ยีนส์ผ้าใบใจบันดาลแรง “ประวิตร” ปรับลุคแต่งตัวรอลิขิตฟ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530189

18 ก.ย. 2565

ยีนส์ผ้าใบใจบันดาลแรง “ประวิตร” ปรับลุคแต่งตัวรอลิขิตฟ้า

ลุคใหม่วัย 77 “ประวิตร” สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าใบ ใจบันดาลแรง แต่งตัวรอโชคชะตาฟ้าลิขิต หาก 30 ก.ย.นี้ มีเหตุพลิกผัน กรณีปม 8 ปีนายกฯ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ลุคใหม่วัย 77 “ประวิตร” สวมกางเกงยีนส์ รองเท้าใบ ใจบันดาลแรง บุกถิ่นหนองบัวลำภู ผูกผ้าขาวม้ามัดใจคนอีสาน

ลิขิตแห่งดวงดาว “ประวิตร” แต่งตัวรอเวลา ถ้าสถานการณ์การเมืองพลิกผัน ปมนายกฯ 8 ปี ลุงตู่ไม่ได้ไปต่อ ก็ได้เวลาลุงป้อม

โปรแกรมการเดินทางไปทำกิจกรรมการเมืองที่ จ.หนองบัวลำภู ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีสื่อตั้งข้อสังเกตเรื่องการแต่งกายของชายวัย 77 ปี มากกว่าเรื่องเนื้อหาที่ไปพูดจากับชาวบ้าน รวมถึงการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.

มีข้อน่าสังเกตว่า อีเวนท์พลังประชารัฐ มัดใจประชาชน มีรูปแบบแตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมา เริ่มจากการจัดงานใช้พื้นที่ร้านอาหารดงตาลคาเฟ่&นัวเวอร์ อ.เมืองหนองบัวลำภู

ธีมการแต่งกายของแกนนำพลังประชารัฐ และผู้สมัคร ส.ส. จะเน้นสวมกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ และใส่เสื้อโปโลมีแจ๊กเก็ตสีขาวโลโก้พรรคสวมทับ

จะว่าไปแล้ว ผู้สมัคร ส.ส.ของพลังประชารัฐในอีสานเหนือ มีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ผ่านการคัดเลือกโดย พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา แม่ทัพอีสานตัวจริง ที่ซุ่มทำงานในพื้นที่มาตั้งแต่ต้นปี 2565

  • ‘จับตา ป.แป๊ะ’

แทบไม่น่าเชื่อ การปรับลุคแต่งกายสไตล์ใจบันดาลแรงของ “ประวิตร” จะกลายเป็นประเด็นพาดหัวข่าวของสื่อหลายสำนัก

จริงๆแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ นับแต่ พล.อ.ประวิตร นั่งรักษาการนายกฯ ได้ปรับภาพลักษณ์หลายด้าน จากผู้ชายสูงวัย ดูป้อแป้จะล้มตลอดเวลา กลายเป็นคนแข็งแรง เดินเหินไม่ต้องมีคนคอยพยุง

ว่ากันว่า บิ๊กแป๊ะคือต้นแบบสวมกางเกงยีนส์ลงพื้นที่ของบิ๊กป้อมว่ากันว่า บิ๊กแป๊ะคือต้นแบบสวมกางเกงยีนส์ลงพื้นที่ของบิ๊กป้อม

รวมทั้งวางตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดี และมือประสานสิบทิศ โดยเฉพาะการร่วมไม้ร่วมมือกับชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. แก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ ลุงป้อมจึงได้คะแนนจากเอฟซีชัชชาติไปเยอะ

ว่ากันว่า ลุงป้อมมีทีมวอร์รูม คนใกล้ชิดคอยสร้างภาพลักษณ์ และกำหนดจังหวะก้าวการลงพื้นที่ทำงานการเมือง ซึ่งคนหนึ่งในนั้นคือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

อย่างเรื่องสวมกางเกงยีนส์ มีคนสังเกตว่า บิ๊กแป๊ะเป็นคนชอบนุ่งยีนส์ลงพื้นที่พบปะประชาชน แถมยังมีผ้าขาวม้าคาดเอว ภาพที่ออกมาดูเป็นกันเองกับชาวบ้าน

พล.อ.ประวิตร มอบให้บิ๊กแป๊ะลงไปทำงานพื้นที่ใน จ.หนองคาย, จ.หนองบัวลำภู และ จ.ขอนแก่น จนตกเป็นข่าวคราวเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร. ในสมัยหน้า หลังจากนั้น บิ๊กแป๊ะก็ไม่ค่อยเปิดตัวทำกิจกรรม กลับไปทำงานหลังม่านแทน

  • ‘โชคชะตาฟ้าลิขิต’

ในชั่วโมงนี้ เกจิการเมืองหลายสำนักมองว่า “ประวิตร” อาจได้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีตัวจริง หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นจากเก้าอี้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการแต่งตั้งนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272

เมื่อนำรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง 5 คนมาพิจารณาดูประกอบด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และชัยเกษม นิติสิริ ภายใต้เงื่อนไขทางการเมืองที่ต้องพึ่งพาเสียง ส.ว.250 คน โอกาสที่ทั้ง 5 คน จะได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯ นั้น มีความเป็นไปได้น้อยมาก

ด้วยเหตุนี้ การเมืองจะเข้าสู่เดดล็อก ต้องเข้าสู่กระบวนการตาม ม.272 วรรคสอง ต้องใช้เสียงสองในสามของสมาชิกรัฐสภา เปิดช่องเสนอรายชื่อนอกบัญชีพรรคการเมือง พล.อ.ประวิตร จึงมีโอกาสมากที่สุด

เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร มีบารมีในพรรคการเมืองทั้งใหญ่และเล็ก รวมถึงได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว.เป็นส่วนใหญ่

ตรงกันข้าม ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาเป็นบวกให้บิ๊กตู่ได้ไปต่อ พี่น้อง 3 ป. ก็ต้องมาพูดคุยกันใหม่ กำหนดยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง เพื่อกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า

การเมืองไทยนับจากนี้ไป ก็ต้องลุ้นว่า คนคำนวณมิสู้ฟ้าลิขิต พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อ หรือลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน พล.อ.ประวิตร ส้มหล่นเป็นนายกฯก๊อกสอง

“กัญชา” เพื่อการแพทย์สังคมหนุน100% แต่เพื่อ “นันทนาการ” ใครได้ประโยชน์?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/530175

18 ก.ย. 2565

“กัญชา” เพื่อการแพทย์สังคมหนุน100% แต่เพื่อ "นันทนาการ" ใครได้ประโยชน์?

“กัญชา”กับเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว จากเสพกัญชา แล้วยังจะเอา กัญชาเสรี อยู่หรือ เพราะหากเป็นเพื่อการแพทย์ เชื่อทุกคนในสังคมไทยเห็นด้วย 100% แต่เพื่อ นันทนาการ ถามว่าใครได้ประโยชน์?

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน 65 สภาผู้แทนราษฎร มีมติถอนร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ…โดยมีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงมติให้ถอนด้วย ทั้งที่พรรครัฐบาลเป็นผู้เสนอ ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ว่า “เล่นการเมือง” หรือไม่เตะถ่วงนโยบายนี้เพื่ออะไร 

“ประเด็น” ที่เขียนนี้ จะไม่เอ่ยถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่จะกล่าวใน “ภาพรวม” ว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่สังคมต้องการไม่ใช่ “กัญชาเสรี” ที่ไร้ขอบเขตและไร้การควบคุม แต่ต้องเป็น “เสรีทางการแพทย์” เท่านั้นไม่ใช่เสรีเพื่อการเสพ

ดูปัจจุบันเวลานี้ ซื้อหา “กัญชา” ง่าย เสมือน “น้ำ” ขายกันเกร่อทั่วบ้านทั่วเมือง เด็กและเยาวชนแทนที่จะแข็งแกร่งเป็นเยาวชนคนดี มีวินัย มีความรู้ รักสู้งาน แต่จะเติบโตโดยมีกลิ่น “กัญชา” ติดตัวแทน แล้วในสังคมในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร? นึกภาพเอาเอง! 

ชมรมแพทย์และผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้อง ก็ได้ออกมาเรียกร้อง ให้มีการควบคุมเพราะ “กัญชา” หากปล่อย “เสรี” จะส่งผลต่อเด็กและวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ มากมาย โดยเฉพาะผลกระทบต่อ “สมอง” ของเด็กและวัยรุ่น 

เช่น มีพัฒนาการล่าช้า มีปัญหาด้านพฤติกรรม เชาว์ปัญญาลดลง และส่งผลต่อด้านอารมณ์และจิตใจเสี่ยงต่อการป่วย เป็นโรคจิตเภท การฆ่าตัวตาย เสี่ยงต่อการเกิดสารเสพติดชนิดอื่น ๆ รวมถึงส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว 

“กัญชา” ยังส่งผลข้างเคียงระยะฉับพลัน ที่รุนแรง อาทิ อาการทางระบบประสาท อาการทางระบบหัวใจ อาการทางระบบทางเดินอาหาร (ข้อมูลอ้างอิงจากโรงพยาบาลศิครินทร์) 

คำถาม? ปัญหาเหล่านี้ที่เกิดขึ้น กับการเสพกัญชา แล้วยังจะเอา “กัญชาเสรี” อยู่หรือ เพราะหากเป็นเพื่อ “การแพทย์” เชื่อว่าทุกคนในสังคมเห็นด้วย 100% แต่เพื่อ “นันทนาการ” ถามว่าใครได้ประโยชน์?

ร้อยเอ็ดป่วน “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” สยบศึกสินธุไพร สะเทือนแลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/530170

18 ก.ย. 2565

ร้อยเอ็ดป่วน “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” สยบศึกสินธุไพร สะเทือนแลนด์สไลด์

ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ลุยเลือกตั้งนายก อบจ. เคลียร์ปมตระกูลสินธุไพร 2 ขั้ว หวั่นเพื่อไทยพ่ายท้องถิ่น สะเทือนแผนชิงนายกฯ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แดงร้อยเอ็ดป่วน “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ขึ้นเวทีหาเสียงการันตีดีเอ็นเพื่อไทย ย้ำตระกูลสินธุไพร แบ่ง 2 ขั้ว ยืนคนละฝั่งการเมือง

ร้อนถึงดูไบ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ต้องวิ่งรอกปราศรัยโค้งสุดท้ายเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด หวั่นเพื่อไทยพ่ายท้องถิ่น สะเทือนแผนแลนด์สไลด์

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ต้องบินไปร้อยเอ็ด เพื่อหาเสียงช่วย เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

คำตอบคือ เพื่อไทยมีคู่แข่งชื่อ จุรีพร สินธุไพร ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ตัวแทนอีกขั้วการเมืองหนึ่ง ได้ใช้กลยุทธ์ฟื้นอดีตลบปัจจุบัน ชูภาพแกนนำแดง นปช.พัทยา และตระกูล “สินธุไพร” นักสู้เพื่อประชาธิปไตย

กลยุทธ์ลับลวงพรางของจุรีพร สร้างความสับสนอลหม่านในพื้นที่ร้อยเอ็ด ดังนั้น พรรคเพื่อไทยจึงวางแผนปราศรัยโค้งสุดท้าย 16-19 ก.ย.2565 โดยไฮไลต์อยู่ที่วันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย. อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มีคิวพบปะคนเสื้อแดง 4 อำเภอ เริ่ม อ.โพนทอง, อ.เสลภูมิ, อ.สุวรรณภูมิ และปิดท้ายที่ อ.เมืองร้อยเอ็ด

ส่วนวันอื่นๆนั้น เป็นหน้าที่ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, จาตุรนต์ ฉายแสง และชญาภา สินธุไพร โดยลูกสาวคนเล็กของนิสิต สินธุไพร ต้องมาขึ้นเวทีเพื่อยืนยันว่า ตระกูลสินธุไพรของแท้ อยู่ข้างฝ่ายประชาธิปไตย

  • ‘สินธุไพรสายทักษิณ’

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขึ้นปราศรัยทุกเวทีที่ร้อยเอ็ด ก็ย้ำว่า นิสิต สินธุไพร และครอบครัวอยู่กับเพื่อไทย

เมื่อวันที่ 17 ก.ย.นี้ เฟซบุ๊คจิราพร สินธุไพร – Jiraporn Sindhuprai ส.ส.น้ำ ได้อัพสเตตัสว่า “จิราพร สินธุไพร ของแท้ ต้องอยู่ #พรรคเพื่อไทย ค่ะ เป็นอื่นไปไม่ได้”

เนื่องจาก กกต.มีกฎเหล็กห้าม ส.ส. หรือ ส.ว.จะยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้ ส.ส.น้ำ จิรพรจึงต้องให้น้องสาว-ชญาภา ไปขึ้นเวทีแทน

นิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เกิดที่บ้านโนนชัยศรี ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด บุตรของผาด-ใส สินธุไพร มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน และในนี้มี 3 คน ที่เล่นการเมืองคือ นิสิต ,จุรีพร และวิเชียรชนินท์

นิสิตสมรสกับเอมอร สินธุไพร ทั้งคู่รับราชการครู ก่อนลาออกมาเล่นการเมือง มีบุตร 2 คน คือ น้ำ-จิราพร สินธุไพร และเบียร์-ชญาภา สินธุไพร

ร้อยเอ็ดป่วน “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” สยบศึกสินธุไพร สะเทือนแลนด์สไลด์ร้อยเอ็ดป่วน “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” สยบศึกสินธุไพร สะเทือนแลนด์สไลด์

หลังปี 2551 นิสิตถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี ในคดียุบพรรคพลังประชาชน ปี 2554 เอมอร ภรรยาเขาได้รับเลือกเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5

ปี 2562 เอมอรหลีกทางให้ลูกสาว จิราพรได้เป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 ส่วนนิสิตสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่ไม่เป็น ส.ส.

11 ก.ย.2562 นิสิตตัวหายไปจากสังคมไทย หลังตัวเขาไม่ได้เดินทางมาฟังศาลจังหวัดพัทยาอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีแกนนำและแนวร่วม นปช. ร่วมกันชุมนุมบุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา ขัดขวางการประชุมอาเซียนปี 2552

  • ‘สินธุไพรสายปริศนา’

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” หวังจะเห็นร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์เหมือนกาฬสินธุ์แลนด์สไลด์ บังเอิญว่า ผู้สมัครนายก อบจ.ชื่อ จุรีพร สินธุไพร กลายเป็นก้างขวางคอ จึงต้องส่งทัพครอบครัวเพื่อไทยไปลุยหาเสียงช่วยเศกสิทธิ์

สมัยแดงทั้งแผ่นดิน นิสิตมีน้องสาว จุรีพรเป็นแกนนำ นปช.แดงพัทยา และน้องชาย วิเชียรชนินทร์ เป็นแกนนำ นปช.แดงภาคอีสาน

ปี 2562 จุรีพรลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ทำเอาพี่ชายโกรธแค้นมาก ส่วน วิเชียรชนินทร์ ก็ออกจากเพื่อไทย ไปอยู่พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า เพราะมีอุดมการณ์ก้าวหน้ากว่า

วันนี้ วิเชียรชนินทร์ รับบทเสนาธิการให้พี่สาว-จุรีพร ลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ระดมคนเสื้อแดงทั่วอีสานมาเปิดเวทีปราศรัยคู่ขนาน

กลยุทธ์ขุดตระกูลสินธุไพร มาขายในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น สร้างความปั่นป่วนให้เพื่อไทย ร้อนถึงอุ๊งอิ๊ง ต้องวิ่งมาหาเสียงโค้งสุดท้าย เพราะหากพลาดท่าปราชัย ก็เสียหายทั้งพรรค

แลกกันคนละหมัด “ประชาธิปัตย์ – ภูมิใจไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/530012

นายหัวไทร

17 ก.ย. 2565

แลกกันคนละหมัด “ประชาธิปัตย์ - ภูมิใจไทย

กยศ. – กัญชา บานปลาย ประชาธิปัตย์ ฟัด ภูมิใจไทย ต่อเนื่อง ช่วงชิงคะแนนนิยม หวังผลการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่มีใครยอมใคร

น่าสนใจยิ่งกับการช่วงชิงฐานทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ถึงขั้น “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลั่นวาจาออกมาแล้วว่า “เลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ไม่ต้องเกรงใจกัน”

ที่กล่าวมาต้องการสื่อให้เห็นว่า เกมแย่งชิงพื้นที่ภาคใต้ถูกลากเข้ามาเล่นกันในสภาแล้ว ประชาธิปัตย์จับมือกับเพื่อไทย ให้ถอน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ออกไปปรับปรุงก่อน เพื่อให้ครอบคลุมการควบคุมดูแลดูแลเด็กและเยาวชนในการเข้าถึงกัญชา กัญชง ต้องการให้กัญชา กัญชง เป็นยาเพื่อการแพทย์อย่างแม้จริง

ประชาธิปัตย์นำทีมโดยสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ แน่นอนว่า กฎหมายของรัฐบาล ฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทยต้องคัดค้านอยู่แล้ว จนสภาโหวตให้ถอนร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ออกไปปรับปรุง แต่การที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ร่วมค้านด้วย ย่อมเป็นประเด็นทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่พอใจ

“คนที่พูดในสภา ผมฟังแล้วไม่รู้จะเถียงอย่างไร ในเมื่อไม่ใช่ความจริง เอาการเมืองนำผลประโยชน์ของประชาชน ก็จะเห็นว่าสภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวยังคิดได้เลย ใกล้ช่วงเลือกตั้งเลยเอาเรื่องการเมืองมาโยงเพื่อหาคะแนน”

“ดีเสียอีกที่เป็นแบบนี้ พรรคร่วมรัฐบาลไม่สนับสนุนกันเอง ใกล้เลือกตั้งที่จะต้องเกรงใจอะไรกัน ก็จะได้ไม่ต้องเกรงใจ” นายอนุทิน กล่าว

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ย้ำจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่ได้คัดค้านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ. … โดยเฉพาะการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือใช้เป็นพืชเศรษฐกิจ
แต่มีเจตนาที่ต้องการเห็นเนื้อหาในการกำกับควบคุมการใช้กัญชา ให้อยู่ในกรอบที่คำนึงถึงผลกระทบต่อเด็ก และเยาวชน

เนื่องจากร่างกฎหมายที่รับหลักการ และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ มีการแก้ไขโดยเพิ่มเนื้อหาจำนวนมาก จากเดิมมี 45 มาตรา แต่คณะ กมธ. ปรับแก้เพิ่มเป็น 95 มาตรา คือ มีการเพิ่มใหม่ 69 มาตรา และมีการตัดบางมาตราทิ้ง

โดยเฉพาะมีบางส่วนที่เห็นว่าอาจจะกำกับดูแลควบคุมไม่ดีพอ เช่น การให้ประชาชนทั่วไปขอจดแจ้งปลูกกัญชาครัวเรือนบ้านละ 15 ต้น ใช้เพื่อประโยชน์ในครัวเรือน แต่มีการบัญญัติไว้ว่าเพื่อการบริโภคภายในครัวเรือน เพื่อประโยชน์ในการรักษาสุขภาพ แต่ไม่มีการกำหนดมาตรการควบคุมที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก และเยาวชน


“หากไม่ถอนร่างกฎหมายดังกล่าวออกไป อาจทำให้ร่างกฎหมายค้างอยู่ในการพิจารณาของสภา ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถนำไปแก้ไขปรับปรุงให้เกิดความรอบคอบรอบด้านได้ แต่หากถอนออกไปสามารถจะทำให้แก้ไขปรับปรุงร่างกฎหมายได้”


ไม่ใช่แค่ พ.ร.บ.กัญชา กัญชง แต่ในสภายังลามมาถึงการแก้ไข พ.ร.บ.เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่มีบางพรรคการเมืองเสนอให้ลดดอกเบี้ยลง เหลือ 2% บ้าง 1 % บ้าง 0.50 % บ้าง แต่พรรคภูมิใจไทยเสนอให้ดอกเบี้ยเป็น 0% คือไม่คิดดอกเบี้ย พ่วงท้าย ไม่มีคิดเพิ่มสำหรับคนผิดนัด ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และให้มีผลย้อนหลังด้วย

 เอาเป็นว่าพรรคภูมิใจไทยหาเสียงกับ กยศ.เต็มสูบ เพื่อยกมาเป็นผลงานของพรรค แต่ข้อเท็จจริงเรื่องเงินกู้ยืม เพื่อการศึกษาเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ริเริ่มขึ้นมาสมัย “นายหัวชวน” ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี

มีข้อท้วงติงมากมายกับการแก้กฏใหม่ของเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษากับการไม่คิดดอกเบี้ย ไม่เอาเรื่องเอาราวกับคนผิดนัด มันจะทำให้นักศึกษาที่กู้ยืมเงินไปบางคนขาดระเบียบ ขาดวินัยทางการเงิน คือมีงานทำแล้วก็ไม่จ่าย ไม่หนีไปไหน เพราะดอกเบี้ยก็ไม่มี ไม่มีคนตามทวงเงินกู้ นายประกันก็ไม่ต้อง

อนาคตของเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจะเป็นอย่างไร จะขาดสภาพคล่องไหม เมื่อเงินเก่าไม่ไหลคืน รัฐบาลต้องตั้งงบใหม่เข้ากองทุนงั้นเหลอ ยังมีงบบริหารจัดการอีกปีละ 2000 กว่าล้าน จะเอามาจากไหน


แล้วคนที่มีวินัยทางการเงิน จ่ายครบ ไม่บิดไม่เบี้ยว มันจะเป็นธรรมกับคนเหล่านี้ไหม เข้าใจได้ว่ากฎหมายล่าสมัยก็ต้องมีการปรับปรุง แต่การปรับปรุงแบบ “สุดซอย” แบบนี้มันจะส่งผลกระทบในอนาคต ใครจะรับผิดชอบ ต้องเจียดเงินจากภาษีประชาชนไปโปะทุกปีงั้นเหรอกับการออกนโยบายหาเสียงแบบสุดโต่ง


ปฐมเหตุของเรื่องความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลระหว่างประชาธิปัตย์กับภูมิใจไทย มีมานานพอควร แต่ขยายผลมากขึ้นเมื่อพรรคภูมิใจไทยประกาศจะยึดพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ ฝั่งอันดามัน 15 ที่นั่ง ตั้งแต่ระนอง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล ซึ่งพื้นที่เหล่านี้เดิมเป็นของประชาธิปัตย์ทั้งหมด และประชาธิปัตย์ก็ประกาศเป็นยุทธศาสตร์ยึดคืนพื้นที่ หลังจากการเลือกตั้งปี 2562 ได้สูญเสียทั้งนั่งหลายพื้นที่ให้กับพรรคภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ
     

เมื่อพิจารณาจากสองสามประเด็นนี้ ปมความขัดแย้งระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย จะยิ่งขยายกว้าง-ลึก ออกไปจนยากจะประสาน ก่อนหน้านี้จะเจ็บลึกกันอยู่ในใจ แต่เวลาเปิดหน้าเปิดตาแลกหมัดกันแล้วแบบไม่เกรงใจต่อกัน

ยังต้องจับตาว่านโยบายกระจายอำนาจจะเป็นอีกประเด็นในการช่วงชิงการนำ พรรคภูมิใจไทย เคยประกาศเป็นนโยบาย “ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน” ส่วนประชาธิปัตย์เขาก็ยืนยันว่าเป็นเจ้านโยบายกระจายอำนาจมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งพรรค เป็น 1 ใน 10 ของนโยบาย และขยายผลต่อยอดมาอย่างต่อเนื่อง

ต้องติดตามว่าจะมีพรรคไหนไปไกลสุดโต่ง ประกาศเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ยกเลิกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรืออาจจะแค่ยกฐานะเมืองใหญ่ในรูปแบบจังหวัดจัดการตนเอง อันเป็นการนำร่องไปก่อน

แต่ที่แน่ๆ พรรคก้าวไกล ก้าวไปก่อนแล้วกับแนวทาง “ปลดล็อคท้องถิ่น” เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ยกเลิกนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน


นโยบายกระจายอำนาจน่าจะเป็นอีกนโยบายที่เป็นการช่วงชิงความเป็นเจ้าระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย

นางพญานำทัพ “พจมาน” สานใจปู ชูนักธุรกิจแทนอุ๊งอิ๊ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529959

16 ก.ย. 2565

นางพญานำทัพ “พจมาน” สานใจปู ชูนักธุรกิจแทนอุ๊งอิ๊ง

ไม่มีคนนอกชินวัตร “พจมาน” คุมเพื่อไทยเบ็ดเสร็จ สานใจปู ชูนายกฯนักธุรกิจ วางอุ๊งอิ๊งเป็นเบอร์รอง จับตาบทบาท 2 ผู้หญิงที่กุมอนาคตคนแดนไกล

ไม่มีคนนอกชินวัตร “พจมาน” คุมเพื่อไทยเบ็ดเสร็จ ผนึกยิ่งลักษณ์ วางตัวแคนดิเดตนายกฯ ที่อาจไม่ใช่อุ๊งอิ๊งเป็นเบอร์หนึ่ง

ทักษิณเคยทิ้งปริศนา 2 หญิงผู้กุมอนาคตคนแดนไกล “พจมาน” เป็นหนึ่งในนั้น รวมถึงน้องสาวคนเล็ก

เรื่องราวของผู้หญิงทรงอิทธิพล พจมาน ดามาพงศ์ ยังเป็นที่โจษขานไม่จบสิ้น หลังไปปรากฏตัวในกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยที่เชียงใหม่ 

เมื่อเห็นคุณหญิงอ้อ พร้อมกับเจ๊แดง-เยาวภา หลายคนถามถึงผู้หญิงชินวัตรอีกคนหนึ่งคือ ยิ่งลักษณ์ ซึ่งพำนักอยู่ที่นครดูไบ แม้ตัวไกลแต่ใจอดีตนายกฯหญิง ก็ไม่ได้ห่างหายไปจากพรรคเพื่อไทย 

ทีมงานคนสนิทยิ่งลักษณ์ยังคอยสนับสนุนอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เช่นเดียวกับทีมงานคุณหญิงอ้อ ที่เข้ามายึดกุมการนำทุกระดับ 

เกจิการเมืองบอกว่า เพื่อไทยยุคนี้ต้องเรียกว่า ยุคสองนางพญา ซึ่งแตกต่างจากศึกสองนางพญา สมัยราชวงศ์หมิง เพราะเวอร์ชั่นเพื่อไทยนางพญาทั้งสอง หลอมใจกันสู้ศึกเลือกตั้ง เพื่อเป้าหมายพาทักษิณกลับบ้าน

เมื่อแคนดิเดตนายกฯชื่ออุ๊งอิ๊ง อาจติดปัญหาที่คุณหญิงพจมาน เหมือนทักษิณพูดในแคร์คลับเฮาส์ว่า

“..ถ้าอิ๊งจะเป็นนายกฯ ประชาชนต้องเป็นคนเลือก แต่ก่อนจะให้ประชาชนเลือก อิ๊งต้องชนะใจแม่ให้ได้ก่อน เพราะแม่เขารักลูกมาก”

หลายคนเลยนึกถึงแคนดิเดตนายกฯอีกคนหนึ่งคือ เศรษฐา ทวีสิน เพื่อนนักธุรกิจของยิ่งลักษณ์ ที่อาจขยับขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง และเป็นนายกฯ ในภารกิจปรองดองชาติ

‘บทเรียนในอดีต’

ทักษิณพยายามลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ “พจมาน” เรื่องดีลลับกลับบ้าน ด้วยคำพูดที่ว่า “กลับก็คือกลับ ไม่กลับก็คือไม่กลับ พวกนักวิเคราะห์อย่าไปคิดเยอะ ผมไม่มีอะไร”

พูดถึงเรื่องกลับบ้าน ทำให้นึกถึง TOM PLATE นักข่าว นสพ.ชาวอเมริกัน ผู้เขียนหนังสือ conversations with THAKSIN ซึ่งนักข่าวคนนี้บุกไปสัมภาษณ์ทักษิณ ที่ นครดูไบ ปี 2553

นักข่าวถามเรื่องการกลับประเทศไทย ทักษิณบอกว่า เรื่องกลับบ้านนั้นขึ้นอยู่กับผู้หญิง 2 คน ซึ่งคนแรกคือ ยิ่งลักษณ์ และอีกคนหนึ่ง ไม่ระบุชื่อ

ช่วงที่หนังสือเล่มนี้เผยแพร่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการนำเอาบางบทของหนังสือเล่มนี้ไปเผยแพร่บนเวทีชุมนุม กปปส. เนื่องจากตอนนั้น พรรคเพื่อไทยเดินหน้าออกกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย

ในที่สุด ทักษิณก็กลับบ้านไม่ได้ มิหนำซ้ำ ผู้หญิงคนที่เขาบอกว่าจะเป็นผู้กุมอนาคตของประเทศ และจะพาตัวเขากลับบ้าน ต้องหลบหนีอาญาแผ่นดินมาอยู่ที่นครดูไบ

 ยิ่งลักษณ์ เป็น 1 ใน 2 ผู้หญิงที่กุมอนาคตของทักษิณยิ่งลักษณ์ เป็น 1 ใน 2 ผู้หญิงที่กุมอนาคตของทักษิณ

‘สองนางพญารวมใจ’

บทเรียนกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย ทำให้ “พจมาน” เดินเกมอย่างสุขุมรอบคอบ ไม่เร่งร้อนจะดันอุ๊งอิ๊งขึ้นเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

นับแต่คุณหญิงพจมาน เข้ามาปฏิรูปพรรคเพื่อไทยเมื่อปลายปี 2563 ก็ได้เห็นบทบาทกลุ่มแคร์ เปรียบเสมือนคณะโปลิตบูโร นำโดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างสูงจากคุณหญิงอ้อ โดยทั้งเนื้อตัวหมอเลี้ยบคือ จันทร์ส่องหล้า 

มินับ แจ๋ว-จุฑารัตน์ เมนะเศวต เพื่อนสมัยเรียน ร.ร.เซนต์โยเซฟคอนแวนต์ หรือเพื่อนรหัส “เซนต์โย 1315” ที่ทำงานเชื่อมเพื่อไทยกับจันทร์ส่องหล้าแบบไร้รอยต่อ

อีกด้านหนึ่ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็มีทีมงานตามประกบดุจพี่เลี้ยงอุ๊งอิ๊ง อาทิ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, ชยิกา วงศ์นภาจันทร์,วิม รุ่งวัฒนจินดา,พวงเพ็ชร ชุนละเอียด และวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล 

เข้าใจว่า เมื่อพรรคเพื่อไทย เปิดตัวเสี่ยนิด-เศรษฐา ทวีสิน เป็นแคนดิเดตนายกฯ ทีมงานยิ่งลักษณ์ที่นำโดยปรีชาพล จะเข้ามาช่วยงานนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ที่ไม่ช่ำชองเรื่องการเมือง

การวางตัวเจ๊แจ๋น พวงเพ็ชร ชุนละเอียด เป็นแม่ทัพเมืองหลวง ก็เหมือนวางคนไว้ล่วงหน้า กรุยทางให้เสี่ยนิดลงมาลุยการเมือง

หลังเลือกตั้งครั้งหน้า แม้เพื่อไทยชนะ เป็นแกนหลักจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในสถานการณ์พิเศษ เศรษฐา ทวีสิน อาจต้องเป็นนายกฯ เพื่อเปิดช่องให้มีการเจรจาสมานฉันท์ทุกสีทุกขั้ว

ปืนลั่น ความชอบธรรมที่สังคมถามหา “ปืนเถื่อน” หาง่าย ทำง่าย ขายดีจริงหรือ ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/529945

16 ก.ย. 2565

ปืนลั่น ความชอบธรรมที่สังคมถามหา "ปืนเถื่อน" หาง่าย ทำง่าย ขายดีจริงหรือ ?

จากเหตุสุดสลดเด็ก ม.3 ก่อเหตุยิงเพื่อนเสียชีวิตคาโรงเรียน อ้างทำปืนลั่น เป็นปืนไทยประดิษฐ์ที่รุ่นพี่ทำขึ้น วันนี้จะพาไปดูสถิติการครอบครองปืน และขั้นตอนการขอใบอนุญาต พร้อมเปิดมุมมืดโลกออนไลน์ ขายปืนเถื่อน หาซื้อง่าย กลายเป็นต้นตอการก่อเหตุอาชญากรรม

จากกรณีเกิดเหตุเด็กนักเรียนชายชั้น ม.3 ในจังหวัดนนทบุรี ทำอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ลั่นใส่ ด.ช.นพศิลป์ หรือ น้องโชค เพื่อนร่วมชั้นเสียชีวิต ในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนแรกมีข่าวว่า คีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ระเบิด จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในกระแสโซเชียล แต่สุดท้ายแล้วสาเหตุเกิดจากถูกกระสุนปืนพุ่งใส่จนเสียชีวิต

“วันที่เกิดเหตุลืมตัว ลืมไปว่าตนเอง ซ่อนปืนไว้ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว หลังจากที่เพื่อนเรียก ก็เลยวิ่งไปหา โดยถือเสื้อกันหนาวเอาไว้ หลังจากนั้นได้คว้าเสื้อกันหนาวมาใส่ สุดท้ายปืนตกพื้น แล้วลั่นไปใส่ “น้องโชค” ก็รีบวิ่งไปช่วย แต่เพื่อนเสียชีวิตแล้ว” คำกล่าวอ้างของน้องต้า เด็กชายผู้ก่อเหตุ

ปืนลั่น ความชอบธรรมที่สังคมถามหา "ปืนเถื่อน" หาง่าย ทำง่าย ขายดีจริงหรือ ?

จากการสอบสวนน้องต้า เด็กชายที่ก่อเหตุ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสหวิชาชีพ โดย พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี เปิดเผยว่า สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากปืนลั่น เพราะขณะเกิดเหตุขณะที่น้องโชค ผู้เสียชีวิตกำลังนั่งเปิดคอมพิวเตอร์อยู่ ส่วนน้องที่ทำปืนลั่น ได้แอบพกอาวุธปืนเข้ามาภายในห้องเรียน โดยห่อไว้ในเสื้อกันหนาว หลังจากนั้นขณะจะนำเสื้อกันหนาวมาใส่ ปืนก็ลั่นใส่น้องโชค

หลังเกิดเหตุ ได้โทรหาเพื่อนรุ่นพี่มานำปืนไปโยนทิ้ง ส่วนอาวุธปืนที่นำมานั้น เป็นของเพื่อนรุ่นพี่ เป็นปืนที่ประกอบขึ้นมาเอง เพราะมีความรู้ในการประกอบอาวุธปืน เนื่องจากเป็นนักเรียนสายช่าง ส่วนน้องโชค ผู้เสียชีวิต กับน้องต้า ผู้ก่อเหตุ ทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน เจ้าตัวบอกรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุที่พกอาวุธปืนเข้ามาในโรงเรียนเนื่องจากก่อนหน้านี้ เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเพื่อนในโรงเรียน จึงต้องการนำปืนมาติดตัวไว้เพื่อข่มขู่ แต่ส่วนตัว อ้างว่ายิงปืนไม่เป็น

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาน้องผู้ก่อเหตุที่ทำปืนลั่น 3 ข้อหา คือกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ,มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยในช่วงบ่ายวันนี้จะคุมตัว ไปส่งที่ศาลเยาวชนจังหวัดนนทบุรี

ปืนลั่น ความชอบธรรมที่สังคมถามหา "ปืนเถื่อน" หาง่าย ทำง่าย ขายดีจริงหรือ ?

จากปัญหาดังกล่าว สังคมคงเคลือบแคลงใจ เหตุใดอาวุธปืนหาง่ายขนาดนี้ ซึ่งคนธรรมดาทั่วไป ใครจะคาดคิดว่าพกปืนติดตัว ยิ่งเป็นเด็กวัยรุ่น การพกปืนที่ไม่มีทะเบียนคาดว่าสัดส่วนน่าจะอยู่ที่ 100 ต่อ 100 อย่างแน่นอน 

โดยทุกวันนี้คดีอาชญากรรม ปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งต่าง ๆ เกินกว่าครึ่งมักจะจบลงที่การใช้ปืน และเมื่อตรวจสอบจากการจับกุม พบว่า ปืนที่ใช้ก่อเหตุมาจากปืนเถื่อน เรียกกันง่ายๆก็คือ ปืนไม่มีทะเบียนนั่นเอง ซึ่งปืนอะไรก็ตามที่ไม่มีทะเบียนคือปืนเถื่อนทั้งสิ้น และปัจจุบันการเข้าถึงโลกออนไลน์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การหาซื้อปืนเถือน และ ขายปืนเถื่อน ถูกแพร่หลายในโลกโซเชียลบนแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้ง Facebook twitter เป็นต้น 

หากย้อนไปดูสถิติในปี 2564 จำนวนปืนที่คนไทยครอบครอง ขึ้นทะเบียนถูกต้องประมาณ 7,000,000 กระบอก ปืนผิดกฎหมายประมาณเกือบ 6,000,000 กระบอก โดยสัดส่วนของปืนมีทะเบียนถูกต้อง กับไม่มีทะเบียน หรือปืนผิดกฎหมาย มีเกือบจะเท่ากัน หากลองเคาะสัดส่วนตัวเลขดู พบว่าคนถือปืนในบ้านเรา ทุก 100 คน จะเจอคนมีปืน 15 คน ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก 

แต่น่าตกใจกว่าคือ หากไปดูสถิติทั่วโลก จากข้อมูลของ Small Arms Survey(2018) พบว่ามีปืนอยู่ประมาณ 1,013 ล้านกระบอก ประเทศที่มีคนครอบครองปืนสูงสุด มีดังนี้

  1. สหรัฐอเมริกา ประมาณ 393.3 ล้านกระบอก
  2. อินเดีย ประมาณ 71.1 ล้านกระบอก
  3. จีน ประมาณ 49.7 ล้านกระบอก
  4. ปากีสถาน ประมาณ 43.9 ล้านกระบอก
  5. รัสเซีย ประมาณ 17.5 ล้านกระบอก

ส่วนประเทศไทย อยู่ลำดับที่ 13 มีอยู่ประมาณ 13 ล้านกระบอก

เมื่อดูจากสถิติข้างต้นแล้ว จะเห็นว่าประเทศไทย มีการครอบครองปืนมากที่สุดในอาเซียน และ “ไทย” ใช้ปืนฆ่ากันตายสูงเป็นอันดับ 2 รองจากฟิลิปปินส์ แต่ละคดีที่จับได้ ร้อยละ 70 ส่วนใหญ่เป็นปืนเถื่อน นั่นหมายถึงว่าปืนอาจจะซื้อง่ายขายคล่อง ส่งต่อกันมือต่อมือ แม้ประเทศไทยจะมีมาตรการควบคุมการเข้าถึงปืน ใครจะมีปืนต้องยื่นขอใบอนุญาตจากที่ว่าการอำเภอ เพื่อออกใบครอบครอง

สำหรับการเข้าถึงปืนในประเทศไทย มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียน เพื่อขออนุญาตให้มีปืนและเครื่องกระสุน หรือ “ใบ ป.1” โดยไปขอที่ที่ว่าการอำเภอ
  2. นายทะเบียน ออกใบอนุญาตให้ซื้อปืน หรือ “ใบ ป.3” นำไปแสดงต่อร้านขายปืน
  3. เมื่อได้ปืนแล้ว ผู้ขอนำปืน และ “ใบ ป.3” กลับมาให้นายทะเบียนตรวจสอบ
  4. ออกใบคู่มือประจำปืน ระบุชื่อเจ้าของปืน และมีหมายเลขทะเบียนชัดเจน หรือ “ใบ ป.4”

ขั้นตอนเหล่านี้ยังไม่จบ เพราะเจ้าของปืนจะยังไม่สามารถพกพาปืนไปข้างนอกได้ ต้องขอ “ใบ ป.12 ใบอนุญาตมีปืนติดตัว”

เงื่อนไข “ใบ ป.12 ใบอนุญาตมีปืนติดตัว”

  1. ต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติ จากหน่วยงานต้นสังกัด ฯลฯ
  2. ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากเจ้าหน้าที่ ไม่มีประวัติอาชญากรรม ฯลฯ
  3. ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน มีไว้เพื่อป้องกันตัว หรืออื่น ๆ

ขั้นตอนการขออนุญาตดังที่กล่าวมา กว่าจะได้ครอบครองปืน มีขั้นตอนการตรวจสอบอย่างละเอียด แถมใช้เวลานาน นอกจากขั้นตอนการตรวจสอบแล้ว ยังกำหนดการครอบครองได้เพียงคนละ 2 กระบอกเท่านั้น คือ ปืนสั้น และปืนยาว อย่างละกระบอก

ดังนั้นช่องทางปืนเถื่อนในโลกออนไลน์จึงแพร่สะพัด แค่คลิกกดหา “ปืนเถื่อน” ก็จะมีเว็บไซต์ต่าง ๆ ขึ้นมาเต็มไปหมด ราคาปืนเถื่อนในโลกออนไลน์ อย่างปืนไทยประดิษฐ์ (บีบีกันดัดแปลง, ปืนปากกา) 6,000-8,000 บาท ปืนทั่วไป 15,000-30,000 บาท เมื่อเทียบราคาแล้ว ก็ถือว่าแพงใช่ย่อย แต่ที่ได้รับความนิยมเพราะไม่มีขั้นตอนต่าง ๆ ในการครอบครองให้ยุ่งยาก ถึงได้ซื้อง่าย ขายคล่อง และพกกันได้ทั่วไป ถือเป็นอีกหนึ่งมุมมืดในโลกโซเชียลที่ในอนาคตอาจเป็นภัยต่อสังคมและเป็นอันตรายต่อคนรักได้

อย่างไรก็ตามสำหรับโทษของการซื้อขาย ครอบครอง ปืนเถื่อน ผู้ขาย มีความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ มาตรา 24 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี – 20 ปี ปรับตั้งแต่ 4,000-40,000 บาท ส่วนผู้ซื้อ มีความผิดตามมาตรา 7 ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี – 10 ปี ปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท

ปืนลั่น ความชอบธรรมที่สังคมถามหา "ปืนเถื่อน" หาง่าย ทำง่าย ขายดีจริงหรือ ?

ศึกร้อยเอ็ด “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ลุยชิงเสื้อแดง ดับฝันจุรีพร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529918

16 ก.ย. 2565

ศึกร้อยเอ็ด “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ลุยชิงเสื้อแดง ดับฝันจุรีพร

เจ้าแม่เสื้อแดงมาแล้ว “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ลุยสนามนายก อบจ.ร้อยเอ็ด อุ้มเศกสิทธิ์ สกัดจุรีพร เคลียร์ใจตระกูลสินธุไพร ไผเป็นไผ แดงแท้-แดงเทียม

เจ้าแม่เสื้อแดงมาแล้ว “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ลุยสนามนายก อบจ.ร้อยเอ็ด อุ้มเศกสิทธิ์ ปูทางแลนด์สไลด์ ดับกระแสแดงอมส้ม

เหตุศึกสายเลือด “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ต้องมาขึ้นเวทีเคลียร์ใจ ไผเป็นไผ ตระกูลสินธุไพรคนไหน ยังอยู่กับคนแดนไกล

มาตามคำเรียกร้อง อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะเดินทางมาร่วมปราศรัยสนับสนุน เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย.2565 ทั้ง 4 เวที 4 อำเภอ ได้แก่ อ.โพนทอง, อ.เสลภูมิ, อ.สุวรรณภูมิ และ อ.เมืองร้อยเอ็ด

จริง ๆ แล้ว พรรคเพื่อไทยวางคิวปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายในทุกอำเภอ ก่อนวันเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด วันที่ 25 ก.ย.ที่จะถึงนี้ โดยทีมเสี่ยอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง และเสี่ยเต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มาขึ้นเวทีปราศรัย ตั้งแต่วันที่ 16 -19 ก.ย.นี้     

ทั้งเสี่ยอ๋อยและเสี่ยเต้น ก็มีความสนิทสนมกับเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ และเคยร่วมก่อการตั้งพรรคเส้นทางใหม่ ก่อนเปลี่ยนใจย้ายกลับเพื่อไทย

ส่วนผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด อย่างรัชนี พลซื่อ และจุรีพร สินธุไพร ก็มีคิวปราศรัยย่อย และพบปะประชาชนในอำเภอต่าง ๆ  

ณัฐวุฒิ เปิดปราศรัยช่วยเศกสิทธิ์ เวทีแรกที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ณัฐวุฒิ เปิดปราศรัยช่วยเศกสิทธิ์ เวทีแรกที่ อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด

‘ศึกสายเลือด’

ตอนเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ไม่ได้ไปช่วยไข่มุก-เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล  แต่หนนี้ที่ร้อยเอ็ด หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยต้องมาด้วยตัวเอง เพราะเศกสิทธิ์ ถูกรุมกินโต๊ะ

เนื่องจากสนามนายก อบจ.ร้อยเอ็ด มี 3 ผู้สมัครตัวเต็งคือ เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เพื่อไทย, รัชนี พลซื่อ ภรรยา เอกภาพ พลซื่อ อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด และจุรีพร สินธุไพร อดีตรองนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

เสี่ยไก่ เศกสิทธิ์ เจอทั้งรัชนี พลซื่อ ที่มีฐานเสียงหนาแน่นทางร้อยเอ็ด โซนเหนือ และจุรีพร สินธุไพร ที่อาศัยฐานเสียงเสื้อแดง ,ตระกูลสินธุไพร และพรรคก้าวไกล

ดังนั้น ทุกเวทีหาเสียงของเพื่อไทย ระหว่าง 16-19 ก.ย.นี้ จึงต้องมีเบียร์-ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย น้องสาว ส.ส.น้ำ-จิราพร สินธุไพร  ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 5 ทั้งคู่เป็นลูกสาวของ นิสิต-เอมอร สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เพื่อมายืนยันกับชาวบ้าน ตระกูลสินธุไพร ยังสนับสนุนเศกสิทธิ์

ส่วนตระกูลสินธุไพรอีกฝ่ายหนึ่งนั้น ได้แยกทางเดินกันแล้ว ตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 เมื่อจุรีพร ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพลังประชารัฐ

‘โหนแดง-ส้ม’

ลำพังจุรีพรคนเดียว พรรคเพื่อไทยคงไม่ขอให้ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” มาปลุกร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ บังเอิญมีค่ายสีส้มแอบมาหนุนผู้สมัครนายก อบจ.ขั้วตรงข้ามด้วย

วันที่ 10 ก.ย.2565 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางมาประชุมทีมก้าวหน้าร้อยเอ็ด ที่ อ.ทุ่งเขาหลวง จ.ร้อยเอ็ด และได้ฝากให้ชาวสีส้มไปเลือกตั้งนายก อบจ. เพื่อเดินหน้าท้องถิ่นประชาธิปไตย

ก่อนวันปิดรับสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด มีนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง เสนอตัวลงสมัครนายก อบจ.ในนามคณะก้าวหน้า แต่ทางธนาธร ไม่อนุมัติ เพราะเห็นว่า วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร แกนนำค่ายสีส้มร้อยเอ็ด สนับสนุนพี่สาว-จุรีพร อยู่แล้ว

ตึ๋ง-วิเชียรชนินทร์ ยังดึงมิตรสหายเสื้อแดงในนามกลุ่มคนร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย และกลุ่ม นปช.แดงภาคอีสาน มาจัดเวทีปราศรัยสนับสนุนจุรีพร สินธุไพร

แกนนำแดงอีสานที่ขึ้นเวทีหาเสียง ก็จะบอกว่า จุรีพรในฐานะแกนนำนปช.แดงพัทยา เคยร่วมเป็นร่วมตายที่ราชประสงค์มาด้วยกันมา และเคยให้ที่พักพิงเสื้อแดงที่หลบหนีคดี พร้อมหาช่วยประกันตัวสู้คดี

กลยุทธ์แดงสู้แดงของตึ๋ง-วิเชียรชนินทร์ ได้ผลพอสมควร เนื่องจากตัวเขาไม่เคยเปลี่ยนจุดยืนและทิ้งอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตย 

ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด 25 ก.ย.นี้ จะพิสูจน์ว่า แดงอุ๊งอิ๊งกับแดงอมส้ม ใครจะเป็นผู้ชนะ ในสถานการณ์ปี่กลองเลือกตั้ง ส.ส.แว่วดังมาแต่ไกล

ใต้เงาซ้อ “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” สมรภูมิกรุงเก่า อุ๊งอิ๊งแทรกยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529843

15 ก.ย. 2565

ใต้เงาซ้อ “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” สมรภูมิกรุงเก่า อุ๊งอิ๊งแทรกยาก

ได้กลิ่นเลือกตั้ง “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” บ้านใหญ่วังน้อยบารมีล้นเหลือ สมรภูมิอโยธยา อุ้มทั้งลูกและหลานเข้าสภาฯ กระแสอุ๊งอิ๊งแทรกยาก

ได้กลิ่นเลือกตั้ง “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” บ้านใหญ่วังน้อยยังแผ่บารมีเหนือสมรภูมิอโยธยา เที่ยวหน้าหวังอุ้ม ทั้งลูกและหลานเข้าสภาฯ

เพื่อไทยสิ้นแม่ทัพ โอกาสจะกลับมายึดพื้นที่ดูยาก “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” วางเครือข่ายไว้เกินครึ่งเมืองกรุงเก่า

ปลายเดือน เม.ย.2565 พรรคภูมิใจไทยยกทัพไปอยุธยา เปิดตัวหลานสาว สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา อย่างครึกครื้น

ซ้อสมทรงวางตัวหลานรัก สจ.พิม ลงสนามเขต 3 อ.วังน้อย ที่มั่นของตระกูลพันธ์เจริญวรกุล หรือบ้านใหญ่วังน้อย ส่วนลูกชาย ส.ส.เอ ไปลงเขต 4 อ.บางปะอิน 

การเลือกตั้งปี 2562 พระนครศรีอยุธยา มี 4 เขตเลือกตั้ง แบ่งกันไปพรรคละ 2 คนคือ ภูมิใจไทย เกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร และสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เพื่อไทยคือ นพ ชีวานันท์ และจิรทัศ ไกรเดชา    

สมัยหน้า ส.ส.กรุงเก่า มี ส.ส.เพิ่มเป็น 5 คน แกนนำพรรคเพื่อไทย เพิ่งเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ประกอบด้วย เขต 1 อัณณพ อารีย์วงศ์สกุล ,เขต 2 นพ ชีวานันท์ ,เขต 3 วิทยา บุรณศิริ ,เขต 4 อาทิตย์ ภาคอินทรีย์ และเขต 5 จิรทัศ ไกรเดชา  

ล่าสุด วิทยา บุรณศิริ อายุ 63 ปี อดีต รมว.สาธารณสุข เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2565 ทำให้คนการเมืองเศร้าสะเทือนใจยิ่ง

ในทางการเมือง พรรคเพื่อไทยยุคอุ๊งอิ๊ง ได้ผลักดัน นพ ชีวานันท์ ส.ส.อยุธยา ลูกชาย  พ้อง ชีวานันท์ อดีต ส.ส.อยุธยา ขึ้นมาเป็นรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และรับบทแม่ทัพกรุงเก่า สู้รบกับทัพภูมิใจไทย 

‘บ้านใหญ่วังน้อย’

นับแต่สิ้นสุดยุคมนตรี พงษ์พานิช การเมืองในอยุธยา ก็เป็นจังหวะเวลาของบ้านใหญ่วังน้อย นำโดย “สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” 

ซ้อสมทรง มีลูกชายหญิง 6 คน และมี 5 คน เป็นนักการเมือง ได้แก่สมศรี พันธ์เจริญวรกุล นายกเทศมนตรีตำบลลำตาเสา อ.วังน้อย ,สุวิมล พันธุ์เจริญวรกุล อดีต ส.ส.อยุธยา,อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รองนายก อบจ.อยุธยา ,พงษ์ปณต พันธ์เจริญวรกุล อดีต ส.อบจ.อยุธยา เขต อ.วังน้อย และสุรศักดิ์  พันธ์เจริญวรกุล ส.ส.อยุธยา 

ส่วน นภัสวรรณ พันธ์เจริญวรกุล ลูกสาวคนสุดท้องซ้อสมทรง แต่งงาน ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ลูกชายสุดหล่อของเสริมศักดิ์-ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช

พื้นเพซ้อสมทรง เกิดที่ ต.สำโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี หลังจากแต่งงานกับวีระชัย พันธ์เจริญวรกุล จึงย้ายมาอยู่ อ.วังน้อย ทำธุรกิจรับขายไม้ ค้าวัสดุและรับเหมาก่อสร้าง

ซ้อสมทรง ก้าวสู่การเมืองท้องถิ่น เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาล ต.ลำตาเสา และเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนสามี ก่อนจะลงสมัครนายก อบจ.อยุธยา และได้เป็นนายก อบจ.มา 4 สมัยแล้ว

คุณยายนักปั้น’

“สมทรง พันธ์เจริญวรกุล” เริ่มต้นการเมืองระดับชาติที่พรรคไทยรักไทย ก่อนจะย้ายมาพรรคภูมิใจไทย เมื่อสมัยที่แล้ว

ปี 2544 ซ้อสมทรง ส่งลูกสาวสุวิมล ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 (วังน้อย,อุทัย และภาชี) ในนามพรรคไทยรักไทย ปี 2550 สุรศักดิ์ก็มารับไม้ต่อจากพี่สาว เป็น ส.ส.ผูกขาดเขต 3 มาอีก 2 สมัย

ส.ส.เอ สุรศักดิ์ ลูกชายซ้อสมทรง ส.ส.เอ สุรศักดิ์ ลูกชายซ้อสมทรง

ปี 2563 ส.ส.เอ สุรศักดิ์ สวมเสื้อภูมิใจไทย ลงชนกับวิทยา บูรณศิริ อดีต ส.ส.อยุธยา หลายสมัย ปรากฏว่า ลูกชายซ้อสมทรงชนะ

สมัยหน้า ซ้อสมทรง ตั้งใจจะปั้นหลานสาว พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ลูกสาวสมศรี พันธ์เจริญวรกุล และเอนก ตันจรารักษ์ ประธานสภา อบจ.อยุธยา ให้เป็น ส.ส.อยุธยา อีกคน

ปลายปี 2563 ซ้อสมทรงผลักดันหลานสาว พิมพฤดา ตันจรารักษ์ ลงสนามการเมืองท้องถิ่น ได้เป็น ส.อบจ.อยุธยา เขต อ.วังน้อย 

ยายสมทรง วางตัวให้ สจ.พิม ลงสมัคร ส.ส.อยุธยา เขต 3 ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของตระกูล และการันตีในชัยชนะ 

การเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเก่าสมัยหน้า จึงเป็นเดิมพันของซ้อสมทรงอีกครั้ง เพราะต้องสู้กับกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ 

ดวงรอด “ประยุทธ์” ไร้ชื่อในสมการอำนาจ นักเลือกตั้งจมูกไวสลายขั้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529809

15 ก.ย. 2565

ดวงรอด “ประยุทธ์” ไร้ชื่อในสมการอำนาจ นักเลือกตั้งจมูกไวสลายขั้ว

ลือว่ารอด “ประยุทธ์” ก็ไม่อยู่ในสมการการเมืองสมัยหน้า พปชร.รอปรับทัพพรรคร่วมรัฐบาลชิงเปิดเกมสลายขั้ว ลุงตู่ไปต่อเข้าทางเพื่อไทยแลนด์สไลด์

ถึงร่ำลือว่ารอด “ประยุทธ์” ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ก็ไม่อยู่ในสมการการเมือง ฉะนั้น พรรคร่วมรัฐบาลจึงชิงเปิดเกมสลายขั้ว 

แม้ “ประยุทธ์” จะรอดเพราะเพื่อไทยเปิดช่อง แต่พลพรรคทักษิณจะได้โหนกระแสเบื่อลุงตู่ เข้าทางแผนโหวตยุทธศาสตร์โค่นระบอบ 3 ป.

ชัดเจนแล้วว่า ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงชี้ขาดปมตีความวาระนายกฯ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม วันที่ 30 ก.ย.2565

ในเอกสารข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญเอาแจกให้นักข่าวเมื่อ 14 ก.ย.นี้ มีข้อความตอนหนึ่งว่า “คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมาย และหลักฐานเพียงพอให้พิจารณาวินิจฉัยได้ จึงให้ยุติการไต่สวน”


หลังศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำแถลงคดีลุงตู่ ก็มีข่าวลืออื้ออึง บ้างก็ว่ารอดแบบเฉียดฉิว 5 : 4 เพราะศาลจะวินิจฉัยประเด็นเดียว ตามที่พรรคฝ่ายค้านยื่นคำร้องไปคือ เป็นนายกฯครบ 8 ปีแล้ว

นัยว่าพรรคฝ่ายค้าน มิได้ถามเรื่องการนับเวลาการเข้าดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะนับอย่างไร และเริ่มนับเมื่อใด


‘รอเวลาสุกงอม’

ทีมงานใกล้ชิด “ประยุทธ์” เชื่อว่าจะรอด ตามที่ซือแป๋มีชัย ส่งเอกสารไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ แต่พวกเขาก็ทำใจล่วงหน้ากันแล้ว ได้เวลา “นาย” ลงจากหลังเสือเสียที

ย้อนไปอ่านคำร้องของพรรคฝ่ายค้าน ที่ยื่นผ่านประธานสภาผู้แทนฯ ขอให้วินิจฉัยว่าความว่าความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ้นสุดลง เนื่องจากดำรงตำแหน่งครบกำหนดเวลา ตามมาตรา 170 วรรคสาม และมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 

มาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติว่า นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้ว เกิน 8 ปีมิได้ แต่พรรคฝ่ายค้านไม่ได้ถามต่อเกี่ยวกับการนับระยะเวลา 8 ปี ควรจะนับอย่างไร

ประเด็นนี้แหละที่ทำให้เกิดข่าวลือเรื่องลุงตู่ สวมพระรอด ซึ่งมองอีกมุมหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์รอด ก็เข้าทางพรรคเพื่อไทย จะได้นำกระแสเบื่อลุงตู่ไปหาเสียง ปลุกเร้าโหวตเตอร์ให้บรรลุเป้าหมายแลนด์สไลด์

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ น่าจะมองข้ามช็อตไปถึงสมรภูมิเลือกตั้ง ที่มีแคนดิเดตนายกฯ 3 รายชื่อ และอาจจะไม่มีชื่อ พล.อ.ประยุทธ์

นักเลือกตั้งบ้านใหญ่ที่เป็นกำลังหลักของลุงป้อม ต่างสุกงอมในยุทธศาสตร์สู่เป้าหมาย 150 ที่นั่ง พ่วง ส.ว. โดยไม่ต้องแบกลุงตู่ไปหาเสียง

 ลุงป้อม ผู้กำหนดเกม หลังสิ้นยุคลุงตู่ลุงป้อม ผู้กำหนดเกม หลังสิ้นยุคลุงตู่

‘ชิงสลายขั้ว’

นักเลือกตั้งจมูกไว ไม่ได้สนใจ “ประยุทธ์” จะได้ไปต่อหรือไม่ ทุกพรรคเดินแผนบนสมการเลือกตั้งที่ไม่มีลุงตู่ แม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐ

พรรคภูมิใจไทย กระโดดเกาะพรรคฝ่ายค้านปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่ให้ ส.ว. 250 คน มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี 

เนื่องจากแกนนำภูมิใจไทย แอบรู้ว่า พรรคพลังประชารัฐ รวบเสียงจากพรรคพันธมิตร 3 ป. ชิงเกมเปิดสภาฯ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ โดยอาศัยเสียง ส.ว.สนับสนุน

เสี่ยหนูจึงประกาศชัดจะไม่ยอมร่วมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งการตั้งรัฐบาล ต้องได้เสียงในสภาเกินกว่า 375 เสียง  โดยพรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล, พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ต้องจับมือกันตั้งรัฐบาล ปิดสวิตช์ ส.ว.

อีกด้านหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ก็เดินเกมขวางร่าง พรบ.กัญชา กัญชงจนในที่สุด มติเสียงข้างมากในสภาฯ ก็ขอให้ร่างกฎหมายนี้ไปทบทวนใหม่ โดย ปชป.กับเพื่อไทย จับมือกันโหวตขวางจนประสบผลสำเร็จ

ไม่นับขบวนการ 3 ส. คือ ส.สมคิด ส.สุดารัตน์ และ ส.สุวัจน์ ที่กำลังวางบทบาทของพรรคตัวเองเป็นทางเลือกใหม่ เป็นขั้วที่สาม ในกระดานการเมือง

ทั้ง 3 ส. และ 3 พรรคขั้วที่สาม(สร้างอนาคตไทย,ไทยสร้างไทย และชาติพัฒนากล้า) น่าจะเป็นพันธมิตรทางการเมืองสู้ศึกเลือกตั้ง และแสดงจุดยืนไม่เอาระบอบ 3 ป.

สถานการณ์การเมืองในวันนี้ โดยภาพรวม พรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างขยับไปสู่โหมดเตรียมตัวเลือกตั้ง และเปิดกว้างสลายขั้วการเมือง 

สลิ่มตัวพ่อ “ทักษิณ” เบรกแดงต้าน กปปส. ไฟเขียวศิษย์เก่าคืนรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529738

14 ก.ย. 2565

สลิ่มตัวพ่อ “ทักษิณ” เบรกแดงต้าน กปปส. ไฟเขียวศิษย์เก่าคืนรัง

รับทุกสีเสื้อ “ทักษิณ” เบรกต้าน กปปส.เข้าเพื่อไทย ให้อภัยศิษย์เก่า บุญจงยิ้ม อีโต้อีสานลอยตัว รู้ทันโทนี่ ลำพังเสื้อแดงไม่พอจุดกระแสแลนด์สไลด์

ขออโหสิกรรม “ทักษิณ” สลายสีเสื้อเหลือง-แดง สยบกระแสต้าน กปปส.หรือพันธมิตรฯ เข้าพรรคเพื่อไทย

อภัยศิษย์เก่า “ทักษิณ” เปิดทางอดีต ส.ส.คืนรัง งานนี้บุญจงยิ้มร่า อีโต้อีสานลอยตัว รวมถึงก๊วนธรรมนัส ถ้าอยากกลับเพื่อไทย

หลังมีกระแสคนเสื้อแดงต่อต้านว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย ในหลายพื้นที่ บ้างเจอข้อหาเคยเป็น กปปส. บ้างก็เป็นเด็กเก่าเนวิน เคยร่วมขบวนการทรยศนายใหญ่

โทนี่ วู้ดซั่ม หรือทักษิณ ชินวัตร จึงเปิดใจหนแรกในประเด็นนี้ในรายการแคร์คลับเฮาส์ เมื่อค่ำวันที่ 13 ก.ย.2565  “เรื่องพี่น้องเสื้อแดงโวย ตรงนั้นตรงนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า ผมก็แดง และผมก็เหลือง เพราะผมเป็นคนบุกเบิกเสื้อเหลืองในประเทศไทย เพราะ ฉะนั้น ผมเป็นทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง และผมก็อยากเห็นบ้านเมืองเข้าสู่ภาวะสามัคคี”

เกจิการเมืองอ่านขาด ทักษิณยอมถูกวิพากษ์จากแดงสุดโต่ง เพราะบริบทการเมือง พ.ศ.นี้ ไม่ใช่ปี 2554 ยุคแดงทั้งแผ่นดิน หากไม่แสวงความร่วมมือจากทุกสีเสื้อ ก็ยากที่เพื่อไทยจะประสบชัยชนะอย่างถล่มทลาย

ปัจจุบัน คนเสื้อแดงได้กระจายตัวไปเป็นกองเชียร์พรรคก้าวไกล, พรรคไทยสร้างไทย และพรรคภูมิใจไทย 

ทักษิณจึงออกมาบอกกับคนเสื้อแดงกรณีปั่นกระแสต้านผู้สมัคร ส.ส.บางจังหวัด “…อย่าได้กีดกัน คนนี้ไม่ใช่เสื้อแดง คนนี้เคยด่าเสื้อแดง ถ้าเสื้อเหลืองเขาสำนึกผิด ให้เขาเข้ามาเถอะ”

‘เลือกคนมีศักยภาพ’

แม้ “ทักษิณ” จะอยู่นครดูไบ แต่ก็รับรู้การเคลื่อนไหวในพรรคเพื่อไทยทุกเรื่อง ขนาดกรณีคนเสื้อแดงบางกลุ่มก่อหวอดแอนตี้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สายนกหวีด 

“การคัดเลือกคน มันต้องเลือกจากคนที่มีโอกาสชนะ เขาก็รับอุดมการเพื่อไทย เขาผิดพลาดไป วันนี้ถ้าเขาขอโทษแล้ว ก็ขอให้จบเถอะ”

วันก่อน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.เพื่อไทย จูงมือ ณิชาภา โกวิทานนท์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร มาแถลงข่าวกล่าวคำขอโทษ และสำนึกผิดที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น กปปส. พร้อมกราบขอโทษทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

ทักษิณรู้ลึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในแม่กลอง จึงบอกว่า “บางทีก็การเมืองซ้อนการเมือง เสื้อแดงก็อยากลง แต่ศักยภาพไม่ถึง พรรคเพื่อไทยคัดคนแล้ว ทางเสื้อแดงก็เลยไปก่อหวอด คนนี้ไม่ใช่เสื้อแดง”

ดังนั้น ทักษิณจึงแนะนำว่า ปล่อยให้แกนนำพรรคเพื่อไทยคัดเลือกไปเถอะ เขาขอโทษแล้ว ก็ต้องรู้จักให้อภัยกัน 

‘เปิดทางศิษย์เก่าคืนรัง’

ไม่เฉพาะคนเสื้อเหลืองหรือ กปปส. “ทักษิณ” ยังเปิดกว้างต้อนรับศิษย์เก่า ซึ่งปี 2548 พรรคไทยรักไทย มี ส.ส.อยู่ในสภาฯ มากถึง 377 คน

“วันนี้ศิษย์เก่ามีหลายประเภท บางประเภทออกไปตั้งพรรคเอง ก็ร้องเพลง…ไปดีเถิดนะพี่ขออวยพร ส่วนคนที่จะกลับเข้ามา ถ้าตั้งใจทำงานกับเพื่อไทยเต็มที่ ก็ให้โอกาส ยกเว้นคนออกไปแล้ว ทำลายพรรคเพื่อไทย”

ฟังทักษิณพูดแบบนี้ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และอดีตมือขวาเนวิน ชิดชอบ ที่เคยมาเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทย อาจมีความหวังจะกลับมาลงสนามที่นครราชสีมา

ก่อนหน้านี้ มีติ่งแดงก่อหวอดต้านบุญจง รวมถึง ส.ส.เพื่อไทยบางคน จนบุญจงต้องถอย นัยว่ากลับไปรอให้คลื่นลมสงบ 

ส่วนอีโต้อีสาน-ธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.อุดรฯ และอดีตมือทำงานของเนวิน กลับมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่ไม่เจอแรงต้านเหมือนบุญจง กระทั่ง พรรคเพื่อไทยอนุมัติให้ลงสมัคร ส.ส.อุดรฯ เขต 6 ก็มีคนเสื้อแดงขึ้นป้ายต่อต้าน

 ธีระชัย แสนแก้ว ได้นายใหญ่เคลียร์ทางเสื้อแดงในพื้นที่ธีระชัย แสนแก้ว ได้นายใหญ่เคลียร์ทางเสื้อแดงในพื้นที่

กรณีทักษิณเปิดทางรับศิษย์เก่า คาดว่าน่าจะเป็นผลดีแก่กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่มีกระแสข่าวว่า อาจรีเทิร์นบ้านเก่า-เพื่อไทย

ทั้งหลายทั้งปวง ทักษิณต้องการระดมคนทุกสีเสื้อ เพื่อทำสงครามครั้งสุดท้าย ในวันที่เสื้อแดงแตกแยก และราโรยไปตามวัย