ไม่อยู่วิทยา ‘ส.ว.ก๊อง’ อยู่ค่ายเจ๊ใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไม่อยู่วิทยา ‘ส.ว.ก๊อง’ อยู่ค่ายเจ๊ใหญ่

ไม่อยู่วิทยา 'ส.ว.ก๊อง' อยู่ค่ายเจ๊ใหญ่31 กรกฎาคม 2563 – 16:28 น.

คดีบอสป่วนเมือง “ส.ว.ก๊อง” นักการเมืองเชียงใหม่ สายเพื่อไทย เจอวิบากพยานปากเอกตาย มีคนโยงถึงตัวเขา

++
    เนื่องจากการเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุของ จารุชาติ มาดทอง อดีตพยานคนสำคัญในคดีของ “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ที่ขับรถชนเจ้าหน้าที่ตำรวจตายนั้น มีบางสำนักข่าวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ว่าเป็นลูกน้องของ “ชูชัย เลิศพงษ์อดิศร” รวมถึงมีความสัมพันธ์กับตระกูลอยู่วิทยา


    วันที่ 31 ก.ค.2563 ชูชัย เลิศพงษ์อดิศร หรือ สว.ก๊อง อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ และประธานสโมสรเชียงใหม่ ยูไนเต็ด เปิดใจกับนักข่าวว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจารุชาติ มาดทอง อดีตพยานคนสำคัญในคดีของวรยุทธ อยู่วิทยา 

ไม่อยู่วิทยา 'ส.ว.ก๊อง' อยู่ค่ายเจ๊ใหญ่

                                        ส.ว.ก๊อง
    

  กรณีที่จารุชาติ เป็นคนขับรถที่สำนักงานนิติชัย ทนายความ ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าชูชัยเป็นเจ้าของนั้น ชูชัยชี้แจงว่าสำนักงานทนายความเป็นของคนรู้จักกันเท่านั้น ตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในสำนักงานดังกล่าว และจากการสอบถามไปพบว่านายจารุชาติ เพิ่งทำเรื่องประกันสังคมไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 ที่ผ่านมา ส่วนจะทำงานตำแหน่งอะไรในสำนักงานตนไม่ทราบ ++
ทนายก๊อง
++
    ก่อนปี 2551 ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ปรากฏตัวในเชียงใหม่ ในฐานะเป็นทนายความมีชื่อเสียง คนเรียกกันติดปากว่า “ทนายก๊อง” เป็นทนายความ และรับเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายทั่วไป 
    เมื่อมีการเลือกตั้ง ส.ว.ต้นปี 2551 ทนายก๊อง ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.เชียงใหม่ ภายใต้การสนับสนุนของ “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หลังจากนั้น ผู้คนก็เรียกขาน “ส.ว.ก๊อง” แทนคำว่า “ทนายก๊อง”

ไม่อยู่วิทยา 'ส.ว.ก๊อง' อยู่ค่ายเจ๊ใหญ่

                                          เยาวภา กองหนุนคนสำคัญ 


    ปี 2559 ส.ว.ก๊อง ได้เข้าซื้อกิจการร้านอาหารผาลาดตะวันรอน
    ปี 2560 ส.ว.ก๊อง เป็นคนชอบฟุตบอล จึงลงทุนทำสโมสรเจแอล เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมเชียงใหม่เพื่อคนเชียงใหม่” นอกจากการเปิดตัวผู้บริหาร ผู้สนับสนุนทีม สตาฟฟ์โค้ช นักเตะ และชุดแข่งใหม่แล้ว ปรากฏว่ามี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษทีม
    “ส.ว.ก๊อง” มีความสนิทสนมกับครอบครัว “ติยะไพรัช” โดยเฉพาะมิตติ ติยะไพรัช อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักษาชาติ
    ปัจจุบัน ทีมเจแอลเชียงใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็น “เชียงใหม่ ยูไนเต็ด” เล่นอยู่ในไทยลีก 2 แถมยังได้ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” บิดา “เสี่ยฮั่น” มิตติ ติยะไพรัช มาเป็นกองหนุน สร้างทีมช้างเผือกให้ยิ่งใหญ่ 

ไม่อยู่วิทยา 'ส.ว.ก๊อง' อยู่ค่ายเจ๊ใหญ่

                                ยงยุทธ ก็หนุน ส.ว.ก๊อง ++
ยึด อบจ.เชียงใหม่ 
++
    เดือน มิ.ย.2562 “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์“ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดตัว ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่ ลงสมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายก อบจ.เชียงใหม่ 
    คอการเมืองในเชียงใหม่ทราบดี “ส.ว.ก๊อง” ภายใต้การสนับสนุนจากเจ๊แดง โดยใช้ฟุตบอลนำการเมือง เหมือนนักการเมืองหลายคนทำกัน 
    เนื่องจาก บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ ขัดแย้งกับ “เจ๊แดง” ถึงขั้นแยกทางกันเดิน
    เจ๊แดงจึงวางตัว ส.ว.ก๊อง ให้ลงสนามชิงเก้าอี้นายก อบจ.เชียงใหม่กับ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายก อบจ.เชียงใหม่ 

ไม่อยู่วิทยา 'ส.ว.ก๊อง' อยู่ค่ายเจ๊ใหญ่

                                      ส.ว.ก๊อง เปิดตัวชิงนายก อบจ.เชียงใหม่ 
    

    ด้วยเกมท้องถิ่นเชียงใหม่นั้น จะอาศัยกระแสทักษิณหรือพรรคเพื่อไทยอย่างเดียวไม่ได้ เพราะ “เสี่ยบุญเลิศ” มีฐานเสียงระดับรากหญ้าสนับสนุน รวมถึง ส.ส.เพื่อไทยบางคน
    ส.ว.ก๊อง จึงออกสตาร์ทหาเสียงตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว อาศัยฟุตบอลนำการเมือง แต่โชคร้ายมาเจอหางเลขคดีเสี่ยบอส จึงต้องชี้แจงด่วน 

“ปวิน” ปรี๊ดด แดงลี้ภัย 112คบฝรั่งลวงโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ปวิน” ปรี๊ดด แดงลี้ภัย 112คบฝรั่งลวงโลก

"ปวิน" ปรี๊ดด แดงลี้ภัย 112คบฝรั่งลวงโลก31 กรกฎาคม 2563 – 14:30 น.

