมิใจไทย ช่วงสายวันที่ 23 ต.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมครูแก้ว ศุภชัย โพธิ์สุ เดินทางไปกราบสักการะพระธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม

ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะเจ้าถิ่นก็มาต้อนรับเสี่ยหนู และครูแก้ว จึงทำให้เกิดข่าวเพื่อไทยเลือดไหลกระฉ่อนไปทั้งตลาดการเมือง

ว่ากันตามจริง เรื่อง ส.ส.ไพจิต ศรีวรขาน จะย้ายพรรคนั้น มีข่าวมาเป็นระยะๆ และไพจิต ก็เคยเปิดบ้านแถลงข่าวว่า ไม่คิดจะย้ายออกจากพรรคเพื่อไทยมาแล้ว

เมื่อหลายเดือนก่อน พรรคเพื่อไทย เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน 90 กว่าคน เฉพาะ จ.นครพนม มี 4 เขต แต่เปิดตัวแค่ 2 เขตคือ ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เขต 1 และมนพร เจริญศรี เขต 2

น่าแปลกมาก 2 ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อย่าง ไพจิต ศรีวรขาน เขต 3 และชวลิต วิชยสุทธิ์ เขต 4 กลับไม่มีชื่อติดโผของพรรค

กรณีดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย เรื่อง ส.ส.ไพจิต และ ส.ส.ชวลิต จะย้ายพรรค

ล่าสุด ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม ที่ถูกกดดันหนัก ให้ต้องขึ้นไปอยู่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย ได้เริ่มเปิดตัวทำกิจกรรมกับพรรคไทยสร้างไทย ในพื้นที่เขต 4 แล้ว

ยังเหลือแต่ ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม 8 สมัย จะตัดสินอนาคตตัวเองอย่างไร จะยอมขึ้นบัญชีรายชื่อ เพื่อไทย หรือย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย

  • ‘สหายรักครูแก้ว’

มีรายงานข่าวว่า “ทักษิณ” ระแวง ส.ส.ไพจิต มาแต่ครั้งที่ร่วมมือกับครูแก้ว หักโค่นคนเพื่อไทย ยึดนายก อบจ.นครพนม มา 2 สมัยแล้ว

ครูแก้ว ศุภชัย โพธิ์สุ กับไพจิต ศรีวรขาน สนิทสนมกันมายาวนาน ตั้งแต่สมัยพรรคความหวังใหม่ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน

ไพจิต ศรีวรขาน ต้อนรับคณะของอนุทิน ชาญวีรกูล ที่วัดพระธาตุพนมไพจิต ศรีวรขาน ต้อนรับคณะของอนุทิน ชาญวีรกูล ที่วัดพระธาตุพนม

สิงห์เหนือ-ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 ภูมิใจไทย กับเสือใต้-ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 เพื่อไทย จับมือเล่นการเมืองท้องถิ่นมาโดยตลอด

ปี 2555 ครูแก้วจับมือไพจิต หนุน สมชอบ นิติพจน์ เป็นนายก อบจ.นครพนม โดยมีการแต่งตั้งภรรยาของทั้งคู่ เป็นรองนายก อบจ. คือ พูนสุข โพธิ์สุ และสุจินดา ศรีวรขาน

ปี 2562 สิงห์เหนือกับเสือใต้ หนุน ศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาวครูแก้ว เป็นนายก อบจ.นครพนม ตามสโลแกนที่ว่า “ไม่มีพรรค มีแต่พวก เรื่องของท้องถิ่นไม่เกี่ยวกับพรรค”

  • ‘สายตรงมาดามแจ๋น’

“ทักษิณ” ประกาศนโยบายคัดเลือกผู้สมัครเลือดใหม่ ลงสนาม โดยไม่ต้องกังวลเรื่องพื้นที่ ส.ส.เก่า คนไหนอาวุโส ไม่มีไฟก็ขยับให้คนหน้าใหม่เข้าไปแทน

สำหรับพรรคเพื่อไทย นครพนม ยุคอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ส.ส.เดือนหรือมนพร เจริญศรี (อ่านว่า มะนะพร) ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองเลขาธิการพรรค ก็เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่นครพนม

ส.ส.เดือน ได้มีแผนการจะผลักดัน สมนาม เหล่าเกียรติ อดีต ส.ว.นครพนม ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 แทน ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม

นอกจากนี้ เธอยังหนุน สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม หรือชาญชัย คำจำปา นักการเมืองท้องถิ่นแถว อ.นาแก ลงสมัคร ส.ส.เขต 4 แทน ชวลิต วิชยสุทธิ์

เหตุที่ ส.ส.เดือน มีบทบาทสูงในนครพนม โดยไม่เกรงบารมี ส.ส.นครพนม 8 สมัยอย่างไพจิต ก็เพราะเธอเป็นสายตรงมาดามแจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด และเฮียเพ้ง

แนวโน้มที่ ส.ส.ไพจิต จะโบกมือลาเพื่อไทย ก็มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจาก ส.ส.ชวลิต ถูกบีบจนทนไหว ต้องหอบหิ้วเสื้อผ้าไปหาเจ๊หน่อยก่อนหน้านั้นแล้ว

การร่วมกันไหว้องค์พระธาตุพนมของเสี่ยหนู กับ ส.ส.ไพจิต อาจเป็นสัญญาใจต่อกัน หากวันหน้า ทักษิณบ้าจี้ตามขาใหญ่ ไม่เอา ส.ส.อาวุโส ครูแก้วก็เปิดประตูรับทันที

“น้องเพรช” ความหวัง “ปชป.” หลังยืนเด่นอยู่ในเขต 1 สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/533968

นายหัวไทร

21 ต.ค. 2565

“น้องเพรช” ความหวัง “ปชป.” หลังยืนเด่นอยู่ในเขต 1 สงขลา

เขต 1 สงขลา เป็นเขตคาดหวังของพรรคประชาธิปัตย์ โดยส่ง “สรรเพชญ บุญญามณี” ลูกชายของ “นิพนธ์ บุญญามณี” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงศึกเลือกตั้งในสมัยหน้า

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ปี 2562 “สรรเพชญ” พ่ายให้กับ “วันชัย ปริญญาศิริ” จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งวันชัยก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นเพื่อนรุ่นน้องของ “นิพนธ์” นั้นเอง เป็นรุ่นน้องจากมหาวชิราวุธ สงขลา โดย “นิพนธ์” เป็นรุ่นพี่ของวันชัย 1 ปี

มาถึงวันนี้ “วันชัย” เปิดทางให้ “สรรเพชญ” โดยลาออกจาก ส.ส.ไปลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครสงขลา เท่ากับเป็นการหลีกทางให้หลานได้แจ้งเกิดทางการเมือง

“น้องเพรช” ความหวัง “ปชป.” หลังยืนเด่นอยู่ในเขต 1 สงขลา

กล่าวถึงสนามเลือกตั้งเขต 1 สงขลา เมื่อ “วันชัย” ลาออกไปลงเล่นการเมืองท้องถิ่น ในส่วนของ “พรรคพลังประชารัฐ” ยังไม่เห็นขยับว่าจะส่งใครลงแทน เดิมมีผู้การฯชาติ “พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล” อดีต ส.ส.สงขลา เป็นคนคุมทีม “พลังประชารัฐ” อยู่ แต่เมื่อ “ผู้การฯชาติ” ก้าวออกจาก “พลังประชารัฐ “ไปร่วมหัวจมท้ายกับ “พรรคสร้างอนาคตไทย” ของ “อุตตม สาวนายน” “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงค์”  ทำให้ “พรรคพลังประชารัฐ” ไม่มีหัวเรือใหญ่ 

“น้องเพรช” ความหวัง “ปชป.” หลังยืนเด่นอยู่ในเขต 1 สงขลา

“พรรคพลังประชารัฐ” สงขลาจึงเหลือ ส.ส.อยู่สองคน คือ “ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี” เขต 4 “ศาสตรา ศรีปาน”  เขต 2 และ “พยม พรหมเพชร “ ซึ่งศักยภาพในการคุมทีมยังไม่เพียงพอ หรือการจะควานหาคนมาแทน “วันชัย” ก็ยังไม่มีบารมีมากพอเช่นเดียวกัน ทำให้สนามเลือกตั้งเขต 1 สงขลา ของ “พลังประชารัฐ” ยังว่างอยู่

กล่าวเฉพาะที่เห็นเวลานี้ก็จะมี “สรรเพชญ บุญญามณี” เป็นตัวยืนในนาม “ประชาธิปัตย์” และมี “ประสงค์ บุรีรักษ์”  นายกฯแบน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ที่การเลือกตั้งครั้งที่แล้วหลุดจากเก้าอี้ จึงมาเปิดตัวลงชิง ส.ส.เขต 1 ในนาม “พรรคภูมิใจไทย” ฟัดกับเด็กๆน่าจะมีพลังมากกว่า และยังมีพ่อเป็นลมใต้ปีกอยู่อีกด้วย “นิพนธ์” พยายามไม่เข้าไปยุ่งมากกับการหาเสียง ปล่อยให้“น้องเพรช” จัดการไป ไม่งั้นเขาจะไม่โตสักที

แต่เขต 1 สงขลา นอกจาก “นายกฯแบน” และ “น้องเพรช”  แล้ว ให้จับตาว่า “เจือราชสีห์” ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ๆสดๆของ “พรรคประชาธิปัตย์”จะตัดสินใจอย่างไร แน่นอนว่าจะลงเขตในนาม “ประชาธิปัตย์” ไม่ได้แล้ว เพราะ “พรรคประชาธิปัตย์” ได้เปิดตัวน้องเพรชไปแล้ว 

ถ้า “เจือ” ยังยืนยันอยู่ “ประชาธิปัตย์” ก็ต้องขึ้นไปอยู่ระบบบัญชีรายชื่อ และลำดับต้องดีกว่าเดิม แต่ถ้ายังประสงค์จะลงเขต 1 ก็ต้องย้ายพรรค หาพรรคใหม่สังกัด โอกาสจึงน่าจะเป็น “พรรครวมไทยสร้างชาติ “ ที่มี “พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค”  คนเก่าจาก “ประชาธิปัตย์”  เป็นหัวหน้าพรรคอยู่ และมีเครือข่าย“ประชาธิปัตย์” อยู่ไม่น้อย หรือไม่ก็ “พรรคพลังประชารัฐ” ที่พื้นที่ว่างอยู่ แต่เวลานี้ “เจือ” คงยังพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะยังเป็น “ส.ส.ประชาธิปัตย์” อยู่

กล่าวสำหรับ “น้องเพรช”  เดินตามพ่อในพื้นที่มาหลายปี และหลังจากพลาดให้กับ “วันชัย- น้องเพรช” ก็ยังลงพื้นที่สัมผัสชุมชนต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ก็แจกถุงยังชีพ แจกข้าวกล่อง แจกปลากระป๋องไปจำนวนมาก เอาเป็นว่าเวลานี้เอาชื่อ “น้องเพรช” คนรู้จักแล้ว เชื่อว่า การบริหารจัดการเลือกตั้ง จัดการคะแนนของ “น้องเพรช” เป็นระบบ ดีกว่าเก่าเยอะ รู้ว่าใครเลือก ใครไม่เลือก และมีวิธีการจัดการในส่วนของคนที่ไม่เลือก เพื่อให้เปลี่ยนใจมาเลือก

แน่นอนว่า สำหรับ “นิพนธ์” แล้ว ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง “พรรคประชาธิปัตย์” ต้องถือว่า เขต 1 สงขลา คือเขตพื้นที่เป้าหมายที่จะต้องกลับมาปักธงให้ได้ ส่งลูกชายเข้าสภาหินอ่อนให้ได้

กล่าวสำหรับจังหวัดสงขลา “นิพนธ์” ดูแลแค่ 3 เขต คือ เขต 1 เมืองสงขลา เขต 2 หาดใหญ่รอบนอก เขต 3 ไข่แดงของหาดใหญ่ ส่วนที่เหลือ “เดชอิศม์ ขาวทอง” รองหัวหน้าพรรคภาคใต้ เป็นคนดูแล โดย”นิพนธ์” รับผิดชอบดูแล 20 เขตเลือกตั้ง คือสงขลา 3 เขต สตูล 2 เขต นครศรีธรรมราช 1 เขต และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 14 เขตเลือกตั้ง

เป้าหมายของ “ประชาธิปัตย์” สูงนักสำหรับ 35-40 ที่นั่งในภาคใต้ แต่เชื่อว่าเขต 1 สงขลา “น้องเพรช” น่าจะคว้าชัยชนะมาได้ในคราวนี้

“น้องเพรช” ความหวัง “ปชป.” หลังยืนเด่นอยู่ในเขต 1 สงขลา
“น้องเพรช” ความหวัง “ปชป.” หลังยืนเด่นอยู่ในเขต 1 สงขลา

ดูดกลับ “ประวิตร” ซุ่มเงียบจัดทัพ ส.ส.นกแล ไม่ทิ้งรัง พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533944

ขุนน้ำหมึก

21 ต.ค. 2565

ดูดกลับ “ประวิตร” ซุ่มเงียบจัดทัพ ส.ส.นกแล ไม่ทิ้งรัง พปชร.

พี่น้อง 3 ป.ยังนิ่ง “ประวิตร” ซุ่มเงียบจัดทัพ พปชร. จับตา 8 ส.ส.ที่ไปงานวันเกิดเนวิน เปลี่ยนใจไม่ย้ายพรรค หลังหัวหน้าซุ้มออกโรงเคลียร์ใจ ทั้งสามมิตรและมังกรน้ำเค็ม

พี่น้อง 3 ป.ยังนิ่ง “ประวิตร” ซุ่มจัดทัพพลังประชารัฐ ตรึง ส.ส.ให้ไปต่อด้วยกัน 8 ส.ส.ที่ไปงานวันเกิดเนวิน หลายคนเปลี่ยนใจไม่ย้ายพรรค 

“ประวิตร” ผลิตชุดนโยบายเศรษฐกิจประชารัฐ กลบความปั่นป่วนภายในพรรค โดยไม่สนใจ พล.อ.ประยุทธ์ จะเลือกทางเดินแบบไหน

วันที่ 21 ต.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สวนกระแสข่าวพรรคแตก เสนอชุดนโยบายรัฐ ว่าด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน หรือเศรษฐกิจประชารัฐ แต่สื่อให้ความสนใจ ข่าว ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล จะมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พปชร.มากกว่า

พล.อ.ประวิตร บอกว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร แต่ยอมรับว่าหม่อมอุ๋ยเป็นคนเก่ง แต่ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ เพราะไปพูดก็ยังไม่รู้ว่า จะมาหรือไม่ 

ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า ส.ส.พลังประชารัฐ 8 คน ที่ไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ได้แถลงความชัดเจนเรื่องอนาคตของตัวเองแล้ว หลายคนยืนยันไม่ทิ้งพรรค พปชร.

เท่าที่ตรวจสอบข่าวพบว่า กฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี,สุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี ,สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี ,ปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ส.ส.นครปฐม ,อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก และสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ ยังจะอยู่กับลุงป้อมต่อไป

‘สามมิตรเปลี่ยนใจ’

มีแกนนำพรรค พปชร.บางคน เตรียมเสนอ “ประวิตร” ให้ตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่ม ส.ส.ที่ไปโผล่งานเกิดเนวิน และมีพฤติกรรมรับ 2 ทาง 

หลังงานวันเกิดเนวิน (4 ต.ค.2565) สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ ที่เดินทางไปบุรีรัมย์ พร้อมลูกสาว ไอเดียร์-สุชาดา แทนทรัพย์ ให้สัมภาษณ์สื่อยอมรับว่า ช่วงต้นเดือน ธ.ค.2565 จะลาออกจากพรรค พปชร. เพื่อไม่ให้มีปัญหาและทุกคนในพรรคเกิดความสบายใจ

สัมฤทธิ์  ยังกั๊กเรื่องย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แต่ลูกสาว สุชาดาไปทำงานให้กับพรรคภูมิใจไทยแล้ว โดยเข้าไปเป็นทีมงานของกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาฯ 

 สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ บอกไม่ย้ายพรรค แต่ลูกสาว สุชาดา ไปซบค่ายเนวินแล้วสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ บอกไม่ย้ายพรรค แต่ลูกสาว สุชาดา ไปซบค่ายเนวินแล้ว

ถัดมา วันที่ 21 ต.ค.2565 สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ บอกว่า วันที่ไปงานวันเกิดเนวินไปในนามส่วนตัว ไม่ได้ไปเพื่อจะย้ายพรรคอะไร พร้อมยืนยันการเลือกตั้งครั้งหน้า จะยังอยู่กับพรรค พปชร.

มีข้อน่าสังเกตว่า การเปลี่ยนใจของสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ น่าจะเกี่ยวพันกับถ้อยแถลงของสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร ที่ประกาศชัดเจนว่า ไม่อยากไปไหน ยังอยู่พลังประชารัฐ อยู่กับลุงตู่และลุงป้อม

ทำนองเดียวกัน อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก ที่ไปบุรีรัมย์ ก็กลับมาปักหลักอยู่กับสมศักดิ์ เทพสุทิน เหมือนเดิม
 

‘ซุ้มมังกรน้ำเค็ม’

นับแต่มี ส.ส.พปชร.ไปงานวันเกิดเนวิน “ประวิตร” ก็ไม่เคยให้สัมภาษณ์สื่ออย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีแต่สมศักดิ์ เทพสุทิน พูดว่า ส.ส.คนไหนอยู่ในกลุ่มผู้ใหญ่คนไหน ก็คุยกันเอง

ใน ส.ส.พปชร. 8 คน ที่ไปบุรีรัมย์วันนั้น เป็น ส.ส.สมัยแรก และอยู่ในจังหวัดภาคกลาง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จึงให้สัมภาษณ์ว่า การไปอวยพรนักการเมืองต่างพรรคเป็นเรื่องปกติ และยืนยันว่า ส.ส.เหล่านี้ไม่ย้ายพรรคไปไหน

ยกตัวอย่าง กฤษณ์ แก้วอยู่ ส.ส.เพชรบุรี เขต 1 และสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี ก็อยู่ในการดูแลของ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี 

ส.ส.เปี๊ยก สุชาติ อุสาหะ จึงให้สัมภาษณ์ว่า ตนยังอยู่พลังประชารัฐ ไปงานวันเกิดเนวิน เพราะรู้จักกัน ตั้งแต่สมัยธานี ยี่สาร อดีต ส.ส.เพชรบุรี กลุ่ม 16 ซึ่งทุกวันนี้ ส.ส.เปี๊ยกก็ยังออกงานสังคมในนาม พปชร.

เช่นเดียวกับ กำนันฉอย-สมเกียรติ วอนเพียร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 ที่ไปโผล่บุรีรัมย์ ก็ประกาศในพื้นที่ว่า ตนเคารพรักลุงป้อม และจะไม่ทิ้งพรรค พปชร.
     
จะว่าไปแล้ว ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ พลังประชารัฐก็ยังมีสภาพปั่นป่วนอยู่ลึกๆ ส.ส.พร้อมจะไหลออกได้ทุกเวลา 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก 

ห่างบ้านป่า “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ขยับชิดบ้านครูใหญ่ ปมแค้นเฮ้งไม่จางหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533915

ขุนน้ำหมึก

21 ต.ค. 2565

ห่างบ้านป่า “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ขยับชิดบ้านครูใหญ่ ปมแค้นเฮ้งไม่จางหาย

บ้านใหญ่ปากน้ำ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ขยับเล็ก ๆ ห่างบ้านป่ารอยต่อ ใกล้ชิดบ้านใหญ่อีสานใต้ อัศวเหมไม่ใช่คนแปลกหน้าของครูใหญ่เนวิน รวมถึงเกี่ยวดองกับชาญวีรกูล

บ้านใหญ่ “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ขยับเล็ก ๆ ปากน้ำสะเทือน สมัยหน้าจะยังอยู่บ้านป่ารอยต่อฯ หรือไปไกลถึงบ้านใหญ่อีสานใต้

ลึก ๆ แล้ว “เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” ไม่ใช่คนแปลกหน้าของบ้านครูใหญ่เนวิน และไม่ต้องพูดถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับครอบครัวชาญวีรกูล 

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นำทีมสมุทรปราการก้าวหน้า ซบพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเงื่อนไขบางประการจากพี่ใหญ่-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ปฏิเสธยาก 

นับแต่ ส.ส.กลุ่มปากน้ำ 6 คน โหวตสวนมติพรรคพลังประชารัฐ ไม่ไว้วาง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ก็มีข่าวลือตามมาเป็นระลอก เกี่ยวกับอนาคตของซุ้มอัศวเหม 

แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โปรยยาหอมว่า ปรับ ครม.ครั้งหน้า ส.ส.กลุ่มปากน้ำต้องได้เป็นรัฐมนตรี แต่ก็ต้องไปถามใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพราะการเล่นเกมหักพี่ป๊อกขนาดนั้น น้องตู่ไม่พูดแต่จำนาน

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ภาพในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Anutin Charnvirakul ในภาพนั้น มีเสี่ยเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม พร้อมกับลูกสาวเพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม ส่วนอีกฝั่งหนึ่งคือ อนุทิน กับลูกชาย เป๊ก-เศรณี ชาญวีรกูล 

นัยว่าบนโต๊ะรับประทานอาหารวันนั้น เสี่ยเอ๋ และเสี่ยหนู คุยกันเรื่องการแต่งงานของน้องเพลง-น้องเป๊ก ไม่มีเรื่องการเมือง

จริง ๆ แล้ว เสี่ยเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ไม่ใช่คนแปลกหน้าของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เสี่ยเอ๋เคยร่วมขบวนสองพี่น้อง เนวิน-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ล่องใต้ไปพัทลุง เพื่อร่วมงานแข่งขันฟุตบอลของโกเกี๊ยะ และเจ๊เปี๊ยะ 

เสี่ยหนู และเสี่ยเอ๋ ปรึกษาหาเรื่องงานแต่งงานของลูกๆเสี่ยหนู และเสี่ยเอ๋ ปรึกษาหาเรื่องงานแต่งงานของลูกๆ

‘สายใยม้าทองคำ’

“เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” รับไม้ต่อจากบิดา-วัฒนา อัศวเหม ทำงานการเมืองด้วยความอดทน ปั้นกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า จนมีทั้ง ส.ส. และผู้บริหารท้องถิ่น ทั้ง อบจ.สมุทรปราการ และเทศบาลนครสมุทรปราการ

นับแต่พรรคไทยรักไทย ซุ้มอัศวเหมพ่ายแพ้พรรคของทักษิณ ในสนามสมุทรปราการ มาโดยตลอด ทั้งในสีเสื้อพรรคราษฎร(ปี 2544),พรรคมหาชน(ปี 2548) ,พรรคเพื่อแผ่นดิน(ปี 2550) และพรรคมาตุภูมิ(ปี 2554)

กระทั่งปี 2562 กลุ่มปากน้ำในสีเสื้อ พปชร. ชูลุงตู่เป็นนายกฯ จึงได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 5 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน

ในอดีต ต้นตระกูลรัชกิจประการ เป็นญาติกับวัฒนา อัศวเหม อพยพมาจากเมืองจีน และตั้งรกรากอยู่ที่ปากน้ำ สมุทรปราการ ก่อนจะอพยพไปทำมาค้าขายอยู่หาดใหญ่ จ.สงขลา 

การเลือกตั้งปี 2544 วัฒนา อัศวเหม แกนนำพรรคราษฎร จึงติดต่อญาติอย่างโกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่ทำธุรกิจน้ำมันอยู่ในหาดใหญ่ สงขลา ช่วยคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.ลงสนามทั่วภาคใต้ ในนามพรรคราษฎร 

เมื่อโกเกี๊ยะและเจ๊เปี๊ยะ จัดงานที่พัทลุง เสี่ยเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ จึงเดินทางไปร่วมในฐานะเครือญาติ และคนที่เคยร่วมงานกันมาในนามพรรคราษฎร ปี 2544

‘คู่ปรับซุ้มปากน้ำ’

“เอ๋ ชนม์สวัสดิ์” เปิดศึกกับมังกรน้ำเค็ม สุชาติ ชมกลิ่น ในศึกซักฟอกครั้งที่ผ่านมา ก็มีต้นเหตุมาจากปัญหาการเมืองในปากน้ำ

