แม่ลิขิต “พจมาน” กุมอนาคตลูกสาว ชี้ชะตาทักษิณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529685

14 ก.ย. 2565

แม่ลิขิต “พจมาน” กุมอนาคตลูกสาว ชี้ชะตาทักษิณ

ไม่ใช่ฟ้าลิขิต “พจมาน” จัดวางเส้นทางอุ๊งอิ๊ง แค่ หน.ครอบครัวฯ ยังไม่ไฟเขียวแคนดิเดตนายกฯ ไม่ชอบการเมือง แต่คุณหญิงอ้อมีภารกิจพาทักษิณกลับบ้าน

ไม่ใช่ฟ้าลิขิต “พจมาน” ยังไม่โอเค อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ลูกสาวเป็นแคนดิเดตนายกฯ การเมืองยังแรง ขอแค่ทดลองตลาดเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

นางพญาหลังม่าน “พจมาน” ไม่ชอบการเมือง แต่มีคนไว้ใจอยู่ทุกซอกทุกมุมพรรคเพื่อไทย เพื่อภารกิจสุดท้ายพาทักษิณกลับบ้าน 

ไม่พลาดสำหรับ ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม ที่จะใช้เวทีแคร์คลับเฮาส์ เมื่อค่ำวันอังคารที่ 13 ก.ย.2565 พูดถึงคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และลูกสาว-แพทองธาร ชินวัตร หลังคุณหญิงอ้อไปปรากฏตัวในกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย จ.เชียงใหม่ 

ทักษิณอธิบายว่า คุณหญิงพจมานไม่ชอบการเมือง เมื่อลูกสาวมาทำหน้าที่นี้ก็ไปให้กำลังใจ อย่าไปวิเคราะห์เรื่องดีลลับกลับบ้านอะไรให้วุ่นวาย

ช่วงท้ายรายการแคร์คลับเฮาส์ มีผู้ฟังทางบ้านถามว่า ใกล้จะครบ 1 ปีที่พรรคเพื่อไทยเปิดตัวแพทองธาร อยากให้ประเมินว่า อุ๊งอิ๊งสอบผ่านการเป็นแคนดิเดตนายกฯหรือยัง และได้ฟังอุ๊งอิ๊งบอกว่า เป็นนายกฯขึ้นอยู่ประชาชน ไม่ใช่ฟ้าลิขิต 

ทักษิณตอบว่า คนเป็นนายกฯ ต้องลงไปแข่งขันทางการเมืองแล้วประชาชนเลือก ที่อุ๊งอิ๊งพูด ถ้าจะเป็นนายกฯ ประชาชนต้องเลือก “…คุณแม่ไม่อยากเลือก ต้องชนะใจแม่ก่อน เพราะแม่อยากให้เป็นหัวหน้าครอบครัวอยู่”

คนฟังทางบ้านถามย้ำ แพทองธารสามารถเป็นแคนดิเดตนายกฯได้หรือยัง ทักษิณบอกว่า “ผมแล้วแต่ลูก แต่แม่ห่วงลูกสาว เพราะอิ๊งยังมีลูกเล็ก เพราะการเมืองที่ผ่านมา มันแรงมาก คนเป็นแม่ก็คงคิดหนัก”

 คุณหญิงอ้อยังไม่ไฟเขียวให้ลูกสาวเป็นแคนดิเดตนายกฯ คุณหญิงอ้อยังไม่ไฟเขียวให้ลูกสาวเป็นแคนดิเดตนายกฯ

‘นายหญิงเหนือนายใหญ่’
 
“พจมาน” ชื่อนี้มีอิทธิพลต่อเส้นทางชีวิตธุรกิจและการเมืองของทักษิณ ชินวัตร จนครั้งหนึ่ง นสพ.ยักษ์ใหญ่ เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง นายหญิงเหนือนายใหญ่

ปี 2553 ทักษิณเล่าเรื่องชีวิตตัวเองไว้ในหนังสือ Conversations with THAKSIN (สัมภาษณ์โดยทอม เพลต นักข่าวชาวอเมริกัน) โดยตอนหนึ่งทักษิณเล่าเบื้องหลังการจดทะเบียนหย่ากับคุณหญิงอ้อ

“…เพราะคุณหญิงพจมานไม่ชอบการเมือง หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการสร้างทางธุรกิจจนร่ำรวย คุณหญิงบอกว่าเราควรจะพักผ่อน และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยกัน”

อย่างไรก็ตาม แม้คุณหญิงพจมานไม่ชอบการเมือง “…แต่เธอเข้าใจดีว่าถ้าผมไม่ต่อสู้ ผมจะไม่มีวันได้กลับบ้าน”

คุณหญิงพจมาน เป็นคนเก็บตัว ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ และมีอยู่ครั้งเดียวที่ยอมเปิดปากกับทีมงานนิตยสารสกุลไทย ในช่วงการหาเสียงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งปี 2544

“อ้อเป็นคนไม่ขัดใจ ในเมื่อพี่ทักษิณบอกว่าอยากเล่นการเมืองเพื่อตอบแทนแผ่นดิน จากเดิมที่เราสองคนไม่มีอะไรเลย จนเวลานี้เราสบายมากแล้ว ก็อยากตอบแทนแผ่นดิน” 

ช่วงพรรคไทยรักไทย เป็นรัฐบาล คุณหญิงพจมานไม่เคยปรากฏตัวในกิจกรรมทางการเมืองพรรค แต่ก็มีรายงานหรือบทวิเคราะห์เกี่ยวกับบทบาท “นายหญิง” บ้านจันทร์ส่องหล้าอยู่เป็นระยะ ๆ

ปลายปี 2548 เอแบคโพลประกาศผลสำรวจเรื่อง บุคคลผู้มีนัยสำคัญ (มีบารมี) ต่อการเมืองไทยมากที่สุดแห่งปี ในสายตาประชาชนคอการเมือง พบว่า ผู้หญิงที่มีบารมีต่อการเมืองไทยมากที่สุดแห่งปีคือ คุณหญิงพจมาน

‘นางพญาหลังม่าน’

ระหว่างที่ลี้ภัยอยู่นครดูไบ ทักษิณเคยให้สัมภาษณ์นักข่าวอเมริกันว่า “พจมาน” เป็นหนึ่งในผู้หญิงสองคน ที่จะพาเขากลับบ้านได้

ในคลิปวิดีโอ Long distance call ที่ลูก ๆ ร่วมกันจัดทำให้ทักษิณเนื่องในวันคล้ายวันเกิด 73 ปี 26 ก.ค.2565 ทีมงานถามว่า คุณทักษิณยืนมองกระจกกำลังเห็นใคร ทักษิณตอบว่า “เห็นคุณหญิง (พจมาน) ผมสงสารคุณหญิง คือผมตัดสินใจจะกลับเมืองไทย เพราะว่าคุณหญิงรับภาระไว้เยอะ รับภาระแทนผมไว้เยอะ สงสาร”

ปี 2553 ทักษิณให้สัมภาษณ์ ทอม เพลต นักข่าวชาวอเมริกัน อันเป็นที่มาของหนังสือ Conversation with THAKSIN โดยตอนหนึ่งทักษิณพูดว่าการที่เขาจะได้กลับบ้านหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้หญิง 2 คน 

คนแรกคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ตอนนั้นเป็นผู้บริหารชินคอร์ป ยังไม่เล่นการเมือง และอีกคนหนึ่ง ทักษิณไม่เอ่ยชื่อ แต่ก็รู้กันว่าคือ คุณหญิงอ้อ

วันนี้ ยิ่งลักษณ์ต้องลี้ภัยไปอยู่กับพี่ชาย จึงเหลือผู้หญิงชื่อ พจมานที่กำลังทำภารกิจพาทักษิณกลับบ้านอย่างเท่ ๆ ด้วยแคมเปญเพื่อไทยแลนด์สไลด์

ผีงูเห่า “รังสิมันต์ โรม” เลือกอุดมการณ์ หรือลัทธิพรรคพวก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529628

13 ก.ย. 2565

ผีงูเห่า “รังสิมันต์ โรม” เลือกอุดมการณ์ หรือลัทธิพรรคพวก

ผีงูเห่าตามหลอน “รังสิมันต์ โรม” คัดผู้สมัคร ส.ส.วัดที่ดีกรีอุดมการณ์ ไม่เอา ส.ส.เดิมที่ชาวบ้านนิยม เลือกเพื่อนโตโต้ จึงสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายลัทธิพรรคพวก

ผีงูเห่าตามหลอน “รังสิมันต์ โรม” คัดผู้สมัคร ส.ส. เชี่ยวชาญไม่พอ ต้องมีอุดมการณ์ ทิ้ง ส.ส.เดิม เลือกเพื่อนโตโต้ การ์ดวีโว่ของจริง

ก้าวไกลยุคซ้ายใหม่ “รังสิมันต์ โรม” ส่งลูกเกด ชลธิชา ลงสนามปทุมธานี ทั้งกรณีบางนา-คลองหลวง มีความเหลื่อมกันระหว่างคนมีอุดมการณ์เดียวกัน และลัทธิพรรคพวก

เป็นเรื่องเป็นราว กรณีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของ รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล ได้ลงสมัคร ส.ส.กทม. เขตบางนา-พระโขนง แทน ส.ส.คนเดิมคือ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. 

