อนุบาลสตูลค้นพบฟอสซิลแห่งใหม่จากการวิจัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/227332

ฟอสซิล,วิจัย,อนุบาล

การศึกษา-สาธารณสุข  :  10 พ.ค. 2559

อนุบาลสตูลค้นพบฟอสซิลแห่งใหม่จากการวิจัย

อนุบาลสตูลค้นพบฟอสซิลแห่งใหม่จากการเรียนด้วยกระบวนการวิจัย : เยี่ยมสถานศึกษา โดยกันยา มาศภูมิ ปชส.สพป.สตูล 08-7396-6007

             “การเรียนรู้จากเดิมที่มีครูยืนถือชอล์กหน้ากระดานดำ พูดความรู้ให้ฟัง บอกให้จด ให้ท่องจำ ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คงจะไม่สามารถพัฒนาเด็กให้สามารถเรียนรู้หรือรู้ทันข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ต่างๆ ที่มีมากมาย หลากหลายแขนงที่มีอยู่ทุกที่บนโลกไร้พรมแดนแห่งนี้ ทว่าการปรับเปลี่ยนปฏิรูปการสอนแนวใหม่ที่สอนให้เด็กรู้จักวิธีการคิด รู้จักการแสวงหา/สืบค้น การคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ เช่น การเรียนด้วยกระบวนการวิจัยที่โรงเรียนอนุบาลสตูล ทำให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ค้นพบแหล่งฟอสซิลแห่งใหม่ใน อ.เมือง จ.สตูล” นายสุทธิ สายสุนีย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสตูล กล่าว

โรงเรียนอนุบาลสตูล เป็นโรงเรียนมาตรฐานสากลเมื่อปี 2553 มีหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจับ 10 ขั้นตอน ซึ่งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมนักเรียนให้รู้จักกระบวนการประชาธิปไตย การสื่อสาร การรู้จักแสวงหาความรู้ผ่านสื่อต่างๆ อาทิ ความรู้จากชุมชน/อินเทอร์เน็ต/ธรรมชาติ และทุกอย่างรอบๆ ตัว นำไปสู่กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการสังเคราะห์องค์ความรู้ในที่สุด

นายสุทธิ เล่าว่า ในแต่ละปีเด็กทุกห้องจะมีโครงงานการเรียนรู้ที่เป็นโครงงานตามความสนใจของเด็ก ทำให้มีความรู้ใหม่ๆ จากโจทย์วิจัยเกิดขึ้นเสมอ กระบวนการวิจัย 10 ขั้นตอน เริ่มต้นจากเรียนรู้เรื่องใกล้ตัว พัฒนาโจทย์ไปสู่โจทย์วิจัย ออกเก็บข้อมูลจากแหล่งต่างๆ พร้อมศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่วิเคราะห์และประมวลผลพัฒนาเป็นองค์ความรู้ และนำเผยแพร่ให้ชุมชนหรือสาธารณชนทราบ ใช้เวลาในการเรียนรู้ 1 ปีการศึกษาอย่างเช่นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/6 ทำโครงงานศึกษาเรื่องตามรอยฟอสซิลในพื้นที่ อ.เมืองสตูล

สำหรับกระบวนการเรียนรู้ เริ่มต้นจากการที่นักเรียนในห้องเสนอโจทย์โครงงาน และเหตุผลสนับสนุน จากนั้นก็จะมาร่วมกันลงเสียงโหวตเพื่อเลือกโจทย์ที่จะเรียนร่วมกันทั้งห้อง จนได้โจทย์โครงงานที่จะศึกษาร่วมกัน คือ “ตามรอยฟอสซิลในพื้นที่ อ.เมืองสตูล” เนื่องจากมีความสนใจว่า จ.สตูล มีฟอสซิลที่มีอายุค่อนข้างยาวนานที่สุดในประเทศไทย โดยมีครูฉวีวรรณ ฮะอุรา เป็นที่ปรึกษา

ครูฉวีวรรณ อธิบายว่า เมื่อได้โจทย์ที่จะเรียนรู้แล้ว นักเรียนจะร่วมกันวางแผนการศึกษา สืบค้นความรู้ฟอสซิลจากอินเทอร์เน็ต หนังสือ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา โรงเรียนกำแพงวิทยา อ.ละงู พิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ทุ่งหว้า อ.ทุ่งหว้า จ.สตูล รวมถึงการได้รับความรู้และคำแนะนำจาก อ.ธรรมรัตน์ นุตะธีระ อาจารย์ประจำพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา หลังจากนั้นนักเรียนเริ่มลงพื้นที่สำรวจสถานที่ต่างๆ ที่คาดว่าจะมีซากฟอสซิลในท้องที่ อ.เมืองสตูล ด้วยความคาดหวังว่าจะได้พบฟอสซิลใน อ.เมืองสตูล อาทิ เขาโต๊ะพญาวัง ถ้ำวัดถ้ำเขาจีน ริมคลองบ้านนาแค ฯลฯ