“ปวิน” ปรี๊ดด แดงลี้ภัย 112คบฝรั่งลวงโลก ปวินมาแปลก โจมตีพวกเดียวกัน ใช้เฟคนิวส์เคลื่อนไหวระดมมวลชน ไม่ถูกต้อง ควรแอนตี้ 

++
แฟลชม็อบในหลายพื้นที่ มีการชูรูป “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการ ที่ลี้ภัยอยู่ในต่างแดน เนื่องจากเยาวชนบางกลุ่มติดตามแฟนเพจ Pavin Chachavalpongpun จึงเสพข้อมูลจากอาจารย์ปวิน  

ระยะหลัง มีเสียงวิจารณ์พฤติกรรมของปวิน ในการทำแฟนเพจสุ่มเสี่ยง ล่อให้เยาวชนเข้าไปสู่กับดัก บางรายถึงขั้นเสียอนาคต 

อ่านข่าว…  ปรี๊ดแตก ปวินซัด “แม่ทอน”

ล่าสุด อาจารย์ปวินโพสต์แปลกๆ ออกอาการเกรี้ยวกราดกลุ่มเอ็นจีโอชาวเยอรมัน ที่เปิดแฟนเพจ และทำกิจกรรม พร้อมเปิดขอรับบริจาคเงินคนไทยทั่วโลก 

“ขอให้ทุกคนยุติการให้ความช่วยเหลือ PixelHelper อย่าบริจาคเงิน เพราะกลุ่มนี้เริ่มใช้ fake news เป็นเครื่องมือ..” 

ปวินสืบทราบมาว่า กลุ่มนี้นำเอาภาพการเคลื่อนไหวในประเทศอื่น มาตีขลุมว่าเป็นผลงานของกลุ่มตัวเอง เช่นนำภาพการชุมนุมที่ปารีส มาเคลมว่ากลุ่มตนเคลื่อนไหวในเยอรมัน 

กลุ่ม PixelHelper ชาวเยอรมัน ได้ทำกิจกรรมร่วมกับผู้ลี้ภัยคดี 112 ชาวไทยคือ “จรรยา ยิ้มประเสริฐ” ผู้ประสานงานกลุ่ม Act4Dem หรือกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย  

จรรยาจะเป็นผู้ประกาศเชิญชวนให้คนไทยบริจาคเงินช่วยชาวเยอรมันกลุ่มนี้อยู่บ่อยๆ พร้อมกับนำภาพผลงานของกลุ่มเอ็นจีโอเยอรมันมาโพสต์ เพื่อขอรับบริจาคเงินทองเป็นทุนเคลื่อนไหว 

เมื่อเร็วๆนี้ จรรยาได้เข้าไปทำกิจกรรมในเยอรมัน แล้วถ่ายรูปอัพเฟซบุ๊ค ซึ่งวิธีการอย่างนี้ “โรส ลอนดอน” ผู้ลี้ภัยคดี 112 ได้ออกมาแฉว่า เป็นขบวนการขอทาน 

โรส ลอนดอน หลบหนีคดี 112 ไปตั้งหลักปักฐานมีครอบครัวอยู่ที่ประเทศอังกฤษ จนได้สัญชาติพลเมืองอังกฤษ ก็เคยเปิดฉากแฉขบวนการต้มตุ๋น “ขอรับเงินบริจาค” ที่ฝรั่งเศส  

กลุ่ม “สะใภ้เสียงชาวบ้าน” แดงฮาร์ดคอร์ในอังกฤษ จัดรายการทอล์กทางยูทูบ ได้เปิดประเด็นขอทานออนไลน์ ของกลุ่มผู้ลี้ภัยจากไทย โดยร่วมมือกับ “โรส ลอนดอน”  

ความขัดแย้งในกลุ่มผู้ลี้ภัย 112 กลายเป็นจุดอ่อนของฝ่ายประชาธิปไตยในต่างแดน ไม่สามารถสร้างเอกภาพ และขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้

ลุงตู่ 2/2 “3 สหาย” เหนือ 2 มิตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลุงตู่ 2/2 “3 สหาย” เหนือ 2 มิตร

ลุงตู่ 2/2 "3 สหาย" เหนือ 2 มิตร31 กรกฎาคม 2563 – 11:05 น.

ลุงตู่ 2/2 “3 สหาย” เหนือ 2 มิตร คณิตศาสตร์การเมือง 3 ป. เสือสิงห์กระทิงช้างหลบไป ส่องใน พปชร. ก๊วน “วิรัช สันติ เฮ้ง” ยังดูเหนือกว่า “สมศักดิ์ สุริยะ”  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
จบแล้วสำหรับการปรับคณะรัฐมนตรี สูตร 3 ป. ซึ่งมีความแตกต่างจากรัฐบาลเลือกตั้งทั่วไป ถ้าเป็นรัฐบาลผสมในอดีต จะต้องใช้คณิตศาสตร์การเมือง วัดกันด้วยโควตากลุ่มมุ้งต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี 

กรณีรัฐบาลประยุทธ์ ภาคต่อจาก คสช. คณิตศาสตร์การเมืองมีน้ำหนักน้อยกว่า “คณิตศาสตร์การเมือง 3 ป.”

อ่านข่าว…  เปิด 3 สูตร ปรับ ครม.
 

ลุงตู่ 2/2 "3 สหาย" เหนือ 2 มิตร

สุริยะ ไม่ได้นั่ง รมว.พลังงาน แต่เสี่ยแฮงก์ได้เป็นรัฐมนตรี

ตัวแทนกลุ่มมุ้งในพรรคพลังประชารัฐ จึงได้แค่ 2 ตำแหน่งจาก 7 ตำแหน่งคือ “อนุชา นาคาศัย” ว่าที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ “สุชาติ ชมกลิ่น” ว่าที่รัฐมนตรีแรงงาน 

ส่วน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยแรงงาน ถือว่าเป็นโควต้า 3 ป. 