ส.ส.เป้-สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวบอกว่า รู้ล่วงหน้าแล้วว่าพรรคจะไม่ส่ง แต่ก็รู้สึกผิดหวังต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลในครั้งนี้ 

รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้โพสต์ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า “…ผมในฐานะโฆษกของพรรค ขอชี้แจงว่า กรรมการบริหารพรรคมีความรับผิดชอบที่จะต้องพิจารณาผู้สมัครที่มั่นใจว่าจะมั่นคงต่อความไว้วางใจที่พี่น้องประชาชนมอบให้”

ต่อมา มีแกนนำ ส.ส.ก้าวไกล ที่รับผิดชอบสนาม กทม. ได้ออกมาอธิบายเพิ่มเติมว่า ส.ส.คนเดิมไม่ได้ไปต่อ เพราะไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

ปมหลักคือ ทางพรรคไม่ไว้ใจ ส.ส.เป้ กลัวเป็นงูเห่า โดยอ้างว่า มีข้อมูลเชิงลึก แต่ได้ข่าว ส.ส.เป้จะตั้งโต๊ะแถลงข่าว และถามกลับแกนนำพรรคเรื่องข้อมูลงูเห่า 

‘งูเห่าเขย่าขวัญ’

เชื่อว่า “รังสิมันต์ โรม” และแกนนำพรรคก้าวไกล คงคิดเหมือนกัน ส.ส.สมัยอนาคตใหม่ ที่ได้รับเลือกตั้ง เพราะกระแสพรรค กระแสธนาธร ดังนั้น คัดเลือกใครลงสมัคร ส.ส. ก็ได้รับชัยชนะ

พลิกแฟ้มการเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพฯ ปี 2562 เขตการเลือกตั้งที่ 21(พระโขนง และบางนา) สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ พรรคอนาคตใหม่ ได้    35,702 คะ แนน ชนะจักรีรัตน์ แสงวารี พรรคพลังประชารัฐ ได้ 28,944 คะแนน    

ส่วนแชมป์เก่าปี 2554 สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 14,339 คะแนน ส่วน วัฒนา เซ่งไพเราะ อดีต ส.ส.กทม.เขตนี้ 2 สมัยยุคพรรคไทยรักไทย ไม่ได้ลงสมัคร เพราะมีปัญหาความขัดแย้งในเครือข่ายทักษิณ

พรรคไทยรักษาชาติ ส่ง กวีวงศ์ อยู่วิจิตร ลงสนาม แต่เนื่องจากพรรคถูกยุบ คะแนนคนเสื้อแดงจึงเทไปที่พรรคสีส้ม ซึ่งสมัยหน้า กวีวงศ์ ได้ลงสนามอีกครั้ง ในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย

ส่วนโตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ อดีตหัวหน้าการ์ดวีโว่ เป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของรังสิมันต์ โรม ทั้งคู่เดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่พร้อมกัน โดยโตโต้เลือกไปสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เลยชวดเป็นผู้แทนฯ เหมือนโรม

 โรมและโตโต้ วันที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่โรมและโตโต้ วันที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

สำหรับ ส.ส.เป้ ทำงานมวลชนเก่ง ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ ภายในพรรคก้าวไกล ถกเถียงกันมากปมเรื่องงูเห่า จึงต้องตัดสินใจเลือกคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

พูดง่ายๆ เลือกคนพันธุ์เดียวกับรังสิมันต์ โรม และไม่น่าแปลกใจวันเปิดตัวโตโต้ จะเห็นเจี๊ยบ นครปฐม หอบช่อดอกไม้ไปให้กำลังใจอดีต ผบ.วีโว่ 
 

‘บทเรียนคลองหลวง’

ต้นปี 2565 “รังสิมันต์ โรม” ก็ผลักดันให้ ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มพื้นฟูประชาธิปไตย ได้เป็นผู้สมัคร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 

ดังที่รู้กันว่า อนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 ซึ่งแจ้งเกิดกับพรรคอนาคตใหม่ ตัดสินใจไม่ไปต่อกับพรรคก้าวไกล และเลือกไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

กรณีงูเห่าคลองหลวง สร้างความเจ็บช้ำให้แกนนำก้าวไกล รังสิมันต์ โรม ได้ลงไปเคลื่อนไหวเยียวยามวลชนสีส้มแถวคลองหลวง-นวนครอยู่พักใหญ่   ลูกเกด-ชลธิชา แจ้งเร็ว ได้ร่วมเคลื่อนไหวกับรังสิมันต์ โรม ในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ต่อต้านอำนาจ คสช. มาตั้งแต่ปี 2558 และพัฒนามาเป็นกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย 

เมื่อรังสิมันต์ โรม ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ก็ส่งไม้ต่อให้ลูกเกดดูแลกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย กระทั่งเกิดขบวนการราษฎร ลูกเกดได้เป็นพี่เลี้ยงน้อง ๆ เคลื่อนไหวเรียกร้องให้การปฏิรูปสถาบันฯ

กรณีของลูกเกด และโตโต้ คือรูปธรรมของคำว่า “คนอุดมการณ์เดียวกัน” ซึ่งมันเหลื่อมกันกับคำว่า ลัทธิพรรคพวก หรือเพื่อนพ้องน้องพี่

ทางใครทางมัน “ธรรมนัส” บนทางเปลี่ยว จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529588

13 ก.ย. 2565

ทางใครทางมัน “ธรรมนัส” บนทางเปลี่ยว จะเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา

คืนรังดังกระหึ่ม “ธรรมนัส” ยกทัพกลับ พปชร. ไผ่ ลิกค์ พูดแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยและเงื่อนไข แต่ก็มีโอกาสเกิดสภาวะทางใครทางมัน

เสียงเพลงคืนรังดังกระหึ่ม “ธรรมนัส” จะยกทีมเศรษฐกิจไทยกลับบ้านป่ารอยต่อฯ คนวงในได้กลิ่นข่าวนี้มานานนับสัปดาห์

“ธรรมนัส” ไม่ปริปากพูด ไผ่ ลิกค์ แม่บ้านพรรคพูดแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ รอความชัดเจนจากหลายเหตุปัจจัย รวมถึงปม 8 ปี นายกฯประยุทธ์

วันที่ 12 ก.ย.2565 ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตบเท้าต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการนายกฯ ซึ่งมีคิวลงพื้นที่ดูเรื่องที่ดินและน้ำ อ.แม่สอด จ.ตาก 

ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย ที่มาปรากฏในวันนั้น ได้แก่ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1 , ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 3, จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา ,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เขต 1,ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นคร ราชสีมา เขต 8 และเกษม ศุภรานนท์ ส.ส.นครราชสีมา เขต 1

อันที่จริง เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พลังประชารัฐ ก็ไปต้อนรับลุงป้อมด้วย นักข่าวอาจมองไม่เห็นหรือไม่รู้จัก 

ที่กลายเป็นประเด็นร้อน ก็ตรงที่ พล.อ.ประวิตร ตอบคำถามนักข่าวกรณีการส่งผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ในภาคเหนือ โดยบิ๊กป้อมพูดชัด พื้นที่ไหน พรรคเศรษฐกิจไทยส่ง ทาง พปชร.ก็ไม่ส่งลงรับสมัครเลือกตั้ง

บิ๊กป้อมยังพูดเปิดทางให้ ส.ส.เศรษฐกิจไทย ที่อยากกลับ พปชร. ก็ขึ้นอยู่กับ ส.ส.แต่ละคน จะคิดเอา

‘เสียงจากไผ่’

ข่าวลือ “ธรรมนัส” กลับพลังประชารัฐ ได้ยินกันในแวดวงนักข่าวการเมืองมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว นับแต่ พล.อ.ประยุทธ์จะสะดุดปม 8 ปีนายกฯ

เช้าวันที่ 13 ก.ย.2565 ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการมุมการเมือง ไทยพีบีเอส ประเด็นการจะกลับ พปชร.ว่า เรื่องนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ต้องดูวันนั้น และต้องเกิดการพูดคุยกันจริงๆก่อน จะได้รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ตอนนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน

“ที่ผ่านมา อยู่กันมา 4 ปี ก็ทำงานกันได้ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารัก ดูแล ห่วงใยส.ส. เอาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาบอก ก็ได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว” ส.ส.ไผ่ กล่าว

ส่วนเรื่องที่จะไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ชนกัน ไผ่ บอกว่า ไม่มีข้อตกลงร่วมกัน เป็นเรื่องอนาคต แต่ขอบคุณพล.อ.ประวิตร ที่ยังมีเมตตาและเอ็นดูพวกเรา

เงื่อนไขและปัจจัยที่จะนำมาประกอบการตัดสินใจว่า จะกลับ พปชร.หรือไม่ ไผ่บอกว่า มีปมนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมอยู่ด้วย

 ร.อ.ธรรมนัส รอการตัดสินใจครั้งสุดท้ายร.อ.ธรรมนัส รอการตัดสินใจครั้งสุดท้าย

‘ทางใครทางมัน’

จริง ๆ แล้ว ส.ส.ในสังกัด “ธรรมนัส” ก็เหลือไม่ครบ 16 คนอยู่แล้ว ซึ่งมี 3 คน ได้แสดงตัวชัดเจนแล้วว่า จะไม่ไปต่อกับผู้กองเมืองพะเยา


ถ้าจำกันได้ ปลายเดือน ก.ค.2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ได้สั่งสอบสวนเรื่อง ส.ส.โหวตสวนมติพรรคในศึกซักฟอกครั้งที่ผ่านมา

3 ส.ส.ที่ว่านี้ได้แก่ ณัฏฐพล จรัสพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ เขต 2, ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลราชธานี เขต 6 และธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก เขต 1

เสี่ยเฟิร์ส-ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ บ้านใหญ่เมืองตาก ได้ข่าวจะย้ายไปพรรคสีน้ำเงิน ส่วน ภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.ตาก เขต 2 ค่อนข้างสนิทกับ ร.อ.ธรรมนัส 

ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ หรือ เซี้ย สินอุดม ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 คนในพื้นที่เมืองช้างรู้แล้ว เสี่ยเซี้ยจะไปสังกัดค่ายบุรีรัมย์ในสมัยหน้า

ส่วนป๋าอู๊ด-ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ส.ส.อุบลฯ เขต 6 ก็มีข่าวจะตามเสี่ยเซี้ยไปบุรีรัมย์ แต่ล่าสุด เสี่ยอี๊ด-สิทธิชัย โควสุรัตน์ น้องชาย ส.ส.ธนะสิทธิ์ไปสวมเสื้อไทยสร้างไทย ก็ต้องรอดูว่าป๋าอู๊ดจะเอายังไง


มีรายงานข่าวจากบ้านป่ารอยต่อฯว่า สมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 เข้าออกบ้านป่ารอยต่อฯ บ่อยครั้ง แถมตอนนี้ สมศักดิ์เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง ตลาดการเงินและสถาบันการเงิน

ดูเหมือนว่า ส.ส.ลูกพรรคของธรรมนัส จะเคลื่อนไหวกันโดยเสรี เหมือนหัวหน้าพรรคไฟเขียว ทำให้คอการเมืองมองว่า พรรคนี้มีโอกาสทางใครทางมันค่อนข้างสูง

รัฐพิหาร ทุ่มงบฯ สร้าง “มหาสถูป” และ Buddhist complex ใกล้ วัดไทยไวสาลี อินเดีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/529505

เปรียญ12

12 ก.ย. 2565

รัฐพิหาร ทุ่มงบฯ สร้าง "มหาสถูป" และ Buddhist complex ใกล้ วัดไทยไวสาลี อินเดีย

เป็นที่ชื่นชมในอีก 2 ปีข้างหน้า “มหาสถูป” บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และ Buddhist complex จะแล้วเสร็จ ภายใต้การผลักดันของ เจ้าอาวาส วัดไทยไวสาลี อินเดีย ห่างจากวัดไม่มากนักบนพื้นที่ 1.2 พันไร่ รองรับชาวพุทธทั่วโลกมาแสวงบุญ ภายใต้การสนับสนุนของ รัฐพิหาร

พระครูสิทธิปริยัติวิเทศ(ดร.พระมหาฉลอง จนฺทสิริ)  เจ้าอาวาสวัดไทยไวสาลี อินเดีย นำ พระครูวินัยธรสมุทร ถาวรธมฺโม ดร.รักษาการผู้อำนวยการวิทยาลัยพระธรรมทูต มจร. และผมชมวัดไทยไวสาลี ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อประกอบสังฆกรรมเช่น “อุโบสถ” ที่รอการตกแต่งบางส่วน ก็จะเรียบร้อยสมบูรณ์ ที่พักสงฆ์ สามเณร และเรือนรับรองอุบาสกอุบาสิกา ที่เดินทางมาแสวงบุญ  และโรงเรียนปริยัติธรรม ที่ภาวนา รวมทั้ง โรงเรียนประถมที่เปิดสอนฟรีแก่เด็กชาวอินเดีย 
โรงเรียนนี้เป็นตึก 4 ชั้น  ตกแต่งยังไม่แล้วเสร็จ แต่เปิดเรียนเปิดสอน แล้ว
ท่านพาขึ้นบนดาดฟ้า ก็พบวัดชาวศรีลังกา ที่สร้างติดกันกับวัดของท่านเลย ท่านมหาฉลอง บอกว่าท่านยกที่ดินให้ศรีลังกาฟรีๆ เพื่อสร้างวัดขึ้นมา มองไปอีกฟากหนึ่งของถนน เป็นวัดชาวเวียตนาม มีเจดีย์ใหญ่พอสมควร


จากนั้นท่านชี้ชวนให้ชมการเร่งก่อสร้าง “มหาสถูป” และบุดดิสต์ คอมเพล็กซ์  (Buddhist complex)บนเนื้อที่ขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากวัดไทยไวสาลี ไม่มากมากนัก(แค่เดินสัก 10-15 นาที)
ท่านเล่าว่าที่นี่คือสถานที่ที่ท่านภาคภูมิใจในชีวิตที่สามารถต่อสู้จนได้ที่สร้าง “มหาสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ” แห่งใหม่ ขนาดใหญ่ และคอมเพล็กซ์ จัดสร้างโดยงบประมาณรัฐพิหาร บนเนื้อที่ประมาณ 75 เอเคอร์ หรือประมาณ 1,200 ไร่ เพื่อชาวพุทธทั่วโลก และชาวไวสาลีโดยตรง

เรื่องมีอยู่ว่า ที่ “ไวสาลี” มีพุทธเจดีย์ บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ “เจ้าลิจฉวี” แห่ง “แคว้นวัชชี” ได้รับส่วนแบ่ง 1ใน 8 ส่วน จากโทณพราห์มณ์ มาบรรจุ  ณ ปาวาลเจดีย์ เมืองไวสาลี  หลังจากถวายเพลิงพระบรมศพ ซึ่งผ่านมา 2000 ปีเศษแล้ว
 เมื่อ ปี 2501 (ค ศ. 1958 ) รัฐบาลรัฐพิหาร เชิญพระบรมสารีริกธาตุจากปาวาลเจดีย์ไปจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ ปัตตนะ และมีทีท่าว่าจะไม่ส่งคืนไวสาลี 

เมื่อท่านได้ข้อมูลชัดเจนจึงนำมวลชนไปเรียกร้องให้อัญเชิญ “พระบรมสารีริกธาตุ” กลับไวสาลี โดยให้เหตุผลต่าง ๆ ทางรัฐพิหารรับปาก แต่เฉย ท่านจึงขอให้ศาลสั่ง แต่ทางราชการเพิกเฉยอีก ท่านจึงดำเนินการทางจิตวิทยา เช่นจะระดมคนจากไวสาลีไปกดดัน ในที่สุดรัฐพิหารยินยอมว่าจะอัญเชิญกลับไวสาลี โดยจะสร้างสถูปใหม่ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บนเนื้อที่ 2 เอเคอร์ครึ่ง 


