บ้านใหญ่ปากน้ำแพ้ “ธนาธร” ปักหมุด ส.ส. มุ่งโค่นอัศวเหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/526231

15 ส.ค. 2565

บ้านใหญ่ปากน้ำแพ้ “ธนาธร” ปักหมุด ส.ส. มุ่งโค่นอัศวเหม

เบื้องหลัง “ธนาธร” ดันตระกูลวีรชาติวัฒนา คว้าเก้าอี้นายกเล็กด่านสำโรง ชนะบ้านใหญ่ปากน้ำ 2 หนซ้อน เป้าหมายปักหมุด ส.ส.โค่นกลุ่มอัศวเหม

เบื้องหลัง “ธนาธร” นำ ไพศาล วีรชาติวัฒนา รักษาเก้าอี้นายกเล็กด่านสำโรง ชนะคู่แข่งบ้านใหญ่อัศวเหม เป็นครั้งที่ 2 

“ธนาธร” ก็รู้ว่า ตระกูลวีรชาติวัฒนา สาย ปชป. มีฐานเสียงแน่นในด่านสำโรง ยอมให้สวมเสื้อสีส้มลงสนามท้องถิ่น หวังปักธงเชิงสัญลักษณ์

ค่ำวันที่ 15 ส.ค.2565 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้แจ้งข่าวดีผ่านเพจคณะก้าวหน้าว่า “ไพศาล วีรชาติวัฒนา จากคณะก้าวหน้า ชนะเลือกตั้งซ่อมนายกเทศมนตรีด่านสำโรง ชนะคู่แข่งจากบ้านใหญ่กว่า 2,000 คะแนน..” 

เนื่องจากมีเลือกตั้งซ่อมนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลด่านสำโรง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ แทนที่ตำแหน่งที่ว่างลง หลัง สมพงษ์ วีรชาติวัฒนา นายก ทต.ด่านสำโรง เสียชีวิตกระทันหัน  ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า ไพศาล วีรชาติวัฒนา คณะก้าวหน้า ได้ 12,521 คะแนน ชนะภรภัทร พูลเจริญ กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ที่ได้ 10,171 คะแนน

ย้อนไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564 สมพงษ์ วีรชาติวัฒนา คณะก้าวหน้า ได้ 12,253 คะแนน ชนะภรภัทร พูลเจริญ กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ได้เป็นนายก ทต.ด่านสำโรง  จากการเลือกตั้ง 2 ครั้ง แสดงว่า ฐานคะแนนของตระกูลวีรชาติวัฒนา มีอยู่ 1.2 หมื่นแต้ม ฝั่งบ้านใหญ่ปากน้ำ ก็มีอยู่ 1 หมื่นกว่าเช่นกัน

จะว่าไปแล้ว ตระกูลวีรชาติพัฒนา กับพูลเจริญ ได้ขับเคี่ยวกันในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ต.ด่านสำโรง มานานนับทศวรรษ   ชัยชนะของสมพงษ์-ไพศาล วีรชาติวัฒนา จึงไม่ใช่ชัยชนะของก้าวหน้าร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะฐานเสียงของตระกูลนี้ สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์มาตั้งแต่ปี 2548 

‘สายพันธุ์ ปชป.’

ตระกูลวีรชาติพัฒนา เล่นการเมืองมาก่อน “ธนาธร” จะทิ้งไทยซัมมิตฯมาลงสนามเลือกตั้งเมื่อปี 2561

หลายคนคงจำ หมวย-สรชา วีรชาติวัฒนา ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาธิปัตย์ คนแรกในรอบ 20 ปี จากการเลือกตั้งซ่อมปี 2552   หมวย-สรชา เป็นน้องสาวของสมพงษ์ และไพศาล วีรชาติพัฒนา เธอกระโดดสมัคร ส.ส.ปากน้ำ ปี 2548 โดยอาศัยฐานเสียงท้องถิ่นของพี่ชาย-สมพงษ์ แต่พ่ายกระแสทักษิณ

ปี 2552 สงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากการยุบพรรคพลังประชาชน จึงมีเลือกตั้งซ่อมเดือน ม.ค.2552 สรชา วีรชาติวัฒนา พรรค ปชป. เอาชนะอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ ภรรยาไพโรจน์ ชนิดหักปากกาเซียน

การเลือกตั้งปี 2554 และ 2562 หมวย สรชา ลงสนามอีก ในสีเสื้อ ปชป. แต่ก็แพ้ทั้งสองครั้ง เดือน เม.ย.2565 สรชา ได้ลาออกจากพรรค ปชป. โดยให้เหตุผลว่าพรรคไม่สามารถจัดการปัญหาอื้อฉาวภายในคณะกรรมการบริหารพรรคได้

‘บ้านใหญ่ด่านสำโรง’

เป้าหมายของ “ธนาธร” ไม่ใช่แค่เทศบาลด่านสำโรง หากมองไกลไปถึงสนามเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรปราการ ซึ่งการเอาชนะบ้านใหญ่ปากน้ำได้ถึง 2 ครั้ง นับว่าเป็นก้าวแรกในเจาะ ส.ส.สมุทรปราการ เขต 3

ปัจจุบัน เขต 3 อ.เมืองสมุทรปราการ (เฉพาะตำบลบางเมืองใหม่ ตำบลเทพารักษ์ และตำบลสำโรงเหนือ) มี ส.ส.ชื่อ ภริม พูลเจริญ พรรคพลังประชารัฐ สายบ้านใหญ่อัศวเหม   ส.ส.ภริม เป็นลูกสาวของศุภัช พูลเจริญ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลด่านสำโรง และภรภัทร พูลเจริญ อดีตผู้สมัครนายก ทต.ด่านสำโรง  ก่อนหน้าที่ภริม จะลงสมัคร ส.ส.สมัยที่แล้ว เธอดำรงตำแหน่ง ส.อบจ.สมุทรปราการ มาแล้ว 2 สมัย 

ภรภัทร พูลเจริญ และ ส.ส.ภริม พูลเจริญ ภรภัทร พูลเจริญ และ ส.ส.ภริม พูลเจริญ

ศุภัช พูลเจริญ อดีตนายก ทต.ด่านสำโรง บิดา ส.ส.ภริม เป็นนักการเมืองสายบ้านใหญ่อัศวเหม เพิ่งเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งในงานศพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เดินทางมาเป็นประธานทั้งงานสวดอภิธรรมและฌาปนกิจที่วัดด่านสำโรง

การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยที่แล้ว เขต 3 ปากน้ำ ภริม พูลเจริญ ได้ 29,424 คะแนน ส่วน สรชา วีรชาติวัฒนา ในนาม ปชป. ได้ 10,121 คะแนน แต่ที่น่าสนใจ ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ ได้ 23,235 คะแนน

ฉะนั้น สมัยหน้าหากหมวย สรชา ลงสนามในนามก้าวไกลจริง ก็จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ ส.ส.ภริม ตัวแทนบ้านใหญ่อัศวเหม

“หิน-เด่น-รอย” ใครจะเข้าวิน นั่งเก้าอี้ “แม่ทัพสีกากี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/526171

หนึ่งตะวัน พันดาว

15 ส.ค. 2565

"หิน-เด่น-รอย" ใครจะเข้าวิน นั่งเก้าอี้ "แม่ทัพสีกากี"

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

ลั่นระฆัง..ส่งสัญญาณ ได้เวลา เลือกเฟ้น “ผบ.ตร.คนที่ 13” แทน “แม่ทัพใหญ่สีกากี” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่เกษียณราชการ 30 กันยาฯนี้ ใครจะรับไม้ต่อ ระหว่าง “3 คาดิเดท” พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์-พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. ..OO

สยบ..เสียงเล่า-เสียงลือ ณ เวลานี้ “บิ๊กเด่น”เต็งจ๋า ไร้ราคาคู่แข่งขัน หากไม่มีรายการพลิกพลัน ไม่สัปดาห์นี้..ก้อ..สัปดาห์หน้า.. “พิทักษ์ 1” หยิบชื่อเสนอ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ประทับตราผ่านบนตำแหน่ง “เจ้าสำนักปทุมวัน” คนต่อไป..OO

เต็งจ๋า..นอนมา เก้าอี้ “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง  “3 ผู้ช่วย ผบ.ตร.”พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ได้โควตาอาวุโส พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล-พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ได้ไฟเขียว ประทับตราผ่านตีตราจอง “เก้าอี้ตัวสุดท้าย” ชิงดำระหว่าง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล กับ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข “คนหลัง”ภาษีดีกว่า ได้พลังขับเคลื่อนหลายสาย..OO

พลัน..“คลื่นลมสงบ” ผบ.ปั๊ดไม่รอช้า นั่งหัวโต๊ะบอร์ดกลั่นกรอง เรียก “ผู้บัญชาการ” หน่วยต่างๆ ให้ข้อมูลประกอบการพิจรณาคัดเลือก แต่งตั้งนายพลตำรวจระดับ “ผู้บังคับการ” ขึ้นไป วาระประจำปี 2565 “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” 6 ตำแหน่ง “ผบช.” 13 ตำแหน่ง “รอง ผบช.” 36 ตำแหน่ง และ “ผบก.” 77 ตำแหน่ง ยึดหลัก “ความรู้-ความสามารถ-ความเหมาะสม”..OO

ไม่ง่าย..เหมือนคิด “จัดทัพสีกากี” คราใด ไม่รู้..กี่ยุค..กี่สมัย หนีไม่พ้น..“นักการเมือง-ผู้มีอำนาจ” แทรกแซง-ล้วงลูก อยู่ร่ำไป ยุคนี้..ก้อ..ไม่ผิดแผกแตกต่าง ยิ่ง..กระแส“การเมืองร้อนแรง” รอวันแตกหัก หนีไม่พ้น “อำนาจนอกรั้ว” จัดวาง “นายพลสีกากี” คนของตน หวัง..ได้เปรียบทางการเมือง ใกล้เดดไลน์ฤดูกาลเลือกตั้ง..OO

เพียงแค่..“ระฆังโหมโรง” จัดทัพ “นายพลสีกากี” ตั๋วเส้น-ตั๋วฝาก “นักการเมือง-ผู้มีอำนาจ” ตีตราจอง“ตำแหน่ง-เก้าอี้”บานเบอะ คำว่า..“ความรู้-ความสามารถ-ความเหมาะสม” ดูเหมือน..แค่วาทกรรม “คนทำงาน” ไร้เส้น ส่อเค้า..ชวดสิทธิจาก “เส้นสายนักการเมือง” แทรกแซง-ล้วงลูก อีหรอบเดิม..OO

ตีตราจอง..เก้าอี้ “แม่ทัพ” ไม่ใช่แค่..เก้าอี้ “แม่ทัพภูธรภาค 8” แทน พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ที่เกษียณราชการ บรรดา “นายพลสีกากี” ต่างจับจองแย่งชิ้นปลามัน เก้าอี้ “แม่ทัพหลัก-อาร์มสวย” หมายปองช่วงชิงไม่แพ้กัน..OO

ส่อเค้า..“เก้าอี้สั่นคลอน” ตำแหน่ง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง แม่ทัพภูธรภาค 2 เสียงเล่า-เสียงลือ สายเลือดใหม่ “บ้านใหญ่เมืองชล” ต้องการเปลี่ยนตัวส่ง พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สกพ.คนบ้านเดียวกันเข้าประกวด หลัง..เที่ยวก่อน..ผลักดันนั่งเก้าอี้ “ผู้บัญชาการ”ป้ายแดง ได้สำเร็จ..OO

แปะชื่อ..พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล รอง ผบก.สปพ.หัวหน้าสำนักงาน ผบช.น. ขยับขึ้น “ผบก.สปพ.” หาก พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว เจ้าของเก้าอี้ ขยับขึ้น รอง ผบช.น.เท็จจริงอย่างไร กาลเวลา คือ..เครื่องพิสูจน์..OO

ยกภูเขาออกจากอก..ผลสอบ “4 บิ๊กตำรวจ” คดีมรณกรรม “แตงโม-นิดา” ภัทรธิดา พัช รวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตเสียชีวิต กลางลำน้ำเจ้าพระยา สรุปผลสอบ พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอมีมูลความผิดวินัย พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.นนทบุรี มีมูลความ“ผิดวินัยไม่ร้ายแรง” ในฐานะผู้บังคับบัญชาไม่กำกับ ดูแล ตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหา ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ก่อนนำออกเผยแพร่..OO

คนสุดท้าย..พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เฉกเช่นเดียวกัน ในหัวหน้าพนักงานสอบสวน ในการเก็บรักษาของกลาง ส่วน..ประเด็นอื่นๆ ในชั้นนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จบข่าว..OO

ปลูกฝัง..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เจียดเวลาไปบรรยายพิเศษ แก่“นักเรียนนายร้อยตำรวจ” ชั้นปี 1-4 เทียบเท่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 76-79 จำนวน 806 นาย ในหัวข้อ “การรับราชการตำรวจอย่างมีคุณค่า” ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ..OO

เสมือน..“พี่สอนน้อง” ฝากข้อคิด อยากจะเจริญก้าวหน้า ต้องหาเรื่องยากๆ ทำ อย่าทำเรื่องง่ายๆ ทุกการเดินทางในแต่ละช่วงชีวิต มีบทเรียนให้เราเรียนรู้เสมอ ชีวิตขึ้นต้นมาเรื่องหนึ่ง เราไม่รู้ตอนลงท้ายเป็นอย่างไร อย่าไปตั้งเป้า“ยศถาบรรดาศักดิ์” หรือตำแหน่ง เด็กบางคนมีเป้าหมายมีฐานะ ติดยศเร็ว คิดแบบไหนก็ไม่มีใครผิด แล้วแต่จริตของแต่ละคน..OO

สุดท้าย..เราเลือกงานไม่ได้ เลือกผู้บังคับบัญชาไม่ได้ หากเลือกได้ เลือกให้ดี เลือกให้ถูก สิ่งสำคัญคือ เราเลือกได้เสมอ คือเลือกว่าจะทำตัวอย่างไร ท่ามกลางปัจจัยที่เราควบคุมได้ และควบคุมไม่ได้ ทำอะไรที่มอบหมายให้ดีที่สุด มีสติ คิดให้ครบถ้วน..OO

สิ่งสำคัญ..อย่าทำตัวเป็น“น้ำเต็มแก้ว” ต้องปรับตัวเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลาดเวลา พยายามอย่าอยู่เฉย อย่าอยู่นิ่ง อย่าเป็นเป้านิ่ง ปรับตัวเรียนรู้ มีเท่าไหร่ใส่ไปให้เต็ม ชีวิตเขาอาจวาดให้เป็นอะไรก็แล้วแต่ ทำให้สมบูรณ์ ทำให้เท่ เราอาจไม่ได้รับตำแหน่งสูงสุด ไม่ได้แปลว่าล้มเหลว ทำงานงานสำเร็จแต่ละวันถือว่าเป็นความสำเร็จแล้ว การมีชีวิตครอบครัวที่ดี ก็คือความสำเร็จเช่นกัน นี่..ข้อคิดตำรวจรุ่นพี่“ปลูกฝังตำรวจรุ่นน้อง”..OO

ไม่สะดุดหยุดนิ่ง..พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4 ผนึกกำลัง พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ อำมาตย์โยธิน รอง ผบก.ปส.4 เดินหน้า ขุดราก-ถอนโค่น “ขบวนการค้ายาเสพติด”ล็อกตัว นายอิมรอม หรือลัน สนิ ชาวภูเก็ต ขณะลำเลียงยาไอซ์หนัก 100 กิโลกรัม คาด่านตรวจความมั่นคง เกาะหม้อแกง ต.ท่ากำชำ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ผลพ่วงขยายผลจับเครือข่ายยาเสพติดก่อนหน้านี้ เห็นแล้ว..ปลื้มแทน พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส.ได้ลูกน้องดีมีชัยไปกว่าครึ่ง..OO

ห่วงใย..สุขภาพ “ประชาชน” พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ.บัญชาการพ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 ปคบ.ร่วมกับ นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการ อย.บุกทลายโกดังในพื้นที่ จ.นนทบุรี-นครปฐม หลังสืบทราบเป็น แหล่งผลิตและจำหน่าย“ชุดตรวจโควิด-19” ไร้มาตรฐาน ฉวยโอกาส“ซ้ำเติมประชาชน” ท่ามวิกฤตการณ์ไข้หวัดมรณะ ยึดของกลางหลายหมื่นชิ้น หยุดยั้ง “นายทุน” ขาดจิตสำนึกได้เปาะหนึ่ง..OO

ทุกข์ชาวบ้าน…ผู้ใช้รถใช้ถนน “คนเมืองกรุง” ไหนต้องผจญปัญหารถติด ตั้งแต่ “เช้ายันค่ำ” ดึกดื่นไม่วายเจอวิกฤตจราจรบนรัชดาฯ ใกล้แยกเทียมร่วมมิตร เหตุ..เจ้าหน้าที่ซ่อมแซมขุดเจาะถนน แต่ไม่รู้..เพราะเหตุใด..กลับไร้เงา “ผู้รับผิดชอบ” บริหารจัดการ..OO

ผิดกับ..“สายตรวจ” ขยันขันแข็งตั้งด่าน “เป่า-ตรวจฉี่” คืนหนึ่งย้ายจุด 2-3 แห่ง บางวัน ลากยาวยันสว่าง ถ้า..“หัวปิงปอง”ผู้รับผิดชอบ ขยันขันแข็ง เหมือน “สายตรวจ” น่าจะดี “ชาวบ้าน-ชาวช่อง” อนุโมทนา สาธุ..OO

ตบท้ายข่าวเศร้า..พ.ต.อ.วิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์ ผกก.เพชรเกษม สูญเสียคุณแม่สุเทพ วัฒนพงษ์พิทักษ์ ตั้งศพสวดอภิธรรม ณ ศาลา 1 วัดสุทธจินดา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง นครราชสีมา ถึงวันที่ 15 สิงหาฯ รุ่งขึ้นพระราชทานเพลิงศพ เวลา 15.00 น.ญาติสนิท มิตรสหาย สามารถร่วมทำบุญได้ที่ธนาคารกรุงไทย บัญชีเลขที่ 0971204489 ชื่อบัญชี วิสิษฐ์ วัฒนพงษ์พิทักษ์..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

แลนด์สไลด์ “อุ๊งอิ๊ง” นำชัย ไข่มุกนั่งนายก อบจ.กาฬสินธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/526166

15 ส.ค. 2565

แลนด์สไลด์ "อุ๊งอิ๊ง" นำชัย ไข่มุกนั่งนายก อบจ.กาฬสินธุ์

อิทธิฤทธิ์ “อุ๊งอิ๊ง” นำชัย ไข่มุก เฉลิมขวัญ ชนะคู่แข่งถล่มทลายเข้าป้ายนายก อบจ.กาฬสินธุ์ คนเมืองน้ำดำมัดจำแลนด์สไลด์เพื่อไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

แลนด์สไลด์กาฬสินธุ์ “อุ๊งอิ๊ง” นำชัย ไข่มุก เฉลิมขวัญ ชนะคู่แข่งถล่มทลายเข้าป้ายนายก อบจ. เพื่อไทยฉลุย แต่ค่ายพลังประชารัฐ-ภูมิใจไทยเหนื่อย

 เน้นขายแบรนด์ “อุ๊งอิ๊ง” ชิงกระแสเสื้อแดง ด้วยทีมงานณัฐวุฒิ ใสยเกื้อเดินสายปราศรัย 6 อำเภอ นี่คือปัจจัยชัยชนะของไข่มุก

ภาพของ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ถูกทีมงานของไข่มุก-เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ นำมาใช้ติดแผ่นป้ายหาเสียง เหมือนประกาศว่า ไข่มุกคือตัวแทนเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

โค้งสุดท้าย เฉลิมขวัญออกแคมเปญ เลือกนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ให้ชนะขาด พร้อมมีภาพเฉลิมขวัญคู่กับอุ๊งอิ๊ง

ผลการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เมื่อ 14 ส.ค.2565 ปรากฏว่า ไข่มุก-เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล พรรคเพื่อไทย ชนะชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ โดยมีคะแนนทิ้งห่างชานุวัฒน์หลายหมื่นคะแนน

อนึ่ง ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ปลายปี 2563 ชานุวัฒน์ วรามิตร ได้ 230,475 คะแนน ชนะเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ได้ 198,430 คะแนน

  • ‘ปัจจัยชัยชนะ’

หนที่แล้ว ไม่มี “อุ๊งอิ๊ง” เป็นจุดขาย ไข่มุก เฉลิมขวัญ จึงพ่ายชานุวัฒน์ วรามิตร บ้านใหญ่กมลาไสย

สำหรับชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ของไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นั้นมีหลายเหตุปัจจัย

ประการแรก กระแสอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทำให้ชาวกาฬสินธุ์ตื่นตัวออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

อีกด้านหนึ่ง การเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์ หนนี้ ถูกยกระดับให้เป็นศึก 2 ขั้ว ระหว่างพวกไม่เอาประยุทธ์ กับพวกหนุนประยุทธ์

ประการที่สอง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นำคณะแกนนำ นปช. มาช่วยไข่มุก เฉลิมขวัญ ลุยหาเสียงช่วง 10-11 ส.ค.นี้ เปิดเวทีปราศรัย 6 อำเภอ ซึ่งแต่ละเวที มีคนเสื้อแดงมาร่วมนับพันคน

ทุกเวที เต้น ณัฐวุฒิ ประกาศขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นจากนายกฯ และมีกระแสตอบรับจากคนเสื้อแดงเป็นอย่างดี

ประการที่สาม ทีมเพื่อไทยเมืองกาฬสินธุ์ มีความเป็นเอกภาพ ไม่มี ส.ส.คนไหน กล้าแตกแถว เพราะเห็นภาพอุ๊งอิ๊ง ประกบไข่มุก เฉลิมขวัญ แสดงว่า นายใหญ่เอาจริงเที่ยวนี้

สำหรับ ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย 5 คน ประกอบด้วยบุญรื่น ศรีธเรศ เขต 1 ,วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ เขต 2, คมเดช ไชยศิวามงคล เขต 3 ,พีระเพชร ศิริกุล เขต 4 และประเสริฐ บุญเรือง เขต 5

สมัยหน้า กาฬสินธุ์ จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 6 คน ก็คาดหมายว่า พรรคเพื่อไทยคงชนะยกจังหวัดอีกครั้ง

  • ‘ภูมิใจไทยเหนื่อย’

ชัยชนะของไข่มุก เฉลิมขวัญ พูดได้ว่านี่คือฉันทามติคนเมืองน้ำดำ ฝากมัดแลนด์สไลด์ให้ “อุ๊งอิ๊ง” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

ไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ชนะขาดไข่มุก เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ชนะขาด

ศึกนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ปลายปี 2563 เสี่ยโด่ง-ชานุวัฒน์ ชนะไข่มุก พรรคเพื่อไทย เพราะได้พันธมิตรการเมืองจากหลายพรรค อาทิ วิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีคมนาคม พรรคภูมิใจไทย, เจ๊นาง วันเพ็ญ เศรษฐรักษา พรรคไทยสร้างไทย, จำลอง ภูนวนทา พรรคสร้างอนาคตไทย , นิพนธ์ ศรีธเรศ พรรคพลังประชารัฐ และเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง พรรคพลังท้องถิ่นไท

นัยว่า พันธมิตรเสี่ยโด่งบางคนถอนตัว เพราะย้ายออกจากภูมิใจไทยไปสังกัดพรรคใหม่ ที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่กล้าขยับ เกรงชาวบ้านต่อต้าน

สรุปว่า การเลือกตั้งซ่อมหนนี้ เสี่ยโด่ง ฝ่ากระแสอุ๊งอิ๊ง และเพื่อไทยแลนด์สไลด์ไม่ไหว ยิ่งมีเสี่ยเต้น ณัฐวุฒิ มาเดินสายปราศรัย ก็ยิ่งตอกย้ำแดงทั้งแผ่นดิน

อนาคต เสี่ยโด่ง ชานุวัฒน์ จะลุยการเมืองสนามใหญ่ต่ออีกหรือไม่ เพราะเลือกตั้งปี 2562 เสี่ยโด่ง ลงสนาม ส.ส.ในสีเสื้อพลังประชารัฐ โดยการประสานงานของ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร สายตรงบ้านป่ารอยต่อ แต่เสี่ยโด่งสอบตก ได้แค่ 1.6 หมื่นแต้ม

ความพ่ายแพ้ของเสี่ยโด่ง ยังส่งผลสะเทือนถึงเสี่ยหมู วิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีคมนาคม พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกุนซือใหญ่ของเสี่ยโด่ง คงหนาวสะท้านไปทั้งพรรคเป็นแน่

สิ้นเสาไฟฟ้า “อนุทิน” ดันบ้านใหญ่ ชิงที่มั่นอันดามัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/526163

14 ส.ค. 2565

สิ้นเสาไฟฟ้า "อนุทิน" ดันบ้านใหญ่ ชิงที่มั่นอันดามัน

ปักษ์ใต้เปลี่ยน “อนุทิน” จัดทัพบ้านใหญ่ ชิง 15 ที่นั่ง ฝั่งอันดามัน ปชป.ปรับขบวน จัดทัพเลือดใหม่สู้ศึกสมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ปักษ์ใต้เปลี่ยน “อนุทิน” รุกสมรภูมิอันดามัน จากสตูลยันระนอง ปชป.ปรับขบวน จัดทัพเลือดใหม่สู้ศึกสมัยหน้า

สิ้นยุคเสาไฟฟ้า “อนุทิน” เปิดเกมเจาะสตูล-กระบี่-ระนอง ได้ 4 ที่นั่ง ส่งผลสะเทือนถึงแชมป์ผูกขาดหลายสมัย

การเคลื่อนไหวของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ และพังงา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สร้างความสั่นไหวทางการเมืองในภาคใต้พอสมควร

ขณะเดียวกัน จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้เข้าร่วมงานรวมพลัง 30 เลือดใหม่ ทวงปักษ์ใต้คืน ที่ สำนักงาน ส.ส.เดชอิศม์ ขาวทอง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

ทั้งพรรค ปชป.ต่างได้ข้อสรุปว่า การเมืองปักษ์ใต้หมดยุคเสาไฟฟ้าแล้ว จึงได้คัดสรรเลือดใหม่ลงสนาม แทนอดีต ส.ส.หลายสมัย

ทำนองเดียวกัน ภูมิใจไทยที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “บ้านใหญ่” เอาชนะเสาไฟฟ้าได้ จากการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว

  • ‘ตรวจแนวรบอันดามัน’

สำหรับสมรภูมิชายฝั่งอันดามัน ในการเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทย สามารถเจาะฐาน ปชป. ได้ 4 ที่นั่ง

ภูเก็ต 2 ที่นั่ง ตกเป็นของพลังประชารัฐ เขต 1 สุทา ประทีป ณ ถลาง และเขต 2 นัทธี ถิ่นสาคู

สมัยหน้า ภูเก็ต ส.ส.เพิ่มเป็น 3 ที่นั่ง ปชป.เตรียมส่ง กวี ตันสุคตานนท์ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลภูเก็ต ลงเขต 1 และชัยยศ ปัญญาไวย ประธานสภาทนายความ จังหวัดภูเก็ต ลงเขต 2

ส่วนภูมิใจไทย เตรียมจะส่ง เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ อดีต ส.ส.ภูเก็ต ปชป. ลงเขต 3

พังงา 1 ที่นั่ง กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ปชป.

เลือกตั้งครั้งใหม่ พังงา มี 2 เขต ภูมิใจไทย เปิดตัวเขต 1 อรรถพล ไตรศรี อดีต ส.อบจ.พังงา เขต อ.ตะกั่วทุ่ง และเขต 2 อำนาจ ดำรงพิทยากุล ส.อบจ.พังงา เขต อ.ตะกั่วป่า

ส่วน ปชป. ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ยังไม่ลงตัว จึงมีเพียง ส.ส.กันตวรรณ เป็นตัวยืนที่เขต 1

สตูล 2 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย เขต 1 พิบูลย์ รัชกิจประการ และเขต 2 วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์

สมัยหน้า ปชป. ส่ง ซอบรี หมัดหมัน ปลัดอำเภอเมืองสตูล ลงเขต 1 และเกตุชาติ เกษา อดีตกำนัน ต.ละงู อ.ละงู ลงเขต 2

กระบี่ 2 ที่นั่ง เขต 1 สาคร เกี่ยวข้อง ปชป. และสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ภูมิใจไทย

ครั้งหน้า กระบี่เพิ่มเป็น 3 ที่นั่ง ภูมิใจไทย เปิดตัวเขต 1 กิตติ กิตติธรกุล ,เขต 2 ถิรเดช ตั้งมั่น ก่อกิจ และเขต 3 สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่

ปชป.ส่งเขต 1 ธนวัช ภูเก้าล้วน , เขต 2 สาคร เกี่ยวข้อง และเขต 3 พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล

ตรัง 3 ที่นั่ง เขต 1 นิพันธ์ ศิริธร พลังประชารัฐ, เขต 2 สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ปชป. และเขต 3 สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ปชป.

สมัยหน้า ตรัง ส.ส.เพิ่มเป็น 4 ที่นั่ง ปชป. ส่ง นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น ลงเขต 1 แต่ที่เขต 4 ยังมีปัญหาไม่ลงตัว ส่วนภูมิใจไทย เปิดตัว ดิษฐ์ธนิน(เอก) ภาคย์อิชย์ ที่เขต 4 ไปแล้ว

ระนอง 1 ที่นั่ง คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ภูมิใจไทย

ปลายปีที่แล้ว ปชป.เปิดตัว ดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระนอง แทนวิรัช ร่มเย็น อดีตผู้สมัคร ส.ส.หลายสมัย

เสี่ยหนู เล่นใหญ่ที่งานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พังงาเสี่ยหนู เล่นใหญ่ที่งานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พังงา

  • ‘ศักดิ์ศรีอู๊ดด้า’

อนุทิน” เล่นใหญ่ที่สนามพังงา ทั้งตีฉาบ และฉีกสคริปต์บนเวทีเอาใจชาวบ้าน ในวันเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พังงา เหมือนจะรู้ว่า เป็นบ้านเกิดจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

จริงๆแล้ว โกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้ร่วมกับ ธราธิป ทองเจิม นายก อบจ.พังงา ได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พังงา ไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2564

เขต 1 โกชัย-อรรถพล ไตรศรี อดีต ส.อบจ.พังงาน เขต อ.ตะกั่วทุ่ง และอดีตรองนายก อบจ.พังงาหลายสมัย

ปลายปี 2563 โกชัยเป็นกุนซือให้ ธราธิป ทองเจิม ล้มแชมป์เก่า โกหลี่- บำรุง ปิยนามวาณิช อดีตนายก อบจ.พังงา คนสนิทจุรินทร์ ขึ้นเป็นนายก อบจ.พังงา

เขต 2 โกนาจ-อำนาจ ดำรงพิทยากุล ส.อบจ.พังงา เขต อ.ตะกั่วป่า ซึ่งเป็นทีมงานของนายกฯ ธราธิป ทองเจิม

การเลือกตั้งสมัยหน้า ถ้าสนามพังงา ปชป.พลาดท่าให้ภูมิใจไทย แม้แต่เขตเดียว รับประกันว่า งานนี้สะเทือนถึงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป.แน่

สนามกระบี่เดือด!! เปิดศึก 4 ตระกูลดัง ถือหางคนละข้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/526152

นายหัวไทร

14 ส.ค. 2565

สนามกระบี่เดือด!! เปิดศึก 4 ตระกูลดัง ถือหางคนละข้าง

สนามกระบี่เดือด “ปชป.-ภท.” เปิดศึก 4 ตระกูลดังถือหางคนละข้าง เกี่ยวข้อง-ภูเก้าล้วน-กิตติธรกุล-เอ่งฉ้วน เจาะประเด็นร้อน โดย นายหัวไทร

58 ที่นั่งของภาคใต้ หลายพรรคการเมืองจดจ้องจองเก้าอี้ ทั่งรักษาฐานเดิม และขยายฐานจากเดิมที่มีอยู่แล้ว ฐานเดิมประชาธิปัตย์เคยยึดครองมาเกือบทั้งภาคมาแล้ว แต่การเลือกตั้งปี 2562 มีพรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย เข้ามาเบียดแทรก เจาะฐานประชาธิปัตย์ไปบางเขต เช่น ที่สงขลา พัทลุง สตูล หรือกระบี่ เป็นต้น

พรรคภูมิใจไทยฮึกเหิมหนัก หมายมั่นปั้นมือว่า จะต้องได้ ส.ส.มากกว่าเดิม ตีความได้ว่าเป็นการรุกเข้าไปในฐานของประชาธิปัตย์นั้นเอง และหรือรุกฆาตเข้าไปยังพื้นที่ของพลังประชารัฐที่กำลังอยู่ในภาวะอ่อนกำลัง คะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่อยู่มานานร่วม 8 ปี ก็เริ่มถดถอย

เมื่อวันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม 2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และโกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ นำทัพหลวง หิ้วแม่ทัพใต้ ยกทีมไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ทั้ง 3 เขต ที่ลานพระอาทิตย์ อบจ.กระบี่

การเลือกตั้งปี 2562 กระบี่ มี ส.ส. 2 คนคือ เขต 1 สาคร เกี่ยวข้อง พรรค ปชป. ส่วนเขต 2 สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย สมัยหน้า กระบี่ จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 3 คน พรรคภูมิใจไทย ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้เรียบร้อยแล้ว

พรรคภูมิใจไทย วางตัวผู้สมัคร ส.ส. กระบี่ ในการเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคภูมิใจไทย วางตัวผู้สมัคร ส.ส. กระบี่ ในการเลือกตั้งสมัยหน้า