ด้าน เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ว่าที่รัฐมนตรีอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย โดยคณิตศาสตร์การเมือง การปรับ ครม.เที่ยวนี้ โควต้าควรตกเป็นของพรรคพลังท้องถิ่นไท ของชัช เตาปูน 

อย่างที่บอกไว้ข้างต้น คณิตศาสตร์การเมืองแบบ 3 ป. จึงทำให้พรรคกลางๆ และพรรคเล็ก ไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรี  

หากเป็นสมัยหม่อมคึกฤทธิ์ รัฐบาลผสม 11 พรรค มีการแจกเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งพรรคใหญ่ พรรคกลาง และพรรคเล็ก 

ลุงตู่ 2/2 "3 สหาย" เหนือ 2 มิตร

สันติ ผิดหวังนิดหน่อย ไม่ได้ขยับจากคลัง
++
แนวร่วม 3 สหาย
++
แม้ “สันติ พร้อมพัฒน์” จะนั่งอยู่ในเก้าอี้ตัวเดิม แต่การที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ไม่ได้ขยับไปนั่งรัฐมนตรีพลังงาน ก็ถือว่า สันติและแนวร่วม ประสบชัยชนะระดับหนึ่ง
 

ย้อนกลับไป วันที่ 11 ก.พ.2563 “วิรัช รัตนเศรษฐ” ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้นัดหมาย ส.ส.พลังประชารัฐ กว่า 100 คน มารับประทานอาหาร ที่อาคารรัชดา ONE ถ.รัชดาภิเษก 32 ตรงข้ามศาลอาญา
 
นั่นคือ ปฐมบทของพรรคพลังประชารัฐ ที่เตรียมการไว้รองรับการเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 

สันติ พร้อมพัฒน์ ได้แยกตัวออกจากกลุ่มสามมิตร มาแตะมือกับสหายเก่า-วิรัช รัตนเศรษฐ ผนึกกับคนหนุ่มอย่าง สุชาติ ชมกลิ่น และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นกลุ่มก๊วนใหม่ เดินเกมกดดัน 4 กุมารออกจากพรรค 

วิรัช รัตนเศรษฐ จับมือกับ “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และ ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ มาแต่ช่วงเลือกตั้ง 

ลึกๆ แล้ว ชัยวุฒิ มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ โดยตัวเขาทำงานเบื้องหลังฉาก 

เมื่อสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เดินหน้าจับจองเก้าอี้พลังงาน กลุ่ม 3 สหาย พร้อมแนวร่วม จึงออกโรงขวาง ในที่สุด หวยออกที่ “สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์” อดีตประธาน กรรมการและกรรมการกำกับดูแลกิจการ บริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) ที่เป็น “ตาอยู่” คว้าเก้าอี้ รมว.พลังงาน
 

เหมือนยกแรก สุริยะก็อยากได้ รมว.พลังงาน แต่ “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ก็อยากได้เหมือนกัน หวยจึงมาออกที่ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์
 

ลุงตู่ 2/2 "3 สหาย" เหนือ 2 มิตร

วิรัช ยังเป็นขาใหญ่

++
สองมิตรกลืนเลือด
++
นักการเมืองรุ่นเก๋าอย่าง “สมศักดิ์ เทพสุทิน” และ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” จำต้องถอยจากกระทรวงพลังงาน เพราะรู้ดีว่า “3 ป.” ไม่ใช่ทักษิณ  

อย่างไรก็ตาม การที่ “อนุชา นาคาศัย” ได้เป็นเลขาธิการพรรคพลพลังประชารัฐ และได้เก้าอี้ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เยียวยาความผิดหวังไปได้ระดับหนึ่ง 

คนการเมืองรู้ดีว่า ทุกวันนี้ สมศักดิ์ยังมีน้ำใจต่อเพื่อนเก่า ค่ายเพื่อไทย และเคารพนายใหญ่พ่วงด้วยเจ๊แดงเหมือนเดิม 

นี่คือความต่างระหว่างเนวิน ชิดชอบกับสมศักดิ์ เทพสุทิน กรณีความสัมพันธ์กับค่ายนายใหญ่

เอายังไง “ชัชชาติ” เพื่อไทยหรือกลุ่มแคร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เอายังไง “ชัชชาติ” เพื่อไทยหรือกลุ่มแคร์

เอายังไง "ชัชชาติ" เพื่อไทยหรือกลุ่มแคร์30 กรกฎาคม 2563 – 15:17 น.

เอายังไง “ชัชชาติ” เพื่อไทยหรือกลุ่มแคร์ วุ่นทั้งพรรค “คุณหญิงหน่อย” โร่แจงไม่ลงผู้ว่า กทม. เตรียมทาบทาม “ชัชชาติ” ลงในนามเพื่อไทย 

++
ชิงสยบข่าว “เจ้าแม่เมืองหลวง” จะลงสมัครผู้ว่า กทม. “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโต้ข่าวลือทันที 

สรุปความได้ว่า พรรคเพื่อไทยแถลงยืนยันส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมอบให้คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นประธานกรรมการสรรหาผู้สมัคร 

อ่านข่าว…   ไม่ไหวแล้ว “ทักษิณ” คัมแบ็ค อุ้ม “หน่อย” สู้ก้าวไกล

เอายังไง "ชัชชาติ" เพื่อไทยหรือกลุ่มแคร์

คุณหญิงสุดารัตน์ แถลงข่าวที่สภาฯ จะเชิญชัชชาติมาลงสมัครผู้ว่า กทม.

มิเพียงเท่านั้น คุณหญิงสุดารัตน์ จะเข้าไปพบ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” เพื่อทาบทามให้มาเป็นผู้สมัครในนามพรรค 

เนื่องจากพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคใหญ่ “คุณหญิงหน่อย” บอกว่าจะไม่มีคนลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคไม่ได้ และ ส.ก.ที่จะมีการเลือกตั้งต่อจากการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.นั้น ต้องอาศัยกระแสของผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ช่วยดันด้วย 
++
ล้อบบี้ธนาธร
++ 
ก่อนหน้าการแถลงข่าวของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และคุณหญิงสุดารัตน์ สำนักข่าวออนไลน์ที่ใกล้ชิดกับกลุ่มแคร์ ได้นำเสนอข่าวว่า คุณหญิงหน่อย พยายามติดต่อขอพูดคุยกับธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าอยู่บ่อยครั้ง เพื่อคุยกันถึงแนวทางในการสู้ศึกเลือกตั้งร่วมกัน 

แหล่งข่าวยังอ้างว่า สัปดาห์ก่อนคุณหญิงสุดารัตน์ ได้เข้ามาพูดคุยกับธนาธรที่สภาฯ เพื่อขอให้ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านร่วมกันสนับสนุนตนเองในการลงสมัครผู้ว่า กทม. ครั้งนี้ แต่ธนาธรไม่รับหลักการ โดยระบุว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องไปขอความเห็นจากสมาชิกพรรคก่อน 

เอายังไง "ชัชชาติ" เพื่อไทยหรือกลุ่มแคร์

ชัชชาติ จะไปทางไหน
++
ชัชชาติเอายังไง
++
หลายเดือนก่อน มีข่าวว่า “คุณหญิงหน่อย” จะลงสมัครผู้ว่า กทม. “ชัชชาติ” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อว่า หากคุณหญิงสุดารัตน์ จะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่า กทม.จริง ตัวเองก็คงจะถอย เพราะสู้กันไปก็มีแต่แพ้ เนื่องจากคะแนนมาจากฐานเสียงเดียวกัน 

คนในพรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า ชัชชาติ มีกองหนุนมาจากหลายฝ่าย รวมถึงกลุ่มทุนพลังงาน แต่ที่แน่ๆ “กลุ่มแคร์” ประกาศตัวสนับสนุนแน่นอน 

สถานการณ์การเมืองเริ่มเปลี่ยน เมื่อธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พูดกับเพื่อนรัก-ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้รับผิดชอบจัดหาผู้สมัครผู้ว่า กทม. และ ส.ก.ทั้ง 50 เขต 

พลันที่พรรคก้าวไกล แถลงข่าวจะส่งผู้ว่า กทม. และ ส.ก. ย่อมสะเทือนถึงพรรคเพื่อไทย หากไม่ส่ง ส.ก.ก็ไม่ได้ หรือจะหนุนชัชชาติ ก็กระทบถึงฐานเสียงพรรค 

มีรายงานข่าวว่า ทักษิณมีความกังวล จึงอยากให้คุณหญิงสุดารัตน์ ลงสมัครผู้ว่า กทม. โดยขอให้ชัชชาติเปิดทาง แต่ก็ติดขัดตรงที่กลุ่มแคร์ไม่ยอมถอย 

แกนนำกลุ่มแคร์ ไม่ค่อยพอใจกับแนวทางการเมืองของคุณหญิงหน่อย จึงดันชัชชาติเต็มที่ แต่เมื่อทักษิณ ประเมินสถานการณ์แล้ว พรรคเพื่อไทยเหนื่อย หากต้องรบกับพรรคก้าวไกลและชัชชาติ  

ทางออกของเรื่องนี้ จึงต้องหาทางให้ชัชชาติ ลงสมัครผู้ว่า กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย และเจรจากับพรรคก้าวไกล ขอให้ร่วมมือกันยึดกรุงเทพมหานคร

“หงา” ไม่ทน ถูกแขวนป้ายทรยศประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“หงา” ไม่ทน ถูกแขวนป้ายทรยศประชาชน

"หงา" ไม่ทน ถูกแขวนป้ายทรยศประชาชน30 กรกฎาคม 2563 – 11:51 น.

“หงา” ไม่ทน ถูกแขวนป้ายทรยศประชาชน วิวาทะรุ่นพี่-รุ่นน้อง “หงา” ไม่เอาตีนลบผลงาน ยกเว้นตีนเพื่อนพ้องน้องพี่ ไม่พอใจก็ลบทิ้งไปเลย 

++
สืบเนื่องจาก เวียง-วชิระ บัวสนธ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์สามัญชน และสำนักพิมพ์กำแพง แสดงความเห็นถึงรุ่นพี่-สุรชัย จันทิมาธร ผ่านเฟซบุ๊ค Vieng-Vachira Buason โดยผู้ถูกพาดพิงได้เข้ามาตอบเป็นที่เรียบร้อย 

“ใครจะคิดจะด่าต่อหน้าหรือลับหลังก็ตามสบาย และจะไม่ตอบโต้ เพราะรู้สึกไม่มีประโยชน์และเสียเวลา ที่ผ่านมาก็ทำได้แค่นั้นแหละ และข้างหน้าที่มีเวลาอยู่ก็คงจะทำงานไปเรื่อยๆ” 

อ่านข่าว…   วัยวิกฤต “หงา” เสรีชน “วิสา” ฟ้าสีทอง

"หงา" ไม่ทน ถูกแขวนป้ายทรยศประชาชน

นี่คือปฏิกิริยาของหงา คาราวาน ที่ถูกข้อหา “ทรยศประชาชน” และหลอกต้มชาวบ้าน
++
ฉบับเต็ม
++
ลองอ่านเรื่องคำสารภาพจาก บ.ก.เวียง ดูก่อน ค่อยไปอ่านเม้นท์ของหงา
“พูดกันอย่างตรงไปตรงมา ก่อนหน้าพุทธศักราช 2530 ผลงานวรรณกรรมของนักเขียนท่านหนึ่งได้ถูกสังคมไทยหลงลืมไปแล้วแทบจะสิ้นเชิง 

ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งรับบทเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์กำแพงคนแรกนั่นแหละที่เป็นคนรื้อฟื้นนำมันกลับมาพิมพ์ใหม่อย่างค่อนข้างเป็นระบบจนครบทุกเล่ม อย่าว่าแต่ขวนขวายไปตามเก็บรวบรวมชิ้นงานสมัยที่เคยปรากฏในจุลสารโรเนียวเมื่อครั้งที่ท่านผู้นี้เข้าป่าและตามที่อื่นๆ อีกต่างหาก ก่อนนำมารวมเล่มในนาม 

สำนักพิมพ์สามัญชน ยังไม่พูดถึงว่าหมั่นยุยงส่งเสริมให้ผลิตผลงานใหม่ๆ หลังจากนั้น กระทั่งรวมมาพิมพ์เป็นเล่มในท้ายที่สุด 

ทั้งหมดนี้ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่า มันส่งผลให้นักเขียนท่านนี้กลายเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ ในอีกกว่าสองทศวรรษถัดมา นับแต่มีการรื้อฟื้นคืนชีวิตดังกล่าว 

บรรณาธิการสามัญชนไม่เคยเสียใจกับการทำงานทำการดังกล่าว เพราะปฏิเสธไม่ได้อีกเช่นกันว่าผลงานวรรณกรรมของท่านผู้นี้ ก็อยู่ในข่ายที่ถือได้ว่ามีคุณภาพโดยแท้ 

"หงา" ไม่ทน ถูกแขวนป้ายทรยศประชาชน

พูดมาทั้งหมดนี้ หาใช่ลำเลิกเบิกประจานแต่ประการใด เพียงแค่อยากจะเรียนให้ทราบตามประสาพี่น้อง หลังจากเฝ้ามองมามากครั้งหลายหน ไม่ต่ำกว่าห้าหกปีมานี้ แล้วพบว่า สิ่งที่พี่เชื้อท่านนี้ได้สร้างไว้โดยเฉพาะในแง่บทเพลงที่ทรงอิทธิพลต่อคนหนุ่มคนสาวรุ่นใหม่มาตั้งแต่สมัยหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคมนั้น… ปัจจุบันยิ่งแจ่มชัดแล้วว่า ‘ตัวพี่เองนั่นแหละครับที่ลบมันด้วยตีน!’ 

