เกมเก๋าเขย่า 3 ป. “วีระกร” ชูป้อมลดเกรดตู่ เข้าทางสามมิตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531835

02 ต.ค. 2565

เกมเก๋าเขย่า 3 ป. "วีระกร" ชูป้อมลดเกรดตู่ เข้าทางสามมิตร

ถอดรหัส “วีระกร” ดันประวิตรนั่งนายกฯสมัยหน้า ลดเกรดประยุทธ์ อ้างไปต่อได้แค่ 2 ปี จับตา ส.ส.จอมเก๋าปากน้ำโพ ที่ใกล้ชิดสมศักดิ์ เทพสุทิน กลุ่มสามมิตรคิดอะไรอยู่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

รุ่นใหญ่ทิ้งระเบิด “วีระกร” ดัน พล.อ.ประวิตร นั่งนายกฯ สมัยหน้า ลดเกรด พล.อ.ประยุทธ์ เพราะไปต่อได้แค่ 2 ปี แถมชื่อลุงตู่ขายยากในตลาดเลือกตั้ง

“วีระกร” ผู้แทนจอมเก๋า ผ่านสมรภูมิการเมืองมาโชกโชน วันนี้ยังอยู่ พปชร. วันหน้าจะกลับรังเก่าหรือไม่ เพราะเพื่อไทยปากน้ำโพ ขาดแม่ทัพใหญ่

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา ได้ไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีปฏิกิริยามากมาย ทั้งขับไล่ ทั้งหนุนให้อยู่ต่อ

ที่ฮือฮาก็หนีไม่พ้น วีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ผู้จุดประเด็นการเมืองร้อน เสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี สมัยหน้า และให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรองนายกรัฐมนตรี

สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯต่อไปได้ และจะครบ 8 ปีในอีก 2 ปีข้างหน้า ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ ควรเสนอชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ให้ครบทั้ง 3 คน มีทั้งลุงป้อม ,ลุงตู่ และคนที่สาม ควรเป็นมือเศรษฐกิจ

“สมัยหน้าเป็นรถเมล์เที่ยวสุดท้าย ที่จะมี ส.ว.มาช่วยสนับสนุน ดังนั้นต้องดันลุงป้อมเป็นนายกฯ ส่วนลุงตู่ไปเป็นรองนายกฯ หรือ รมว.กลาโหม หรือโยกเป็น รมว.มหาดไทยก็ได้”

ถ้าไม่ใช่ผู้แทนจอมเก๋าอย่างวีระกร คงไม่มี ส.ส.คนไหนกล้าแสดงความเห็นแบบนี้ เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว วีระกรก็เคยบอกว่า แบรนด์ พล.อ.ประยุทธ์ ขายไม่ได้ในภาคเหนือ ,ภาคอีสาน และภาคกลาง ยกเว้นภาคใต้

  • ‘คำประกอบ’คงกระพัน

“วีระกร” เป็น ส.ส.นครสวรรค์ มาตั้งปี 2526 บางปีสอบตก บางปีก็ขึ้นไปอยู่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เฉพาะ ส.ส.นครสวรรค์ วีระกรเป็นตัวแทนคนปากน้ำโพมาแล้ว 9 สมัย

ส.ส.วีระกร คำประกอบ เปิดประเด็นร้อนป่วน พปชร.ส.ส.วีระกร คำประกอบ เปิดประเด็นร้อนป่วน พปชร.

ตระกูลคำประกอบ ยืนยงอยู่คู่กับการเมืองนครสวรรค์มานาน เริ่มจาก สวัสดิ์ คำประกอบ เป็น ส.ส.นครสวรรค์ สมัยแรกปี 2489 รวมแล้วเป็น ส.ส. 12 สมัย และเคยเป็นรัฐมนตรีถึง 8 ครั้ง ใน 8 รัฐบาล

เมื่อสวัสดิ์วางมือ ก็ไม้ต่อให้ลูกชายวีระกร คำประกอบ และในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา วีระกรอยู่ใต้ชายคาทักษิณมาโดยตลอด กลางปี 2561 วีระกรกับน้องชาย ดิสทัต คำประกอบ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ ยังบอกกับคนในพื้นที่ว่า จะยังอยู่พรรคเพื่อไทย แต่ปลายปีเดียวกัน วีระกรก็มาโผล่ที่พลังประชารัฐ

นัยว่า เลือกตั้งปี 2562 วีระกร และภิญโญ นิโรจน์ สองผู้แทนเก่า ตอบรับคำเชิญของสมศักดิ์ เทพสุทิน ให้มาร่วมงานกับพรรค พปชร.

  • ‘ดาวสภายุคดิจิตอล’

ก่อนอื่นที่จะวิเคราะห์ว่า “วีระกร” โยนประเด็นชูลุงป้อม ลดเกรดลุงตู่ ต้องมาทำความเข้าใจสภาพการเมืองในนครสวรรค์

ปัจจุบัน พรรคพลังประชารัฐ มี ส.ส. 4 คนใน จ.นครสวรรค์ แยกเป็น 3 ก๊กคือ ภิญโญ นิโรจน์ และวีระกร คำประกอบ มีความใกล้ชิดกับกลุ่มสามมิตร

ส่วน ส.ส.สมัยแรก สัญญา นิลสุพรรณ สังกัดซุ้มหิมาลัย ผิวพรรณ ซึ่งอดีตนายทหารคนดัง “เสธ.หิ” กำลังปั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.หลายสมัยนั้น มีความใกล้ชิดกับกลุ่ม เสธ. (นายทหารคนสนิทของนายกฯประยุทธ์) ในทำเนียบรัฐบาล จึงได้ตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว นครสวรรค์ เขต 2 (อ.เมืองนครสวรรค์-บางตำบล ,อ.พยุหะคีรี และ อ.โกรกพระ) วีระกรเฉือนชนะทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย พรรคภูมิใจไทย และวรภัทร์ ตั้งภากรณ์ พรรคเพื่อไทย ลูกชาย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์

ตอนนี้ เสี่ยบรรยิน อยู่ในเรือนจำ พรรคเพื่อไทยปากน้ำโพ ยังขาดแม่ทัพใหญ่ ก็ไม่รู้ว่า วีระกรจะคิดอ่านอย่างไร เลือกตั้งครั้งหน้า พี่น้อง 3 ป.อาจแยกทางกันเดิน พปชร.ก็อาจถึงกาลอวสาน

เหนืออื่นใด วีระกรผ่านสมรภูมิการเมืองมานานกว่า 3 ทศวรรษ คงต้องรอคำตอบสุดท้ายจากสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร สำหรับอนาคตบนถนนเลือกตั้งปี 2566

ภาระกิจท้าทาย พล.อ.ประยุทธ์ หลังรอดบ่วง ศาลรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/531719

นายหัวไทร

01 ต.ค. 2565

ภาระกิจท้าทาย พล.อ.ประยุทธ์  หลังรอดบ่วง ศาลรัฐธรรมนูญ

พล.อ. ประยุทธ์ ยังไม่พ้นวิกฤติ หลังรอดจากศาลรัฐธรรมนูญ ยังมี สี่ภาระกิจ สำคัญ ในฐานะผู้นำรัฐบาลรอ การตัดสินใจอยู่

หลัง”ศาลรัฐธรรมนูญ” ตัดสินคดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ยังอยู่ในตำแหน่งไม่ครบ 8 ปี โดยเริ่มนับตั้งแค่วันที่ 6 เมษายน  2560  ซึ่งเป็น วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน  พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปต่อถึงปี 68 เ  ดินทางกลับเข้าทำเนียบ  ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไปได้

ภาระกิจนายกรัฐมนตรี  เริ่มต้นในวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม เข้าทำเนียบให้บรรดาเอกอัคราชทูต  ทูตที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ใหม่เข้าพบ วันอังคารก็จะทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ และวันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม จะเดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมจากฤทธิ์ของพายุโนรู  ที่จังหวัดอุบลราชธานี

แต่หลังจากนี้ยังมีภารกิจที่ต้องตัดสินใจทันทีอีก 4 เรื่องที่รออยู่


      -ภารกิจแรกคือการตัดสินใจว่าจะปรับคณะรัฐมนตรี แทนตำแหน่งที่ว่างอยู่หรือไม่ 4 ตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แทนนิพนธ์ บุญญามณี จากพรรคประชาธิปัตย์  ที่ลาออกไปสู้คดีในชั้นศาลกับ ป.ป.ช.ที่ถูก ป.ป.ช.กล่าวหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่เบิกจ่ายงบให้บริษัทเอกชนผู้ชนะการประมูลรถอเนกประสงค์ซ่อมบำรุงทางของ อบจ.สงขลา สมัยเป็นนายกฯอบจ.สงขลา  ด้วยเหตุผลว่า  พบมีการฮั้วประมูล