เขต 1 โกหนึ่ง-กิตติ กิตติธรกุล เลขานุการนายก อบจ.กระบี่, เขต 2 สจ.ม้อ-ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ อดีต ส.อบจ.กระบี่ เขต อ.อ่าวลึก และเขต 3 โกสุทธิ์-สฤษฏพงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ โดยมีท่านขุน เอ่งฉ้วน รองนายกฯอบจ.กระบี่ เป็น สส.บัญชีรายชื่อ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ไว้แล้วเช่นกัน ได้แก่เขต 1 โกเคี่ยง ธนวัช ภูเก้าล้วน ลูกชายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่, เขต 2 สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และเขต 3 พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกสาวพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล

แม่ทัพตัวจริงของภูมิใจไทย เมืองกระบี่คือ โกหงวน- สมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ 7 สมัย สหายร่วมรบของเนวิน ชิดชอบ

หนที่แล้ว โกหงวน ตั้งเป้าปั้น สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นหัวหอกในการเจาะฐานเสียง ปชป. และโกสุทธิ์ทำได้สำเร็จ เอาชนะสุชีน เอ่งฉ้วน พรรค ปชป.ไปได้

ดูรายชื่อขุนพลทั้ง ปชป. และภูมิใจไทย รับประกันว่า สมัยหน้าสนามกระบี่ดุเดือดเลือดพล่านแน่นอน สายภูมิใจไทย ก็จะมี “ตระกูลเกี่ยวข้อง-กิตติธรกุล-เอ่งฉ้วน” เป็นกลไกขับเคลื่อน

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็มี “ตระกูลภูเก้าล้วน-เกี่ยวข้อง-เอ่งฉ้วน” เป็นมือไม้สำคัญ งานนี้ จุรินทร์-นิพนธ์-เดชอิศม์” จะต้องทำงานหนักเพื่อรักษา และขยายฐานไปสู่เป้าหมาย 35 ที่นั่งให้ได้

อนุทิน ประกาศลั่นแบบอหังการ ถ้าภูมิใจไทย ได้ยกจังหวัด เอาไปเลย 1 เก้าอี้รัฐมนตรี พร้อมชูนโยบายภาษีบ้านเกิด คนกระบี่ออกไปทำงานที่ไหน เสียภาษีเท่าไหร่ 30% ต้องตีคืนกลับกระบี่

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป.นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป.

ส่วนนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป.ก็สวนกลับทันที่ว่า การเมืองใครจะพูดอย่างไรก็ได้ แต่ต้องดูข้อเท็จจริงด้วย ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์เคยชนะเกือบยกภาคมาแล้ว และที่พูดกันบ่อยว่า แลนด์สไลด์ ทางใต้เขาเรียกว่า ดินสไลด์ ระวังเกิดสึนามิ จะกวาดเรียบนะ

สนามเลือกตั้ง เมื่อลงสู่สนามแล้ว ไม่มีใครกลัวใคร พร้อมเดินหน้าชน โดยมีประชาชนเป็นผู้พิพากษาตัดสิน และผลงานคือเครื่องชี้วัด

ศึกอันดามัน “จุรินทร์” ต้านทัพหนู ชิงรุกยึดกระบี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/525981

12 ส.ค. 2565

ศึกอันดามัน “จุรินทร์” ต้านทัพหนู ชิงรุกยึดกระบี่

ศึกอันดามัน “จุรินทร์” ปักหลักสู้ สมรภูมิกระบี่-พังงา แพ้ไม่ได้ เจอ อนุทิน-พิพัฒน์ รุกเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ 3 เขต โกหงวนเพื่อนเนวินจัดเต็ม ตั้งเป้ายกจังหวัด

อันดามันเดือด “จุรินทร์” ปักหลักสู้ภูมิใจไทย สมรภูมิกระบี่-พังงา แพ้ไม่ได้ ทวงคืนพื้นที่ภูเก็ต, สตูล, ตรัง และระนอง 

“จุรินทร์” เจอของหนัก อนุทิน-พิพัฒน์ ชิงเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ 3 เขต มาจากสายตระกูลบ้านใหญ่โกหงวน

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทย จะไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ 3 เขต ว่า ไม่กังวล พรรคการเมืองไหนก็ไปได้ เหมือนพรรคประชาธิปัตย์ที่ไปได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ  หัวหน้าอู๊ดด้า ตั้งเป้า ส.ส.ภาคใต้ สมัยหน้า พรรค ปชป.จะทำให้ไห้ 35-40 ที่นั่ง จากทั้งหมด 58 ที่นั่ง


ย้อนไปเมื่อการเลือกตั้ง 2562 พรรค ปชป.พลิกพ่าย ได้เพียง 22 ที่นั่ง จากทั้งหมด 50 ที่นั่ง โดยมี 4 พรรคมาแชร์ที่นั่ง ส.ส.ภาคใต้ ได้แก่พรรคพลังประชารัฐ 13 ที่นั่ง, พรรคภูมิใจไทย 8 ที่นั่ง ,พรรคประชาชาติ 6 ที่นั่ง และพรรครวมพลัง 1 ที่นั่ง

ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ส.ส.ภาคใต้ จะเพิ่มจาก 50 ที่นั่งเป็น 58 ที่นั่ง พรรค ปชป.คงต้องขับเคี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย, พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาชาติ 

ที่น่าสนใจ การเกิดขึ้นของพรรครวมไทยสร้างชาติ อาจจะทำให้ ปชป.ต้องทำงานหนักขึ้น เพราะพรรคใหม่นี้ รวมพลคนบ้านใหญ่ปักษ์ใต้ไว้หลายตระกูล

‘เดิมพันแชมป์เก่า’

เลือกตั้งสมัยหน้า “จุรินทร์” มีโจทย์ใหญ่ที่ต้องทวงคืน ส.ส.ภาคใต้ อย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 35 ที่นั่ง เพราะหาก ปชป.ตกต่ำกว่าปี 2562 ตัวจุรินทร์เองก็จะถูกกดดันให้ต้องแสดงความรับผิดชอบ

วันนี้ แม่ทัพใหญ่สายใต้ เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา ใช้ ส.ส.เก่าเป็นตัวยืน พร้อมได้คัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ประเภทบ้านใหญ่ในท้องถิ่น บุคลิกใจถึงพึ่งได้ ไม่ต้องพูดเก่งก็ได้ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 3 จังหวัด คือ สงขลา 9 ที่นั่ง, นครศรีธรรมราช 9 ที่นั่ง และสุราษฏร์ธานี 7 ที่นั่ง 

ส่วนแนวชายฝั่งอันดามัน ตั้งแต่สตูล, ภูเก็ต, พังงา, กระบี่, ตรัง และระนอง สมัยที่แล้ว ปชป.ถูกคู่แข่งอย่าง ภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ เจาะไปได้ทุกจังหวัด  ครั้งนี้ ภูมิใจไทยได้จัดทัพใหญ่ เตรียมกินรวบแนวชายฝั่งอันดามัน โดยเริ่มที่สนามกระบี่

‘ชิงแชมป์อันดามัน’

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ของค่ายสีน้ำเงิน ย่อมส่งผลสะเทือนถึงพังงาน บ้านเกิดของ “จุรินทร์”

วันเสาร์ที่ 13 ส.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และโกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพใต้ ได้ยกทีมไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ทั้ง 3 เขต ที่ลานพระอาทิตย์ อบจ.กระบี่

การเลือกตั้งปี 2562 กระบี่ มี ส.ส. 2 คนคือ เขต 1 สาคร เกี่ยวข้อง พรรค ปชป. ส่วนเขต 2 สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย  สมัยหน้า กระบี่ จะมี ส.ส.เพิ่มเป็น 3 คน พรรคภูมิใจไทย ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.ไว้เรียบร้อยแล้ว

เขต 1 โกหนึ่ง-กิตติ กิตติธรกุล เลขานุการนายก อบจ.กระบี่, เขต 2 สจ.ม้อ-ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ  อดีต ส.อบจ.กระบี่ เขต อ.อ่าวลึก และเขต 3 โกสุทธิ์-สฤษฏพงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ 

  โฉมหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทยโฉมหน้าทีมผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ภูมิใจไทย

พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้วางตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ไว้แล้วเช่นกัน ได้แก่เขต 1 โกเคี่ยง ธนวัช ภูเก้าล้วน ลูกชายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่, เขต 2 สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และเขต 3 พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกสาวพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล 


แม่ทัพตัวจริงของภูมิใจไทย เมืองกระบี่คือ โกหงวน- สมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ 7 สมัย สหายร่วมรบของเนวิน ชิดชอบ

