นิรโทษ-ปรองดอง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” กลางไฟขัดแย้ง พาพ่อกลับบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531290

27 ก.ย. 2565

นิรโทษ-ปรองดอง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” กลางไฟขัดแย้ง พาพ่อกลับบ้าน

ได้กลิ่นปรองดอง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” หลังเพื่อไทยแลนด์สไลด์มาแรง ไม่แตะ ม.112 มีแผนนิรโทษกรรม ไม่ใช่เพื่อพ่อคนเดียว หากรวมถึงนักโทษทางความคิดทุกขั้วสี

แรงต้านมาทันที “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” เจอเกมใต้ดินขุดประเด็น ม.112 หลังเพื่อไทยคว้าดับเบิลแลนด์สไลด์ ในสนามท้องถิ่นกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด

ได้กลิ่นปรองดอง “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” มีแผนนิรโทษกรรมอยู่ในใจ ไม่ใช่แค่เพื่อพ่อคนเดียว หากรวมถึงนักโทษทางความคิดทุกขั้วสี

พรรคเพื่อไทยส่งเสียงไชโยโห่ร้องจากชัยชนะในสมรภูมิร้อยเอ็ด ด้าน แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ก็เจอมือดีโค้ดคำพูดเกี่ยวกับ ม.112 ไปทำเพลทแชร์สนั่นโซเชียล

วันที่ 27 ก.ย.2565 อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul ระบุว่า ปัญหาของมาตรา 112 ประจักษ์ชัดแล้วทั้งต่อสังคมไทยและสากลโลก เกินกว่าหัวหน้าครอบครัวใหญ่จะพูดถึงมันเพียงแค่นี้

ตามมาด้วย รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร” โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Panusaya Sithijirawattanakul ว่า ยังไม่เห็นปัญหาอีกเหรอคะ หนูนี่อึ้งไปเลย

อันที่จริง ต้นตอของเรื่องนี้มาจาก แพทองธาร ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อเครือมติชนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อถูกถามถึงจุดยืนเกี่ยวกับ ม.112 อุ๊งอิ๊งจึงตอบไปว่า “จริง ๆ ไม่ต้องมาตรา 112 ทุก ๆ เรื่องที่ถก ๆ กันมันต้องผ่านกระบวนการของสภา ให้เป็นหลักนั้นดีกว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องอยู่ในหลักที่ต้องผ่านกระบวน การ ถ้าคุยกันแล้วจะต้องแก้ไขอย่างไร หรือต้องทำอย่างไรก็ต้องผ่านระบบสภา”

ที่น่าสนใจตรงที่มีคนไปขุดคำสัมภาษณ์นี้ มาเปิดประเด็นหลังปรากฏการณ์ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ 

‘เรื่องละเอียดอ่อน’

“อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” เป็นคนมั่นใจในตัวเองสูง จึงตอบคำถามที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนโดยไม่ลังเล ซึ่งในพรรคเพื่อไทยเอง ก็มีการกำชับ ส.ส.ให้ระมัดระวังการแสดงความเห็นเรื่อง ม.112

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อ 2 พ.ย.2564 ทักษิณ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ถึงกรณีมีกระแสเรียกร้องให้แก้ไขหรือยกเลิก ม.112 

 อุ๊งอิ๊ง ประสบความสำเร็จในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยอุ๊งอิ๊ง ประสบความสำเร็จในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ทักษิณแสดงความเห็นว่า ตัวบทกฎหมายเองไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกับแนะนำปรับกระบวนให้สองฝ่ายหันหน้ามาคุยกัน

“ก่อนจะมาบอกว่าจะแก้มาตรา 112 หรือไม่ ขอให้ไปเริ่มย้อนคิดว่า เมื่อตัวกฎหมายไม่เคยมีปัญหา แต่คนที่เป็นปัญหาคือ คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและคนที่นำประเด็นนี้มาสร้างความแตกแยกในสังคมต่างหาก ถ้ามีการจัดระเบียบให้ถูกต้องและมีการพูดคุยกับผู้เห็นต่างบ้าง ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นทีดี และนำไปสู่การรักษากฎหมายที่เป็นธรรม และก็จะไม่มีใครเดือดร้อน”

อุ๊งอิ๊งก็พูดทำนองเดียวกับบิดา-ทักษิณนั่นแหละ แต่ทัวร์กลับมาที่ตัวเธอในวันที่แคมเปญเพื่อไทยแลนด์สไลด์ กำลังขายได้ในตลาดเลือกตั้ง

‘หอมกลิ่นปรองดอง’

การเปิดหน้าของ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ในบทบาทหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ย่อมถูกวิจารณ์ทำนองว่า มีภารกิจพาพ่อกลับบ้าน เนื่องจากในสังคมไทยยังมีการแบ่งแยกขั้วการเมือง

ผู้มีบารมีเหนือพรรคเพื่อไทย คงเก็บรับบทเรียนจากอดีต คงไม่ขยับเกมนิรโทษกรรมสุดซอยให้เกิดความแตกแยกในสังคมอีกครั้ง

ดังนั้น ในตลาดการเมืองจึงมีการโยนยุทธศาสตร์ “รัฐบาลปรองดอง” ผ่านสื่อบางสำนัก เหมือนโยนหินถามทาง

เมื่ออุ๊งอิ๊งเจอคำถามเรื่องแนวคิดนิรโทษกรรม ที่ทำไม่สำเร็จในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เธอตอบว่า “นักโทษทางความคิด พวกคนที่ถูกข้อหาทางการเมือง อิ๊งว่าต้องผ่านกระบวนการที่ยุติธรรมก่อน ไม่ใช่แค่คุณทักษิณคนเดียว ที่ไม่ได้รับความยุติธรรมในเรื่องนี้ มันก็ต้องแก้ตรงนั้นก่อน”

หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ยืนยันว่า ตอนนี้ขอเน้นไปที่พรรคและประเทศ “คุณพ่อจะกลับมาอย่างไร ก็เดี๋ยวว่ากัน” อุ๊งอิ๊งกล่าว

อุ๊งอิ๊งอาจจะหมายถึงหลังเลือกตั้ง หากเพื่อไทยได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วค่อยมาพูดกันว่า ทักษิณจะกลับบ้านอย่างไร

เดิมพันสุดท้าย “สหายแสง ศุภชัย” ชน ส.ส.เดือน ค่ายมาดามแจ๋น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531256

27 ก.ย. 2565

เดิมพันสุดท้าย “สหายแสง ศุภชัย” ชน ส.ส.เดือน ค่ายมาดามแจ๋น

ไทยไฟต์ฝั่งโขง “สหายแสง ศุภชัย” รบครั้งสุดท้าย ชนแชมป์เพื่อไทย ส.ส.เดือน-มนพร เจริญศรี สายตรงมาดามแจ๋น ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ สะท้านถึงแดนนาคราช นครพนม

ไทยไฟต์ฝั่งโขง “สหายแสง ศุภชัย” ประกาศรบครั้งสุดท้าย ชนแชมป์ 2 สมัย มนพร เจริญศรี สายตรงมาดามแจ๋น 

ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์สะท้านถึงนครพนม “สหายแสง ศุภชัย” มั่นใจฐานเสียง เสี่ยงข้ามเขต ปะทะเจ้าถิ่นเพื่อไทย ไม่หวั่นกระแสอุ๊งอิ๊ง

เหมือนไฟต์บังคับ พรรคภูมิใจไทย ต้องได้ ส.ส.เขตมากกว่า 1 ที่นั่ง ในโซนอีสานเหนือ ทำให้ ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม และรองประธานสภาผู้แทนฯ ขยับจากเขต 1 มาลงเขต 2 

ในอดีต ครูแก้วมีบทเรียนที่เจ็บปวด การเลือกตั้งปี 2554 ครูแก้ว สวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนาม เจอพายุแลนด์สไลด์นารีขี่ม้าขาว-ยิ่งลักษณ์ พ่ายแพ้แก่ผู้สมัครหน้าใหม่ ค่ายเสื้อแดง

มาถึงวันนี้ ครูแก้วหรือสหายแสง มีความมั่นใจมากขึ้น หลังส่ง ศุภพานี โพธิ์สุ ลูกสาวเป็นนายก อบจ.นครพนม ได้สำเร็จ จึงเปิดตัวลงสมัคร ส.ส.นครพนม เขต 2 วัดฝีมือกับ ส.ส.ฐานแน่น พรรคเพื่อไทย 

เป็นที่แน่ชัดว่า พรรคภูมิใจไทย นครพนม ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส. ครบ 4 เขตคือ เขต 1 พูนสุข โพธิ์สุ ภรรยาของครูแก้ว ,เขต 2 ศุภชัย โพธิ์สุ ,เขต 3 นพ.อลงกต มณีกาศ อดีต ส.ส.นครพนม และเขต 4 ชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม

ดังนั้น ศึกเมืองนาคราชสมัยหน้า คู่เอกคือ ศุภชัย โพธิ์สุ แม่ทัพค่ายบุรีรัมย์ กับ ส.ส.เดือน มนพร เจริญศรี สายตรงมาดามแจ๋น

  ส.ส.เดือน มนพร เจริญศรี สายตรงมาดามแจ๋น สังกัดค่ายอุ๊งอิ๊งส.ส.เดือน มนพร เจริญศรี สายตรงมาดามแจ๋น สังกัดค่ายอุ๊งอิ๊ง

‘เดิมพันสุดท้าย’

“สหายแสง ศุภชัย” ถูกวางตัวร่วมกับ ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย รับผิดชอบพื้นที่อีสานเหนือ ซึ่งเป็นจุดบอดของพรรคภูมิใจไทย มาตั้งแต่เลือกตั้งปี 2554

การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.เขตเพียง 1 คนคือ ศุภชัย โพธิ์สุ จากเขต 1 นครพนม ด้วยความอาวุโส เขาจึงได้เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2

หลังสหายแสง ศุภชัย ปั้นลูกสาวคนโต ศุภพานี โพธิ์สุ เป็นนายก อบจ.นครพนม ล้มแชมป์เก่า 2 สมัย อย่าง สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม พรรคเพื่อไทย พร้อมกับดึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ อย่าง นพ.อลงกต มณีกาศ และชูกัน กุลวงษา มาสวมเสื้อสีน้ำเงิน จึงเดินหน้าคิดการใหญ่ล้มเพื่อไทย

สมัยหน้า สหายแสงมั่นใจว่า เขต 1 (อ.ศรีสงคราม,อ.บ้านแพง, อ.นาทม,และ อ.นาหว้า) พื้นที่บ้านเกิด ฐานเสียงมั่นคงแข็งแรง จึงส่งภรรยาลงสนามแทน ส่วนตัวเขาเองก็ขยับมาลงเขต 2 อ.เมืองนครพนม (เฉพาะ 6 ตำบล) ,อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน

เมื่อค่ายสีน้ำเงิน จำเป็นต้องได้ ส.ส.เขตเพิ่มขึ้นในอีสานเหนือ สหายแสงก็ต้องอาสามาทำศึกชิงความเป็นหนึ่งในหัวเมืองริมฝั่งโขง 

‘เสื้อแดงแรงฤทธิ์’

“สหายแสง ศุภชัย” รู้ว่าไม่ง่ายหรอกที่จะชนะเจ้าถิ่นเพื่อไทย ในสถานการณ์อุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ แต่มันเป็นไฟท์บังคับ ต้องเสี่ยงเพื่อเพิ่มเก้าอี้ ส.ส.

สำหรับ มนพร เจริญศรี (อ่านว่า มะนะพร) หรือที่ชาวนครพนม รู้จักดีในนาม ส.ส.เดือน เกิดที่ตัวเมืองนครพนม เส้นทางการเมืองของเธอ ได้รับการสนับสนุนจากพ่อบุญธรรม-นพ.ประสงค์ บูรณ์พงศ์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และ ส.ส.นครพนม 10 สมัย

ช่วงปี 2552-2553 มนพรรับบทแกนนำเสื้อแดงนครพนม ร่วมกับหมอสงค์ ถือได้ว่ายุคนั้นเสื้อแดงริมโขงเฟื่องฟูมาก  ถัดมา ปี 2554 เธอสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.นครพนม เขต 2 

ปี 2562 มนพร เจริญศรี สวมเสื้อแดง ลงสนามแข่งกับน้ำผึ้ง-ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ พรรคพลังประชารัฐ ปรากฏว่า ส.ส.เดือน เอาชนะน้ำผึ้ง หลานสาวบิ๊กจิ๋วแบบอีกฝ่ายไม่ได้ลุ้น

หลังเพื่อไทยปรับปรุงโครงสร้างพรรคใหม่ ส.ส.เดือน ได้รับตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค และรับผิดชอบเป็นแม่ทัพนครพนม โดยการสนับสนุนของมาดามแจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด

มีหรือมาดามแจ๋น จะยอมให้ ส.ส.เดือน พ่ายสหายแสง เมื่ออุ๊งอิ๊งเคลื่อนทัพมาเยือนเมืองนาคราช พลังเสื้อแดงคงกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง

“คดีอุทลุม” คดีลูกฟ้องพ่อแม่ ทำไม่ได้ ช่องโหว่ของ กฎหมาย หรือ ประเพณี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/531199

27 ก.ย. 2565

"คดีอุทลุม" คดีลูกฟ้องพ่อแม่ ทำไม่ได้ ช่องโหว่ของ กฎหมาย หรือ ประเพณี

ทำความรู้จัก “คดีอุทลุม” คดีลูกฟ้องพ่อแม่ ตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทำไม่ได้ เพราะ ช่องโหว่ของ กฎหมาย หรือ ประเพณี

“คดีลูกฟ้องพ่อแม่” ทำได้หรือไม่ กรณี “ลูกฟ้องพ่อเรื่องแมว” หลังมีข่าว ลูกสาวแจ้งความจับพ่อแท้ ๆ ในข้อหาลักทรัพย์ และทารุณกรรมสัตว์ต่อบิดา หลังขโมยเจ้าฮาชิ แมวอายุ 7 เดือนของตัวเองไปทิ้ง จนถูกรถชนตายข้างถนน โดยระบุว่า อยากให้พ่อได้รับบทเรียนจากการกระทำที่เกิดขึ้น เพราะดูเหมือนไม่รู้สึกผิดเลย แต่ทางกฎหมาย คดีลูกฟ้องพ่อแม่ ไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายไทย เอื้อประโยชน์ให้ลูกดำเนินคดีกับบุพการีได้เพียงบางกรณีเท่านั้น ทางกฎหมายเรียกว่า คดีอุทลุม แล้วคดีอุทลุม เป็นคดีประเภทใด สุดท้ายแล้ว ลูกสามารถฟ้องพ่อแม่ในกรณีใดได้บ้าง

คดีอุทลุม คืออะไร

คำว่า อุทลุม ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน มีความหมายว่า ผิดประเพณี ผิดธรรมะ นอกแบบ นอกทาง

ดังนั้น คดีอุทลุม คือ คดีที่ห้ามไม่ให้บุตรฟ้องบุพการีของตน ทั้งในคดีแพ่ง และคดีอาญา เพราะตามธรรมเนียมประเพณีไทย บิดา มารดา ปู่ ย่า ตายาย ทวด เป็นผู้มีบุญคุณอย่างล้นเหลือ เป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูบุตร จึงเป็นบุคคลที่สมควรให้ความเคารพนับถืออย่างสูงสุด อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที บุตรคนใดที่กระทำการที่ไม่ดีต่อบิดามารดา ปู่ย่า ตายาย ทวด มักถูกเรียกว่า เป็นผู้เนรคุณ

ดังนั้น กฎหมายจึงได้ห้ามไม่ให้บุตรฟ้องบุพการีของตน แต่ก็ไม่ได้ห้ามเด็ดขาด เพราะกฎหมายยังได้เปิดโอกาสให้ผู้สืบสันดาน หรือญาติสนิทของผู้สืบสันดาน ร้องขอให้อัยการยกคดีนั้นขึ้นว่ากล่าวแทนได้ ก็คือกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ฟ้องบุพการีของตนเองได้ แต่จะฟ้องตรง ๆ ไม่ได้ ต้องร้องขอให้อัยการดำเนินการแทนได้ และการที่พนักงานอัยการฟ้องคดีเช่นนี้ เป็นการเข้าดำเนินคดีในฐานะเป็นโจทก์ ไม่ใช่ฐานะทนายความ จึงไม่ต้องมีการแต่งตั้งทนายความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 

คดีอุทลุมคดีอุทลุม

ข้อยกเว้นในการฟ้อง คดีอุทลุม

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ผู้ใดจะฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญามิได้ แต่เมื่อผู้นั้นหรือญาติสนิทของผู้นั้นร้องขอ อัยการจะยกคดีขึ้นว่ากล่าวก็ได้ พระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 14 พนักงานอัยการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(6) ในคดีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้โดยกฎหมายห้าม เมื่อเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอำนาจเป็นโจทย์ได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้เป็นกรณีที่ราษฎรฟ้องเองไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1562 ห้ามไว้ จึงต้องให้พนักงานอัยการเป็นผู้ฟ้องแทน

  • บางกรณีผู้สืบสันดานสามารถฟ้องบุพการีได้โดยตรงต่อศาล โดยไม่ถือว่าเป็นคดีอุทลุม เช่น ลูกในฐานะผู้ถือหุ้นฟ้องพ่อแม่ ในฐานะกรรมการของบริษัท ที่ยักยอกเงินของบริษัทได้
  • ส่วนอีกกรณีที่ลูกสามารถฟ้องร้องพ่อได้ หากพ่อไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ หรือจดทะเบียนรับรองบุตรไว้ แม้จะเลี้ยงดูกันจริงก็ตาม เพราะถือว่าเป็นบิดาโดยพฤตินัยเท่านั้น ไม่ใช่บิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย

ขณะเดียวกัน มีคดีความที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2565 ที่เธอได้ฟ้องผู้เป็นพ่อ หลังถูกทำร้ายร่างกาย และ จิตใจ ทั้งตัวเธอและแม่ มานานหลายปี ซึ่งมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล แนะนำให้เธอขอศาลมีคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพ แต่ปัญหาที่พบเจอคือ ทุกครั้งมักจะได้ยินคำขอให้ไกล่เกลี่ยจากตำรวจ พร้อมคำย้ำเตือนให้คิดถึงศีลธรรม แต่เธอก็เลือกเดินหน้าต่อ หลังยื่นเอกสารต่าง ๆ ไปแล้ว เรื่องกลับไม่คืบหน้า เนื่องจากส่งหมายเรียกไม่ถึงพ่อเสียที เพราะส่งทางไปรษณีย์

สุดท้าย เธอได้ติดต่อน้องสาวพ่อ ให้บอกพ่อไปศาล สุดท้ายพ่อจ้างทนายความมาสู้คดี ทำให้มีหลักฐานว่า พ่อรับรู้แล้วว่ามีคดีนี้เกิดขึ้น การส่งหมายเรียกจึงยุติ น้องสาวพ่อ บอกอีกว่า ที่พ่อต้องสู้คดีเพราะศักดิ์ศรี ถ้าคนอื่นรู้ว่าถูกลูกฟ้องจะทำอย่างไร ซึ่งหากกระบวนการสิ้นสุดลงแล้ว ศาลมีคำสั่งคุ้มครองเบื้องต้น พ่อต้องอยู่ห่างจากเธออย่างน้อย 100 เมตร ห้ามข่มขู่ และห้ามทำร้ายร่างกาย

อย่างไรก็ตาม คดีอุทลุม คดีลูกฟ้องพ่อแม่ คือเส้นบาง ๆ ระหว่างประเพณี กับ ช่องโหว่ทางกฎหมาย หรือไม่ โดยเฉพาะกรณีที่เกิดความรุนแรงขึ้นภายในครอบครัว หากหน่วยงานภาครัฐเข้าใจถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างแท้จริงและให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง ก็น่าจะทำให้ขั้นตอนการดำเนินคดีง่ายและเร็วกว่านี้

“กฐินวัดไทยภูริปาโล” กว่าจะผ่าน อันธพาล สร้างบุญ ก่อสร้างสถานพยาบาล พุทธคยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/531036

เปรียญ12

26 ก.ย. 2565

"กฐินวัดไทยภูริปาโล" กว่าจะผ่าน อันธพาล สร้างบุญ ก่อสร้างสถานพยาบาล พุทธคยา

“พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ” เปิดใจ กว่าจะเปิดโครงการ การก่อสร้าง วัดและสถานพยาบาลภูริปาโล ที่ พุทธคยา อินเดีย ต้องผ่านพ้นอุปสรรคกับกลุ่ม อันธพาล ทั้งเรื่องที่ดินและการก่อสร้าง ที่ วัดไทยพุทธคยา

พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ (ดร.พระมหาฉลอง จันทสิริ) พระธรรมทูตสายอินเดียเนปาล ประธานก่อสร้างวัดและสถานพยาบาล ภูริปาโล พุทธคยา อินเดีย เพื่อสาธารณะสงเคราะห์ผู้ป่วย และอุทิศถวาย หลวงพ่อทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 Ph.D ที่พุทธคยา เปิดใจ ว่า การ ก่อสร้างอาคารสถานยาบาล ภูริปาโล หน้าตลอดแม้จะมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวก็ตาม 
ปัญหาระยะแรกเกิดจาก “อันธพาลเจ้าถิ่น” เรียกค่าคุ้มครอง ท่านพระครูสิทธิปริยัติวิเทศ หรือที่คนท้องถิ่นให้เกียรติเรียกชื่อว่า “บาบาฉลอง” ก็มีบารมีไม่น้อยยอมไม่ได้ กับการเรียกร้องของอันธพาลดังกล่าว จึงเผชิญหน้า อันธพาลต้องถอยไป

และต่อมากลุ่มอันธพาลยังไม่หยุด ต้องการให้การก่อสร้างสะดุด  กลุ่มอันธพาลจึงก่อกวนคนงานก่อสร้าง คนที่ฝ่าฝืนเข้าพื้นที่ จะเจ็บตัว หรืออาจตายได้ คนงานกลัวไม่มีใครกล้าเข้าพื้นที่ เมื่อเจอแบบนี้ ท่านพระครูแก้ด้วยการเผชิญหน้ากับอันธพาลกลุ่มนั้น อีกครั้ง แต่พวกนั้นไม่เผชิญหน้าด้วย จึงแตกกระเจิงไป  แต่ถึงกระนั้นมันก็ไม่หยุด หาวิธีอื่นๆ มากลั่นแกล้งตลอด

ท่านพระครู จึงขอความคุ้มครองจากราชการใน “จังหวัดคยา” แต่เขาไม่สามารถจัดส่งเจ้าหน้าที่มาได้ นอกจากแนะนำให้ทำอะไรก็ได้ เจ้าหน้าที่จะรับผิดชอบเอง
ท่านจึงตั้งกล้องถ่ายคลิป ถ่ายวิดิโอ เพื่อเป็นหลักฐานให้ผู้มีอำนาจดูด้วยตาว่าอะไรเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่คยาทำอะไรไม่ได้มาก จึงนำเรื่องเสนอผู้มีอำนาจใน “เมืองปัตนะ”  พอผู้เกี่ยวข้องเห็นก็สั่งการเจ้าหน้าที่จังหวัดคยาให้ดูแล แต่ไม่เกิดผลเท่าไร ท่านพระครูจึงขอพบ “มุขมนตรีแห่งรัฐพิหาร” ก็ให้บังเอิญว่ามุขมนตรี ท่านนั้นเป็นชาวพุทธจากอัสสัม จึงสั่งการเจ้าหน้าที่มาดูแล  ทำให้การก่อสร้างดำเนินไปด้วยดี แม้จะพบอุปสรรค ก็คิดว่า เจอกับมารผจญ
สาเหตุที่อันธพาลกวนไม่รู้จบ เพราะมันหาว่าเราไปยึดครองที่ดินมัน ทั้งๆ ที่เราจ่ายเงินซื้อมา
อุปสรรคต่อมาคือการขาดแคลนปัจจัยสนับสนับสนุน จากญาติโยมที่ไม่สามารถเดินทางไปมาได้ เพราะทั่วโลกล็อกดาวน์ประเทศ เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด 19 

อย่างไรก็ตามการก่อสร้างที่พักพระสงฆ์ และญาติโยมแสวงบุญสำเร็จเรียบร้อยก่อนโรคระบาด จึงไม่มีปัญหาใดๆ  ยังเหลือการก่อสร้างสถานพยาบาลขนาดกลาง ที่ต้องการปัจจัยสนับสนุนจากญาติโยม อีกจำนวนหนึ่ง งบลงทุนเคยตั้งไว้ประมาณ 5 ล้านรูปี (ห้าล้านรูปี) ตามแผนงานนั้น คาดว่า คงใช้เวลาอีก 2-3 ปี จะเปิดให้บริการเต็มได้ หลังจากนี้ จะตกแต่ง ชั้น 1-3 ให้เปิดดำเนินการได้ก่อน ส่วนที่เหลือก็จะทะยอยทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสมบูรณ์
ท่านพระครูเล่าว่า การก่อสร้างเดินหน้าถึงชั้นที่ 4 แม้ไวรัส โคโรนา หรือ โควิด 19 ระบาด 2 -3 ปี ก็ตาม  ที่งานก่อสร้างไม่ชะงักเนื่องจากไม่มีคนเข้าออกทำให้การก่อสร้างสะดวก

“สถานพยาบาลภูริปาโล” วางศิลาฤกษ์ เมือเดือนธันวาคม 2561 ผู้เขียนไปดูเมื่อ 5 กรกฎาคม 2565 พบการก่อสร้างโครงสร้างถึงชั้นที่ 4 เหลืออีก 1 ชั้น จะสมบูรณ์ถ้าบวกชั้นใต้ดินอีก 1 ชั้น ถือว่าเป็นอาคาร 6 ชั้น ตอนนี้คอยการเก็บรายละเอียด และการออกแบบห้องตรวจรักษา และห้องพักรักษาคนไข้
สาเหตุที่สร้างสถานพยาบาลภูริปาโล เนื่องจาก หลวงพ่อพระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 Ph. D) อดีตเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา อดีตหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล ก่อนมรณภาพให้หาที่สร้างสถานพยาบาลให้ใหญ่เพียงพอรับคนไข้ ทั้งพระสงฆ์ ผู้แสวงบุญ ณ สังเวชนียสถาน ตลอดถึงคนท้องถิ่น เป็นการช่วยอนุเคราะห์ เพราะสถานพยาบาลที่มีอยู่ใน “วัดไทยพุทธคยา” นั้นมีขนาดเล็ก แต่คนไข้มีมากขึ้นเรื่อยๆ  ท่านพระครูต้องรับหน้าที่มาแจกจ่ายยารักษาโรค ส่วนมากเป็นยาประจำบ้านแก่ผู้ป่วยประมาณ 100 คน ทุกวันตั้งแต่ 7.00น. ถึง 17.00น.


ท่านพระครูสิทธิปริยัติวิเทศ เป็นพระธรรมทูตพำนักวัดไทยพุทธคยามาตั้งแต่ ปี 1980 หรือ 42 ปีมาแล้ว สามารถสื่อสารคล่องแคล่วทั้งภาษาฮินดี และอังกฤษ จนบางครั้งคิดว่าอดีตชาติคงเกิดในดินแดนภารตะ เพราะพูดฮินดีคล่องเหมือนภาษาแม่ จึงหาซื้อที่ดิน 8 ไร่เศษ ที่ถนนสุชาตา บายพาส ห่างจากต้นพระศรีมหาโพธิ์และมหาเจดีย์ ประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งวัด สถานปฏิบัติธรรม และสถานพยาบาลภูริปาโล ที่เห็นในปัจจุบัน

“กฐินวัดไทยภูริปาโล”

เนื่งจากการคลี่คลายโรคระบาดโควิด 19 ประชาชนเดินทางได้แล้ว คณะศิษย์หลวงพ่อทองยอด ภูริปาโล จึงจัด กฐินทอดวัดไทยภูริปาโล พุทธคยา อินเดีย วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

จึงขอเชิญผู้ที่เคารพนับถือและศรัทธา ในหลวงพ่อทองยอด ภูริปาโล ร่วมทอดกฐิน  ณ วัดไทยภูริปาโล พุทธคยา อินเดีย โดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งปัจจัยที่ได้รับจากท่าน จะนำไปสมทบการ ก่อสร้างสถานพยาบาล เพื่อสงเคราะห์พระสงฆ์ ผู้แสวงบุญ รวมทั้งคนท้องถิ่นและศูนย์วิปัสสนากรรมฐาน ภูริปาโล ที่กำลังเดินหน้าด้วยดี

สถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลภูริปาโลสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาลภูริปาโลโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลภูริปาโลโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลภูริปาโล

พระครูวินัยธรสมุทร ถาวรธมโม (วัดมหาธาตุ) กรรมการผู้จัดสร้าง สถานพยาบาลภูริปาโลพระครูวินัยธรสมุทร ถาวรธมโม (วัดมหาธาตุ) กรรมการผู้จัดสร้าง สถานพยาบาลภูริปาโล

เพื่ออำนวยความสะดวก  ในการทำบุญกฐิน คณะศิษย์แจ้งว่าท่านผู้ศรัทธา สามาถ โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทยได้ ที่หมาย
เลขบัญชี  645-2-04208-6 ส่งสลิปโอนเงินและขอรายละเอียดได้จาก พระครูวินัยธร สมุทร ถาวรธมฺโม (วัดมหาธาตุ) ที่โทร.
080-454 1659 หรือที่พระมหาพิรุฬห์ พทฺธสีโล โทร.(อินเดีย)+91 823-572-0218
ขอจงเจริญในธรรมทุกท่านครับ
เรื่อง : เปรียญ12

“พระสงฆ์และฆราวาสทะเลาะกัน” เทียบ พระโกสัมพี ไม่ได้ พระชาตรี แพรรี่ ควรหยุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/531159

เปรียญ12

26 ก.ย. 2565

"พระสงฆ์และฆราวาสทะเลาะกัน" เทียบ พระโกสัมพี ไม่ได้ พระชาตรี แพรรี่ ควรหยุด

เรื่องราวสะท้อนบท “วิวาทะ” พระสงฆ์และฆราวาส เรื่องราวที่เป็น talk of the town ของพระชาตรี และ แพรรี่ ไพรวัลย์ แต่หากย้อนไปในอดีตเรื่องทะเลาะกันแบบนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ควรจะหยุดการโต้แย้งเสีย

พรรษานี้ คิดว่าเรื่อง “พระสงฆ์” จะเงียบไม่มีอะไรเป็นข่าว ประเภท  talk of the town ตามสื่อต่างๆ เสียแล้ว แต่ก็มีจนได้ เมื่ออดีตพระ หรือ ทิดมหาไพรวัลย์ แต่เรียกตามเพศสภาพใหม่ว่า แพรรี่ ทะเลาะกับพระ รูปหนึ่ง หรือที่เราเรียกกันตรงๆว่า พระสงฆ์และฆราวาสทะเลาะกัน
โดยผู้ที่เป็นพระหรือ “พระชาตรี เหมพันโธ” ดีกรีธรรมทูต ประเทศรัสเซีย เป็นคนเปิดประเด็นก่อน 
โดยกล่าวพาดพิงทิดมหาไพรวัลย์ หรือ “แพรรรี่” (ตามเพศสภาพ)หลายประเด็น แพรรี่จึงตอบโต้เป็ดร้อนด้วยถ้อยคำสมัยพ่อขุนรามคำแหง และขุดคุ้ยเรืองพระชาตรีมาตีแผ่ เรื่องจึงดังและยืดยาวตามสื่อ เพราะแพรี เป็นคนดัง หรือเน็ตไอดอล เรื่องเล็กๆ จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่

แต่สังคมไม่ได้อะไร นอกจากเห็นว่าไส้ใครมีกี่ขด หรือ สาวไส้ให้กากิน พูดอีกนัยหนึ่งคือไร้สาระ ยกเว้นว่า แพรี สามารถเปิดโปงเรื่องที่พระ ปิดบังไว้ ก็เป็นคุณแก่ศาสนาที่ช่วยฟอกขาว แต่อย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าจะพิสูจน์ด้วยธรรมวินัย หรือระบบยุติธรรม
อย่างไรก็ตามที่ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันเป็นเรื่งเล็กๆ เทียบกับพระชาวโกสัมพี สมัยพุทธกาลทะเลาะกันไม่ได้ เพราะทะเลาะกันจนเป็นการ สร้าง “ประวัติศาสตร์” ชิ้นหนึ่งแห่ง พุทธศาสนา

 “พระเมืองโกสัมพีทะเลาะกัน”
เมื่อพระพุทธเจ้าประทับ ณ โฆสิตาราม ใกล้ “กรุงโกสัมพี” พระ 2 คณะคือ วินัยธร และ ธรรมกถึก แห่ง วัดโฆสิตาราม โกสัมพี (วัดเดียวกับพระพุทธเจ้า) ทะเลาะกัน ใช้วาจาทิ่มแทงกัน แค่เรื่องเหลือน้ำชำระไว้ในเวจกุฎี หรือห้องส้วมเท่านั้น
 เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ เพราะพระที่เหลือน้ำชำระล้างในส้วมเป็นพระธรรมกถึก  มีบริวารมาก ส่วนพระที่ไปเห็นน้ำชำระที่พระธรรมกถึกเหลือไว้ คือ “พระวินัยธร” มีหน้าที่ดูแลและตัดสินการละเมิดวินัย เป็นอาจารย์ที่มีบริวารมากเช่นกัน


เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อ

พระธรรมกถึก” เข้าส้วมทำธุระเสร็จ ออกมา “พระวินัยธร” ก็เข้าส้วมนั้นไปเห็นน้ำชำระเหลืออยู่ จึงมาถามพระธรรมกถึก ว่า ท่านเหลือน้ำชำระไว้หรือ
พระธรรมกถึก:  ใช่  
พระวินัยธร: ทำอย่างนี้เป็น “อาบัติ” ทุกกฏ (อาบัติเล็กๆ ปลายแถว)
พระธรรมกถึก:  ไม่เป็นอาบัติ เพราะไม่มีข้อห้าม ต่างคน(พระ)ยืนยันความเห็นของตน

โดยมีลูกศิษย์แต่ละฝ่ายเชียร์กันเอิกเกริก เกิดเป็น “วิวาทาธิกรณ์” ด้วยเรื่องที่ทะเลาะเป็นปัญหาพระวินัย
พระวินัยธร จึงลงโทษ พระธรรมกถึก ด้วยการลง “อุกเขปนียกรรม” ห้ามเกี่ยวข้องกับพระภิกษุสงฆ์ใดๆ  ในทุกเรื่อง

ฝ่ายศิษย์ พระธรรมกถึก โวยวายว่า พระวินัยธร ไม่มีความเป็นธรรม ที่ทำกับพระอาจารย์ของตนเช่นนี้ 
เรืองนี้ไปถึง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์จึงเสด็จมาไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายเลิกทะเลาะ ทรงให้แต่ละฝ่ายมีเมตตาต่อกันทั้งกายกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม พร้อมทั้งเทศนาเรื่อง “สารณิยธรรม 6 ประการ” ให้ทั้งสองฝ่ายนำไปปฏิบัติ
“สารณิยธรรม 6” ได้แก่ให้มี เมตตาต่อกัน ทั้ง 1.กายกรรม 2.วจีกรรม 3.มโนกรรม 4.รู้จักแบ่งปันลาภ 5.มีศีลเท่ากัน และ 6.มีทิฐิเหมือนกัน
พระพุทธองค์ตรัสว่า สาราณิยธรรม 6 ช่วยยับยั้งการทะเลาะ วิวาท แต่ให้มีความสามัคคี พร้อมทั้งทรงชี้ว่าใน 6 อย่างนั้น ทิฐิ จัดว่ายอด ทำให้เข้าถึงญาณ 7 ยกฐานะจากปุถุชน เป็นอริยบุคคลได้
ไม่น่าเชื่อว่า ภิกษุวัดโฆสิตาราม แห่งโกสัมพี ทั้ง 2 ฝ่ายดื้อมาก ไม่ยอมปฏิบัติตามพุทธดำรัสที่ ทรงชี้แนะ ยังทะเลาะกันต่อ

พระพุธองค์ ทรงรำคาญ จึงเสด็จไปอยู่ป่า รักขิตวัน เขตบ้านปาริเรยกะ ตามลำพัง โดยมีวานรและกุญชร หาน้ำผึ้งและน้ำ มาถวาย (ต่อมาชาวพุทธสร้างพระปางปาลิไลยกะ ห้อยพระบาททั้งสองเป็นพระประจำวันคนเกิดวันพุธ )
พระององค์ประทับที่รักขิตวัน ระยะหนึ่ง แล้วเสด็จไปประทับ ณ เมืองสาวัตถี
กล่าวถึงภิกษุ 2 คณะแห่งวัดโฆสิตาราม เดือดร้อนหนัก ไม่มีอาหาร ขบฉัน ไปบิณฑบาตรก็กลับบาตรเปล่า เพราะชาวบ้านรวมตัวกันไม่ใส่บาตร ด้วยโกรธที่พระวัดนั้น ทำให้พระพุทธเจ้าเสด็จไปประทับในป่า พวกเขาจึงไม่ได้ทำบุญกับพระพุทธเจ้า 
เมื่อถูกชาวบ้านลงโทษ ภิกษุสงฆ์ทั้งนั้นสำนึกผิด จึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าที่สาวัตถี เพื่อสารภาพผิดและกราบขอขมา
โดย “พระธรรมกถึก” สารภาพว่า การเหลือน้ำชำระไว้ในเวจกุฎีนั้นเป็นอาบัติ และยอมรับการกระทำของพระวินัยธรที่ปรับอาบัติตนนั้นว่าถูกตัองแล้ว
ส่วนที่ “พระวินัยธร” ลง “อุกเขปนียกรรม” นั้น ก็ให้ถอนแล้ว  

พระพุทธองค์จึงให้ทั้งสองฝ่ายเข้าประชุมกันทั้งหมด พระที่ป่วยก็ต้องหามมา ห้ามมอบฉันทะให้ใครมาแทน

เมื่อพร้อมกันแล้ว จึงให้สวดประกาศความสามัคคีแห่งสงฆ์ ด้วย “ญัตติทุติยกรรม” จากนั้นให้สวด “พระปาติโมกข์”

เรื่องภิกษุชาวโกสัมพีทะเลาะกัน ก็จบด้วยดี แต่ฝากประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ให้จดจำถึงทุกวันนี้
เรื่อง : เปรียญ12 

พลานุภาพแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” สะท้านพิธา ก้าวไกลสะเทือนทั้งภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531153

26 ก.ย. 2565

พลานุภาพแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” สะท้านพิธา ก้าวไกลสะเทือนทั้งภาค

พลานุภาพแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” ดับลุงตู่-ลุงป้อม “พิธา” มีอาการหนาวๆร้อนๆ สนามภาคอีสาน พท.กวาดมากกว่า 100 ที่นั่ง กระทบก้าวไกลที่ได้แต้มอันดับ 2 สมัยที่แล้ว

พลานุภาพแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” มิได้กระทบขั้วตรงข้ามเพื่อไทยเท่านั้น หากแต่ก้าวไกล ก็มีอาการหนาว ๆ ร้อน ๆ เพราะชิงคะแนนในตะกร้าเดียวกัน

สมรภูมิอีสาน “อุ๊งอิ๊ง” มีโอกาสได้มากกว่า 100 ที่นั่ง เหนือคู่แข่งฝ่ายประชาธิปไตยคือ ก้าวไกลที่เคยได้แต้มอันดับ 2 สมัยที่แล้ว 

ชัยชนะของเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด กำลังถูกปั่นให้เป็นกระแสแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การไปปรากฏตัวของ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นจุดพลิกเกม ส่งผลให้คะแนนของ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ทะลุ 301,187 คะแนน ได้เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ดคนใหม่

ขบวนหาเสียงของเพื่อไทย ในโค้งสุดท้าย 14 จุด ได้ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่น กลายเป็นการเลือกตั้งระดับชาติ

หากคลี่คะแนนทั้ง 3 ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ออกมาดูอย่างละเอียด ก็จะพบว่า พฤติกรรมการเลือกของประชาชน ก็แบ่งเป็น 2 ขั้วชัดเจน

เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ได้ 301,187 คะแนน มาจากฐานเสียง ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย 6 คน ส่วน จุรีพร สินธุไพร ได้ 126,649 คะแนน และรัชนี พลซื่อ 116,027 คะแนน นำคะแนนสองคนนี้มารวมกันจะได้ 24,2676 คะแนน

ถ้าย้อนไปดูผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เมื่อปี 2563 เอกภาพ พลซื่อ ได้ 221,854 คะแนน เท่ากับว่าคนเลือกจุรีพร และรัชนีก็คือ ผู้ที่เลือกเอกภาพนั่นเอง

สองปีก่อน มังกร ยนต์ตระกูล พรรคเพื่อไทย ได้ 215,694 คะแนน แต่วันนี้ เศกสิทธิ์ ได้คะแนนเพิ่มขึ้น 8 หมื่นกว่าแต้ม 

กระแสแลนด์สไลด์เพื่อไทย ไม่ได้แค่กระทบกับพรรคขั้วตรงข้ามทักษิณเท่านั้น หากยังรวมถึงพรรคก้าวไกล ในฐานะพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ที่ต้องแย่งชิงคะแนนจากตะกร้าเดียวกัน 
 

‘อาการก้าวไม่ไป’

นิด้าโพลครั้งล่าสุด “อุ๊งอิ๊ง” ความนิยมในหมู่ประชาชนยังเหนือกว่าพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และมีแนวโน้มพิธา จะลดลงไปอยู่ในระนาบเดียวกันกับลุงตู่

เหนืออื่นใด เพื่อไทยกับก้าวไกล จะต้องมาแข่งกันเองในสมรภูมิอีสาน ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความมั่นใน “เรามั่นใจว่า จะสามารถชนะเลือกตั้งได้ มีไม่ต่ำกว่า 15 เขต” ในสนามภาคอีสาน

สมรภูมิอีสานเป็นสนามใหญ่ที่สุด การเลือกตั้งปี 2562 ในสนามอีสาน พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส. 84 ที่นั่ง ส่วนพรรคภูมิใจไทยได้ ส.ส. ไป 16 ที่นั่ง

ที่น่าสนใจ พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.เขต 1 ที่นั่งจากขอนแก่น เขต 1 โดย ส.ส.คนนั้น ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แม้จะได้ ส.ส.ขอนแก่นคนเดียว แต่ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่เกือบทุกจังหวัดในภาคอีสาน ต่างได้อันดับ 2 มีคะแนน 1-3 หมื่นต่อเขต จึงเป็นความมั่นใจของแกนนำพรรคสีส้มในสมัยหน้า

‘ถอดเสื้อส้ม’

มีข้อน่าสังเกตผู้สมัครนายก อบจ.ของคณะก้าวหน้า ไม่ไปต่อกับพรรคก้าวไกล เลือกมาอยู่กับ “อุ๊งอิ๊ง” และพรรคคุณหญิงหน่อย

ดังกรณีของ สถาพร ว่องสัธนพงษ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ได้ 9 หมื่นแต้ม ได้ลาออกจากคณะก้าวหน้า มาสังกัดพรรคเพื่อไทย เสนอตัวลงสมัคร ส.ส.เขต 1 ซึ่งอยู่ระหว่างการทำโพลระหว่างสถาพร กับวราวงษ์ พันธุ์ศิลา อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เพื่อไทย

 สถาพร อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คณะก้าวหน้า ย้ายมาอยู่เพื่อไทย เตรียมลง ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1 สถาพร อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด คณะก้าวหน้า ย้ายมาอยู่เพื่อไทย เตรียมลง ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 1

ว่ากันว่า สถาพรเป็นกำลังหลักในการหาคะแนนช่วยเศกสิทธิ์ ในการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ครั้งนี้

นอกจากนี้ ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น อดีตผู้สมัครนายก อบจ.บึงกาฬ คณะก้าวหน้า และฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี คณะก้าวหน้า เลือกที่จะสวมเสื้อไทยสร้างไทย ลงสมัคร ส.ส.อุดรฯ 

ทำไมคนเหล่านี้ ไม่ยอมไปต่อกับพรรคก้าวไกล เสนอตัวลง ส.ส.เขต หรือว่าพวกเขาประเมินว่า เลือกตั้งสมัยหน้า พรรคก้าวไกลคงมีโอกาสเบียดแทรกเพื่อไทยได้ยาก จึงเลือกเส้นทางใหม่


การเลือกตั้งสมัยหน้า สนามภาคอีสาน จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 132 คน และกระแสอุ๊งอิ๊งที่มาแรงในทุกวันนี้ มีการคาดหมายว่า เพื่อไทยจะกวาด ส.ส.อีสาน ได้มากกว่า 100 ที่นั่ง เหมือนยุคสมัยนารีขี่ม้าขาวภาคแรก ปี 2554

หนาวทั้งพรรค “อนุทิน” เจาะขอนแก่น เจออุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531088

26 ก.ย. 2565

หนาวทั้งพรรค “อนุทิน” เจาะขอนแก่น เจออุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์สะเทือน “อนุทิน” ค่ายสีน้ำเงินมีจุดอ่อนในอีสานเหนือ-อีสานกลาง เอกราชนำทัพเจาะขอนแก่น เจอกระแสอุ๊งอิ๊ง ตระกูลช่างเหลา เสี่ยงสอบตกสูง

ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์สะเทือน “อนุทิน” ค่ายสีน้ำเงินมีจุดอ่อนในสมรภูมิอีสาน อาจซ้ำรอยปี 2554 พ่ายแต่อีสานเหนือยันอีสานกลาง

“อนุทิน” ลุยขอนแก่น หวังเอกราช เจาะฐานค่ายสีแดงเหมือนปี 2562 แต่รอบหน้า ตระกูลช่างเหลา เสี่ยงสอบตกสูง

ปรากฏการณ์กาฬสินธุ์แลนด์สไลด์ ต่อด้วยร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ เขย่าขวัญ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพยายามจะขยายฐานอีสานเหนือ และอีสานกลาง ที่เป็นจุดอ่อนของพรรค

อนุทิน ชาญวีรกูล เลือก จ.ขอนแก่น เป็นสถานที่จัดงานภูมิใจไทยสัญจร ครั้งที่ 5 จ.ขอนแก่น ที่ศูนย์ประชุมเอนกประสงค์กาญจนภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพราะสมรภูมิแห่งนี้ ถือว่าเป็นเมืองหลวงของอีสานตอนบน เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2565

ค่ายภูมิใจไทย ตั้งเป้าเจาะฐานเพื่อไทย ขอนแก่น อย่างน้อย 2 ที่นั่ง จากสองพ่อลูกตระกูลช่างเหลา 

สังเวียนเลือกตั้งภาคอีสานสมัยหน้า จำนวน ส.ส.เพิ่มจาก 126 ที่นั่ง เป็น 132 ที่นั่ง แชมป์เก่าหลายสมัยอย่างพรรคเพื่อไทย มีโอกาสกวาด 104 ที่นั่ง เหมือนเลือกตั้งปี 2554 เพราะกระแสอุ๊งอิ๊งมาแรง เหมือนยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ นารีขี่ม้าขาวภาคแรก

‘ปั้นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์’

“อนุทิน” รู้ดีว่า สมรภูมิอีสานนั้นยากที่จะขอแบ่งเก้าอี้ ส.ส.จากเพื่อไทยให้ได้เป็นกอบเป็นกำ ที่ผ่านมา ภูมิใจไทยได้ ส.ส.แค่ 3-4 จังหวัดอีสานใต้เท่านั้น

ภาพรวมผลการเลือกตั้งปี 2562 เฉพาะภาคอีสาน ภูมิใจไทย ได้ ส.ส. 16 ที่นั่ง ส่วนใหญ่อยู่ในโซนอีสานใต้ และมี ส.ส.โซนอีสานเหนือ เพียงคนเดียวคือ ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม 

ย้อนไปปี 2554 ภูมิใจไทย ได้ ส.ส. 13 คน อยู่ในโซนอีสานใต้ทั้งหมด แสดงว่า ค่ายเนวิน ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นมาเพียง 3 คน ทั้งที่เลือกตั้งสมัยที่แล้ว ปรับภาพลักษณ์ใหม่ ชูอนุทิน เป็นนายกฯ ขายฝันกัญชาเสรี ลดโทนความเป็นปรปักษ์กับพรรคทักษิณ

สนามเลือกตั้งขอนแก่น เป็นสมรภูมิที่ไม่ถูกโฉลกกับพรรคภูมิใจไทย มาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2554 ภูมิใจไทยเมืองหมอแคน นำทัพโดย ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ อดีต รมช.คมนาคม ส่งอดีต ส.ส.ลงสนามหลายคน แต่สอบตกหมด

การเลือกตั้งปี 2562 เอกราช ช่างเหลา รับบทแม่ทัพพลังประชารัฐ จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.ลงครบ 10 เขต ได้คะแนนรวมทั้งจังหวัด 222,075 คะแนน ส่วนลูกชาย วัฒนา ช่างเหลา เอาชนะอรอนงค์ สาระผล ภรรยา ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ เพื่อไทย ได้เป็น ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 สมัยแรก

เนวิน ชิดชอบ จึงเจรจาดึง เอกราช ช่างเหลา เป็นแม่ทัพเมืองหมอแคน ซึ่งในการเลือกตั้งสมัยหน้า สนามขอนแก่น จะมี ส.ส. 11 คน พรรคภูมิใจไทยประกาศเปิดตัว ส.ส.เขต จำนวน 8 คน แต่ตั้งเป้าไว้ 5 คน ที่มีโอกาสจะเจาะฐานเพื่อไทยได้

ลึก ๆ แล้ว แม่ทัพเอกราช คาดหวังทำยอดคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ให้ได้เขตละ 2-3 หมื่นเป็นยุทธศาสตร์หลัก ส่วนเรื่องชนะเลือกตั้ง ก็ถือว่าเป็นโชควาสนาของแต่ละคน

 ความหวังเดียวของเอกราช คือ วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2ความหวังเดียวของเอกราช คือ วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2

‘อนาคตตระกูลช่างเหลา’

สำหรับสนามขอนแก่น “อนุทิน” น่าจะฝากความหวังไว้เพียง 2 เขตเท่านั้น คือเขต 2 วัฒนา และเขต 4 เอกราช เนื่องจากตระกูลเอกราช กุมสภาพพื้นที่ได้ และน่าจะใช้แผนวัฒนาโมเดลได้ผล

เขต 2 (อ.เมืองขอนแก่น ,อ.ซำสูง) วัฒนา ช่างเหลา ในฐานะแชมป์เก่า ยังรอคู่ชกอยู่ พรรคเพื่อไทยยังไม่เคาะว่าจะเลือกใคร ระหว่าง พัฒนา นุศรีอัน คนสนิทอดิศร เพียงเกษ กับรัมภา ทีฆธนานนท์ ลูกสาวเสี่ยอุ้ย เจริญศรี เจ้าตลาดสดศรีเมืองทองขอนแก่น

เขต 4 (อ.อุบลรัตน์, อ.เขาสวนกวาง) เอกราช ช่างเหลา จาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต้องลง ส.ส.เขตนี้ เจอคู่แข่ง มุกดา พงษ์สมบัติ ส.ส.ขอนแก่น เพื่อไทย 

นัยว่า เอกราชต้องการคะแนนปาร์ตี้ลิสต์มากกว่าจะเอาชนะมุกดา เพราะรู้ว่าเป็นรอง แต่หาเสียงไปแล้ว มีโอกาสจะชนะ ก็พร้อมทุ่มทุกสรรพกำลัง

สรุปว่า ภูมิใจไทยในอีสานโซนเหนือและอีสานกลาง ยังต้องเผชิญกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ ที่มีความแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้ายกระดับเป็นไต้ฝุ่นก็สูญพันธุ์ทั้งภาค

1 ตุลาฯ เคาะ”กฏเหล็ก” ขับเคลื่อน องค์กรสีกากี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/531072

หนึ่งตะวัน พันดาว

26 ก.ย. 2565

1 ตุลาฯ เคาะ"กฏเหล็ก" ขับเคลื่อน องค์กรสีกากี

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

สัปดาห์สุดท้าย..อำลาชีวิตราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” ทั้ง..“ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน” หลายพันหลายหมื่นนาย ถึงเวลา..“ถอดเครื่องแบบ-คืนของหลวง” อำลา “หัวโขน” สู่สามัญชน “คนธรรมดา” หลัง..ตรากตรำทำงานเพื่อประเทศชาติมาครึ่งค่อนชีวิต..OO

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ..บรรดา “สีกากีน้อยใหญ่” หลายพันนาย ตั้งแต่ “พล.ต.อ.ยัน ชั้นประทวน” ถอดเครื่องแบบ อำลาชีวิตราชการ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” เหลือไว้..แต่ “ชื่อเสียง-ผลงาน” บันทึกจดจำ..OO

หัวขบวน..ไล่ตั้งแต่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา -พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ -พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย -พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง 4 “รอง ผบ.ตร.” พล.ต.อ.ชยพล ฉัตรชัยเดช -พล.ต.อ.ปรีชา เจริญสหายานนท์ -พล.ต.อ.มนตรี ยิ้มแย้ม “3 ปรึกษาพิเศษ ตร.”..OO

ตามด้วย..พล.ต.ท.กษณะ แจ่มสว่าง ผบช.สกบ. พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ จตร. พล.ต.ท.ธนา ธุระเจน นายแพทย์ สบ 8 รพ.ตร. พล.ต.ท.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.นพกฎล อินทอง ผบช.สง.ก.ตร. พล.ต.ท.พรชัย สุธีรคุณ นายแพทย์(สบ 8) รพ.ตร. พล.ต.ท.พัฒนวุธ อิงคะนาวิน ผบช.สงป. พล.ต.ท.สันต์ สุขวัจน์ ที่ปรึกษา(สบ 8) สพฐ. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.8 พล.ต.ท.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.บันทึก “คุณงามความดี”ไว้ในความทรงจำ..OO

เก่าไป-ใหม่มา..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.รับไม้ต่อนั่งเก้าอี้  “ผบ.ตร.คนที่ 13” บริหาร “องค์กร-หน่วยงาน” ตั้งแท่นวางตัว “รอง ผบ.ตร.”รับผิดชอบหน้างาน 6 ด้าน แพรมจัดวาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ คุมงานบริหาร(บร.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล คุมงานป้องกันและปราบปราม(ปป.) พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ คุมงานความมั่นคงและกิจการพิเศษ(มค.,กศ.) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล คุมงานสืบสวนสอบสวน(สส.) พล.ต.อ.ชินภัทร สารสิน คุมงานกฎหมายและคดี(กมค.) พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ คุมงานจเรตำรวจ(จต.)..OO

แถม..บัญชาการ พล.ต.ท.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ ผบช.สยศ.ตร.แจ้งหนังสือเวียนกำหนดนัดรวมพล ประชุมมอบนโยบายบริหารราชการ ประจำปีงบประมาณ 2566 ในวันเสาร์ที่ 1 ตุลาฯ ณ ห้องแจ้งยอดสุข ชั้น 2 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการตำรวจ ขับเคลื่อนหน่วยงาน “บำบัดทุกข์-บำรุงสุข” พี่น้อง“ประชาชน” ยุค..ผลัดเปลี่ยน “แม่ทัพสีกากี”คนใหม่..OO

ปิดฉาก..มหากาพย์ “คดีทุจริตสร้างโรงพัก 396 แห่ง” ศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ -พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์ ในฐานะคณะกรรมการประกวดราคา บริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด -นายวิศณุ วิเศษสิงห์ พยานหลักฐานจำเลยทั้ง 6 ไม่มีความผิดตามฟ้อง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 “ล้างมลทิน”ชนักติดหลัง มานานนับ 10 ปี..OO

หลายคำถาม..“สังคมคาใจ” ใครจะต้องรับผิดชอบ เศษซากประติมากรรมโรงพักอันอื้อฉาว สร้างความเสียหายเงินหลวง หลายพันล้านบาท “กระแสถาโถม” หนีไม่พ้น.. “ผู้เกี่ยวข้อง” เพราะ..หลายเรื่องราวนำพาชี้นำ ต้องรอลุ้น“ป.ป.ช.”จะมีหลักฐานเด็ด ยื่นอุทธรณ์แก้ต่างหรือป่าวหนอ..อีกไม่นานได้ยลโฉม..OO

สั่นสะท้าน..เหตุการณ์“สาวคีร์กีซสถาน” กระโดดคอนโดฯ“ฆ่าตัวตาย” ในพื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลัง..แจ้งความร้องทุกข์ สภ.เมืองพัทยา ถูกแก๊งคนจีนไล่ล่า “บังคับค้าประเวณี”ในพื้นที่เมืองพัทยา และ พื้นที่ห้วยขวาง กรุงเทพฯ เพียงไม่กี่วัน ก่อนพบจุดจบ ผสมโรง..“บาดแผล” เฉพาะกิจ“กรมการปกครอง” ทลายแก๊งค้ากามในพื้นที ช่วยเหลือเหยื่อเด็กสาวชาวไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี พ้นขุมนรก..OO

ไม่รอช้า..พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ กิจจาหาญ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ลงดาบย้าย พ.ต.อ.กุลชาต กุลชัย ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้ากรุ ศปก.บก.ภ.จว.ชลบุรี ขาดจากตำแหน่งเดิม รอผลสอบฐานหย่อนยาน“ปล่อยปละละเลย” มอบหมาย พ.ต.อ.เมฆาวิศ ประดิษฐ์ผล รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาการเก้าอี้ “ผู้กำกับ” ปัดกวาด“ขยะใต้พรม” บ่อกำเนิดทำลายภาพพจน์ “องค์กร-หน่วยงาน”..OO

สุดยอด..“นักสืบ-มือปราบ” ยุค พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ คุมบันเหียน “ผู้การสืบสวนภาค 2” วางรากฐานถ่ายทอดวิทยายุทธ์ทีมสืบสวนไว้ดิบดี พ.ต.อ.กฤตยา ประสพวัฒนา รอง ผบก.สส.ภ.2 นำทีมผนึกกำลัง พ.ต.อ.มาโนต หวังสู้ศึก ผกก.1 บก.สส.ภ.2  พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผกก.สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.สส.ภ.2 “ปิดแฟ้มคดีอุกฉกรรจ์”..OO

พิชิตคดี..2 พี่น้อง“จัดฉากชิงเงิน” บริษัท พีเจ ชลบุรี พาราวูด จำกัด ทำธุรกิจเกี่ยวกับเฟอร์นิเจอร์ เจอหลักฐาน น.ส.ประภาภรณ์ บุญมีสนม พี่สาว พนักงานบริษัทฯ วางแผนจัดฉากให้ นายจตุพล บุญมีสนม น้องชาย ก่อเหตุชิงเงินสด 3.5 ล้านบาท ขณะเบิกออกจากธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านบึง ใช้เวลาเพียง 2 วัน “กระชากหน้ากาก” ปิดฉาก 2 พี่น้องโจรมือใหม่ สิ้นอิสรภาพ ชดใช้กรรมที่ก่อ ก่อน..ผู้การฯลาสิกขาบท เพียงวันเดียว..OO

ฝีมือไม่ตก.. พ.ต.อ.ธนกฤต กนิษฐกุล ผกก.สส.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา“นักสืบ-มือปราบ”ฝีมือดี ลูกหม้อ “นครบาล” นำทีม แกะรอยมือปืนซิ่งฮอนด้า ซีวิค ประกบยิงเสี่ยรถเบนซ์กลางถนน ในพื้นที่ อ.บางปะอิน..OO

เจอแหล่งกบดาน..ประสาน พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 นำทีมไล่ล่า ผนึกกำลัง พ.ต.อ.ธานี นาคหกวิค ผกก.สส.ภ.จว.ชุมพร ตามลากคอยกแก๊งทีมมือปืนและผู้จ้างวานหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.ชุมพร ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ..ดรีมทีม “นักสืบ-มือปราบ”..OO

ปราบไม่หมด..“ยาบ้า-ยานรก” ขบวนการค้ายาเสพติด ยังลักลอบขนยานรกจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าประเทศเป็นว่าเล่น เป็นข่าวให้เห็น..“วันเว้นวัน” ก้อ..ว่าได้ เหตุ..เครือข่ายยาเสพติด มี“เส้นสายคุ้มกะลาหัว” แต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา บางคนมีตำแหน่งหน้าที่การงาน ใหญ่โต อำนาจคับบ้านคับเมืองแถม..มีผู้อำนาจในบ้านเมืองปกป้อง อีกต่างหาก ตราบใด “ไม่ขจัดเหลือบในเครื่องแบบสวมหัวโขน” ก้อ..อยากหวังเลย ต่อให้ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก้อ..ปราบไม่สำเร็จ  นี่..คือ..ความเป็นจริง หรือ..ว่า..ใครจะเถียง..ว่า..ไม่จริง..OO

สวดอภิธรรมศพ..พ.ต.อ.ธนัญชัย เพียรช่าง รอง ผบก.ภ.จชัยภูมิ อดีตนายเวร พล.ต.อ.ล้วน ปานรศทิพ สมัยดำรงตำแหน่ง ผบช.ก. ณ ศาลา 5 วัดตรีทศเทพวรวิหาร ถึงวันที่ 27 กันยาฯนี้  รุ่งขึ้น พระราชทานเพลิงศพ เวลา 15.30 น..ขอเรียนเชิญ ญาติสนิทมิตรสหาย ร่วมไว้อาลัย..OO..สวัสดี 
 

หนึ่งตะวัน พันดาว

แลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” อุ้ม “เศกสิทธิ์” คว้าชัยนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531051

25 ก.ย. 2565

แลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” อุ้ม “เศกสิทธิ์” คว้าชัยนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” อุ้ม เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ คว้าชัยนายก อบจ. ทิ้งห่างคู่แข่งหลักแสน ตอกย้ำเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ในสมรภูมิเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์สมใจ “อุ๊งอิ๊ง” ยกทีมปราศรัยอุ้มเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ชนะเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด มีคะแนนนำห่างคู่แข่ง ตั้งแต่กระดานแรกยันกระดานสุดท้าย

มนต์ขลัง “อุ๊งอิ๊ง” สร้างความมั่นใจ ปรากฏการณ์เพื่อไทยแลนด์สไลด์ ในสนามเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า จะปรากฏเป็นจริงแน่นอน

มิเสียแรงที่อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้เดินทางไปหาเสียงช่วย เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ที่ร้อยเอ็ดในช่วงโค้งสุดท้าย จึงทำให้ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย มีคะแนนนำชนิดม้วนเดียวจบ

หลังปรากฏการณ์แลนด์สไลด์เพื่อไทย ในศึกเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ก็มีการคาดการณ์กันว่า จะส่งผลถึงการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมาย

สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย. 2565 ปรากฏว่า เบอร์ 2 เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ พรรคเพื่อไทย ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นและทิ้งห่างเบอร์ 1 รัชนี พลซื่อ และเบอร์ 4 จุรีพร สินธุไพร นับแสนคะแนน

  • ‘เหตุปัจจัยชัยชนะ’

อุ๊งอิ๊ง” เป็นจุดเปลี่ยนของเกมเลือกตั้ง หลังลูกสาวทักษิณตัดสินใจเดินทางมาปราศรัยหาเสียงสนับสนุนเศกสิทธิ์ ในโค้งสุดท้าย สถานการณ์ในสมรภูมินายก อบจ.ร้อยเอ็ด พลิกผันไปทันที

สาเหตุหลักที่เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่ง ที่เปรียบเสมือนตัวแทนกลุ่มการเมืองขั้วตรงข้ามเพื่อไทยในร้อยเอ็ด ประกอบด้วย

ประการแรก ฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย ที่มี ส.ส.ร้อยเอ็ด 6 คนจากทั้งหมด 7 คน ซึ่งตอนแรกๆ คนเสื้อแดงร้อยเอ็ดก็ปั่นป่วน เหมือนถูกแบ่งคะแนนไปให้ฝั่งจุรีพรบ้าง แต่โค้งสุดท้าย เสียงส่วนใหญ่ก็เทมาทางเพื่อไทย

อุ๊งอิ๊งคือจุดเปลี่ยน ทำให้เกิดร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์อุ๊งอิ๊งคือจุดเปลี่ยน ทำให้เกิดร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์

ประการที่สอง อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางมาหาเสียงช่วย เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ในวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย.2565 ขึ้นเวทีปราศรัย 4 เวที 4 อำเภอ รวมถึงทีมจาตุรนต์ ฉายแสง และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาขึ้นเวทีปราศรัย 14 จุด ตั้งแต่วันที่ 16 -19 ก.ย.ที่ผ่านมา

การที่อุ๊งอิ๊งมาขึ้นเวทีปราศรัยที่ร้อยเอ็ด ได้สยบทุกความเคลื่อนไหว แกนนำคนเสื้อแดงก็ไม่ขยับไปรับจ็อบพิเศษ และหัวคะแนน ส.ส.เพื่อไทย ก็อยู่ในที่ตั้ง ไม่กล้าแหกคอก

ประการที่สาม คนแดนไกลล็อกนิสิต สินธุไพร ไม่ให้ช่วยน้องสาว จุรีพร สินธุไพร จึงเห็นภาพ เอมอร สินธุไพร ภรรยานิสิต และลูกสาวคนเล็ก เบียร์-ชญาภา สินธุไพร ขึ้นเวทีบอกพี่น้องเสื้อแดงว่า ตระกูลสินธุไพรอยู่ฝั่งเพื่อไทย

ประการที่สี่ มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ได้ขึ้นเวทีสนับสนุนเศกสิทธิ์ สยบข่าวลือน้องเขยลอยแพพี่เขย-เศกสิทธิ์

  • ‘สมใจบ้านใหญ่’

ทุกเวทีที่ “อุ๊งอิ๊ง” มาปราศรัยช่วยเศกสิทธิ์ จะบอกว่า ทักษิณฝากความคิดถึงมาหาพี่น้องชาวร้อยเอ็ด เหมือนตอกย้ำว่า ศึกนี้พ่อทักษิณมีเดิมพันสูง

สำหรัยเสี่ยเอ-เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ บุตรชาย พรศักดิ์ ไวนิยมพงศ์ นักการเมืองท้องถิ่น อ.ธวัชบุรี แจ้งเกิดเป็น ส.ส.สมัยแรก พรรคความหวังใหม่

เดิมทีเสี่ยเอ เป็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีของภาคอีสาน เกือบติดทีมชาติ แต่เสี่ยอู๊ด-พรศักดิ ไวนิยมพงษ์ บิดาของเขาเป็นนักการเมืองท้องถิ่น มีฐานเสียงอยู่ใน อ.ธวัชบุรี ดึงตัวลูกชายมาลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคความหวังใหม่

เลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 เศกสิทธิ์ ได้เป็น ส.ส.สมัยแรกในวัย 25 ปี ถือว่าเป็น ส.ส.ที่หนุ่มที่สุดใน พ.ศ.โน้น และสมัยที่อยู่พรรคความหวังใหม่ เสี่ยเอสนิทสนมกับจาตุรนต์ ฉายแสง

เลือกตั้งปี 2544 เสี่ยเอย้ายจากพรรคความหวังใหม่ไปพรรคไทยรักไทย ตามลูกพี่-จาตุรนต์ ฉายแสง และอยู่ในพรรคการเมืองในเครือข่ายทักษิณ ทั้งพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย

การเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะนี่คือเดิมพันแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งหน้า

พรรคมะขามหวาน “สันติ” การันตี 6 ที่นั่ง หนุนลุงป้อมนั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/531048

25 ก.ย. 2565

พรรคมะขามหวาน “สันติ” การันตี 6 ที่นั่ง หนุนลุงป้อมนั่งนายกฯ

พรรคเพชรบูรณ์บ้านเรา “สันติ” ฉายภาพขุนพลคู่บารมี พล.อ.ประวิตร สยบข่าวถูกทิ้งและย้ายพรรค วางยุทธศาสตร์ 6 บ้านใหญ่ ยึดนครบาลเพชรบูรณ์ สานฝันลุงป้อม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

พรรคเพชรบูรณ์บ้านเรา “สันติ” อุ้ม พล.อ.ประวิตร เยือนถิ่นมะขามหวาน ฉายภาพขุนพลคู่บารมีประมุขบ้านป่ารอยต่อ สยบข่าวถูกทิ้งและย้ายพรรค

ยุทธศาสตร์ 6 บ้านใหญ่ใต้ร่มเงา “สันติ” แลนด์สไลด์นครบาลเพชรบูรณ์ ตั้งเป้า 6 ที่นั่ง สานฝันลุงป้อม

วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เพชรบูรณ์ เริ่มจากไปเป็นประธานพิธีอุ้มพระดำน้ำที่วัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์

พล.อ.ประวิตร บอกว่า ลงดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาเรื่องน้ำท่วม “ผมไม่ได้เล่นการเมืองนะ เดี๋ยวจะว่ากัน..”

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร เดินทางต่อไปที่เทศบาลเมืองหล่มสัก และเทศบาลตำบลตาลเดี่ยว อ.หล่มสัก เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ตั้งใจเชิญบิ๊กป้อมไปร่วมงานสำคัญของ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อส่งสัญญาณให้คนเมืองมะขามหวานรู้ว่า 5 ส.ส.เพชรบูรณ์ จะไม่ย้ายไปอยู่พรรคไหนตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้

หลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยกพลออกไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย เสี่ยสันติก็ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แทนผู้กอง โดยระยะหลัง มีคนปล่อยข่าวว่า สันติจะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย

ระยะหลัง สันติจะเดินเคียงข้าง พล.อ.ประวิตร ไปตรวจราชการ และไปพบปะผู้สมัคร ส.ส.ในต่างจังหวัดบ่อยครั้งขึ้น

  • ‘พรรคเพชรบูรณ์’

สันติ” ชาวสมุทรปราการ เข้ามาทำธุรกิจพัฒนาที่ดินในหลายอำเภอของ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนจะส่งภรรยา วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เล่นการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.อบจ.เพชรบรูณ์ เขต อ.ชนแดน

พล.อ.ประวิตร และสันติ ชื่นมื่นในงานอุ้มพระดำน้ำพล.อ.ประวิตร และสันติ ชื่นมื่นในงานอุ้มพระดำน้ำ

จากนั้น สันติ ขยับเข้าเป็นที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) และเป็นกรรมการบริหารพรรคความหวังใหม่ ก่อนลงจะสมัคร ส.ส.เพชรบรูณ์ และได้เป็น ส.ส. 2 สมัยติดต่อกัน

นับแต่ปี 2548 สันติย้ายมาสังกัดไทยรักไทย พลังประชาชนและเพื่อไทย จนได้เป็น รมว.คมนาคม ในรัฐบาลสมัคร และ รมว.พัฒนาสังคมฯ รัฐบาลยิ่งลักษณ์

เหตุที่สันติได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ เพราะได้รับความไว้วางใจจากบ้านจันทร์ส่องหล้าให้ดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

นอกจากนี้ สันติได้รวบรวมนักการเมืองตระกูลดัง ในเพชรบูรณ์อย่าง ทองใจสด, พั้วช่วย และอนรรฆพันธ์ ให้มาในทีมเดียวกัน พร้อมผลักดัน “เสี่ยด๊อย” อัครเดช ทองใจสด เป็นนายก อบจ.เพชรบูรณ์ ติดต่อกันมาหลายสมัยแล้ว

คอการเมืองจำนวนไม่น้อย รู้สึกแปลกใจที่สันติ ยกทีม ส.ส.เมืองมะขามหวาน ซบพรรคพลังประชารัฐ เมื่อการเลือกตั้งปี 2562

  • ‘ทัพเจ้าพ่อมะขามหวาน’

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว “สันติ” ดึงตระกูลพรพฤฒิพันธุ์ บ้านใหญ่แห่ง อ.เมืองเพชรบูรณ์ ให้มาร่วมงานกันในนามเพชรบูรณ์บ้านเรา

ปอย-พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ทายาท วินัย พรพฤฒิพันธุ์ อดีตประธานสภา อบจ.เพชรบูรณ์ จึงได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ด้วยแรงสนับสนุนจากเสี่ยสันติ

วินัย พรพฤฒิพันธุ์ เป็นเจ้าของกิจการโรงโม่หิน, ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, โรงสีข้าว และกิจการปั๊มน้ำมันหลายแห่ง ส่งลูกสาวชิมลางการเมืองท้องถิ่น ก่อนขยับขึ้นการเมืองระดับชาติ

สนามเลือกตั้งเพชรบูรณ์สมัยหน้า มี ส.ส.เพิ่มจาก 5 คน เป็น 6 คน เสี่ยสันติ ได้วางตัว บุญชัย กิตติธาราทรัพย์ ส.อบจ.เพชรบูรณ์ เขต อ.หล่มเกา ลงสมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สรุปแล้ว ทีมเพชรบูรณ์บ้านเราสมัยหน้า ได้วางตัวไว้ครบ 6 เขตแล้ว ประกอบด้วยเขต 1 พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ (อ.เมืองเพชรบูรณ์),เขต 2 จักรัตน์ พั้วช่วย (อ.หล่มสัก),เขต 3 บุญชัย กิตติธาราทรัพย์ (อ.หล่มเก่า) ,เขต 4 วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ (อ.ชนแดน) ,เขต 5 สุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ (อ.หนองไผ่) และเขต 6 เอี่ยม ทองใจสด (อ.วิเชียรบุรี)

ซุ้มเพชรบูรณ์บ้านเรา ของเสี่ยสันติ การันตี 6 ที่นั่งขนาดนี้ ลุงป้อมคงไม่ปล่อยให้หลุดมือไป แม้จะมีข่าวเขย่าเก้าอี้เลขาธิการพรรคอยู่เป็นระยะๆ