ดังที่รู้กัน ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ 6 คน แยกเป็น 5 คนอยู่ในซุ้มอัศวเหม ส่วน ไพลิน เทียนสุวรรณ นั้นอยู่ในสาย เสธ.อ้น และเสี่ยเฮ้ง

ปี 2562 ไพลิน เทียนสุวรรณ อดีต ส.อบจ.สมุทรปราการ ลูกสาวสมัคร เทียนสุวรรณ นักการเมืองคนดังแห่ง อ.พระสมุทรเจดีย์ ลงสมัคร ส.ส.เขต 7 และได้รับการสนับสนุนจาก เสธ.อ้น หรือ พล.อ.กนิษฐ์ ชาญปรีชญา น้องรักของลุงตู่และลุงป้อม

เดิมทีนั้น เสี่ยเอ๋ วางตัวต่อศักดิ์ อัศวเหม หลานชายวัฒนา ลงสมัคร ส.ส.ปากน้ำ เขต 7 แต่เกิดมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน พล.อ.ประวิตร จึงขอให้เสี่ยเอ๋ถอย โดยให้ต่อศักดิ์ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

บังเอิญว่า ตระกูลอัศวเหม กับเทียนสุวรรณ เป็นคู่ต่อสู้ในสนามท้องถิ่น ทำให้ส.ส.ไพลิน จึงไม่ร่วมสังฆกรรมกับ ส.ส.ซุ้มอัศวเหม แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน

ที่หนักไปกว่านั้น การเลือกตั้งสมัยสมัยหน้า สมุทรปราการ จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 8 คน สุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะ ผอ.พรรค พปชร. และพี่เลี้ยง ส.ส.ไพลิน ดันไปเปิดตัว มานิตย์ พรหมการีย์กุล  ประธาน สภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์ฯ เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 8

นี่คือจุดแตกหัก ระหว่างเสี่ยเอ๋ กับเสี่ยเฮ้ง และตามมาด้วยปฏิบัติการโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแรงงาน ในศึกซักฟอกหนที่แล้ว

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก 

ชิงฐานชิงธง “พิธา” ชน “ทักษิณ” เกี้ยเซี้ยหรือแก้ ม.112

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533826

ขุนน้ำหมึก

20 ต.ค. 2565

ชิงฐานชิงธง “พิธา” ชน “ทักษิณ” เกี้ยเซี้ยหรือแก้ ม.112

ศึกฝ่ายประชาธิปไตย “พิธา” ปักธงแก้ ม.112 ท้าทาย “ทักษิณ” ก้าวไกลเดินหน้า คนรุ่นใหม่ดุจผนังทองแดงกำแพงเหล็ก เพื่อไทยมั่นใจฐานเสียงเดิม คนรุ่นสงครามเย็น

การตลาดความคิด “พิธา” ปั้นนโยบายก้าวไกล ก้าวหน้ากว่าทุกพรรค ปักธงแก้ ม.112 เกทับเพื่อไทย ท้าทายจุดยืน “ทักษิณ” เรื่องสถาบันฯ

วิวาทะข้ามพรรคยังไม่จบ “พิธา” เดินหน้าแสวงหาแนวร่วมม็อบสามนิ้ว ทักษิณและเพื่อไทย ยังมั่นใจฐานเสียงเดิม คนรุ่นสงครามเย็น

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมแกนนำพรรค เปิดนโยบายของพรรคชุดแรก-การเมืองไทยก้าวหน้า ที่มีนโยบายสำคัญคือ นิรโทษกรรมผู้ต้องหาคดีทางการเมืองตั้งแต่ปี 2557 และแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

นโยบายของก้าวไกล ไม่ได้เหนือความคาดหมายจากผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง เนื่องจากแกนนำพรรค ได้ปูทางสร้างความรับรู้ร่วมกันในสังคมมาหลายวาระแล้ว โดยเฉพาะประเด็นแก้ ม.112

ย้อนไปปี 2561 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้วิพากษ์ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำพรรคอนาคตใหม่ กรณีไม่มีนโยบายแก้ไข ม.112 

นับแต่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และก่อให้การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ พร้อมข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ ปิยบุตร ในนามคณะก้าวหน้า จึงโผล่ออกมาชักธงยกเลิก ม.112 

“สมัยผมเริ่มก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ผมยอมกลืนเลือด ตัดสินใจขัดแย้งกับมโนธรรมสำนึกของผมอย่างสิ้นเชิงมาแล้ว ด้วยการประกาศว่า ไม่มีนโยบายแก้ 112..”

ปิยบุตรขอไถ่บาป โดยเรียกร้องให้พรรคก้าวไกล เดินหน้ายกเลิก ม.112 เพราะพลังคนรุ่นใหม่ เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้กับ ส.ส.ที่เสนอร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก 112

 ก้าวไกล ฉวยจังหวะลุงศักดิ์ ลุยหาเสียงต่อ ก้าวไกล ฉวยจังหวะลุงศักดิ์ ลุยหาเสียงต่อ

‘การตลาดเลือกข้าง’

“พิธา” ยังไม่ไปไกลถึงขั้นยกเลิก ม.112 แต่ขอเริ่มต้นที่นโยบายแก้ ม.112 ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า หวังจะเป็นการทดสอบตลาดการเมือง

หากไม่มีขบวนการเคลื่อนไหวปฏิรูปสถาบันฯ โดยกลุ่มราษฎร พร้อมพันธมิตรในช่วงปี 2563-2564 พรรคก้าวไกล คงไม่กล้าขยับชูนโยบายอันแหลมคมนี้

ดังนั้น มองในแง่ตลาดการเมือง พรรคก้าวไกลเลือกเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เพื่อให้มีความแตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น เหมือนการผลิตสินค้าที่ฉีกตลาดออกไป 

ที่สำคัญ พรรคก้าวไกลรับรู้ได้ถึงฐานเสียงตัวเอง ยกตัวอย่างพรรคการเมืองที่ได้รับอุดหนุนเงินภาษี จากผู้เสียภาษีที่แสดงเจตนาอุดหนุนเงินภาษีให้แก่พรรคการเมือง ประจำปีภาษี 2564 ปรากฏว่า พรรคก้าวไกลเป็นแชมป์ มีผู้บริจาคให้ 62,634 ราย ได้รับเงินบริจาค 27,564,203.77 บาท 

จากข้อมูลข้างต้นสะท้อนว่า กองหนุนพรรคก้าวไกลเป็นคนชั้นกลาง ,คนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเจนวาย-เจนแซด ก้าวไกลจึงกล้าปักธงความคิดแก้ไข ม.112 

‘แนวทางปรองดอง’

เมื่อพูดถึง “พิธา” กับนโยบายแก้ ม.112 ก็ต้องหันไปมองพรรคเพื่อไทย ที่ถือว่าอยู่ในฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกัน ซึ่งดูเหมือนว่า ทักษิณ ชินวัตร จะไม่เห็นดีเห็นงามเรื่องการแตะกฎหมายข้อนี้

ปลายปี 2564 มีวิวาทะข้ามพรรคระหว่างก้าวไกล และเพื่อไทย ประเด็นเสนอกฎหมายแก้ ม.112 โดยทักษิณ ได้แสดงความเห็นผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายหยุดดราม่า หายใจยาวๆ มาเริ่มต้นใหม่ตามที่ผมแนะนำเบื้องต้น เพื่อความรัก เพื่อการถวายความจงรักภักดีที่ถูกต้อง ถูกทาง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหาโดยที่ไม่รู้”

หลังจากนั้น บรรดาเยาวชนม็อบสามนิ้วได้ออกมาถล่มทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ร้อนถึงทักษิณต้องออกมาอธิบายความว่า “ต้องรีบแก้ไข 15 ปีมันหนักไป ทำอย่างไรไม่ให้โทษสูงเกินไป ทำอย่างไรให้ได้สิทธิประกันตัว ทำอย่างไรให้เกิดความยุติธรรม”

