ปักษ์ใต้ไม่ซื้อเสียง “ชวน หลีกภัย” ขุดอดีตสนามตรัง ยุคฝ่าพายุสีม่วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530600

22 ก.ย. 2565

ปักษ์ใต้ไม่ซื้อเสียง “ชวน หลีกภัย” ขุดอดีตสนามตรัง ยุคฝ่าพายุสีม่วง

ย้อนอดีต “ชวน หลีกภัย” เจ้าของคำขวัญ “ศักดิ์ศรีของชาวตรัง ใครอย่ามุ่งหวังซื้อด้วยเงินตรา” เปิดประเด็นภาคใต้ ไม่ซื้อเสียง ส่งผลเกิดสงครามปาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล

พลิกแฟ้มเลือกตั้ง “ชวน หลีกภัย” เจ้าของคำขวัญ “ศักดิ์ศรีของชาวตรัง ใครอย่ามุ่งหวังซื้อด้วยเงินตรา” ปลุกชาวบ้านต้านพายุสีม่วง 

ผู้อาวุโส “ชวน หลีกภัย” เปิดประเด็นภาคใต้ ไม่มีการซื้อเสียง ไม่ใช้เงิน ทำเอาวงการเมืองร้อนแรง ด้วยสงครามปากข้ามพรรค

เมื่อไม่กี่วันมานี้ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหลายพรรคการเมืองลงพื้นที่ภาคใต้ ในฐานะที่เป็น ส.ส.ภาคใต้ จึงตั้งข้อสังเกตว่า “พื้นที่ภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ไม่มีการซื้อเสียง ไม่ใช้เงิน พวกผมสลึงเดียวไม่เคยใช้ ในทางการเมือง แต่ว่าจะเหนื่อยตลอดชีวิต รับใช้พี่น้องตลอดชีวิต”

ประธานชวนยืนยันว่า จะบอกพี่น้องประชาชน ขอให้รักษาอุดมการณ์เดิม อย่ายอมให้ใครมาซื้อเสียง เหมือนในอดีต

“บางจังหวัด ก็ใส่เสื้อทวี กินฟรีพิทักษ์ เลือกพรรคนายชวน เป็นต้น ผมย้ำเรื่องการเลือกตั้งที่ไม่ต้องใช้เงินกัน มันจะทำให้นักการเมืองไม่โกง” ชวนเล่าความหลัง

หลายคนอาจลืมไปแล้ว การเลือกตั้งทั่วไป 27 ก.ค.2529 ชวน หลีกภัย หัวหน้าทีม ปชป.เมืองตรัง ได้นำเสนอคำขวัญ “ศักดิ์ศรีของชาวตรัง ใครอย่ามุ่งหวังซื้อด้วยเงินตรา” ให้ชาวบ้านได้ลุกขึ้นมาต่อต้านการใช้เงินซื้อเสียง 

คนเมืองตรังในวัย 50-60 ปี น่าจะยังจำวลียอดฮิตช่วงการหาเสียงปี 2529 ที่ว่า“ใส่เสื้อทวี กินฟรีพิทักษ์ เลือกพรรคนายชวน” ได้ดี

‘ต้นตำรับนักปราศรัย’

“ชวน หลีกภัย” เป็นคนเดียวในรุ่นนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ไม่สมัครสอบเป็นผู้พิพากษา เขาเลือกเส้นทางการเมือง ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และขออาสาลงสมัคร ส.ส.ตรัง

เดิมพรรค ปชป.จะไม่ส่งเขาลงสมัคร ส.ส. เพราะคนยังไม่รู้จักทนายหนุ่มชื่อชวน หลีกภัย แต่เนื่องจากผู้สมัคร ส.ส.คนเก่าถอนตัว จึงเป็นโอกาสของลูกแม่ถ้วน

ในเวบไซต์ optimise ชวน หลีกภัย ได้เล่าถึงการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2512 ทนายชวนหาเสียงด้วยวิธีลงไปพบปะและปราศรัยตามพื้นที่ต่างๆ ด้วยรถจี๊ปคู่ใจ 


ชวนอาศัยเวทีโนราห์เติม และหนังตะลุง เป็นจุดปราศรัย “…คนลือลั่นว่านายชวนพูดดี เสียงก็ดีขึ้น วันสุดท้ายที่ผมมาพูดหาเสียง คนมา 20,000 คน วันเลือกตั้งผมก็เลยชนะ” 

การเลือกตั้งครั้งต่อมา ชวน หลีกภัย กับกลยุทธ์การปราศรัย กลายเป็นจุดขายของ ปชป. และชนะเลือกตั้งยกจังหวัด 

ชวน หลีกภัย ในสนามเลือกตั้ง จ.ตรังชวน หลีกภัย ในสนามเลือกตั้ง จ.ตรัง

‘ฝ่าพายุสีม่วง’

การเลือกตั้งครั้งที่ “ชวน หลีกภัย” ต้องงัดกลยุทธ์สู้ยิบตา เมื่อเจอกับคู่แข่งเป็นนักธุรกิจชื่อดัง และนักการเมืองท้องถิ่นสไตล์ใจถึงพึ่งได้ 

หลัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้นยุบสภา จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ 27 ก.ค.2529 พรรค ปชป.ที่ภาคใต้ ภายใต้การนำของ ชวน หลีกภัย กวาดที่นั่ง ส.ส.เกือบยกภาค

เฉพาะที่เมืองตรัง อาจเป็นปีที่ชวน อาจต้องเหนื่อยกว่าทุกครั้ง สมัยนั้นยังเป็นการเลือกตั้งแบบพวงใหญ่ จ.ตรัง มี ส.ส.ได้ 3 คน 


ทีม ปชป.ตรัง นำโดย ส.ส.เก่าอย่างชวน หลีกภัย และวิเชียร คันฉ่อง ส่วนคนที่ 3 เปลี่ยนตัวประกิต รัตตมณี เป็น นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่

สำหรับคู่แข่งที่น่าเกรงขามคือ พิทักษ์ รังษีธรรม นักธุรกิจใหญ่ เจ้าของโครงการหมู่บ้านรังษีวิลล่า และมีธุรกิจด้านประกันภัย พิทักษ์ลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก ในนามพรรคก้าวหน้า

อีกคนหนึ่งคือ ทวี สุระบาล สจ.ตรัง เขต อ.ห้วยยอด และเป็นฐานเสียงของ ปชป. ทวีอยากลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อ ปชป. แต่ชวนไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างของเขา จึงไปสังกัดพรรคชาติไทย

ทั้งพิทักษ์ และทวี ใช้กลยุทธ์หาเสียงต่างจากทีม ปชป. ส่งผลให้ชวน หลีกภัย รณรงค์หาเสียงด้วยคำขวัญ “ศักดิ์ศรีของชาวตรัง ใครอย่ามุ่งหวังซื้อด้วยเงินตรา” สุดท้ายทีม ปชป.ชนะยกจังหวัดเหมือนเดิม

นี่คือตำนานการหาเสียงของชวน หลีกภัย ที่ยึดหลักการปราศรัย ไม่ซื้อเสียง ไม่โกงกินมาจนถึงทุกวันนี้ 

กรมบัญชีกลาง เห็นชอบ จ่ายค่าตอบแทน ผู้ปฏิบัติงาน ร.ร. พระปริยัติธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530596

เปรียญ12

22 ก.ย. 2565

กรมบัญชีกลาง เห็นชอบ จ่ายค่าตอบแทน ผู้ปฏิบัติงาน ร.ร. พระปริยัติธรรม

กรมบัญชีกลาง เห็นชอบกำหนดให้เจ้าหน้าที่การศึกษา พระปริยัติธรรม หรือผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษา พระปริยัติธรรม มีสิทธิ์ได้รับ ค่าตอบแทน เป็นรายเดือน หรือ รายชั่วโมง


การศึกษาคณะสงฆ์ เข้าสู่ระบบตามพระราชบัญญัติการศึกษา พระปริยัติธรรม เรียบร้อยแล้ว..
      หลังจากที่คณะสงฆ์ได้รับพระราชบัญญัติการศึกษา พระปริยัติธรรม 2562.. มาแล้ว และได้ออกอนุบัญญัติ(กฏหมายลูก)จนนำไปสู่ขั้นตอนของบประมาณตาม พ.ร.บ. บัดนี้กระบวนการต่างๆ ได้ดำเนินการก้าวหน้าไปตามกฏหมายแล้ว โดย กองค่าตอบแทนและประโยชน์เกื้อกูล

กรมบัญชีกลาง เห็นชอบ จ่ายค่าตอบแทน ผู้ปฏิบัติงาน ร.ร. พระปริยัติธรรม

 กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที กค.0408.3/8872 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เห็นชอบกำหนดให้เจ้าหน้าที่การศึกษา พระปริยัติธรรม หรือผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษาพระปริยัติธรรม (จศป.)มีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนหรือรายชั่วโมง เป็นเรียบร้อยแล้ว..

เจ้าหน้าที่ จศป. ที่ได้รับค่าตอบแทนประจำปีงบประมาณปี 2565ตาม พ.ร.บ. (3 เดือน ตั้งแต่ กรกฎาคม-กันยายน2565)และงบประมาณปี 2566 (เริ่ม 1 ตุลาคม 2565) เป็นต้นไป ประกอบด้วย..
1/ ผู้บริหาร/เจ้าหน้าที่ กองบาลีสนามหลวง จำนวน 33 อัตรา
2/ผู้บริหาร/ เจ้าหน้าที่กองธรรมสนามหลวงจำนวน 59 อัตรา
3/ ผู้บริหาร/ เจ้าหน้าที่การศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จำนวน 4283 อัตรา
4/ ผู้บริหาร/ เจ้าหน้าที่ศูนย์พระปริยัตินิเทศก์แห่งคณะสงฆ์ จำนวน 5 อัตรา…
 

ส่วนอัตราที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ(โดยเฉพาะ สำนักเรียน/ สำนักศาสนศึกษา)ขณะนี้คณะสงฆ์กำลังเร่งสำรวจ เพื่อ  สรรหา บรรจุ แต่งตั้ง อย่างเร่งด่วน.. เมื่อดำการแล้ว คาดว่าจะได้รับงบประมาณ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 (เริ่ม 1 ตุลาคม 2566) เป็นต้นไป.. 

กรมบัญชีกลาง เห็นชอบ จ่ายค่าตอบแทน ผู้ปฏิบัติงาน ร.ร. พระปริยัติธรรม
      สาธุ สาธุ สาธุ ฐาตุ จิรัง สะตัง ธัมโม..พระเทพเวที(พล) เลขานุการคณะกรรมการด้านศาสนศึกษามหาเถรสมาคม / รักษาการรองแม่กองยาลีสนามหลวง.. รายงานอัพเดท.. ล่าสุดครับ

“คาถาแก้จน” คาถา พระพุทธเจ้า รู้จัก 4 ข้อ การสร้างตัวให้เป็นเศรษฐี หนูตาย 1 ตัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/520214

เปรียญ12

22 ก.ย. 2565

"คาถาแก้จน" คาถา พระพุทธเจ้า รู้จัก 4 ข้อ การสร้างตัวให้เป็นเศรษฐี หนูตาย 1 ตัว

ในอดีตกาล การสร้างตัวให้เป็นเศรษฐี ตามตำรา คาถาแก้จน พระพุทธเจ้า ทรงมอบคาถา “ทิฏฐะกัมมิกัตถะประโยชน์” ตามภาษา คาถาแก้จน” ด้วยคนจนมีมาก ด้วย คาถาหัวใจเศรษฐี

ภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันฝืดเคืองแสนสาหัส หลายคนรำพึงรำพัน หากินลำบาก  แม่แต่โอกาสก็หายาก
 อีกหลายคนพยายามทุกอย่างแบบสุจริต ก็หากินไม่พอใช้
 ช่องทางที่เปิดกว้างก็เข้าไป ลอง ทั้งค้าขาย หรือเล่นหุ้น เล่นหวย เลขเด็ด
แต่ไม่ค่อยสมมโนรถปรารถนา หรือ ขึ้นอยู่กับโชควาสนา หรือคนมีหัวทางการค้ามากๆ ก็ไม่ทราบ

ในอดีต ครั้งพุทธกาล คนจนก็มีมากไม่ต่างจากสมัยนี้ 

พระพุทธเจ้าของเรา ทรงเห็นความทุกข์ยากของชาวบ้านทั่วๆ ไป จึงทรงแนะ “การสร้างตัวให้เป็นเศรษฐี” “คาถาหัวใจเศรษฐี” หรือให้พอมีพอกิน โดยมอบคาถา บทหนึ่ง ใน พระไตรปิฎก เรียกเป็นบาลีว่า ทิฏฐะกัมมิกัตถะประโยชน์ ให้นำไปปฏิบัติ (แก้จน)
มีข้อความดังนี้
1. อุฏฐานสัมปทา ขยันหมั่นเพียรในการทำงาน
2. อารักขสัมปทา รู้จักเก็บออมโภคทรัพย์ที่หามาได้
3. กัลยาณมิตตา รู้จักคบหาสมาคมกับกัลยาณมิตร
4. สมชีวีวิตา  รู้จักเลี้ยงชีวิตแต่พอดี (รู้จักกำหนดรายรับ และรายจ่าย)
ทั้ง 4 ข้อ ท่านย่อเพื่อให้จำง่าย เรียกว่า คาถา “หัวใจเศรษฐี” คือ
อุ. อา. กา. สะ.

ใครที่ปฏิบัติตามได้ ก็สามารถรักษาตัวตน มีที่ยืนในสังคมได้แบบไม่อายฟ้าดิน หรือแก้จนได้ก็แล้วกัน

“ตั้งตัวได้เพราะหนูตาย1ตัว”

เมื่อยกหัวใจเศรษฐีมาบอกเล่าแล้ว ก็ขอเล่าเรื่องคนสมองใส หรือมีปัญญาเฉียบคม ในอดีตมาเล่าให้ฟัง คนๆนี้ มีเศรษฐีคนหนึ่งบอกว่าเขาจะเป็นเศรษฐีต่อไป
ในที่สุดเขาได้เป็นจริงๆโดยลงทุนนิดหน่อย ต่อยอดไปเรื่อยๆ ที่เรียกในสมัยนี้ว่าใช้เงินต่อเงินจนกลายเป็น “มหาเศรษฐี” สิ่งที่เขาลงทุนนั้นนิดหน่อยจริงๆ คือ หนูตายเพียงตัวเดียว 


 เรื่องเกิดนานก่อนพุทธกาล แต่ยังยกมาอ้างกันบ่อยๆ เพราะ ชื่นชมปัญญาที่เฉียบแหลมของนักลงทุนคนนี้
 เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าหนุ่ม ได้หนูตายมา 1 ตัว เอาไปขายให้คนเลี้ยงแมวได้เงินมา 1 กากะณิก เทียบเงินบาทไทยคงมีค่านิดหน่อย แต่ตอนนั้นเงินไม่เฟ้อ เหมือนสมัยนี้ จึงนำเงินน้อยนิดไปซื้องบน้ำอ้อย พร้อมกับหิ้วถังน้ำดื่ม ไปคอยบริการคนหาดอกไม้ป่า เมื่อคนหาดอกไม้ออกจากป่าได้กินน้ำ และงบน้ำอ้อย (ชื่นใจ) จึงให้ดอกไม้เป็นค่าตอบแทน เขาจึงเอาดอกไม้ไปขายต่อได้มา 8 กหาปณะ
นำเงิน 8 กหาปณะนั้นไปซื้อน้ำอ้อย หาน้ำดื่มไปด้วยเพื่อจ้างเด็กที่เล่นในสนามกีฬา ให้ขนกิ่งไม้ใบไม้จากสนามหลวงไปขายช่างปั้นหม้อ ทำให้เขาได้เงินมา 16 กหาปณะ ถึงตอนนี้เขามีเงิน 25 กหาปณะแล้ว จึงลงทุนตั้งตุ่มน้ำเพื่อบริการคนเกี่ยวหญ้า 500 คน ได้หญ้าเป็นค่าตอบแทนมา 500 กำ (ลงทุนน้อยแต่ได้ค่าตอบแทนสูง)

จึงเอาหญ้าไปขายให้เจ้าของม้า ได้มาอีก 1,000 กหาปณะ
โอกาสเป็นเศรษฐีอยู่แค่เอื้อม จึงใช้เงินนั้นเช่ารถ(อาจเป็นรถม้า) ตกแต่งโอฬาร แห่ไปท่าเรือ ที่เรือสินค้ามาเทียบท่าพอดี แล้วมอบแหวนตราแด่เจ้าของเรือเป็นค่ามัดจำสินค้า

