57 ปี พระราชปรารภ ร. 9 เพียง 4 ข้อ ถามสถานการณ์ มหาเถรสมาคม พระสงฆ์ และประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/533236

เปรียญ12

15 ต.ค. 2565

57 ปี พระราชปรารภ ร. 9 เพียง 4 ข้อ ถามสถานการณ์ มหาเถรสมาคม พระสงฆ์ และประชาชน

ปัญหาพระเทศน์แล้วง่วง ห้ามพระถือกล้องถ่ายรูปแต่ไม่ได้ห้ามเล่นไลน์ใช้มือถือถ่ายรูป ฟัง “พระราชปรารภ” เมื่อ 57 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ พระพุทศาสนา ชาวพุทธ และคณะสงฆ์  ทำไมถึงยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลง

 ผมซื้อหนังสือเก่า เรื่องพระพุทธศาสนาของใครก็ได้ ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติมาหนึ่งเล่ม เป็นหนังสือรวมบทความ ของ “คามหุโณ” ที่เคยตีพิมพ์ในสยามรัฐรายสัปดาห์ เมื่อ พ.ศ 2508-09 คามหุโณ นำข่าว ที่นายพอพันธ์ จารุดุล อุปนายก คณะกรรมการศูนย์ค้นคว้าทางพระพุทธศาสนา วัดสระเกศ ที่ อัญเชิญ พระราชปรารภ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาแถลงแก่สื่อมวลชนในขณะนั้นมาลงไว้
“พระราชปรารภ” นั้น แม้จะผ่านไป 57 ปี สถานการณ์ พระพุทศาสนา ชาวพุทธ และคณะสงฆ์  ยังไม่เปลี่ยนแปลง เว้นแต่ กล้องถ่ายรูป ที่กลายมาเป็นสมารทโฟน เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยน
ผมขอนำพระราชปารภ มาเสนอ โดยสังเขป ดังนี้
1. ความรู้สมัยใหม่และวิทยาศาสตร์ ก้าวหน้าในยุคปัจจุบัน แต่ ไม่ขัดกับหลักคำสอนในพุทธศาสนา  ทำให้ชาวยุโรปและอเมริกัน หันมาสนใจศึกษาพระพุทธศาสนามากขึ้น  “แต่ทำอย่างไรจึงจะสอนพระพุทธศาสนาให้เข้าใจง่าย แก่ชนทุกชั้น ทุกภาษา ด้วยเวลาอันสั้น”
2. ในขณะที่ชาวโลกหันมาสนใจพระพุทธศาสนา แต่พุทธศาสนากลับถูกรุกรานจากเจ้าลัทธิต่างๆ ด้วยการรุกทางปัญญา โดยยัดเยียดความผิดต่างๆ แก่ชาวพุทธ ทำให้เข้าใจไขว้เขว ไปจากหลักศาสนา นับว่าเป็นภัยแก่พระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง 
จงช่วยกันหาทางปัองกันเถิด
3. เท่าที่สังเกตดู ชาวพุทธเข้าโบสถ์ฟังธรรมและรักษาศีล คิดว่าคงรักษาได้แต่ศีล เพราะขณะฟังเทศน์ นั้น บางคนก็หลับ บางคนก็ง่วง

เมื่อพระเทศน์จบ ก็ไม่รู้ว่าพระเทศน์เรื่องอะไร เช่นนี้เป็นการฟังเทศน์เอาบุญ แต่ไม่กิดปัญญา ฉะนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกรุกรานทางปัญญา จากเจ้าลัทธิอื่น ชาวพุทธจึงไม่ควรนับถือพระพุทธศาสนาแค่เพียงรักษาศีล ควรให้เข้าถึงปัญญา คือเมื่อฟังแล้ว ก็ควรให้เข้าใจเนื้อความของธรรมนั้นๆ ด้วย

4. ทรงฝากข้อสังเกตเกี่ยวกับสงฆ์ว่า ทรงปรารถนาที่จะเห็นพระสงฆ์ให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในกิจพระศาสนายิ่งกว่านี้ ขอให้ชาวพุทธร่วมมือกัน เรื่องการใช้เวลาว่างของสงฆ์ให้เกิดประโยชน์ในกิจการพระศาสนาจริงๆ เพื่อกันข้อกล่าวหา และเข้าใจผิด จากผู้ที่ไม่ปรารถนาดี ต่อพระพุทธศาสนา  “อนึ่งการที่พระสงฆ์ ถือกล้องถ่ายรูปนั้น ไม่เป็นพระราชนิยม”
นี้คือสังเขปพระราชปรารภ ส่วนการอธิบายความมีดังนี้

“พระราชปรารภว่าลัทธิอื่นรุกรานพุทธศาสนา ทางปัญญานั้น ไม่ทราบว่าคณะสงฆ์ ทำอะไรป้องกันบ้าง  ผมเชื่อว่าไม่ได้ทำ มิเช่นนั้น คำว่า พหุวัฒนธรรม คงไม่เกิด ในวัฒนธรรมไทย ที่เคยเน้นวัฒนธรรมแห่งพระพุทธศาสนาเท่านั้น พระราชปรารภเรื่องคนยุโรปและอเมริกัน สนใจใฝ่ศึกษาพุทธศาสนา”

แต่ปัญหาอยู่ที่การใช้ภาษา ที่สอนให้ผู้สนใจ เข้าใจง่ายและในเวลาอันสั้น นั้น ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขให้เป็นรูปธรรมแม้เวลาล่วงเลยมา 57 ปี แล้วก็ตาม
เรื่องนี้ถ้าย้อนไปยุคต้นพุทธกาล จะเห็นสติปัญญาชั้นเลิศของ พระอัสสชิ ที่พูดกับอุปติสสะ ปริพพาชก(ต่อมาคือพระสารีบุตร) ที่ถามว่าศาสดาท่านสอนอย่างไร พระอ้สสชิตอบแบบถ่อมตัวว่า ท่านเป็นพระใหม่ จึงขอบอก ด้วยความสั้นๆ ว่า

“เย ธัมมา เหตุปัพภวา เตสัง เหตุง ตถาคโต (อาหะ)” อุปติสสะฟังเข้าใจ ในเวลาอันสั้น (เพราะใช้ภาษา เดียวกัน) จึงนำความไปบอก โกลิตะ (พระโมคคัลาน์) ผู้เป็นสหาย แล้วชักชวนมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ฟังธรรมแล้วได้รับการอุปสมบทแบบเอหิ ภิกขุ อุปสัมปทา ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นอัครสาวก ซ้าย-ขวา

นี่คือตัวอย่างการใช้ภาษาง่ายๆ แต่เข้าใจได้ในเวลาสั้นๆ
ส่วนเรื่องชาวพุทธรักษาศีล แต่ฟังเทศน์แล้วหลับ คือปัญหาที่แก้ยาก เคยมีพระเทศน์ ใช้ภาษาแบบตลก เพื่อแก้ปัญหาฟังธรรมแล้วง่วง ก็ถูกใจผู้ฟังบางกลุ่ม แต่ที่รับไม่ได้ก็มีมาก(หัวเก่า) จึงถูกบ่น ถูกตำหนิ ผู้เทศน์ส่วนหนึ่งก็เลิก หรือลาสิกขา
ปัญหาพระมีเวลาว่างเกิน และไม่ทำกิจเพื่อพระศาสนา นั้น ปัจจุบันพระทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น เพราะสังคมคาดหวังว่า พระไม่ทิ้งโยม เมื่อเกิดภ้ยพิบัติต่างๆ จึงเห็นพระที่เคยรับๆ  มาเป็นผู้ให้แล้ว


พระราชปรารภเรื่องพระถือกล้องถ่ายรูปว่า ไม่ต้องด้วยพระราชนิยม นั้น 
“มหาเถรสมาคม” สนองพระราชดำริ โดยตรากฏมหาเถรสมาคม ห้ามพระเณร ถือกล้องถ่ายภาพ
แต่เทคโนโลยีการถ่ายภาพเปลี่ยนเร็ว เมื่อสมารทโฟน เข้ามาแทนกล้องถ่ายรูป ในขณะนี้ ทำให้พระถ่ายคลิป หรือ ส่งไลน์ทำร้ายความเป็นสมณะมี มากขึ้น

ที่อัญเชิญพระราชปรารภ ที่ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯไว้ เมื่อ 57 ปีที่แล้ว เพื่อต้องการให้คณะสงฆ์ และชาวพุทธสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ว่ายังไม่สายเกินไป ที่จะแก้ไขตามพระราชปรารภนั้น

พระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวง ร.9 พระบรมราชานุสาวรีย์ ในหลวง ร.9หนังสือพระพุทธศาสนาสำหรับใครก็ได้ "คามหุโณ"หนังสือพระพุทธศาสนาสำหรับใครก็ได้ “คามหุโณ”

เรื่อง : เปรียญ12

ศึกชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” บ้านใหญ่จุลใสแฟมิลี่ ควบสามพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533216

ขุนน้ำหมึก

14 ต.ค. 2565

ศึกชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” บ้านใหญ่จุลใสแฟมิลี่ ควบสามพรรค

สนามชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” ถอยมาอยู่เบื้องหลัง บ้านใหญ่ควบ 3 พรรค ส่งมือขวาสังกัดค่ายรวมไทยสร้างชาติ น้องเมียสวมเสื้อ ปชป. ส่วนพี่ชายยังอยู่ค่ายลุงกำนัน

สนามชุมพร “ลูกหมี ชุมพล” ถอยมาอยู่เบื้องหลัง 3 พรรค มือขวาสังกัดค่ายรวมไทยสร้างชาติ น้องเมียสวมเสื้อ ปชป. และพี่ชายยังอยู่ค่ายลุงกำนัน

“ลูกหมี ชุมพล” ติดบ่วงคดี กปปส. ยืนแถวหน้าไม่ได้ แต่แบรนด์จุลใสแฟมิลี่ ยังทรงพลัง คุมสนามการเมืองชุมพร

ส่องกล้องมองเกมสนามเลือกตั้ง ส.ส.ชุมพร สมัยหน้า ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง อันเนื่องจากคดี กปปส. จึงทำได้แค่เป็นกองเชียร์

จุลใสแฟมิลี่ หรือบ้านใหญ่ชุมพร ยัง มี ส.ส.อยู่ในสภาฯ 2 คน ลูกช้าง-สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรครวมพลัง และ ส.ส.ตาร์ท- อิสรพงษ์ มากอำไพ ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ 

ช่วงวันที่ 14-15 ต.ค.2565 จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. เคลื่อนขบวนจุรินทร์ออนทัวร์ ลงพื้นที่ จ.ชุมพร โดยจะมีการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 3 เขตประกอบด้วย เขต 1 อิสรพงษ์ มากอำไพ  ,เขต 2 สราวุธ อ่อนละมัย และเขต 3 มีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมง สายตรงเฉลิมชัย ศรีอ่อน

‘มือขวาลูกหมี’

ด้วยความผูกพันกับเพื่อนพ้องน้องพี่ กปปส. ลูกหมี ชุมพล” และ นพพร อุสิทธิ์นายก อบจ.ชุมพร จึงยกทีมไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีกำนันศักดิ์-พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี และนายกพร-วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง เป็นแกนนำพรรค

เมื่อไม่นานมานี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพิ่งเปิดตัว สันต์ แซ่ตั้ง รองนาย อบจ.ชุมพร เป็นผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 2 

สันต์ แซ่ตั้ง เป็น ส.อบจ.ชุมพร เขต อ.ท่าแซะ มาหลายสมัย และเพิ่งขยับมาเป็นรองนายก อบจ.ชุมพร ในนามกลุ่มพลังชุมพร  ซึ่งสันต์ ถือเป็นมือขวาของลูกหมี ชุมพล ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.ชุมพร หรือแกนนำ กปปส. สันต์ จะเป็นดั่งเงาติดตามตัวลูกหมี

 สันต์ แซ่ตั้ง คนสนิทลูกหมี สวมเสื้อรวมไทยสร้างชาติ ลงชน ส.ส.ปชป.สันต์ แซ่ตั้ง คนสนิทลูกหมี สวมเสื้อรวมไทยสร้างชาติ ลงชน ส.ส.ปชป.

สำหรับลูกช้าง-สุพล จุลใส พี่ชายของลูกหมี ยังไม่แสดงความชัดเจนว่า จะย้ายจากพรรครวมพลัง มาสังกัดรวมไทยสร้างชาติหรือไม่ 


แวดวงการเมืองชุมพรเชื่อว่า สุดท้ายลูกช้าง ก็ต้องมาผนึกกำลังกับมิตรสหายกลุ่มพลังชุมพรที่พรรค รทสช.ของ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

‘ศึกคนกันเอง’

การเมืองแบบไทย ๆ ศึกเลือกตั้งชุมพรสมัยหน้า “ลูกหมี ชุมพล” บ้านใหญ่จุลใสแฟมิลี่ ก็ยังเป็นคนกำหนดเกมผ่านพรรค ปชป. และพรรค รทสช.

เขต 1 อ.เมืองชุมพร  และอ.สวี ส.ส.ตาร์ท-อิสรพงษ์ มากอำไพ น้องภรรยาของลูกหมี ที่เพิ่งเอาชนะพลังประชารัฐในการเลือกตั้งซ่อม ก็ยังสวมเสื้อ ปชป.ลงสนาม โดยพรรครวมไทยสร้างชาติ น่าจะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.เขตนี้  

เขต 2 อ.ท่าแซะ และ อ.ปะทิว สราวุธ อ่อนละมัย ลูกชายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.ชุมพร ปชป. เป็น ส.ส.เขตนี้มา 3 สมัยแล้ว

สมัยหน้า สราวุธเจอศึกหนักกว่าทุกครั้ง เพราะลูกหมีส่งมือขวา สันต์ แซ่ตั้ง ลงแข่งแบบเอาจริง ตามมาด้วย สมบูรณ์ หนูนวล พรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับการดูแลจากเสี่ยเอ-คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ส.ส.ระนอง     


เขต 3  อ.หลังสวน อ.ละแม อ.พะโต๊ะ อ.ทุ่งตะโก และอ.สวี สุพล จุลใส ยังเป็นตัวยืน โดยมีผู้ท้าชิงหน้าใหม่จาก ปชป.

สมัยที่แล้ว ลูกช้าง สุพล พรรครวมพลัง ลุยหาเสียงถึงลูกถึงคน กวาดมาได้ 41,464 คะแนน ทิ้งห่าง ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อดีต ส.ส.ชุมพร 4 สมัย ปชป. ที่ได้แค่ 19,397 คะแนน 

ดังนั้น เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป. จึงตัดสินใจไม่เอาโกจ้าว-ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ หันไปใช้บริการ มีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมง ลงสนามแทน

มองภาพรวมสนามชุมพรสมัยหน้า ไม่ว่าพรรคไหนจะได้ ส.ส. “ลูกหมี-ลูกช้าง” บ้านใหญ่จุลใสแฟมิลี่ ก็ยังอยู่ยั้งยืนยง ในสีเสื้อต่างพรรคแต่พวกเดียวกัน 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ     โดย … ขุนน้ำหมึก

อ่านขาด “สมศักดิ์” สามมิตรแห่ง 3 ป. เลือกข้างผู้ชนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533114

ขุนน้ำหมึก

13 ต.ค. 2565

อ่านขาด “สมศักดิ์” สามมิตรแห่ง 3 ป. เลือกข้างผู้ชนะ

เลือกข้างผู้ชนะ “สมศักดิ์” ลั่นคำสามมิตรไม่คิดไปไหน มองไกลไปข้างหน้า รัฐธรรมนูญ 60 เอื้อต่อพี่น้อง 3 ป. ถึงเครือข่ายทักษิณกำชัย แต่ก็เป็นฝ่ายค้าน

เก๋าสยบเกม “สมศักดิ์” ลั่นคำสามมิตรไม่คิดไปไหน ปักหลักอยู่ค่าย 3 ป. มองไกลไปข้างหน้า รัฐธรรมนูญ 60 เอื้อต่อขั้วเดิมมากกว่าขั้วคนแดนไกล

“สมศักดิ์” เป็นรัฐมนตรีครั้งแรกปี 2535 และได้รับแต่งตั้งเป็น รมต.มาแล้ว 14 ครั้ง อาจจะมากกว่านักการเมืองรุ่นเดียวกัน เพราะมักจะเลือกอยู่ข้างผู้ชนะ

ในที่สุด สองแกนนำกลุ่มสามมิตร ออกมาประสานเสียงปฏิเสธข่าวลือเรื่องการย้ายพรรค สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม พูดสั้นๆว่า “สามมิตรไม่คิดไปไหน ยังยืนยันอยู่พลังประชารัฐ

ตามมาด้วย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ยืนยันว่า ว่าจะไม่ไปไหน และเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะยังอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

ทำไม สมศักดิ์และสุริยะ จึงตอบอย่างมั่นอกมั่นใจปานนี้ คงต้องย้อนไปดูวันที่สองสหายก่อตั้งกลุ่มสามมิตร แล้วก็เดินสายไปรวบรวมอดีต ส.ส.มาเข้าซุ้ม 

“รัฐธรรมนูญ 2560 ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” สมศักดิ์พูดกับนักเลือกตั้งที่มาร่วมหัวจมท้ายในพรรคพลังประชารัฐ และเชื่อว่า สมศักดิ์ยังมั่นใจในรัฐธรรมนูญ ที่ออกแบบให้มีเสียง ส.ว. 250 คน เป็นผู้ร่วมกับ ส.ส.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ดังนั้น หลังเลือกตั้งครั้งหน้า แม้พลังประชารัฐอาจจะได้ ส.ส.ไม่ถึง 100 ที่นั่ง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยังจะเป็นผู้กำหนดเกมเลือกนายกฯ

‘ซุ่มสร้างฐานกำลัง’

กลยุทธ์ของ “สมศักดิ์” ที่ได้เป็นรัฐมนตรีมากถึง 14 ครั้ง ก็คือไม่ต้องเด่น แต่เป็นรัฐมนตรีไปเรื่อย ๆ ดังนั้น บทบาทสมศักดิ์ในรัฐบาลประยุทธ์ จึงแสดงความคิดความเห็นเรื่องการเมืองน้อยมาก

ครั้งหนึ่ง สมศักดิ์บอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ปรับ ครม.บ่อย เป็นเรื่องดี เพราะการปรับ ครม.แต่ละครั้ง มีแต่สร้างความขัดแย้งแตกแยกในพรรคการเมือง

มีข้อมูลที่น่าสนใจ สมัยพรรคไทยรักไทย จัดตั้งรัฐบาลชุดแรกปี 2544 จนถึงกลางปี 2547 ช่วงเวลากว่า 3 ปี 3 เดือน ทักษิณ ชินวัตร นายกฯ สมัยนั้น ปรับ ครม. 8 ครั้ง อายุรัฐบาลทักษิณถัวเฉลี่ยชุดละ 5 เดือน นับเป็นรัฐบาลอายุสั้นอย่างยิ่ง 

เนื่องจากทักษิณใช้ลีลาเถ้าแก่ในการปรับ ครม. ต้องการหลงจู๊ เป็นผู้รับคำสั่งเถ้าแก่ไปปฏิบัติ จึงมีรัฐมนตรีฝึกงานจำนวนมาก ในรัฐบาลทักษิณ 1-9

นี่คือข้อแตกต่างระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับทักษิณ ในมุมการบริหารจัดการ ซึ่งสมศักดิ์คงชอบสไตล์ลุงตู่มากกว่า

วันนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน เป็น รัฐมนตรียุติธรรม และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม มา 3 ปีกว่าแล้ว แถมอนุชา นาคาศัย ก็ได้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

สมศักดิ์ซุ่มเดินสายจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน และหนี้ SMEs เก็บแต้มเข้ากระเป๋า ส่วน อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ก็ขับเคลื่อนโครงการโคล้านตัว ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านฯ 

  ไก่ชน และฟุตบอลคือสิ่งที่สมศักดิ์ ชอบมากที่สุด ไก่ชน และฟุตบอลคือสิ่งที่สมศักดิ์ ชอบมากที่สุด

‘เนื้อแท้สามมิตร’

“สมศักดิ์” เล่นการเมืองตั้งแต่อายุ 25-26 ปี เคยสังกัดพรรคกิจสังคม, พรรคไทยรักไทย, พรรคมัชฌิมาธิปไตย ,พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ 

สมัยพรรคไทยรักไทย สมศักดิ์ตั้งกลุ่มวังน้ำยม มี ส.ส.อยู่ในซุ้มประมาณ 80 คน แต่หลังเขาไม่ได้เป็นรัฐมนตรีเกษตรฯ ส.ส.ในซุ้มก็หายไป เหลืออยู่ไม่ถึง 20 คน

แม้ช่วงก่อนจะเข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ สมศักดิ์ไปชักชวนอดีต ส.ส.มาอยู่ในกลุ่มสามมิตร ประมาณ 60 คน แต่ช่วงเลือกตั้ง สมาชิกกลุ่มสามมิตรสอบตกเพียบ

ปัจจุบัน กลุ่มสามมิตร มี ส.ส.อยู่ในซุ้มไม่เกิน 10 คน จาก 4 ตระกูลคือ เทพสุทิน, จึงรุ่งเรืองกิจ, นาคาศัย และนิติกาญจนา

ไม่น่าแปลกใจที่ ส.ส.สมัยแรก ที่เข้ามาแวะเวียนอยู่ในซุ้มสามมิตร จะเลือกทางเดินสายใหม่ ไปซบพรรคภูมิใจไทยแล้ว 2-3 คน

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสามมิตรมีพันธมิตรที่ไว้ใจได้คือ กลุ่มกำแพงเพชรของ วราเทพ รัตนากร และกลุ่มหิมาลัย ผิวพรรณ ที่มีฐานเสียงอยู่ในภาคเหนือตอนล่าง 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก 

โคราชอลวน “อนุทิน” จัดทัพใหม่ จับตาเสี่ยแป้งมันขยับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533092

ขุนน้ำหมึก

13 ต.ค. 2565

โคราชอลวน “อนุทิน” จัดทัพใหม่ จับตาเสี่ยแป้งมันขยับ

ลือสนั่นโคราช “อนุทิน” กุมขมับ เสี่ยแป้งมันจะขยับซบพรรคใหม่ บิ๊กทหารตามจีบเท็จจริงอย่างไร รอดูปิดดีลเร็ววันนี้ ระยะหลัง เสี่ยหนูเข้ามาดูแลสนามเมืองย่าโมเอง

ลือสนั่นโคราช “อนุทิน” กุมขมับ เสี่ยแป้งมันซบพรรคใหม่ เท็จจริงอย่างไร รอดูเร็ววันนี้ นัยว่า เกิดสงครามเย็นบ้านใหญ่บุรีรัมย์ กับบ้านใหญ่เอี่ยมเฮง มานานแล้ว

ระยะหลัง “อนุทิน” เข้ามาดูแลสนามโคราช ท่ามกลางข้อสงสัยว่าเสริมทัพกำนันป้อ-วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือยึดกุมเบ็ดเสร็จ

สัปดาห์ที่ผ่านมา ในตลาดนักเลือกตั้งเมืองย่าโม มีข่าวว่า กำนันป้ออาจนำไพร่พลลา อนุทิน ชาญวีรกูล ไปอยู่บ้านหลังใหม่

จะว่าไปแล้ว ข่าวเรื่องกำนันป้อวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม จะทิ้งภูมิใจไทย มีการร่ำลือมานานแล้ว เจ้าตัวก็ออกมาปฏิเสธหลายครั้ง แต่ก็ยังมีคนเฝ้าจับจ้องอยู่

ประกอบมีข่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ขยับเข้าดูแลพื้นที่เมืองย่าโม และวางตัว ส.ส.บางคนเป็นมือไม้ในการจัดทัพ

ย้อนไปดูผลเลือกตั้ง ส.ส.นครราชสีมา เมื่อ 24 มี.ค.2562 พรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส. 3 คนคือ เขต 9 อภิชา เลิศพชรกมล , เขต 10 พรชัย อำนวยทรัพย์ และเขต 13 วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ซึ่งแกนนำค่ายสีน้ำเงิน ก็ยอมรับว่า พลาดเป้าไปเยอะ

ตอนหลัง สมศักดิ์ พันธ์เกษม ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ได้ย้ายเข้ามาอยู่พรรคภูมิใจไทย ส่วน สุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา ชื่อยังอยู่เพื่อไทย แต่ตัวย้ายมาอยู่ภูมิใจไทยแล้ว  

ภาพรวมเสี่ยแป้งมัน วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ดูแลพื้นที่นครราชสีมา แต่ ส.ส.สายโรงงานแป้งมันจริงๆ มีอยู่ 2 คนคือ อภิชา เลิศพชรกมล และ พรชัย อำนวยทรัพย์  

ส่วน ส.ส.วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ และพลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายก รัฐมนตรีประจำตัวอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึง ส.ส.ที่ย้ายมาใหม่อย่าง สมศักดิ์ พันธ์เกษม และสุชาติ ภิญโญ ขึ้นตรงกับเสี่ยหนู
 

‘เสี่ยแป้งมันเอายังไง’

“อนุทิน” เคยเคลียร์ข่าวเสี่ยแป้งมันว่า ไม่แยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่มาแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากช่วงนั้น มีข่าวเครือญาติบ้านใหญ่เอี่ยมเฮงไปก่อตั้งพรรคเพื่อไทรวมพลัง