หนที่แล้ว โกหงวน ตั้งเป้าปั้น สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นหัวหอกในการเจาะฐานเสียง ปชป. และโกสุทธิ์ทำได้สำเร็จ เอาชนะสุชีน เอ่งฉ้วน พรรค ปชป.ไปได้

ดูรายชื่อขุนพลทั้ง ปชป. และภูมิใจไทย รับประกันว่า สมัยหน้าสนามกระบี่ดุเดือดเลือดพล่านแน่

ระบอบพี่ใหญ่ “ทักษิณ” จูบปากป้อม หลอมรวม ส.ส.บ้านใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/525942

12 ส.ค. 2565

ระบอบพี่ใหญ่ “ทักษิณ” จูบปากป้อม หลอมรวม ส.ส.บ้านใหญ่

ฉลองชัยแลนด์สไลด์ “ทักษิณ” จูบปาก พล.อ.ประวิตร ต้นแบบระบอบพี่ใหญ่ ดีลปรองดองเกิดขึ้นได้ไม่ยาก จบแล้วหาร 500 บิ๊กป้อมทิ้งกองหนุนอนุรักษ์นิยม พึ่ง ส.ส.บ้านใหญ่

สายพันธุ์เดียวกัน “ทักษิณ” กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะพี่ใหญ่ของนักเลือกตั้ง ดีลปรองดองจึงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก 

จบแล้วหาร 500  “ทักษิณ” ฉลองชัย บิ๊กป้อมทิ้งกองหนุนอนุรักษ์นิยม พึ่ง ส.ส.บ้านใหญ่ต่อลมหายใจสมัยหน้า นักวิเคราะห์การเมืองฟันธงว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้ฉลองชัยเพื่อไทยแลนด์สไลด์ไปแล้ว หลังกลเกมยื้อร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. จนไม่ทันเดดไลน์ 180 วัน ประสบความสำเร็จ

นั่นหมายความว่า กติกาเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นบัตร 2 ใบ คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 เหมือนรัฐธรรมนูญ2540   แม้ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนฯ จะนัดประชุมรัฐรัฐสภาพิจารณากฎหมายเลือกตั้ง ชี้ชะตาสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 500 ในวันจันทร์ที่ 15 ส.ค.2565 แต่บทสรุปของเรื่องนี้ ก็คงเหมือนเดิม

เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังยืนยันไม่เอาหาร 500 และในงานวันเกิดครบรอบ 77 ปี ที่บ้านป่ารอยต่อฯ บิ๊กป้อมก็ได้ยืนยันแนวคิดเดิมกับ ส.ส. และ ส.ว.บางกลุ่ม  ดูเหมือนหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะไม่สนใจเสียงวิจารณ์เรื่องดีลลับบ้านจันทร์ส่องหล้า-บ้านป่ารอยต่อฯ

‘ระบอบพี่ใหญ่’

แม้ พล.อ.ประวิตร จะปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่มีดีลลับกับ “ทักษิณ” แต่ปฏิบัติคว่ำสูตรหาร 500 ก็ทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมที่สนับสนุนลุงตู่เชื่อว่า พลังประชารัฐ-เพื่อไทย มีปฏิบัติการร่วมกัน


จะว่าไปแล้ว ในบริบทประชาธิปไตยแบบตัวแทน ทักษิณ ชินวัตร และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีลักษณะคล้ายกันอย่างหนึ่งคือ มีความเป็นพี่ใหญ่ ที่คอยดูแลนักเลือกตั้งสารพัดซุ้ม

พล.อ.ประวิตร ในฐานะพี่ใหญ่ ส.ส.พลังประชารัฐพล.อ.ประวิตร ในฐานะพี่ใหญ่ ส.ส.พลังประชารัฐ

ชัยชนะในการเลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 310 คน จาก 400 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 คน จาก 100 คน จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว 

นี่คือปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ แต่หากส่องลึกเข้าไปในกลุ่ม ส.ส. ก็จะพบว่า พรรคไทยรักไทย สมัยนั้นเต็มไปด้วย ส.ส.บ้านใหญ่ เช่น ตระกูลเทียนทอง,สะสมทรัพย์,หาญสวัสดิ์ ,ชิดชอบ,คุณปลื้ม,เทพสุทิน, ตันเจริญ ฯลฯ ดังนั้น ภายในพรรคไทยรักไทย จึงเกิดซุ้มการเมืองมากมาย อาทิ วังบัวบาน, วังน้ำยม, วังพญานาค, วังน้ำเย็น, วังมะนาว ฯลฯ  

ทักษิณดูเหมือนจะชอบวิธีการแบ่งแยกแล้วปกครอง จึงได้เห็นการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นภายในไทยรักไทย ค่อนข้างชัดเจน

‘ทหารพาณิชย์’

สมัยเรืองอำนาจ “ทักษิณ” ไม่รู้จัก พล.อ.ประวิตร เป็นการส่วนตัว แต่เหตุที่ตั้งบิ๊กป้อมเป็น ผบ.ทบ. เพราะคนในพรรคไทยรักไทยเชียร์เยอะ  กองเชียร์คนสำคัญที่หนุน พล.อ.ประวิตร เป็น ผบ.ทบ. คือ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต รมว.กลาโหม รัฐบาลทักษิณ

ตัวละครสำคัญอีกคนหนึ่งคือ บิ๊กกี่-พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนรักร่วมรุ่น ตท.6 ของบิ๊กป้อม โดย พล.อ.นพดล เป็นน้องรักของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร  เมื่อ พล.อ.เชษฐา ขึ้นเป็นรัฐมนตรีกลาโหม รัฐบาลทักษิณ พล.อ.นพดล ได้ถูกแต่งตั้งเป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหม 

ทุกวันนี้ บิ๊กกี่ยังเป็น ส.ว. และหน้าที่ดูแล ส.ว.ประมาณ 60 คน ซึ่งอยู่ในสาย พล.อ.ประวิตร  ส่วนบิ๊กป๊อด-พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชายบิ๊กป้อม และเป็น ผบ.ตร.สมัยรัฐบาลสมัคร โดยทักษิณพูดผ่านรายการแคร์คลับเฮาส์ว่า รู้จักกับ พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นอย่างดี เพราะเป็นรุ่นพี่เตรียมทหาร

กองหนุนปีกอนุรักษ์นิยม จึงระแวงบทบาทของบิ๊กป๊อด พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ซึ่งมีข่าวลือว่า บิ๊กป๊อดคือตัวเชื่อมระหว่างทักษิณกับบิ๊กป้อม ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร จะเป็นศูนย์รวมใจของ ส.ส.พลังประชารัฐ ในฐานะพี่ใหญ่ และภายในพรรค ก็แบ่งเป็นซุ้มเป็นก๊ก เหมือนพรรคไทยรักไทย ยุคทักษิณเฟื่องฟู

จะว่าไปแล้ว ส.ส.พลังประชารัฐ กว่า 60% ล้วนเคยเป็นอดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย หรือเครือญาติบ้านใหญ่ที่เคยซุกปีกทักษิณมาก่อน

ด้วยเหตุนี้ วิธีคิดและการบริหารจัดการ ส.ส.ของ พล.อ.ประวิตร จึงไม่ต่างจากทักษิณ คือแบ่งแยกแล้วปกครอง 

ศึกกาฬสินธุ์ “เต้น ณัฐวุฒิ” มัดจำแลนด์สไลด์ เสี่ยงพ่ายเด็กป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/525736

10 ส.ค. 2565

ศึกกาฬสินธุ์ “เต้น ณัฐวุฒิ” มัดจำแลนด์สไลด์ เสี่ยงพ่ายเด็กป้อม

มัดจำแลนด์สไลด์ “เต้น ณัฐวุฒิ” ลุยหาเสียงนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เจอเกมแดงเทียมแดงแท้ บ้านใหญ่สาย พท. เสี่ยงพ่ายบ้านใหญ่สายลุงป้อม สะเทือนกระแสอุ๊งอิ๊งในอีสาน

ทดสอบแลนด์สไลด์ “เต้น ณัฐวุฒิ” วิ่งรอกหาเสียงนายก อบจ.กาฬสินธุ์ กลัวเพื่อไทยพ่ายสายลุงป้อมซ้ำสอง ดับฝันอุ๊งอิ๊ง

มัดจำแลนด์สไลด์ “เต้น ณัฐวุฒิ” อ้อนคนเมืองน้ำดำ 14 สิงหา กาเพื่อไทย ได้เป็นนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ประเดิมชัยในสนามท้องถิ่น