ตนเองขึ้นไปนั่งชั้น 3 ที่มีม่านกั้นไว้ สั่งคนรับใช้ว่าถ้าพ่อค้ามาหาต้องผ่านคนเฝ้าประตู ถึง 3 ชั้นก่อน จึงจะให้พบได้
พ่อค้าพาราณสี 100 คน ทราบว่าเรือสินค้ามา จึงไปที่ท่าเรือ เพื่อซื้อสินค้า แต่เจ้าของเรือว่ามีพ่อค้าใหญ่มัดจำไปแล้ว หากจะซื้อต้องซื้อโดยตรงกับพ่อค้าใหญ่ท่านนั้น 
พ่อค้าพาราณสีต้องจ่ายคนละ 2,000 กหาปณะจึงได้สิ่งที่ต้องการ 
เฉพาะค่าผ่านประตู คนขายหนู(ตอนแรก) ได้เงินถึง 200,000 กหาปณะ
ลืมเล่าไปว่าก่อนที่เขาจะขายหนูตายนั้น มีเศรษฐีคนหนึ่งว่า เธอจะเป็นเศรษฐี เขา หรือ จูฬกะเศรษฐีคนนี้ รู้สำนึกในบุญคุณ จึงนำเงิน100,000 กหาปณะ ไปมอบให้เพื่อตอบแทนบุญคุณ


ส่วนเศรษฐีที่มีลูกสาวสวย เมื่อทราบเรื่องเงินต่อเงิน และมันสมองอันปราดเปรื่อง จึงชื่นชมมาก ในที่สุดได้ยกลูกสาวให้เป็นภรรยาเศรษฐีใหม่
เมื่อเศรษฐีเฒ่าถึงแก่กรรม ทรัพย์สินจึงเป็นของ จูฬกเศรษฐี (เศรษฐีใหม่) และภรรยาในที่สุด
ก่อนจบ จึงมีคาถาชมว่า..
คนมีปัญญาเฉียบแหลม ย่อมตั้งตัวได้ด้วยทรัพย์ต้นทุนแม้เพียงเล็กน้อย ดุจก่อไฟเล็กน้อย ให้เป็นกองไฟใหญ่ ฉะนั้น

เรื่อง : เปรียญ12

ชะตากรรม “บุญทรง” ทายาทชูคำขวัญไม่แบ่งแยก-ไม่ทอดทิ้งใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530528

21 ก.ย. 2565

ชะตากรรม “บุญทรง” ทายาทชูคำขวัญไม่แบ่งแยก-ไม่ทอดทิ้งใคร

วิถีอำนาจ “บุญทรง” คือตัวอย่างการเมืองเรื่องบุญคุณและความแค้น จับตาทายาท“เดชนัฐวิทย์” อาสาทำงานแทนพ่อ ไม่แบ่งแยก-ไม่ทอดทิ้งใคร ลุยสนามเชียงใหม่

วิถีอำนาจ ทั้งหวานทั้งขมขื่น “บุญทรง” คือตัวอย่างการเมืองเรื่องบุญคุณและความแค้น อีกไม่กี่ปีข้างหน้า อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ก็จะพ้นพงหนาม

วันนี้ เดชนัฐวิทย์ ลูกชาย “บุญทรง” ประกาศอาสาทำงานแทนพ่อ พร้อมสโลแกน #ไม่แบ่งแยกไม่ทอดทิ้งใคร แต่ยังไม่เปิดเผยสีเสื้อ

บังเอิญมีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก  สราวุฒิ แซ่เตี๋ยว เผยแพร่ภาพ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกคดีจำนำข้าว ปรากฎตัวในงานศพมารดา จึงตกเป็นข่าวเกรียวกราว

ต่อมา กรมราชทัณฑ์ ได้ชี้แจงว่า  การออกนอกพื้นที่เรือนจำฯ ของนายบุญทรง เพื่อไปร่วมงานศพดังกล่าว เป็นไปอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 และระเบียบ กรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการลาของนักโทษเด็ดขาด พ.ศ. 2561 รวมถึง ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการลาของนักโทษเด็ดขาด (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563 เป็นการให้โอกาส นช.บุญทรง ได้แสดงความกตัญญูและการไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ปลายปี 2564 บุญทรง อายุ 61 ปี นักโทษชั้นเยี่ยม ศาลพิพากษา ปี 2560 กำหนดโทษ 48 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี 2564 ในรอบแรก เหลือวันต้องโทษจำคุก 16 ปี ได้รับอภัยโทษ ลดวันต้องโทษ ปี 2564 ในรอบสอง เหลือวันต้องโทษ 10 ปี จะพ้นโทษ 21 เมษายน 2571

ชีวิตนักการเมืองชื่อบุญทรง มีชะตากรรมไม่ต่างจากบุญทิ้ง ตัวเอกในนิยายเล่มละสิบบาท เพราะต้องรับโทษทัณฑ์ในคดีจำนำข้าวอย่างเดียวดาย

‘อดีตมือขวาเจ๊แดง’

20 ปีที่แล้ว “บุญทรง” เป็นดาวดวงเด่นบนถนนการเมืองสายเหนือ เมื่อทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย และมอบให้น้องสาว เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เป็นแม่ทัพภาคเหนือ 

ทักษิณ ชินวัตร เห็นน้องสาวมือใหม่ มีประสบการณ์แค่การขายมือถือ ไม่ประสีประสาการเมือง จึงไปคว้าเอาหนุ่มใหญ่ เสี่ยฮุก-บุญทรง เตริยาภิรมย์ กรรมการผู้จัดการเบนซ์ช้างเผือก และรองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ มาเป็นผู้ช่วยน้องสาวทำงาน

แม่ค้าขายมือถือ-พ่อค้าขายเบนซ์ ช่วยกันวางแผนเลือกตั้งเชียงใหม่ โชคดีกระแสนายกฯ คนเมืองติดตลาด เลยลบคำปรามาสละอ่อนการเมืองได้

ในรัฐบาลไทยรักไทย เจ๊แดงไม่มีตำแหน่งในรัฐบาลทักษิณชุดแรก แต่ทักษิณก็ยังให้บุญทรงช่วยงานเจ๊แดง ทำหน้าที่ประสานกลุ่ม ส.ส.สายเหนือ จึงเกิดเป็นมุ้งวังบัวบาน

สมัยที่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เจ๊แดงก็ให้บุญทรงตามไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กระทั่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เจ๊แดงผงาด บุญทรงได้เป็น รมช.คลัง เมื่อมีการปรับ ครม.ต้นปี 2555 บุญทรงได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีพาณิชย์ เพื่อดูแลโครงการจำนำข้าว

แล้วในที่สุดโครงการจำนำข้าว ก็ทำให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ล่มสลาย บุญทรงเดินเข้าสู้เส้นทางคดีทุจริตจำนำข้าวพร้อมกับยิ่งลักษณ์ แต่เมื่อถึงวันพิพากษาคดี ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกนอกประเทศ

‘ลูกไม้ใต้ต้น’

ก่อนที่ “บุญทรง” จะเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ได้วางตัวลูกชาย เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ เป็นทายาททางการเมือง

ป้ำ-เดชนัฐวิทย์ ติดสอยห้อยตามพ่อหาเสียงเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 2548 และก่อนศาลจะอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าว พรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวลูกชายบุญทรง ในฐานะเลือดใหม่

ปลายปี 2561 เดชนัฐวิทย์ ตัดสินใจย้ายมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ทำเอาคนในตระกูลชินวัตร ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เอาคายไม่ออก ตอนแรกเหมือนจะลง ส.ส.เชียงใหม่ ตอนหลังถูกวางตัวให้ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 28 แต่ไม่ได้เป็น ส.ส.

วันนี้  เดชนัฐวิทย์ เตริยาภิรมย์ ยังทำกิจกรรมช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่ริม, อ.แม่แตง ,อ.สะเมิง และ อ.กัลยาณิวัฒนา ป้ำประกาศขอทำงานแทนพ่อบุญทรง พร้อมชูคำขวัญ #ไม่แบ่งแยกไม่ทอดทิ้งใคร

  ลูกชายบุญทรง เปิดตัวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ลูกชายบุญทรง เปิดตัวในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

ยังไม่มีความชัดเจนว่า เดชนัฐวิทย์จะลง ส.ส.พรรคการเมืองใด ซึ่งพ่อบุญทรงฝากความหวังไว้กับลูกชายคนนี้ ที่จะสานต่องานการเมืองในเชียงใหม่ ส่วนจะได้เป็น ส.ส.หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับโชควาสนา

“เส้นใหญ่ไม่พอ”? เปิดประวัติ “ทนายพรศักดิ์” ผู้ว่าความให้แซนสู้คดีแตงโม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530530

21 ก.ย. 2565

"เส้นใหญ่ไม่พอ"? เปิดประวัติ "ทนายพรศักดิ์" ผู้ว่าความให้แซนสู้คดีแตงโม

พาไปรู้จัก”ทนายพรศักดิ์” ผู้รับว่าความ “แซน วิศาพัช” แก้ต่างคดีแตงโม ถูกลูกความขู่ปลด คดีฟ้องหนิง “เส้นใหญ่ไม่พอ”  ดีกรีป.โท- ประกาศนียบัตรกฎหมายธุรกิจ สอบตั๋วทนายได้เองจาก”ประสบการณ์”ไม่ต้องผ่าน”อบรมว่าความ”  

กรณี แซน วิศาพัช มโนมัยรัตน์ จำเลยร่วมในคดีการเสียชีวิตของแตงโม ประกาศว่า จะปลด “ทนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์” ทนายความส่วนตัวออกจากคดีที่มีการแจ้งความ หนิง ปณิตา ใน 3 ข้อหา ได้แก่ หมิ่นประมาท, แจ้งความเท็จ และรู้ว่าไม่ได้มีการกระทำความผิด แต่แกล้งให้รับโทษในทางอาญา ที่ สน.ปทุมวัน เพราะมองว่า “ทนายเส้นไม่ใหญ่พอ” ที่จะทำให้ พนักงานสอบสวนไม่ยอมออกมาเรียก “หนิง ปณิตา”  ตามกระบวนการยุติธรรมได้ เนื่องจาก พนักงานสอบสวนแจ้งว่าได้ได้ระงับหมายเรียกเพราะรอให้คดีที่ “หนิง ปณิตา” แจ้งความแซน วิศาพัช ให้จบสิ้นก่อน  

"เส้นใหญ่ไม่พอ"? เปิดประวัติ "ทนายพรศักดิ์" ผู้ว่าความให้แซนสู้คดีแตงโม

คมชัดลึกออนไลน์ จะพาไปรู้จักประวัติ “ทนายความพรศักดิ์” ปัจจุบัน ทนายความที่บริษัท ที่ปรึกษากฎหมายและธุรกิจ เดอะเบสท์ บริษัท เดอะเบสท์ บิสซิเนส แอนด์ ลอว์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ “ทนายความพรศักดิ์” เป็นเจ้าของบริษัท จดทะเบียน เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2557  สถานภาพกิจการ ยังดำเนินกิจการอยู่ ในกลุ่มธุรกิจ กิจกรรมทางกฎหมาย เป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความ 
 

ทนายพรศักดิ์ เปิดเผย“คมชัดลึกออไลน์”ว่า เรียนจบปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต ม.รามคำแหง บัณฑิตรุ่นที่ 19 ป.บัณฑิต กฎหมายธุรกิจ เมื่อปี2540 และรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต (ร.ม.) การบริหารรัฐกิจและกฎหมาย ปี2560 หลังจากจบการศึกษา ไม่ได้ผ่านการอบรมว่าความ จากสภาทนายความ เพื่อให้ได้ใบอนุญาตว่าความ หรือ ตั๋วทนาย แต่ไปขอใบอนุญาตว่าความ ใช้ประสบการณ์จากการฝึกงานในสำนักงานกฎหมายครบ1ปี เพื่อสอบใบอนุญาตว่าความ ปัจจุบันประกอบอาชีพทนายความมาแล้ว 28ปี

ทั้งนี้ เป็นที่รู้กันดีในวงการนักกฎหมาย ว่า  ผู้จบการศึกษาปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์บัณฑิต นอกจากการเรียนอบรมวิชาว่าความจากสภาทนายความ เพื่อให้ได้สิทธิสอบขอใบอนุญาตว่าความแล้ว การใช้ประสบการณ์จากทำงานในสำนักงานกฎหมายเมื่อครบ1ปี ก็ได้สิทธิสอบเพื่อขอใบอนุญาตว่าความได้ด้วยเช่นเดียวกัน 
 

ทนายพรศักดิ์ หรือ ทนายตุ๋ย เป็นที่รู้จักต่อสาธารณชนครั้งแรก เมื่อครั้งไปออกรายงานโหนกระแส วันที่ 1 มิ.ย.2565 ช่วงหนึ่งได้เปิดคลิปเสียง ซึ่งระบุว่า เป็นเสียงของ บังแจ๊ค และในนั้นมีการพาดพิงไปถึงบุคคลอื่น กระทั่ง นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ มอบอำนาจให้นายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ที่ปรึกษาคดีแตงโม ไปดำเนินคดีกับ”ทนายตุ๋ย”เพราะเห็นว่า การนำคลิปเสียงมาเปิดในรายการดังกล่าวถือเป็นการใส่ความให้ได้รับความเสียหาย” 

รอดแต่ไม่โล่ง “สุเทพ” ลุ้นลุงตู่ ชี้อนาคตพรรคตระกูลรวม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530425

20 ก.ย. 2565

รอดแต่ไม่โล่ง “สุเทพ” ลุ้นลุงตู่ ชี้อนาคตพรรคตระกูลรวม

รอดคดีโรงพัก “สุเทพ” ลุ้นปม 8 ปีนายกฯ ลุงตู่ได้ไปต่อหรือ มีผลต่ออนาคตพรรคตระกูล “รวม” ในสมรภูมิเลือกตั้ง กติกาใหม่ มีโอกาสทั้งรุ่งหรือร่วง

รอดคดีโรงพัก “สุเทพ” ลุ้นปม 8 ปีนายกฯ ลุงตู่ได้ไปต่อหรือไม่ มีผลต่ออนาคตพรรครวมพลัง

จับตา “สุเทพ” พร้อมเครือข่ายในสมรภูมิเลือกตั้ง ยึดกติกาบัตร 2 ใบ พรรคตระกูล “รวม” มีโอกาสรุ่งหรือร่วงเท่า ๆ กัน   

วันที่ 20 ก.ย.2565 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษายกฟ้องสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวก คดีทุจริตฮั้วประมูลก่อสร้างโรงพักทดแทน ซึ่งสุเทพให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจที่พ้นมลทินเสียที หลังต้องถูกโจมตีว่าเป็นคนทุจริต 8-9 ปี พร้อมประกาศสนับสนุนพรรคการเมืองของประชาชน 

สุเทพ เทือกสุบรรณ แสดงเจตจำนงมาแต่ปี 2561 ว่า จะไม่ลงสมัคร ส.ส. แต่ขอเป็นผู้สนับสนุนพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งปัจจุบัน เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรรครวมพลัง

ลึก ๆ แล้ว อนาคตทางการเมืองของสุเทพ อาจต้องรอศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยปม 8 ปีนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสียก่อน

‘ยุทธศาสตร์ล้มเหลว’

“สุเทพ” ส่ง ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง ทนายความคนใกล้ชิดไปดำเนินการก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ซึ่งตอนนั้น สุเทพไม่ปิดบังว่า พรรคนี้สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคยุคแรก ส่วนใหญ่เป็นพลพรรค กปปส. อาทิ สุริยะใส กตะศิลา ,ประสาร มฤคพิทักษ์ และสำราญ รอดเพชร โดยสุเทพวางยุทธ ศาสตร์เก็บแต้มทุกเม็ด สอดรับกับกติกาบัตรใบเดียว จึงดำเนินกลยุทธ์เดินทัพทางไกลไปทุกจังหวัด ในนามการเดินคารวะแผ่นดิน

หลังการเลือกตั้งปี 2562 สุเทพ รู้สึกผิดหวัง เพราะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4 คน และ ส.ส.เขต 1 คน รวม 5 คน จากที่เคยคาดหวังไว้ว่าจะได้ ส.ส. 30 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม พรรครวมพลังประชาชาติไทย ก็ได้เข้าร่วมรัฐบาล และได้เก้าอี้รัฐมนตรี ตามที่ตกลงกันไว้กับ พล.อ.ประยุทธ์

ปลายปี 2564 สุเทพปรับโครงสร้างพรรคอีกครั้ง โดยผลักดัน เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ต้นปี 2565 สุเทพในฐานะที่ปรึกษาพรรค ร่วมกับเอนก หัวหน้าพรรคจัดประชุมใหญ่ เปลี่ยนชื่อพรรคเป็นพรรครวมพลัง (Action Coalition Party) โดยใช้สัญลักษณ์เป็นรูปพญานาคสีเหลือง

 เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชี้ชะตาอนาคตพรรครวมพลังในสมัยหน้า เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชี้ชะตาอนาคตพรรครวมพลังในสมัยหน้า

‘ไขปริศนาพรรคลุงตู่’

แม้แกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ จะปฏิเสธเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “สุเทพ” แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กรรมการบริหารพรรคใหม่ป้ายแดง ล้วนแต่เป็นคนใกล้ชิดกำนันคนดังแห่ง กปปส.

นับแต่แรมโบ้อีสาน-เสกสกล อัตถาวงศ์ ก่อการตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็มีข่าวว่า สุเทพได้การสนับสนุนพรรคนี้ให้เป็นพรรคสำรองของ พล.อ.ประยุทธ์

หลังมีกรณีคลิปเสียงแรมโบ้ แผนการปั้นพรรครวมไทยสร้างชาติก็เงียบหายไป แรมโบ้อีสานก็โบกมือลา 

ถัดมา พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้เปิดตัวเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ บุตรบุญธรรมของสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เป็นเลขาธิการพรรค

พีระพันธุ์-เอกนัฏ ประสานเสียงชัดๆว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ใช่พรรคสำรองของ พล.อ.ประยุทธ์ และไม่เกี่ยวข้องกับพรรครวมพลังของสุเทพ

ในทางลึก พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังมีตัวละครสำคัญอย่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการ และทยา ทีปสุวรรณ เป็นกองเชียร์ ดังนั้น ลูกหมี-สุพล จุลใส จึงกระโดดเข้ามาสนับสนุน พร้อมทีมงาน อบจ.ชุมพร และสุราษฏร์ธานี

ยุทธศาสตร์รวมไทยสร้างชาติ ไม่เน้นคะแนนบัญชีรายชื่อเหมือนสมัยที่สุเทพขับเคลื่อนรวมพลังประชาชาติไทย หากแต่พุ่งเป้าที่ ส.ส.เขต จึงระดมนักเลือกตั้งท้องถิ่นเข้ามาเสริมทัพ

สองพรรคตระกูล “รวม” จะไปทางไหนต่อ ก็อาจต้องรอหลังวันที่ 30 ก.ย.นี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยปม 8 ปีนายกฯ

ถึงวันนั้น สุเทพคงต้องประเมินสถานการณ์ใหม่ พรรครวมพลังจะสู้ต่อแบบไหน ในกติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบ จะรวมหรือแยกกันเดิน คงมีคำตอบไม่เกินปลายปีนี้ 

ลืม 19 กันยา “พจมาน” เชื่อมบ้านจันทร์-บ้านป่าไร้รอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530371

20 ก.ย. 2565

ลืม 19 กันยา “พจมาน” เชื่อมบ้านจันทร์-บ้านป่าไร้รอยต่อ

บทเรียนรัฐประหาร “พจมาน” เดินเกมคู่ขนานกับทักษิณ ยิ่งกว่าลับลวงพรางอ่านเกมข้ามช็อต จับตาสายสัมพันธ์บ้านจันทร์-บ้านป่า หลังเลือกตั้งสมัยหน้า

บทเรียนรัฐประหาร “พจมาน” เดินเกมคู่ขนานกับทักษิณ ศึกชิงอำนาจครั้งใหม่ ต้องมากกว่าลับลวงพราง

“พจมาน” ช่ำชองเดินเกมหลังม่าน รู้จักอีลิตมากกว่าทักษิณ อ่านเกมข้ามช็อตไปถึงสายสัมพันธ์บ้านจันทร์กับบ้านป่า หลังเลือกตั้งสมัยหน้า

ไม่แปลกหรอกที่ ทักษิณ ชินวัตร จะใช้วาระครบรอบ 16 ปี รัฐประหาร 19 กันยา เป็นการโฆษณางานการเมือง “ผมถูกการรัฐประหารลับหลัง (ถูกลอบกัดโดยชายชาติทหาร)…”

สำหรับ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ในชั่วโมงนี้ มีภารกิจที่จะนำพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะในสมรภูมิเลือกตั้ง และสร้างพันธมิตรการเมืองใหม่

การรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 จะไม่เกิดขึ้น หาก ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ไม่เลือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ.เมื่อปี 2547

เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร เลือก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 6 เป็น ผบ.ทบ.ในปี 2548 และระหว่างอยู่ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. พล.อ.ประวิตร ดึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จากปราจีนบุรี มาเป็น ผบ.พล.1 รอ. และขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1

ก่อนเกษียณอายุราชการ พล.อ.ประวิตร ดึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากปราจีนบุรี มาเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 1 ดังนั้น การยึดอำนาจของ พล.อ.สนธิ จึงมีทหารปราจีนบุรี ,สระแก้ว และชลบุรี เป็นกำลังหลัก

อาจกล่าวได้ว่า อวสานของชินวัตรยกแรก ก็คือปฐมบทของพี่น้อง 3 ป.หรือระบอบ 3 ป. เมื่อ 16 ปีที่แล้ว

  จับตาบทบาท มิสเตอร์ดีล ของ พล.อ.ประวิตร จับตาบทบาท มิสเตอร์ดีล ของ พล.อ.ประวิตร

‘นางพญาหลังม่าน’

หลังคณะปฏิรูปการปกครองฯ เข้าบริหารราชการแผ่นดิน “พจมาน” ได้เคลื่อนไหวครั้งแรก ทำเอาแวดวงการเมืองสะท้านสะเทือน ขณะที่ทักษิณ ชินวัตร ลี้ภัยอยู่ในประเทศอังกฤษ

วันที่ 26 ต.ค.2549 คุณหญิงพจมาน และบรรณพจน์ ดามาพงศ์ เดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ 

ถัดมา พล.อ.เปรม ตอบคำถามนักข่าวกรณีที่คุณหญิงพจมานเข้าพบที่บ้านพักว่า “ผมรู้ว่าคุณจะถามเรื่องอะไร เพราะฉะนั้นไม่ต้องถาม ตามที่ พล.อ.อู้ด (พล.อ.อู้ด เบื้องบน นายทหารคนสนิท) พูดไปเมื่อวานมันมีอยู่เท่านั้น ไม่มีอะไรมาก”

เมื่อพรรคพลังประชาชนได้รับชัยชนะ สมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทักษิณก็เดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2551 

วันที่ 29 พ.ค.2551 ทักษิณเดินทางทางมาร่วมในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ บุญเรือน เผ่าจินดา มารดาของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในเวลานั้น ที่วัดโสมนัสวรวิหาร ทักษิณได้พบกับ พล.อ.เปรม เป็นครั้งแรกนับแต่เกิดรัฐประหาร 19 กันยา 

ตัวละครลับคนหนึ่งที่มีส่วนในดีลลับ ก็คือ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ที่เข้าออกบ้านสี่เสาฯ และบ้านจันทร์ส่องหล้าได้ตลอดเวลา 

‘บ้านจันทร์-บ้านป่า’

ทักษิณชอบเปรียบเปรยว่าตัวเองเป็นคนบ้านนอก ต่างจาก “พจมาน” ที่เติบโตในแวดวงสังคมชั้นสูง

ในแคร์คลับเฮาส์เมื่อ ก.ย.2564 ทักษิณเล่าว่า “ผมเป็นคนซื่อบื้อ…ผมโตมาจากต่างจังหวัด แต่มาเรียนนายร้อยอยู่ในกรอบ เรียนจบได้ทุนไปอเมริกา ดังนั้น การเรียนรู้สังคมชนชั้นนำไม่มีเลย”

ยกตัวอย่างกรณี พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา ลาออกจาก ผบ.ทอ.มารับตำแหน่ง มท.1 รัฐบาลทักษิณ ก็เพราะสลิลลาวัลย์ ภรรยาพล.อ.อ.คงศักดิ์ เป็นทั้งเพื่อนและเลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน

นัยว่าคุณหญิงอ้อเป็นสะพานเชื่อมให้ทั้ง พล.อ.อ.คงศักดิ์ และเพื่อนรักได้พบรักกัน รวมถึง พล.อ.ประวิตร ที่มีเรื่องเล่าว่า คุณหญิงอ้อพยายามจะเป็นแม่สื่อแม่ชักหาคู่ให้นายพลคนโสด แต่ไม่สำเร็จ

เลือกตั้งปี 2548 ทักษิณนำทัพไทยรักไทย สมัยที่ 2 ตอนนั้น พล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ทบ. มอบหมายให้ พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนรักเป็นนายทหารประสานงานกับพรรครัฐบาล บิ๊กป้อมจึงได้ชื่อว่าเป็น มิสเตอร์ดีล

ด้วยเหตุนี้ นักสังเกตการณ์ทางการเมือง จึงจับตามองเกมดีลปรองดองหลังเลือกตั้งสมัยหน้า ระหว่างบ้านจันทร์ส่องหล้า-บ้านป่ารอยต่อ

ใจถึงพึ่งได้ “พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” ปลดล็อก ปชป.เมืองคนดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530304

19 ก.ย. 2565

ใจถึงพึ่งได้ “พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” ปลดล็อก ปชป.เมืองคนดี

กำนันขวัญใจรากหญ้า “พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” นายก อบจ.สุราษฏร์ ท้าสู้แชมป์เก่า ปักธงรวมไทยสร้างชาติ 7 เขต ปลดล็อกสุราษฏร์ พ้นจากการผูกขาด

ลั่นกลองรบ “พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” นายก อบจ.สุราษฏร์ธานี ท้าสู้แชมป์เก่า ขอปักธงรวมไทยสร้างชาติทั้ง 7 เขต

กำนันขวัญใจรากหญ้า “พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” สหายร่วมรบของลูกหมี ชุมพร อาสาเป็นแม่ทัพใหญ่ ปลดล็อกสุราษฏร์ พ้นจากการผูกขาด

เมื่อวันที่ 18 ก.ย.2565 พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว  นายก อบจ. สุราษฎร์ธานีและยกทีม ส.อบจ.เมืองหอยใหญ่ เข้าเยี่ยมพรรครวมไทยสร้างชาติ ซอยอารีย์ 5 โดยมี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ให้การต้อนรับ

วันถัดมา กำนันศักดิ์ หรือพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ประกาศผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ส่วนตัวว่า รวมพลคนกล้า สุราษฏร์ธานี พร้อมภาพกำนันศักดิ์ เดินนำหน้าสมาชิกกลุ่มพลังสุราษฏร์ และเตรียมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.สุราษฏร์ธานี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันที่ 22 ก.ย.2565

ในชั่วโมงนี้ สภากาแฟทั่วภาคใต้ ต่างเฝ้ามองการก่อเกิดพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีนายกพร-วิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง เป็นกรรมการ บริหารพรรค และรับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้

นอกจากนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ยังมี ลูกหมี-ชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร และนพพร อุสิทธิ์ นายก อบจ.ชุมพร เป็นกำลังหลัก รวมถึงกำนันศักดิ์ มิตรสหายของลูกหมี 

ไม่แปลกใจที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงว่า พรรคจะปักธง ส.ส.เขตในสนามประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร,สุราษฏร์ธานีนครศรีธรรมราช และพัทลุง ได้อย่างแน่นอน

‘แชมป์ผูกขาด’

“พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” อหังการ์มาจากไหน จึงกล้าท้ารบแชมป์ผูกขาดอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยึดครอง จ.สุราษฏร์ธานี มายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว

นับจากการเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 สนามเลือกตั้งสุราษฏร์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรค ปชป.ได้รับเลือกตั้งแบบยกจังหวัด จนถึงการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว 

แม้ปี 2562 สุเทพ เทือกสุบรรณ และเครือญาติจะแยกตัวออกไปตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย แต่ผู้สมัคร ส.ส.ค่ายกำนันสุเทพ ก็ไม่สามารถแทรกเข้ามาได้เลย

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ปชป.ชนะยกจังหวัด มีแห่งเดียวคือ จ.สุราษฎร์ธานี ได้ ส.ส.ครบ 6 ที่นั่ง

เขต 1 ภาณุ ศรีบุศยกาญจน์ อดีตรองนายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ฯ, เขต 2 วิวรรธน์ นิลวัชรมณี ลูกชาย ประวิช นิลวัชรมณี อดีต ส.ส. ,เขต 3 วชิราภรณ์ กาญจนะ ลูกสาว ชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส. ,เขต 4 สมชาติ ประดิษฐ์พร อดีตประธานสภา อบจ.สุราษฎร์ธานี, เขต 5 สินิตย์ เลิศไกร ส.ส. 5 สมัย และเขต 6 ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส. 2 สมัย ลูกชาย นิภา พริ้งศุลกะ อดีต ส.ส.

เมื่อมีตำแหน่ง รมช.ในโควตาของ ปชป.ว่าง บัญญัติ บรรทัดฐาน จึงผนึกกำลังหนุน ส.ส.ดำ หรือ สินิตย์ เลิศไกร เป็น รมช.พาณิชย์ 

ปลายปี 2563 ชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฏร์ธานี พรรค ปชป.พ่ายศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สุราษฏร์ กลายเป็นจุดเปลี่ยนของสมรภูมิเลือกตั้งเมืองหอยใหญ่

‘ข้าชื่อกำนันศักดิ์’

หลังกำนันศักดิ์ “พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว” ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สุราษฏร์ธานี มีตัวแทนหลายพรรคเข้ามาทาบทามให้จัดทีมผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากกำนันศักดิ์เป็นขวัญใจชาวบ้าน ใจถึงพึ่งได้ 

“ชีวิตของผมต่อสู้มาโดยตลอด จากเด็กบ้านๆ ที่เคยเก็บขยะขายไม่มีต้นทุนเหมือนคนอื่น แต่ด้วยใจที่สู้ และมีความกล้าจึงทำให้มีวันนี้..” กำนันศักดิ์เปิดใจกับผู้สื่อข่าว

พงษ์ศักดิ์ เคยเป็นกำนัน ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ และเคยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ.สุราษฎร์ เขต อ.กาญจนดิษฐ์

กำนันศักดิ์เป็นผู้ริเริ่มโครงการท่องเที่ยวชมฟาร์มหอยนางรม ในพื้นที่บ้านกระแจะแดะ ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์

เวลานี้ กำนันศักดิ์วางตัวลูกสาว อนงค์นาถ จ่าแก้ว ลงสมัคร ส.ส.สุราษฏร์ธานี เขต 6 (ไชยา ท่าฉาง ท่าชนะ วิภาวดี) ซึ่งต้องแข่งขันกับ ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฏร์ฯ พรรค ปชป.

 แจง-อนงค์นาถ จ่าแก้ว ลูกสาวกำนันศักดิ์ ลง ส.ส.สุราษฏร์เขต 6 แจง-อนงค์นาถ จ่าแก้ว ลูกสาวกำนันศักดิ์ ลง ส.ส.สุราษฏร์เขต 6

สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า เมืองหอยใหญ่ จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 7 คน พรรค ปชป.ก็ต้องคู่แข่งฟอร์มสดมาแรงอย่างทีมกำนันศักดิ์ ในสีเสื้อรวมไทยสร้างชาติ

แค้นฝังหุ่น “ทักษิณ” สกัดแดงย้อมสี ศึกนี้แพ้ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530245

19 ก.ย. 2565

แค้นฝังหุ่น “ทักษิณ” สกัดแดงย้อมสี ศึกนี้แพ้ไม่ได้

คนดูไบใจไม่นิ่ง “ทักษิณ” กระโจนร่วมวงไพบูลย์ศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ลึกๆกลัวเด็กเพื่อไทยพ่าย ขั้วตรงข้ามชนะ แค้นลึกจุรีพร ตอนแหกค่ายไปซบ 3 ป.

คนดูไบใจไม่นิ่ง “ทักษิณ” กระโจนร่วมวงไพบูลย์ศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ด กลัวเด็กเพื่อไทยพ่ายขั้วตรงข้าม ทั้งจุรีพร และตระกูลพลซื่อ 

ประเมินว่า “ทักษิณ” แค้นลึก ครั้งที่จุรีพร สินธุไพร แหกค่ายไปซบ 3 ป. ถึงขั้นส่งอุ๊งอิ๊ง ลูกสาวยกทัพใหญ่ครอบครัวเพื่อไทย ไปปราศรัย 4 อำเภอ

วันที่ 19 ก.ย.2565 ครบรอบ 16 ปี คณะรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อันเป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการต้านเผด็จการ ในนามกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ พัฒนามาเป็น นปก.

ปี 2552 กลุ่มนักการเมืองใกล้ชิดทักษิณ ได้ก่อตั้งกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน นับจากนั้นเป็นต้นมา ขบวนการคนเสื้อแดงก็เกิดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะในภาคอีสาน


เย็นวันนี้(19 ก.ย.) วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร ผู้ประสานงานกลุ่มคนร้อยเอ็ดรักประธาธิปไตย จัดแรลลี่แดงอีสานรำลึกวันรัฐประหาร 2549

จะว่าไปแล้ว กิจกรรมของแรลลี่แดงร้อยเอ็ด รำลึก 19 กันยา ก็เป็นกลยุทธ์หาเสียงทางอ้อมของจุรีพร สินธุไพร ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่เป็นก้างขวางคอพรรคเพื่อไทย

คนแดนไกลว้าวุ่น’

แม้ “ทักษิณ” จะอยู่นครดูไบ แต่ก็ติดตามข่าวสารในเมืองไทยอย่างใกล้ชิด ใครจะคิดว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างนายก อบจ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทยจะจัดหนักจัดเต็ม ยกทัพหลวงมาจัดเวทีปราศรัยในโค้งสุดท้าย

มีหรือคนแดนไกลจะไม่รู้ว่าเรื่องกลยุทธ์หาเสียงของจุรีพร สินธุไพร พร้อมน้องชาย-วิเชียรชนินทร์ ที่ชูแบรนด์เสื้อแดง จนมีเสียงตอบจากชาวบ้านในทุกอำเภอ

สมัยแดงทั้งแผ่นดิน จุรีพร ในฐานะแกนนำแดงพัทยา ก็บินไปหาทักษิณอยู่บ่อยๆที่นครดูไบ อีกด้านหนึ่ง จุรีพรเป็นนักธุรกิจมีฐานะ ภรรยานายตำรวจใหญ่ ดูแลคนเสื้อแดงได้ ไม่ต้องพึ่งพานายใหญ่

กลยุทธ์แดงชนแดง อาจส่งผลให้ผู้สมัครเพื่อไทยแพ้เลือกตั้ง ทักษิณจึงส่งลูกสาว-แพทองธาร ชินวัตร  หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มาขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียง 4 เวที 4 อำเภอใน จ.ร้อยเอ็ด

มีข้อสังเกตในทุกเวที อุ๊งอิ๊งจะท่องประโยคนี้ “..ดิฉันเป็นลูกสาวของพ่อใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางมา พ่อใหญ่โทรมาหาดิฉัน ให้บอกกับพี่น้อง จ.ร้อยเอ็ดว่า คิดถึงมาก” 

 ทุกเวทีที่ร้อยเอ็ด อุ๊งอิ๊งบอก พ่อใหญ่ทักษิณ คิดถึงพี่น้องทุกคน ทุกเวทีที่ร้อยเอ็ด อุ๊งอิ๊งบอก พ่อใหญ่ทักษิณ คิดถึงพี่น้องทุกคน

พอเอ่ยถึง “พ่อใหญ่ทักษิณ” ก็มีเสียงปรบมือ และเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจจากชาวบ้าน สะท้อนว่า ชื่อนี้ยังขายได้ในหมู่คนอีสาน

‘พี่น้องก้าวไกล’

วันที่จุรีพร ประกาศซบ 3 ป. ไม่เพียงพี่ชาย-นิสิต สินธุไพร ที่โกรธแค้นน้องสาว “ทักษิณ” ก็ไม่พอใจมาก ยิ่งรู้ว่า แรมโบ้อีสานเป็นคนพาจุรีพรพาไปเข้าบ้านป่ารอยต่อฯ นายใหญ่ก็ยิ่งเดือดดาล และแค้นฝังหุ่นมาจนถึงบัดนี้

เมื่อจุรีพร สินธุไพร ตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด จะวิ่งไปหาฐานเสียงที่ไหน หากไม่ใช่คนเสื้อแดง 

เนื่องจาก รัชนี พลซื่อ ผู้สมัครนายก อบจ.อีกคนหนึ่ง ก็มีฐานเสียงของเอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด หลายสมัย

ดังนั้น จุรีพรจึงอาศัยน้องชาย- วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร แกนนำพรรคก้าวไกล จ.ร้อยเอ็ด และ สจ.ฟ้า-พิมพ์วรีย์ สินธุไพร ส.อบจ.ร้อยเอ็ด เขต อ.เกษตรวิสัย คณะก้าวหน้า ร่วมกันวางกลยุทธ์การหาเสียงเลือกตั้ง

วิเชียรชนินทร์เคยเป็นแกนนำ นปช.แดงภาคอีสาน และกลุ่มคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย จึงระดมเพื่อนพ้องน้องพี่สายเสื้อแดงมาช่วยกันหาเสียง พร้อมทั้งเปิดเวทีคู่ขนาน สร้างกระแสแดงร้อยเอ็ดหนุนจุรีพร


ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาพบสมาชิกคณะก้าวหน้าที่ อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด จุรีพรเดินทางไปพบเพื่อขอแลกเปลี่ยนเรื่องนโยบายพัฒนาท้องถิ่น 

วันนั้น ธนาธรบอกจุรีพรว่า คณะก้าวหน้าขอเป็นกลาง ส่วนสมาชิกพรรคก้าวไกลหรือคณะก้าวหน้า จะไปหนุนใคร หรือช่วยใครเป็นเรื่องส่วนตัว

สถานการณ์โค้งสุดท้าย กลายเป็นศึกคนกันเอง ระหว่างเศกสิทธิ์ เพื่อไทย กับจุรีพร เสื้อแดง ก็ให้ระวังตาอยู่ รัชนี พลซื่อ จะคว้าพุงปลาไปกิน

พ้นมลทิน! ทวงความยุติธรรม “วิระชัย ทรงเมตตา” คัมแบ็คตำแหน่ง “รอง ผบ.ตร.”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/530214

หนึ่งตะวัน พันดาว

19 ก.ย. 2565

พ้นมลทิน! ทวงความยุติธรรม "วิระชัย ทรงเมตตา" คัมแบ็คตำแหน่ง "รอง ผบ.ตร."

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคม ส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

นับเวลาถอยหลัง..30 กันยาฯ ข้าราชการ  “ทบวง-กระทรวง-กรม” ทั้ง..“ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน” หลายพันหลายหมื่นชีวิต  ได้เวลาถอดเครื่องแบบ อำลา “หัวโขน” สู่สามัญชน “คนธรรมดา” หลัง..ตรากตรำทำงานเพื่อบ้านเมืองประเทศชาติ มาครึ่งค่อนชีวิต..OO

หลายชีวิต..ประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน หลายชีวิต..เจอมรสุมเผชิญวิบากกรรม ทั้ง “ทางตรง-ทางอ้อม” หลายคนชีวิตราชการดิ่งเหว ด้วยน้ำมือตัวเอง หรือไม่ ก้อ..“ผู้เป็นนาย-ผู้มีอำนาจ” คือ..ผู้ก่อฯ นี่แหละ..สัจธรรมโลกแห่งความจริง..OO

ไม่ผิดแผกแตกต่าง..“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” บรรดา “สีกากีน้อยใหญ่” หลายพันนาย “ถอดเครื่องแบบ” อำลาชีวิตราชการ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ตั้งแต่ พล.ต.อ.ยัน ชั้นประทวน นี่..ยังไม่นับรวม สมัครใจ “เออรีรีไทร์” อีกบานเบอะ ด้วย..เหตุผลนานัปการ ปิดฉากชีวิตราชการ เปิดทาง “รุ่นน้อง” สู่..จุดหมายสูงสุด..OO

ทวงความยุติธรรม..จนนาทีสุดท้าย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา ไม่สะดุดหยุดนิ่ง 16 วันสุดท้าย ใกล้วันเวลาเกษียณราชการ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ลงนามคืนตำแหน่ง “รอง ผบ.ตร.” สู่ฐานะเดิม “พ้นมลทิน”ข้อกล่าวหากระทำผิดร้ายแรง ปมคลิปสนทนาโทรศัพท์หลุดโผล่สื่อ..ยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา คุมบังเหียน “เจ้าสำนักปทุมวัน”..OO

อ้างเหตุผล..การพิจารณาสั่งการทางวินัยยังไม่แล้วเสร็จ ภายในกำหนดระยะเวลาตามมาตรา 87 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พุทธศักราช 2547 ให้ถือว่า “ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างถูกสอบสวน” นับตั้งแต่วันที่ 14 กันยาฯ จนกว่าการพิจารณาสั่งการจะเสร็จสิ้น และมีคำสั่ง “กอบกู้เกียรติยศศักดิ์ศรี”ได้สำเร็จ ก่อนอำลาชีวิตราชการ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อย่ากระพริบตา..ตอนจบ..OO
 

เสียเอย-เสียดาย..“ตำรวจน้ำดี” พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ หาญแท้ รอง ผกก.1 บก.ปส.3 ตัดสินใจ “เออรี่รีไทร์” ก่อนเกษียณอายุราชการ 4 ปี ด้วยเหตุผล..ไม่มีเวลาดูแลครอบครัว-คู่ทุกข์คู่ยากโรคภัยมาเยือน ไร้คนดูแล ถึงเวลา..ต้องกลับไปดูแลภรรยาสุดรัก ทำหน้าที่ “หัวหน้าครอบครัว”ให้สมบูรณ์แบบ ในบั้นปลายชีวิต..OO

ทิ้งผลงาน..ก่อนอำลาชีวิตราชการ ตลอด 2 ปี ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 เสริมทัพทลาย“แก๊งคอลเซ็นเตอร์”สารพัดเครือข่าย โดยไม่ทิ้งหน้าหลักด้านปราบปรามยาเสพติด…OO

ผลงานหมาดๆ..สวมบทบาท “ปิดทองหลังพระ” ผู้อยู่เบื้องหลัง รวบรวมหลักฐานเข้าสำนวนไปเสนอศาล อนุมัติหมายจับทีมสังหาร “ทนายต้อย”นายมานพ เสถียรเขตต์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ แดดิ้นสิ้นชื่อภายในปั้มน้ำมัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง โยงคนสนิทนายก อบจ.คนดัง นี่คือ..บันทึกความทรงจำ “เพชรเม็ดงาม”เม็ดนี้..OO

ส่องกล้องตรวจแถว..ทัพใหม่ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” จากยุค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอด คุมบันเหียน “ผู้นำองค์กร” เปลี่ยนถ่ายสู่ ยุค..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.คนใหม่ บริหารจัดการ “องค์กร-หน่วยงาน” ดูแลทุกข์สุข “ประชาชน”ขจัดทุกข์ภัย “ชาวบ้าน-ร้านตลาด”ปลอดภัยไร้ภัยมืดคุกคาม..OO

ภาพรวมสอบผ่าน..วางคนได้ถูกที่ถูกทาง โดยเฉพาะ“มือปราบ-นักสืบ” วางตัวหน่วยงานหลัก “นครบาล-ภูธร-หน่วยงานเสริม-อาร์มสวย” จัดวาง “แม่ทัพ-นายกอง-หัวหมู่ทะลวงฟัน” เหมาะเจาะเหมาะสมไว้ต่อกรอาชญากร..ยุคใหม่ รอเวลา..ปัดกวาดขยะสังคม ขับเคลื่อน เคียงข้าง “พิทักษ์ 1” คนใหม่ 1 ตุลาฯนี้..OO

การบ้านชิ้นสุดท้าย..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.จับมือ นายประกาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “บ้านพักสวัสดิการเพื่อข้าราชการตำรวจและลูกจ้างประจำ” สังกัด “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” แก้ปัญหาขาดแคลนที่พักผู้ใต้บังคับบัญชา ของขวัญผลงานชิ้นสุดท้าย ก่อนอำลาชีวิตราชการ 30 กันยาฯนี้..OO

ได้เวลาชี้ชะตา..20 กันยาฯนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดอ่านคำพิพากษาคดี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต รองนายกรัฐมนตรี กับพวก “ร่วมทุจริตก่อสร้างโรงพัก” 396 แห่ง “3 สีกากี”ติดร่างแห หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ อดีตรักษาการ ผบ.ตร. พล.ต.ต.สัจจะ คชหิรัญ -พ.ต.ท.สุริยา แจ้งสุวรรณ์ ในฐานะคณะกรรมการประกวดราคา ไม่รู้..จะออกหัว-ออกก้อย “วิบากกรรม”ครั้งนี้ ห้ามกระพริบตา..OO

เดินหน้า..ล้างเผ่าพันธุ์ “ยาเสพติด” กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ยุค พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้นำหน่วย บัญชาการ “แม่ทัพ-นายกอง-มือปราบ-นักสืบ” ขุดราก-ถอนโคน “ขบวนการยานรก”ไม่เล็ดรอดสายตา ทั้ง..“จับเป็น-จับตาย”  คดีแล้ว-คดีเล่า..OO

สดๆร้อนๆ..พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 นำทีมผนึกกำลัง พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.สุคนธ์ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 จัดชุดแกะรอย ทลายขบวนการ“ค้ายาเสพติดข้ามชาติ” เครือข่าย “เจ๊สวย”นักค้ารายใหญ่..OO

โหมงาน..“หามรุ่ง-หามค่ำ”ครึ่งค่อนปี ประสบความสำเร็จ ตะครุบตัว 7 เครือข่ายยานรก ขณะขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด ยาอี 5 หมื่นเม็ด ยาไฟว์ไฟว์ เกือบ 2 หมื่นเม็ด ซุกซ่อนในรถขนผัก หยุดยั้ง“มหันตภัยร้าย”ได้เปราะหนึ่ง ด้วยความร่วมแรงร่วมใจ ดรีมทีม“น้ำหนึ่งใจเดียว”..OO

ขวัญกำลังใจ..ครบ 13 ปี กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ “บก.ปคม.” ยุค พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ แม่ทัพใหญ่ ปูนบำเหน็จความดีความชอบ ข้าราชการตำรวจในสังกัด ผู้ปฏิบัติดีเด่นแต่ละสาย..OO

ไล่ตั้งแต่..“สืบสวนดีเด่น” พ.ต.ต.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ สว.กก.3 บก.ปคม. “ปราบปราบดีเด่น”พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.5 บก.ปคม. “สอบสวนดีเด่น” ร.ต.อ.ณัฎฐพร ไผ่ประดิษฐ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ปคม..OO

ตามด้วย..“อำนวยการดีเด่น” ร.ต.อ.วิเชียร เขาพาใน รอง สว.กก.2 บก.ป  “จิตอาสาดีเด่น” ร.ต.อ.เดชชัย จำปาทอง รอง สว.กก.4 บก.ปคม. “ประชาสัมพันธ์ดีเด่น” ร.ต.อ.พัชราภรณ์ บุญเพ็ง รอง สว.(สอบสวน) กก.6 บก.ปคม..OO

ตบท้าย..พ.ต.ต.ศราวุธ ปัญจะวัตร สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ปคม. ร.ต.อ.จักรภพ เชื้อสาย รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปคม.และ ร.ต.อ.ตรีเพชร สมน้อย รอง สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ปคม.ทีมงานสอบสวนคดี“ปฏิบัติการเรือมนุษย์” ที่มีความสลับซับซ้อน ทุ่มเทเสียสละด้วยความอดทน ในการรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้ได้รับความยุติธรรม นี่แหละ..ผลของงาน..OO

ถ่ายทอดความรู้..พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผกก.ทว.2 ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านดงวิทยาคาร อ.เมืองนครนายก สวมบทบาท “ครูใหญ่” จับนักเรียนเข้าคอร์ตเสริมทักษะองค์ความรู้ โครงการ “สเกตช์ภาพ เตือนภัย ให้สังเกตจดจำ​ เป็นการให้ความสำคัญ​ของ​การปิดช่องโอกาสเพื่อไม่ให้คนร้ายก่ออาชญากรรม”..OO

ตามบัญชา..พล.ต.ท.วีระ จีรวีระ ผบช.สพฐ พล.ต.ต.ฐากูร​ นิ่ม​สมบุญ​ ผบก.ทว.เนรมิตโครงการนำร่อง สอนเยาวชนตามโรงเรียน เพื่อเรียนรู้การสังเกต การจดจำใบหน้าคนร้าย นำไปสู่การ“สเกตช์ภาพคนร้าย” เพื่อนำไปแจ้งต่อผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เป็นเบาะแสสู่การจับกุม หยุดยั้งเหล่าอาชญากร ก่อเหตุซ้ำซาก..OO..สวัสดี 

หนึ่งตะวัน พันดาว