แทนตำแหน่งของกนกวรรณ วิลาวัลย์ พรรคภูมิใจไทย ที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษา หลังศาลประทับรับฟ้องคดีบุกรุกป่าเขาใหญ่ ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมร้ายแรงด้วย มีคดีตัวอย่างที่ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐโดนมาแล้ว ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย
      ปรับแทนตำแหน่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง จากปฏิบัติการล้มประยุทธ์กลางสภา แต่แผนรั่วเสียก่อน จึงถูกเตะออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี


      ปรับแทน ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จากพรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกปลดพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อม ร.อ.ธรรมนัส จากปฏิบัติการล้มประยุทธ์เช่นกัน


       ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส และ ดร.นฤมล เป็นเด็กในคาถาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และหลังจากถูกปลดก็ยังไม่มีการแต่งตั้งใครมาแทน แต่ในสถานการณ์ใกล้เลือกตั้ง เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้ง จึงน่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ในเร็ววัน เพราะคณะรัฐมนตรีชุดนี้ก็จะหมดวาระลงพร้อมวาระของสภาในวันที่ 23 มีนาคม 2566


      -ภารกิจที่สองคือการเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมเอเปกในเดือนพฤศจิกายนนี้ ที่สำคัญคือจะแก้หน้าอย่างไรกับการที่ผู้นำโลกอย่าง “โจ ไบเดน” ไม่มาร่วมประชุมด้วย แค่ขออยู่ร่วมงานแต่งงานของหลาน ที่สำคัญคือในฐานะเจ้าภาพต้องจัดงานให้เป็นที่ประทับใจ เกิดประโยชน์กับชาติประเทศ และประเทศไทยให้มากที่สุดด้วย


     -ภารกิจที่หนักอึ้ง คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้เห็นผลก่อนการเลือกตั้ง ชีวิตความเป็นอยู่ ปากท้องของประชาชนจะต้องได้รับการแก้ไขด่วน รวมถึงปัญหาน้ำมันแพง สินค้าแพง ปุ๋ยแพง แต่ราคาผลิตผลการเกษตรบางตัวตกต่ำ ปาล์มเคยราคาพุ่งไปถึง 11-12 บาท/กก. แต่ช่วงเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ ราคารูดลงมาอยู่แค่ 5 บาท/กก.ในขณะที่ปุ๋ยราคาปรับขึ้นไป 120% จากเดิมกระสอบละ 800 บาท ปรับไปอยู่ที่กระสอบละ 1800-2000 บาท ราคาปาล์มรูดลงมาแล้ว แต่ราคาปุ๋ยยังค้างเติ่งอยู่ที่เดิม ทำให้ต้นทุนการปลูกปาล์มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5.90 บาท/กก.แล้ว แต่รัฐบาลยังประกันรายได้อยู่ที่ 4 บาท/กก.ยังไม่มีการทบทวน แถมยังมีการอนุมัติน้ำเข้าน้ำมันปาล์มมาอีก ทำให้สต็อกปาล์มมีมากถึง 300,000 ตันแล้ว จนกระทรวงพลังงานต้องปรับสูตรสัดส่วนผสมในน้ำมันดีเซล จาก B 5 B7 เป็น B 10 เพื่อลดสต็อกน้ำมันปาล์มลง
ยังรวมถึงยางพาราที่ราคาก็ไม่ดี ปุ๋ยยังมาแพงอีก รัฐบาลต้องควักเงินภาษีมาชดเชยราคายางพารา


     -ภารกิจสุดท้ายคือ หลังประชุมเอเปก นายกฯประยุทธ์จะต้องตัดสินใจว่า จะยุบสภา หรือจะอยู่ต่อจนหมดสมัย ซึ่งถ้าตัดสินใจว่ายุบสภา ก็น่าจะเกิดขึ้นปลายธันวาคม หรือต้นมกราคม หรือจะลากต่อไปจนถึงใกล้หมดวาระถึงยุบสภา เพื่อจะได้ทำหน้าที่รัฐบาลรักษาการ เพราะถ้าอยู่จนหมดวาระก็จะไม่ได้เป็นรัฐบาลรัฐบาล


       ที่สำคัญที่สุด พล.อ.ประยุทธ์จะต้องตัดสินใจว่าจะไปต่อ หรือพอแค่นี้ ถ้าพอแค่นี้ก็จบข่าว เก็บกระเป๋ากลับบ้าน แต่ถ้าจะไปต่อก็ต้องมาร่วมกันพิจารณาว่าจะไปต่ออย่างไร ไปต่อกับพรรคพลังประชารัฐที่อยู่ในฐานะขาลง หรือไปกับพรรคใหม่ “รวมไทยสร้างชาติ” ที่แนวทางชัดเจนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า “เอกนัท พร้อมพันธุ์” เลขาธิการพรรคยืนยันชัดเจนว่า จะเสนอชื่อหัวหน้าพรรค พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีทางเลือกแค่พรรคพลังประชารัฐ ที่โอกาสจะได้เสียงมากจนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยตัวเองคงจะยากแล้ว ต้องจับมือกับพรรคการเมืองอื่นในการจัดตั้งรัฐบาล เช่น พรรคภูมิใจไทย พรรคสร้างอนาคตไทย รวมไทยสร้างชาติ หรือจะยังเลือกประชาธิปัตย์อยู่หรือไม่ หรือจะพลิกขั้วไปเลย ไปจับมือกับเพื่อไทย เพราะซีกนี้มีอำนาจต่อรองตรงที่มีสมาชิกวุฒิสภาอยู่ในมือ 250 เสียง อยู่ที่ว่าเพื่อไทยจะเอาด้วยหรือเปล่า แต่การเมืองอะไรก็ได้เกิดขึ้นได้ ถ้าการเจรจาผลประโยชน์ร่วมกันลงตัว


       นี่คือ 4 ภารกิจยากของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐนาวาลำนี้ ภารกิจที่ต้องตัดสินใจจะเดินหน้า หรือพอแค่นี้กับอายุที่ย่าง 68 ปีแล้ว

แผนป้อมป่วน “ประยุทธ์” ไปต่อ พปชร.แพแตก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531649

ขุนน้ำหมึก

30 ก.ย. 2565

แผนป้อมป่วน “ประยุทธ์” ไปต่อ พปชร.แพแตก

อยู่ก็ยุ่ง “ประยุทธ์” จะไปต่อแบบไหน พปชร.ป่วน วัดใจลุงป้อม ส.ส.บ้านใหญ่ ไม่อยากแบกป้ายลุงตู่หาเสียง แต่ฐานพลังอนุรักษ์นิยม ไม่เอาพี่ใหญ่บ้านป่ารอยต่อฯ

รอดอีกแล้ว “ประยุทธ์” จะไปต่อแบบไหน พลังประชารัฐป่วน วัดใจลุงป้อมเพราะส.ส.บ้านใหญ่ ไม่อยากแบกป้ายลุงตู่ไปหาเสียง

“ประยุทธ์” มีฐานพลังอนุรักษ์นิยม ต่างจาก พล.อ.ประวิตร ที่ไม่มีฐานเสียงชัดเจน อาศัยหัวคะแนน ส.ส.บ้านใหญ่เป็นหลัก 

คล้อยหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมนายกฯ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป เนื่องจากยังดำรงตำแหน่งนายกฯ ไม่ครบ 8 ปี นายกฯประยุทธ์ ได้มีความเคลื่อนไหวผ่านเพจประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ที่ได้ขอบคุณประชาชนทุกคนที่กำลังใจและความปรารถนามาโดยตลอด

ในมุมการเมือง ตามคำวินิจศาลรัฐธรรมนูญนั้น เริ่มนับ 8 ปีในวันที่ 6 เม.ย.2560 พล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปต่อ ก็ไปได้ไม่สุด จึงมีคำถามว่า พรรคการเมืองไหนจะชูลุงตู่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ลงทุนใส่ยีนส์ ปรับลุคใหม่จะยอมใส่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ เพราะ ส.ส.บ้านใหญ่ครึ่งค่อนพรรค ไม่อยากแบกป้ายชื่อลุงตู่ไปหาเสียง

นาทีนี้ ความนิยมของพรรค พปชร. ถดถอยลงเยอะในภาคเหนือ ,ภาคอีสาน ,ภาคกลาง และกรุงเทพฯ ส.ส.บ้านใหญ่หลายจังหวัด มีการเจรจาปิดดีลกับบางพรรคไปเรียบร้อยแล้ว 

 ลุงป้อม เครียดหนัก พรรค พปชร.จะเดินแบบไหนลุงป้อม เครียดหนัก พรรค พปชร.จะเดินแบบไหน

‘จุดแข็งลุงตู่’

ไม่ว่าฝ่ายต้านเผด็จการจะชิงชัง “ประยุทธ์” มากเพียงใด แต่มวลชนกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็มองว่า ลุงตู่คือฮีโร่ เป็นนายกฯใจซื่อ มือสะอาด รักสถาบันฯ