สารภาพตามตรง บรรณาธิการสามัญชนเสียใจ-เศร้าใจอย่างที่สุดที่เห็นพี่หงา คาราวานทรยศต่อความคิดความอ่านในวันวานของตัวเองได้ถึงเพียงนี้! และขออภัยท่านผู้อ่านจำนวนไม่น้อยที่ต้องพลอย ‘ถูกต้ม’ ไปด้วย ขออภัยจริงๆ ครับ”

++
ตีนไม่เคยลบ
++
ถัดมา สุรชัย จันทิมาธร ได้เข้ามาตอบว่า “ขอบคุณนะเวียงสำหรับสิ่งที่ผ่านมา เราเองก็ไม่ลืมเหมือนกัน สำหรับงานเพลงที่เวียงกล่าวถึงมันก็เป็นอีกทางหนึ่งที่เราได้ลงมือทำอย่างไม่เคยหยุดยั้ง แม้ปัจจุบันมันจะกลายเป็นสวนหย่อมที่ร้างรก แต่หลายคนก็ได้ชื่นชมมันอยู่” 

“ตัวเราเองก็ไม่เคยเอาตีนไปลบไปเหยียบ ยกเว้นตีนพี่น้องผองเพื่อนที่เขาเดินผ่านเห็นว่า มันเกะกะทางไม่มีประโยชน์ นั่นก็เป็นเรื่องที่ปรากฏมาและเป็นไป เรายังทำงานอยู่เหมือนเดิม แก่เฒ่าตามวันเวลา และไม่ได้เสียใจอะไรมากมาย ใครจะคิดจะด่าต่อหน้าหรือลับหลังก็ตามสบาย และจะไม่ตอบโต้ เพราะรู้สึกไม่มีประโยชน์และเสียเวลา ที่ผ่านมาก็ทำได้แค่นั้นแหละ และข้างหน้าที่มีเวลาอยู่ก็คงจะทำงานไปเรื่อยๆ”   

สุรชัย จันทิมาธร ยืนยันว่า “ตัวเราเองก็ไม่เคยเอาตีนไปลบไปเหยียบ ยกเว้นตีนพี่น้องผองเพื่อนที่เขาเดินผ่านเห็นว่า มันเกะกะทางไม่มีประโยชน์”

ไม่ไหวแล้ว “ทักษิณ” คัมแบ็ค อุ้ม “หน่อย” สู้ก้าวไกล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไม่ไหวแล้ว “ทักษิณ” คัมแบ็ค อุ้ม “หน่อย” สู้ก้าวไกล

ไม่ไหวแล้ว "ทักษิณ" คัมแบ็ค อุ้ม "หน่อย" สู้ก้าวไกล30 กรกฎาคม 2563 – 09:50 น.

ไม่ไหวแล้ว “ทักษิณ” คัมแบ็ค อุ้ม “หน่อย” สู้ก้าวไกล หมอบอย่างเดียวไม่รอด “ทักษิณ” กลับมาปลุกเพื่อไทย หนุน “เจ๊หน่อย” ลงผู้ว่า กทม. รักษาฐานเสียง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก
++
ไม่ใช่เรื่องธรรมดา กรณี “ทักษิณ ชินวัตร” โฟนอินมาหนุน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี กลางงานอวยพรวันคล้ายวันเกิด นายกในดวงใจ ของกลุ่มเสื้อแดงปทุมธานี 
 

ทักษิณมิเพียงพูดเชียร์ “บิ๊กแจ๊ส” หากยังพูดแขวะ “คนแหกคอก” ทำนองใครทิ้งเพื่อไทย สอบตกแน่นอน 

อ่านข่าว…   เพื่อไทยระอุ แกนนำไล่”หญิงหน่อย”พ้นพรรค

หลังจากนั้น แหล่งข่าวในเพื่อไทยก็แอบให้ข่าวว่า ทักษิณ เห็นชอบให้ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ลงสมัครผู้ว่า กทม. เพราะจะได้พิสูจน์ตัวเอง และลดอำนาจจากในพรรค 

ไม่ไหวแล้ว "ทักษิณ" คัมแบ็ค อุ้ม "หน่อย" สู้ก้าวไกล

คุณหญิงหน่อย ประชุมทีมกรุงเทพเพื่อไทย

การส่งคุณหญิงหน่อย ลง ผู้ว่า กทม. จะเป็นการตรึงฐานเสียง กทม. และดึงกระแสของพรรคไว้ได้ 

กรณีบิ๊กแจ๊ส และคุณหญิงหน่อย เป็นเรื่องที่น่าถอดรหัส ทักษิณคงคิดแค่เรื่องถอยเพื่อรุกไม่ได้แล้ว ขืนปล่อยไปแบบนี้ กระแสทักษิณ จะถูกแทนที่ด้วยกระแสก้าวไกล หรือกระแสธนาธรอย่างแน่นอน
++
เจ้าแม่เมืองหลวง
++
ไม่ค่อยเป็นข่าวมากนัก เพราะเป็นเรื่องภายในพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 17 ก.ค.2563 “คุณหญิงสุดารัตน์” นำประชุม ทีมกรุงเทพเพื่อไทย รวมพลังสร้างกรุงเทพ เดินหน้าคัดสรรตัวแทนพรรคมาทำงานเพื่อประชาชน  โดยมี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค และวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. ร่วมประชุมด้วย 

แหล่งข่าวอ้างว่า ก่อนที่คุณหญิงหน่อยจะนัดประชุม “ทีมกรุงเทพเพื่อไทย” ย้อนไปก่อนหน้านั้น แกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคุณหญิงหน่อย ได้หารือกันที่อาคารรัฐสภา โดยทักษิณ ชินวัตร ได้ต่อสายวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์เข้ามาร่วมด้วย  

ไม่ไหวแล้ว "ทักษิณ" คัมแบ็ค อุ้ม "หน่อย" สู้ก้าวไกล

คุณหญิงหน่อยพบชาวประตูน้ำ

ที่ประชุมแกนนำพรรคเพื่อไทยวันนั้น ได้เสนอให้คุณหญิงสุดารัตน์ พิจารณาลงสมัครผู้ว่า กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย  

อย่างไรก็ตาม คุณหญิงสุดารัตน์ ยังไม่ได้ตัดสินใจตามข้อเสนอข้างต้น 

กรุงเทพมหานคร เป็นสนามเลือกตั้งที่กันด้วยกระแสจริงๆ และวันนี้ เยาวชนคนรุ่นใหม่รุกหนัก พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้าของธนาธร เก็บเกี่ยวกระแสแฟลชม็อบไปเต็มๆ 

หากเพื่อไทยไม่ขยับอะไรสักอย่าง จะไม่แพ้แค่กรุงเทพฯ หากยังหมายถึงพ่ายฝ่ายธนาธรและพวกทั้งประเทศ

++
แคร์ไม่ไหว
++
หากพรรคเพื่อไทยมีมติส่งคุณหญิงหน่อยจริง มิเพียงต้องสู้กับพรรคก้าวไกลเท่านั้น ประเด็นต้องชนกับ “ชัชชาติ สิทธิพันธ์” อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ก็มีคำถามเยอะ 

ดังที่ทราบกัน “ชัชชาติ” ได้ประกาศลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ในนามผู้สมัครอิสระ โดยมีรายงานข่าวว่า  ชัชชาติ ได้เดินทางไปพบกับทักษิณ และแจ้งขออนุญาตเพื่อขอลงรับสมัครผู้ว่า กทม. ในนามอิสระ  ซึ่งทักษิณ ก็รับทราบแล้ว  

ไม่ไหวแล้ว "ทักษิณ" คัมแบ็ค อุ้ม "หน่อย" สู้ก้าวไกล

ชัชชาติ ลงพื้นที่ช่วยชาวเมืองกรุง

ว่ากันว่า กลุ่มแคร์ ที่ก่อเกิดโดยกลุ่มนักการเมืองที่ใกล้ชิดทักษิณ นำโดย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี, ภูมิธรรม เวชยชัย และพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ก็มีเป้าหมายดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเดียวกับพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า 

อีกด้านหนึ่ง กลุ่มแคร์จะเป็นกองหนุน “ชัชชาติ” ในสนามเลือกตั้งผู้ว่า กทม. แต่การเปิดตัวกลุ่มแคร์ ไม่ได้รับความนิยมจากคนรุ่นใหม่ดังที่หวัง 

ทักษิณจึงหันมาใช้บริการคุณหญิงหน่อย ที่แพรวพราวด้วยกลยุทธ์การเลือกตั้ง และมีภาพลักษณ์เป็นแม่ทัพฝ่ายประชาธิปไตยได้

เปิดตัว 6 พยานทำ “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดตัว 6 พยานทำ “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา

เปิดตัว 6 พยานทำ "บอส อยู่วิทยา" รอดทุกข้อหา30 กรกฎาคม 2563 – 08:40 น.

เปิดตัว 6 พยานทำ “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา คำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการในคดี “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา ทำให้สังคมยังคาใจ โดยเฉพาะการอ้างพยาน 2 ปากที่เพิ่งโผล่มาหลังเหตุการณ์ผ่านไปนานถึง 7 ปี แถมยังยืนยันว่ารถที่ขับมาใช้ความเร็วแค่ 78 กม./ชม. ไม่เกินก


มื่อสำนวนคดีชี้ไปในทางที่ว่า “บอส อยู่วิทยา”  ไม่เมาเพราะไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุทันที หนำซ้ำยังอ้างประจักษ์พยานว่า “ขับรถไม่เร็ว” ทำให้ไม่มีช่องเอาผิดในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่งผลให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง และตำรวจก็ไม่ทำความเห็นแย้ง คดีก็สิ้นสุดในส่วนของตำรวจกับอัยการ

อ่านข่าว…   พลิกปูมมือปราบทุจริต “วิชา มหาคุณ”  ปธ.สอบ “คดีบอส อยู่วิทยา “


จากการตรวจสอบสำนวน “สั่งไม่ฟ้อง” ของอัยการ พบว่ามีการอ้างพยานทั้งหมด 6 ปาก เป็น “ประจักษ์พยาน” (ผู้เห็นเหตุการณ์) 2 ปาก และที่เหลืออีก 4 ปาก เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่ตรวจสอบความเร็วของรถ


ที่น่าแปลกก็คือ ความเร็วเดิมที่มีการตรวจสอบเอาไว้ในสำนวนแรกที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องไปแล้ว ระบุว่านายบอสขับรถมาด้วยความเร็วสูงถึง 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สำนวนหลังที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และสั่งสอบเพิ่มพยาน 6 ปาก ระบุความเร็วรถเฟอร์รารี่ (Ferrari) ที่ “บอส อยู่วิทยา” ขับขี่มาเพียง 76-78 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ทั้งนี้ พยาน 6 ปาก ประกอบด้วย
-พ.ต.ต.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ (สบ 2) กลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐาน รายนี้เคยให้การยืนยันว่า นายบอสขับรถเร็วมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนกลับคำให้การในภายหลัง และคำนวณใหม่เหลือไม่ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 

-พ.ต.ท.สมยศ แอบเนียม อดีตสารวัตรงานช่างเครื่องและตรวจพิสูจน์ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร 
โดยในส่วนของพันตำรวจโทสมยศ แอบเนียม ได้มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งติดต่อไปขอสัมภาษณ์ แต่ได้รับการปฏิเสธกลับมา
 

-พ.ต.ท.สุรพล เดชรัตนวิชัย ผู้เชี่ยวชาญของศาลในทางตรวจพิสูจน์เครื่องและอุปกรณ์ส่วนควบของยานยนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุ กองบังคับการตำรวจจราจร เปรียบเทียบความเสียหายรถจากคดีเฉี่ยวชนอื่น ยืนยันไม่ใช่ความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

-รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

-พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ขณะให้การอ้างยศ พล.อ.ต. เป็นประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์
นายจารุชาติ มาดทอง เป็นประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์

ทั้งนี้ “เนชั่นทีวี” พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ซึ่งเป็น “พยานผู้เชี่ยวชาญ” โดยโทรศัพท์เข้าไปที่เบอร์กลางของ “บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน” เมื่อมีเจ้าหน้าที่รับ ก็ได้ขอต่อสายไปยัง รศ.สายประสิทธิ์ ปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ต่อสายไป ได้แจ้งกลับมายังผู้สื่อข่าว่า อาจารย์สายประสิทธิ์ ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ และไม่สะดวกที่จะให้เบอร์ติดต่อส่วนตัว และให้ติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ของภาควิชาวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวข่าวโทรไป กลับไม่มีเจ้าหน้าที่รับสาย


ส่วนประจักษ์พยาน 2 ปาก โดยเฉพาะ พล.อ.ท.จักรกฤช พบว่าเป็นทหารอากาศ มีชื่อเรียกในวงการว่า “เสธ.ต้อย” มีความเกี่ยวข้องกับ บริษัท พระพิราพ จำกัด ที่ให้บริการรถลีมูซีนในท่าอากาศยาน โดยเฉพาะดอนเมือง ขณะที่พยานอีกคนที่เป็นพลเรือน คือ นายจารุชาติ มาดทอง แจ้งที่อยู่ที่เทศบาลนครเชียงใหม่

พลิกปูมมือปราบทุจริต “วิชา มหาคุณ” ปธ.สอบ “คดีบอส อยู่วิทยา ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลิกปูมมือปราบทุจริต “วิชา มหาคุณ”  ปธ.สอบ “คดีบอส อยู่วิทยา “

พลิกปูมมือปราบทุจริต "วิชา มหาคุณ"  ปธ.สอบ "คดีบอส อยู่วิทยา "29 กรกฎาคม 2563 – 21:44 น.

ท่ามกลางกระแสสังคมที่เชี่ยวกราก นายกฯเซ็นคำสั่งตั้ง “วิชา มหาคุณ” เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณี บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา หลุดคดี .. ทำไมนายกฯ จึงตั้ง”วิชา” เป็นประธานสอบเรื่องนี้ ดูปูมประวัตก็จะได้คำตอบ..

กลับมาปรากฏตามหน้าสื่ออีกครั้ง “วิชา มหาคุณ”  อดีตกรรมการ ป.ป.ช. มือปราบคดีทุจริต (ที่สร้างผลงานทำคดีสำคัญมาหลายคดีทั้งคดีรับจำนำข้าว โดยฟ้องอาญา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบและยื่นถอดถอนออกจากตำแน่งนายกฯ, คดีโกงโรงพัก 5.8 พันล้าน) เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีนายวรยุทธหรือบอส อยู่วิทยา หลุดคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต

“เราถูกหล่อหลอมมาในระบบของบรรพตุลาการว่า ผิดก็เป็นผิด ถูกก็เป็นถูก ปราศจากอคติ ไม่ลำเอียงเพราะความรัก ความกลัว ความโกรธ ความหลง นี่เราชินกับมัน” วิชา เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ”คมชัดลึกออนไลน์ ” เนื่องจากเขาเคยเป็น”ผู้พิพากษา” มาก่อนกับการได้เป็นประธานคณะกรรมการสอบฯกรณี” บอส-อยู่วิทยา” หลุดคดีในครั้งนี้ นายวิชา บอกว่า  “จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด เรื่องนี้ช้าไม่ได้” 
…”ต้องทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม เพราะความมั่นใจถือว่าสำคัญที่สุดและนำไปสู่ข้อเสนอการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริงต่อไป “
.. ” อย่าลืมว่าประเทศเราคนจนมากกว่าคนรวย ถ้าปล่อยให้คดีฝืนความรู้สึก คนจนพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้”
 

 ปัจจุบัน “วิชา”  อายุ 74 ปี   
– อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีตประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา
 -อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550
 จบ -นิติศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      -เนติบัณฑิตไทย
       -รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาลัยธรรมศาสตร์
  “วิชา”เริ่มรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาได้โอนไปรับราชการเป็นพนักงานอัยการ จนเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วยจังหวัดกำแพงเพชร ต่อด้วยผู้พิพากษาศาลจังหวัดแพร่, ผู้พิพากษาประจำกระทรวงช่วยทำงานทำเนียบนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี (ธานินทร์ กรัยวิเชียร)
-ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุบลราชธานี, เลขานุการศาลฎีกา 

-ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค1, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 และประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามลำดับ 

“วิชา “ดำรงตำแหน่งสุดท้ายในราชการศาลยุติธรรม คือ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา 

ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมการ ป.ป.ช.

เป็นประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต  ซึ่งคณะกรรมการจัดการประชุม World Chinese Economic Forum (WCEF) ได้มีหนังสือเชิญให้”วิชา” เดินทางไปรับรางวัลเกียรติยศ “ความเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างในด้านความยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน” (WCEF 2019 Libra Award for Exemplary Leadership in Justice and Equality) โดยพิจารณาจากผลงานด้านการต่อต้านและปราบปรามการทุจริตในประเทศไทย

ปัจจุบันเป็น คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2 29 กรกฎาคม 2563 – 17:33 น.

2 องค์กรนักศึกษา “สนท.-คนป.” ผนึกกำลัง จับตา “ม็อบใหญ่” จะขยายเป็น 14 ตุลา ภาค 2 หรือไม่

++
    แฟลชม็อบภาค 2 ที่กระจายตัวเป็นหย่อมๆ ทั่วประเทศในเวลานี้ พอประมวลที่มาได้ 4 องค์กร
    1.สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศ (สนท.) นำโดย “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ และพรรคโดมปฏิวัติ ธรรมศาสตร์
    เครือของ สนท. จะเชื่อมต่อกับกลุ่มกิจกรรมเก่าๆ ที่เคยร่วมเคลื่อนไหวต้าน คสช. ตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2562
    2.เครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนป.) ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2563 ซึ่งเกิดมาจากการชุมนุมแฟลชม็อบ ภาคแรก 
    นักเรียน นักศึกษา จากเครือข่ายต่างๆ จึงมารวมตัวกันจัดตั้งองค์กรแบบหลวมๆ 

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

                              กิจกรรมของ คนป.

3.กลุ่มเยาวชนปลดแอก นำโดย  “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี  อดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง 
    จริงๆแล้ว กลุ่มนี้คล้ายกองหน้าเฉพาะกิจ สำหรับการทดลองลงถนนครั้งแรกของแฟลชม็อบ

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

                                สนท. และเยาวชนปลดแอก

4.แนวร่วมนวชีวิน (New life network) เครือข่ายภาคประชาชน และนักเรียน นักศึกษา นำโดย ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ อดีตสมาชิกกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท
  องค์กรนี้ก็มาจากแฟลชม็อบ ภูมิวัฒน์ ก่อตั้งแนวร่วมนวชีวิน (New life network) ประกอบด้วยภาคประชาชน , กลุ่มนักเรียนโรงเรียนนครสวรรค์ , แนวร่วมนิสิต มรภ. นว. เพื่อประชาธิปไตย และ BSRUFreedom (มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา) 
    ที่ฮือฮา แนวร่วมนวชีวิน ได้จัดกิจกรรม “Hamtaro Oak Oak Run” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจะจัดที่อนุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่) อีกครั้ง

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

++
ดอกผลรุ่นพี่
++
    แฟลชม็อบบานพร้อมพรักในวันนี้ ก็ต้องพูดถึงการต่อสู้ของรุ่นพี่ ที่เริ่มต้นจากขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เมื่อปี 2558 จนมาถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง
    พ.ศ.นี้ รังสิมันต์ โรม และเพื่อนนักกิจกรรม เป็น ส.ส.สังกัดพรรคก้าวไกล รวมถึงอดีตนักกิจกรรมยุคนั้นหลายสิบคนที่ได้เข้าไปทำงานในสภาฯ 
    แต่กลุ่มเพื่อนโรม ยังมีองค์กร “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” เป็นสะพานเชื่อมระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง
    เคียงข้างด้วยเครือข่ายเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่เป็นพี่เลี้ยงด้านกฎหมายและการสื่อสาร 

++
อิทธิพลจากผู้ลี้ภัย
++
    แนวคิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก จากกลุ่มผู้ลี้ภัย 112 ผ่านสื่อใหม่อย่างทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ค และยูทูบ ก็มีผลต่อความคิดของเยาวชนคนรุ่นใหม่
    ไม่แปลกที่ในแฟลชม็อบ จะมีเด็กๆบางกลุ่ม ชูป้าย ชูป้าย แสดงออกถึงจุดยืนหนุน “ปวิน-สมศักดิ์”

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

                   ปวิน-สมศักดิ์ ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด 


    บรรดาผู้ลี้ภัย 112 ปรากฏว่า “ปวิน-สมศักดิ์” มีอิทธิพลทางความคิดต่อนักเรียน และนักศึกษาที่ออกมาทำกิจกรรมแฟลชม็อบ 


    การเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนน แฟลชม็อบเสมือนก่อกองไฟเป็นจุดๆ แต่ไม่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ 
    การยกระดับเป็น “ม็อบใหญ่” แบบเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่สุดของแกนนำแฟลชม็อบทั้งหลาย

ชูสองศาสดา ล่อเป้า “อาชีวะ” บทเรียนไม่จำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชูสองศาสดา ล่อเป้า “อาชีวะ” บทเรียนไม่จำ

ชูสองศาสดา ล่อเป้า "อาชีวะ" บทเรียนไม่จำ29 กรกฎาคม 2563 – 15:46 น.

ชูสองศาสดา ล่อเป้า “อาชีวะ” บทเรียนไม่จำ จากเวที กปท.สู่ กปปส. กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ยืนยันอุดมการณ์เดิม ไม่เอากลุ่มหมิ่นสถาบัน จึงออกมาแสดงพลัง 

++

การปรากฏตัวของ “กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ” ไม่ต้องสืบค้นให้เหนื่อย เพราะพวกเขามาแฟนเพจเฟซบุ๊กอาชีวะช่วยชาติ เป็นเครื่องมือสื่อสารกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ มาแต่ปี 2556 
 

“อาชีวะช่วยชาติ” ปรากฏตัวครั้งแรก ในเวทีชุมนุมของ “กองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ” (กปท.) ที่บริเวณสวนลุมพินี เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2556

อ่านข่าว…  “กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ” แถลงการณ์ นัดชุมนุม 30 ก.ค.

ชูสองศาสดา ล่อเป้า "อาชีวะ" บทเรียนไม่จำ

กลุ่มอาชีวะ ในการชุมนุมของ กปปส.


 กปท. เป็นการเคลื่อนไหวโค่นระบอบทักษิณ ภาค 2 ต่อจากองค์การพิทักษ์สยาม ที่ประสบความล้มเหลวในการชุมนุมใหญ่


++
เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
++
เป้าการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนฯ คือ การต่อต้านรัฐบาล และโค่นล้มระบอบทักษิณ พร้อมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 
 

ระหว่างการชุมนุม สุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.คนหนึ่ง ได้รวบรวมนักเรียนอาชีวะกลุ่มหนึ่ง มาทำหน้าที่การ์ดรักษาความปลอดภัยเวทีชุมนุม 
 

ต่อมา ได้พัฒนาเป็นกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ กระทั่ง สุเทพ เทือกสุบรรณ จัดการชุมนุมต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย แกนนำ กปท. จึงสลายเวทีชุมนุมที่สวนลุมพินี
 

ปลายปี 2556 กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ จึงเคลื่อนขบวนไปร่วมกับกลุ่ม กปปส. โดยทำหน้าที่การ์ดรักษาความปลอดภัย โดยกลุ่มหนึ่งอยู่ที่ประตู 1 สวนลุมพินี และกลุ่มหนึ่งอยู่ที่แจ้งวัฒนะ
 

ตอนที่เข้าร่วมกับ กปปส. กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ปัจจุบันมีบุคคลบางกลุ่ม ที่ล่วงละเมิด  จาบจ้วง  ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง  ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ  ไม่สามารถจะยอมรับได้ ดังนั้น จึงมีการรวมตัวตามที่กล่าวไปแล้วนั้น เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์..”
 

เวลานั้น “ตั้ง อาชีวะ” ได้ออกมาโจมตีสถาบัน บนเวทีเสื้อแดง จึงทำให้กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ประกาศตามล่าตัวกลุ่มล้มเจ้า

ชูสองศาสดา ล่อเป้า "อาชีวะ" บทเรียนไม่จำ

กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน

++
ชูสองศาสดา
++
เมื่อเร็วๆ นี้ สมชาย แสวงการ ส.ว. ได้หารือเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษาเยาวชนปลดแอกในที่ประชุมวุฒิสภา โดยตอนหนึ่ง ส.ว.สมชาย บอกว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นแกนนำไม่ว่าจะเป็น สนท. ที่อาจจะมีเจตนาบริสุทธิ์ แต่กลุ่มที่เข้าไปแอบแฝง มีเบื้องหลังหรือไม่ 
 

คำว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ ส.ว.สมชาย ยกตัวอย่างเช่นการให้ล้มล้างระบอบเก่า หรือให้ยกเลิกมาตรา 112 รวมทั้งการใช้ถ้อยความที่หมิ่นเหม่ การดัดแปลงถ้อยคำ การทำรูปเลียนแบบ การหมอบกราบผู้หลบหนีคดี 112 หรือการตั้งกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส และอีกหลายกรณี 
 

มีข้อน่าสังเกตแฟลชม็อบทั่วประเทศ ในการชุมนุมบางจังหวัด ก็มีคนบางกลุ่มประพฤติตัวดังที่ ส.ว.สมชายกล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะการนำภาพของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มาชูเหนือศรีษะ
 

ใครก็ทราบว่า ปวินและสมศักดิ์ มีอุดมการณ์เช่นไร กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ที่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกับสองนักวิชาการที่ลี้ภัยคดี 112 จึงต้องออกมาแสดงตัว