ท่านว่าพื้นที่แค่นี้จะรองรับชาวพุทธทั่วโลกได้อย่างไร ในที่สุด “รัฐพิหาร” ได้เพิ่มพื้นที่ให้ 75 เอเคอร์ ได้มามากเกินคาดหมาย
ท่านพระครูสิทธิปริยัติวิเทศ ชึ่งปฏิบัติหน้าที่พระธรรมทูต อินเดีย-เนปาล ตั้งแต่ปี 1982 สมัยที่ “พระสุเมธาธิบดี” เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต จึงกล่าวว่าเป็นผลงานที่ท่าน “ภาคภูมิใจมาก” 
มหาสถูปแห่งนี้น่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 ปีข้างหน้า เมื่อนั้นไวสาลีจะเต็มไปด้วยชาวพุทธ ที่มาไหว้พระบรมสารีริกธาตุ (จริงๆ) และชมความมห้ศจรรย์ “เสาอโศก” ที่มีอายุนับพันปี ที่ “พระเจ้าอโศกมหาราช” สร้าง เพื่อเป็นที่รำลึกเหตุการณ์สำคัญฯที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าเช่นที่ทรงอนุญาตให้ “บวชภิกษุณี” กูฏาคารที่พระพุทธองค์ประทับทุกครั้งที่เสด็จไวสาลี ที่ทรงแสดง อปริหานิยธรรม7 แก่เจ้าลิฉวี

โครงการสร้าง “มหาสถูป” บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และ Buddhist complex

 อัมพปาลิกะวิหาร ที่นางอัมพปาลี หญิงงามแห่งราชสำนัก ถวายให้เป็น “สังฆเสนาสนะ”  ที่พระพุทธองค์ปลงอายุสังขาร  ณ ปาวาลเจดีย์ และเป็นสถานที่ที่ทำสังคายนา ครั้งที่ 2 จึงสามารถเรียกไวสาลี ได้ว่าเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนา สำคัญแห่งหนึ่งของโลกทีเดียว
ท่านพระครู ดร.มหาฉลอง มาสร้างวัดไทยไวสาลี เมื่อปี 2006 เพื่อรับรองชาวพุทธที่มาแสวงบุญ ที่ไวสาลี  ต่อมาปี 2010 ได้สร้าง วัดไทยเกสริยา หลังเจดีย์เกสริยาโบราณ 


นอกจากนั้นได้สร้าง “จันทสิริพุทธวิหาร” ให้ชาวพุทธอินเดีย บริหารกันเอง นอกเหนือจากโรงเรียนระดับประถมอีก 2 แห่งเพื่อให้เด็กท้องถิ่นเรียนฟรี เป็นการสงเคราะห์อย่างหนึ่ง ทั้งนี้โดยคำนึงว่า เมื่อเรามาอยู่บนแผ่นดินของเขา เราต้องมีอะไรตอบแทนเขาบ้าง ท่านจึงเป็นที่รู้จักของชาวอินเดีย ตั้งแต่มุขมนตรี จนถึงชาวบ้านทั่วไป ที่เรียกด้วยความเคารพ ว่า “บาบาฉลอง” สุดท้ายท่านปรารถนาให้มีภิกษุใจกล้า คิดและทำเพื่อพุทธศาสนามารับช่วงต่อ
 โดยท่าน ว่า “แม่ทัพ(คือท่าน) ยึดพื้นที่ให้แล้ว แต่ไม่มีผู้ดูแลรักษาต่อ”

 ซึ่งเป็นข้อความส่งท้ายให้ชาวพุทธ และพระธรรมทูต ช่วยคิดและสานต่อว่าจะช่วยรักษาพื้นที่นั้นๆ ต่อไปอย่างไร

รัฐพิหารสนับสนุนงบประมาณสร้าง "มหาสถูป" บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และ Buddhist complexรัฐพิหารสนับสนุนงบประมาณสร้าง “มหาสถูป” บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และ Buddhist complex

สร้าง "มหาสถูป"  และ Buddhist complex บนพื้นที่ 1.2 พันไร่สร้าง “มหาสถูป” และ Buddhist complex บนพื้นที่ 1.2 พันไร่

อีโต้หนีตาย “ธีระชัย แสนแก้ว” รออุ๊งอิ๊งเคาะ ชนลูกอีดี้จวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529479

12 ก.ย. 2565

อีโต้หนีตาย “ธีระชัย แสนแก้ว” รออุ๊งอิ๊งเคาะ ชนลูกอีดี้จวบ

หนีตาย “ธีระชัย แสนแก้ว” ทิ้งเนวิน ชนทายาทอีดี้จวบ ที่ลาอุ๊งอิ๊งซบเสี่ยหนู วันนี้ อีโต้เจอแดงต้าน ไม่เอาคนทิ้งนายใหญ่ ลุ้นแกนนำ พท.เคาะชื่อลงสนาม

สมรภูมิเดือด “ธีระชัย แสนแก้ว” อีโต้อีสานทิ้งเนวิน สวมเสื้อแดง ชนทายาทอีดี้จวบ ที่ลาอุ๊งอิ๊งซบเสี่ยหนู

เมืองหลวงคนเสื้อแดง “ธีระชัย แสนแก้ว” เจอแรงต้านเหมือนกรณีบุญจงจะกลับเพื่อไทย แดงกุมภาวปี ขึ้นป้ายต้านคนทิ้งนายใหญ่

พรรคเพื่อไทย ยังประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี ไม่ครบทั้ง 9 เขต เนื่องจากมีผู้เสนอตัวหลายคน รวมทั้งอีโต้อีสานธีระชัย แสนแก้ว อดีตมือทำงานของเนวิน ที่แปรพักตร์กลับบ้านเก่า

ธีระชัย แสนแก้ว ซุ่มเงียบสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และไม่เจอแรงต้านเหมือนกรณีบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย ที่มีการเปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา แต่คนเสื้อแดงถล่มในโซเชียล ข้อหาทรยศนายใหญ่ ฝักใฝ่เนวิน

วันนี้ มีข่าวจากอุดรธานีว่า คนเสื้อแดงกุมภาวปี ขึ้นป้ายต่อต้านอีโต้อีสาน ที่เพิ่งเปิดตัวจะลงสมัคร ส.ส.อุดรธานี เขต 6 (อ.กุมภวาปี)

อีโต้อีสานไปเป็นลูกน้องเนวินอยู่หลายปี ก่อนจะขอกลับมาอยู่กับนายใหญ่ช่วงต้นปีนี้ เพราะประเมินแล้ว สมัยหน้าอยู่พรรคเดิม สอบตกซ้ำซาก

 อีโต้อีสานกลับใจ ขึ้นป้ายคู่อุ๊งอื๊ง แต่ถูกเสื้อแดงในพื้นที่ต่อต้าน อีโต้อีสานกลับใจ ขึ้นป้ายคู่อุ๊งอื๊ง แต่ถูกเสื้อแดงในพื้นที่ต่อต้าน

‘ลูกฮึดเที่ยวสุดท้าย’

สมัยรัฐบาลสมัคร “ธีระชัย แสนแก้ว” ได้เป็น รมช.เกษตรฯ ด้วยการผลักดันของเนวิน ชิดชอบ หลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบ เนวินหอบ ส.ส.เกือบ 30 คน ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย รวมถึงอีโต้อีสานด้วย

ตั้งแต่ย้ายมาสังกัดภูมิใจไทย ธีระชัย รับบทแม่ทัพอุดรฯ จัดตัวผู้สมัคร ส.ส.ลงสนาม 2 ครั้ง ก็พ่ายพรรคเพื่อไทยชนิดไม่ได้ลุ้น

ปี 2562 อีโต้อีสาน ลงสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 5 (อ.กู่แก้ว อ.ไชยวาน อ.วังสามหมอ อ.ศรีธาตุ และอ.กุมภวาปี) เป็นพื้นที่เดิมของธีระชัย ตั้งแต่สมัยเป็น ส.ส.อุดรฯ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน

ผลเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว ธีระชัยพ่ายยับ เพราะจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ภรรยา เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรฯ เพื่อไทย ได้ 40,271 คะแนน และธีระชัย ได้แค่ 17,643 คะแนน 

เมื่อการเลือกตั้งสมัยหน้า อุดรธานี จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 9 คน ธีระชัย จึงตัดสินใจหวนคืนเพื่อไทยทันที และพุ่งเป้าที่เขต 6 อ.กุมภวาปี เพราะเจ้าถิ่นตระกูลไชยสาส์น ได้ย้ายจากเพื่อไทยไปอยู่ภูมิใจไทย

‘เบื่อคนใจแคบ’

พลันที่ “ธีระชัย แสนแก้ว” ย่างเหยียบเข้าไปหาเสียงในละแวกหมู่บ้านแถว อ.กุมภวาปี ก็เจอแรงต้านจากคนเสื้อแดงในพื้นที่ ซึ่งมีแค่ป้าย ยังไม่มีใครแสดงตัวตนออกมา

สำหรับ ส.ส.เจ้าถิ่น จักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี เปิดตัวในพื้นที่แล้วสมัยหน้าจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

จักรพรรดิ ลูกชายอีดี้จวบ-ประจวบ ไชยสาส์น นักการเมืองอาวุโสแห่งอุดรฯ ในการเลือกตั้งปี 2562 จักรพรรดิ สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามสมัยที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 6 (อ.กุมภวาปี,อ.โนนสะอาด,อ.หนองแสง) ได้ 41,307 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 กว่า 3 หมื่นคะแนน

สาเหตุหลักที่ ส.ส.จักรพรรดิ ตัดสินใจอำลาเพื่อไทย เพราะไม่พอใจแกนนำพรรคบางกลุ่มที่มีจิตใจคับแคบ เนื่องจากน้องชาย-ต่อพงษ์ ไชยสาส์น เป็นรองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ก็เกิดความหวาดระแวงในตัวเขา

ดังนั้น จักรพรรดิ จึงเลือกจะไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เพราะบิดา-ประจวบ ไชยสาส์น รู้จักมักคุ้นกับชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของอนุทิน และชัย ชิดชอบ บิดาของเนวิน เป็นอย่างดี

จักรพรรดิ มั่นในในฐานเสียงที่สร้างสมมาแต่รุ่นพ่อ-ประจวบ ไชยสาส์น โดยเฉพาะ อ.กุมภาวาปี จึงไม่กังวลกระแสแลนด์สไลด์เพื่อไทย 

ตรงข้ามกับธีระชัย แสนแก้ว เกิดที่มหาสารคาม แต่มาเติบโตที่อุดรฯ แต่มีบทบาทในสมาคมชาวไร่อ้อยอีสาน และมีฐานเสียงอยู่ใน อ.ศรีธาตุ และ อ.วังสามหมอ

ต้องมาลุ้นกันว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะอนุมัติให้อีโต้อีสานลงสนามเขต 6 หรือไม่ หลังมีกระแสต้านจากแดงในพื้นที่

ตัดพี่ตัดน้อง “สุดารัตน์” เจาะฐานเพื่อแม้ว อีสานสะเทือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529461

12 ก.ย. 2565

ตัดพี่ตัดน้อง “สุดารัตน์” เจาะฐานเพื่อแม้ว อีสานสะเทือน

ตัดพี่ตัดน้อง “สุดารัตน์” ขวัญใจคนอีสาน ค่ายเพื่อแม้วชิงประกาศไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง เจอกลยุทธ์คนดังในพื้นที่ ทะลวงเขตเปราะบาง ดับฝันแลนด์สไลด์

ไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง “สุดารัตน์” ยังเป็นขวัญใจคนอีสาน ร้อนถึงค่ายเพื่อแม้ว ประกาศตัดพี่ตัดน้อง หวั่นแผนแลนด์สไลด์สะดุด

อีสานโพลชี้ “สุดารัตน์” เบอร์หนึ่งในใจคนอีสานมาตั้งแต่ปีที่แล้วเพียงแต่ช่วงหลัง อุ๊งอิ๊งขยับตามมาติด ๆ    

คล้อยหลัง คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย อย่างเป็นทางการ ฟากค่ายเพื่อไทยก็ไปขึ้นเวทีที่เชียงใหม่ ประกาศเสียงดัง ๆ เพื่อไทยไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง

บังเอิญวันที่ 10 ก.ย.2565  อีสานโพล ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน ม.ขอนแก่น ได้แถลงผลสำรวจในไตรมาส 3 เฉพาะหัวข้อ ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ อยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า อันดับ 1 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 23.4 รองลงมา แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 21.1 และอันดับ 3 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 20.2 

ย้อนไปดูผลสำรวจไตรมาส 2 คุณหญิงสุดารัตน์ ครองใจคนอีสานอันดับ 1 ร้อยละ25.8 (ลดลงจากไตรมาส 1 ที่ได้ร้อยละ 30.6) ตามมาด้วย แพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 19.8 (เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.7)

อย่างไรก็ตาม ในหัวข้อถ้ามีการเลือกตั้ง คนอีสานจะลงคะแนนให้พรรคใด พบว่า อันดับ1 คือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 35.9 ,อันดับ 2 พรรคก้าวไกล ร้อยละ19.8 และอันดับ 3พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 14.7 

‘ตัดพี่ตัดน้อง’

นับแต่ “สุดารัตน์” นำทัพไทยสร้างไทย ออกเดินสาย โดยเฉพาะที่ภาคอีสาน ก็มี ส.ส.เพื่อไทย เริ่มจุดประเด็นเพื่อไทย ไม่มีสาขา ไม่มีพรรคสำรอง

ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ ยังกระโดดมาร่วมด้วย บ่อยครั้งที่คนแดนไกลมักใช้เวทีแคร์คลับเฮ้าส์ เหน็บแนมแกมประชดลูกน้องเก่า

อย่างเมื่อวันที่ 29 มี.ค.2565  ทักษิณหรือโทนี่ พูดชัดผ่านแคร์คลับเฮาส์ว่า “..ไปบอกคนในพื้นที่อีกว่า นี่เป็นพรรคสาขากัน เลือกใครก็เหมือนกันแหละ สับสนกันไปหมด”

หลังจากนั้น ในโซเชียลก็มีเอฟซีเพื่อไทย ปลุกกระแสเพื่อไทยไม่มีสาขา และโจมตีกลุ่มคุณหญิงหน่อยว่า ฉวยโอกาสโหนอุ๊งอิ๊ง

วันที่ 11 ก.ย.2565 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทยไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง ส่วนพรรคที่มาแอบอ้างเป็นพรรคพี่พรรคน้องในการหาเสียงนั้น ทำให้ประชาชนสับสนไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือหรือภาคอีสาน เราประกาศชัดว่า เพื่อไทยไม่มีพรรคสาขา

หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยิงหมัดตรงไปที่พรรคเกิดใหม่ ซึ่งบุคลากรในพรรคล้วนเป็นแม่ทัพขุนพลของทักษิณ แต่พวกเขาอยู่พรรคเดิมไม่ได้ เพราะเหตุอันใด ทักษิณและคุณหญิงพจมาน รู้ดีที่สุด

‘ดับฝันแลนด์สไลด์’

ประเมินภาพรวมที่สมรภูมิอีสาน “สุดารัตน์” พร้อมพลพรรคไทยสร้างไทย เป็นรองพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว แต่คุณหญิงหน่อย ก็ฝากความหวังไว้กับผู้สมัคร ส.ส.ที่มีฐานแน่น เสียงดีในพื้นที่

คุณหญิงสุดารัตน์ ได้รับการตอบรับจากคนอุดรฯ อย่างอบอุ่นคุณหญิงสุดารัตน์ ได้รับการตอบรับจากคนอุดรฯ อย่างอบอุ่น

อย่างเช่น โชคเสมอ คำมุงคุณ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง ที่ลงสนาม ส.ส.อุดรธานี เขต 3 และ หรั่ง ธุระพล นายก อบต.เซียงหวาง อ.เพ็ญ หลายสมัย ที่จะลง ส.ส.อุดรธานี เขต 4

สองคนนี้ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น มีฐานเสียงเฉพาะตัว เคยสวมเสื้อภูมิใจไทย ก็ยังได้ 2 หมื่นคะแนน เที่ยวหน้าได้กระแสคุณหญิงหน่อยมาช่วย ก็ได้ลุ้นล้มแชมป์เก่า

กรณีเจ๊นาง-วันเพ็ญ เศรษฐรักษา อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 2 ที่มีฐานเสียงอยู่ในมือ 3 หมื่นกว่าคะแนน ย้ายจากภูมิใจไทย มาสวมเสื้อไทยสร้างไทย ก็มีโอกาสเอาชนะ ส.ส.กุ้ง-วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ พรรคเพื่อไทย

ส.ส.กุ้ง วีรวัฒน์ สามี อรดี สุทธศรี อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ 5 สมัย มีจุดอ่อนคือ อายุเยอะ ไม่คล่องตัว หมดแพชชั่นในสายตาชาวบ้าน

พรรคไทยสร้างไทยในอีสาน ยังมีผู้สมัคร ส.ส.ประเภทเสียงดี ฐานแน่นอยู่อีกหลายเขต ซึ่งเป็นด่านสกัดแผนแลนด์สไลด์ของทักษิณ

แม่มาเอง คุณหญิงพจมาน ดัน แพทองธาร ขึ้นแท่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/529440

12 ก.ย. 2565

แม่มาเอง คุณหญิงพจมาน ดัน แพทองธาร ขึ้นแท่น

เวที เพื่อไทย สะบัดชัย ภาคเหนือ คุณหญิงพจมาน ให้กำลังใจ แพทองธาร ติดขอบเวที ฉายภาพ ไทยรักไทย ในยุครุ่งเรือง เห็นอนาคตการเมืองในวันข้างหน้า

ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อ 21 ปี ที่ผ่านมา หากจะพูดสตรีผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของไทย มากที่สุด
ชื่อของ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร (ณ ป้อมเพชร) หรือ คุณหญิงอ้อ ยืนอันดับ 1 ในฐานะ ภริยานายกรัฐมนตรี
ทักษิณ ชินวัตร  แม้ไม่เคยปรากฏตัวชัดเจนทางการเมือง  แต่ว่ากันว่า รัฐนาวาของไทยรักไทยฝ่าคลื่นลมได้นานเพราะผู้หญิงที่ชื่อพจมาน คนนี้ ถือเป็นหลังบ้าน ที่มีสายสัมพันธ์อันดีในทุกองคาพยภทางการเมือง

คุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพชร มารดา แพทองธาร ชินวัตรคุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพชร มารดา แพทองธาร ชินวัตร

หลังรัฐประหาร 2549 คุณหญิงพจมานเหมือนจะอันตรธานไปจากหน้าสื่อ แต่ก็ปรากฏชื่อเป็นผู้แก้สมการทางการเมืองในยุคหลังไทยรักไทย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในพรรคพลังประชาชน ช่วงที่ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ชิงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชาชน  จากคู่แข่งอีกสองคน นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ปรากฏการณ์ แตกแบงค์พัน ในการเลือกตั้งเมื่อ2562 ของพรรคเพื่อไทย ปัจจุบัน ก็ได้แกนนำ กลับคืนมาจากไทยรักษาชาติ ที่พลาดแพ้ฟาล์ว  ในท่ามกลางข่าวระหองระแหง ขัดแย้งในหมู่แกนนำ  การปรากฏขึ้นของพรรคไทยสร้างไทย เห็นได้ชัดว่ายุทธศาสตร์ เลือกตั้งในปีหน้าของพรรคเพื่อไทย  “เลือดข้นกว่าน้ำ”



นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย จะมองว่าการไปปรากฏตัวให้กำลังใจ แพทองธาร บุตรสาว
ชนิดติดขอบเวทีที่จังหวัดเชียงใหม่ จะเพิ่มความร้อนแรงของการเมือง 2 ขั้ว ประกาศแลนด์สไลด์ พา 250ส.ส.เข้าสภา เท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยประกาศเป็นคู่ต่อสู้ทุกพรรคการเมือง ก็นับเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการเลือกตั้ง

แต่หากยังจำกันได้ พรรคเพื่อไทย ใช้เวลา 49 วัน ปั้นยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีหญิง คนแรกมาแล้ว   เดือนพฤศจิกายน ปี 2552 เอริก จอห์นอดีตเอกอัครราชทูติสหรัฐประจำประเทศไทยเปิดเผยไว้กับวิกิลีกส์ว่า ยิ่งลักษณ์  เริ่มบทบาททางการเมืองอย่างเงียบๆ เพราะนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศขณะนั้น แนะนำไว้ว่านี่คือว่าที่นายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย และปรากฏผลในอีกสองปีถัดมา

อีกหกเดือนเท่านั้นที่วาระของรัฐบาลจะหมดลง   พลเอกประยุทธ์ จะได้ต่ออายุในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพื่อไทยมองข้ามจุดนี้ไปแล้ว  เวทีปราศรัยที่จังหวัดเชียงใหม่ พิสูจน์ได้ว่า ในบรรดาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย รัศมีย่อมฉาบฉายไปที่ แพทองธาร ยิ่งหากย้อนอดีตพรรคไทยรักไทย  หมอชลน่าน และ เศรษฐา คอการเมืองมองว่าเป็นได้ แค่คู่เทียบ ทางการเมือง 

อำนาจเปลี่ยนมือ! “นายพลสีกากี” แหกกฎเหล็ก ขยับนั่งเก้าอี้ ผบช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/529426

หนึ่งตะวัน พันดาว

12 ก.ย. 2565

อำนาจเปลี่ยนมือ! "นายพลสีกากี" แหกกฎเหล็ก  ขยับนั่งเก้าอี้ ผบช.

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

เดือนสุดท้าย..นับเวลาถอยหลัง ข้าราชการ “ทบวง-กระทรวง-กรม” ทั้ง “ทหาร-ตำรวจ-พลเรือน” หลายพันหลายหมื่นชีวิต ได้เวลาถอดเครื่องแบบ อำลา“หัวโขน” สู่สามัญชน “คนธรรมดา” หลัง..ตรากตรำทำงานเพื่อ“บ้านเมือง-ประเทศชาติ” มาครึ่งค่อนชีวิต..OO

หลายชีวิต..ประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน-หลายชีวิต“เผชิญวิบากกรรม” ผจญมรสุมในหน้าที่การงาน ทั้ง..“ทางตรง-ทางอ้อม” หลายคนชีวิตราชการดิ่งเหว ด้วยน้ำมือตัวเอง หรือไม่ ก้อ..“ผู้เป็นนาย-ผู้มีอำนาจ” คือ..ผู้ก่อฯ นี่แหละ..สัจธรรมโลกแห่งความจริง เส้นทางชีวิตข้าราชการ..OO

ปีนี้..“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” บรรดา“สีกากีน้อยใหญ่” หลายพันนาย ถอดเครื่องแบบ อำลาชีวิตราชการ“ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ไล่ตั้งแต่ “พล.ต.อ.-ชั้นประทวน” นี่..ยังไม่นับรวม สมัครใจ “เออรีรีไทร์” นำทีม “พล.ต.ท.-ชั้นผู้น้อย” ด้วย..เหตุผลนานัปการ ปิดฉาก..ชีวิตราชการเปิดทาง..“รุ่นน้อง” สู่จุดหมายสูงสุด..OO

เก่าไป-ใหม่มา..“ทัพสีกากี”พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี ส่งไม้ต่อ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.นั่งเก้าอี้ “ผบ.ตร.คนที่ 13” บริหารจัดการ “องค์กร-หน่วยงาน” บำบัดทุกข์-บำรุงสุข “ประชาชน” ผ่านฉลุย ยุค..อำนาจเปลี่ยนมือ จาก “น้องเล็ก”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สู่ “พี่ใหญ่”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการ “นายกรัฐมนตรี”ประทับตราผ่าน ไร้แรงกระเพื่อม..OO

ยกสอง..แท็กทีม คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ต้าน “อำนาจนอกรั้ว”เขย่าโผแต่งตั้ง “บัญชีเก่า”เจรจาต่อรองได้สำเร็จ ปรับเปลี่ยนเล็กน้อย..ยึดบัญชีเก่า ที่ถกไว้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก่อนศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี”..OO

ทางสว่าง..ขยับ “เครือข่าย-คนใกล้ชิด” ดัน พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้ช่วย ผบ.ตร.นั่งเก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” ปูทางสู่..บัลลังก์เก้าอี้สูงสุด ประคับประคอง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 พ่ายอำนาจการเมืองเบียดตกเก้าอี้ โยกข้ามห้วยนั่งเก้าอี้ ผบช.น.ดูแล “คนเมืองหลวง” เล่นเอา..บรรดากูรูหน้าแหก..OO

ตอบแทนคุณงามความดี..ขยับ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผบช.รร.นรต.ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.เปิดทาง พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ รอง ผบช.น.หัวหน้าสำนักงาน ผบ.ตร.เสียบเก้าอี้แทน โยก พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ส.นั่งเก้าอี้ ผบช.ภ.8 ยอม“กลืนน้ำลายตัวเอง” แหก“กฎเหล็ก” เปิดทาง พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก.เลื่อนนั่งตำแหน่ง “จเรตำรวจ” โยก พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.ภ. 8 ข้ามห้วยนั่งเก้าอี้ รอง ผบช.สตม.ถิ่นเก่า..OO

เสริมทัพ..“แม่ทัพนครบาล”คนใหม่ ขยับ “ศิษย์รัก” พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น.นั่งเก้าอี้ “รอง ผบช.น.” โยก “ศิษย์เอก”พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 นั่งเก้าอี้แทน กำราบ“โจรเมืองหลวง” หลัง..กำราบวายร้าย “ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก” หัวหด-ก้นขวิด ส่ง พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น.นั่งเก้าอี้ “ผู้นำหน่วย” กำราบโจร แทน..OO

การบ้านชิ้นสุดท้าย..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.มอบหมาย พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร.นำทีม แกะรอยไล่ล่าสางคดีฆ่า “ทนายต้อย”นายมานพ เสถียรเขตต์ อดีต ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ แดดิ้นสิ้นชื่อ ภายในปั้มน้ำมัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง..OO

เจอเบาะแส..“กุญแจสำคัญ” ทั้ง..“กล้องวงจรปิด-ลายนิ้วมือแฝง” สู่การจับกุมตัว นายปิติ นิชรัตน์ “มือลั่นไก” นายนิติพนธ์ ฉ่ำชื่น “คนชี้เป้า-ขับรถพาหนี” นายเสถียร บุญกล้า ลูกจ้าง อบจ.ระยอง คนขับนักการเมืองท้องถิ่น ในข้อหาผู้สนับสนุนฯ..OO

เหลือแค่..เพียง นายชัชชาย ปาตมิตร คนขับรถนายก อบจ.ดัง ในข้อหา“จ้างวานฆ่า” เป็นผู้นำเงิน 8 หมื่นบาท มอบให้ทีมสังหาร.“กุญแจสำคัญ” ใคร..คือ..ไอ้โม่งตัวจริง “ใบสั่งตาย” ถือเป็น..อีกหนึ่งคดีที่ท้าทาย จะกระชากหน้ากาก“ปิดฉากคดี”ได้ทัน ก่อนอำลาชีวิตราชการหรือไม่..OO

เอือดเป็นเรือเกลือ..วีรกรรมฉาว ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ บัวแย้ม ผบ.หมู่ 4 บก.ส.1 ช่วยราชการ กอ.รมน.ภาค 4 (ส่วนหน้า) “ทารุณกรรม”ทหารหญิง รับใช้เยี่ยงทาส ระหว่างทำงานรับใช้ที่บ้านพักเมืองราชบุรี “ผู้เกี่ยวข้อง”โยนกองกันวุ่น ปัดความรับผิดชอบ..OO

หนำซ้ำ..“3 หน่วยงาน” ทั้ง..“ทหาร-ตำรวจ-ส.ว.ผู้ทรงเกียรติ” ชี้แจงคร่ำๆคูๆ จนป่านนี้ ยังไม่รู้แน่ชัด..ใคร“ไฟเขียว”เปิดทางเข้ารับราชการตำรวจ ทั้งที่อายุอานามเกินเกณฑ์..OO

ใครกันหนอ..ใครช่วยเหลือ “ผู้ต้องหา”ช่วยราชการ แต่ไม่ไปทำงาน ใคร..“ไฟเขียว” เปิดทางให้ ทหารหญิงผู้เสียหาย เข้ารับราชการมาเป็นทหารรับใช้ “ตำรวจชั้นประทวน” ทั้งหมดทั้งปวง “ผู้เกี่ยวข้อง”ต่างฝ่ายต่างอมพะนำ ใครต้องรับโทษทัณฑ์ “วีรกรรมฉาว”ครั้งนี้..บ่อนทำลายภาพลักษณ์ “องค์กร-หน่วยงาน”ย่อยยับป่นปี้.. “สังคม”คาใจ มันเป็นอย่างนี้..ได้ไง “บ้านนี้-เมืองนี้”..OO

โชติช่วงชัชวาลย์..พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ช่วงนี้..อะไรก็หยุดไม่อยู่ จัดทัพ..“นายพลสีกากี” รอบนี้ ขยับติดยศ “พล.ต.อ.” นั่งเก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” สดๆร้อนๆ คว้ารางวัล “ศิษย์เก่าดีเด่นสถาบันพระปกเกล้า ประจำปี 2565” จาก นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ด้วยผลงาน บำบัดทุกข์-บำรุงสุข “ประชาชน” ปราบปราม“ขบวนการค้ามนุษย์-ขบวนการคอลเซ็นเตอร์-มาเฟีย-ผู้มีอิทธิพล”..OO

ย้อนอดีต..ปี 2559 รับรางวัล “ต้นแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ปี 2560” รับรางวัล “ข้าราชการดีเด่น-เกียรติยศจักรดาว” ตอบแทนคุณงามความดี นี่..แหละ..ผลของงาน..OO

ไม่เปลี่ยนแปลง..ชาวบ้านร้านตลาด ร้องเรียนมา “สถานบันเทิง-ร้านอาหาร” พื้นที่นนทบุรี เปิดบริการหามรุ่งหามค่ำ ไม่วายเว้น“วันหยุดราชการ” ปล่อย“นักท่องราตรี”มั่วสุมชนแก้ว แต่กลับเล็ดลอดสายตา“สายตรวจ-นักสืบ” ไม่แน่ใจว่า มี“ม่านสีเทา”บังตาหรือป่าว วานผู้รับผิดชอบตรวจสอบที..00

สำเร็จลุล่วง..“16 นายพัน-นายพลสีกากี” สู่..ร่มกาสาวพักตร์ นำทีม พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ-พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช-พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์-พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง-พล.ต.ต.สุเมธ เมฆขจร-พ.ต.อ.วชิรพงษ์ อมราพิทักษ์-พ.ต.อ.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข-พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ-พ.ต.อ.ธวัชชัย ควรจินดาสนอง-พ.ต.อ.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา-พ.ต.อ.สินเลิศ สุขม-พ.ต.อ.ภานุเดช สุขวงศ์-พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์-พ.ต.อ.จิรชาติ เจริญศรี-พ.ต.อ.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา-พ.ต.อ.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ณ อุปสมบท วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-22 กันยาฯนี้..ขออนุโมทนาบุญ ไว้ ณ ที นี้..OO..สวัสดี 


หนึ่งตะวัน พันดาว

ชิ่งหนีป้อม “อนุทิน” ฝันจับมือทักษิณ ปิดสวิตช์ ส.ว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529382

11 ก.ย. 2565

ชิ่งหนีป้อม "อนุทิน" ฝันจับมือทักษิณ ปิดสวิตช์ ส.ว.

รู้ว่า 3 ป.ขาลง “อนุทิน” ชักธงประชาธิปไตยจ๋า ปิดสวิตซ์ ส.ว. ชงสูตรรัฐบาลผสม ไม่มีพรรคลุงป้อม กลเกมเดิมๆ ตามสไตล์ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีหนู คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เหมือนรู้ลุงตู่ไม่รอด “อนุทิน” ชักธงประชาธิปไตยจ๋า ปิดสวิตซ์ ส.ว. ชงหวานสูตรรัฐบาลผสม ไม่มีพรรคลุงป้อม

กลเกมเดิม “อนุทิน” เคยหาเสียงค้าน คสช.สืบทอดอำนาจ ขอเป็นขั้วที่สาม สุดท้ายร่วมกับรัฐบาลลุงตู่ ตามสไตล์ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีหนู

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดประเด็นหนุนกฎหมายปิดสวิตช์ ส.ว. และพยายามอธิบายว่า สมัยที่แล้ว เหตุใดจึงเข้าจับมือพรรคพลังประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี

สืบเนื่องพรรคฝ่ายค้านเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปิดสวิตช์ ส.ว. ไม่ให้มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ โหวตเห็นชอบกับร่างแก้ไขทั้ง 4 ฉบับ

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล มีพรรคพลังประชารัฐ เพียงพรรคเดียวที่ไม่เห็นชอบร่วมกับ ส.ว.ส่วนใหญ่ เพราะเสียง ส.ว. 250 เสียง ยังเป็นแต้มต่อให้ พปชร. สำหรับการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า

เหนืออื่นใด แกนนำค่ายสีน้ำเงินยังฝันไปถึงการปิดสวิตช์ ส.ว. ด้วยรัฐบาลผสมสูตร 375 เสียง จาก 4 พรรคคือ เพื่อไทย,ภูมิใจไทย,ก้าวไกล และประชาธิปัตย์

‘หนูชิ่งทิ้งเพื่อน’

ปม 8 ปีนายกฯ บนสถานการณ์ลูกผีลูกคน “อนุทิน” ฉวยจังหวะกระโดดขึ้นรถไฟสายปิดสวิตช์ ส.ว. เปิดเกมรุกใส่ พปชร.ทันที

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึงฉากทัศน์การเมืองหลังการเลือกตั้งสมัยหน้าว่า “..หากคนหนึ่งมีเสียงหนุนจาก ส.ส.แล้วกว่า 250 เสียง แต่ ส.ว. ไปเลือกอีกคนหนึ่งจนได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ที่มีเสียง ส.ส.สนับสนุนน้อยกว่า นายกรัฐมนตรีคนนั้น จะเป็นคนที่น่าสงสารมากที่สุดในโลก ซึ่งเชื่อว่ามันจะไม่เกิดขึ้น เพราะเวลาปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่ต่างจากไก่ที่ถูกโยนลงบ่อจระเข้”

เนวิน และเสี่ยหนู พลิกเกมขอไปต่อกับทักษิณเนวิน และเสี่ยหนู พลิกเกมขอไปต่อกับทักษิณ

ว่ากันว่า สาเหตุที่เสี่ยหนูต้องเล่นบทนักประชาธิปไตยจ๋า เพราะก่อนหน้านี้ ทักษิณตะโกนผ่านแคร์คลับเฮาส์ว่า “อย่าไปเชื่ออนุทิน ตอนแรกก็บอกว่าจะไม่เลือกประยุทธ์ ตอนหลังเป็นไงล่ะ..ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

บวกกับประเมินสถานการณ์ปม 8 ปีนายกฯ ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ไปต่อหรือไม่ ย่อมไม่เป็นผลดีแก่พรรคร่วมรัฐบาล เรตติ้งลุงตู่ร่วงหนัก ฉะนั้น ภูมิใจไทยจึงต้องเลือกแสดงบทนักประชาธิปไตย

แม้พรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจจะทำให้ ส.ส.ส่วนใหญ่จะมีใจบันดาลแรง แต่ก็คงไม่อยากแบกลุงตู่ไปหาเสียง

ลึกๆ คนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรกลับมั่นใจว่า หลังเลือกตั้ง พปชร. มี ส.ว. 250 เสียงเป็นกองหนุน พรรคไหนจะตั้งรัฐบาลก็ต้องมาคุยกับลุงป้อม

‘หนูดิ้นได้’

อนุทิน” ต้องเร่งอธิบายความเรื่องสมัยที่แล้ว ตอนหาเสียงบอกค้านการสืบทอดอำนาจ คสช. พอเลือกตั้งเสร็จกลับไปหนุน พล.อ.ประยุทธ์

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอ้างว่า เบื้องแรกก็รอพรรคเพื่อไทยรวมเสียงแล้ว แต่ไม่ได้เกินกว่า 375 เสียง กลัวบ้านเมืองวุ่นวาย จึงเข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ

ถ้าจำกันได้ ระหว่างที่ คสช.ครองอำนาจ อนุทินได้เดินสายสร้างเครือข่ายการเมืองทั่วประเทศ และปรับท่วงทำนองพรรคภูมิใจไทยให้เป็นเดินทางสายกลาง

“คนที่จะเชื่อมสองขั้วคือคนกลาง พรรคคือคนกลางทางการเมือง พรรคไม่ใช่คู่ขัดเเย้งเเละพร้อมโน้มน้าวทุกฝ่ายให้เห็นประโยชน์ของประเทศ” นี่คือคำพูดของเสี่ยหนู ปี 2562

เกจิการเมืองประเมินท่าทีของพรรคภูมิใจไทยว่า เสี่ยหนูก็ไม่ทิ้งลายเดิมเหมือนชื่อหนังสืออัตชีวประวัติส่วนตัวเรื่อง “มีรู..มีหนู” ที่มีความหมายว่า “ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีอนุทิน”

แก้ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” สไตล์ “ชัชชาติ” ชัดเจนเป็นแบบนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/529373

11 ก.ย. 2565

แก้ "น้ำท่วมกรุงเทพฯ" สไตล์ "ชัชชาติ" ชัดเจนเป็นแบบนี้

ทำไมปี65 “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” ทั้งที่ไม่มีน้ำเหนือ มีแต่น้ำฝน ฤาผู้ว่าฯกทม. ยังหลงอยู่กับ 1.3 ล้านเสียง คนอวยรอบข้าง ทำให้คนไทยได้เห็นภาพการแก้ปัญหา น้ำท่วม สไตล์ “ชัชชาติ” เป็นแบบนี้

จาก 60 วัน( 24 กรกฎาคม 2565) ถึงประมาณ 100 วัน (11 กันยายน 2565) ได้เคยเขียนไว้เมื่อครบ 2 เดือน จากการบริหารในตำแหน่ง“ผู้ว่าหนังกลางแปลง” วิธีการทำงาน นับวันยิ่งแจ่มชัด ว่า วิธีบริหารจัดการ“ล้มเหลว”อย่างสิ้นเชิง ทั้งในแง่ของ การวางแผน..การประสานงานผู้เกี่ยวข้อง…การบริหารงาน และที่สำคัญคือ“ภาวะผู้นำ”ในการสั่งงานและการแก้ปัญหา“ความจริงคือความจริง” ไร้คำอธิบายเมื่อเห็นภาพ “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” รอระบาย นานผิดวิสัย หากเป็นคนอื่นโดน“ถล่มจมเละ”

แต่ยุคนี้ ทีมอวยบอกมันเป็นเรื่อง“ธรรมชาติ”ซึ่งก็แปลกดี แทนที่จะช่วยกันชี้แนะ ช่วยแก้ปัญหา แต่“อวย”ไม่เลิก และชอบจริงๆคือ“เซลฟี่”ไม่ว่าทำอะไรที่ไหน “แม้แต่เข็นรถช่วยชาวบ้านตอนน้ำท่วม”แล้วยังโชว์ว่าฉัน“แข็งแรงแกร่งที่สุดในปฐพี”

นี่หรือบทบาทผู้ว่ากทม. ที่จบนอก MIT ด้านวิศวะ หากจะเข็นรถไม่ต้องจบ MIT ก็เป็นได้ เคยเขียนมาหลังจากทำงาน 2 เดือนแล้ว..ว่าการจัดลำดับความสำคัญของงานเป็นเรื่องสำคัญ ของนักบริหาร อะไรเร่งด่วน ควรทำ และอะไรที่ควรให้เจ้าหน้าที่เขาทำไป เช่น“ฉายหนังกลางแปลง”

แก้ "น้ำท่วมกรุงเทพฯ" สไตล์ "ชัชชาติ" ชัดเจนเป็นแบบนี้

แต่ทุกอย่างจวบจนประมาณ 100 วันในวันนี้ (11 ก.ย.2565) ยังหลงอยู่กับ 1.3 ล้านเสียง และคนอวยรอบข้าง ทำให้ชาว กทม. และคนที่ไม่ได้เป็นชาว กทม. เมื่อจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปทำธุระที่ กทม.เดือดร้อนแสนสาหัส ทั้งเรื่องการเดินทาง ความเสียหายแก่ทรัพย์สิน บ้านเรือนและที่สำคัญเสีย“สุขภาพจิตเป็นอย่างยิ่ง”

ก่อนเลือกตั้ง “ชัชชาติ  สิทธิพันธ์ุ” บอกว่าศึกษางาน กรุงเทพมหานครมากกว่า 2 ปี ไปโฆษณาหาเสียง“ผมแก้น้ำท่วมได้”และแถมพูด“คำโตๆ”ว่า“ถ้าแก้ไม่ได้ ก็ไม่ควรเป็น”แล้วตอนนี้ ควรเป็นไหม? 

คนเราหากเริ่มต้นด้วยการ“โกหก”บอกว่าสังกัดอิสระและจริงไหม(ดูทีมงาน) แล้วต่อไปจะเกิดอะไรอีกใน กทม.

สงสารชาว กทม.แต่พวก“อวย”ตามโซเชียลปล่อยเขาเถอะ เขามีความสุข เพราะได้อยู่กับ“ธรรมชาติ”รถก็ไม่ติดเพราะ“จอดนิ่ง”ร้อนก็ไม่ร้อน เพราะมีฝนทำให้“ชุ่มฉ่ำ”ช่วงนี้จึงเห็นไม่ค่อยได้วิ่ง แต่ก็น่าจะ“ว่ายน้ำ”ตามถนน และ“เซลฟี่”ให้ได้เห็นกันก็จะเป็นบุญตา 

ท้ายสุดหากทำตาม“สัญญา”ที่ให้ไว้ และไม่เป็นจริง ผู้บริหารระดับสูง และมาจากการเลือกตั้ง น่าจะมีความ“ละอาย”ซึ่งผู้บริหารควรทำอย่างไร ในต่างประเทศเขาทำให้เห็นว่ามี“สปิริต”กัน เพราะถ้าทำงานไม่ได้ ก็คือ“ลาออก”แล้วไปวิ่งทุกเช้าเหมือนเดิม

อย่าลืมว่า ปี2554 น้ำท่วม เพราะรัฐาลบริหารจัดการน้ำไม่ได้ น้ำเหนือ น้ำฝน น้ำทะเลหนุน ไหลมารวม กรุงเทพฯ เกิดน้ำท่วมหนัก แต่รัฐบาลที่มีอำนาจดูแลน้ำทั้งระบบ ทำไมปี2565 น้ำท่วมกรุงเทพฯ ทั้งที่ไม่มีน้ำเหนือ  มีแต่น้ำฝนตก แต่ไม่มีปัญญาระบายน้ำ ไม่เตรียมการใดๆทั้งสิ้น นี่แหละการแก้ไขปัญหา “น้ำท่วมกรุงเทพฯ” สไตล์ ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯกทม.คนที่ 17