จนกระทั่งเมื่อมาลงพื้นที่สำรวจที่บ่อดินบริเวณบ้านปอเกาะยามู ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล ซึ่งทำให้นักเรียนรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้พบกับซากฟอสซิลกระจัดกระจายทั่วบริเวณ เช่น ฟอสซิลหมึกโบราณ หรือนอร์ติลอย ขนาดความยาว 20 เซนติเมตร พลับพลึงทะเล หรือไครนอยด์ หอยกาบคู่ หรือโฟสิโนโคมิญา จำนวนมาก โดยมีสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 4 สุราษฎร์ธานี ผู้อำนวยการอุทยานธรณีสตูล ลงมาพิสูจน์การค้นพบซากฟอสซิลในท้องที่ที่พบเจอด้วย

แต่การเรียนรู้ของนักเรียนไม่ได้หยุดแค่เพียงได้ค้นพบฟอสซิลเท่านั้น นักเรียนกลับคิดต่อไปถึงการสร้างจิตสำนึกผู้ใหญ่ในท้องถิ่นให้ร่วมรณรงค์อนุรักษ์บ่อหินสถานที่พบฟอสซิล เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของชุมชนและคนรุ่นหลังต่อไปอีกด้วย

นายสุทธิ กล่าวว่า กรณีการเรียนรู้นักเรียน ป.4/6 ที่ไปค้นพบซากฟอสซิลในท้องที่ ต.ควนขัน อ.เมืองสตูล ทำให้เชื่อมั่นว่า นวัตกรรมการเรียนรู้ด้วยกระบวนการวิจัย สามารถตอบโจทย์ปฏิรูปการศึกษาและนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่ปรับเปลี่ยนการเรียนรู้และพัฒนานักเรียนใน 4 H คือ ด้านสมอง:Head ด้านจิตใจ:Heart ด้านอาชีพ:Hand และด้านสุขภาพ:Health อีกทั้งยังดึงให้หลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวข้องกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ร่วมตามหาซากฟอสซิลร่วมกับเด็กๆ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้ามาอนุรักษ์บ่อดินแหล่งฟอสซิล ตามคำเรียกร้องของเด็กๆ

สนใจเยี่ยมชม โรงเรียนอนุบาลสตูล สอบถามได้ที่ กันยา มาศภูมิ ปชส.สพป.สตูล 08-7396-6007


ปั้นเด็กเป็นพลเมืองอาเซียนโรงเรียน’ห้วยหว้าวิทยาคม’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151110/216619.html

การศึกษา-สาธารณสุข-สิ่งแวดล้อม : ข่าวทั่วไป
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2558
ปั้นเด็กเป็นพลเมืองอาเซียนโรงเรียน'ห้วยหว้าวิทยาคม'

ปั้นเด็กเป็นพลเมืองอาเซียนโรงเรียน’ห้วยหว้าวิทยาคม’ : เยี่ยมสถานศึกษา

              “ภายในปี 2560 โรงเรียนห้วยหว้าวิทยาคม นักเรียนเป็นคนดี เก่ง มีความสุข ก้าวทันเทคโนโลยี ครูเป็นครูมืออาชีพ ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา” เป็นวิสัยทัศน์ของโรงเรียนห้วยหว้าวิทยาคม ภายใต้การบริหารของ สมจิต มีลุน ผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เล็งเห็นความสำคัญในการเตรียมเด็กสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน

สมศักดิ์ หาปู่ทน ครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ โรงเรียนห้วยหว้าวิทยาคม เป็นตัวแทนบอกเล่าให้ฟังว่า ทางโรงเรียน โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษามีการส่งเสริม และสนับสนุนเด็กในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิชาการ กีฬา ดนตรี คุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนสื่อการเรียนการสอนต่างๆ เพื่อให้เด็กมีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

“เรามีการเตรียมพร้อมทั้งความรู้เกี่ยวกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นความรู้เกี่ยวกับประเทศอาเซียน วิถีชีวิต และวัฒนธรรม เพื่อให้เด็กเข้าใจความแตกต่าง เคารพและยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม นำไปสู่การเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งจะฉายให้เด็กเห็นภาพจากกิจกรรม หรือไม่ก็เชื่อมโยงผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต พาเด็กคลิกเข้าไปดูข้อมูล ภาพ และวิดีโอเพื่อเข้าใจในความเป็นอาเซียน” ครูสมศักดิ์เล่าถึงการเรียนการสอนในชั้นเรียน

นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับทักษะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ การทำงานกลุ่มเพื่อฝึกทักษะในการทำงาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นภายใต้อัตลักษณ์ “ยิ้ม ไหว้ ทักทาย” รวมไปถึงทักษะการสื่อสาร โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เด็กจะต้องสื่อสารในชีวิตประจำวันให้ได้

“แม้เราจะไม่มีครูฝรั่งมาช่วยสอน แต่ครูหมวดภาษาอังกฤษก็ให้ความสำคัญ และพยายามหาสื่อการสอนเข้ามาช่วยเสริมสร้างทักษะทางด้านภาษาให้แก่เด็กๆ ปัจจุบันโรงเรียนเรามีห้องคอมพิวเตอร์ให้เด็กได้สืบค้นข้อมูล เด็กแต่ละชั้นจะได้ใช้ห้องคอมพิวเตอร์สัปดาห์ละ 1-2 ชั่วโมง” ครูสมศักดิ์บอก

โดยจัดกิจกรรมนอกชั้นเรียนที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นเพื่อให้เด็กๆ ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น สัปดาห์อาเซียน ค่ายภาษาอังกฤษ และเร็วๆ นี้กำลังจะมีโครงการส่งเสริมอาชีพเพื่อให้เด็กหารายได้ระหว่างเรียนด้วย

ทั้งนี้ ในฐานะครูผู้สอนคนหนึ่ง เขามองว่า เด็กไทยจะก้าวไปสู่พลเมืองอาเซียนที่มีคุณภาพได้หรือไม่นั้น นอกจากครูแล้ว ยังขึ้นอยู่กับพ่อแม่ ผู้ปกครองด้วย

“ทุกวันนี้ประชาชนในกลุ่มประเทศอาเซียนเข้ามาในบ้านเราเยอะขึ้น ส่วนใหญ่เข้ามาประกอบอาชีพค้าขาย รับจ้าง แต่พอมาดูเด็กเรา เท่าที่ผมสังเกตคือเด็กจำนวนไม่น้อยยังขี้เกียจ วันๆ ติดอยู่กับมือถือ หรือจักรยานยนต์ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ดังนั้นอยากฝากให้ผู้ปกครองเตรียมลูกในเรื่องของความอดทน ขยัน รู้จักทำมาหากิน ไม่ใช่อะไรๆ ก็ให้ลูกอย่างเดียว ถ้าตามใจกันมากๆ เด็กไทยจะอึดสู้เด็กในกลุ่มอาเซียนไม่ได้เลย” ครูสมศักดิ์ให้ทัศนะ

หันมาคุยกับเด็กนักเรียนอย่าง ตอง ด.ญ.จิราวรรณ ก้านแก้ว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนห้วยหว้าวิทยาคม จ.ขอนแก่น กับประชาคมอาเซียนถือเป็นเรื่องชวนตื่นเต้นสำหรับตอง แต่ในขณะเดียวกันก็ชวนให้กังวลทั้งในเรื่องของภาษา และความพร้อมในด้านอื่นๆ ทำให้ทุกวันนี้ นอกจากความรู้เรื่องอาเซียนจากครูที่โรงเรียนแล้ว ส่วนตัวยังพยายามหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการฝึกทักษะฟัง และพูดภาษาอังกฤษ

เช่นเดียวกับ เหมี่ยว ด.ญ.ศิริวิภา ศิลาอำ เพื่อนร่วมชั้น นอกจากจะตื่นตัวกับการมาถึงของอาเซียนด้วยการฝึกฝนทักษะการพูด และฟังภาษาอังกฤษทั้งในห้องเรียน และที่บ้านแล้ว เรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรมของประเทศในกลุ่มอาเซียนก็ถือเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน หากมีความรู้ในเรื่องดังกล่าวก็จะช่วยให้เข้าใจ และเกิดการยอมรับในความแตกต่างได้มากขึ้น

ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ ทำการสอนในระดับปฐมวัย-มัธยมศึกษาตอนต้น แม้จะเป็นโรงเรียนเล็กๆ ใน ต.โนนฆ้อง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น แต่ก็มุ่งมั่นพัฒนาเด็กอย่างเต็มความสามารถ สนใจเยี่ยมชมสอบถามได้ที่โทร.043-451-279 หรืออีเมล attamm1@gmail.com