พรรค พปชร. ได้ ส.ส.เขตจำนวนมากใน กทม. , ภาคกลาง และภาคใต้ เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 เพราะสโลแกน “เลือกความสงบจบที่ลุงตู่” ช่วงโค้งสุดท้ายส่งให้คนหน้าใหม่ ได้เป็น ส.ส.ชั่วข้ามคืน

มองในการตลาดการเมือง ลุงตู่ มีแฟนคลับที่เหนียวแน่น และพวกเขามีจุดทางการเมืองอยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ตรงกันข้าม ลุงป้อม ไม่มีแฟนพันธุ์แท้ อาศัยฐานเสียง ส.ส.ในสังกัด

ดูจากนิด้าโพลล่าสุด คะแนนนิยมของลุงตู่ลดลงมาจากเดิมก็จริง แต่อยู่ในระนาบเดียวกับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คือ ร้อยละ 10 

ถ้าพลังประชารัฐ ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคจะได้คะแนนเสียงจากกลุ่มอนุรักษ์นิยม หรือกลุ่มคนที่เคยเทให้ พล.อ.ประยุทธ์ มากน้อยแค่ไหน 

หากวัดเรตติ้งเฉพาะลุงป้อมกับลุงตู่ น้องเล็กชนะพี่ใหญ่ขาด แม้ทีมวอร์รูมบ้านป่ารอยต่อฯ พยายามปรับภาพลักษณ์ใหม่ โดยภาพรวม เรตติ้งลุงป้อมก็ยังไม่ขยับ

‘พรรคแตกเป็นเสี่ยง’

ถ้าให้ ส.ส.พลังประชารัฐ โหวตเลือก “ประยุทธ์” หรือ “ประวิตร” ก็เชื่อว่า ส.ส.ส่วนใหญ่จะเลือกประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ เพราะ ส.ส.เข้าพบได้ง่าย ตรงข้ามกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ ส.ส.เข้าถึงตัวได้ยาก

เมื่อตรวจแถว ส.ส.กลุ่มต่างๆ ใน พปชร. ปรากฏว่า น่าจะมีอยู่ 2 กลุ่ม ที่ยังจะใช้บริการ พล.อ.ประยุทธ์ ในการหาเสียงเลือกตั้งสมัยหน้าคือ กลุ่มมังกรน้ำเค็ม ของสุชาติ ชมกลิ่น และกลุ่ม ส.ส.ภาคใต้


กลุ่มโคราช ของ วิรัช รัตนเศรษฐ ไม่เอาลุงตู่อยู่แล้ว เพราะวิรัชยังมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย

กลุ่มสามมิตร นำโดย สมศักดิ์ เทพสุทิน ไม่แสดงออกชัดเจน แต่ลึกๆ ก็ประเมินว่า ชื่อลุงตู่ ขายไม่ได้ในตลาดเลือกตั้ง 

กลุ่มเพชรบูรณ์บ้านเรา ของสันติ พร้อมพัฒน์ ก็รอดูว่า พล.อ.ประวิตร จะเดินเกมสร้างพรรคไปในทิศทางไหน และจะดึง ร.อ.ธรรมนัส กลับมาหรือไม่ ถ้าประเมินแล้ว อยู่ก็ไม่รุ่ง คงยกทีมทั้งจังหวัดไปซบพรรคใดพรรคหนึ่ง

กลุ่มบ้านใหญ่ระดับจังหวัด ที่เป็นดาวฤกษ์ ก็รอ พล.อ.ประวิตร ตัดสินใจ จะปั้นพรรค พปชร.ที่ไร้เงาลุงตู่หรือไม่ 
    

ดังนั้น การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปต่อ กลับสร้างปัญหาความแตกแยกภายในพรรค พปชร.มากขึ้น เพราะสถานการณ์วันนี้ พี่น้อง 3 ป. ไม่กลมเกลียวเหนียวแน่นเหมือนเก่า    
 


คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ   โดย … ขุนน้ำหมึก

ป.ที่ 4 มาแล้ว “จักรทิพย์” เฉิดฉาย ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ค่ายลุงป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531610

ขุนน้ำหมึก

30 ก.ย. 2565

ป.ที่ 4 มาแล้ว “จักรทิพย์” เฉิดฉาย ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ ค่ายลุงป้อม

ติดปีกโบยบิน “จักรทิพย์” หลังพ้นจาก ส.ว.ครบ 2 ปี รอเวลาเปิดตัว ป.ที่ 4 แห่งบ้านป่ารอยต่อฯ หลังสุด บิ๊กแป๊ะขยับปรับลุคลุงป้อม ให้เป็นซุปเปอร์ลุง ที่มีใจบันดาลแรง

ติดปีกโบยบิน “จักรทิพย์” ได้เวลาเดินงานการเมืองเต็มตัว หลังพ้นจาก ส.ว.ครบ 2 ปี รอเวลาเปิดตัว ป.ที่ 4 แห่งบ้านป่ารอยต่อฯ

“จักรทิพย์” ซุ่มทำงานมวลชนในอีสานมาปีเศษ ระยะหลัง บิ๊กแป๊ะขยับปรับลุคให้ลุงป้อม กลายเป็นซุปเปอร์ลุงที่มีใจบันดาลแรง

การตัดสินใจถอนตัวจากสนามเลือกผู้ว่าฯ กทม. ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ไม่ได้หมายถึงการถอดใจหันหลังให้การเมือง หากแต่บิ๊กแป๊ะมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์อยู่ที่พลังประชารัฐ

ด้านหนึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังเป็น ส.ส. หรือรัฐมนตรีไม่ได้ ต้องรอให้พ้นจากการดำรงตำแหน่ง ส.ว.มาปีเศษ ครบ 2 ปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) และมาตรา 98(14) ซึ่งตรงกับวันที่ 30 ก.ย.2565 

ดังนั้น นับจากวันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ จึงมีการคาดหมายว่า ชื่อบิ๊กแป๊ะ จะเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ

ชั่วโมงนี้ จึงมีขบวนการโปรโมต ป.แป๊ะ อดีตนายตำรวจใหญ่ มีภาพลักษณ์คนพูดน้อย ต่อยหนัก และจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ของพรรค พปชร. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

หลายคนยังจำกันได้ วันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปร่วมงานอีเวนท์พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน ร้านอาหารดงตาลคาเฟ่&นัวเวอร์ อ.เมืองหนองบัวลำภู ด้วยลุคใหม่ ใส่กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ มีผ้าขาวม้าคาดเอว 

ว่ากันว่า ป.แป๊ะเป็นหนึ่งในวอร์รูมบ้านป่ารอยต่อฯ ได้วางแผนสร้างภาพลักษณ์ลุงป้อมให้ดูปราดเปรียว และใกล้ชิดประชาชน จนได้ฉายาซุปเปอร์ลุง

‘กำเนิด ป.ที่ 4’

ชื่อ “จักรทิพย์” นั้น ถูกทักษิณ ชินวัตร พูดในแคร์คลับเฮาส์มาแล้ว โดยไม่ระบุชื่อตรง ๆ แต่ใช้คำว่า ป.ที่ 4 ว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พปชร. แทน พล.อ.ประยุทธ์

ตอนนั้น ทักษิณบอกว่า แคนดิเดตนายกฯ พปชร. จะเปลี่ยนจากทหารเป็นตำรวจ จึงมีการเดาว่า น่าจะเป็น ป.แป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา 

อย่างไรก็ตาม 2-3 เดือนมานี้ ข่าวคราวของ ป.แป๊ะ เงียบหายไป แม้แต่ในวันที่ พล.อ.ประวิตร ยกทัพใหญ่ไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย พปชร. บิ๊กแป๊ะก็ไม่ปรากฏตัวให้สื่อเห็นหน้า 

วงในพลังประชารัฐ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา กับ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 มาเคลื่อนไหวในพื้นที่ จ.หนองคาย และ จ.หนองบัวลำภู ตั้งแต่ปลายปี 2564

บิ๊กแป๊ะเป็นคนมากรุยทางสร้างฐานที่อีสานเหนือ ร่วมคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.หลายจังหวัด แต่ช่วงหลัง ป.แป๊ะกลับโลว์โปรไฟล์ เหมือนจะรอจังหวะเวลาเปิดตัวช่วงต้น ต.ค.นี้

‘ผู้กองคืนรัง’

มิเพียง “จักรทิพย์” จะเปิดตัวใน พปชร.อย่างเต็มภาคภูมิ ก็มีข่าวว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะกลับคืนรัง เพื่อมาช่วยเป็นแม่บ้านให้พรรคลุงป้อม

กระแสข่าวผู้กองธรรมนัส จะกลับพลังประชารัฐ ได้รับการโจษขานมาหลายสัปดาห์แล้ว ทำเอาเกิดแรงกระเพื่อมใน พปชร.พอประมาณ

ล่าสุด สำนักข่าวบางแห่งได้ออกแรงเชียร์ผู้กองให้กลับมาช่วยลุงป้อม เพราะ ร.อ.ธรรมนัส สามารถประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ ได้ทุกขั้ว รวมถึงพรรคเพื่อไทย 