วันที่ 10-11 ส.ค.2565 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย นำคณะแกนนำ นปช.ลุยเมืองน้ำดำ 6 อำเภอ หาเสียงช่วย เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย  เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาให้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ใหม่ กกต.จึงกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 14 ส.ค.2565 เป็นวันเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาฬสินธุ์

ปรากฏว่า คู่แข่งหน้าเดิมลงสนามวัดฝีมือกันอีกครั้งคือ แชมป์เก่า นายกโด่ง- ชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ กับไข่มุก-เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล พรรคเพื่อไทย   สำหรับผลการเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ปลายปี 2563 ชานุวัฒน์ วรามิตร ได้ 230,475 คะแนน ชนะเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ได้ 198,430 คะแนน

ศึกล้างตา 14 สิงหา..ไม่ใช่แค่ศึกเดิมพันของบ้านใหญ่หล่อตระกูล อ.เมืองกาฬสินธุ์ กับบ้านใหญ่วรามิตร อ.กมลาไสยเท่านั้น หากยังเป็นบททดสอบเพื่อไทยแลนด์สไลด์อีกด้วย

‘ไม่ใช่แดงแท้’

เพราะมีเดิมพันแลนด์สไลด์ “เต้น ณัฐวุฒิ” จึงนำทีม นปช.ลุยโค้งสุดท้าย ปลุกคนเสื้อแดงกาฬสินธุ์ให้ออกมาเลือกไข่มุก เฉลิมขวัญ  สมรภูมิเลือกตั้งเมืองน้ำดำ ตั้งแต่ปี 2544 จนถึงปี 2562 พรรคในเครือข่ายทักษิณ ชนะเลือกตั้งยกจังหวัดมาโดยตลอด แต่ทำไม เพื่อไทยจึงพ่ายเลือกตั้งนายก อบจ.สมัยที่แล้ว

ยงยุทธ หล่อตระกูล บิดาของไข่มุก เป็นนายก อบจ.เมืองน้ำดำ ในยุคไทยรักไทย 2 สมัยซ้อน แต่ปี 2551 ยงยุทธหลีกทางให้ชะม้อย วรามิตร ได้เป็นนายก อบจ.กาฬสินธุ์ สมัยหนึ่ง  ต่อมา ชะม้อย วรามิตร บ้านใหญ่ อ.กมลาไสย แยกตัวออกจากค่ายทักษิณ ปี 2555 ยงยุทธ หล่อตระกูล กลับมาชนะชานุวัฒน์ วรามิตร ลูกชายแม่ชะม้อย ได้เป็นนายก อบจ.กาฬสินธุ์ สมัยที่ 3

ปลายปี 2563 ยงยุทธส่งลูกสาว ไข่มุก-เฉลิมขวัญ ลงสนาม แต่เจอกระแสไข่มุก ไม่ใช่แดงแท้ แถมมี ส.ส.เพื่อไทย บางคนใส่เกียร์ว่างบ้านใหญ่หล่อตระกูล จึงพบความปราชัย 

ฉะนั้น ทุกเวทีปราศรัยหาเสียงโคงสุดท้าย 6 อำเภอ ณัฐวุฒิ จึงย้ำว่า ไข่มุกเป็นเลือดเนื้อเพื่อไทยตัวจริง และตัวเขามาหาเสียงช่วย ก็ในนาม ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย 

‘รวมพลคนไม่เอาเพื่อไทย’

“เต้น ณัฐวุฒิ” มีเดิมพันเพื่อไทยแลนด์สไลด์ จึงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ เพราะมีแนวโน้มว่า ทีมบ้านใหญ่หล่อตระกูล จะพ่ายทีมบ้านใหญ่วรามิตร ด้วยเหตุนี้ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย จึงต้องบินด่วนมาเมืองน้ำดำ

เสี่ยโด่ง-ชานุวัฒน์ วรามิตร ลูกชาย สมบัติ วรามิตร อดีต ส.ว.กาฬสินธุ์ และชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เรียกว่าเป็นบ้านใหญ่กมลาไสย เล่นการเมืองทั้งท้องถิ่นและระดับชาติ

ชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ สายลุงป้อมชานุวัฒน์ วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ สายลุงป้อม

ในศึกนายก อบจ.หนที่แล้ว เสี่ยโด่ง มีพันธมิตรการเมืองจากหลายพรรค อาทิ วิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีคมนาคม พรรคภูมิใจไทย, เจ๊นาง วันเพ็ญ เศรษฐรักษา พรรคไทยสร้างไทย, จำลอง ภูนวนทา พรรคสร้างอนาคตไทย , นิพนธ์ ศรีธเรศ พรรคพลังประชารัฐ และเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง พรรคพลังท้องถิ่นไท

ตระกูลวรามิตร มีธุรกิจโรงสีไฟกาฬสินธุ์รุ่งเรือง อ.กมลาไสย และภัทรา วรามิตร อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคไทยรักไทย ปัจจุบัน ภัทราเป็น ส.ว.(สายบ้านป่ารอยต่อฯ)

เลือกตั้งปี 2562 เสี่ยโด่ง ชานุวัฒน์ ลงสนาม ส.ส.ในสีเสื้อพลังประชารัฐ โดยการประสานงานของ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 สายตรงบ้านป่ารอยต่อ แต่สอบตก ได้แค่ 1.6 หมื่นแต้ม

ศึกนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ไฟต์ล้างตา ถ้าเสี่ยโด่งจะชนะอีกครั้ง ก็น่าจะเกิดจากปฏิบัติการสามัคคีขั้วตรงข้ามเพื่อไทย ดับฝันอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

ไม่รอด 8 ปี “ประยุทธ์” กรธ.ชี้ชัด ขัดเจตนารมณ์ รธน.2560

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/525714

10 ส.ค. 2565

ไม่รอด 8 ปี “ประยุทธ์” กรธ.ชี้ชัด ขัดเจตนารมณ์ รธน.2560

เปิดมติ กรธ.ชุดมีชัย ชี้ชัด “ประยุทธ์” อยู่เกิน 8 ปีไม่ได้ ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2560 แต่กองหนุนลุงตู่มั่นใจได้ไปต่อ สุดท้ายจบที่คำวินิจฉัยศาล รธน.

เปิดมติ กรธ.ชี้ชัด “ประยุทธ์” อยู่เกิน 8 ปีไม่ได้ ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ 2560 ป้องกันผูกขาดอำนาจ และเหตุวิกฤติการเมือง

จบที่ศาลรัฐธรรมนูญ “ประยุทธ์” ยังมั่นใจได้ไปต่อ สุพจน์ ไข่มุกด์ เห็นควรนับหนึ่งวันที่โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560
 

ร้อนแรงที่สุดในชั่วโมงนี้คือ ปมสถานะนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งจะต้องไปจบที่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2565 มีการเปิดเผยบันทึกการประชุมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) วันที่ 7 ก.ย.2561 อ้างถึงความเห็นของมีชัย ฤชุพันธุ์ และสุพจน์ ไข่มุกด์ ให้ความเห็นประเด็นวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะพ้นจากตำแหน่ง 24 ส.ค.นี้

ดังที่ทราบกัน ปมสถานะนายกฯ 8 ปี มีข้อถกเถียงทางกฎหมายอย่างกว้างขวาง สรุปสั้นๆ มี 2 แนวทางคือ แนวทางแรก นับหนึ่ง โปรดเกล้าฯพล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 

แนวทางที่สอง นับหนึ่ง โปรดเกล้าฯ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งปมขัดแย้งดังกล่าวนี้ จะมีการส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความในเร็ววันนี้

‘ความเห็นส่วนตัว’

กรณีบันทึกการประชุม กรธ. มีความเห็นต่อสถานะนายกฯ “ประยุทธ์” ว่า นับหนึ่งจากปี 2557 และจะครบ 8 ปีในวันที่ 24 ส.ค.นี้ ก็มีคำชี้แจงจากอดีต กรธ.  สุพจน์ ไข่มุกด์  อดีตรองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คนที่หนึ่ง ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ เรื่องบันทึกการประชุม กรธ.ว่า ไม่ใช่บันทึกลับอะไร


“เอกสารเป็นบันทึกการประชุมไม่ใช่มติ และตีความได้หลากหลาย หากดูตามมาตรา 158 มีหลายวรรคหลายตอน จะเจาะจงตอนใดตอนหนึ่งไม่ได้..”

ส่วนความเห็นของ กรธ.ให้นับวาระของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ก่อนรัฐธรรมนูญ 2560 นั้น สุพจน์ บอกว่า “…เป็นความเห็นช่วงเริ่มแรก และเป็นความเห็นไม่กี่คน ไม่ใช่มติ”   ทั้งนี้ ความเห็นของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องกลับไปดูรายละเอียดความมุ่งหมาย และคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญ 2560

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ สุพจน์ ไข่มุกด์ เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า ปม 8 ปีนายกฯ ควรนับหนึ่งในวันที่โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ 2560 

‘สกัดผูกขาดอำนาจ’

 

“ประยุทธ์” จะไปต่อได้หรือไม่ มิได้เกิดเพียงข้อขัดแย้งทางกฎหมาย หากยังลามไปเป็นปัญหาทางการเมือง ทั้งในสภาฯ และท้องถนน

ถ้าจำได้ วันที่ 11 ก.ย.2561 มีชัย ฤชุพันธุ์ ได้ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม กรธ.เป็นครั้งสุดท้ายที่รัฐสภา และวันนั้น มีชัยได้มอบหนังสือความในใจของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ให้กับ กรธ. ทีมงาน และสื่อมวลชนเป็นที่ระลึก 

เมื่อย้อนไปอ่านเอกสารความมุ่งหมาย และคำอธิบายประกอบรายมาตรา ของรัฐธรรมนูญ 2560 ในหน้า 275 ย่อหน้าสุดท้ายระบุว่า “นอกจากนี้ ได้กำหนดหลักการใหม่เกี่ยวกับการรับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการนับระยะเวลา กล่าวคือ การนับระยะเวลา 8 ปีนั้น แม้บุคคลดังกล่าว จะมิได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีติดต่อกันก็ตาม แต่หากรวมระยะเวลาทั้งหมดที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของบุคคลดังกล่าวแล้วเกินแปดปี ก็ต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..”

แปลความได้ว่า เป็นครั้งแรกที่ กรธ. ได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไว้ไม่เกิน 8 ปี

“..การกำหนดระยะเวลาแปดปีไว้ก็เพื่อมิให้เกิดการผูกขาดอำนาจในทางการเมืองยาวเกินไป อันจะเป็นต้นเหตุเกิดวิกฤติทางการเมืองได้”

 โฉมหน้า กรธ.ชุดมีชัย ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560โฉมหน้า กรธ.ชุดมีชัย ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 2560

นี่คือความเห็นร่วมกันของ กรธ.ชุดอาจารย์มีชัย และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2560  ประชาชนไทยจำนวนไม่น้อยที่แสดงออกผ่านนิด้าโพล ก็เห็นตรงกันว่า 8 ปี ในเส้นทางอำนาจของ 3 ป. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรพอได้แล้ว 

ไฟอำนาจ “ประวิตร” ติดบ่วงเกม 8 ปีที่รอคอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/525652

09 ส.ค. 2565

ไฟอำนาจ “ประวิตร” ติดบ่วงเกม 8 ปีที่รอคอย

อนุรักษ์นิยมระแวง “ประวิตร” คิดการใหญ่ กรณีสถานะนายกฯ 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จับตาซูปเปอร์ดีลข้ามขั้วเพื่อไทย-พลังประชารัฐ

เงื่อนปมอำนาจ “ประวิตร” ตกอยู่กลางวงสงครามข่าว กรณีตีความสถานะนายกฯ 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ปีกอนุรักษ์นิยมระแวง “ประวิตร” คิดการใหญ่ จะเป็นนายกฯ หากมีการวินิจฉัยให้ พล.อ.ประยุทธ์ พ้นเก้าอี้  สัปดาห์นี้ สปอตไลท์การเมืองสาดจับที่ปมวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประเด็นนี้ ได้ถูกลากออกไปสู่ท้องถนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วันที่ 9 ส.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ตอบคำถามเรื่องปมสถานะนายกฯ 8 ปี ว่า “ทุกอย่างอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯไม่ครบ 8 ปี ก็ไปต่อ เมื่อครบแล้วก็ว่ากันว่าจะเอาใคร ไม่ใช่ผม..”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รู้ตัวดีว่า ตัวเองตกเป็นเป้าการโจมตีจากบางฝ่าย จึงชิงออกตัวว่า “ไม่ใช่ผม” ถ้าการวินิจฉัยปม 8 ปีพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ครบวาระแล้ว 

ดังที่ทราบกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่างก็มีคนใกล้ชิด และกองหนุนคนละกลุ่ม กรณีตีความสถานะ 8 ปีนายกฯ จึงถูกโยงเข้ากับประเด็นกติกาเลือกตั้ง สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลิกจากหาร 500 เป็นหาร 100

กองหนุนลุงตู่บางกลุ่มฟันธงเลยว่า ลุงป้อมจับมือคนแดนไกล เล่นเกมสภาล่ม เพราะต้องการเปลี่ยนสูตรหาร 500 มาเป็นหาร 100 เข้าทางพรรคเพื่อไทย 

‘ไม่มีดีลลับ’

ในที่สุด “ประวิตร” ก็เปิดเผยเหตุผลที่แท้จริงว่า ต้องการกติกาบัตร 2 ใบ โดยไม่สนใจหาร 100 หรือหาร 500 เพราะต้องการ ส.ส.เขต เป็นหลัก ไม่เน้นส.ส.บัญชีรายชื่อ 

เนื่องจากนักเลือกตั้งอย่างวิรัช รัตนเศรษฐ และสมศักดิ์ เทพสุทิน คอยกระซิบลุงป้อมว่า เอาบัตร 2 ใบดีที่สุด ไม่บีบชาวบ้าน เลือก ส.ส.พรรคหนึ่ง เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ อีกพรรคหนึ่ง

เมื่อนักข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร เปิดดีลกับพรรคนั้นพรรคนี้ ลุงป้อมตอบสวนทันทีว่า “ผมจะดีล กับใคร ผมไปต่างจังหวัดทุกวันสื่อก็เห็น ผมจะดีลกับใคร ผมกลับบ้านก็นอน ตื่นเช้ามาก็ทำงาน ทำงานทั้งวัน..” 

 พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ต่างจังหวัด ทุกสัปดาห์พล.อ.ประวิตร ลงพื้นที่ต่างจังหวัด ทุกสัปดาห์

สำหรับอนาคตพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “จะไปรู้ได้อย่างไร เรื่องของอนาคต อนาคตสื่อรู้หรือไม่”  “ผมไม่รู้จริงๆ ใครจะไปรู้อนาคต ให้ผลเลือกตั้งออกมาก่อน แล้วค่อยว่ากัน” ประโยคนี้ของลุงป้อม ทำเอาคอการเมืองหูผึ่ง

‘กองหนุนตู่ไม่ปลื้ม’

อาการหวาดระแวง “ประวิตร” ของปีกอนุรักษ์นิยมสายลุงตู่นั้น มาจากเหตุการณ์กบฏผู้กอง เมื่อปีที่แล้ว และมีความเชื่อว่า พี่จะโค่นน้อง ป้อมจะคว่ำตู่

ความเคลื่อนไหวแปลกๆของ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อชาติ ที่ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว ดีลลับโค่นตู่ชูป้อม โดยมีผู้อยู่เบื้องหลังชื่อย่อว่า “พ.”   ประเด็นโค่นตู่ชูป้อม ส.ส.ศรัณย์วุฒิ ได้อภิปรายในสภาฯมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ส.ส.หนวดงาม เล่นเกมของใคร

ต่างจาก นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ที่มีความใกล้ชิดกับฝั่งทำเนียบรัฐบาล มากกว่าบ้านป่ารอยต่อฯ  นพ.ระวี เชื่อว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญที่พลิกไปพลิกมา จากหาร 100 เป็นหาร 500 แล้วก็พลิกมาหาร 100 อีก มันน่าจะมีการเกี่ยวพันกับการตัดสินครบวาระ 8 ปี ของนายกรัฐมนตรี

ถ้ามีการวินิจฉัยว่า สถานะนายกฯ ของพล.อ.ประยุทธ์ ครบวาระแล้ว ก็ต้องสรรหานายกรัฐมนตรีคนใหม่ นพ.ระวี วิเคราะห์ว่า การเลือกนายกฯ ในสภาฯ จะไม่จบที่ก๊อกแรก  จากนั้น ก็ต้องไปเอานายกฯคนนอก เป็นก๊อก 2 น่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร แต่ก็มีเงื่อนไขว่า พล.อ.ประวิตร จะขึ้นเป็นนายกฯ ได้ จะต้องใช้เสียงโหวตของฝ่ายค้านจำนวนหนึ่งด้วย

ด้วยข้อมูลข้างต้นนี้ นพ.ระวี จึงเชื่อเรื่องพลิกเกมสูตรคำนวณ ส.ส.จากหาร 500 เป็นหาร 100 ผูกโยงกับเรื่องปม 8 ปีสถานะนายกฯ อย่างแน่นอน