นับแต่ เจ๊หน่อย-ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยาเสี่ยแป้งมัน เป็นนายก อบจ.นครราช สีมา ทำให้คนการเมืองจับจ้องตระกูลหวังศุภกิจโกศล และพรรคภูมิใจไทยว่าจะยึดครองสนามโคราชในการเลือกตั้งสมัยหน้า

พลันที่มีการเปิดตัวพรรคเพื่อไทรวมพลัง ทำให้บ้านใหญ่บุรีรัมย์เริ่มหวาดระแวงกำนันป้อ วีรศักดิ์ เนื่องจากตัวละครหลักของพรรคใหม่ เป็นคนในอาณาจักรแป้งเอี่ยมเฮง

กำนันป้อเคยให้สัมภาษณ์ว่า ไม่รู้เรื่องพรรคเพื่อไทรวมพลัง เป็นเรื่องของญาติ ไม่เกี่ยวกับตนเอง และยืนยันว่า จะยังอยู่พรรคภูมิใจไทย

สัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวลือกระฉ่อนในโคราช รมช.วีรศักดิ์ กำลังถูก “บิ๊กทหาร” ดึงตัวไปร่วมงานกับพรรคที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมา แต่เสี่ยแป้งมันยังไม่ให้คำตอบ

ปัจจุบัน จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล อดีต ส.ส.นครราชสีมา ผู้อยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อไทรวมพลัง ก็ยังทำกิจกรรมการเมืองในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี 

  วีรศักดิ์ รมช.คมนาคม ยังร่วมกิจกรรมของพรรคภูมิใจไทยตามปกติวีรศักดิ์ รมช.คมนาคม ยังร่วมกิจกรรมของพรรคภูมิใจไทยตามปกติ

‘สายตรงเสี่ยหนู’

ช่วงเดือน ส.ค.2565 “อนุทิน” ได้แต่งตั้งโดยสมชาย ภิญโญ อดีต ส.อบจ.นคร ราชสีมา เขต อ.แก้งสนามนาง เป็นที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี โดยก่อนหน้านั้น สมชายเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยคมนาคม(วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล)

สมชายเป็นน้องชาย สุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ที่เตรียมจะย้ายมาสวมเสื้อสีน้ำเงิน การตั้งสมชายเป็นทีมที่ปรึกษาอนุทิน จึงมีคนตั้งข้อสังเกตว่า เสี่ยหนูกำลังจะเข้าดูแลสนามโคราชโดยตรง

สองพี่น้องตระกูลภิญโญ เคยลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อเพื่อไทย พี่ชายสอบได้ น้องชายสอบตก ครั้งหน้าก็จะลงสนามทั้งสองคน 

พลพีร์ สุวรรณฉวี ลูกชายไพโรจน์-ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ก็ลงสนามเลือกตั้งโคราชหนที่แล้ว แต่สอบตก ตอนนี้ก็เหมือนเป็นเงาตามตัวรองนายกฯอนุทิน หากเกิดอุบัติเหตุ ไม่มีเสี่ยแป้งมัน ก็ต้องใช้บริการพลพีร์นี่แหละ
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ    โดย … ขุนน้ำหมึก 

น้ำท่วมใจ “ประวิตร” เดียวดายในอุบล เหลือ “นายกแอน” คนเดียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/533024

ขุนน้ำหมึก

12 ต.ค. 2565

น้ำท่วมใจ “ประวิตร” เดียวดายในอุบล เหลือ “นายกแอน” คนเดียว

ส่องสนามอุบลฯ “ประวิตร” เคว้งคว้างกลางน้ำท่วม ลูกพรรคเผ่นหนีหมด เหลืออยู่คนเดียว “นายกแอน” สมปรารถนา ที่ปรึกษาครูตรีนุช จึงฝากความหวังไว้กับแม่ทัพวิรัช

ส่องสนามอุบลฯ “ประวิตร” เคว้งคว้างกลางน้ำท่วม ลูกพรรคเผ่นหนีหมด เหลืออยู่คนเดียว “นายกแอน” สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ ที่ปรึกษาครูตรีนุช 

“ประวิตร” ควง วิรัช รัตนเศรษฐ แม่ทัพอีสานใต้ ลุยพื้นที่อีสานอยู่หลายครั้ง ยังแอบหวังที่จะเจาะฐานเพื่อไทย

วันที่ 11 ต.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์อุทกภัย จ.อุบลราชธานี และ จ.ศรีสะเกษ

เที่ยวนี้ไม่มีรัฐมนตรีติดตามมาด้วย มีเพียง วิรัช รัตนเศรษฐ คนเดียวที่ลงพื้นที่มาด้วย เมื่อมาถึงถิ่นเมืองดอกบัวบาน ก็มีชาวบ้านถือป้ายข้อความ “เรารักลุงป้อม” มารอต้อนรับ

ไม่ต้องถามถึง ส.ส.จะมารอต้อนรับกี่คน เพราะป๋าอู๊ด-ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลฯ เขต 6 ของพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะย้ายไปพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ตัดสินใจเข้าสังกัดบ้านใหญ่บุรีรัมย์เรียบร้อยแล้ว

ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้งปี 2562 พรรคพลังประชารัฐ อุบลฯ มีนักการเมืองหลายกลุ่มมารวมตัวกัน อาทิ สุพล ฟองงาม, สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และพล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี มาช่วยจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ สู้กับพรรคเพื่อไทย

ผลปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ พ่ายเกือบทุกเขต ยกเว้นเขต 6 ป๋าอู๊ดตัวแทนกลุ่มทุน ส.เขมราฐ เฉือนเพื่อไทยเข้าป้ายได้สำเร็จ

‘น้ำแยกสายไผ่แยกกอ’ 

ภาพรวมภาคอีสาน สมัยหน้า “ประวิตร” คงฝากความหวังไว้ที่สนามโคราชแห่งเดียว เพราะ ส.ส.โซนอีสานกลาง ก็ย้ายไปภูมิใจไทยแล้ว

ปลายปี 2564 สุพล ฟองงาม ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. มารับบทแม่ทัพอีสาน พรรคสร้างอนาคตไทย ต่อมา สุพลได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ อย่าง สุทธิชัย จรูญเนตร , เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ และตวงทิพย์ จินตะเวช โดยคนเหล่านี้ ล้วนเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ พปชร.

ในกลุ่มนี้ สุทธิชัย จรูญเนตร อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีศึกษาธิการ (ตรีนุช เทียนทอง) เป็นตัวเต็งของค่ายสร้างอนาคตไทย 

ล่าสุด อดุลย์ นิลเปรม และสิทธิชัย โควสุรัตน์ ได้โผล่ไปเปิดตัวกับพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 

สมัยที่แล้ว อดุลย์ นิลเปรม สวมเสื้อ พปชร. ลงสนามเขต 1 แต่พ่ายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ เพื่อไทย ไม่กี่พันคะแนน

ที่แปลก ๆ เสี่ยอู๊ด-สิทธิชัย โควสุรัตน์ ไปอยู่พรรคไทยสร้างไทย ส่วนพี่ชายป๋าอู๊ด-ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ดันโผล่ซบค่ายเนวิน 

‘เหลือดาวดวงเดียว’

วันนี้ที่เมืองอุบลฯ ค่าย “ประวิตร” ยังเหลือความหวังเดียวอยู่ที่ สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ อดีตนายกเทศมนตรีนครอุบลฯ ซึ่งถูกวางตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ เขต 1

 สมปรารถนา หนึ่งเดียวของ พปชร.ในอุบลฯ สมปรารถนา หนึ่งเดียวของ พปชร.ในอุบลฯ

วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติแต่งตั้ง สมปรารถนา วิกรัยเจิดเจริญ เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ (ตรีนุช เทียนทอง) ย่อมแสดงให้เห็นว่า พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ ยังช่วยลุงป้อมอยู่

“นายกแอน” หรือ สมปรารถนา เจ้าของกิจการตัวแทนจำหน่ายจักรยานยนต์คาวาซากิ ในนาม หจก.กิจถาวรมอเตอร์เซล เข้าสู่วงการเมืองท้องถิ่นเมื่อปี 2556 โดยสมปรารถนา ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครอุบลฯ 

แอน-สมปรารถนา ภายใต้การสนับสนุนของ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และพรชัย โควสุรัตน์ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ ในนามกลุ่มคุณธรรมเอาชนะ รจนา กัลป์ตินันท์ ภรรยาเกรียง กัลป์ตินันท์ เข้าบริหารเทศบาลนครอุบลฯ นานกว่า 8 ปี 

ปลายปี 2563 นายกแอน-สมปรารถนา ลงสมัครนายกฯ อบจ.อุบลราชธานี ในนามกลุ่มคุณธรรม แต่พ่ายแพ้ กานต์ กัลป์ตินันท์ น้องชายเกรียง กัลป์ตินันท์