คำว่า แก้ ม.112 ของทักษิณ เน้นเรื่องปัญหาทางเทคนิค “เมื่อก่อนมีระบบคณะกรรมการรับเรื่องว่าจะฟ้องหรือไม่ แต่พอหลังๆ ดันไปให้ใครฟ้องก็ได้ มันเลยสะเปะสะปะไปหมด”

ทักษิณพยายามทำความเข้าใจกับคนรุ่นใหม่ว่า “รัฐไม่เข้าใจวิธีคิดเขา พวกเขาหวังดี แต่ก็ไปตีความว่าไม่จงรักภักดี ทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โต”

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้า พรรคเพื่อไทยต้องเจอโหวตยุทธศาสตร์ว่าด้วยจะเลือกพรรคแก้ ม.112 หรือพรรคสู้ไปกราบไป อย่างไม่ต้องสงสัย
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

เบื้องลึก “ลุงศักดิ์ เสื้อแดง” จับคู่สาวนุ้ย ลุยทะลุฟ้าทะลุเพดาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533789

ขุนน้ำหมึก

20 ต.ค. 2565

เบื้องลึก “ลุงศักดิ์ เสื้อแดง” จับคู่สาวนุ้ย ลุยทะลุฟ้าทะลุเพดาน

เบื้องหลังชกสั่งสอนนักร้อง “ลุงศักดิ์ เสื้อแดง” พร้อมคู่หู สาวนุ้ย สื่ออิสระสายสามนิ้ว เริ่มต้นจากม็อบแดงไล่ประยุทธ์ ก่อนยกระดับเป็นแดงก้าวหน้า สู้ทะลุเพดาน-ทะลุฟ้า

กรณีชกสั่งสอนนักร้อง “ลุงศักดิ์ เสื้อแดง” โด่งดังชั่วข้ามวัน พร้อมคู่หู สาวนุ้ย ทั้งคู่ประกาศตัวเป็นสื่ออิสระ มีช่องยูทูบเป็นเครื่องมือทำมาหากิน

“ลุงศักดิ์ เสื้อแดง” และสาวนุ้ย เริ่มต้นจากม็อบไล่ประยุทธ์ ก่อนจะผันตัวมาเป็นสื่ออิสระ และยกระดับการต่อสู้เป็นแนวทะลุเพดาน-ทะลุฟ้า 

นับแต่ วีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล หรือลุงศักดิ์ เสื้อแดง วัย 62 ปี เจ้าของช่องยูทูบศักดินาเสื้อแดง เปิดปฏิบัติการชกสั่งสอน ศรีสุวรรณ จรรยา ก็ทำให้ลุงศักดิ์ ถูกกล่าวขวัญถึงทั้งจากกองเชียร์ และกองแช่ง

จริง ๆ แล้ว หลายคนอาจสงสัยว่า ผู้หญิงที่ถือกล้องไลฟ์ระหว่างลุงศักดิ์ไล่ชกไล่เตะศรีสุวรรณนั้น เป็นใคร มาจากไหน หลังลุงศักดิ์เสร็จภารกิจ ก็ขับมอเตอร์ไซค์ออกสถานที่นั้นไป โดยมีหญิงคนนั้นซ้อนท้าย

สำหรับนักข่าวสายม็อบ ย่อมรู้จักเธอเป็นอย่างดี ผู้หญิงคนนี้คือ “สาวนุ้ย” วรัณยา แซ่ง้อ ที่บอกว่า ตัวเองเป็นสื่ออิสระ ทำยูทูบช่องศักดินาเสื้อแดง ร่วมกับลุงศักดิ์

ระยะหลัง มีสื่ออิสระเกิดขึ้นมากมายในช่วงม็อบไล่ประยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลุ่มราษฎรจัดการชุมนุมมวลชน และยุทธการดินแดงของกลุ่มทะลุแก๊ส

กลุ่มบุคคลที่เรียกตัวเองว่า สื่ออิสระ จะเคียงคู่กับการจัดการชุมนุมในนามมวลชนอิสระ นับแต่กลุ่มราษฎรว่างเว้นการชุมนุม ก็มีมวลชนอิสระที่จัดกิจกรรมทั้งไล่ประยุทธ์ และเรียกร้องให้ยกเลิก 112 อย่างต่อเนื่อง

‘แดงก้าวหน้า’

“ลุงศักดิ์ เสื้อแดง” เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองมาตั้งแต่ปี 2553 ในยุคแดงทั้งแผ่นดิน และเป็นผู้ชื่นชอบทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ปลายปี 2562 คนเสื้อแดงในนามกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย เปิดเวทีหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทุกวันอาทิตย์ ลุงศักดิ์ก็เข้าร่วมชุมนุมด้วย กระทั่งมีแฟลชม็อบของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนเสื้อแดงกลุ่มนี้ก็เข้าไปสนับสนุนเด็ก ๆ 

วันที่ 22 พ.ย.2563 ลุงศักดิ์ร่วมกับเพื่อนๆ จัดตั้งกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 ร่วมกับกลุ่มอาชีวะ จัดกิจกรรมที่ถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 4 พยายามเรียกร้องคนเสื้อแดงให้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่ง  

หลังจากมีคนเสื้อแดงบางคนทำช่องยูทูบ คอยรายงานสดจากการชุมนุมของกลุ่มราษฎร และกลุ่มอื่นๆ ลุงศักดิ์จึงเปิดช่องศักดินาเสื้อแดง เกาะติดการชุมชุมของกลุ่มทะลุแก๊สที่สามเหลี่ยมดินแดง

วันที่ 26 ก.ค.2564 ลุงศักดิ์ในนามกลุ่มแดงก้าวหน้า 63 จัดงานวันเกิด ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ บริเวณหน้าร้านแมคโดนัลด์ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

‘วีรกรรมสาวนุ้ย’

สำหรับคู่หู “ลุงศักดิ์ เสื้อแดง” คือ สาวนุ้ย-วรัณยา แซ่ง้อ วัย 48 ปี ก็เป็นคนเสื้อแดงเหมือนกัน เคยร่วมชุมนุมไล่ประยุทธ์มาแต่ปี 2562

 สาวนุ้ย คู่หูลุงศักดิ์ เสื้อแดงสาวนุ้ย คู่หูลุงศักดิ์ เสื้อแดง

ตั้งแต่ลุงศักดิ์ และสาวนุ้ย ร่วมกันทำช่องยูทูบชื่อศักดินาเสื้อแดง ก็ยกระดับการต่อสู้จากไล่ประยุทธ์ สู่การปฏิรูปสถาบันฯ โดยพวกเขานิยมชมชอบข้อเสนอของกลุ่มไฟเย็น(ผู้ลี้ภัยในฝรั่งเศส) 

ช่วงต้น พ.ค.2565 สาวนุ้ย เคยสร้างวีรกรรมทะเลาะป้าเป้า ระหว่างการชุมนุมที่หน้าเรือนจำคลองเปรม เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ในคดี ม.112 ของกลุ่มทะลุวัง

สาเหตุของการทะเลาะเบาะแว้งมาจากป้าบอกว่า “รักพรรคก้าวไกล แต่ก็ทิ้งเพื่อไทยไม่ได้” แต่สาวนุ้ยพูดตำหนิเพื่อไทย ทำนองว่า ไม่ออกมาช่วยเหลือคนที่ติดคุกเลย จึงเกิดปากเสียงถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

ภายหลัง กลุ่มยูทูบเบอร์สามนิ้ว ได้นัดหมายป้าเป้าและสาวนุ้ยเคลียร์ใจกัน มีการขอโทษขออภัย ก่อนจะไปรับประทานอาหารเคลียร์ใจกัน

ที่ผ่านมา สาวนุ้ยในนามสื่ออิสระ สังกัดช่องศักดินาเสื้อแดง ถูกจับกุมในคดี ม.112 และ ม.116  มาหลายคดีแล้ว โดยอยู่ระหว่างการประกันตัวสู้คดี 

วิถีลุงศักดิ์และสาวนุ้ย ได้ก้าวข้ามแดงทักษิณ ไปสู่ความเป็นแดงก้าวหน้า ที่เห็นด้วยกับแนวคิดม็อบสามนิ้วไปเรียบร้อยแล้ว

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ     โดย …  ขุนน้ำหมึก

หัวหน้าการ์ด นปช.ซบ “ภูมิใจไทย” คุมเลือกตั้งเมืองนครฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/533751

นายหัวไทร

20 ต.ค. 2565

หัวหน้าการ์ด นปช.ซบ "ภูมิใจไทย" คุมเลือกตั้งเมืองนครฯ

ภูมิใจไทย วาง อารี ไกรนรา คุม “เลือกตั้ง” นครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง ปิดฉากเพื่อชาติ และ หัวหน้าการ์ดเสื้อแดง

 บ่ายของวันที่ 9 ตุลาคม 2565 ได้เจอ “อารี ไกรนรา” ส.ส.พรรคเพื่อชาติ ที่ร้านข้าวแกง “ครัวคนเคร็ง” อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช      “พี่เห็นคนส่งภาพมาให้ว่าน้องนั่งกินปลาช่อนจีจิ้มน้ำส้มจากอยู่ร้านนี้ อยู่ไม่ไกลกันเลยตามมากินกัน”  อารี เอ่ยเป็นสำเนียงใต้ พร้อมคว้าปลาช่อนจี ฉีกจิ้มน้ำส้มจากยัดเข้าปากทันที

ได้สนทนากับอารีถึงการตัดสินใจเดินเข้าสู่พรรคภูมิใจไทย “ในสมัยหน้าตัดสินใจแล้วว่า จะเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย โดยจะลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อด้วยเชื่อว่าการทำงานของพรรคภูมิใจไทยตอบโจทย์ของคนใต้ เนื่องจากตนเองก็เป็นคนใต้ และอยากให้ภาคใต้มีการพัฒนาไปในทางที่สมควรจะเป็น พี่อายุมากแล้ว ช่วงบั้นปลายชีวิตขอทำงานให้บ้านเกิดบ้าง”

อารีบอกว่า ทำงานให้จังหวัดอื่น ภาคอื่นมามากแล้ว เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว พี่อายุ 70 แล้ว ขอทำงานให้นครศรีธรรมราชบ้านเกิดบ้าง ตระกูลไกรนราของพี่ส่วนใหญ่อยู่ทุ่งใหญ่

อารีตัดสินใจว่า เลือกตั้งครั้งหน้าเดินออกจากพรรคเพื่อชาติ และมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย บ้านเดิมที่เคยอยู่มาก่อน และเคยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมัย เชาวรัตน์ ชาญวีระกูล นั่งว่าการอยู่ กล่าวได้ว่าเวลานั้นอารีใหญ่มาก คนไปขอพบต่อแถวยาวทุกวัน

กล่าวถึงอารี ผมได้รู้จักตั้งแต่สมัยอยู่ในรามคำแหง อารีเป็นเจ้าหน้าที่กองกิจการนักศึกษา เราในฐานะนักศึกษากิจกรรม วิถีจึงทำให้เจอกันบ่อยครั้ง เท่าที่รู้จักอารีไม่ใช่คนโหดร้ายใจดำ แต่เป็นคนจิตใจนักเลง ช่วยได้ช่วย มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อกับน้องๆ เป็นมือประสานสิบทิศ “อารี”ต่างหากที่เคยเป็นผู้ถูกกระทำ

 “พี่จะลงสมัคร ส.ส.”วันหนึ่งอารีเอ่ยกับเพื่อนๆน้องๆ ทุกคนอ้าปากค้าง ถามกลับไปว่า “พี่ฮะนะจะลงสมัคร ส.ส.” แต่พี่อารี กล่าวยืนยันว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จริงๆ

อารีลาออกจากข้าราชการในมหาวิทยาลัยรามคำแหง เดินไปสู่สนามเลือกตั้ง ทั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย แต่วาสนายังไม่ถึงเป็นได้แค่เกือบ แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยน มีการชุมชนทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (นปช.) อารีได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าการ์ด นปช.ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับแกนนำ และกลุ่มผู้ชุมนุม  จึงทำให้ชื่อที่ปรากฏออกไปเหมือนเป็นคนโหดร้าย อำมหิต ถึงจะรับบทเป็นหัวหน้าการ์ดในสถานการณ์การชุมนุมที่ร้อนแรงได้ แต่จริงๆไม่ใช่ อารีไม่เคยทำร้ายใคร เป็นคนลงมือห้ามปรามด้วยซ้ำ อารีเป็นนักเจรจา ท่ามกลางความขัดแย้งมากกว่า

ช่วงการชุมนุมแรงๆมีข่าวเล็ดลอดออกมาด้วยว่า อารีขัดแย้งกับเสธฯแดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล) อย่างรุนแรง เสธฯแดง กล่าวหาอารีว่า กินหัวคิวบ้าง งุบงิบเงินไว้ใช้เองบ้าง จนทำให้การ์ดบางส่วนไปอยู่กับเสธฯแดง ซึ่งอารีก็ปฏิเสธเรื่องอมเงิน

จตุพร พรหมพันธ์  ประธาน นปช.   อารี ไกรนรา ส.ส.เพื่อชาติจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. อารี ไกรนรา ส.ส.เพื่อชาติ

เมื่อการชุมนุมสงบลง การเมืองเดินเข้าสู่สนามเลือกตั้งอารีได้ร่วมกับ “จตุพร พรหมพันธุ์-ยงยุทธ ติยะไพรัตน์” และเพื่อนฝูงตั้งพรรคการเมือง “เพื่อชาติ” ขึ้นมา โดยมีสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็นหัวหน้าพรรค  อารีลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ คราวนี้อารีได้เป็น ส.ส.สมใจแต่การก้าวเดินของพรรคเพื่อชาติเต็มไปด้วยความขัดแย้ง แม้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 “ยงยุทธ-จตุพร” ก็ขัดแย้งกันหนัก จนต้องจับเข่าคุยกัน เพื่อให้ผ่านการเลือกตั้งไปให้ได้ และเลือกตั้งเสร็จ “จตุพร”ก็เดินออกมา

จบการเลือกตั้งพรรคเพื่อชาติได้มา 5 ที่นั่ง ซึ่งถือว่าผิดเป้าไปมากกับมวลชนคนเสื้อแดงจำนวนมากในโซนเหนือ-อิสาน แต่คะแนนไม่มากับพรรคเพื่อชาติ และเสร็จศึกเลือกตั้ง ยงยุทธ เดินเกมยึดพรรคเพื่อชาติ จนสงครามต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค มีการปรับโครงสร้างพรรคใหม่ “ติยะไพรัช” เข้ามายึดพรรคเต็มรูปแบบ “นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พี่สาวของยงยุทธ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ และ

ล่าสุดลูกสาวยงยุทธ “ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช” หรือ ฮาย ทายาททางการเมืองของ ยงยุทธ ติยะไพรัช ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทนแล้ว

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน “ตู่-จตุพร” น้องรักของอารีก็ทิ้งพรรคเพื่อชาติไปแล้ว อารีจึงต้องก้าวถอยออกไป และยึดหัวหาดพรรคภูมิใจไทย ที่กระแสในภาคใต้กำลังพุ่งแรง อารีได้รับมอบหมายจากเจ้-นาที รัชกิจประการ ให้ดูแลพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งจังหวัดทั้ง 9 เขตเลือกตั้ง และช่วยเหลือจังหวัดข้างเคียง เช่น กระบี่ พัทลุง สงขลา เป็นต้น ด้วยความที่อารีเป็นคนกว้างขวาง มีเครือข่ายมาก

ต้องจับตาดูบทบาทใหม่ในบ้านหลังเก่า “อารี ไกรนรา”จะช่วยให้ภูมิใจไทยปักธงในจังหวัดนครศรีธรรมราชได้หรือไม่กับเป้าหมาย 3 เขตเลือกตั้งกับสนามยากของจังหวัด ที่มีประชาธิปัตย์ยึดครองพื้นที่มายาวนาน และเพิ่งจะมีพลังประชารัฐ เข้ามาแบ่งไปครึ่งหนึ่ง

โจทย์หินนครบาล “อนุทิน” แบรนด์ ภท.ขายยาก ลุ้นเสี่ยบีนำทัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533689

ขุนน้ำหมึก

19 ต.ค. 2565

โจทย์หินนครบาล “อนุทิน” แบรนด์ ภท.ขายยาก ลุ้นเสี่ยบีนำทัพ

สนามเมืองหลวงไม่หมู “อนุทิน” ลุ้น พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รับบทแม่ทัพ แบรนด์ ภท.เหมาะตลาดภูธร เจาะฐานนครบาลลำบาก เจอคู่แข่งสายแข็งเพื่อไทย และก้าวไกล

สนามเมืองหลวงไม่หมู “อนุทิน” จีบ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแม่ทัพนครบาล พปชร. มาบัญชาการ หวังปักธงสีน้ำเงินกลางมหานคร

“อนุทิน” รู้ดีแบรนด์ภูมิใจไทย เหมาะกับตลาดภูธร เมื่อตั้งเป้าเป็นพรรคต้นขั้วก็ต้องเจาะฐานนครบาล แข่งเพื่อไทย และก้าวไกล

ตกเป็นข่าวกอสสิปมานานนับเดือน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพิ่งเปิดปากยอมรับว่า ได้มีการพูดคุยกับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส และอดีตแกนนำ กทม. พรรคพลังประชารัฐ โดยหวังจะให้พุทธิพงษ์ มาเป็นแม่ทัพเมืองหลวง

มีกระแสข่าวว่า เสี่ยบี-พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส จะมาร่วมงานกับภูมิใจไทย แถมจะมี ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ อีก 4 คนตามมาด้วย ได้แก่ จักรพันธ์ พรนิมิตร, กษิดิ์เดช ชุติมันต์ ,ประสิทธ์ มะหะหมัด และพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ 


2 ใน 4 ส.ส.พลังประชารัฐ เป็น ส.ก.เก่า และมีความคุ้นเคยกับเสี่ยบี ตั้งแต่สมัยอยู่พรรค ปชป. ส่วน ประสิทธ์ มะหะหมัด อดีต ส.ก.เพื่อไทย และพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ คงได้รับการติดต่อจากอีกสายหนึ่ง

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว สนามกรุงเทพมหานคร มี 30 เขต 30 คน ผลปรากฏว่า พรรคพลังประชารัฐ ได้ 12 ที่นั่ง , พรรคอนาคตใหม่ 9 ที่นั่ง และพรรคเพื่อไทย 9 ที่นั่ง 

สังเวียนเลือกตั้งเมืองหลวง เรื่องกระแสเป็นหลัก โดยฐานเสียงส่วนบุคคลเป็นรอง เมื่อมีกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ พรรค ปชป.จึงสอบตกยกจังหวัด    

‘ขี่ลุงตู่เข้าสภา’

“อนุทิน” หาแม่ทัพเมืองหลวงมาแล้ว เพราะมั่นใจว่า นโยบายใหม่ของภูมิใจไทย จะโดนใจชาว กทม. หากปักธงได้ 2-3 เขตก็ถือว่า เกินความคาดหมาย

สมัยที่แล้ว พรรค พปชร. ได้ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นผู้ดูแลสนาม กทม. จนประสบความสำเร็จ ได้ ส.ส.กทม.เข้าสภาฯ 12 คน ชนิดเหนือความคาดหมาย


หลังเจอวิบากกรรมคดี กปปส. ทั้งณัฏฐพล และพุทธิพงษ์ ต้องโทษอาญา และพ้นจากรัฐมนตรี ระหว่างนี้อยู่ในขั้นอุทธรณ์สู้คดี แต่ก็มีข่าวเสี่ยบี จะหวนคืนสนามการเมืองในบทคนหลังม่าน

ปัจจุบัน ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ เหลืออยู่ 10 คน ประกอบด้วย กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ (เขตพระนคร), พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ (เขตปทุมวัน-บางรัก),กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา (เขตคลองเตย), ภาดาท์ วรกานนท์ (เขตพญาไท), กษิดิ์เดช ชุติมันต์ (เขตลาดพร้าว), ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ (เขตบางกะปิ) ,ชาญวิทย์ วิภูศิริ (เขตมีนบุรี) ,ศิริพงษ์ รัสมี (เขตหนองจอก), ประสิทธิ์ มะหะหมัด (เขตสะพานสูง) และจักรพันธ์ พรนิมิตร (เขตบางพลัด)

ในยามที่กระแสลุงตู่ตกต่ำ ส.ส.พลังประชารัฐ ย่อมสัมผัสได้ จึงมีข่าวว่า พวกเขาทั้ง 10 ชีวิต เตรียมโยกย้ายหาบ้านหลังใหม่ รวมถึง 4 – 5 คนที่ตกเป็นข่าวจะมาภูมิใจไทย
 

  วันว่างของพุทธิพงษ์ รอคืนสังเวียนการเมือง วันว่างของพุทธิพงษ์ รอคืนสังเวียนการเมือง

‘โจทย์หินค่ายเสี่ยหนู’

จริง ๆ แล้ว “อนุทิน” ก็มี ส.ส.เมืองหลวงอยู่ 2 คน เป็น ส.ส.ที่ย้ายมาจากพรรคอนาคตใหม่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า สมัยหน้า ทั้งคู่จะสอบได้ในเสื้อสีน้ำเงิน


ร.ต.ต.มณฑล โพธิ์คาย ส.ส.กทม.(เขตสวนหลวง) และโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ส.ส.กทม.(เขตจอมทอง) เป็น ส.ส.สมัยแรกในเสื้อสีส้ม หักปากกาเซียนโค่นแชมป์เก่า ปชป.มาได้ เพราะกระแสธนาธรล้วนๆ ไม่ใช่ฐานเสียงส่วนตัว

สำหรับการเลือกตั้งสมัยที่ผ่านมา ภูมิใจไทย ได้มอบให้ ศุภมาศ อิศรภักดี เป็นผู้ดูแลสนาม กทม. และได้มีการคัดเลือกอดีต ส.ก.ที่มีชื่อเสียงอย่าง ปราณี เชื้อเกตุ เขตบางเขน, พงศ์ไพศาล มะลูลีม เขตมีนบุรี ,สายรุ้ง ปิ่นโมรา เขตธนบุรี และไสว โชติกะสุภา เขตราษฎร์บูรณะ มาลงสนาม ผลปรากฏว่า พ่ายแพ้ยับเยิน

สรุปว่า แบรนด์ภูมิใจไทย ขายยากในสนาม กทม. จึงเป็นโจทย์หินของเสี่ยบี พุทธิพงษ์ หากจะตอบรับมาเป็นแม่ทัพหลังม่านให้เสี่ยหนู

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย .. ขุนน้ำหมึก

ครม.จัด งบฯร้อน 7 พันล้าน สะเทือนการเมือง 3 จังหวัด ริมฝั่งทะเลสาบสงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/533682

19 ต.ค. 2565

ครม.จัด งบฯร้อน 7 พันล้าน สะเทือนการเมือง 3 จังหวัด ริมฝั่งทะเลสาบสงขลา

หลายพรรคการเมือง รุมทึ้ง พื้นที่ริมฝั่งทะเลสาปสงขลา หลังภูมิใจไทย ได้งบสร้างสะพาน สองแห่ง เกือบ 7 พันล้าน จุดพลุ รุกปักษ์ใต้ หลายพื้นที่

เมื่อวานนี้ครม. อนุมัติก่อสร้าง 2 โครงการ สร้างสะพานข้ามทะเลสองสะพาน

คือสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาและสะพานเชื่อมเกาะลันตา คาดเริ่มสร้าง ก.ย. 66 เสร็จภายใน 3 ปี แลนด์มาร์คใหม่ภาคใต้

โครงการแรก กรมทางหลวงชนบท (ทช.)ดูแล เป็นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา–ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง วงเงิน 4,841 ล้านบาท

โครงการสอง เป็นก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ต.เกาะกลาง–ต.เกาะลันตาน้อย อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ วงเงิน 1,854 ล้านบาท

ส่วนโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลจาก อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ที่สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐจุดประกายนำเสนอยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้ ยังไม่ผ่านการอนุมัติของ ครม.

กล่าวสำหรับสะพานข้ามทะเลสาปสงขลา ดูเหมือนจะคืบหน้าไปมาก ผ่านการศึกษาความเป็นไปได้แล้ว ผ่านการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแล้วล้อมแล้ว ผ่าน ครม.แล้ว ที่สำคัญ คือ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์ ตีตราจองไปเรียบร้อยแล้ว มีการตั้งชื่อสะพานแล้ว “สะพานมโนราห์” รองบประมาณปี 66

ประเด็นคือจะมีพรรคไหนหยิบยกไปเป็นผลงานของตนเอง เชื่อเหลือเกินว่า จะต้องมีนักการเมือง พรรคการเมืองหยิบยกมาเป็นผลงาน เพื่อคะแนนนิยมแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ ที่มี ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี เป็น ส.ส.อยู่ในโซนสร้างสะพาน และอรุณเคยอภิปรายในสภาเกี่ยวกับโครงการสะพานมโนราห์ ในช่วงการหาเสียงเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในโครงการที่ ร.ต.อ.อรุณจะต้องหยิบยกมาอธิบายว่าเป็นผลงาน และที่สำคัญ ร.ต.อ.อรุณ เริ่มขับเคลื่อนงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับสะพานแล้ว

พรรคภูมิใจไทย ก็เป็นอีกพรรคที่ต้องหยิบยกขึ้นมาเป็นผลงาน “พูดแล้วทำ” ผลักดันผ่านกระทรวงคมนาคม ที่มีศักดิ์สยาม ดูแลกระทรวงคมนาคมอยู่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ก็ไม่รอช้า เร่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยว โซนลุ่มน้ำทะเลสาปสงขลา หลังจากพื้นที่โซนนี้ทางองค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว (อพท.) รับเข้าไปดูแลพื้นทึ่ลุ่มน้ำทะเลสาปสงขลาและลุ่มน้ำปากพนัง

พิพัฒน์ เริ่มพูดถึงการพัฒนาป่าพรุควนเคร็งให้ยั่งยืน พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวท่องเที่ยวต่อไป

โซนระโนด-กระแสสินธุ์ ที่มี ร.ต.อ.อรุณ เป็น ส.ส.อยู่ในนามพรรคพลังประชารัฐ ฐานเสียงยังแน่นอยู่ เพียงแต่มีปัญหาสุขภาพนิดหน่อย แต่ยังลงพื้นที่ต่อเนื่อง ยังมีคะแนนนิยมดีอยู่ ยืนยันลงสมัครรักษาแชมป์แน่นอน โดยมี “สจ.ลูกเต้ง” ไกรธนู แกล้วทนง สจ.หลายสมัย จากพรรคภูมิใจไทย ลงชิง และมี “ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว” อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลงท้าชิงด้วยคน งานนี้วัดกันด้วยผลงาน

ส่วนโซนลุ่มน้ำปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ชะอวด ปากพนัง (เขตยังไม่แน่นอน) พรรคประชาธิปัตย์สรุปผลโพลล์แล้ว “ยุทธการ รัตนมาศ ” ชนะ “พงศ์สิน เสนพงศ์” กรรมการบริหารพรรคยังไม่สรุปว่าจะส่งใคร แต่เอียงไปทางยุทธการ

ส่วนพรรคภูมิใจไทย โซนนี้มีอยู่ 2 คน ขึ้นอยู่กับว่า กกต.จะแบ่งเขตเลือกตั้งออกมาอย่างไร คนแรก คือ “มานะ ยวงทอง” เดินลุยอยู่ในโซนเชียรใหญ่ หัวไทร มาหลายเดือนแล้ว อีกคนคือ “ปลัดณัฐกิตติ์ หนูรอด” อดีตปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เพิ่งลาออกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.

ทั้งสองคนคงต้องรอว่า กกต.จะแบ่งเขตออกมาอย่างไร ถ้าไม่ทับซ้อนกันก็แบ่งกันคนละเขต แต่ถ้าทับซ้อนกันก็จะยุ่งยาก อาจต้องมีคนใดคนหนึ่งเสียสละ หรือขยับไปลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ

เขตนี้ให้จับตาด้วยว่า “วิทยา แก้วภารดัย”อดีต ส.ส.8 สมัยในโซนนี้ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แต่ครั้งคราวนี้ย้ายไปสังกัดรวมไทยสร้างชาติ จะลงสมัครในระบบเขต หรือบัญชีรายชื่อ แต่ นายหัวไทร ทราบว่าจะลงสมัครระบบเขต เพื่อเอาคืน “สัญหพจน์ สุขศรีเมือง” จากพรรคพลังประชารัฐ

ดูเหมือนว่า สนามเลือกตั้งโซนนี้ทุกพรรคจะรุมขย่ำ “สัญหพจน์” ในฐานะแชมป์ ใครๆก็อยากจะท้าชิง แพ้ชนะไปว่ากันในคูหา เมื่อลงสนามแล้ว ไม่มีใครกลัวใคร

รู้จักตัวตน “พัลลภ” นั่งประธาน พ.ส.ล.คนใหม่ ที่สมาชิกหลายประเทศสนับสนุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/533649

เปรียญ12

19 ต.ค. 2565

รู้จักตัวตน "พัลลภ" นั่งประธาน พ.ส.ล.คนใหม่ ที่สมาชิกหลายประเทศสนับสนุน

ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ครั้งที่ 30 มีมติ เลือก พัลลภ ไทยอารี นั่งประธาน พ.ส.ล. คนใหม่

ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ครั้งที่ 30 วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ที่กรุงเทพมีมติเอกฉันท์ เลือก นายพัลลภ ไทยอารี เป็นประธาน พ.ส.ล. คนใหม่ แทน นายแผน วรรณเมธี ที่ขอวางมือ เนื่องจากชราภาพ (อายุ 100 ปี)
 นายพัลลภ นับว่าเป็นชาวไทยคนที่ 4  และเป็นประธาน คนที่ 6 ของ พ.ส.ล.ที่ตั้งมาแล้ว 72 ปี 

ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)
ประวัติของ นายพัลลภ ไทยอารี 

นายพัลลภ เกิด วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 ที่กรุงเทพ
ปัจจุบันอายุ 72 ปี
ศิษย์เก่า โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
นักศึกษามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์
ปัจจุบัน ประกอบอาชีพ นักธุรกิจ

ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)

นายพัลลภ ไทยอารี เป็นบุคคลที่สังคม ยกย่องว่า เป็นนักธุรกิจ ที่อุทิศตนทำงานเพื่อพระพุทธศาสนามายาวนาน 

ตามประวัติส่วนตัวนั้น นายพัลลภ ได้รับการบ่มเพาะหลักธรรม และเคารพ บูชาพระรัตนตรัย เมื่อเป็นนักเรียน วชิราวุธวิทยาลัย สถาบันที่ทรงเกียรติ เนื่อง จาก พระยาภะรตราชา ผู้บังคับการโรงเรียน ในเวลานั้น ให้มีการ สวดมนต์ บูชา และรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ทุกวัน

ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)
 ใน พ.ศ. 2504 ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยพระศาสนโสภณ (เจริญ ญาณสํวโร) ต่อมาได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ ที่ 19 เป็นอุปัชฌาย์
 เมื่อเข้าเป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใน พ.ศ. 2514 ได้รับความไวัวางใจ ให้เป็นประธานชุมนุมศึกษา พุทธศาสตร์ ประเพณี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้เป็นผู้นำสมาชิก บำเพ็ญกรณียกิจต่างๆ เพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา ทั้งด้านวัฒนธรรม ประเพณี และบำเพ็ญกุศล ฟังธรรมในวาระต่างๆ

ในขณะเดียวกัน ได้สมัครเป็นสมาชิกตลอดชีพ ของพุทธสมาคมแห่งประเทศไทย และยุวพุทธิกสมาคม แห่งประเทศไทย

ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ที่ประชุมใหญ่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.)
  พ.ศ. 2523 ดำรงตำแหน่งรองประธาน องค์การยุวพุทธิกศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (ย.พ.ส.ล.) ซึ่งเป็นองค์กรในเครือข่าย พ.ส.ล.
พ.ศ. 2527 ดำรงตำแหน่ง ประธาน ย.พ.ส.ล.
 พ.ศ. 2545 ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ( พ.ส.ล.)
 พ. ศ. 2555 ที่ประชุมใหญ่ พ.ส.ล. ณ เมืองเซจู ประเทศเกาหลีใต้ อนุมัติให้ดำรงตำแหน่ง รองประธาน พ.ส.ล. อีกตำแหน่งหนึ่ง