นัยว่า เงื่อนไขการกลับบ้านหลังเดิมของ ร.อ.ธรรมนัส จะต้องรอดูผลคำวินิจฉัยปม 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าลุงตู่ได้ไปต่อ ก็ต้องตัดสินใจอีกแบบหนึ่ง หากไม่ได้ไปต่อ คงต้องวางแผนใหม่

  อีกเรื่อง พี่จะรอฟังผลศาลรัฐธรรมนูญก่อนนะอีกเรื่อง พี่จะรอฟังผลศาลรัฐธรรมนูญก่อนนะ

อย่าลืมว่า ในพลังประชารัฐเต็มไปด้วยซุ้ม ส.ส. และหัวหน้าซุ้มส่วนใหญ่ก็ไม่กินเส้นกับผู้กองธรรมนัส อย่างกลุ่มสุชาติ ชมกลิ่น , สันติ พร้อมพัฒน์ และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

สำหรับ ป.แป๊ะ ไม่มีปัญหากับซุ้มไหน แกนนำ พปชร.คนสำคัญต่างให้การยอมรับ ตรงกันข้ามกับ ร.อ.ธรรมนัส ที่มีโจทก์เยอะมาก

ทั้งหมดย่อมขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประวิตร ว่าจะวางยุทธศาสตร์การเลือกตั้งอย่างไร และยังจะใช้บริการของ พล.อ.ประยุทธ์ต่อไปอีกหรือไม่
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ   โดย … ขุนน้ำหมึก

โชคชะตา “ประยุทธ์” อำนาจ-วาสนา บนเส้นทางเหล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531536

ขุนน้ำหมึก

29 ก.ย. 2565

โชคชะตา “ประยุทธ์” อำนาจ-วาสนา บนเส้นทางเหล็ก

โชคชะตา “ประยุทธ์” อะไรก็เกิดขึ้นได้ ย้อนเส้นทางนายทหารบ้านนอก เติบโตในกองทัพยุคบ้านเมืองแบ่งขั้วแบ่งสี จึงเป็นโอกาส และจังหวะเปลี่ยนของชีวิต

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น “ประยุทธ์” ย่อมได้ชื่อว่า เป็นนายทหารอีกคนหนึ่งที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรัฐบาล และครองอำนาจยาวนาน เหมือน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

โชคชะตา “ประยุทธ์” นายทหารบ้านนอก เติบโตในกองทัพยุคบ้านเมืองแบ่งขั้วแบ่งสี จึงเป็นโอกาส และจังหวะเปลี่ยนของชีวิต

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เจ้าของถ้อยวลี “ขอโทษนะ..ผมต้องยึดอำนาจ” เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ผ่านสมรภูมิรบมาโชกโชน ผ่านสมรภูมิการเมืองมาตั้งแต่ปี 2549 จะได้ไปต่อบนถนนการเมืองหรือไม่..ศาลรัฐธรรมนูญจะให้คำตอบ

16 ปีที่แล้ว คนไทยทั้งประเทศ คงไม่มีใครคิดหรอกว่า รัฐบาลพรรคไทยรักไทยกุมเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จในสภา และทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ได้วางขุมกำลังเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) ไว้ใน 5 เสือ ทบ. และทุกหน่วยรบที่สำคัญ จะเจอการทำรัฐประหาร เมื่อ 19 ก.ย.2549

จากวันนั้น พี่น้อง 3 ป. นำโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ , พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็สะสมอำนาจ รอคอยโอกาสยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค.2557
 

‘เส้นทางอำนาจ’

จุดเปลี่ยนของ “ประยุทธ์” เกิดขึ้นในช่วงที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าไลน์ 5 เสือ เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก และเป็นผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 34 ได้ดึงตัว พล.อ.อนุพงษ์ จากตำแหน่ง ผบ.พล.ร.2 รอ. มาเป็น ผบ.พล.ร.1 รอ. ก่อนขยับขึ้นรองแม่ทัพภาคที่ 1 และแม่ทัพภาคที่ 1 ตามลำดับ

การดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ของ พล.อ.อนุพงษ์ ในปีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้บัญชาการทหารบก แทบจะไม่มีใครคาดคิดว่า การรัฐประหารจะเกิดขึ้นในประเทศไทย
          

พล.อ.อนุพงษ์ ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของทักษิณ ชินวัตร ซึ่งในเวลานั้นเป็นยุคทองของ ตท.10 จึงทำให้ทักษิณ มั่นใจในการรักษาพระนครของเพื่อนพ้องน้องพี่ที่จัดวางตัวในการคุมกำลังหลักไว้หมดแล้ว

กรณี พล.อ.อนุพงษ์ ตัดสินใจครั้งสำคัญในการเข้าร่วมการทำรัฐประหาร ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มันเท่ากับเป็นการหักหลังเพื่อน

ที่น่าสนใจ ก่อนพ้นจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.ประวิตร ได้ช่วยขยับให้น้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ ก้าวออกจาก พล.ร.2 รอ. มาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1

 พล.อ.ประวิตร ผู้ลิขิตขีดเส้นทางอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์พล.อ.ประวิตร ผู้ลิขิตขีดเส้นทางอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์

ดังนั้น ในการโยกย้ายทหารฤดูกาล 2550 พล.อ.ประวิตร จึงออกแรงลุ้นน้องรัก-พล.อ.อนุพงษ์ ให้เป็น ผบ.ทบ.อย่างสุดกำลัง

ในฐานะเป็นประธานเตรียมทหารรุ่นที่ 6 พล.อ.ประวิตร ตัดสินใจเลือกเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. จึงทำให้บิ๊กบังเกรงใจ และดันบิ๊กป๊อก เป็น ผบ.ทบ.

เมื่อ พล.อ.อนุพงษ์ ครองอำนาจในกองทัพบก ได้ผลักดัน พล.อ.ประยุทธ์ เติบโตขึ้นมาตามลำดับ จากแม่ทัพภาคที่ 1 จนถึง ผบ.ทบ.
 

‘คัมภีร์ปฏิวัติ’

ระหว่าง “ประยุทธ์” เรียน วปอ.ช่วงปี 2550-2551 ขณะที่เป็นเสนาธิการทหารบก ได้ทำงานวิจัยในหัวข้อกองทัพไทยกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ (NON-TRADITIONAL THREATS)

ข้อเสนอในงานวิจัยดังกล่าว ได้ให้ความสำคัญแก่บทบาทของ กอ.รมน. ในการจัดการกับภัยคุกคามใหม่

กอ.รมน. คือองค์กรในความคาดหวังของสังคมที่จะเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ปัญหาความมั่นคงภายในก่อนเกิดเหตุการณ์ ในสถานการณ์ที่แสนยุ่งเหยิงทางการเมือง ทั้งในเรื่องความไม่เชื่อมั่นในระบบและสถาบันทางการเมือง ความแตกแยกทางความคิดของคนในชาติ ซึ่งเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ว่ากันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลา 6 ปี ในการศึกษาและลงมือปฏิบัติมาตั้งแต่ครั้งเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ,เสนาธิการทหารบก, รอง ผบ.ทบ. และ ผบ.ทบ. จนกระทั่งถึงวันที่เขาตัดสินใจยึดอำนาจ

นับจากนั้น กอ.รมน. ก็เป็นเครื่องมือสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในการปกครองประเทศ และต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลประยุทธ์ หลังเลือกตั้งปี 2562
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ   โดย … ขุนน้ำหมึก

เกมลับลวง “สุเทพ” แยกทางถาวร-พีระพันธุ์ เป้าหมายเดียวกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531510

29 ก.ย. 2565

เกมลับลวง “สุเทพ” แยกทางถาวร-พีระพันธุ์ เป้าหมายเดียวกัน

แยกกันเราอยู่ “สุเทพ” เบื้องหลังรวมพลัง ถาวรประธานไทยภักดี พีระพันธุ์-เอกนัฏ ปั้นไทยสร้างชาติ คนละพรรคแต่อุดมการณ์เดียวกัน พันธมิตรไม่เอาระบอบทักษิณ

แยกกันเราอยู่ “สุเทพ” ผู้อยู่เบื้องหลังพรรครวมพลัง จะเดินต่ออย่างไร ถาวรนั่งแท่นประธานพรรคไทยภักดี พีระพันธุ์-เอกนัฏ ยันปั้นพรรครวมไทยสร้างชาติ

นักเลือกตั้งสาย “สุเทพ” แยกย้ายไปคนละทาง สายปลายด้ามขวาน กลับ บ้านเก่า ปชป. สายชุมพรเตรียมตัวไปบ้านใหม่ รทสช. รวมพลังจะเหลือใคร

ระหว่างลุ้นปม 8 ปี ลุงตู่ ก็มีข่าว สุเทพ เทือกสุบรรณ จะนำพรรครวมพลัง ไปควบรวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ลอยมาตามลม