เลือกตั้งสมัยหน้า กลายเป็นศึกสามเส้า สมปรารถนา ค่าย พปชร. ต้องเจอทั้งแชมป์เก่า วรสิทธิ์ ค่ายเพื่อไทย และคนกันเองอย่างอดุลย์ นิลเปรม ค่ายไทยสร้างไทย ซึ่งนายกแอน กลายเป็นดาวแห่งความหวังเดียวในสนามอุบลฯ ของลุงป้อม
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก 

คุยกันแล้ว “ทักษิณ” ไฟเขียวผู้กอง แมวสีไหนก็ปราบหนูได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/532965

ขุนน้ำหมึก

12 ต.ค. 2565

คุยกันแล้ว “ทักษิณ” ไฟเขียวผู้กอง แมวสีไหนก็ปราบหนูได้

ไฟเขียวผ่านตลอด “ทักษิณ” อ้าแขนรับน้องรัก ร.อ.ธรรมนัส ส่งสัญญาณถึงคนรุ่นใหม่เพื่อไทย คนขี้เหร่ก็ปั้นพระสำเร็จ ดังวาทะยอดฮิตแมวขาวแมวดำ จับหนูได้คือแมวที่ดี

ไฟเขียวผ่านตลอด “ทักษิณ” อ้าแขนรับน้องรัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ไว้เชิงโยนให้กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ตัดสินใจ

“ทักษิณ” พูดถึงผู้กองคนดังในแคร์คลับเฮาส์ ด้วยท่วงทำนองถนอมรัก และให้เกียรติรุ่นน้องเตรียมทหาร ส่งสัญญาณแมวขาวแมวดำ จับหนูได้คือแมวที่ดี

ไม่เหนือความคาดหมาย ตอนท้ายรายการแคร์คลับเฮาส์วันอังคารที่ 11 ต.ค.2565 มีคนถามโทนี่หรือทักษิณ เรื่องดีลลับดูไบ และร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้าพรรคเพื่อไทย จริงหรือไม่

ทักษิณ ตอบทันทีว่า “ไม่มีดีลแน่นอน ผมไม่มีหน้าที่ แต่ถามว่ารู้จักไหม รู้จักกันแน่นอน เพราะเป็นคนเหนือเคยอยู่พรรคเพื่อไทยมาก่อน เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นน้อง รู้จักกันดี ก็แค่นั้น”

แล้วคนดูไบก็โยนไปที่พรรคเพื่อไทย “…ทุกอย่างเป็นกระบวนการของพรรคเพื่อไทย ไม่มี เรื่องพรรคก็ดีลกับทางพรรคเพื่อไทย”

จริง ๆ แล้ว ถ้าฟังทักษิณพูดแบบเก็บรายละเอียดทุกเม็ด จะมีประโยคที่ว่า “..ก็คุยกันเรื่องมโนสาเร่ คุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ ไม่มีเรื่องดีล ต้องเป็นเรื่องของพรรค”

แสดงว่า ร.อ.ธรรมนัส ต้องได้พบหรือได้คุยกันกับทักษิณมาก่อนหน้านี้ และสังเกตสีหน้าท่าทางตอนที่ตอบคำถามนี้ ทักษิณมีสีหน้าเจื่อนๆ อาการเก้ ๆ กัง ๆ 

‘พร้อมรับศิษย์เก่า’

“ทักษิณ” เคยพูดกับคนเสื้อแดงไปแล้วว่า อย่ารังเกียจศิษย์เก่าไทยรักไทย รวมถึงคนเสื้อต่างสี หากเขากลับตัวกลับใจก็พร้อมรับเข้าเพื่อไทยทุกคน

กรณีของ ร.อ.ธรรมนัส ที่มีภาพลักษณ์ในอดีตติดลบ และเคยถูกพรรคก้าวไกลซักฟอกอย่างดุเดือดมาแล้วในสภาฯ จึงมีแกนนำเพื่อไทยบางกลุ่ม รู้สึกไม่สบายใจ หากจะรับกลุ่มผู้กองเข้ามา

ทักษิณก็คงได้รับรู้ถึงกระแสต้าน จึงยกเรื่องเก่า ๆ สมัยก่อตั้งพรรคไทยรักไทย “สมัยผมสร้างพรรคไทยรักไทยใหม่ๆ มีหน้าตานักการเมืองใหม่ๆ พอตอนหลังมีกลุ่มของเสนาะ เทียนทอง เข้ามา คนก็โวยวาย ทำไมไม่ทำการเมืองใหม่ ไม่ให้มีนักการเมืองรุ่นเก่า”


ตอนนั้น ในพรรคไทยรักไทยก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ทักษิณยังได้ชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อสื่อสารไปยังเลือดใหม่เพื่อไทยว่า “สมมติเจ้าอาวาสจะสร้างเจดีย์สักองค์หนึ่ง ต้องเลือกเอาคนหล่อๆ ทั้งหมดมาสร้างเจดีย์ทั้งหมดคงสร้างไม่เสร็จ บางทีคนไม่หล่อบ้างก็สร้างได้ แต่เจ้าอาวาสจะมีกติกาห้ามกินเหล้า ห้ามเล่นการพนัน ทุกคนก็สร้างเจดีย์เสร็จ น่าจะเป็นอย่างนั้น สมัยผมคนก็โวยวาย แต่ที่สุดระบบพรรค กติกาพรรคต้องคุมคนที่อยู่ในพรรคได้ คนคุมในพรรคต้องประพฤติปฏิบัติตามที่พรรคได้สัญญากับประชาชนไว้ อันนั้นคือหลักต้องเป็นอย่างนั้น ตามหลักการทั่วไป”

เหมือนทักษิณจะส่งสัญญาณว่า คนรุ่นใหม่ในเพื่อไทยอย่าขวางกลุ่มผู้กองธรรมนัสเลย และให้เชื่อมั่นว่า ระบบพรรคจะคุมธรรมนัสได้

ทักษิณพูดชัด ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีอะไรเสียหาย ทักษิณพูดชัด ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีอะไรเสียหาย
 

‘ลูกข้าวนึ่ง’

สมัยไทยรักไทย “ทักษิณ” จะมีบริวารรอบตัวหลายเผ่าพันธุ์ มีสายบุ๋นแบบหมอมิ้ง หมอเลี้ยบ แต่ก็มีสายบู๊แบบเนวิน

พ.ศ.โน้น ร.อ.ธรรมนัส ยังเป็นแค่ “ผู้กองมนัส” มือทำงานให้ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต และ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อันเป็นภารกิจพิเศษของพรรคไทยรักไทย


ทั้งทักษิณ และเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ก็รู้จักมักคุ้นกับผู้กองมนัสเป็นอย่างดี จนกระทั่ง ร.อ.ธรรมนัส ประสบความสำเร็จจากการบริหารตลาดคลองเตย และอสังหาริมทรัพย์ จึงขยับเข้ามาช่วยพรรคเพื่อไทยในพื้นที่ภาคเหนือ  

อีกด้านหนึ่ง คนแดนไกลคงมองว่า เพื่อไทยยุคอุ๊งอิ๊ง ยังขาดสายบู๊ และผู้ชำนาญการงานพิเศษ จึงเรียกใช้ผู้กองน้องรักอีกครั้ง

ประเด็นเรื่องโซ่ข้อกลางนั้น ก็เป็นเรื่องวิเคราะห์กันไป จริงๆแล้ว ทักษิณไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้กองกรณีการจัดตั้งรัฐบาลปรองดองชาติ เมื่อคุณหญิงจันทร์ส่องหล้าออกนำทัพด้วยตัวเอง เรื่องปิดดีลรับประกันได้

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก 

จุดพลุ “เศรษฐา ทวีสิน” ว่าที่นายกฯ ในวันที่ธรรมนัสจะคืนถิ่น พท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/532893

ขุนน้ำหมึก

11 ต.ค. 2565

จุดพลุ “เศรษฐา ทวีสิน” ว่าที่นายกฯ ในวันที่ธรรมนัสจะคืนถิ่น พท.

โผล่มาแปลกๆ “เศรษฐา ทวีสิน” ว่าที่นายกฯ เพื่อไทย ในวันที่มีข่าวธรรมนัสคืนถิ่น ระยะหลัง เสี่ยนิดไม่ปฏิเสธข่าวการเข้าสู่ถนนการเมือง คนเพื่อไทยก็รับรู้กันอยู่ในที

โผล่มาแปลก ๆ “เศรษฐา ทวีสิน” ตกเป็นข่าวแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ในวันที่มีข่าวธรรมนัสคืนถิ่น ดังสะท้านสะเทือนวงการเมือง

ระยะหลัง “เศรษฐา ทวีสิน” ไม่ปฏิเสธข่าวเรื่องการเข้าสู่ถนนการเมือง และคนในเพื่อไทย ก็ดูเหมือนจะรับรู้กันอยู่ในที 

เช้าวันที่ 11 ต.ค.2565 สื่อทุกสำนักต่างนำเสนอข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะยกทีม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ซบพรรคเพื่อไทย แต่ก็มีข่าว เศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร ถูกวางตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย สอดแทรกขึ้นมา

แหล่งข่าวในพรรคเพื่อไทยยังแจกแจงว่า ทำไมต้องเป็น เศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจ ผู้บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง 

คำตอบคือ เสี่ยนิด เศรษฐา เป็นผู้มีความเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี ในยามที่ต้องการฟื้นฟูประเทศจากปัญหาโควิดและวิกฤตเศรษฐกิจ 

เสี่ยนิด-เศรษฐา ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ ประสบสำเร็จจากการบริหารธุรกิจขนาดใหญ่ และมีแนวคิดในเชิงสังคม เข้าใจปัญหาสังคมไทย 

วันเดียวกัน อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์สื่อในประเด็นเศรษฐา เป็นแคนดิเดตนายกฯว่า ตนเองให้ความสนับสนุนทุกคนที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะเข้ามาทำงาน แก้ปัญหาให้กับประชาชน

“พรรคเพื่อไทยสนับสนุนเต็มที่ แต่ทั้งนี้ยังไม่ขอระบุชื่อ ขอแค่คนที่พร้อม” อุ๊งอิ๊งกล่าว

‘เสี่ยนิด-คนที่ใช่’

ชื่อของ “เศรษฐา ทวีสิน” ตกเป็นข่าวกับพรรคเพื่อไทยมานานแล้ว เจ้าตัวก็ปฏิเสธว่าจะไม่ขอยุ่งกับการเมืองเรื่อยมา แต่ระยะหลัง เสี่ยนิดกลับเงียบและไม่ตอบโต้กรณีสื่อนำเสนอข่าวว่าตัวเองเป็นแคนดิเดตนายกฯ

ความชัดเจนเรื่องแคนดิเดตนายกฯ น่าจะตั้งแต่กลุ่มแคร์เลือกชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ได้รับรางวัลคนเคลื่อนไทย ซึ่งใครก็ทราบว่า กลุ่มแคร์เป็นคลังสมองของทักษิณ

  เศรษฐา ทวีสิน ในวันรับรางวัลจากกลุ่มแคร์ ของทักษิณ เศรษฐา ทวีสิน ในวันรับรางวัลจากกลุ่มแคร์ ของทักษิณ

เมื่อวันที่ 16 ส.ค.2565 ในรายการแคร์คลับเฮาส์ ทักษิณ ชินวัตร ตั้งวงวิเคราะห์การเมือง ซึ่งตอนหนึ่ง ผู้ดำเนินรายการได้ถามตอนหนึ่งว่า พรรคเพื่อไทยมีแคนดิเดตนายกฯในใจแล้วหรือยัง 

ทักษิณตอบว่า “น่าจะมีแล้วนะ” แล้วก็โยนไป นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เพราะใกล้ชิดกับแกนนำเพื่อไทย คงรู้แล้วว่า ใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี บอกว่า น่าจะมี 3 คน คนแรกที่เป็นแคนดิเดต คนที่ 2 เริ่มแพลมๆ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ แก้วิกฤตที่เผชิญกันอยู่ เราอยากได้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหา คนเป็นนักบริหารที่ดูไว้ก็เห็นว่าเตรียมพร้อมแล้วที่จะเข้าสู่การเมืองแล้ว ส่วนคนที่ 3 ยังเป็นปริศนาอยู่ 

หมอเลี้ยบใบ้ชัด ๆ ว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทยคือ คนแรก อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร และคนที่สอง เศรษฐา ทวีสิน

‘ตอบโจทย์นายใหญ่’

จริง ๆ แล้ว หมอเลี้ยบเคยพูดถึง “เศรษฐา ทวีสิน” มาแล้วตั้งแต่ปลายปี 2564 ผ่านรายการวิเคราะห์ข่าวทางช่อง 9 โดยเล่าว่า หลายปีมาแล้ว เคยเจอเสี่ยนิดในงานสังคมงานหนึ่ง ถามว่าสนใจการเมืองหรือไม่ เสี่ยนิดก็พูดติดตลกว่า ไม่เอา

ตัดกลับมา พ.ศ.นี้  มองในแง่การตลาดการเมือง หมอเลี้ยบยอมรับว่า ชื่อของเศรษฐาขายได้ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้คนต้องการผู้นำคนใหม่ ที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถ้าเทียบกันหมัดต่อหมัด เศรษฐาดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้ว

“อย่างน้อยนายเศรษฐา ก็เป็นผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ย่อมมีทักษะการเป็นผู้นำ และจากการฟังให้การสัมภาษณ์ ก็เป็นคนที่เข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ดี”หมอเลี้ยบ กล่าว

บทวิเคราะห์ของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เกี่ยวกับเสี่ยนิด ตรงจุดนี้แหละ หลายฝ่ายจับตามองตัวนักธุรกิจใหญ่มากขึ้น 

เกจิการเมืองต่างฟันธงแล้วว่า เสี่ยนิดคือ 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ ค่ายเพื่อไทยแน่นอน แต่แปลกใจ ทำไมจุดพลุเรื่องนี้ ในวันที่ธรรมนัสจะเข้ามาอยู่ใต้ชายคาเพื่อไทย
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ   โดย … ขุนน้ำหมึก 

ปิดดีลแดนไกล “ธรรมนัส” ทางไม่สะดวก เจอด่านเด็กเฮียเพ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/532868

ขุนน้ำหมึก

11 ต.ค. 2565

ปิดดีลแดนไกล “ธรรมนัส” ทางไม่สะดวก เจอด่านเด็กเฮียเพ้ง

ทางไม่สะดวก “ธรรมนัส” พา ส.ส.คู่ใจเตรียมซบเพื่อไทย อาจมีปัญหาพื้นที่ทับซ้อน เด็กเฮียเพ้งไม่ถอย ลึกๆ ดีลนี้ยังไม่เคาะ จะเลือกคนแดนไกล หรือไปบ้านหลังใหม่

ทางไม่สะดวก “ธรรมนัส” พา ส.ส.คู่ใจเตรียมย้ายซบเพื่อไทย ส่อเค้าติดปัญหาในพื้นที่ เช่นสนามพิจิตร เด็กเฮียเพ้งไม่ยอมถอย

ซุ้ม ส.ส.สาย “ธรรมนัส” ยังมีดีลที่รอการปิด จะเลือกเจ๊แดง-คนแดนไกล หรือไปบ้านหลังใหม่

จบไปแล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลาออกจากหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ แล้วก็ส่งต่อให้ เชวงศักดิ์ ใจคำ อดีตนายอำเภอดอกคำใต้ จ.พะเยา ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ และหมู คลองเตย หรือสุธี พงษ์เพียรชอบ มือขวาผู้กอง เป็นนายทะเบียนพรรค

ขุมกำลังผู้กองธรรมนัส ที่ไปปรากฏตัวในที่ประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจไทย เหลืออยู่ 13 คน แยกเป็น ส.ส.เขต 7 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 3 คน

ว่ากันว่า ซุ้มธรรมนัส มีกองกำลังชนิดไปไหนไปกันอยู่ 9 คน ได้แก่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 2 คนคือ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ และ ยุทธนา โพธสุธน

ส.ส.เขต ก็มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1, จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3 ,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1 ,พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1 ,ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3 ,ปัญญา จีนาคำ ส.ส.แม่ฮ่องสอน และจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ส่วนที่เหลืออีก 3-4 คน น่าจะกลับพรรคพลังประชารัฐ หรือไปพรรคอื่น
 

‘ชาละวันเดือด’

พลันที่มีข่าว “ธรรมนัส” และ ส.ส.คนใกล้ชิดซบเพื่อไทย ก็เกิดแรงกระเพื่อมในพื้นที่ เฉพาะภาคเหนือตอนล่าง ที่มีพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่

ยกตัวอย่าง พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เขต 1 พรรคเศรษฐกิจไทย ในกรณีธรรมนัสยกทีมเข้าเพื่อไทย ก็จะเกิดปัญหาเรื่องตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตนี้ เพราะพรรคเพื่อไทย ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้แล้ว

สนามเมืองชาละวัน ใครก็รู้ว่า สุณีย์ เหลืองวิจิตร คนสนิทเฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นแม่ทัพใหญ่เพื่อไทย 

