ทิ้ง ปชป. “พายุ”เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทิ้ง ปชป. “พายุ”เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ16 กรกฎาคม 2563 – 12:44 น.

โค่นลูกกำนันเป๊าะ เป้าหมาย “พายุ” ทิ้ง ปชป. จับมือ “เฮียเป้า” เปลี่ยนชลบุรีให้ได้

++
มีปัญหาคาใจกับ “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ แม่ทัพบูรพาพรรคประชาธิปัตย์ มาแต่สมัยเลือกตั้งปี 2562 ในที่สุด นักการเมืองรุ่นใหม่ของค่าย ปชป. “พายุ เนื่องจำนงค์“ ก็ยื่นใบลาออกจาก ปชป. 

จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้ “พายุ” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ได้ไปทำงานการเมืองร่วมกับ “เฮียเป้า” จิรวุฒิ สิงโตทอง อดีต ส.ส.ชลบุรี ที่ก่อตั้ง “กลุ่มเปลี่ยนชลบุรี” ลุยสนาม อบจ.

อ่านข่าว…   ระยองเดือด เพื่อนเจ๊หน่อย เขย่าค่าย “ปิตุเตชะ”

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

พายุ และเฮียเป้า

วันนี้ พายุลาออกจาก ปชป. ก็เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และตัวเองได้เดินหน้าเต็มตัวกับกลุ่มเปลี่ยนชลบุรี
++
ศึกสายเลือดเนื่องจำนงค์

++
อ.บ้านบึง เป็นบ้านเกิดของตระกูลการเมืองชลบุรี คือตระกูล “เนื่องจำนงค์” ของ ประโยชน์ เนื่องจำนงค์ อดีต รมช.อุตสาหกรรม และตระกูล “สิงห์โตทอง” ของดรงค์ สิงห์โตทอง หรือเฮียซุ้ย อดีต ส.ส.ชลบุรี หลายสมัย  

ปัจจุบัน “เฮียเป้า” จิรวุฒิ สิงโตทอง รับมรดกการเมืองมาจากเฮียซุ้ย ทั้งเป็นนายกสมาคมกลุ่มอาชีพการเกษตรชลบุรี และเคยเป็น ส.ส.ชลบุรี ในนามพรรคเพื่อไทยมา 1 สมัย
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

สำหรับตระกูลเนื่องจำนงค์ ในวันนี้ แบ่งออกเป็น 2 สาย คล้ายกับว่าจะเดินกันคนละทาง 

“พายุ เนื่องจำนงค์” เป็นบุตรชายของ พล.ต.ต.ปิยะชาติ และสุนัทที เนื่องจำนงค์ ซึ่งสุนัทที ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ท่ามกลางเสียงเล่าลือมากมายเกี่ยวกับการสังหารคนดังบ้านบึง

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

กลุ่มเปลี่ยนชลบุรี

พายุจึงมีศักดิ์เป็นหลานชาย “เฮียโยชน์” ประโยชน์ เนื่องจำนงค์ ผู้มากบารมีแห่งบ้านบึง เมื่อ 50 ปีที่แล้ว   

อีกสายหนึ่งคือ “ต้น” สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ทายาทประโยชน์ ที่เป็น ส.ส.ชลบุรี เขต 4 มาแล้ว 3 สมัย 

เหตุที่แยกเป็น 2 สายการเมือง เพราะความขัดแย้งของคนในตระกูล เนื่องจำนงค์ ยังมีคดีความฟ้องร้องเกี่ยวกับมรดก 6 หมื่นล้าน  

เลือกตั้งหนที่แล้ว “ส.ส.ต้น” พรรคพลังประชารัฐ เข้าป้ายทิ้งห่างจิรวุฒิ สิงห์โตทอง เพื่อไทย กว่าหมื่นแต้ม ส่วนพายุหล่นไปอยู่อันดับ 4

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

รวมพลังโค่น วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี

++
คนจริง”สิงห์โตทอง”
++ 
หลังแพ้เลือกตั้ง “จิรวุฒิ สิงห์โตทอง” ได้เบนเข็มเตรียมตัวลงสมัครชิงตำแหน่ง “นายก อบจ.ชลบุรี”
“ผมว่าชลบุรีควรล้มล้างระบอบศักดินา ลด ละ เลิก การผูกขาดทุนนิยมภายในจังหวัดครับ” สัญญาณแรกที่ “เฮียเป้า” จิรวุฒิ สิงห์โตทอง ส่งตรงถึงบ้านใหญ่แสนสุข  

ตอนแรก เฮียเป้าพยายามเสนอตัวให้พรรคอนาคตใหม่ได้พิจารณาเป็นตัวแทนลงสมัครนายก อบจ. ในเสื้อสีส้ม แต่ “ธนาธร-ปิยบุตร” ไม่รับข้อเสนอ เพราะมองว่า เฮียเป้ายังเป็นนักการเมืองแบบเก่า 

ทิ้ง ปชป. "พายุ"เดินหน้าล้มลูกกำนันเป๊าะ

เฮียเป้า คนจริงสิงห์ป่าอ้อย

เฮียเป้ารู้สึกผิดหวัง จึงเดินหน้าตั้งกลุ่มเปลี่ยนชลบุรี ที่มีเป้าหมาย “โค่นลูกกำนันเป๊าะ” ให้ได้ 

เวลานี้ เฮียเป้าได้คนรุ่นใหม่ “พายุ” ทายาทตระกูลเนื่องจำนงค์มาร่วมทีม เพื่อเปลี่ยนชลบุรี จากเมืองเจ้าพ่อเป็นเมืองแห่งการพัฒนา

เดินสู่อนาคต “เฮียกวง”ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เดินสู่อนาคต “เฮียกวง”ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 16 กรกฎาคม 2563 – 10:05 น.

ก่อนโบกมืออำลา “เฮียกวง” ล่องใต้ไปบ้านเกิด “ผอ.เปิ้ล” แม่ทัพกองทุนหมู่บ้าน จับตาก้าวต่อไปของ 4 กุมาร

++
ระหว่างที่ 3 กุมาร “อุตตม สนธิรัตน์ สุวิทย์” นัดแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล อีกด้านหนึ่ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปพักผ่อนอยู่ที่ชุมพร
 

เช้าวันที่ 16 ก.ค.2563 รองนายกฯสมคิด ได้ปฏิบัติภารกิจเป็นประธานการมอบนโยบายการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โครงการตรวจเพิ่มรายได้ให้กับสมาชิกกองทุนหมู่บ้านด้วยการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดชุมพร ณ กองทุนหมู่บ้านบนดอย หมู่ที่ 7 ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร  

ที่บ้านบนดอย มีจุดชมวิวดอยตาปัง อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวชมทะเลหมอก 

อ่านข่าว…   จับตา “4กุมาร” เปิดใจแถลงลาออกจากตำแหน่ง ครม.วันนี้

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

“ผอ.เปิ้ล” มือทำงานของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

ย้อนไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 รองนายกฯ ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์คลองอ้อมเกาะเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำของกองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง หมู่ที่ 4  อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
 ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ทั้งสองคิวก่อนโบกมือลา จัดการโดย “ผอ.เปิ้ล” รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) 
++
“ผอ.เปิ้ล”มือทำงาน
++
เนื่องจาก “ผอ.เปิ้ล” เป็นชาว อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงวางโปรแกรมให้ “เฮียกวง” ไปพักผ่อนแถวหาดทุ่งวัวแล่น อ.ปะทิว จ.ชุมพร ก่อนไปกินทุเรียน แถวดอยตาปัง

เมื่อต้นปี 2563 สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ได้ผู้อำนวยการคนใหม่คือ “ผอ.เปิ้ล” หรือ “รักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ”  

กองทุนหมู่บ้าน มรดกประชานิยมมาจากรัฐบาลทักษิณ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” สมัยเป็น รมว.คลัง รัฐบาลไทยรักไทย ก็มีส่วนผลักดันให้นโยบายดังกล่าว 

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

ไปไหน ต้องภาพเฮียกวง

ปัจจุบัน กองทุนหมู่บ้าน มีจำนวนกว่า 8 หมื่นแห่ง มีสมาชิกรวม 13 ล้านคน และงบประมาณหลักแสนล้านต่อปี  

“ผอ.เปิ้ล” เคยทำงานในฝ่ายบริหารให้กับ NCC Management & Development Co., Ltdใ (ผู้บริหารศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์และศูนย์ประชุมนานาชาติ) แต่บทบาทที่โดดเด่นจนเป็นประจักษ์แก่นักข่าวสายเศรษฐกิจคือ การเป็น “มือทำงาน” ให้กับ “เฮียกวง” มาแต่สมัยพรรคไทยรักไทย  

สมัยที่เฮียกวง เป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีคลัง ในรัฐบาลทักษิณ “ผอ.เปิ้ล” เป็นคนหนึ่งใน “ทีมงานสมคิด”  

ว่ากันว่า ผอ.เปิ้ลเป็นคนละเอียดในเนื้อหา และเป็นนักปฏิบัติ จึงได้รับความไว้วางใจจากรองนายกฯ สมคิด ให้มาดูแลกองทุนหมู่บ้าน 

จริงๆแล้ว “ผอ.เปิ้ล” เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ”ของคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติมาก่อน จึงไม่ใช่คนแปลกหน้าขององค์กรนี้

เดินสู่อนาคต "เฮียกวง"ล่องใต้ สร้างชาติสร้างไทย 

ภารกิจสุดท้ายของสมคิด

++
ประชารัฐจัดให้
++
สมัยที่ “เฮียกวง” ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นแม่ทัพเศรษฐกิจ ให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุค คสช. พร้อมกับจุดพลุยุทธศาสตร์ “ประชารัฐ” เพื่อเศรษฐกิจฐานราก  

ใครจะรู้บ้างว่า “ผอ.เปิ้ล” นี่แหละที่เป็นคนเสนอแนวคิดการพัฒนาชุมชนให้รองนายกฯ สมคิด ได้ไปผลิตชุดนโยบายประชารัฐ 

ผอ.เปิ้ล บอกว่า การมาทำงานกับเฮียกวง ไม่ใช่เรื่องฟ้าลิขิตแต่เขาถูกกำหนดให้มาเป็น “มือปฏิบัติการ” คู่ใจจอมยุทธ์กวง 

วันข้างหน้า เฮียกวงจะไปสร้างชาติสร้างไทยที่ไหน ก็ต้อง “ผอ.เปิ้ล” เป็นเงาตามตัว

ครูยุคใหม่ การ์ดไม่ตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ครูยุคใหม่ การ์ดไม่ตก

ครูยุคใหม่ การ์ดไม่ตก15 กรกฎาคม 2563 – 19:20 น.

ครูยุคโควิด คิดใหม่ ทำใหม่ การ์ดไม่ตก แม้จะเปิดเรียนแล้วตามปกติ แต่ก็ยังคงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

ครูยุคโควิด คิดใหม่ ทำใหม่ การ์ดไม่ตก แม้จะเปิดเรียนแล้วตามปกติ แต่ก็ยังคงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ครูบางส่วนยังคงจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ควบคู่กับการสอนตามปกติในชั้นเรียน เพราะเราไม่สามารถจะคาดเดาได้ว่า โควิด-19 จะกลับมาหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: รร.วิสุทธิกษัตรีสมุทรปราการประกาศด่วน หลังพบ นร.ไปที่ที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19

จากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้โรงเรียนต้องหยุดเรียนติดต่อกันนานกว่า 100 วัน และเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ภายใต้มาตรป้องกันของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)และกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) 

ในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการจัดการเรียนการสอน กระทรวงสาธารณสุขได้จัดส่งบุคลากรเข้ามาให้ความช่วยเหลือในการวางมาตรการป้องกันโรค โดยมอบหมายให้ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้ามาช่วยเหลือในการคัดกรองนักเรียนทุกวันตามเวลาข้างต้น จนสามารถมั่นใจได้ว่า โรงเรียนสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองอย่างถูกต้องและปลอดภัย ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นอกจากนั้นยังมีการกำกับติดตามจากหน่วยงานต้นสังกัด และคณะกรรมการร่วมระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข และกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ค่อยติดตามและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของการจัดการเรียนการสอน โรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการเตรียมพร้อมและวางแผนสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินไว้อย่างพร้อมเพียง โดยในโรงเรียนขนาดเล็กได้มีการจัดการเรียนการสอนควบคู่ กับระบบการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม จากโรงเรียนไกลกังวล หรือระบบ DLTV หากจำเป็นต้องจัดการเรียนการสอนทางไกล หรือเรียนออนไลน์ ก็สามารถปฏิบัติได้ทันที 

ในส่วนของโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนเกิน 500 คน และมีการจัดการสอนในรูปแบบ onsite แม้ว่า จะมีการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนตามปกติ แต่ก็มีการจัดการสอนซ่อมเสริมในรูปแบบออนไลน์ ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เพื่อให้นักเรียนมีเวลาเรียนครบตามที่หลักสูตรกำหนด 

แต่ก็ยังมีครูผู้สอนบางส่วนยังคงใช้รูปแบบการสอนผสมผสาน ระหว่างออนไลน์กับการสอนจริงในชั้นเรียน มีการจัดทำคลิปการสอนในชั้นเรียน อัพโหลดไว้บน You True เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนซ้ำได้

และบางรายวิชามีการผลิตคลิปวีดีโอสอนล่วงหน้าให้กับนักเรียนได้เรียนกันก่อนที่จะมาเรียนในชั้นเรียน มีการติดต่อกันผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างครูกับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง เรียกกันได้ว่า สอนกัน 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

นับเป็นวิวัฒนาการใหม่ของรูปแบบการศึกษาที่เกิดขึ้นหลังภาวะวิกฤติโควิด-19 ผลที่ได้รับจากการทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกล เรียนออนไลน์ ในช่วงที่ผ่านมายังคงเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนให้กับครูยุคใหม่ ในยุคโควิด 

หากเกิดเหตุการณ์ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในรอบที่ 2 ครูก็ยังคงพร้อมที่จะจัดการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่า สอนจริง หรือ ออนไลน์ ปรับ เปลี่ยน พัฒนา รูปแบบการให้การศึกษาเพื่อเยาวชนไทย …. ครูยุคใหม่การ์ดไม่ตก

… ชัยวัฒน์  ปานนิล…เรียบเรียง

จี้รัฐต่อรัฐ เรียกค่าชดเชย “ทหารอียิปต์” เข้าไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

จี้รัฐต่อรัฐ เรียกค่าชดเชย “ทหารอียิปต์” เข้าไทย

จี้รัฐต่อรัฐ เรียกค่าชดเชย "ทหารอียิปต์" เข้าไทย15 กรกฎาคม 2563 – 18:03 น.

รู้ทั้งรู้ว่าติดเชื้อโควิดยังฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใจดีรับเอาพาหะเชื้อโรคเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลร้ายแรงกระทบธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงเกือบตายสนิท…จี้รัฐต่อรัฐเรียกค่าชดเชยทหารอียิปต์เข้าไทย 

คนไทยน่ารัก อดทนกันมานาน ยอมทำตามมาตรการของรัฐบาลที่ขอความร่วมมือผ่านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)หรือศบค.มาอย่างต่อเนื่อง จนยอดผู้ติดเชื้อในประเทศกลายเป็นศูนย์มากว่า 50 วัน

เด็กๆ ดีใจได้ไปเรียนหนังสือ หลังเลื่อนเปิดเทอมภาคเรียนที่ 1/2563 มาเป็นวันที่ 1 กรกฏาคม 2563   จำยอมเรียนออนไลน์ที่บ้านมาเกือบ 5 เดือน พ่อแม่ผู้ปกครอง ตกงานแต่ทนแบกภาระเพิ่มอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ 

กลไกต่างๆ ภายในประเทศกำลังค่อนๆ กลับเข้าสู่การฟื้นตัว ชนิดที่เรียกได้ว่า นานาอารยะประเทศยังแอบอิจฉาประเทศไทศ ที่ไต่ระดับประเทศที่มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดในโลก เมื่อวิกฤติโควิด-19 กลับเป็นโอกาสของวงการแพทย์ไทยได้โชว์ศักยภาพขั้นเทพ 

นาทีที่บุคลากรทางการแพทย์หรือนักรบเสื้อขาว และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม.นักรบด่านหน้าสู่โควิดกว่า 1,040,000 ชีวิต หลังกรำงานหนักสู้ศึกโควิด จะได้พักผ่อน เฉกเช่นประชาชนทั่วไป ตามมาตรการของรัฐอุดหนุนท่องเที่ยวฟรีในประเทศ  อสม.บางจังหวัดจับจองที่พักหวังท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว ระหว่างวันที่ 25ก.ค.-29 ก.ค. 2563  แต่ฝันสลายเมื่อปลายทางคือ...จังหวัดระยอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

:ระยองวุ่นพบ “ทหารอียิปต์” ติดเชื้อโควิด เข้าพักโรงแรม เดินเที่ยวห้างติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

: เจ้าของโรงแรมร้องไห้กับลูกน้อง ลูกค้าแห่ยกเลิกจองโรงแรมระยอง 90%

ใครปล่อยทหารอียิปต์เข้าไทย?

คำถามที่ต้องการคำตอบพร้อมความรับผิดชอบ…เพราะประเทศไทยไม่ได้ทำอะไรผิด ในขณะที่ “พันธมิตร”ทางการทหาร ขอใช้พื้นที่แวะพัก เพื่อเดินทางต่อไปเมืองเฉิงตู ประเทศจีน แต่ในสถานการณ์ภาวะฉุกเฉิน ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญสงครามกับเจ้าวายร้ายไวรัสโควิด-19 

แล้วใคร?…เจ้าหน้าที่รัฐคนนั้น ที่อนุมัติให้กลุ่มทหารอียิปต์กว่า 30รายเข้าไทย จงใจกระทำการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนเป็นเหตุให้บ้านเราได้รับความเสียหาย อย่างร้ายแรง

ว่ากันว่า ทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิดและพวกกว่า 30 ชีวิต รู้ทั้งรู้ว่าติดเชื้อโควิด-19 ยังฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะที่ไทยเราก็ใจดีรับเอาพาหะนำเชื้อโรคเข้าสู่ประเทศ ส่งผลร้ายแรงกระทบธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียงเกือบตายสนิท เมื่อลูกค้าบอกเลิกพัก 100 %  เจ้าของกิจการและลูกน้องกอดคอร้องไห้ล้มทั้งยืน

ประเมินค่าความเสียหาย และเสียขวัญแล้ว ไม่น่าจะต่ำกว่า1,000 ล้านบาท ถามหน่อยใครจะเรียกร้องค่าเสียหายเหล่านี้ให้กับชาวระยอง และจังหวัดที่มีคนไทยไปพักโรงแรมเดียวกับทหารอียิปต์กลุ่มนั้น

ถามแรงๆ ถึง “ดอน ปรมัตถ์วินัย” รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ผู้เก่งกาจเกรียงไกร ทำไมไม่ใช้สิทธิทางการทูตตอบโต้ เรียกร้องค่าเสียหายแบบรัฐต่อรัฐ เพราะการกระทำของทหารอียิปต์ขัดขืนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไทย ขณะปฏิบัติหน้าที่คัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 

กระทำการเฉกเช่นผู้ก่อการร้าย ได้สร้างความเสียหายต่อประเทศไทยอย่างมหาศาล และยังไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ถึงจะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้

จับพิรุธ หลังทหารอียิปต์ฝ่าทุกกฏ ปรากฏว่ามีรถหรูมารับกลุ่มทหารอียิปต์เพื่อนำส่งโรงแรมชื่อดัง พร้อมกับการนำเชื้อโรคมาปล่อยในไทย “ไอ้โม่ง” คนนั้นคือใคร  ใหญ่มาจากไหนถึงกล้าทำ??? 

ฝ่าด่านแบบอภิสิทธิ์ชน และบินต่อไปเฉิงตูเพียง 30 นาที แล้วบินกลับ ความจริงไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะวงในระบุทางการจีนสกัดไม่ให้ทหารยีอิปต์เข้าประเทศ จำเป็นต้องบินกลับไทย 

อย่าปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบหายไป จนกลายเป็นว่ารัฐบาลไทย อ้างมารยาทางการทูต จนกลายกลัวหงอ รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ ต้องประท้วงเรียกค่าชดเชย แบบรัฐต่อรัฐจากทางการอียิปต์  เพราะจนถึงนาทีนี้ ไม่มีใครรู้ว่าทหารอียิปต์กลุ่มนี้ แอบท่องราตรีมีที่ไหนบ้าง??

มองมุมบวกอาจแค่จังหวัดระยอง แต่มองมุมลบกลุ่มทหารอียิปต์อาจจะตะลอนท่องเที่ยว สัมผัสคนไทยไปค่อนประเทศแล้วก็เป็นได้ ใครรับผิดชอบ???

….กมลทิพย์   ใบเงิน…เรียบเรียง… 

‘นิรโทษกรรม’ยากเป็นจริง.. ทำไม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

 ‘นิรโทษกรรม’ยากเป็นจริง.. ทำไม

 'นิรโทษกรรม'ยากเป็นจริง.. ทำไม15 กรกฎาคม 2563 – 17:38 น.

เรื่อง”นิรโทษกรรม”ถูกเสนอขึ้นมาอีกครั้ง ล่าสุด”คำนูณ สิทธิสมาน” นำเรื่องนี้ไปอภิปรายต่อที่ประชุมวุฒิสภาและฝากไปถึงนายกฯว่าอย่าได้ลังเล .. แต่ตรวจสอบเรื่องนี้จากฝั่งรัฐบาลแล้ว ฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่า ไม่เกิดขึ้นแน่นอน ทำไม… 

กรณี ‘คำนูณ สิทธิสมาน’ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว. ) ได้อภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภาและเสนอให้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมประชาชนจากความผิดที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองช่วง15ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2548-2563 โดยมีหลักการในการนิรโทษกรรมแก่ผู้ทำผิดที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมการเมืองโดยตรง รวมทั้งคดีอาญา ทั้งผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว  และผู้ที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมรวมทั้งผู้ที่หนีคดี
  “อยากให้นายกฯ แสดงเจตจำนงนำเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชน ที่อาจเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ จะต้องนำไปพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา จะเป็นการสร้างบารมีให้นายกฯ เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่มั่นคง มีธรรมาภิบาล ถ้านายกฯ รวมใจคนทุกภาคส่วนเข้ามา โดยมีร่างนิรโทษกรรมเป็นก้าวแรก ก็จะก้าวต่อไปได้ ขอฝากความหวัง นำจิตสำนึกผู้รักชาติทุกคน ทุกสี ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอด 15 ปี เพื่อพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง”  เป็นคำอภิปรายตอนหนึ่ง
 

ก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีการปูดเรื่อง “นิรโทษกรรม” โดยอ้างถึงเรื่องการสร้างความปรองดองและข่าวดังกล่าวยังมีการอ้างถึงนายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)และคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. ที่เคยเขียนบทความ เรื่อง “การอำนวยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์”เมื่อปี2562 ระบุว่า การนิรโทษกรรมต้องอาศัยความพยายามทุกภาคส่วนรวมทั้งภาครัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่ขยับตัวในเรื่องนี้ โอกาสเป็นไปได้ยาก
 ซึ่งเมื่อ”คมชัดลึกออนไลน์ “สอบถามไปยัง “ประสาร มฤคพิทักษ์” หนึ่งในกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. นายประสาน บอกว่า ตนเคยเป็น สปช. ตอนนั้นมีการตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการปรองดองแห่งชาติที่มี ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นประธานฯ ตั้งแต่ปี 2558 ทำเป็นรายงานออกมาและรายงานผ่านความเห็นชอบจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)แล้วด้วย จากนั้นส่งรายงานไปยัง “รัฐบาล คสช.” ต่อมาเรื่องไปอยู่ที่คณะกรรมาธิการการเมืองของ สนช. ที่มีนายกล้านรงค์  จันทิก เป็นประธานและมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯขึ้นมา มีนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นประธานยกร่าง พ.ร.บ.อำนวยความยุติธรรม ต่อมา สนช.หมดอายุลง
 ส่วนกรณีล่าสุดที่นายคำนูณ ออกมาชงเรื่อง“นิรโทษกรรม” นั้น จากการตรวจสอบถึงท่าทีของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ พบว่า ไม่มีความคิดเรื่องนี้เลยทั้งในส่วนรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง อีกทั้งหากรัฐบาลออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็จะมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ก็จะเกิดปัญหาตามมาจากผู้ที่ไม่เห็นด้วยซึ่งมีทุกฝ่ายทั้งเหลือง แดง  น้ำเงิน ดังนั้นหากรัฐบาลเป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้ก็จะถูกด่าได้รับผลกระทบและถ้าฝ่ายค้านเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมก็ไม่มีทางสำเร็จหากฝ่ายรัฐบาลไม่เอาด้วย เสียงในสภาไม่พอที่จะผ่านกฎหมายออกไปได้  และมองว่าไม่ใช่เวลาที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ดังนั้นรัฐบาลก็คงจะไม่ขยับในเรื่องนี้ รัฐบาลไม่อยากไปยุ่ง
    “รัฐบาลมีหน้าที่ต้องรักษาความสงบ ให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย ดังนั้นทุกอย่างต้องไปตามกระบวนการของกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายโดยไม่มีการยกเว้นนิรโทษกรรมให้กับใคร กลุ่มไหนน่าจะนำมาซึ่งความสงบมากกว่าซึ่งเป็นหลักของรัฐบาล ส่วนการที่จะปรองดองกัน ก็ไปปรองดองกันทางอื่น นิรโทษกรรมกับการปรองดอง ไม่เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ ตอนนี้ทุกฝ่าย ทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน ก็ตกเป็นจำเลยกันหมดแล้ว จะปรองดองก็ปรองดองกันไป แต่หากทำผิดแล้วจะบอกว่าไม่ต้องรับผิด มันอธิบายไม่ได้ ถ้าปรองดองคือการเห็นพ้องตรงกันว่า เราทำผิดแล้วไม่ต้องรับผิด ก็จะเรียกว่าความปรองดองไม่ได้เพราะเป็นการปรองดองของผู้ที่กระทำผิด นอกจากนี้คนที่รักษากฎหมาย ทำตามกฎหมายหรือคนที่โดนคดีอื่นก็จะนำจุดนี้มาโจมตีว่าทำไมไม่นิรโทษกรรมให้บ้าง ส่วนคนที่จ้องจะก่อม็อบหรือก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองก็จะก่อม็อบไปเลย เพราะคิดว่าเดี๋ยวก็ได้นิรโทษกรรม คนก็จะไม่กลัวกฎหมาย”
 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  : “นิรโทษกรรม”แค่ “กระแสลม ” ?

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต “ลุงตู่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต “ลุงตู่”

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต "ลุงตู่"15 กรกฎาคม 2563 – 17:23 น.

เจาะประเด็นร้อน : คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต “ลุงตู่” โดย สำราญ รอดเพชร

          จากบทวิเคราะห์ ของคุณสำราญ รอดเพชร สื่อมวลชนอาวุโส ที่เผยแพร่ผ่านหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์  การประเมิน สูตรคณิตศาสตร์ การเมือง และการปรับครม.ของรัฐบาล 276 เสียง เดิมพันอนาคต นายกฯลุงตู่

วันก่อนโน้นที่ส.ส.ชัยวุฒิ  ธนาคมานุสรณ์  พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ออกมารุกไล่ดร.สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์   ให้พ้นจากตำแหน่งก็ดูจะเกินไปจริงๆ  นอกจากทัวร์ลงแล้ว นายกฯลุงตู่ก็ออกมาปรามว่า “เบาๆหน่อย  ยังจะต้องร่วมงานกันต่อไป..”

          ล่าสุด (10 ก.ค.63)ส.ส.ชัยวุฒิก็ถูกวิพากษ์ วิจารณ์ยับอีกครั้งเมื่อเขาบอกว่า โควตาเก้าอี้รัฐมนตรีของกลุ่ม 4 กุมารคือ อุตมะ  สาวนายน,สนธิรัตน์  สนธิจิรวงศ์และสุวิทย์เมษินทรีย์  เป็นของพรรค ไม่ใช่โควตาของนายก  เพราะตอนส่งชื่อไปเป็นรัฐมนตรีส่งไปในนามพรรค…

การพูดดังกล่าวถูกมองแบบรวบรัดว่าสวนทางกับที่นายกฯพูด  หรืออาจหาญทวงคืนโควตารัฐมนตรีของนายกฯ  ทั้งๆที่ในข้อเท็จจริงแล้วนายชัยวุฒิคงไม่กล้าบังอาจไปท้าตีท้าต่อยในความหมายทวงคืนโควตารัฐมนตรีจากนายกฯหรอก  แต่น่าจะต้องการบอกว่าทุกเก้าอี้รวมทั้งเก้าอี้รัฐมนตรีของอุตมะ,สนธิรัตน์,สุวิทย์ (รวมทั้งดร.สมคิด)เป็นโควตาของพรรค..

          จริงๆแล้ว พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา  นายกฯ ก็พูดค่อนข้างชัดเจนเมื่อ 9 ก.ค.วันที่กลุ่ม 4 กุมารลาออกว่า…อย่าลืมว่าสัดส่วนรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก   การจะนำคนนอกเข้ามาก็เป็นโควตาของเขา  ซึ่งตนก็ขอเขามาและเขาก็ให้ตนมาเข้ามาตรงนี้  รวมทั้งมีรัฐมนตรีหลายคนที่มากับตนด้วย

ตามนี้..แปลความได้ชัดเจนว่านายกฯนั้นเข้าใจและรู้ดีว่าสัดส่วนหรือโควต้านั้นคืออะไร เป็นอย่างไร เป็นของใคร…คำว่า “เขา”ก็คือพรรคพปชร.นั่นเอง  ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันพรรคพปชร.มอบโควตารัฐมนตรีให้พล.อ.ประยุทธจัดวางตำแหน่งต่างๆ จำนวนหนึ่ง  ที่ชอบเรียกกันว่าโควตานายกฯ,โควตาคนนอกหรือ โควตากลาง..นั่นเอง

ย้อนมองรัฐบาล”ลุงตู่” ที่กำลังจะมีการปรับใหญ่ในเร็วๆนี้   เฉพาะในส่วนของพปชร.มีทั้งสิ้น 18คน(รวมทั้งนายกฯ) จะพบว่าที่เป็นโควต้ากลางที่นายกฯนำมาจัดวางให้คนนอกมี 7 คน คือ

1)พล.อ.ประยุทธ  จันทร์โอชา  2)พล.อ.ประวิตร   วงษ์สุวรรณ   3)ดร.สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  4)ดร.วิษณุ  เครืองาม  5)พล.อ.อนุพงษ์   เผ่าจินดา  6) นายดอน   ปรมัติวินัย  และ 7)พล.อ.ชัยชาญ   ช้างมงคลติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อีก 11 รัฐมนตรี  ซี่งมี3รัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมารรวมอยู่ด้วยเป็นโควตาภายในของพรรค   ซึ่งแน่นอนว่าในการจัดวางใครลงตำแหน่งไหน นายกฯย่อมมีส่วนชี้เป็นชี้ตายด้วย ดังนั้นใครมาแตะนายกฯลุงตู่ตรงนี้ถ้าบารมีไม่มากพอก็ทัวร์ลงเมื่อนั้น ดังกรณีนายชัยวุฒิ..

          ย้อนมองการจัดสรรโควตาคณิตศาสตร์การเมืองแบบหลวมๆของรัฐบาลลุงตู่  ขณะนั้นรัฐบาลมีคะแนนเสียงปริ่มน้ำอยู่ที่ 254 เสียง(รวม11พรรคเล็กด้วย)  เมื่อเอา 36 เก้าอี้ไปหาร 254 เสียง    สัดส่วนจะอยู่ที่ 7.05 เสียง ต่อ  1 รัฐมนตรี

พลังประชารัฐ 116เสียง(รวมพลังหนุนจากพรรคเล็กอีก11เป็น127เสียง) ได้ไป   18 รัฐมนตรี

ประชาธิปัตย์  53 เสียง ได้ 7รัฐมนตรี(8ตำแหน่ง)

ภูมิใจไทย 51   เสียง ได้ 7  รัฐมนตรี( 8ตำแหน่ง)

-ฯลฯ-

จะพิเศษหน่อยก็ตรงที่ พรรคชาติพัฒนา มี่ 3 เสียง ได้  1 รัฐมนตรี(เทวัญ   ลิปตพัลลภ) เป็นไปตามข้อตกลงตอนเลือกตั้งและบารมีของคนชื่อ”สุวัจน์”

อย่างไรก็ตามหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่เมื่อ21 ก.พ.2563  รัฐบาลได้ข้ามพ้นจากเสียงปริ่มน้ำเป็นเสียงท่วมท้น  กล่าวคือส.ส.ทั้งสภาเหลือเพียง  487  รัฐบาลมี 276 เสียง  ฝ่ายค้านเหลือ  211   เสียง    ตัวเลขแต่ละพรรคเปลี่ยนไป  ตัวหารคำนวณสัดส่วนรัฐมนตรีจะอยู่ที่ประมาณ7.66เสียงต่อ 1 รัฐมนตรี  เมื่อลองหารเล่นๆ  ตามจำนวนส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลก็จะออกมาตามตาราง

คำนวณคณิตศาสตร์การเมือง ปรับครม.เดิมพันอนาคต "ลุงตู่"

           ตามสูตรคณิตศาสตร์การเมืองของรัฐบาล 276 เสียง  หากนำมาใช้กันแบบเคร่งครัดพรรคพลังประชารัฐต้องหายไป 2 รัฐมนตรี,ภูมิใจไทยต้องได้เพิ่มอีก 1รัฐมนตรี  ,พรรคชาติพัฒนาก็อาจต้องสลัด 1 เก้าอี้รมต.ของตัวเอง,พรรคพลังท้องถิ่นไทย,พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคเล็ก 11 พรรค 11 เสียงก็ควรจะได้พรรคละ1 รัฐมนตรี….

แต่คณิตศาสตร์ในชีวิตของจริงการเมืองสุดท้ายก็จะยืดหยุ่นด้วยความลงตัวทางผลประโยชน์อย่างอื่นด้วย ทั้งผลประโยชน์ชาติและผลประโยชน์ตัวเอง.. รอบนี้คาดว่าพรรคภูมิใจไทยก็คงจะเล่นบทผู้เสียสละไม่ขอเพิ่ม, พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะยังอยู่,พรรคพลังท้องถิ่นไทย จะได้ 1 รัฐมนตรี ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่อาจจะมีตำแหน่งแห่งที่ในรูปแบบอื่นตอบแทน เช่นเดียวพับพรรคเล็ก 11 พรรคที่อาจจะพอใจในรสชาติของกล้วยและลงตัวที่ยืนที่อยู่ในปัจจุบันแล้ว…

ดังนั้นปมใหญ่จริงๆ ในการปรับครม.หนนี้ก็ย้อนกลับไปที่พรรคพลังประชารัฐที่เก้าอี้หดไปราว 2 ที่นั่ง  เช่นถ้าเหลือ 16 เก้าอี้ นายกฯเอาไปใช้ 7 เก้าอี้(รวมทั้งนายกฯ) เหลืออีก9 จะแบ่งสรรกันอย่างไรให้ลงตัวในกลุ่มต่างๆ และต้องดูดีกว่าเดิม…

แต่น่าเชื่อว่าเขย่าสูตรไปมา พลังประชารัฐอาจเหลือแค่ 17  รัฐมนตรีหายไปแค่เก้าอี้เดียว 

สำคัญที่สุดไม่ว่าโควตากลางหรือโควตาพรรค…ปรับแล้วหน้าตาทีมเศรษฐกิจเป็นอย่างไร  ประชาชนร้องยี้หรือไม่  ตอบโจทย์หรือไม่..ซึ่งจะว่ากันที่จริงที่ผ่านมาทีม 4 กุมารก็ไม่ได้เก่งกาจจนประชาชนหวงแหนเพราะฝีมือฉกาจฉกรรจ์อะไรมาก  หนำซ้ำประชาชนไม่น้อยรู้สึกไม่ปลื้มกับผลงานทางเศรษฐกิจด้วยซ้ำ  เพียงแต่ต้องยอมรับว่าภาพลักษณ์ของทีมกลุ่มสามมิตรและอีกสองสามกลุ่มที่เคลื่อนไหวเปิดศึกแย่งชามข้าวในพรรคค่อนข้างย่ำแย่  มันก็เลยทำให้กลุ่ม 4 กุมารที่มีภาพลักษณ์ส่วนตัวดีพลอยโชคดีไป..และยังอยู่ได้(ชั่วคราว)แม้จะลาขาดจากสมาชิกพรรคไปแล้ว..

นั่นเพราะ “ลุงตู่” ฟังเสียงประชาชน  และฉวยใช้เวลานี้ยืดเวลาในการปรับครม.ออกไปให้นานที่สุด  ถ้าเป็นไปได้ก็ต้องให้สภาฯผ่านกฎหมายงบประมาณ วาระที่3 ปลายส.ค.หรือต้นก.ย.2563 ไปก่อน..

แต่ถ้ายืดไม่ไหวจะปรับใหญ่กันต้นๆเดือนส.ค.2563 ก็ยังได้  เพราะยามนี้รัฐบาลไม่กลัวเรื่องคะแนนเสียงสนับสนุนอีกแล้ว !!

และแน่นอนถึงนาทีนี้ถึงแม้จะมีข้อจำกัดโน่นนี่นั่น  แต่เชื่อว่า “ลุงตู่” ที่มีประสบการณ์บนเก้าอี้นายกฯมา 6 ปีเต็มๆ  ต้องรู้แล้วว่าปรับครม.รอบนี้ควรจะปรับอย่างไร   ทีมเศรษฐกิจควรจะมีส่วนผสมอย่างไรให้แข็งแกร่งแข็งแรง  เมื่อรวมทั้งหมดแล้วครม.ชุดใหม่ต้องทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นศรัทธา..เพราะที่สุดแล้วการเมือง การบริหารประเทศเป็นสิ่งที่ค้ำยันรัฐบาลได้ดีที่สุดก็คือ ความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน..

…แม้ต้องคำนึงถึงคณิตศาสตร์การเมืองอยู่ แต่ต้องข้ามพ้นไปให้ได้มากที่สุด  ภายใต้หลักการนายกฯต้องเป็นคนรับฟัง แต่ต้องเป็นตัวของตัวเองด้วย

…ทุกเก้าอี้รัฐมนตรีมีความสำคัญหมด  วางคนให้ถูกที่ถูกทาง..

ถ้าปรับครม.ถูกตาถูกใจประชาชนแล้วเดินหน้าบริหารประเทศเกิดสะดุดต้องยุบสภา  หลังเลือกตั้งรอบหน้าก็ยังมีโอกาสกลับมาได้   แต่ถ้าปรับแล้วร้องยี้กันทั้งบ้านทั้งเมืองเบื้องหน้าอนาคตของท่านนายกฯลุงตู่ก็คงหนักหนาสาหัสเป็นธรรมดา.

อ่างทองมีอะไร สุพรรณก็ไม่มีน้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อ่างทองมีอะไร สุพรรณก็ไม่มีน้ำ

อ่างทองมีอะไร สุพรรณก็ไม่มีน้ำ15 กรกฎาคม 2563 – 15:29 น.

ชาวนาอ่างทอง “ปิดคลอง” ร้องปล่อยน้ำทำนา แถมทวงกุญแจประตูน้ำ ทำเอา “ขาใหญ่สุพรรณ” ต้องเคลียร์ 

++
แล้งกันทั้งแผ่นดิน ไม่น่าเชื่อว่า ฤดูฝนปีนี้ จะต้องเจอภัยแล้ง เกษตรกรทั่วประเทศ พลอยเดือดร้อนไปตามๆกัน 

เมื่อวันที่ 13 ก.ค.2563 ชาวนา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ได้รวมตัวกัน “ปิดคลอง”  ที่บริเวณคลองส่งน้ำ 5 ซ้าย 1ขวา ต.บ้านพราน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง พวกเขารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องเจ้าหน้าที่ชลประทาน ขอให้ปล่อยน้ำมาช่วยชาวนา  

2 ผู้แทนเมืองอ่างทอง ภราดร และกรวีร์ ปริศนานันทกุล พรรคภูมิใจไทย ก็ตามไปรับฟังปัญหาของชาวนา 

อ่างทองมีอะไร สุพรรณก็ไม่มีน้ำ

แต่ที่เป็นประเด็นการเมือง เพราะสื่อบางสำนัก พาดหัวว่า “ชาวนาปิดถนน” และตอกย้ำแผลเก่าเรื่อง “กุญแจประตูน้ำ”  

งานนี้ ร้อนถึง “ประภัตร โพธสุธน” รมช.เกษตรฯ ต้องออกมาเคลียร์เรื่องการจัดสรรน้ำ “สุพรรณ-อ่างทอง”  

เฮียประภัตรว่า ต้นทุนน้ำมีน้อย น้ำฝั่ง จ.อ่างทอง และ จ.สุพรรณบุรี ไม่มีเหมือนกัน สำหรับกุญแจประตูน้ำนั้นอยู่กับทางกรมชลประทาน
++
ปิดคลองไม่ปิดถนน
++
ฝ่าย “กรวีร์” ลูกชายเฮียตือ เห็นข่าวแล้ว ไม่สบายใจ เพราะมันถูกเสี้ยมให้ชนกันระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนา กับพรรคภูมิใจไทยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official
“กรวีร์” ได้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า ตนและและภราดรไปร่วมฟังปัญหาชาวนาด้วยตัวเอง “ชาวนาปิดคลองชลประทานที่ไม่มีน้ำ ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเลยครับ”

อ่างทองมีอะไร สุพรรณก็ไม่มีน้ำ

ชาวนาอ่างทอง ปิดคลอง
“ที่มีข่าวว่าคนอ่างทองไปกล่าวหาท่าน รมช.กระทรวงเกษตรฯ ว่าไม่ปล่อยน้ำมาให้อ่างทองแต่ปล่อยน้ำให้คนสุพรรณ เรื่องนี้ไม่จริงครับ” 
เรื่องการจัดสรรน้ำ เป็นภาพหลอนมาแต่สมัย “นายกฯบรรหาร” เลยถูกนำมาโยงกับเหตุการณ์ภัยแล้งปีนี้
“ผมต้องขอบคุณท่าน รมช.เกษตร ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่มากประสบการณ์ และอยู่ติดกับพื้นที่เข้าใจปัญหาของชาวนาเป็นอย่างดี”
แม้จะออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ทายาท “เฮียตือ” ก็ไม่ลืมพระคุณอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และเฮียประพัฒน์

อ่างทองมีอะไร สุพรรณก็ไม่มีน้ำ

ภราดร-กรวีร์ ส.ส.อ่างทอง มาคุยกับชาวนา
++
เสียงคนสุพรรณ
++
คนสุพรรณ “เอก ประทุมรัตน์” ที่ใกล้กับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ได้โพสต์แก้ข่าว หลังคุยโทรศัพท์กับ ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล ถึงเรื่องจัดการน้ำระหว่างสุพรรณบุรี กับอ่างทอง 
”สุพรรณบุรี กับ อ่างทอง เป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกัน เคยอยู่ใต้ร่มเงาชายคาพรรคเดียวกัน มีผู้มีพระคุณคือ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา เหมือนกัน…”

อ่างทองมีอะไร สุพรรณก็ไม่มีน้ำ

คลองส่งน้ำ ไม่มีน้ำ

ด้วยเหตุนี้ เอก ปทุมรัตน์ จึงการันตีว่า “..ผมต้องขอแก้ข่าวว่า ทุกปีงานวันเกิดนายประภัตร โพธสุธน ผมก็ยังเห็นทั้งสองคนไปร่วมงานเป็นประจำทุกปี และไม่มีความจำเป็นต้องขอทวงกุญแจเขื่อนตามที่เป็นข่าว”

3 สาวทรามเชย เสียงหวานบ้านใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

3 สาวทรามเชย เสียงหวานบ้านใหญ่

3 สาวทรามเชย เสียงหวานบ้านใหญ่15 กรกฎาคม 2563 – 14:13 น.

ตามไปดู “3 โฆษกเสียงหวาน” ค่ายลุงป้อม ดีกรีแต่ละคนไม่ธรรมดา ยี่ห้อ “บ้านใหญ่” การันตี ++

++
เปิดตัวไปแล้ว ทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นำทีมโดย พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกเสียงหวาน พร้อมด้วยรองโฆษกพรรคอย่าง สัณหพจน์ สุขศรีเมืองพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ และไพลิน เทียนสุวรรณ  

น่าสนใจ 3 ใน 4 ทีมโฆษก เป็นสาวสวย และเป็น ส.ส.สมัยแรก มีที่มาแตกต่างกันไป 

พลันที่เห็นใบหน้า 3 สาว ก็ระลึกชาติถึงซีรีส์หนังทีวียุคทีวีขาว-ดำ เมื่อ 60 ปีที่แล้ว เรื่อง “สามสาวทรามเชย” (Petticoat Junction) ทางช่อง 7 (ช่อง 5 ปัจจุบันนี้) 

อ่านข่าว…   “ธนกร”ยินดีทีมโฆษกพปชร.ชุดใหม่ ชี้เป็นคนรุ่นใหม่ มีความรู้ความสามารถ

3 สาวทรามเชย เสียงหวานบ้านใหญ่

ส.ส.สัม โฆษกพรรค

สามสาวทรามเชยยุคสื่อดิจิตอล จะทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแค่ไหน โปรดติดตามตอนต่อไป เพราะนี่คือซีรีส์ละครการเมือง
++
ส.ส.ส้ม
++
ตอนที่ “ส.ส.ส้ม” พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ลงสนามเขต 2 (ปทุมวัน บางรัก สาทร) สังกัดพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่า สภากาแฟคงไม่ประเมินว่า เธอเป็นตัวเต็ง เพราะแชมป์เก่าเขตนี้ชื้อ อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 
โปรไฟล์การเมืองของ “ส้ม” ก็เป็นหลานสาว ไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ อดีต ส.ว.ปทุมธานี เท่านั้นติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official
สำหรับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ และพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ แม่ทัพเมืองหลวง คงประเมินว่า เขต 2 รอบในกรุงเทพมหานคร “กระแส”เป็นตัวชี้ขาดชัยชนะ 

3 สาวทรามเชย เสียงหวานบ้านใหญ่

ส.ส.ไพลิน รองโฆษกพรรค
ในที่สุด แคมเปญ “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” โค้งสุดท้าย “จุดติด” นักการเมืองหน้าใหม่ จึงคว่ำแชมป์เก่าชนิดหักปากกาเซียน 
โชคดีที่ “ณัฏฐพล” เลือกสนามให้ส้มได้ถูกที่ ถูกเวลา เพราะตอนแรกเหมือนมีข่าวจะไปลงแถวสายไหม 
++
บ้านใหญ่มะขามหวาน
++
“ปอย” พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์  ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 ได้ตำแหน่งรองโฆษกพรรค ย่อมปฏิเสธบทบาทของ สันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรคไปไม่ได้

ตระกูล “พรพฤฒิพันธุ์” เป็นกลุ่มการเมืองใหญ่ในเขต อ.เมืองเพชรบูรณ์ มีเครือข่ายการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น แต่ตอนหลังแยกเป็น 2 สาย

สายวินัย พรพฤฒิพันธุ์” เจ้าของกิจการโรงโม่หิน, ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, โรงสีข้าว และกิจการปั๊มน้ำมันหลายแห่ง มีลูกชาย “เสี่ยเอด” อภิวุฒิ พรพฤฒิพันธุ์ อดีตรองนายก อบจ.เพชรบูรณ์ (เสียชีวิตแล้ว) และลูกสาว พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ อดีตรองประธานสภา อบจ. 

อีกสายหนึ่ง วิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา

3 สาวทรามเชย เสียงหวานบ้านใหญ่

ส.ส.ปอย รองโฆษกพรรค

“พิมพ์พร” หรือ “ส.ส.ปอย” ในนามกลุ่มนครบาลเพชรบูรณ์ของเสี่ยสันติ จึงเริ่มมีบทบาทในพรรคพลังประชารัฐมากขึ้น

++
บ้านใหญ่พระสมุทรเจดีย์
++
ก่อนที่พลังประชารัฐ จะได้ตัวผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 7 (อ.พระสมุทรเจดีย์) ก็ต้องให้ “เสธ.อ้น” ตัวแทนบ้านป่ารอยต่อฯ เข้าไปเคลียร์ ระหว่าง ต่อศักดิ์ อัศวเหม กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า กับไพลิน เทียนสุวรรณ ส.อบจ.สมุทรปราการ ลูกสาวผู้มากบารมีฝั่งพระสมุทรเจดีย์
 

3 สาวทรามเชย เสียงหวานบ้านใหญ่

เปิดตัวทีมโฆษก พปชร.

สุดท้าย “ไพลิน” เทียนสุวรรณ“ อดีต ส.จ.สาวแสนสวย ได้ลงสนามชนกับนันทวรรณ ประสพดี ภรรยาของประชา ประสพดี อดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย 

ตระกูล “เทียนสุวรรณ” นำโดยสมัคร เทียนสุวรรณ ประธานกรรมการ บริษัท เทียนทองขนส่ง จำกัด ได้ยึดครองพื้นที่การเมืองท้องถิ่น อ.พระสุมทรเจดีย์มานานกว่า 50 ปีแล้ว  

“ไพลิน” เป็น ส.อบจ.สมุทรปราการ เขต อ.พระสมุทรเจดีย์มา 2 สมัยแล้ว เธอจึงขี่กระแส “ลุงตู่” เอาชนะภรรยาของประชาไปไม่ยากเย็น 

ในพลังประชารัฐ ส.ส.ไพลิน จะถูกนับอยู่ในกลุ่ม 20 ส.ส.ภาคกลาง สังกัดกลุ่ม ส.ส.เฮ้ง

3 ก๊กบูรพา “คุณปลื้ม”ไหวมั้ยฤากลับพลังชล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

3 ก๊กบูรพา “คุณปลื้ม”ไหวมั้ยฤากลับพลังชล

3 ก๊กบูรพา "คุณปลื้ม"ไหวมั้ยฤากลับพลังชล15 กรกฎาคม 2563 – 10:24 น.

“อิทธิพล คุณปลื้ม” จะไปต่อหรือไม่ วัดใจ “ลุงตู่” เพราะซุ้มมังกรน้ำเค็มเบ่งบาน แถมซุ้มสามมิตรบ้านบึงก็มาแรง 

++
สองวันมานี้ มีนักข่าวไปถาม อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงกระแสข่าวที่มีชื่ออยู่ในข่ายจะถูกปรับออกจากคณะรัฐมนตรี “เสี่ยติ๊ก” ตอบนิ่มๆว่า ไม่ทราบมาก่อน การปรับ ครม.เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี 

เหตุที่สื่อสนใจ เพราะจากการปรับโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐครั้งใหม่นี้ “เสี่ยติ๊ก” เป็นแค่กรรมการบริหารพรรค ไม่ได้มีตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค และรองเลขาธิการพรรค

อ่านข่าว…   ทีมเฮ้ง ซุ้มมังกรน้ำเค็ม

3 ก๊กบูรพา "คุณปลื้ม"ไหวมั้ยฤากลับพลังชล

“ส.ส.เฮ้ง” งดจัดงานวันเกิด

ขณะที่ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ผงาดขึ้นเป็นรองหัวหน้าพรรค จึงทำให้มีข่าวลือว่า ปรับ ครม.ครั้งนี้ ตระกูล “คุณปลื้ม” หลุดแน่ 

เช็กจำนวน ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ มีอยู่ 5 คน ประกอบด้วย สุชาติ ชมกลิ่น (เขต 1), จองชัย วงศ์ทรายทอง (เขต 2), รณเทพ อนุวัฒน์ (เขต 3) ,สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ (เขต 4) และ สถิระ เผือกประพันธุ์ (เขต 8) 

ในนี้แบ่งออกเป็น 2 ก๊กคือ ก๊กมังกรน้ำเค็ม กับก๊กสามมิตรบ้านบึง ส่วนก๊กบ้านใหญ่แสนสุข ไม่มี ส.ส.อยู่ในมือเลย  

อย่างไรก็ตาม ส.ส.ชลบุรี พลังประชารัฐ ทุกคนยังให้ความเคารพรัก “ทายาทกำนันเป๊าะ” และรับปากจะช่วยดัน วิทยา คุณปลื้ม เป็นนายก อบจ.ชลบุรีติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

3 ก๊กบูรพา "คุณปลื้ม"ไหวมั้ยฤากลับพลังชล

บ้านใหญ่แสนสุข ยังเป็นที่เคารพรักของ ส.ส.ชลบุรี ทุกคน
++
ทีมเฮ้ง
++
เมื่อวันที่ 11 ก.ค.256 “ส.ส.เฮ้ง”นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และสมาชิกพรรคทุกคน
 “…พรรคประชารัฐได้มีมติให้กระผม เป็นรองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบในเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน..” พร้อมกันติดแฮชแท็ก #เราจะไม่ทอดทิ้งกัน #พวกกันสำคัญเสมอ 

สำหรับปีนี้ 15 ก.ค.2563 ตรงกับวันครบรอบวันเกิดปีที่ 46 “เสี่ยเฮ้ง” ประกาศผ่านสื่อโซเชียลว่า “ปีนี้ผมได้ตัดสินใจไม่จัดงานใดๆ เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดใหม่ของเชื้อโควิด-19 (รอบ2)” 

ขอรับคำอวยพรจากเพื่อนพ้องน้องพี่ท่านผ่านทางไลน์ และแฟนเพจเฟซบุ๊ก 

ปรับ ครม.เมื่อไหร่ รับรองว่า “มังกรน้ำเค็ม” ได้รับข่าวดีในปีที่ 46 ของชีวิตแน่

3 ก๊กบูรพา "คุณปลื้ม"ไหวมั้ยฤากลับพลังชล

ส.ส.ต้น และผู้กองเบิร์ด ซุ้มสามมิตร
++
บ้านใหญ่พลังชล
++
พลันที่มีการแต่งผู้บริการพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ “บิ๊กป้อม”  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคคนใหม่ สภากาแฟเมืองชล ก็ฟันธงล่วงหน้า ตระกูล “คุณปลื้ม” คงกลับบ้านเก่า-พลังชล ในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น “บ้านใหญ่ชลบุรี” คงใช้กลุ่มเรารักชลบุรีไปก่อน ไม่ว่าจะเป็น อบจ.ชลบุรี,เมืองพัทยา และเทศบาลเมืองแสนสุข 

สถานะปัจจุบัน พรรคพลังชล ยังมีอยู่ตามกฎหมายพรรคการเมือง เพียงขอเว้นวรรคชั่วคราว ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงชิงชัยในสนามเลือกตั้ง โดยมี สุระ เตชะทัต  เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งคอยดูแลเรื่องสาขาพรรค ยอดสมาชิกพรรค การจัดประชุม และการดำเนินกิจกรรมการเมือง  

แม้ไร้กำนันเป๊าะ แต่ทายาทตระกูลคุณปลื้ม ก็ยังดูแลงานพื้นที่ต่อเนื่อง พลังประชารัฐแค่ภารกิจชั่วคราว แต่พลังชลเป็นเรือนตาย

3 ก๊กบูรพา "คุณปลื้ม"ไหวมั้ยฤากลับพลังชล

พี่แป๊ะ พลังชล กับทีมสามมิตรเมืองชล

++
สามมิตรเมืองชล
++
“ส.ส.ต้น” สุรวุฒิ เนื่องจำนงค์ แสดงตัวชัดเจนว่าสังกัดกลุ่มสามมิตร มาตั้งแต่วันที่เดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ 

ทุกวันนี้ “ส.ส.ต้น” คนโตบ้านบึง ไปไหนมาไหน ก็จะหนีบ “ผู้กองเบิร์ด” ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2  ไปด้วยกันในนาม “ยังเติร์กชลบุรี” 

“ผู้กองเบิร์ด” ลูกชาย “นายกบั๊ก” หรือ “กำนันบั๊ก” กำพล วงศ์ทรายทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก ก็โกยแต้มเข้าป้าย 

กำนันบั๊กหรือนายกบั๊ก มีบารมีล้นเหลือ แต่รักพวกพ้อง ยังไงเลือกตั้งท้องถิ่น ก็ไม่ทิ้งลูกหลานกำนันเป๊าะ 

กลุ่มสามมิตรเมืองชล ดูจะมีความใกล้ชิดกับบ้านใหญ่แสนสุขมากกว่าซุ้มเสี่ยเฮ้ง

ส่องภูพาน น้าชาย ‘ชมพู่’ ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องภูพาน น้าชาย ‘ชมพู่’ ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก14 กรกฎาคม 2563 – 18:22 น.

ก่อนคดีน้องชมพู่ “บ้านกกกอก” มีชื่อเสียงผ่านสื่อดิจิตอล จากชายหนุ่มชื่อ “แต” เจ้าของฟาร์มหนูนาVIP

++
    ”ตั้งใจทำงาน คนอื่นคิดยังไง ก็แล้วแต่เขา”
    สเตตัสล่าสุดบนเฟซบุ๊ค นรินทร์ หลาบโพธิ์ ตัวละครที่ถูกตราหน้าว่าเป็นสายโน้น สายนี้ ในคดีดัง “น้องชมพู่” เสียชีวิตปริศนา  
    

นรินทร์ เป็นบุตรชายชาน หลาบโพธิ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร และเป็นน้องชายสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่

หลายปีมาแล้ว นรินทร์ เรียนจบด้านการผลิตสื่อโทรทัศน์ จึงตั้ง ”ไตรลักษณ์โปรดักชั่น” รับจ้างการทำทีวี บันทึกการแสดง เป็นอาชีพหลัก

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                     นรินทร์ หลาบโพธิ์ สมัยทำไตรลักษณ์โปรโมชั่น       ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

    ต่อมา “แต” นรินทร์ ได้เปิดแฟนเพจนรินทร์ฟาร์มภูพาน ดำเนินวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกข่าแดงแบบอินทรีย์ เลี้ยงด้วงมะพร้าว ปลูกหญ้าหวานอิสราเอล ที่บ้านกกกอก ม.2 ต.กก  ตูม   อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร 
  

 ด้วยความที่เป็นคนมีฝีมือด้านการผลิตสื่อทีวี เขาจึงทำคลิปเกี่ยวกับการทำเกษตรพอเพียง ออกทางช่องยูทูบ ในนามฟาร์มVIP 

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                                เบื้องหลังช่องยูทูบ หนูนาVIP

++
เลี้ยงหนูพุก
++
    3-4 ปีมานี้ “แต” หันมาเลี้ยงหนูพุก จึงเปลี่ยนชื่อช่องยูทูบชื่อ ฟาร์มหนูนา VIP
    “ผมชื่อนายนรินทร์ หลาบโพธิ์ อาชีพหลักเปิดร้านถ่ายทำรายการทีวี ผมเป็นคนชอบทำเกษตรที่บ้านมีฟาร์มเล็กๆอยู่ที่มุกดาหารชื่อ นรินทร์ฟาร์มภูพาน และก็มีฟาร์มหนูนาอยู่ที่บ้านกกกอก  ตำบลกกตูม  อำเภอดงหลวง  จังหวัดมุกดาหาร ชื่อหนูนาฟาร์มVIP”  

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                                 เดินสายสอนการผลิตสื่อ
  

 โปรไฟล์ของ “แต” ที่แนะนำไว้ในช่องยูทูบ ซึ่งตอนนี้ มีคนติดตามแล้วกว่า 7 หมื่นคน 
    จุดขายของคลิปแนะนำการเลี้ยงหนูพุกนั้น อยู่ที่ภาพประกอบเป็นวิวทิวทัศน์ละแวกบ้านกกกอก ที่มีภูเขารายล้อม ทั้งภูหลวง และภูผาแอก
    หนุ่มภูไทคนนี้ ออกเสียงสำเนียงลาวเพื่อการสื่อสาร แต่เขาก็ไม่ทิ้งการอธิบายความเรื่องรอบตัว
    “แต” มีรายได้จากการขายหนูพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และ “หนูเนื้อ” หมายถึงเนื้อหนูชำแหละ จากฟาร์มหนูนา VIP

 ส่องภูพาน น้าชาย 'ชมพู่' ผู้ปั้นแบรนด์กกกอก

                                   สินค้าหนูเนื้อ จากบ้านกกกอก
  

 ทั่วทั้งหมู่บ้านกกกอก มีฟาร์มหนูพุกอยู่หลายราย และคนทั่วอีสาน เริ่มรู้จักบ้านกกกอก ชุมชนภูไท จากช่องยูทูบ และแฟนเพจเฟซบุ๊ค
  

 ช่วงที่มีคดีของหลานชมพู่ แตให้สัมภาษณ์สื่ออยู่หลายครั้ง และตกเป็นข่าวเองด้วย
    “ผมขอยืนยันว่า ผมไม่ได้อยู่ทีมใคร ผมไม่มีทีมอยู่แล้ว เมื่อคดีจบ สุดท้ายผมก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับพ่อแม่ต่อไป สื่อทีวีก็ต้องกลับ เหลือแต่ชาวบ้านกกกอก”