นับแต่พ้นพงหนามคดีโรงพักร้าง ชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกกล่าวขวัญถึงในตลาดใต้ดิน และเกจิการเมืองต่างจับจ้องการขยับตัวของลุงกำนัน อดีตแกนนำ กปปส.คนนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข่าวการควบรวมพรรครวมพลัง กับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีการปฏิเสธข่าวจากคนในพรรคทั้งสองอย่างทันท่วงที

เริ่มจาก เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. โพสต์เฟซบุ๊กเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ (ขิง) ข้อความว่า “ข่าวลือเรื่องที่พรรครวมพลัง จะมารวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมขอชี้แจงว่า  ไม่เป็นความจริงนะครับ”

ตามมาด้วย เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรครวมพลังกล่าวชี้แจงว่า ยังไม่มีความคิดที่จะควบรวมกับพรรคใดทั้งสิ้นตามกระแสข่าว 

ด้านหนึ่ง วันที่ 29 ก.ย.2565 พรรคไทยภักดี เปิดตัว ถาวร เสนเนียม อดีต รมช.คมนาคม นั่งประธานพรรคไทยภักดี ดับข่าวเรื่องพรรคไทยภักดี จะควบรวมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ  
 

ถาวร เสนเนียม เลือกเดินแนวทางไทยภักดี ถาวร เสนเนียม เลือกเดินแนวทางไทยภักดี

‘พรรคเหล่าธรรมทัศน์’

“สุเทพ” ยืนยันในบทบาทผู้อยู่เบื้องหลังพรรครวมพลัง เหมือนตอนที่ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ปี 2561 แม้จะส่งเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ไปนั่งเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

จริง ๆ แล้ว เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือคณะผู้ก่อการพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่ได้หลีกทางให้ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เป็นหัวหน้าพรรค รปช. ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

“พรรคนี้ ยืนยันไม่ใช่พรรคของคุณสุเทพ ไม่ใช่พรรคของ กปปส.” เอนก กล่าวไว้ตั้งแต่วันเปิดตัวพรรค รปช. ที่มหาวิทยาลัยรังสิต

มาถึงวันนี้ พรรครวมพลัง มี ส.ส.รุ่นใหม่อยู่ 2 คนคือ เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ลูกชายเอนก และจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ ลูกสาว ร.ท.เจริญ (พี่ชายอเนก)

สำหรับ ส.ส.ชุมพร อย่างลูกช้าง สุพล จุลใส มีแนวโน้มจะย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ตามน้องชาย ลูกหมี ชุมพล จุลใส แถม 2 อดีต ส.ส.นราธิวาส ก็อำลาพรรครวมพลังกลับพรรค ปชป.

ยังมีแค่เครือญาติสุเทพ อย่างเช่น เทือกสุบรรณ และธานี เทือกสุบรรณ ที่พร้อมจะลงสนาม ส.ส.สุราษฏร์ นอกนั้น มองไม่เห็นว่าพรรครวมพลัง จะได้ ส.ส.จากพื้นที่ไหน

‘พรรคอนุรักษ์นิยม’

หลายคนคงคาดไม่ถึงว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จะโบกมือลา “สุเทพ” ออกมาตั้งพรรคไทยภักดี เพราะหมอวรงค์ ก็มีอุดมการณ์เดียวกับลุงกำนัน และมวลชน กปปส.

สาเหตุที่หมอวรงค์มั่นใจในแนวทางไทยภักดี เพราะมี ถาวร เสนเนียม เป็นกองหนุนแม้จะมีข่าวลือว่า ถาวรจะไปร่วมงานกับศิษย์เก่า ปชป.ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ แต่สุดท้าย นักการเมืองอาวุโสจากสงขลา ก็เปิดตัวอยู่กับพรรคไทยภักดี 

จากพรรค ปชป. สู่ขบวนการ กปปส. มาวันนี้ แกนนำคนสำคัญต่างก็แยกย้ายกันไปสังกัดพรรคการเมือง ตามความคิดความเชื่อของแต่ละคน

สุเทพ เทือกสุบรรณ และเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ยังปักหลักที่พรรครวมพลัง ถาวร เสนเนียม ขอปั้นพรรคไทยภักดี เป็นเรือธงของฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ส่วนวิทยา แก้วภราดัย, เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และชุมพล จุลใส เดินหน้าพาพรรครวมไทยสร้างชาติ ยึดเก้าอี้ ส.ส.ภาคใต้ ให้ได้เป็นกอบเป็นกำ

แม้จะสร้างดาวกันคนละดวง แต่แกนนำทั้งสามพรรค ก็ยืนอยู่คนละขั้วกับเครือข่ายทักษิณ และพรรคสีส้ม พร้อมจะเป็นพันธมิตรขวางทุนสามานย์
    


คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ โดย …ขุนน้ำหมึก

“อ.เสรี” คาด “พายุโนรู” ทำ อุบลราชธานี น้ำท่วมหนักกว่า ปี 2562

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/531429

28 ก.ย. 2565

"อ.เสรี" คาด "พายุโนรู" ทำ อุบลราชธานี น้ำท่วมหนักกว่า ปี 2562

“รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” คาด พายุโนรู ทำอุบลราชธานี เกิดน้ำท่วมหนักกว่า ปี 2562 คาดปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่า 200 มิลลิเมตร เตือนชาวบ้านในพื้นที่ให้มีสติรับมือพายุ พร้อมยืนยัน “โนรู” คือพายุที่รุนแรงที่สุดของประเทศไทย ในรอย 60-80 ปี

“พายุโนรู” เคลื่อนตัวเข้ามายังประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อช่วง 19 .00 น. ที่ผ่านมา ฝั่ง อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี  ทำให้หลายฝ่ายต่างเตรียมรับมือ และออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะในภาคอีสาน ที่จังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งจะเป็นปราการด่านแรกที่พายุลูกนี้เข้าโจมตีเพื่อเปิดทางเข้ามาประเทศไทย
ล่าสุด สำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ดาวเทียมฮิมาวาริ 8 ของญี่ปุ่น จับภาพของ “พายุโนรู” ขณะขึ้นฝั่งที่เมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม โดยรายงานสถานการณ์ว่า เส้นทางต่อไปกำลังมุ่งหน้าสู่ประเทศลาว คาดว่ากำลังลมจะอ่อนลงอย่างแน่นอน และจะเข้าไทยช่วงดึกวันที่ 28-29 ก.ย.นี้ (อาจจะเป็นดีเปรสชั่น เมื่อเข้าไทย)

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาของไทย ก็คาดการณ์ว่า “พายุโนรู” เคลื่อนตัวเข้าไทยคืนนี้ (28 กันยายน 2565) ทาง จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี ทำให้ภาคอีสานตอนล่าง มีฝนตกชุกหนาแน่นเป็นบริเวณกว้าง แต่เมื่อ “พายุโนรู” เข้าสู่ประเทศไทยจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน 

 แต่ถึง “พายุโนรู” จะอ่อนกำลังลง สถานการณ์น้ำท่วมในภาคอีสานก็ยังคงน่าเป็นห่วง แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเมืองดอกบัว แห่งอีสาน ที่หน่วยงานและประชาชนจับจ้องเป็นพิเศษ เพราะขณะนี้ ที่ยังไม่มี  “พายุโนรู” ชาวบ้านริม “ลำน้ำมูล” เส้นเลือดใหญ่ภาคอีสาน ทั้งฝั่งอำเภอเมืองอุบลราชธานี และ ฝั่ง อำเภอวารินชำราบ น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนแล้วอย่างน้อย 40 หมู่บ้าน บางแห่งสูงเกือบ 2 เมตร และสถานการณ์ตอนนี้ ก็พบว่า  ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฝนที่ตกลงมาเกือบตลอดทั้งวัน ทำให้ภาพน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2562 หวนกลับมาหลอกหลอนชาวอุบลราชธานี ให้ทุกข์ระทมกันอีกครั้ง เพราะกลัวว่าปีนี้ “โนรู” จะทำกับพวกเขาเหมือนเมือ 3 ปีที่ผ่านมา  

รวมถึง จ.ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม สุรินทร์ และภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะพื้นที่ลำน้ำชี ลำน้ำมูล พื้นที่ริมฝั่งเจ้าพระยา และทุ่งรับน้ำต่างๆ รวมถึงชายฝั่งทะเล ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด 

  “อ.เสรี” คาด “อุบลราชธานี” หนักกว่าปี 2562 และรุนแรงที่สุดในรอบ 60-80 ปี ของไทย 

วันนี้ (28 กันยายน 2565 ) ทีมข่าว“คมชัดลึกออนไลน์” จึงได้ต่อสายตรงสอบถามข้อมูล กับ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต  ถึงความรุนแรงของ “พายุโนรู”  คำตอบที่ได้ คือ รศ.ดร.เสรี เห็นต่างกับการคาดการณ์ถึงระดับน้ำของกรมชลประทาน 

โดย รศ.ดร.เสรี เปิดเผยว่า “พายุโนรู” ความเร็วจะมากกว่า 190 กม./ชม. ก่อนเข้าเวียดนาม 160 กม./ชม. แต่พอขึ้นบกเวียดนามกำลังจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเวียดนามไม่เคยเจอ และเราก็ไม่เคยเจอ เราจะรับมือกันอย่างไร เมื่อก่อนเราเจอมากกว่า 118 กม./ชม. แต่ไม่เคยเจอ 160 และ 190 เป็นเวรี่สตรอง

คาดว่า หาก “พายุโนรู” มาถึงไทย ก็ยังคงเป็นพายุโซนร้อน แต่จะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชั่นในวันที่ 29 กันยายนนี้

เพราะฉนั้น สถานการณ์ที่ อุบลราชธานี จึงน่าเป็นห่วงที่สุด เพราะเป็นจังหวัดแรกที่จะถูกพายุพัดถล่มในคืนนี้ (28 กันยายน 2565 ) และคาดว่าปริมาณฝนจะตกหนักถึงหนักมาก อาจถึง 200 มิลลิเมตร  

เพราะ ณ ปัจจุบัน ปริมาณน้ำฝนก็อยู่ที่ 160 มิลลิเมตรแล้ว และพายุลูกนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพราะในเวียดนามหนักที่สุดในรอบ 20 ปี ส่วนของไทยก็น่าจะ 60 ปี – 80 ปี เพราะฉนั้นความรุนแรงไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะความรุนแรงขนาดประเทศไทยยังไม่เคยเจอ 

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมนั้น รศ.ดร.เสรี ก็คาดการณ์สวนทางกับ ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน ที่เคยให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้กับ “คมชัดลึกออนไลน์”  ว่า ระดับน้ำในลำน้ำมูลปีนี้ ยังไงก็ไม่เท่าปี 2562 อย่างมากที่สุดก็สูงจากปัจจุบันเพียง 1 เมตร และปัจจุบันระดับน้ำวัดได้ ที่ สถานี M 7 ปัจจุบันอยู่ที่ 114 ม.(รทก.) ส่วนปี 2565 อยู่ที่ 116 ม.(รทก.)ยังห่างจากปี 2562 อยู่ 2 เมตร 

“พายุที่เข้ามาทางภาคอีสวาน ส่วนใหญ่จะเป็นพายุที่เข้าเวียดมา เป็นโซนร้อน หรือ ใต้ฝุ่น พูดง่ายๆระดับความแรงมันเท่านี้ แต่ที่ผ่านมาพายุโนรู เป็นใต้ฝุ่นที่รุนแรงมาก ที่เราไม่เคยเจอ แต่เวียดนามเขาบอกว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี แต่ของเราแน่นอนว่า น่าจะเป็นในรอบ 60 ปี หรือ 80 ปี เราจึงไม่รู้ว่ามันจะรุนแรงขนาดไหน เพราะเราไม่เคยเจอ เพราะฉนั้นประชาชนควรต้องมีสติ ในการตั้งรับ ในการเตรียมตัวรับมือ 

ส่วนระดับน้ำที่อุบลราชธานี คาดว่าจะมากกว่าปี 2562 เพราะปีนั้น น้ำมาจากลำน้ำยังเป็นหลัก แต่ปีนี้มันมาจากทั้ง ลำน้ำยัง ลำน้ำชี และลำน้ำมูล เพราะฉนั้นคาดว่า น้ำ ต้องมากว่าปี 2562 อยู่แล้ว สถานการณ์น่าจะรุนแรงกว่า คือมองในแง่ที่ฝนมันตกทั้ง 3 ลุ่มน้ำหลักในภาคอีสาน แล้วท้ายที่สุดน้ำทั้งหมดมันก็จะไหลลงมารวมกันกับ ลำน้ำมูล ในจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขงต่อไป ปีนี้ยังไงจังหวัดอุบลราชธานี ก็หนักอย่างแน่นอน 

ผมคิดว่าในความเชิงความรุนแรง หรือเชิงประสบการณ์ คือเราไม่เคยเจอ เพราะฉนั้น ประเด็นแรก เราไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับพายุลูกอื่นได้ในอดีตในเรื่องปริมาณฝน  เพราะขณะนี้ที่อุบลราชธานี ฝนตกปริมาณ 160 มิลลิเมตรแล้ว เหลืออีกตั้ง 6-8 ชั่วโมง ที่จะต้องตกหนักที่อุบลราชธานี เพราะฉนั้นปริมาณฝนน่าจะอยู่ที่ 200 มิลลิเมตรแน่นอน 

นอกจากนี้ยังเป็นห่วงในพื้นที่น้ำท่วมเดิม ทั้งขอนแก่น ยโสธร และ จังหวัดเพชรบูรณ์  

ส่วนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่กับพายุลูกนี้ เพราะมันไกล และหางพายุมาไม่ถึง  แต่จะไปกังวลในวันที่ 1-3 ตุลาคมนี้มากกว่า เพราะจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำเข้ามา คือ ที่อันดามัน 1 ลูก ที่อ่าวไทย 1 ลูก มันจะทำให้เกิดร่องฝนพาดผ่านกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะวันที่ 2-3 ตุลาคม สถานการณ์ที่กรุงเทพมหานครจะน่าเป็นห่วง “รศ.ดร.เสรี กล่าว 


“พายุโนรู” หากมองตามคำวิเคราะห์การคาดการณ์ ของ รศ.ดร.เสรี ที่ถือว่ามีความเชี่ยวชาญเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศแล้ว ดูเหมือนว่าความรุนแรงจะสวนทางกับหน่วยงานต่างๆที่เคยแจ้งเตือนประชาชนก่อนหน้านี้

ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงของตัวพายุที่หนักสุดในรอบ 60-80 ปี สถานการณ์น้ำท่วมที่จะมาพร้อมกับพายุลูกดังกล่าว รวมไปถึงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็อาจจะเลวร้ายกว่าสิ่งที่หน่วยงานภาครัฐคาดการณ์หลายเท่า 

เพราะฉนั้นในเมื่อข้อมูลที่มีจากทั้งนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญของภาคเอกชน และข้อมูลจากนักวิชาการของหน่วยงานภาครัฐ สวนทางกันโดยสิ้นเชิงแบบนี้ ผลกระทบก็คงตกอยู่กับประชาชน ที่ไม่รู้ว่าถึงเวลานี้ จะเชื่อมั่นในหน่วยงานไหนได้บ้าง มีเพียงสิ่งเดียวที่จะเชื่อมั่นและทำได้ในตอนนี้ คือ ติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด เชื่อมั่นในตัวเอง กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เตรียมตัวรับมือให้พร้อม บนความมีสติ ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำ โดยเฉพาะเรื่องแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญที่สุดควรอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย เพื่อรักษาชีวิตของตัวเองให้ดีที่สุด 

บ้านใหญ่เจนใหม่ “ท็อป วราวุธ” ปั้นแลนด์สไลด์ 2 จว. ตุน 10 ที่นั่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531420

ขุนน้ำหมึก

28 ก.ย. 2565

บ้านใหญ่เจนใหม่ “ท็อป วราวุธ” ปั้นแลนด์สไลด์ 2 จว. ตุน 10 ที่นั่ง

บ้านใหญ่เจนใหม่ “ท็อป วราวุธ” ขยับถือธงนำชาติไทยพัฒนา ปั้นแลนด์สไลด์สุพรรณ-นครปฐม ตุน ส.ส.เขต 10 ที่นั่ง เชื่อมั่นพลังบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ รุ่น 3

บ้านใหญ่เจนใหม่ “ท็อป วราวุธ” ขยับถือธงนำชาติไทยพัฒนา สู่สมรภูมิเลือกตั้ง ปั้นแลนด์สไลด์สุพรรณ-นครปฐม ตุน ส.ส.เขต 10 ที่นั่ง

“ท็อป วราวุธ” พร้อมที่จะเป็นผู้นำทัพ มีผู้อาวุโสเป็นกองหนุน สู้ศึกอย่างผู้มีประสบการณ์ เจาะรายเขต เน้นส่งคนที่มั่นใจ ไม่หว่านแห

พรรคชาติไทยพัฒนาจะมีการปรับโครงสร้างพรรคอีกครั้ง และได้เวลา วราวุธ ศิลปอาชา ก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรค ในวันประชุมใหญ่ 3 ต.ค.2565

พลันที่ กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ลาออกจากตำแหน่ง ส่งผลให้กรรมการบริหารพรรค ชทพ. ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

เกจิการเมืองมองว่า หมากเกมนี้ของหนูนา น่าจะเป็นการเปิดทางให้กับ ท็อป วราวุธ ถือธงนำสู่สมรภูมิเลือกตั้งเต็มตัว

จะว่าไปแล้ว ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา ในบทบาทรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดดเด่นและมีเนื้องานที่จับต้องได้ ส่วนในฐานะประธานคณะ กรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค ชทพ. ก็สามารถประสานกับผู้อาวุโสในพรรคได้เป็นอย่างดี

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ ส.ส.เขต 6 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน ตอนหลังได้ ส.ส.เขต เพิ่ม 1 คน จากเลือกตั้งซ่อม และ ส.ส.บัญชีรายชื่อจากพรรคอนาคตใหม่ 1 คน รวมเป็น 12 คน

สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า แกนนำพรรค ชทพ. ตั้งเป้าเก้าอี้ ส.ส.ไว้ที่ 25 ที่นั่ง เฉพาะ 2 จังหวัดสุพรรณบุรี-นครปฐม ต้องยกจังหวัด หรือมินิแลนด์สไลด์ ได้ 10 ที่นั่งเป็นทุนรองรัง

  ได้เวลาท็อป วราวุธ เป็นผู้นำทัพ ชทพ.ได้เวลาท็อป วราวุธ เป็นผู้นำทัพ ชทพ.

‘บ้านใหญ่สุพรรณ’

“ท็อป วราวุธ” ประกาศว่าเลือกตั้งสมัยหน้า สุพรรณบุรี มี ส.ส. 5 คน ชาติไทยพัฒนา ก็จะเอาชนะยกจังหวัดให้ได้

วันนี้ ส.ส.สุพรรณบุรี 4 คน ประกอบด้วยเขต 1 สรชัด สุจิตต์, เขต 2 ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ, เขต 3 ประภัตร โพธสุธน และเขต 4 เสมอกัน เที่ยงธรรม

เมื่อ ส.ส.เมืองสุพรรณ เพิ่มขึ้นมาอีก 1 เขต ท็อป วราวุธ และเฮียเม้ง ประภัตร โพธสุธน ได้วางตัว นพดล มาตรศรี ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 (อ.อู่ทอง, อ.สองพี่น้อง)

นพดล ทายาทกำนันเคี้ยงแห่ง อ.อู่ทอง ซึ่งในอาณาจักรธุรกิจของตระกูลมาตรศรี มีทั้งโรงโม่หินศิลามาตรศรี, โรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวล, สถานีบริการน้ำมัน-เอ็นจีวี และธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง 

ปัจจุบัน นพดล เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่สมัยหน้า จะลงสมัคร ส.ส.เขต 3 เพื่อสร้างบรรหารบุรีแลนด์สไลด์

‘บ้านใหญ่นครปฐม’

ชัดเจนว่าตระกูลสะสมทรัพย์ จะยังอยู่กับ “ท็อป วราวุธ” เพราะบ้านใหญ่นครปฐม ส่งคนรุ่นใหม่มาสวมเสื้อ ชทพ.เป็นที่เรียบร้อย

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว บ้านใหญ่สะสมทรัพย์พลาดท่าปราชัยเกือบหมดทุกเขต โชคดีที่ พาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ ยังได้เป็น ส.ส.นครปฐม เขต 2

เมื่อบริบทการเมืองเปลี่ยน ตระกูลสะสมทรัพย์ ก็ปรับตัว ทุกวันนี้ จิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม ลูกชายคนโตของไชยา สะสมทรัพย์ เป็นแม่ทัพใหญ่  

จิรวัฒน์ เป็นสะสมทรัพย์ รุ่น 3 ที่ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ ก่อนจะผันตัวมาลงสนามการเมืองท้องถิ่น และต้องการหลอมรวมกลุ่มการเมืองต่างๆในนครปฐมให้เป็นหนึ่งเดียว

อนุชา สะสมทรัพย์ น้องชายคนเล็กของไชยา กล่าวว่า “การได้มาของชื่อบ้านใหญ่นครปฐม ไม่ได้มาเพราะความเกเรหรือเป็นนักเลง แต่ประชาชนให้เกียรติเราที่ได้ดูแลเขา”

สมัยหน้า นครปฐม มี ส.ส. 5 คนเท่าเดิม บ้านใหญ่นครปฐม ได้วางตัว สจ.หนุ่มนักเรียนนอก ศุภโชค ศรีสุขจร ลูกชายของธงชัย ศรีสุขจร อดีต ส.ว.นครปฐม เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม เขต 1 

เดิมทีบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.เบอร์แข็งลงสนามเขต 1 เพราะรักษาไมตรีกับตระกูลแก้วพิจิตร แต่สมัยหน้าจำเป็นต้องชนะยกจังหวัด ก็ต้องวางตัว สจ.ศุภโชค ลงชน พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม พรรค ปชป.

หากบ้านใหญ่นครปฐม-สุพรรณบุรี สร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์หรือยกจังหวัด ก็จะได้ ส.ส. 10 ที่นั่ง เป็นทุนรองรัง
    
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ โดย …ขุนน้ำหมึก 

อ่านเกมข้ามช็อต “ทักษิณ” แสร้งตีสองหน้า เชียร์ป้อมไล่ตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531401

ขุนน้ำหมึก

28 ก.ย. 2565

อ่านเกมข้ามช็อต “ทักษิณ” แสร้งตีสองหน้า เชียร์ป้อมไล่ตู่

นับถอยหลังปม 8 ปี “ทักษิณ” แสร้งไล่ตู่เชียร์ป้อม ลึกๆอยากให้อยู่ต่อ เงื่อนไขจุดไฟไล่ล้างระบอบ 3 ป.บนท้องถนน เสริมกระแสแลนด์สไลด์ กวาด ส.ส. 250 ที่นั่ง

นับถอยหลังปม 8 ปี “ทักษิณ” ส่งเสียงเชียร์ พล.อ.ประวิตร ใจบันดาลแรง นั่งนายกฯตัวจริง ไล่ส่งตู่ ไปแล้วไปลับอย่ากลับมา

“ทักษิณ” อ่านเกมข้ามช็อต แสร้งไล่ประยุทธ์แต่ก็อยากให้อยู่ต่อ เพราะจะเป็นเงื่อนไขปลุกกระแสแลนด์สไลด์ กวาด ส.ส.มากกว่า 250 ที่นั่ง

ค่ำวันอังคารที่ 27 ก.ย.2565 ทักษิณ ชินวัตร มาตามนัดกับแคร์คลับเฮาส์ แต่คืนนี้พูดเรื่องการเมืองน้อยกว่าทุกครั้ง แต่ก่อนปิดรายการ ทักษิณพูดเชิงทีเล่นทีจริงว่า “ป้อมกำลังสนุก เขาเรียกว่าใช้ใจบันดาลแรงเลย ถ้าได้เป็นตัวจริง จะวิ่งเลยนะ”

ฟังทักษิณแล้วก็ตีความได้สองแบบ เอาจริงก็ได้ ประชดประชันได้เช่นกัน แต่ลึก ๆ ว่า คนแดนไกลคงอยากให้ลุงตู่ไปต่อ เพราะต้องการคอนเทนท์ไปหาเสียง ตรงกันข้าม หากลุงป้อมได้เป็นนายกรัฐมนตรี สองฝ่ายก็จะมีช่องทางที่สื่อสารกันได้

ใกล้ถึงวันที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครบ 8 ปี กองเชียร์การเมืองต่างวิพากษ์วิจารณ์กันในมุมที่ฝ่ายตัวเองได้ประโยชน์

นาทีนี้ ฝ่ายต่อต้านก็ประกาศเตรียมพร้อมลงถนน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ไปต่อ และพรรคฝ่ายค้านก็คงเตรียมประเด็นนี้ไปขยายผลในหมู่ประชาชน

‘แสร้งเชียร์ป้อม’

“ทักษิณ” แสดงความเห็นผ่านแคร์คลับเฮาส์มาหลายครั้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรวางมือได้แล้ว ไม่ควรดื้อดึงอยู่ในอำนาจต่อไป เพราะประชาชนหมดศรัทธาแล้ว

ล่าสุด ในแคร์คลับเฮาส์ ทักษิณบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ควรรู้ตัวเอง ถ้าจะเลี่ยงบาลี เพราะมีศรีธนญชัยอยู่ด้วย ก็เลี่ยงมาจนชนกำแพงแล้ว ในแง่ของคนทั่วไป ก็มองว่ามันครบ 8 ปีแล้ว และจะไม่ก้าวล่วงศาล 

“วันนี้ ป้อมกับตู่ สั่งเกาเหลามานั่งคนละมุมห้อง ส่วนผมสั่งก๋วยเตี๋ยวใส่เส้นมานั่งตรงกลางห้องเลย” ทักษิณกล่าว 

ผู้ดำเนินรายการแคร์คลับเฮาส์ ทิ้งท้ายว่า อีก 2 วันจะยังมีนายกฯ ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ ทักษิณสวนทันทีว่า “วันนี้ต้องถามว่า แล้ววันนี้ ป้อมจะยอมหรือไม่”

ทักษิณพยายามเสี้ยม 3 ป.ว่า พล.อ.ประวิตร หวังจะเป็นนายกฯตัวจริง คงจะพูดว่า “ตู่ไปแล้วไปลับ อย่ากลับมา” และเชื่อว่า บิ๊กป้อมกำลังสนุก “เขาเรียกว่าใช้ใจบันดาลแรงเลย ถ้าได้เป็นตัวจริงจะวิ่งเลยนะ”

 ทักษิณมั่นใจว่า หลังศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ได้กลับบ้านแน่นอนทักษิณมั่นใจว่า หลังศึกเลือกตั้งสมัยหน้า ได้กลับบ้านแน่นอน

‘เข้าทางเพื่อไทย’

“ทักษิณ” พยายามตอกย้ำเรื่อง ป.ประวิตร-ป.ประยุทธ์ แตกแยกกัน และมองว่า ฝั่ง พล.อ.ประวิตร ได้เตรียมการเสนอชื่อ ป.ที่ 4 เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคพลังประชารัฐ สมัยหน้า “..อาจจะเปลี่ยนจากทหาร เป็นตำรวจ”

ด้านหนึ่ง ทักษิณเชื่อว่า การต่อสู้กับ พล.อ.ประวิตร ในสนามเลือกตั้งนั้น ไม่ยาก เพราะลุงป้อมขายยาก ในตลาดการเมือง ขณะเดียวกัน ทักษิณก็ประเมินว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปต่อ ก็ทำให้พรรคเพื่อไทย หาเสียงได้ง่ายขึ้น

แม้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะออกมาพูดว่า “แลนด์สไลด์อะไร ก็ชนะไปนิดหน่อยธรรมดา แบ่งๆคะแนนกันไป ไม่เป็นไรหรอก” หลังเจอนักข่าวถามเรื่องผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แต่ในใจลึกๆ ของแกนนำ พปชร. รู้สึกได้ถึงพายุใหญ่กำลังจะมา

จังหวะที่มีการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด ตรงกับช่วงเปิดตัวอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก็เหมือนเขี่ยลูกบอลให้คนแดนไกลยิงประตูแบบโล่ง ๆ

ใครก็รู้ว่า ทักษิณเป็นสุดยอดนักการตลาดการเมือง จึงใช้โอกาสเลือกตั้งท้องถิ่น สร้างคอนเทนท์แลนด์สไลด์ และปูกระแสอุ๊งอิ๊ง นารีขี่ม้าขาวคนที่ 2 

ชัยชนะเลือกตั้งนายก อบจ. 2 จังหวัด การันตีว่า พรรคเพื่อไทยตีตั๋วจอง ส.ส.ร้อยเอ็ด 8 ที่นั่ง และกาฬสินธุ์อีก 6 ที่นั่ง

หากลุงตู่ได้ไปต่อจริงตามคำร่ำลือ ก็ยิ่งกลายเป็นเงื่อนไขให้เพื่อไทย ปลุกกระแสเบื่อประยุทธ์ในขอบเขตทั่วประเทศ และสร้างปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ ปูทางกลับบ้านอย่างเท่ๆ สมใจตระกูลชินวัตร


 คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย ..ขุนน้ำหมึก 

สนาม “นครศรีธรรมราช” เดือด หลายพรรค ส่งผู้สมัคร ฯปักธง เลือกตั้งครั้งหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/531372

นายหัวไทร

28 ก.ย. 2565

สนาม "นครศรีธรรมราช" เดือด หลายพรรค ส่งผู้สมัคร ฯปักธง เลือกตั้งครั้งหน้า

รวมไทยสร้างชาติ ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ส่ง ผู้สมัครฯ สู้พรรคประชาธิปัตย์ สนาม”เลือกตั้ง” นครศรีธรรมราช รอบหน้าเดือดแน่

ปรากฏโฉมขึ้นมาอีกรายเพื่อท้าชิงเก้าอี้ ส.ส.เขต 1 “นครศรีธรรมราช” คือ พูน แก้วภารดัย ลูกชายของ วิทยา แก้วภารดัยที่สไลด์ตัวเองออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปอยู่ร่วมหัวจมท้ายกับพรรครวมไทยสร้างชาติ

วิทยาโพสต์ด้วยตัวเองว่า พูน-ลูกชายจะเป็น ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นหัวหน้าพรรค มีแนวทางชัดเจนสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่เอกนัฐ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรคยืนยันว่า พรรคจะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ

กล่าวถึงพูน เคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น “ส.ส.” บัญชีรายชื่อพรรคลุงกำนัน รวมพลังประชาธิปไตย ที่เวลานี้เปลี่ยนมาเป็นพรรครวมพลัง

พูน แก้วภราดัย ว่าที่ผู้สมัครส.ส. นครศรีธรรมราชพูน แก้วภราดัย ว่าที่ผู้สมัครส.ส. นครศรีธรรมราช

      ปัจจุบันพูนอยู่ในทีมที่ปรึกษาของ ดร.โจ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช แต่น่าแปลกใจว่า ทำไมวิทยาให้ลูกชายลงเขต 1 ทำไมไม่ไปลงเขตปากพนัง หัวไทร ซึ่งวิทยามีฐานคะแนนอยู่ เป็น ส.ส.อยู่หลายสมัย จนอาจจะพูดได้ว่า “ผูกขาด” เพิ่งมาพลาดให้กับ ดร.สัญหพจน์ สุขศรีเมือง จากพรรคพลังประชารัฐ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานี้เอง และมีดีกรีเป็นถึงอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

      เข้าใจว่า วิทยา และพูนเองหวังการสนับสนุน ช่วยเหลือจาก ดร.โจ ที่ชนะการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีด้วยคะแนนล้นหลาม เอาชนะอภิชาติ ศักดิเศรษฐ์ ไปได้อย่างเกินความคาดหมาย

     แต่การเปิดตัวช้าของพูนมันจะช้าไปหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้ ดร.โจ เดินพาน้องติ๊ก-จรัญ ขุนอินทร์ นายธนาคารจาก ธกส. ศิษย์เก่าเบญจมะราชูทิศ และปัจจุบันเป็นนายกสมาคมศิษย์เก่าเบญจมะอยู่ด้วย ออกแนะนำตัวมานานพอสมควรแล้ว “ฝากด้วย น้องผม” ซึ่งน้องติ๊กจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทย

      ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า ดร.โจจะช่วยเหลือใคร การเมืองเปลี่ยน ใจคนเปลี่ยนได้ ดร.โจจะช่วยที่ปรึกษา หรือจะช่วยเหลือทีมร่วมสถาบัน

แต่เท่าที่รู้ สมนึก เกตุชาติ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราชหลายสมัย และเป็นพ่อของ ดร.โจ ช่วยเหลือราชิต สุดพุ่มจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลงสมัครเขต 1 เหมือนกัน เพราะลุงนึกกับราชิตเป็นญาติกัน เป็นคนถิ่นหัวไทรด้วยกันและน่าสังเกตว่า รูปพูนที่พี่น้อยนำมาลง เป็นรูปที่พูนใส่เสื้อสีเหลือง และปักที่หน้าอกว่า ทีม ดร.โจ

     หรือพ่อช่วย ราชิต ลูกช่วยติ๊ก

กล่าวสำหรับเขต 1 นครศรีธรรมราช มี ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ เป็นแชมป์อยู่สังกัดพรรคพลังประชารัฐ ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ ส.ส.ของ ดร.รงค์ ยังไม่โดดเด่นมากนัก ไม่หรือหวา เนื่องจาก ดร.รงค์โตมาจากสายวิชาการ จึงถนัดงานวิชาการมากกว่า แต่สำหรับพื้นที่แล้ว ดร.รงค์ถนัดกับการทำงานกับชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพยายามในการสร้าง ชุมชนพุทธภูมิ

รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราชรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช

แต่ ดร.รงค์ก็มีข้อด้อยเรื่องการขาดทีมงานที่มีศักยภาพเพียงพอ จึงเปิดช่องว่างให้ข้าศึกโจมตีได้ โดยเฉพาะการกรีฑาทัพเข้าบดขยี้จาก ราชิต สุดพุ่ม จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่โตมาจากสายปกครอง ตระเวนเป็นปลัดอำเภอ นายอำเภอหลายอำเภอในจังหวัดนครศรีธรรมราช และไปรับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดในโซน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 แม้จะเคยเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ชีวิตติดดิน เป็นกันเอง ไม่ถือตัว ในทางการเมืองถือว่า เป็นจุดเด่น แต่ต้องปรับตัวในการพบปะกับชาวบ้านบ้าง เพื่อเดินเข้าสู่โหมดของการเป็นนักการเมือง

      จริงๆสนาม”เลือกตั้ง” เมืองนครศรีธรรมราช ในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลังทำบุญเดือนสิบส่งตา-ยาย การเมืองเปลี่ยนไปเยอะมาก ขอเวลาเช็คข้อมูลให้ชัดแล้วจะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

       แต่บอกได้เลยว่า เปลี่ยนไปแบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อน สนุกครับ