เจ๊สุณีย์ ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร ทั้ง 3 เขต ประกอบด้วยเขต 1 ปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร เขต 2 ณริยา บุญเสรฐ ภรรยานาวิน บุญเสรฐ อดีต ส.ส.พิจิตร และเขต 3 วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ อดีต ส.ว.พิจิตร

  สุณีย์ เหลืองวิจิตร เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร 3 เขตสุณีย์ เหลืองวิจิตร เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร 3 เขต

ฉะนั้น เขต 1 พรชัย อินทร์สุข ส.ส.พิจิตร เด็กปั้นธรรมนัส กับ สจ.รถ หรือปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร น้องชายสุดรักของเจ๊สุณีย์ แกนนำเพื่อไทยก็ต้องมาตัดสินกันว่า จะเอาใคร 

เรื่องนี้ เฮียเพ้ง คนสนิทนายใหญ่ดูไบ คงไม่ปล่อยผ่านแน่ เพราะทีมเจ๊สุณีย์ ปูทางสร้างฐานมาระยะหนึ่งแล้ว 

‘ชายแดนพม่าระอุ’

มือทำงานของ “ธรรมนัส” ที่ชายแดนไทย-พม่า ก็เจอปัญหาแล้ว หลังมีข่าววงในว่า เจ๊แดงไฟเขียวให้ซุ้มผู้กองเมืองพะเยาเข้าเพื่อไทย ทำให้อดีตผู้สมัคร ส.ส.ตาก ค่ายเพื่อไทย ยื่นใบลาออกจากพรรคทันที 


เดิมที ร.อ.ธรรมนัส มี ส.ส.ตาก 2 คนอยู่ในซุ้ม คือ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 และภาคภูมิ บูลย์ประมุข  ส.ส.ตาก เขต 3 แต่ ส.ส.เฟิร์ส ธนัสถ์ ตัดสินใจย้ายไปภูมิใจไทย จึงเหลือแค่ภาคภูมิ

ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก ลูกชายจำเนียร บูลย์ประมุข อดีตกำนันตำบลแม่จะเรา อ.แม่ระมาด จ.ตาก เป็น ส.ส.สมัยแรก โดยสวมเสื้อพลังประชารัฐ ลงสนามเอาชนะคู่แข่ง ชัยณรงค์ มะเดชะ พรรคเพื่อไทย ไปแค่ 1,400 แต้ม

สำหรับนายกอาร์ท-ชัยณรงค์ มะเดชะ อดีตนายกเทศมนตรี ต.แม่ระมาด หลังสอบตกก็เดินหาเสียงมาตลอด และพร้อมลงสนามแก้มืออีกหน 

ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ชัยณรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กแจ้งข่าวเรื่องการลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย โดยอ้างว่า มีผู้ใหญ่คนหนึ่งมาขอให้เขาย้ายไปลงเขต อ.แม่สอด เพราะเขต อ.แม่ระมาด จะเปิดทางให้ ส.ส.คนหนึ่งที่ย้ายมาจากพรรคอื่น

แม้นายอาร์ท-ชัยณรงค์ ไม่ระบุชื่อว่าเป็นใคร แต่ก็พอคาดเดาได้ว่า น่าจะเป็น ส.ส.ภาคภูมิ ที่จะย้ายตาม ร.อ.ธรรมนัส เข้าเพื่อไทย

นี่เป็นแค่หนังตัวอย่างของปัญหาในพื้นที่ ซึ่งคงต้องรอความชัดเจนจากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส ว่า จะไปจอดป้ายที่พรรคไหนกันแน่

โหนแม้ว “เฉลิม” หวนจับไมค์ เพื่อลูกรัก-ลูกน้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/532811

11 ต.ค. 2565

โหนแม้ว “เฉลิม” หวนจับไมค์ เพื่อลูกรัก-ลูกน้อง

ดาวไฮด์ปาร์ค “เฉลิม” หวนคืนสังเวียน ตอบโจทย์คนแดนไกล รักษาฐานที่มั่นบางบอน ประเดิมเวทีหาเสียงที่ศรีสะเกษ หวังอุ้มลูกน้องคนสนิทเสี่ยนาย กลับเข้าสภาฯ

ดาวไฮด์ปาร์ค “เฉลิม” หวนคืนสังเวียน ตอบโจทย์คนแดนไกล เป้าหลักคือรักษาฐานที่มั่นบางบอน สู้กระแสก้าวไกล

“เฉลิม” ประเดิมเวทีหาเสียงที่ศรีสะเกษ หวังอุ้มลูกน้องคนสนิท ธเนศ เครือรัตน์ กลับเข้าสภาฯอีกครั้ง หลังพ่ายเสี่ยโต้ง ค่ายภูมิใจไทย

วันที่ 10 ต.ค.2565 พรรคเพื่อไทยเปิดตัวศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรค โดยมี ประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นผู้อำนวยการศูนย์ และที่น่าสนใจคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง โผล่รับบทดาวไฮด์ปาร์ค 

ในศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งฯ มีบุคลากรของเพื่อไทยเข้ามาทำงานมากกว่า 50 คน เฉพาะกลุ่มงานปราศรัย แยกเป็น 2 ทีม โดยทีมแรก นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รับผิดชอบภาคอีสาน และกรุงเทพฯ พร้อมทีมงานอย่างอดิศร เพียงเกษ

ทีมที่สอง จาตุรนต์ ฉายแสง รับผิดชอบภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ โดยทีมปราศรัยของพรรค น่าจะแยกจากทีมครอบครัวเพื่อไทย ที่มีณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้นำเวทีปราศรัย

นัยว่า ร.ต.อ.เฉลิม จะเปิดเวทีปราศรัยแรกที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อย้ำว่าพื้นที่ภาคอีสาน เป็นฐานของพรรคเพื่อไทย ลึกๆ เฉลิมเป็นห่วงลูกน้องคนสนิท ที่สอบตกสมัยที่แล้ว เลยต้องยกทีมไปช่วยหาเสียง

‘เพื่อลูกรัก’

ที่มั่นการเมืองสุดท้ายของ “เฉลิม” คือ หนองแขม-บางบอน ที่มีลูกชายหัวแก้วหัวแหวน วัน อยู่บำรุง เป็น ส.ส.กทม.เขต 26

ว่ากันว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า วัน อยู่บำรุง ก็ต้องเจอคู่ปรับเก่า พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ พรรคประชาธิปัตย์ และตัวแปรจากพรรคก้าวไกล 

ย้อนไปดูการเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2565 ปรากฏว่านวรัตน์ อยู่บำรุง ยังได้รับเลือกเป็น ส.ก.เขตหนองแขม สมัยที่ 7 แต่ เมืองชัย จันทวิมล หรือเมืองชัย กิตติเกษม พ่ายแพ้ในเขตบางบอน


บ้านใหญ่ริมคลองชนะ 1 เขต และแพ้ 1 เขต เหมือนส่งสัญญาณการทวงคืนพื้นที่ของตระกูลม่วงศิริ 

ปี 2562 วัน อยู่บำรุง ค่ายเพื่อไทย ชนะขาด พ.ต.อ.สามารถ ม่วงศิริ ปชป.ที่เขต 26 (เขตบางบอน และเขตหนองแขม เฉพาะแขวงหนองแขม) โดย พ.ต.อ.สามารถหลุดไปอยู่อันดับสาม 

ส่วนที่ได้อันดับสองกลายเป็นผู้สมัคร ส.ส.โนเนม พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 27,244 คะแนน ซึ่งสมัยหน้า พรรคก้าวไกลกำลังคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.คนใหม่มาลงที่เขตนี้ จึงเป็นการบ้านข้อใหญ่ของ ส.ส.วัน

  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หวนคืนจับไมค์หาเสียงพรรคเพื่อไทย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หวนคืนจับไมค์หาเสียงพรรคเพื่อไทย

‘เพื่อลูกน้อง’

“เฉลิม” ประกาศจะประเดิมเวทีปราศรัยที่มีเป้าหมายแลนด์สไลด์ ครั้งแรกที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเพื่อไทยมีคู่แข่งสำคัญคือ ภูมิใจไทย

เหนืออื่นใด เสี่ยนาย-ธเนศ เครือรัตน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ เป็นลูกน้องคนสนิทของเฉลิม และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง นายใหญ่บ้านริมคลองก็จะไปช่วยหาเสียงให้เสี่ยนาย

ธเนศ เครือรัตน์ เจ้าของปั๊มน้ำมัน ปตท.ศรีสะเกษ ได้รับมรดกการเมืองจากบิดา ไพโรจน์ เครือรัตน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ หลายสมัย โดยเสี่ยนาย สวมเสื้อไทยรักไทย ลงเลือกตั้งซ่อมปี 2546 เอาชนะมานะ มหาสุวีระชัย ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก และนับจากนั้น เสี่ยนายไม่เคยสอบตก

การเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 (อ.เมืองศรีสะเกษ และ อ.วังหิน)สมัยที่แล้ว เป็นการต่อสู้ระหว่างนักธุรกิจการเมือง 2 คนคือ เสี่ยโต้ง-สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กับ เสี่ยนาย-ธเนศ เครือรัตน์
 

ผลเลือกตั้งเสี่ยโต้ง (ภูมิใจไทย) ได้ 46,797 คะแนน เสี่ยนาย (เพื่อไทย) ได้ 35,582 คะแนน และผู้สมัครโนเนมจากพรรคอนาคตใหม่ ได้ 8,970 คะแนน 
 
เปรียบเทียบกับผลคะแนนปี 2554 ศรีสะเกษ เขต 1 เสี่ยนาย ได้ 38,412 คะแนน ส่วนมานะพันธ์ อังคสกุลเกียรติ (พรรคชาติไทยพัฒนา) ลุงของเสี่ยโต้ง ได้ 29,317 คะแนน

คะแนนของตระกูลอังคสกุลเกียรติ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นความนิยมส่วนตัวของเสี่่ยโต้ง บวกกับภูมิใจไทย 

ด้วยเหตุนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จึงต้องเปิดเวทีแรกที่ จ.ศรีสะเกษ เพื่อมีเป้าหมายช่วยลูกน้องคนสนิท เสี่ยนาย-ธเนศ เครือรัตน์ ได้กลับเข้าสภาฯอีกครั้ง
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ     โดย .. ขุนน้ำหมึก 

บ้านป่าเงียบเหงา “ประวิตร” สิ้นมนต์ขลัง ลูกพรรคแพแตกแยกย้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/532760

ขุนน้ำหมึก

10 ต.ค. 2565

บ้านป่าเงียบเหงา “ประวิตร” สิ้นมนต์ขลัง ลูกพรรคแพแตกแยกย้าย

ชะตากรรมพรรคเฉพาะกิจ “ประวิตร” หนีไม่พ้นสัจธรรมอำนาจ มีขึ้น มีลง 3 ป.เรตติ้งร่วง ซุ้มใหญ่ซุ้มเล็กเผ่น บ้านป่ารอยต่อสิ้นมนต์ขลัง ยังเหลือแค่ ส.ส.ใต้ที่ภักดี พปชร.

ป่ารอยต่อสิ้นมนต์ขลัง “ประวิตร” จำต้องปรับทัพ พี่น้อง 3 ป.จะเอายังไง และ ป.แป๊ะ ได้เวลาเปิดตัวหรือยัง

“ประวิตร” หนีไม่พ้นสัจธรรมอำนาจ มีขึ้น มีลง พลังประชารัฐ ศูนย์รวมนักเลือกตั้งเฉพาะกิจ ก็ต้องมีวันเลิกรา

อาฟเตอร์ช็อกงานวันเกิดครูใหญ่บุรีรัมย์ สะเทือนถึงบ้านป่ารอยต่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อันเนื่องจากมี ส.ส.ลูกพรรค 8 รายแห่ไปอวยพรข้ามพรรค

เช้าวันที่ 10 ต.ค.2565 บนหน้าหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อย 4 ฉบับที่พาดหัวตรงกันว่า พลังประชารัฐแพแตก ซึ่งรายชื่อ ส.ส.ที่ตกเป็นข่าวย้ายออกจากพรรค ก็เป็นไปตามข่าวลือในตลาดนักเลือกตั้งก่อนหน้านี้

คำให้สัมภาษณ์ของ วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ เรื่องจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในสมัยหน้า ได้บอกเล่าปัญหาภายใน พปชร.ได้ชัดเจนที่สุด

นักการเมืองรุ่นเก๋า วีระกรโผล่มาโยนระเบิดเรื่องตู่ถอย ป้อมขึ้นนายกฯ แล้วก็หายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งไว้แต่ความปั่นป่วนของ ส.ส.ค่ายลุงป้อม

ส.ส.ค่ายพลังประชารัฐ ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.สมัยแรก ต่างกลัวสอบตก เพราะกระแสพรรคร่วง กระแสลุงตู่ก็ตกต่ำ แถมในพรรคแบ่งเป็นหลายก๊กไม่สามัคคีกัน 

‘กลลวงหัวหน้าซุ้ม

“ประวิตร” พยายามรวบรวมซุ้มต่างๆ ให้อยู่ด้วยกันไปจนถึงเลือกตั้งครั้งหน้า แต่หัวหน้าซุ้มบางคน ก็เล่นกลเกมลับลวงพราง จนลุงป้อมป่วนไปเหมือนกัน

 ลุงป้อม พยายามปลุกเรตติ้ง แต่ลูกพรรคไม่มั่นใจลุงป้อม พยายามปลุกเรตติ้ง แต่ลูกพรรคไม่มั่นใจ

ยกตัวอย่างซุ้มสามมิตร ของสมศักดิ์ เทพสุทินสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และอนุชา นาคาศัย ที่มีข่าวว่าจะย้ายพรรคบ่อย แต่ 3 แกนนำจอมเก๋า ก็ยังเคลื่อนไหวในพื้นที่ช่วยลูกพรรค ตามบัญชาของ พล.อ.ประวิตร


ส่วนลูกน้องในซุ้มสามมิตร สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ สายตรงสุริยะ ยืนยันว่า ลาออกจาก พปชร.แน่ รวมถึงอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก สายตรงสมศักดิ์ ทั้งคู่เตรียมขยับไปซบภูมิใจไทย

ซุ้มปากน้ำ ของตระกูลอัศวเหม ตกเป็นข่าวจะย้ายพรรคเช่นกัน ซึ่งจริงๆแล้ว ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ก็เป็นญาติกับ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีกีฬาและท่องเที่ยว พรรคภูมิใจไทย

ส่วนตัวเสี่ยเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ ก็รู้จักมักคุ้นกับเนวิน ชิดชอบ หากว่าซุ้มปากน้ำจะย้ายออกจาก พปชร. น่าจะเลือกค่ายสีน้ำเงินมากกว่าค่ายอื่น

อีกอย่างถ้าซุ้มเสี่ยเฮ้ง ยังอยู่ที่บ้านป่ารอยต่อ ก็ไม่รู้จะมองกันหน้ากันอย่างไร ระหว่างเสี่ยเฮ้งกับกลุ่ม ส.ส.ปากน้ำ

‘ค่ายเมืองหลวงแตก’

ส.ส.พลังประชารัฐสายเมืองหลวงทิ้ง “ประวิตร” ค่อนข้างแน่อยู่แล้ว เนื่องจากพวกเขาได้เป็น ส.ส. เพราะกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ 


ผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และการเลือกตั้ง ส.ก. ย่อมส่งสัญญาณถึงอนาคต ส.ส.กทม. พรรค พปชร. สำนักข่าวหลายแห่งฟันธงแล้วว่า 12 ส.ส.เมืองหลวง ค่ายลุงป้อม สอบตกแน่

เวลานี้ พล.อ.ประวิตร ก็อาสาดูแลสนาม กทม.เอง เพราะยังไม่กล้าแต่งตั้งนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ อดีต รมช.แรงงาน เข้ามาเป็นแม่ทัพเมืองหลวง เกรงปัญหาความแยกแตก

เหตุขาดคนดูแล ส.ส.กทม.โดยตรง จึงเกิดความอลหม่านในพรรค ตามรายงานข่าว 2 ส.ส.กทม.อย่าง จักรพันธ์ พรนิมิตร และ กษิดิ์เดช ชุติมันต์ จะย้ายตาม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดีอีเอส ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย 

ส่วน ส.ส.ส้ม-พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์  ส.ส.กทม. และโฆษกพรรคพลังประชารัฐ จะย้ายไปภูมิใจไทย ในโควตาของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ด้าน กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. ก็มีข่าวปิดดีลกับเพื่อไทยไปเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ ส.ส.อีกหลายคนกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับพรรคต่างๆ มีทั้งเพื่อไทย, ไทยสร้างไทย, สร้างอนาคตไทย และรวมไทยสร้างชาติ

ภาพรวมของ ส.ส.พลังประชารัฐ ขวัญกำลังใจตกต่ำ เพราะความไม่ชัดเจนของ 3 ป. รวมถึงการวางตัวทายาทอย่าง ป.แป๊ะ ก็ยังอึมครึม เหมือนเรือใหญ่เผชิญมรสุม
    

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก