“แทน” ยันสนามเมืองคอน “ประชาธิปัตย์” มีแล้ว 8 รอผลโพลล์ 1 มั่นใจกวาดยกจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530982

นายหัวไทร

25 ก.ย. 2565

"แทน" ยันสนามเมืองคอน "ประชาธิปัตย์" มีแล้ว 8 รอผลโพลล์ 1 มั่นใจกวาดยกจังหวัด

“ประชาธิปัตย์” เตรียมกวาด ส.ส. ครบ 9 เขต จ.นครศรีธรรมราช ลุ้น พลาดล่าเขต 3 ให้ “พลังประชารัฐ” ตามเคย หรือ “ภูมิใจไทย” จะมาแรงแซงโค้งชิงได้บางพื้นที่

นครศรีธรรมราชไม่เงียบนะ” เป็นคำตอบมาจาก “แทนชัยชนะ เดชเดโช” ส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ รองเลขารองเลขาธิการพรรค

“พรรคเตรียมเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 9 เขต ในเดือนพฤศจิกายนขณะนี้เราได้ตัวผู้สมัครแล้ว 8 คน 8 เขต อีก 1 เขตรอการทำโพลล์”

8 คนที่ได้ตัวผู้สมัครแล้ว เป็น ส.ส.ปัจจุบัน 4 คน และเลือดใหม่ 4 คน ประกอบด้วย

-ส.ส.4 คน ประกอบด้วย ชัยชนะ เดชเดโช , ชินวรณ์ บุณยเกียรติ์ , ประกอบ รัตนพันธ์ และพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ซึ่งใครลงเขตไหนยังระบุชัดไม่ได้ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ยังไม่ประกาศเขตเลือกตั้งออกมา 

-เลือดใหม่ 4 คน ประกอบด้วย ราชิต สุดพุ่ม , พิทักษ์เดช เดชเดโช , อวยพรศรี เชาวลิต และ ลูกชายของชินวรณ์

ส่วนอีก 9 คน เพราะ ส.ส.นครศรีธรรมราช มี 9 คน คือ โซนหัวไทร ชะอวด เชียรใหญ่ อยู่ระหว่างเตรียมการทำโพลล์ เนื่องจากมีผู้เสนอตัวลงสมัครมากกว่า 1 คน พรรคจึงต้องทำโพลล์ เป็นการทำโพลล์ระหว่าง “ยุทธการ รัตนมาศ” อดีตรองนายกฯอบจ.นครศรีธรรมราช นายกสมาคมกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช กับ “พงศ์สิน เสนพงศ์” น้องชายของเทพไท เสนพงศ์ เคยลงสมัครเมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อม เขต 3 คือพื้นที่โซนนี้แหละ แต่แพ้ให้กับอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จากพรรคพลังประชารัฐ ก็คิดว่า เวลาในการพบปะแนะนำตัวเหลือน้องลงทุกวัน

ไม่ว่าจะเป็นพงศ์สิน หรือยุทธการ ในมุมมองของ #นายหัวไทร เชื่อว่า มีฐานเสียงเดียวกัน คือโซนชะอวด ฐานเสียงโซนหัวไทรจะเบาบางทั้งคู่”เรามีวิธีในการเรียกคะแนนจากประชาชน ขอให้สนามเลือกตั้งเปิดก่อน” เป็นคำยืนยันจาก “ชัยชนะ” อีกทั้งยังเชื่อมั่นว่า เลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนพรรคประชาธิปัตย์จะชนะยกจังหวัด 9 ที่นั่ง 

ยุทธการ รัตนมาศยุทธการ รัตนมาศพงศ์สิน เสนพงศ์พงศ์สิน เสนพงศ์

ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงสำหรับสถานการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานี้ แต่ก็ต้องเชื่อในฝีมือของ ส.ส.แทน กับปัจจัยเกื้อหนุน แต่ก็ไม่ควรปรามาทคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐที่เขามีอยู่ครึ่งหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช 4 ที่นั่ง ทั้ง ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ , สายัณห์ ยุติธรรม , อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ และสัญหพจน์ สุขศรีเมือง ที่พวกเขาฝ่าด่านมาได้ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา รวมถึงเลือกตั้งซ่อมด้วย และไม่ควรมองข้ามพรรคภูมิใจไทยที่กระแสดี มีผลงาน “พูดแล้วทำ” เขากำลังจัดทัพสู้เต็มที่เหมือนกัน ปัจจัยพร้อม กระสุนดินดำมี ถ้าได้ผู้สมัครที่มีชื่อชั้น ก็จะมีราคามาต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐได้เช่นกัน

ส.ส.แทน คงจะประเมินในสถานการณ์ที่ชินวรณ์ และพิมพ์ภัทรา ยังยืนหยัดสู้อยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่มีกระแสข่าวหนาหูว่าทั้งสองคนถูกพรรคอื่นทาบทาม ซึ่งในสถานการณ์การแข่งขันที่รุนแรงแย่งฐานภาคใต้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งสองคนจะถูกแซะจากพรรคคู่แข่ง ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้งสองคน และขึ้นอยู่กับประชาธิปัตย์ว่าจะให้บทบาทให้ความสำคัญกับทั้งสองคนแค่ไหนในระดับไหน

การเมืองการเลือกตั้งเดินเข้าสู่โค้ง 180 วันแล้ว และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็กำหนดคร่าวๆแล้วว่า ถ้าสภาอยู่ครบเทอมจะเลือกตั้งในวันที่ 7 พฤษภาคม และเริ่มออกระเบียบปฎิบัติต่างๆเกี่ยวกับการปฎิบัติตัวของว่าที่ผู้สมัครสส . และพรรคการเมืองออกมาแล้ว อะไรทำได้ ทำได้แค่ไหน อะไรทำไม่ได้ ทำแล้วจะผิดกฎหมายอย่างไร ป้ายใหญ่ๆที่ขึ้นอยู่ก่อนหน้านี้จะทำอย่างไร ต้องเอาลงภายในวันนี้ไหม

     ปี่กลองการเมืองยกแรกเริ่มแล้ว จับตาใครจะไปไหนไปอยู่กับใครก็ช่วงโค้ง 180 วันนี้แหละ แต่มีคนสไลด์ตัวออกจากพรรคเดิมมากแน่นอน

 #นายหัวไทร #เลือกตั้งทันสมัย 

เลือกตั้ง ครั้งหน้า ปทุมธานี ไม่ใช่พื้นที่ของ เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530780

นายหัวไทร

24 ก.ย. 2565

เลือกตั้ง ครั้งหน้า ปทุมธานี ไม่ใช่พื้นที่ของ เพื่อไทย

อดีตคนเพื่อไทย ปทุมธานี ย้ายซบพลังประชารัฐ เลือกตั้งครั้งหน้าเป้าหมายแลนด์สไลด์ อาจจะไม่ใกล้เคียงความจริง

      แค่บริบทแรกของการเมืองแห่งเมืองปทุมธานี เห็นท่าจะสนุกแล้ว เมื่อเดิมสนามแห่งนี้พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าอยู่ แต่อาจจะมีพรรคโน้นพรรคนี้แซมเข้ามาบ้าง พรรคละคนอะไรประมาณนี่

      “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้มีวันนี้เพราะพี่ให้ ได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีการใหญ่ก็แว้บขึ้นมา เพราะลูกชายก็ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีนครรังสิตด้วยอีกคน การใหญ่ที่ว่าคือสนามเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยต้องยึดทั้งจังหวัด

     บิ๊กแจ๊สขอจัดทีมเอง และเลือกคนของตนเองลงสมัครเป็นส่วนใหญ่ สส.เก่าบางคนก็ไม่ได้รับการพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ทัพจึงเริ่มแตก “เกียรติศักดิ์ ส่องแสง” อดีต สส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนแรกๆที่เดินออกมาจากทีมบิ๊กแจ๊ส

กล่าวถึงเกียรติ์ศักดิ์ ส่องแสง สมัยอยู่ประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็น สส.ที่ขยันลงพื้นที่ต่อเนื่อง แม้จะเป็นคนต่างถิ่น แต่ก็แจ้งเกิดในสนามยากได้ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน เกียรติศักดิ์หันหัวเรือไปยังพรรคเพื่อไทยกับกระแสแลนด์สไลด์ แต่เมื่อเข้าไปแล้วเจอตอก็ต้องถอยออกมาดีกว่าให้เรืออัปปางค์ หรือเดินออกมหาสมุทรแล้วเจอหินโสโครก ที่ไม่อาจรู้อนาคตได้ พายุใหญ่ก่อตัวอยู่กลางมหาสมุทรใหญ่ด้วย

เกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตส.ส.ปทุมธานีเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตส.ส.ปทุมธานี

      เกียรติศักดิ์ เดินออกจากเพื่อไทย “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอ้าแขนรับเข้าสู่อ้อมอกอันอบอุ่น ในสนามเลือกตั้ง “แพ้-ชนะ” ว่ากันในอีก 7 เดือนข้างหน้า

      เลือกตั้งครั้งหน้าปทุมธานีเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่น่าจะฟาดฟันกันดุเดือด ทีมก้อย พรพิมล ธรรมสาร ที่ถีบตัวออกจากเพื่อไทยอีกคน และมีคนพร้อมจะลุยสู้ศึก เปิดหน้าลุยกันอยู่แล้ว ย่านลาดสวาย ลำลูกกา ก็มี “โอม-จิรชาติ” เจ้าของแนวคิดลาดสวายโมเดล ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 54 ก็พร้อมขึ้นเวทีตะบันหน้ากับทุกพรรค แม้คราวที่แล้วซึ่งโอมลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ก้าวไม่ถึงฝัน แต่ประสบการณ์ และความขยันลงพื้นที่คลุกคลีชุมชน ก็น่าจะเรียกคะแนนได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมในนามพรรคสร้างอนาคตไทย ก็เป็นอีกเขตที่ท่าท้ายเพื่อไทยไม่น้อยกับฝันยึดจังหวัดของบิ๊กแจ๊ส

     ยังไม่พูดถึงเขตอื่นที่พรรคภูมิใจไทยก็จ่อจ้องเข้ามาเบียดแทรกอยู่เหมือนกัน อย่าลืมว่าสนามเล็กอย่างคลองหลวง เด็กบิ๊กแจ้สก็แพ้ให้กับ “เอกพจน์ ปานแย้ม” นักร้องลูกทุ่งดังในอดีตมาแล้วกับตำแหน่งนายกเทศมนตรีคลองหลวง เพราะดีกรีอดีต สส.ของเอกพจน์ก็ยังมีอยู่

เลือกตั้ง ครั้งหน้า ปทุมธานี ไม่ใช่พื้นที่ของ เพื่อไทย

ก่อนหน้านี้ เมื่อเกียรติศักดิ์ เข้ามาอยู่พรรคเพื่อไทยใหม่ๆ ก็เจอแรงต้านจากเจ้าของพื้นที่เดิมตั้งแต่ก้าวแรกแล้ว

        นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขนทีมงานร่วม80ชีวิต มาสมัครเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกมองว่าอาจจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า เรื่องนี้ทำให้พี่น้องประชาชนจังหวัดปทุมธานี สับสน เดิมทีนายเกียรติศักดิ์ เคยเป็นส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ เคยเคลื่อนไหวสมัยการชุมนุมกลุ่มกปปส. เคยขึ้นเวทีด่า นายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเสียหาย ทำให้ต่อมาเกิดการรัฐประหารจากพล.อ.ประยุทธ์ และชาวบ้านเองก็ไม่ยอมรับ คนที่สนับสนุนให้เกิดการรัฐประหาร ไม่รู้ว่าทาง ผู้ใหญ่ในพรรคได้ทราบประเด็นตรงนี้หรือไม่

ในเวลาต่อมานายเกียรติศักดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน ทราบมาว่า การเดินทางมาสมัครของนายเกียรติศักดิ์ ได้รับการทาบทามจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายอบจ.ปทุมธานี

นายชัยยันต์กล่าวว่า กรณีนี้เหมือนเป็นการบีบตน พยายามทำให้เห็นว่า มีความขัดแย้งกับพรรค เป็นพวกงูเห่า สุดท้ายทนไม่ได้จึงต้องหนีไป ทั้งที่ยังไม่มีความคิดจะย้ายพรรค ยังรักอุดมการณ์พรรคเพื่อไทย ยังยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย ไม่เอาลุงตู่ อยากให้ทางพรรคเข้ามาจัดการ แก้ปัญหา เพราะชาวบ้านเองคงไม่ยอมรับแน่ ในการนำคนที่เคยสนับสนุนรัฐประหาร ขึ้นเวทีโจมตีนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาอยู่กับพรรค รวมทั้งอาจเป็นช่องทางให้พรรคการเมืองอื่นเข้ามาแทรกแซงได้อีกด้วย 

ข้อเท็จริงทางการเมืองก็คือ การเลือกตั้งเมื่อปี 54 พรรคเพื่อไทย และเสื้อแดง กวาด ส.ส.ปทุมธานี เรียบทั้ง 6 เขต 6 ที่นั่ง ยกจังหวัดมาแล้ว

แต่ผลการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 อำเภอลำลูกกา แทน ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ที่ลาออกไปสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปรากฏว่า นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเอาชนะคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ คะแนนของผู้สมัครทั้งหมดในการเลือกตั้งซ่อมได้แก่ หมายเลข 1 นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนรวม 24,119 คะแนน หมายเลข 2 นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนรวม 27,981 คะแนน และหมายเลข 3 นายณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย พรรคไทยมหารัฐพัฒนา ได้คะแนนรวม 347 คะแนนหลัง

 เท่าที่มองเห็นไม่ง่ายสำหรับฝันของบิ๊กแจ๊สจะเป็นจริงกับการยึดเมืองปทุมในสนามเลือกตั้ง สส.ปทุมธานีครั้งหน้า

43 ปี ใต้ชายคา ปชป. “มารุต บุนนาค” สุภาพบุรุษนักการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530840

23 ก.ย. 2565

43 ปี ใต้ชายคา ปชป. “มารุต บุนนาค” สุภาพบุรุษนักการเมือง

รำลึก 43 ปี บนถนนเลือกตั้ง “มารุต บุนนาค” ต้นแบบสุภาพบุรุษนักการเมือง สู่ชายคา ปชป. ในวันที่พรรคเจอวิกฤตการเมือง พานพบทั้งยุครุ่งโรจน์ และตกต่ำ

รำลึก “มารุต บุนนาค” นักการเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษ ใจซื่อมือสะอาด ตั้งแต่วันแรกที่ลุยสนามเลือกตั้ง จนกระทั่งวางมือ เลิกเล่นการเมือง

“มารุต บุนนาค” เข้าสู่ชายคา ปชป. ในวันที่พรรคเจอวิกฤตการเมือง ลงสนามครั้งแรกก็สอบตก พานพบ ปชป.ทั้งยุครุ่งโรจน์ และตกต่ำ 

วันที่ 23 ก.ย.2565 มารุต บุนนาค อดีตประธานรัฐสภา อดีตรองหัวหน้าพรรค และอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 98 ปี 

ในหนังสือเรื่องบันทึกอดีตแห่งความทรงจำ ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค นักการเมืองอาวุโส ที่นักข่าวมักเรียกว่า “ปู่มารุต” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

“นักการเมืองที่ดีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความจริงใจ อ่อนน้อมถ่อมตน เสมอต้นเสมอปลาย กับคนทุกระดับชั้นและทุกเวลา ต้องดำเนินตนอยู่ในทำนองคลองธรรม เมื่อลงจากตำแหน่งแล้วต้องลงอย่างสง่างาม ลงอย่างชนิดที่ว่าคนเขาไหว้เราได้อย่างสนิทใจ ไม่ใช่เลิกเล่นการเมืองแล้วประชาชนยังสาปแช่งเห็นหน้าก็ไม่อยากยกมือไหว้”

ปู่มารุต เลิกเล่นการเมืองโดยไม่มีใครสาปแช่ง คนไหว้ได้อย่างสนิทใจ เหมือนที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เขียนถึงอาจารย์มารุตว่า เป็นต้นแบบสุภาพบุรุษนักการเมือง เนื่องในวันเกิดปู่มารุต ปี 2563

ก่อนจะเข้าสู่วงการเมือง มารุต บุนนาค บุตรชายพระสุทธิสารวินิจฉัย (มะลิ บุนนาค) และหลานตา ขุนหลวงพระยาไกรสี (เปล่ง เวภาระ) ได้ตั้งสำนักกฎหมายมารุต บุนนาค ใกล้ ๆ กับศาลแพ่งและศาลอาญาเขตพระนคร เมื่อปี 2493

หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 มารุตในฐานะเลขาธิการสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกวุฒิสภา(ปี 2518-2519) 

‘ใต้ร่มธง ปชป.’

“มารุต บุนนาค” ได้รับคำเชิญจาก ดำรง ลัทธพิพัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ,ชวน หลีกภัย รองหัวหน้าพรรค และเสวตร เปี่ยมพงศ์สานต์ ที่ปรึกษาพรรค ให้เข้ามาร่วมงานกับพรรค หลังเกิดวิกฤตการเมือง 6 ต.ค.2519

นักกฎหมายชื่อดังอย่างมารุต ไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งเวลานั้นบ้านเมืองอยู่ในยุคขวาจัดครองเมือง เขาตัดสินใจเข้าสู่การเมืองเต็มตัวในปี 2521 

ในการเลือกตั้ง 22 เม.ย.2522 มารุตลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 2 (เขตพญาไทและเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย) แต่โชคร้าย ปชป.พ่ายยับในสนาม กทม. มี พ.อ.(พิเศษ)ถนัด คอมันตร์ ได้รับเลือกตั้งคนเดียว

หลังความปราชัยในสนามเลือกตั้ง ปชป.มีการปรับโครงสร้างพรรค เลือก พ.อ.(พิเศษ)ถนัด คอมันตร์ เป็นหัวหน้าพรรค และมารุต บุนนาค เป็นเลขาธิการพรรค

ปี 2524 มารุตได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรียุติธรรม ในรัฐบาลเปรม 1 และในการเลือกตั้งปี 2526 มารุตได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม.สมัยแรก

 ปู่มารุต สุภาพบุรุษนักการเมือง ปู่มารุต สุภาพบุรุษนักการเมือง

‘สถาบันการเมือง’

บนเส้นทางการเมืองกว่า 40 ปี “มารุต บุนนาค” ได้รับตำแหน่งสำคัญๆทั้งในฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ยืนหยัดมั่นคงอยู่กับพรรค ปชป. ไม่เคยทอดทิ้งพรรค แม้ในยามที่ตกต่ำ


อาจารย์มารุต ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมากมาย ได้แก่ รัฐมนตรียุติธรรม ,รัฐมนตรีสาธารณสุข ,รัฐมนตรีศึกษาธิการ,ประธานรัฐสภา, ประธานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และประธานสภาผู้แทนราษฎร

ปู่มารุตประกาศวางมือจากการเมือง(ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง) เมื่อกลางปี 2549 แต่ยังเป็นที่ปรึกษาของพรรคประชาธิปัตย์

ต้นเดือน เม.ย.2556 ปู่มารุต ให้สัมภาษณ์เวบไทยพับลิก้า ซึ่งในช่วงนั้น มีเสียงเรียกร้องจากคนในพรรค ปชป. ให้การปฏิรูปพรรค

เวลานั้น มีสมาชิกพรรค ปชป.บางคนลาออกจากพรรค และหลายคนก็แสดงความไม่พอใจต่อบทบาทของพรรคในวิกฤตการเมืองบนท้องถนน

“คนที่อยู่ ปชป. ก็มี 2 ประเภท คือประเภทที่เข้ามาเป็นทางผ่าน แล้วประสบความสำเร็จบ้าง ผิดหวังบ้าง ก็แยกย้ายไปบ้าง กับประเภทที่เหลืออยู่ ซึ่งน่าจะมั่นคง มีสัจจะกับพรรค จะเห็นว่า ปชป.เป็นสถาบันทางการเมือง สร้างนักการเมืองดีๆ มาเยอะแยะ..”

คำให้สัมภาษณ์ของปู่มารุต เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว สะท้อนภาพ ปชป.ในวันนี้ได้ในระดับหนึ่ง และสมาชิกพรรคเสื้อฟ้าก็ยังเชื่อในความเป็นสถาบันการเมือง เหมือนที่สุภาพบุรุษนักการเมืองเคยเชื่อมั่นตลอดในชีวิตการเมือง

เปิดบันทึก “มารุต บุนนาค” จากหนังสือวิชาว่าความ ต้นแบบ “ทนายความ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530835

23 ก.ย. 2565

เปิดบันทึก "มารุต บุนนาค" จากหนังสือวิชาว่าความ ต้นแบบ "ทนายความ"

เปิดบันทึกผู้เขียน ศาสตราจารย์มารุต บุนนาค จากหนังสือวิชาว่าความและมรรยาททนายความ คู่มือประกอบวิชาชีพ ทนายความ 

กรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงแก่อสัญกรรมของนาย ศาสตราจารย์ มารุต บุนนาค อดีตประธานรัฐสภาและอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์มารุต เมื่อสมัยเรียนเนติบัณฑิต และวันหนึ่งที่รัฐสภาเมื่อมาเป็นนักการเมืองแล้วได้รับมมอบหนังสือเล่มหนึ่งให้ เป็นหนังสือ “วิชาว่าความ” เล่มสุดท้าย

“คมชัดลึกออนไลน์” ได้ติดตามไปสืบค้นถึงความสำคัญของหนังสือ “วิชาว่าความ”เล่มสุดท้าย ที่นายนิพิฏฐ์ กล่าวถึง ซึ่งหนังสือเล่มดังกล่าว ถือเป็นวิชาหนึ่งที่มีการเรียนการสอนของคณะนิติศาสตร์ ผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ก็คือ ศาสตราจารย์ มารุต บุนนาค ใช้สำหรับการสอนวิชาว่าความ หรือ การเป็นทนายความ ซึ่งตามมหาวิทยาลัยต่างๆที่มีคณะนิติศาสตร์เปิดสอน ใช้เป็นต้นแบบของการเรียนการสอนมาถึงยุคปัจจุบัน 
 

เนื้อหาในของหนังสือ ได้มีบันทึกจากผู้เขียนแสดงความมุ่งหมายในการจัดวิชาการเรียนการสอนวิชาว่าความรวมถึงมรรยาทนายความ อันเป็นต้นแบบของการประกอบวิชาชีพ“ทนายความ”โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

หนังสือวิชาว่าความและมารรยาททนายความฉบับนี้ เป็นหนังสือที่รวบรวมและแก้ไขจากแนวคำบรรยายายวิชาว่าความที่ผู้เขียนได้เคยบรรยายายที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระหว่างปีพ.ศ.2513 ถึงปี 2520 โรงเรียนนายทหารพระธรรมนูญ กระทรวงกลาโหม ในระหว่างปีพ.ศ.2514 ถึงปีพ.ศ.2533 จากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ,คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักกฎหมายอบรมแห่งเนติบัณฑิตสภา ทั้งสามสถาบันนี้ผู้เขียนยังคงบรรยายอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งได้รวบรวมแก้ไขจากหนังสือวิชาว่าความชุดเดิมที่สำนักอบรบกฎหมายแห่งเนติบัญฑิตยสภา ได้เคยจัดพิมพ์ในปี พ.ศ.2514 และปี พ.ศ.2516 ฉบับที่มหาวิยาลัยรามคำแหง พิมพ์ ในปี พ.ศ.2536 โดยแนวทางหนังสือฉบับนี้ มุ่งเน้นในการปฎบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพททางกฎหมาย มิได้มุ่งเน้นในทางทฤษฎีดังเช่นหนังสือวิชาการทางกฎหมายอื่นๆ 

หนังสือวิชาว่าความฉบับนี้ ได้บรรยายถึงแนวทางการเตรียมคดีก่อนนำคดีไปสู่ศาลทั้งในทางแพ่งและทางอาญา แนวทางการร่างคำฟ้อง คำให้การ คำร้องอื่นและอื่นๆ ทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญา แนวทางการปฎิบัติเมื่อนำคดีไปสู่ศาลแล้ว แนวทางการซักถามพยานของตนเอง ซักค้านพยานของฝ่ายตรงกันข้าม ถามติงพยานของตนเอง การแถลงการณ์ด้วยวาจา การแถลงการณ์เปิดคดีด้วยลายลักษณ์อักษร แนวทางการร่างคำฟ้องอุทธรณ์ -ฎีกา การแก้อุทธรณ์ และการแก้ฎีกา การบังคับคดี หลักเกษณฺและวิธีการร่างพินัยกรรม และนิติกรรมสัญญา ตัวอย่างคำฟ้อง คำให้การ คำร้องและอื่นๆ ทั้งในคดีแพ่งและคดีอญา ตัวอย่างพินัยกรรมและสัญญาพอสมควร และสรุปโดยข้อบังคับว่าด้วยมรรยาททนายความที่ทนายความทุกคนต้องปฎิบัติ 
 

หนังสือวิชาว่าความฯ เล่มนี้จะถือว่า เป็นหนังสือวิชาว่าความที่สมบูรณ์ไม่ได้เพราะวิชาว่าความเป็นวิชาว่าความที่กว้างเกินกว่าที่นักกฎหมายคนใดจะรวบรวมได้หมด ประกอบกับหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้บรรยายาถึงการดำเนินคดีในศาลชำนัญพิเศษต่างๆ เช่นศาลแรงาน ศาลภาษีอากร ศาลเยาวชนและครอบครัว ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ และศาลล้มละลาย ซู่งมีวิธะการดำเนินคดีผิดแผกไปจากศาลยุติธรรมธรรมดา แต่นักศึกษากฏหมาย สามารถนำไปประยุกต์ กับการดำเนนคดีในศาลชำนัญพิเศษต่างๆ ดังกล่าวได้ อนึ่งผู้เขียนขอย้ำว่า หนังสือวิชาว่าความเล่มนี้ มุ่งให้เป็นแนวทางปฎิบัติ สำหรับนักศึกษาหรือนักฎหมายที่เพิ่งประกอบวิชาชีพทนายความใหม่ เพื่อความสะดวกในการปฎิบัติงานเท่านั้น ดังนั้น หากหนังสือเล่มนี้จะมีข้อบกพร่องประการมด ผู้เขียนหวังว่า นักกฎหมายที่มีประสบการณ์ทั้งหลายจะช่วยแนะนำแนวทางที่พึงแก้ไขให้กับผู้เขียนเพื่อนำไปปรับปรุงในการจัดพิมพ์ในครั้งต่อไป 

ผู้เขียนขอขอบคุณคณะทนายความจากสำนักกฎหมายมารุต รุจิระ บุนนาคและจากบริษัท มารุต บุนนาค อินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ออฟฟิศ จำกัด (MARUT BUNNAG INTERNATIONAL LOW OFFICE) อันประกอบด้วย รุริจะ บุนนาค,รุ่งนภา บุนนาค ,สุชาติ เสียงสืบชาติ , นรินทร์ ศรันยสุนทร , นิยม วานิชวัฒนรำลึก ,เกรียงศักดิ์ ไพบูลย์ , ชูศักดิ์ คุณอมรเลิศ , นิคม วานิชวัฒนรำลึก , ธานี นพรัตน์ , พ.ต.อ.ชุมพล ชนะนนท์ , อุทัยชน เก่งงาน. กมภัทร บุญถึง , ประสิทธิ์ ลิ้มสุวรรณ ,วีรชัย อาทรมิตร , รัตติกร เจียรกุล ,สุปรียา ชุนสนิท ,นิรันทร์ ซันโต่ส และร.ต.ท.สกล ต้นเสียงสม พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของสำนักงานได้ช่วยกันรวบรวมตัวอย่างฯ เพื่อประกอบคำบรรยาย

ผู้เขียนมั่นใจว่า หนังสือวิชาว่าความและมรรยาททนายความเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ ในการประโยชน์ในการปฎิบัติวิชาชีพ ทางกฎหมายสำหรับนักศึกษากฎหมาย ทนายความที่เริ่มประกอบอาชีพใหม่จะได้ใช้เป็นแนทางได้ดีพอสมควร

ล้วงลึก “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” จาก เด็กบ้านนอก สู่ เจ้าของ เวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530781

23 ก.ย. 2565

ล้วงลึก "ณวัฒน์  อิสรไกรศีล" จาก เด็กบ้านนอก สู่ เจ้าของ เวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์

“ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เผยเส้นทางชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ฝ่าฟันอุปสรรค ต่อสู้ชีวิตตั้งแต่เด็ก จวบจนประสบความสำเร็จกลายเป็นเจ้าของเวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ยอมรับสนใจงานด้านการเมือง มีหลายพรรคทาบทาม แต่ยังไม่ถึงเวลา

มีกระแสให้พูดถึงอยู่ตลอดเวลา สำหรับ เจ้าของ เวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ “ณวัฒน์  อิสรไกรศีล” ล่าสุดก็กรณี “อิงฟ้า วราหะ” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 ตกเป็นกระแสดราม่าว่ามีคนพาเธอหนีเที่ยวจนเมา ไม่ยอมมาซ้อมประกวด แถมยังบินลัดฟ้าไปเที่ยวไกลถึงประเทศสิงคโปร์ ทำเอาเจ้าของเวทีมิสแกรนด์ผิดหวังในตัวเธอ อย่างไรก็ดีวันนี้ คมชัดลึก ออนไลน์ จะไม่พูดถึงประเด็นดังกล่าว แต่จะไปล้วงลึกเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น “ณวัฒน์ ” ในวันนี้ ที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้

“ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2516 ปัจจุบันอายุ 49 ปี เป็นชาวอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนสายธรรมจันทร์ จังหวัดราชบุรี จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนบดินทร์เดชา สิงห์ สิงหเสนี และจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

“ผมเป็น เด็กบ้านนอก ครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยอะไร อยู่กับวัด เรียนโรงเรียนวัด กินข้าววัด ทุกวันตั้งแต่เล็กจะเห็นทุ่ง เห็นสวน สวนองุ่น สวนถั่วฝักยาว ผมทำทุกอย่างหมดช่วยครอบครัว หาเช้ากินค่ำ ทุกๆ วันจะเห็นรถ บขส.วิ่งเข้ากรุงเทพฯ เราก็ไม่รู้หรอกว่าที่กรุงเทพฯ มีอะไร คิดเพียงอย่างเดียวว่าที่นั่นน่าจะเป็นฝันของเราได้ เลยตัดสินใจเข้ามาเรียนต่อ บอกกับตัวเองว่าเราไม่มีต้นทุน ต้องไปสอบแข่งกับชาวบ้านเอา”

“ณวัฒน์” บอกด้วยว่า ตนเองทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยตั้งแต่ อยู่ชั้น ม.6 ใช้เวลาทำงานตั้งแต่อายุ 16 เรียนจบมัธยมปลายก็ทำแบบฟูลไทม์ทันที ดังนั้นช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นต้องศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เอื้ออำนวยกับการทำงานด้วย

“ระหว่างที่เรียนอยู่ผมได้ออกตระเวนเล่นเกมโชว์ตามรายการโทรทัศน์หลายรายการ ได้รับรางวัลจำนวนมากถึงขั้นส่งเสียตัวเองจนเรียนจบ และเริ่มต้นมีประสบการณ์การเดินทางต่างประเทศจากการได้รับรางวัล จากนั้นได้เป็นพนักงานฝ่ายการตลาดของบริษัทรถยนต์ควบคู่ไปกับการเรียนในระดับปริญญาตรี ผมเป็นเซลล์ขายรถ ผมได้เงินจาการขายรถ ผมก็ได้เงินมาใช้ในการเรียนหนังสือ ผมยอมที่จะจ่ายแพงค่าหน่วยกิตที่แพงกว่า แต่มหาวิทยาลัยตอบโจทย์คนทำงานอย่างเราได้ และที่เลือกเรียนเศรษฐศาสตร์เพราะว่าชอบค้าขาย ชอบทำธุรกิจอยู่แล้ว รถยนต์เราก็ขาย หนังสือพิมพ์ริมถนนผมก็ขาย ขายจนชิน จึงเป็นที่มาของความกลมกล่อมว่า ชีวิตเรามีวาทศิลป์ ชีวิตเราต้องมีความกล้า ชีวิตเราต้องมีความอดทน และไม่หมิ่นเงินน้อย ไม่คอยวาสนา” 

หลังจากนั้น “ณวัฒน์” ได้ผันตัวเองไปเป็นมัคคุเทศก์ ตระเวนเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก และเปิดบริษัทนำเที่ยวของตัวเอง ในนาม บริษัท โบอิ้ง ฮอลิเดย์ ทัวร์ แอนด์ ทราเวล จำกัด ก่อนเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองอีกครั้งเมื่อถูกชักนำเข้าสู่วงการบันเทิง ในฐานะพิธีกรหลายรายการ รวมถึงได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการกองประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ กระทั่งปี พ.ศ. 2556 “ณวัฒน์” ได้ผันตัวเองอีกครั้งสู่การตั้งเวทีประกวดสาวงามในปี โดยใช้ชื่อว่า “มิสแกรนด์ ไทยแลนด์” (Miss Grand Thailand) นอกจากนั้นยังเป็นประธานและผู้ก่อตั้งเวทีการประกวดสาวงามระดับนานาชาติ โดยใช้ชื่อว่า “มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล” ซึ่งถือเป็นเวทีนางงามระดับนานาชาติเวทีแรกของโลกที่มีจุดกำเนิดและก่อตั้งโดยคนไทย และเขาได้ประกาศลาออกจากวงบันเทิง เมื่อปี พ.ศ.2564

“ส่วนตัวผมนับถือและสนิทกับคุณไตรภพ ทุกวันนี้ก็ยังคุยกันอยู่ ตอนที่เป็นข่าวดังช่วงนั้น ผมไม่ได้อยากลาออก แต่มันเป็นวิกฤติของโควิด-19  วิกฤติของตัวผมซึ่งตอนนั้นหนักมาก อยู่ไอซียูประมาณ 20 วัน ผมมาคิดถึงเรื่องส่วนตัวก่อน เริ่มรักตัวเองมากขึ้น ไม่อยากใช้ชีวิตที่มีคิว 7 วัน บางวันวิ่งงานถึง 7 รายการ ยอมรับว่าได้เงินเยอะแต่เราอยากเลือกชีวิตที่เป็นสไตล์ของเรา เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ ว่าเรามีเรื่องไม่ค่อยสบายใจคือเป็นเรื่องของการเมือง และมีผลพวงมาถึงช่อง ก็เลยไม่อยากให้สถานีต้องเดือดร้อนไปด้วย เพื่อความสบายใจของทุกคน ผมจึงขออนุญาตถอยตัวเองออกมา”

หลังจากที่ลาออกมาจากช่อง เจ้าของ เวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ บอกต่อไปว่า ตอนนั้นคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องลุยงานของเราให้เต็มที่ และมองว่าทีวีเริ่มไม่จำเป็น เพราะปัจจุบันค่อยๆ ลดบทบาทลง ด้วยโซเชียล ด้วยวิถีความเปลี่ยนแปลงของสังคมมนุษย์ เราต้องกลับมาสร้างโซเชียลของเราเอง แม้กระทั่งการประกวด มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ ก็ไม่ได้ผ่านทีวี แต่กลับมีความนิยมมากขึ้น ซึ่ง ณ ตอนนี้อายุของเวทีการประกวดมิสแกรนด์ก็ราว 10 ปีแล้ว ซึ่งเป็น 10 ปีแห่งการอดทน 10 ปีแห่งการรอคอย และที่สุดก็สมหวัง

มิสแกรนด์ ไม่ใช่การประกวดนางงาม แต่เป็นสถาบันที่เพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ให้กับคนไทย ในหนึ่งปีเรามีตัวแทนจาก 77 จังหวัด ก่อนจะเป็นตัวแทนแต่ละจังหวัด อย่างน้อยก็มีอีเว้นท์ซัก 3-4 อีเว้นท์ มีการเก็บตัวกันเป็นสัปดาห์ บางจังหวัดคนสมัครเป็นร้อย คัดมาเก็บตัวเหลือ 25 คน เพราะฉะนั้นเราได้เด็กๆ จังหวัดละ 25 คนแล้วมาเจอผม 77 จังหวัด 10 ปีก็เป็นร้อยเป็นพัน คนเหล่านี้กลายเป็นคนที่มีคุณภาพ แล้วมองทิศทางเดียวกับการเติบโตของประเทศ”

เมื่อพูดถึงเรื่องการผันตัวเองเข้าสู่แวดวงการเมือง “ณวัฒน์” ยอมรับว่า สนใจเพราะการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่ที่ผมยังไม่เล่นการเมืองตอนนี้ เพราะยังทำธุระของตัวเองไม่เสร็จตามเป้าหมาย ที่จะต้องนำพาบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ ที่ผ่านมามีคนมาทาบทามเกือบทุกพรรค บางพรรคเสนอตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคให้ก็มี

เจ้าของ เวที มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ บอกด้วยว่าถึงแม้ปัจจุบันชีวิตจะดีขึ้นอย่างไรก็ตาม ไม่เคยลืมตัวว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน ทุกวันนี้ยังใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิม กินข้าวข้างทาง ขับรถเอง ไม่เรื่องเยอะ คิดในใจเสมอว่าคนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้

“เราเลือกเกิดไม่ได้จริงๆ ผมไม่ได้เกิดที่ในสถานพยาบาล อยู่ๆ ก็พรวดเกิดกลางบ้าน ต้มน้ำร้อนกันเอง พี่ๆ ช่วยกัน ทุกวันนี้ห้องคลอดยังอยู่เลย ผมมีชีวิตมาได้ก็เก่งแล้ว แม่ผมก็เก่งแล้ว เพราะฉะนั้นผมอยู่แบบอนาถามาตั้งแต่เกิด เราไม่เคยลืมหรอกภาพบรรยากาศเหล่านี้ ผมเชื่อว่าทุกวิกฤตคือโอกาส พอมีวิกฤตก็จะมีโอกาสใหม่เสมอ และอีกหลักหนึ่งที่ใช้อยู่เสมอ คือ ความพยายามไม่เคยทรยศใคร เราต้องมีความพยายามอยู่เสมอ เพราะมันจะไม่ทรยศกับความสำเร็จของเรา” ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ทิ้งท้ายไว้แบบนั้น ส่วนก้าวต่อไปของเขาจะเป็อย่างไร คงต้องจับตามองกันต่อไป

สามก๊กร้อยเอ็ด “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” แบกเดิมพันอุ๊งอิ๊ง สองหญิงสู้ไม่ถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530810

23 ก.ย. 2565

สามก๊กร้อยเอ็ด “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” แบกเดิมพันอุ๊งอิ๊ง สองหญิงสู้ไม่ถอย

สามก๊กร้อยเอ็ด ตอนชิงหอโหวด “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” แบกเดิมพันคนแดนไกล ต้องแลนด์สไลด์ รัชนี-จุรีพร ก็ไม่ธรรมดา จับตาปฏิบัติการลับของกลุ่มขั้วตรงข้ามเพื่อไทย

สามก๊กร้อยเอ็ด “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” แบกความคาดหวังของคนแดนไกล ต้องแลนด์สไลด์ แต่สองหญิงขอชิงเมือง ก็ไม่ธรรมดา

แพ้หรือชนะ “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” มีผลต่อเพื่อไทยโดยตรง ขั้วตรงข้ามจึงต้องทุ่มสรรพกำลังตัดไฟเสียแต่ต้นลม ก่อนฤดูเลือกตั้ง ส.ส.ปีหน้าจะมาถึง

หอโหวดสูง 101 เมตร แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด หน้าบึงพลาญชัย ซึ่งสถานที่แห่งนี้ มักจะเป็นเวทีทำกิจกรรมของกลุ่มการเมือง เช่นมีผู้สมัครนายก อบจ.บางคน มาเปิดเวทีปราศรัยใหญ่

สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย. 2565 ปรากฏว่า เบอร์ 2 เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ พรรคเพื่อไทย ได้รับการพูดถึงมากที่สุด เพราะเป็นตัวแทนพรรคใหญ่ 

ส่วนผู้หญิงอีก 2 คนคือ เบอร์ 1 รัชนี พลซื่อ และเบอร์ 4 จุรีพร สินธุไพร ต่างก็ได้รับการโจษขานไม่แพ้กัน 
 

‘เดิมพันแลนด์สไลด์’

“เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย และคนสนิทของจาตุรนต์ ฉายแสง เลือกตั้งนายก อบจ.สมัยที่แล้ว เศกสิทธิ์ก็หนุนช่วย มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แต่พ่ายเอกภาพ พลซื่อ

โค้งสุดท้าย มังกร ยนต์ตระกูล ได้ขึ้นเวทีปราศรัยสนับสนุนเศกสิทธิ์ สยบข่าวลือน้องเขยลอยแพพี่เขย อันที่จริง เศกสิทธิ์อยากลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ตั้งแต่ปี 2563 บังเอิญน้องเขย-มังกรเปลี่ยนใจขอลุยต่อ พี่เขยเลยหลีกทางให้

ระหว่างวันที่ 16-19 ก.ย.2565 ทีมไทยวางแผนเปิดเวทีปราศรัย 14 จุด โดยส่งณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาเป็นตัวยืนทุกเวที เสริมทัพด้วยจาตุรนต์ ฉายแสง 

ทีเด็ดของเพื่อไทยคือ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางมาขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ 4 จุด 4 อำเภอ  

 อุ๊งอิ๊ง กับเดิมพันเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด อุ๊งอิ๊ง กับเดิมพันเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

‘เดิมพันขั้วไม่เอาเพื่อไทย’

คู่แข่งสำคัญของ “เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์” ก็หนีไม่พ้นคนกันเอง จุรีพร สินธุไพร แกนนำ นปช.แดงพัทยา และน้องสาว นิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด 

แม้จุรีพร จะเคยสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ศึกท้องถิ่นหนนี้ เธอจะลาออกจากกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มาสมัครนายก อบจ.ในนามผู้สมัครอิสระ

จุรีพรมาเหนือเมฆ ประกาศเป็นตัวแทนตระกูล “สินธุไพร” ขอรับใช้พี่น้อง เริ่มต้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่ อ.พนมไพร บ้านเกิด เล่าประวัติตระกูลนักสู้เสื้อแดง ไล่มาตั้งแต่นิสิต ,จุรีพร และวิเชียรชนินทร์

เรื่องนี้ถึงหูคนแดนไกล จึงสั่งห้าม “พี่ใหญ่สินธุไพร” ช่วยน้องสาว จึงเหลือเพียงน้องเล็ก วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร อดีตแกนนำ นปช.แดงภาคอีสาน ที่ออกลุยช่วยพี่สาวเต็มที่

ส่วนเอมอร สินธุไพร ภรรยานิสิต พาชญาภา ลูกสาวคนเล็กขึ้นเวทีปราศรัยหนุนเศกสิทธิ์ทุกเวที นัยว่าสร้างความไม่พอใจแก่คนในตระกูลสินธุไพรพอสมควร

อย่างไรก็ตาม จุรีพรก็ยังมีกองหนุนนักการเมืองท้องถิ่น ระดับเทศบาลฯ และอบต. พร้อมกับ อสม.ในหลายอำเภอ โดยเฉพาะกลุ่ม สจ.ร้อยเอ็ด สังกัด “บ้านใหญ่จุรีมาศ” ก็ยืนข้างจุรีพร

‘เดิมพันตระกูลพลซื่อ’

กล่าวสำหรับ รัชนี พลซื่อ ภรรยาเอกภาพ ก็ไม่ถอยให้จุรีพร ตัดสินใจลุยสนามนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เพื่อกู้ชื่อกู้ศักดิ์ศรีตระกูล “พลซื่อ” 

เดิมที “จุรีพร-รัชนี” เคยสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อพลังประชารัฐ รัชนีลง ส.ส.เขต ส่วนจุรีพร สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ วันนี้ทั้งคู่ทิ้งพรรคลุงป้อม มาลงสนามแข่งขันกันเอง 

มีข้อสังเกตว่า โค้งสุดท้าย เอกภาพพารัชนี เดินสายปราศรัยใน อ.โพนทอง, อ.เมยวดี, อ.หนองพอก, อ.โพธิ์ชัย ,อ.จังหาร, อ.เชียงขวัญ และอ.ธวัชบุรี ซึ่งเป็นฐานเสียงของตระกูลพลซื่อ

เกจิการเมืองร้อยเอ็ด ประเมินว่า เอกภาพ-รัชนี คงมองข้ามช็อตไปถึงการปูฐานเสียงให้ เอกรัฐ พลซื่อ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ที่จะลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด สมัยหน้า

วันอาทิตย์ที่ 25 ก.ย.ที่จะถึงนี้ จะได้รู้แล้วว่า ก๊กไหนในเมืองหอโหวด101 จะเป็นผู้กำชัยในศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ด 

เลือกตั้ง ครั้งหน้า ปทุมธานี ไม่ใช่พื้นที่ของ เพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530780

นายหัวไทร

23 ก.ย. 2565

เลือกตั้ง ครั้งหน้า ปทุมธานี ไม่ใช่พื้นที่ของ เพื่อไทย

อดีตคนเพื่อไทย ปทุมธานี ย้ายซบพลังประชารัฐ เลือกตั้งครั้งหน้าเป้าหมายแลนด์สไลด์ อาจจะไม่ใกล้เคียงความจริง

      แค่บริบทแรกของการเมืองแห่งเมืองปทุมธานี เห็นท่าจะสนุกแล้ว เมื่อเดิมสนามแห่งนี้พรรคเพื่อไทยเป็นเจ้าอยู่ แต่อาจจะมีพรรคโน้นพรรคนี้แซมเข้ามาบ้าง พรรคละคนอะไรประมาณนี่

      “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้มีวันนี้เพราะพี่ให้ ได้รับเลือกเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีการใหญ่ก็แว้บขึ้นมา เพราะลูกชายก็ได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีนครรังสิตด้วยอีกคน การใหญ่ที่ว่าคือสนามเลือกตั้ง สส.ครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยต้องยึดทั้งจังหวัด

     บิ๊กแจ๊สขอจัดทีมเอง และเลือกคนของตนเองลงสมัครเป็นส่วนใหญ่ สส.เก่าบางคนก็ไม่ได้รับการพิจารณาส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง ทัพจึงเริ่มแตก “เกียรติศักดิ์ ส่องแสง” อดีต สส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนแรกๆที่เดินออกมาจากทีมบิ๊กแจ๊ส

กล่าวถึงเกียรติ์ศักดิ์ ส่องแสง สมัยอยู่ประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็น สส.ที่ขยันลงพื้นที่ต่อเนื่อง แม้จะเป็นคนต่างถิ่น แต่ก็แจ้งเกิดในสนามยากได้ แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน การเมืองเปลี่ยน เกียรติศักดิ์หันหัวเรือไปยังพรรคเพื่อไทยกับกระแสแลนด์สไลด์ แต่เมื่อเข้าไปแล้วเจอตอก็ต้องถอยออกมาดีกว่าให้เรืออัปปางค์ หรือเดินออกมหาสมุทรแล้วเจอหินโสโครก ที่ไม่อาจรู้อนาคตได้ พายุใหญ่ก่อตัวอยู่กลางมหาสมุทรใหญ่ด้วย

เกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตส.ส.ปทุมธานีเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตส.ส.ปทุมธานี

      เกียรติศักดิ์ เดินออกจากเพื่อไทย “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอ้าแขนรับเข้าสู่อ้อมอกอันอบอุ่น ในสนามเลือกตั้ง “แพ้-ชนะ” ว่ากันในอีก 7 เดือนข้างหน้า

      เลือกตั้งครั้งหน้าปทุมธานีเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่น่าจะฟาดฟันกันดุเดือด ทีมก้อย พรพิมล ธรรมสาร ที่ถีบตัวออกจากเพื่อไทยอีกคน และมีคนพร้อมจะลุยสู้ศึก เปิดหน้าลุยกันอยู่แล้ว ย่านลาดสวาย ลำลูกกา ก็มี “โอม-จิรชาติ” เจ้าของแนวคิดลาดสวายโมเดล ช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 54 ก็พร้อมขึ้นเวทีตะบันหน้ากับทุกพรรค แม้คราวที่แล้วซึ่งโอมลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ก้าวไม่ถึงฝัน แต่ประสบการณ์ และความขยันลงพื้นที่คลุกคลีชุมชน ก็น่าจะเรียกคะแนนได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมในนามพรรคสร้างอนาคตไทย ก็เป็นอีกเขตที่ท่าท้ายเพื่อไทยไม่น้อยกับฝันยึดจังหวัดของบิ๊กแจ๊ส

     ยังไม่พูดถึงเขตอื่นที่พรรคภูมิใจไทยก็จ่อจ้องเข้ามาเบียดแทรกอยู่เหมือนกัน อย่าลืมว่าสนามเล็กอย่างคลองหลวง เด็กบิ๊กแจ้สก็แพ้ให้กับ “เอกพจน์ ปานแย้ม” นักร้องลูกทุ่งดังในอดีตมาแล้วกับตำแหน่งนายกเทศมนตรีคลองหลวง เพราะดีกรีอดีต สส.ของเอกพจน์ก็ยังมีอยู่

เลือกตั้ง ครั้งหน้า ปทุมธานี ไม่ใช่พื้นที่ของ เพื่อไทย

ก่อนหน้านี้ เมื่อเกียรติศักดิ์ เข้ามาอยู่พรรคเพื่อไทยใหม่ๆ ก็เจอแรงต้านจากเจ้าของพื้นที่เดิมตั้งแต่ก้าวแรกแล้ว

        นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวนายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง อดีตส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขนทีมงานร่วม80ชีวิต มาสมัครเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย ซึ่งถูกมองว่าอาจจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า เรื่องนี้ทำให้พี่น้องประชาชนจังหวัดปทุมธานี สับสน เดิมทีนายเกียรติศักดิ์ เคยเป็นส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ เคยเคลื่อนไหวสมัยการชุมนุมกลุ่มกปปส. เคยขึ้นเวทีด่า นายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างเสียหาย ทำให้ต่อมาเกิดการรัฐประหารจากพล.อ.ประยุทธ์ และชาวบ้านเองก็ไม่ยอมรับ คนที่สนับสนุนให้เกิดการรัฐประหาร ไม่รู้ว่าทาง ผู้ใหญ่ในพรรคได้ทราบประเด็นตรงนี้หรือไม่

ในเวลาต่อมานายเกียรติศักดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน ทราบมาว่า การเดินทางมาสมัครของนายเกียรติศักดิ์ ได้รับการทาบทามจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายอบจ.ปทุมธานี

นายชัยยันต์กล่าวว่า กรณีนี้เหมือนเป็นการบีบตน พยายามทำให้เห็นว่า มีความขัดแย้งกับพรรค เป็นพวกงูเห่า สุดท้ายทนไม่ได้จึงต้องหนีไป ทั้งที่ยังไม่มีความคิดจะย้ายพรรค ยังรักอุดมการณ์พรรคเพื่อไทย ยังยืนอยู่ฝั่งประชาธิปไตย ไม่เอาลุงตู่ อยากให้ทางพรรคเข้ามาจัดการ แก้ปัญหา เพราะชาวบ้านเองคงไม่ยอมรับแน่ ในการนำคนที่เคยสนับสนุนรัฐประหาร ขึ้นเวทีโจมตีนายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาอยู่กับพรรค รวมทั้งอาจเป็นช่องทางให้พรรคการเมืองอื่นเข้ามาแทรกแซงได้อีกด้วย 

ข้อเท็จริงทางการเมืองก็คือ การเลือกตั้งเมื่อปี 54 พรรคเพื่อไทย และเสื้อแดง กวาด ส.ส.ปทุมธานี เรียบทั้ง 6 เขต 6 ที่นั่ง ยกจังหวัดมาแล้ว

แต่ผลการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 อำเภอลำลูกกา แทน ว่าที่ ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ที่ลาออกไปสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปรากฏว่า นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาเอาชนะคู่แข่งจากพรรคเพื่อไทย

ทั้งนี้ คะแนนของผู้สมัครทั้งหมดในการเลือกตั้งซ่อมได้แก่ หมายเลข 1 นายสมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนรวม 24,119 คะแนน หมายเลข 2 นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนรวม 27,981 คะแนน และหมายเลข 3 นายณรงค์ชัย ปัญญานนทชัย พรรคไทยมหารัฐพัฒนา ได้คะแนนรวม 347 คะแนนหลัง

 เท่าที่มองเห็นไม่ง่ายสำหรับฝันของบิ๊กแจ๊สจะเป็นจริงกับการยึดเมืองปทุมในสนามเลือกตั้ง สส.ปทุมธานีครั้งหน้า

มาใกล้บ้าน “ทักษิณ” เกมสกัดงูเห่า สยบศึกในคอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530693

22 ก.ย. 2565

มาใกล้บ้าน “ทักษิณ” เกมสกัดงูเห่า สยบศึกในคอก

โฉบมาใกล้บ้าน “ทักษิณ” ควงน้องสาว ยิ่งลักษณ์ เที่ยวปีนังห่างไทยแค่เอื้อม เหมือนมาตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สยบศึกแย่งชิงลง ส.ส.เขต สกัดงูเห่าหลังวันป่าช้าแตก

โฉบมาใกล้บ้าน “ทักษิณ” ควงน้องสาว ยิ่งลักษณ์ มาท่องเที่ยวแถวปีนัง ห่างไทยแค่เอื้อม เหมือนมาตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ลูกพรรค

“ทักษิณ” รู้อยู่เต็มอก ถึงส่งอุ๊งอิ๊งไปปลุกกระแสแลนด์สไลด์ ก็ยังมัดใจ ส.ส.ไว้ไม่ได้ งูเห่าเพื่อไทยไม่ได้มีแค่ 7 คน 

วันที่ 22 ก.ย.2565 ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ระหว่างไปเที่ยวปีนัง ประเทศมาเลเซีย พร้อม ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางมาใกล้เมืองไทยมากที่สุด

ปกติ ทักษิณ ชินวัตร และน้องสาว จะเดินทางจากดูไบมาพักที่สิงคโปร์อยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่เคยเที่ยวปีนัง ที่อยู่ไม่ไกลจากชายแดนไทย-มาเลย์ ด้าน อ.เบตง จ.ยะลา

ทุกครั้งที่ทักษิณ โฉบมาแถวฮ่องกงหรือสิงคโปร์ ก็จะมีนักการเมืองที่ใกล้ชิดเดินทางไปพบ ซึ่งในครั้งนี้ก็น่าจะมีลูกพรรคไปพบบ้าง

 ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ สองพี่น้องมาเที่ยวปีนัง ใกล้เมืองไทย ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ สองพี่น้องมาเที่ยวปีนัง ใกล้เมืองไทย

‘ป่าช้าแตก’

“ทักษิณ” ย้ำหลายครั้งผ่านแคร์คลับเฮาส์ เตือน ส.ส.เพื่อไทย ที่คิดจะย้ายพรรค ระวังประชาชนสั่งสอนในวันเลือกตั้ง แต่ดูเหมือน ส.ส.เพื่อไทยหลายคน ก็ไม่หวั่นไหว พวกเขารอวันปลดล็อก จึงจะเปิดตัวไปอยู่พรรคใหม่

ส.ส.หลายคน อาจรอวันที่ 24 ก.ย.2565 เพราะตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 105 เขียนยกเว้นไว้ว่า ในกรณีที่อายุของสภาผู้แทนราษฎร เหลือไม่ถึง 180 วัน ไม่ต้องมีเลือกตั้งซ่อม เปิดโอกาสให้ ส.ส.ย้ายไปอยู่สังกัดพรรคใหม่ได้

คอลัมนิสต์การเมืองบางสำนักเรียกว่า วันป่าช้าแตก ก็ต้องจับตาดูว่า หลังจากวันนั้นเป็นต้นไป จะมี ส.ส.พรรคไหนขยับบ้าง

สำหรับ ส.ส.เพื่อไทยที่เปิดหน้าว่า จะย้ายไปอยู่ภูมิใจไทย 7 คน ประกอบด้วย จักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี ,จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ, ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ, ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ, สุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา, นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก และวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก 

ส่วนคนที่มีข่าวว่าจะย้ายไปพรรคไทยสร้างไทย 3 คนนั้น แต่เปิดหน้าแล้วคือ การุณ โหสกุล ส.ส.กทม. ส่วนอีกสองราย ก็พอรู้กันอยู่ว่าเป็นใคร

การเปิดตัว อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินสายไปทั่วไทย แถมคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ไปเปิดหน้าโชว์ที่เชียงใหม่ แต่ ส.ส.เพื่อไทยอีกหลายราย ก็ยังคิดจะย้ายพรรค เพราะไม่ต้องการเป็น ส.ส.ฝ่ายค้านอีกสมัย

‘อีสานไม่ลงตัว’

ประเด็นการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส. “ทักษิณ” ก็ออกโรงปรามเรื่องเสื้อแดงต้านคนที่เคยเป่านกหวีด มาสวมเสื้อเพื่อไทยลงสนาม ขอให้แกนนำเพื่อไทยคัดเลือกคนที่ศักยภาพสูงลงสู้ศึกเลือกตั้ง

สนามขอนแก่น เขต 2 อดิศร เพียงเกษ ทำคลิปต้านคนเคยเป่านกหวีดที่เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย เนื่องจากอดิศรสนับสนุน พัฒนา นุศรีอัน อดีตเกษตรและสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น 

ส่วน พงศกร อรรณนพพร หนุน เอม-รัมภามาศ ทีฆธนานนท์ กรรมการผู้จัดการตลาดศรีเมืองทอง และลูกสาวเสี่ยอุ้ย เจริญศรี เจ้าสัวใหญ่เมืองขอนแก่น ลงเขต 2 เหมือนกัน

ถึงนาทีนี้ แกนนำเพื่อไทยก็ยังไม่เคาะ เพราะทั้งสองคน ต่างมีกองหนุนสายแข็ง เรื่องนี้อาจไปจบที่คนแดนไกล

สนามนครพนม เขต 4 ชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทยเจอแรงกดดันให้ขึ้นไปสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ได้ข่าวว่า ส.ส.ชวลิต อาจย้ายไปพรรคไทยสร้างไทย

เขต 4 นครพนม จึงมีผู้เสนอตัวมากถึง 3 คน เริ่มจาก สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ที่ได้รับการสนับสนุนจาก มนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคเพื่อไทย 

อีกรายหนึ่งคือ ชาญชัย คำจำปา นายกเทศมนตรีตำบลพระซอง อ.นาแก และ ณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ น้องชายอรรถสิทธิ์ (คันคาย) ทรัพยสิทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม 7 สมัย 

สนามนครพนม เขต 4 และขอนแก่น เขต 2 เรื่องนี้อาจสู้กันถึงฎีกา เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ว่า ถ้าสวมเสื้อเพื่อไทย ก็ได้เป็น ส.ส.ไปแล้วครึ่งตัว 

ศึกสุราษฏร์ “บัญญัติ” มีเดิมพันยกจังหวัด กำนันศักดิ์ไม่ถอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530666

22 ก.ย. 2565

ศึกสุราษฏร์ “บัญญัติ” มีเดิมพันยกจังหวัด กำนันศักดิ์ไม่ถอย

เดิมพันสุดท้าย “บัญญัติ” คุมทัพสุราษฏร์ ปกป้องที่มั่น ปชป. เผชิญหน้ากำนันศักดิ์เปิดศึกคนกันเอง โกหยัดเจอคลื่นลูกใหม่มาแรง แพ้เขตเดียวก็เหมือนพ่ายทั้งจังหวัด

เดิมพันสุดท้าย “บัญญัติ” คุมทัพสุราษฏร์ ปกป้องที่มั่นประชาธิปัตย์ เจอศึกคนกันเอง จัดทีมสู้ในสีเสื้อรวมไทยสร้างชาติ 

“บัญญัติ” เปรียบเสาหลัก ปชป.เมืองหอยใหญ่-ไข่แดง ยืนหยัดมากว่า 40 ปีสมัยหน้า โกหยัดเจอคลื่นลูกใหม่มาแรง แพ้เขตเดียว ก็เหมือนพ่ายทั้งจังหวัด  

บรรดานักการเมืองอาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ ภาคใต้ ก็ยังมี บัญญัติ บรรทัดฐาน ยืนยงอยู่คู่พรรคเก่าแก่เหมือน ชวน หลีกภัย ทั้งคู่เป็น ส.ส.เขตมากกว่า 10 สมัย

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พร้อมด้วยเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค และบัญญัติ บรรทัดฐาน จะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สุราษฏร์ทั้ง 7 เขต ในวันเสาร์ที่ 24 ก.ย.2565

เหตุที่ต้องเลือกเมืองร้อยเกาะ เบิกโรงนำชัย เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ปชป.ชนะยกจังหวัดเพียงแห่งเดียวคือ จ.สุราษฎร์ธานี

อีกด้านหนึ่ง เมื่อ 22 ก.ย.2565 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จับมือพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฎร์ธานี เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุราษฏร์ ทั้ง 7 เขตไปก่อนหน้าแล้ว 

‘ศึกคนกันเอง’

สมัยที่แล้ว “บัญญัติ” นำทีม ปชป.สู้กับเครือญาติ สุเทพ เทือกสุบรรณ แต่เลือดใหม่สายโกหยัด ก็เอาชนะไปได้ทั้งในเขต 1 และเขต 4

ลองมาไล่ดูหน้าตา ส.ส.สุราษฏร์ พรรค ปชป.กันอีกครั้ง ว่าใครเป็นใคร เพราะสมัยหน้าก็จะได้ลงสนามครบทุกเขต

เขต 1 ภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ นักการเมืองท้องถิ่น ที่เคยเป็น สจ. ,รองประธานสภา อบจ., รองนายก อบจ. และรองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี

เขต 2 วิวรรธน์ นิลวัชรมณี ลูกชาย ประวิช นิลวัชรมณี อดีต ส.ส.สุราษฏร์ และเป็น 1 ในกลุ่ม 5 เสือสุราษฏร์ รุ่นที่ 2 มีฐานเสียงอยู่ใน อ.กาญจนดิษฐ์

เขต 3 วชิราภรณ์ กาญจนะ ลูกสาว ชุมพล-โสภา กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฏร์ โดยชุมพลพ่ายศึกเลือกตั้งนายก อบจ.เมืองหอยใหญ่ ก็เงียบหายไป

เขต 4 สมชาติ ประดิษฐ์พร อดีตประธานสภา อบจ.สุราษฎร์ ลูกชาย ดำรง ประดิษฐ์พร (กำนันเซ่ง) อดีตกำนัน ต.ท่าโรงช้าง อ.พุนพิน

เขต 5 สินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฏร์ 5 สมัย และ รมช.พาณิชย์ โดยการผลักดันของบัญญัติ

เขต 6 ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส. 2 สมัย และลูกชาย นิภา พริ้งศุลกะ อดีต ส.ส.สุราษฏร์ ที่มีฐานเสียงสำคัญอยู่ใน อ.ไชยา 

ส่วนผู้สมัคร ส.ส.เลือดใหม่ของ ปชป. ที่จะมาลงในเขต 7 คือ ตวงพร ประดิษฐ์พร ส.อบจ.สุราษฏร์ เขต อ.พุนพิน แต่จะข้ามมาสมัคร ส.ส.ในเขต อ.กาญจนดิษฐ์

จะว่าไปแล้ว พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฏร์ธานี คนแถวกาญจนดิษฐ์ รู้ดีว่า กำนันศักดิ์เคยเป็นหัวคะแนนของ ปชป.ในพื้นที่เลือกตั้งเขต 1 และเขต 2 โดยสนิทสนมกับตระกูลศรีบุศยกาญจน์ และนิลวัชรมณี

‘บารมีโกหยัด’

“บัญญัติ” เพิ่งมีอายุครบรอบ 80 ปี โดยนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป. ได้นำทีมอวยพรวันวันเกิดประธานกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

“ผมนั้นเกิดสองครั้ง คือเกิดเป็นบุคคลครั้งที่หนึ่ง ก็คือ 7 ก.ย. 2485 และเกิดทางการเมืองอีกครั้ง โดยมีพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแม่ เมื่อปี 2518”

 บัญญัติ ในวัย 80 ปี ยังเป็นเสาหลักให้ ปชป.บัญญัติ ในวัย 80 ปี ยังเป็นเสาหลักให้ ปชป.

บัญญัติ บรรทัดฐาน หรือโกหยัด เกิดที่ชุมชนเชื้อสายจีน ริมปากน้ำกะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี จบนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ออกมารับราชการในสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท

เส้นทางทางการเมืองของบัญญัติเริ่มต้นขึ้นในปี 2518 บัญญัติลงสมัคร ส.ส.ร่วมกับ ชื่น ทองศิริ นายอำเภอเก่า และได้เป็น ส.ส.สุราษฎร์ พรรค ปชป.สมัยแรก

สมัยก่อน เลือกตั้งแบบพวงใหญ่ ในสนามสุราษฏร์ จะเป็นที่รู้กัน โกหยัดคุมพื้นที่เขต 1 แถวฝั่งชายทะเล ส่วนเขต 2 โซนป่าเขา ก็มีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแมทัพ

วันนี้ ไร้เงาสุเทพ บารมีของโกหยัด จะแผ่คลุมไปทั้ง 7 เขต และศึกเลือกตั้งหนหน้า จะเป็นเดิมพันครั้งสำคัญของนักการเมืองอาวุโสแห่งเมืองร้อยเกาะ

กชิงนายกเทศมนตรี เทศบาลนครสงขลา เลือดข้นกว่าน้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530640

นายหัวไทร

22 ก.ย. 2565

ศึกชิงนายกเทศมนตรี เทศบาลนครสงขลา เลือดข้นกว่าน้ำ

ชัยชนะ เลือกตั้งนายกเทศมนตรี เทศบาลนครสงขลา มีหลายปัจจัย นอกจากแบ๊กอัพที่แข่งแกร่ง ทีมงานก็มีความสำคัญอย่างมาก

เมื่อตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครสงขลาว่างลงจากการที่นายศรัญ บิลพัฒน์ นายกเทศมนตรีนครสงขลา ถูกศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พร้อมค่าจัดการเลือกตั้งอีก 2 ล้านกว่าบาท ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่

       สัญญาณแรกที่ผมได้ยินจากต้นสายโทรศัพท์คือ “วันชัย ปริญญาศิริ” ส.ส.เขต 1 สงขลา พรรคพลังประชารัฐ จะลาออกจาก สส.มาลงสมัครชิงนายกเทศมนตรีนครสงขลาด้วยคนหนึ่ง

      เป็นช่วงจังหวะปะเหมาะพอดี ถ้าลาออกจาก สส.หลังวันที่ 24 กันยายนนี้ กกต.ไม่ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่า ถ้าอายุของสภาเหลือไม่ถึง 180 วัน ไม่ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ วันชัย จึงมีช่องทางโล่ง ไม่ถูกวิจารณ์เรื่องลาออก และต้องเลือกตั้งใหม่ให้สิ้นเปลืองงบประมาณ

      ไม่ต้องมีสัญญาณอะไร เชื่อว่า สมศักดิ์ ตันติเศรณีอดีตนายกเทศมนตรีนครสงขลา จะต้องลงชิงแชมป์คืนแน่นอน เพราะคราวที่แล้ว “สมศักดิ์” แพ้ให้กับ “ศรัญ” แค่ 42 คะแนนเท่านั้นเอง ออกแรง เพิ่มพลังอีกหน่อยก็น่าจะได้คะแนนเพิ่มขึ้น เพียงแต่ว่าคะแนนที่เพิ่มขึ้นจะเอาชนะ “วันชัย”ได้หรือไม่

     สนามเลือกตั้งท้องถิ่นเกี่ยวโยงกับสนามเลือกตั้งระดับชาติด้วย คราวเลือกตั้งปี 2562 วันชัยเอาชนะสรรเพรช บุญญามณี ลูกชายของนิพนธ์ บุญญามณี แต่การทำหน้าที่ สส.ของวันชัย สามปีครึ่งที่ผ่านมาไม่โดดเด่นมากนัก จึงหันหัวเรือมาลงท้องถิ่น ด้วยอาจจะเห็นว่า นิพนธ์ ลาออกจาก ส.ส.มาลงชิงนายกฯอบจ.ก็สำเร็จ ไพร พัฒโน ลาออกจาก สส.มาลงชิงนายกฯนครหาดใหญ่ก็สำเร็จ

นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

  ศึกชิงนายกเทศมนตรีนครสงขลา ปัจจัยชัยชนะไม่ได้อยู่แค่ตัวบุคคลที่ลงสมัครเพียงด้านเดียว ต้องจับตาว่า นิพนธ์ บุญญามณี จะสนับสนุนใครระหว่าง “สมศักดิ์ กับ วันชัย” มีคนตั้งข้อสังเกตว่า สมศักดิ์เข้าออกบ้านนิพนธ์ย่านเข้ารูปช้างทุกเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งสมศักดิ์อาจจะได้รับการสนับสนุนจากนิพนธ์ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนว่า สมศักดิ์ต้องช่วยสรรเพรช ในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้มีคะแนนชนะ “นายกฯแบน” ประสงค์ บุรีรักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง เขต 1 สงขลา ในนามพรรคภูมิใจไทย ซึ่งหมายถึงแข่งกับสรรเพรชนั้นเอง

      แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณา คือการที่วันชัย ปริญญาศิริ ลาออกจาก สส.ไปลงชิงนายกเทศมนตรีนครสงขลา เป็นการเปิดทางให้ “สรรเพรช” กับข้อแลกเปลี่ยน “น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า” หรือเปล่า นิพนธ์ช่วยวันชัย วัยชัยก็หลีกทางให้สรรเพรช และช่วยสรรเพรชให้ถึงฝั่งฝันของพ่อด้วย

     กล่าวสำหรับ “วันชัย-สมศักดิ์” จะเป็นคู่แข่งที่คู่คี่สูสีกันมาก สมศักดิ์ได้ในแง่การอยู่กับท้องถิ่นสงขลามายาวนาน เคยเป็นรองนายกเทศมนตรี จนมาเป็นนายกเทศมนตรีต่อจาก “พีระ ตันติเศรณี” ที่ถูกลอบสังหารกลางเมืองสงขลาในแง่ปัจจัยสมศักดิ์ก็พร้อม มีธุรกิจอู่ต่อเรือทั้งฝั่งเมือง และฝั่งสิงหนคร ส่วนวันชัยก็คลุกคลีกับการเมืองมายาวนาน ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.หลายครั้ง เพิ่งมาสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งปี 2562 ธุรกิจในสงขลาก็มี ชื่อเสียงคนรู้จัก

     สิ่งที่ต้องเจาะลึก และจับตาคือ นิพนธ์ บุญญามณี จะยืนอยู่ข้างไหน ข้างสมศักดิ์ หรือข้างวันชัย และจะส่งใครลงชิงตัดคะแนนใครฝั่งไหนหรือไม่ และการจัดฟอร์มทีมระดับรองนายกจะดึงใครมาร่วมทีมเพื่อเสริมความแข่งแกร่ง

     ที่ยังไม่กล่าวถึงคืออดีตนายแบน ที่เตรียมลง ส.ส.จะช่วยใครด้วย ซึ่งก็พอดึงคะแนนได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งนายกฯแบนอาจจะมีฐานเสียงอยู่ย่านเขารูปช้าง ซึ่งอยู่นอกเขตเทศบาลนครสงขลา แต่การเดินเพื่อเตรียมลง สส.มาหลายเดือนก็น่าจะมีพลังอยู่บ้าง อยู่ที่ว่าพลังที่มีจะไปช่วยฝ่ายไปไหน แต่แน่นอนว่าจะต้องช่วยฝ่ายตรงข้ามกับทีมที่นิพนธ์ช่วยอยู่แน่นอน เพราะแค่นี้ยังต้องตามชำระกันอยู่

      วันนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครสงขลา จะมีขึ้นวันไหน เพราะศาลเพิ่งตัดสินวันนี้ แต่กางปฏิทินดูแล้ว น่าจะเป็นวันที่ 13 หรือ 20 หรือ 27 พฤศจิกายน

      นอกจากตัวบุคคล ทีมงาน จะเป็นตัวบ่งชี้ชัยชนะแล้ว นโยบายก็เป็นองค์ประกอบใหญ่ของการตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง