ปลูกเองกินเอง เมนูอร่อยจากสวนครัวคนเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127011058&srcday=2015-10-01&search=no

วันที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 608

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

ปลูกเองกินเอง เมนูอร่อยจากสวนครัวคนเมือง

การลอบวางระเบิดบริเวณศาลพระพรหม หน้าโรงแรมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ ถือเป็นการกระทำของผู้ที่ไม่น่าจะเกิดมาเป็นมนุษย์

เพราะมนุษย์ นั้นหมายถึง สัตว์ที่มีจิตใจสูง

แต่พฤติกรรมการกระทำครั้งนี้ นับว่าไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรกระทำ

การขาดความรัก ความเมตตาต่อกัน สังคมนั้นนั้นก็จะวุ่นวาย และอยู่กันยาก

ความเชื่อและความเห็นต่าง เป็นความคิดของแต่ละคนที่จะเชื่อ และมองเห็นต่าง ซึ่งเป็นสิทธิของผู้นั้น

การทำร้ายคนที่เชื่อ และเห็นต่าง ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล

ถ้าหากมองในด้านกลับว่า ถ้าเราเป็นเขา เราจะเชื่อ จะมองเห็นต่างแบบนั้นหรือไม่

การสร้างความเข้าใจ จึงเป็นเรื่องสำคัญ

เข้าใจยอมรับในความเป็นเขา เป็นเรา

จะให้คนอื่นคิดอย่างเรา มันมีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องรู้จักรอ

เรียนรู้จากหนังสือปักษ์นี้ จะชวนอ่าน และให้ลองทำดู จาก “ปลูกเองกินเอง เมนูอร่อยจากสวนครัวคนเมือง”

เขียนเล่าจากการลงมือทำจริง โดย นันทนา ปรมานุศิษฏ์

เธอทำงานส่วนตัว แต่ก็เพื่อส่วนรวม ด้วยการชักชวนให้ผู้ที่ใจพร้อมจะทำ

การปลูกผักสวนครัวไว้กินเองนั้น แน่นอนที่สุดว่าปลอดสารพิษ

ทุกวันนี้ ผู้คนพยายามที่จะหาพืชผักไว้กินเพื่อสุขภาพ ห่างไกลจากโรคภัย

จากงานวิจัยทางการแพทย์ พบว่า ปีหนึ่งหนึ่งค่ารักษาพยาบาลโดยรวม นับหมื่นล้านบาท

การทำการเกษตรด้วยการใช้สารเคมีนั้น นอกจากจะทำร้ายผู้อื่นแล้ว ยังทำร้ายตัวผู้ปลูกเองด้วย

อยากรวยจึงต้องรู้จักทำ รู้จักอดทน และรู้จักรอ

มีที่ดิน ถ้ารู้จักเรียนรู้ที่จะทำการเกษตรที่เหมาะสม วันหนึ่งรายได้ก็จะตามมา

แต่หากทำการเกษตรตามกระแส เห็นคนอื่นปลูกแล้วได้ผลดีก็ปลูกตามนั้น มักมีผลเสีย เพราะดินแต่ละท้องที่อุดมสมบูรณ์ไม่เหมือนกัน

ลองปลูกเองกินเอง ตามที่คุณนันทนา เขียนให้ความรู้ เป็นทางหนึ่งห่างไกลจากโรค แถมเป็นการออกกำลังกายไปในตัว

สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ ปลูกความรักให้เกิดจากใจให้ได้เสียก่อน เชื่อว่าทุกคนปลูกผักได้ และเป็น

ความรู้เรื่อง ปลูกเองกินเอง นี้ สำนักพิมพ์มติชน จัดพิมพ์จำหน่าย ในราคา เล่มละ 290 บาท พิมพ์ 4 สี ทั้งเล่ม

ช่วงนี้ ข้าราชการก็จะมีงานเลี้ยงลากันแล้ว ก็ขอให้ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข

ประการหนึ่ง พึ่งตัวเองให้มากที่สุด อย่าเป็นภาระคนอื่น

ขอให้เตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อม อย่าให้เป็นอย่างที่คนโบราณท่านว่า

แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน

เรื่อง – หอข่าวของชาวบ้าน

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – อนุวัฒน์ แก้วลอย

แว่วเสียงคลอหอข่าวของชาวบ้าน

เป็นเพลงหวานขานรับกับวันใหม่

เช้าวันนี้คงมีเรื่องเปิดเครื่องไฟ

โฆษกมาปราศรัยให้รอฟัง

คำทักทายสายสัมพันธ์ไม่ผันเปลี่ยน

บ้านวัดและโรงเรียนเพียรเติมหวัง

ออ บอ ตอ. ขอร่วมรวมพลัง

เป็นอีกครั้งตั้งผ้าป่าสามัคคี

ถัดมาเป็นเสียงขอพ่อผู้ใหญ่

ถึงข่าวใหม่จากในเมืองเรื่องภาษี

งบฯ ภัยแล้งแจ้งเจ้านาอย่าช้าที

ผ่อนผันมีเวลาอายุความ

นโยบายหลายหลากมากความรู้

ให้ช่วยดูช่วยแก้ไขช่วยไถ่ถาม

ผู้นำดี บ้านมีสุขในทุกยาม

คงวิถีดีงามตามครรลอง

เอนตัวนอนถอนหายใจบ้านไม่เปลี่ยน

ไร้อำนาจวนเวียนให้มัวหมอง

มีแต่ข่าวชาวบ้านสานปรองดอง

เชื่อมพี่น้องท้องถิ่นรินน้ำใจ

จบเสียงแจ้งแถลงข่าวของชาวบ้าน

ยิ่งประสานเชื่อมโยงความโปร่งใส

มิต้องแข่งแย่งชิงเพื่อสิ่งใด

เมื่อเมืองใหม่ยังไม่โหมโถมบ้านเรา

ทวารวดีในอีสาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127150958&srcday=2015-09-15&search=no

วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 607

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

ทวารวดีในอีสาน

แล้ววันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2558 ก็ผ่านไปอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยรักและอบอุ่น

พูดถึงแม่แล้ว ก็ให้กระหวัดย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน

แม่เป็นคนตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อทำกับข้าวรอใส่บาตรตอนเช้า

พอตื่นแล้วก็จะปลุกลูกให้ตื่นด้วย เพื่อติดเตาหุงข้าวด้วย

ยิ่งช่วงหน้าฝน หน้าหนาว เวลาช่วงนั้นกำลังนอนอุ่นอยู่ใต้ผ้านวมแบบไม่อยากลุก

ถ้าแม่เรียกสองหนแล้วยังไม่ลุก หนที่สามแม่จะเดินมาตลบมุ้ง ในมือถือไม้ขัดหม้อข้าวพร้อม

บ่อยครั้งที่ได้ลิ้มชิมรสไม้ขัดหม้อข้าว

จนเมื่อเข้ามาเรียนอยู่ในเมืองถึงได้รู้คุณ เพราะสามารถทำกับข้าวกับปลากินเองได้ ไม่อดตาย

เรื่องทำกับข้าวทุกมื้อ แม่จะให้ตำน้ำพริกประจำ ส่วนผัดหรือแกง ดูจะของรอง

ผักที่กินแกล้ม ก็จะมีกระถินริมรั้ว ผักบุ้งท้องนา แตงกวาจากสวนหลังบ้าน และผักอื่นอื่นที่ปลูกไว้

คิดถึงความหลัง บางครั้งมันก็มีความสุขดี

เรียนรู้จากหนังสือปักษ์นี้ เป็นเรื่องราวของอดีต

“ทวารวดีในอีสาน” ค้นคว้าหามาให้รู้ โดย ผศ.ดร. รุ่งโรจน์ ธรรมรุ่งเรือง

ดินแดนสุวรรณภูมิ หรืออุษาคเนย์นี้ ในสมัยโบราณมิได้มีแต่ชาวเขมร หรือชาวลาวเท่านั้น

หากแต่ยังมีผู้คนอีกหลากหลายเผ่าพันธุ์ ได้อาศัยอยู่ที่นี่มาช้านานแล้ว

ความคิดชาตินิยม ที่เชื่อว่าคนไทยที่อยู่ทุกวันนี้ ได้อพยพหนีการรุกรานมาจากเทือกเขาอัลไต ซึ่งได้มีการพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง

แต่เฉพาะความรู้เล่มนี้ จำกัดองค์ความรู้เรื่องศิลปะทวารวดีในอีสาน

เป็นยุคสมัยหนึ่งของคนโบราณ ที่นำเอาศิลปะทวารวดีจากภาคกลาง และศิลปะเขมรเข้าผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

กระทั่งกลืนกลายเป็นเอกลักษณ์ของลุ่มน้ำในภูมิภาคแห่งอีสาน

ความรู้เรื่องนี้ จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน ในรูปเล่มศิลปวัฒนธรรม ฉบับพิเศษ

จำหน่ายตามแผงหนังสือ และร้านหนังสือทั่วไป ราคาเล่มละ 210 บาท

การเรียนอดีตที่ผ่านมาแล้ว จะทำให้เราเห็นวิถีชีวิตของคนโบราณ ว่าที่ท่านทำนั้นด้วยความเชื่ออะไร มีสาเหตุอะไรเป็นแรงจูงใจ

หลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ไม่ทันสมัย

แต่อย่าลืมว่า ถ้าไม่มีอดีต ก็ไม่มีปัจจุบัน และจะไม่มีอนาคต

ขอให้สังเกตและไตร่ตรองให้ดีว่าทุกวันนี้ ความเจริญทันสมัยไปถึงไหน ธรรมชาติความหายนะไปถึงนั่น

จิตใจผู้คนหยาบกระด้าง ขาดสำนึกเพื่อส่วนรวม

ความปรองดอง มองและคิดแล้ว จึงเป็นเพียงความฝันที่อยู่ในแผ่นกระดาษ

เพราะขาดความรู้เรื่องอดีต อันเป็นรากเหง้าเท่านั้นเอง

คุณาลัย ปริสุทฺโธ อาลัยหลวงพ่อคูณผู้บริสุทธิ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127010958&srcday=2015-09-01&search=no

วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 606

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

คุณาลัย ปริสุทฺโธ อาลัยหลวงพ่อคูณผู้บริสุทธิ์

ช่วงนี้ ข่าวอาชญากรรมจี้ปล้น และข่าวจับกุมยาเสพติดมีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน

ผู้ที่ก่อ ผู้ที่ทำ ก็มักจะอ้างมีเหตุให้ต้องทำ

แต่จริงจริงแล้วคือ ความอยากได้ใคร่มี

เมื่อความอยากได้ใคร่มีกำเริบ ผู้ที่จิตใจอ่อนไหว ขาดสติ ขาดการยับยั้งชั่งใจ ก็ย่อมประพฤติในสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม

พวกฉกชิงวิ่งราว อยากได้ของคนอื่นเขา ก็มักจะอ้างว่าตกงาน

ที่ตกงาน ก็อยากให้ดูความประพฤติของตัวเองด้วยว่า ตัวเองประพฤติอย่างไรถึงตกงาน

เรื่องบางเรื่องจะโทษคนอื่น ขอให้โทษตัวเองเป็นอันดับแรก

เพราะส่วนใหญ่ของทุกคนคือ มักอ้างเข้าข้างตัวเอง โยนความผิดให้คนอื่น

กิเลสตัวนี้ เป็นกิเลสที่ตัดได้ยาก

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ที่ทำได้ มีหลายคนทำให้เห็น มีพระคุณเจ้าหลายรูป ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

เรียนรู้จากหนังสือปักษ์นี้ จึงอยากให้เรียนรู้เรื่องเหรียญของหลวงพ่อคูณ พระผู้มีแต่ให้ แม้กระทั่งร่างกายของท่าน

คุณาลัย ปริสุทฺโธ เป็นหนังสือรวมเหรียญ ร่วมไว้อาลัยหลวงพ่อคูณผู้บริสุทธิ์ รวบรวมโดยทีมงาน กองบรรณาธิการข่าวสด

เหรียญ 92 รุ่น และพิเศษ 16 เหรียญ เนื้อทองคำ พร้อมกับข้อเขียนของเหล่าศิษย์ และเซียนพระ

นอกจากนี้ ได้ครูใหญ่ ขรรค์ชัย บุนปาน เขียนคำนิยม และ สำนักพิมพ์มติชน เป็นผู้จัดพิมพ์จำหน่าย ในราคาเล่มละ 280 บาท

อยากรู้ว่าแต่ละรุ่น รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ก็ลองแวะดูตามแผงหนังสือได้

ก็อย่างที่หลวงพ่อท่านว่า ถ้าทำดีพระก็คุ้มครอง

แต่ถ้าทำไม่ดี พระที่ไหนอยากจะช่วยเหลือ

ทุกวันนี้ ขโมยขโจรชุกชุม การใช้เครื่องมือสื่อสาร ขอให้ใช้อย่างระมัดระวัง อย่าเที่ยวใช้ให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อน หรือว่าตัวเองเดือดร้อน

เวลานี้ ผู้คนต่างเสพติดสื่ออิเล็กทรอนิกส์กันมาก ใช้กันจนเป็นภัยกับตัวเองและผู้อื่น

และจะรู้หรือไม่ว่า ที่ใช้ใช้กันอยู่นี้ สิ้นเปลืองพลังงานไปเท่าไหร่

ขณะเดียวกัน ก็กำลังก่อขยะมีพิษโดยไม่รู้ตัว

ปัญหาต่างต่างกำลังจะตามมาอีกมากมาย หากไม่รู้ใช้หรือให้เป็น

เมื่อถึงเวลานั้นจะไปโทษใคร หากไม่โทษตัวเอง

หากไม่รู้จักพอวันนี้ วันข้างหน้ายุ่งแน่

เรื่อง – ชะอม : สังคมเดิม

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – ลอง จ้องรวี

รั้วบ้านป้าสาลุงค้างคาว ทอดยาว, เงายิ้มริมถนน

เขียวเข้มเต็มตายังน่ายล แนวต้นชะอมน่าชมนัก

คือแหล่งแกงส้มชะอมทอด สุดยอดอาหาร-ตำนานผัก

กลมกล่อมหอมกลิ่นถิ่นที่รัก จากหลักปักรั้วเข้าครัวปรุง

ใครเยือนเรือนชานหรือผ่านรั้ว ยิ้มหัวยั่วเย้า, เราไม่ยุ่ง

ไม่เร่งทุรนเหมือนคนกรุงฯ ลูกทุ่งรื่นรมย์และร่มเย็น

ชะอมชุบไข่ ทอดไฟฟู่ ไข่ฟูเต็มจานรับทานเล่น

ปลาช่อนต้มยำหากจำเป็น ยังเห็นไม่ยาก-หากมาเยือน

สังคม เดิม เดิม แม้เริ่มล้า ปูปลานาห้วย, เพื่อนช่วยเพื่อน

แบ่งปันกันทั่วทุกครัวเรือน แม้เหมือนเลือนราง-แต่ยังมี!

โคราชของเรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05127150858&srcday=2015-08-15&search=no

วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 605

เรียนรู้จากหนังสือ

“ศรีจุฬาลักษณ์”

โคราชของเรา

แล้งปีนี้ ถือว่าหนักหนาสาหัสเอาการ ถือเป็นบทเรียนที่จะต้องจำ

แต่ถ้าหากมองอีกด้าน ก็จะบอกว่าเป็นเรื่องดี

ยามแล้งแห้งขอดอย่างนี้ ก็เพื่อจะให้ผู้คนช่วยกันขุดลอก คู คลอง หนอง บึง ที่ตื้นเขิน ไว้รองรับน้ำที่จะตามมาในปีต่อไป

อย่างไรเสีย ก็อย่ามัวแต่โอ้เอ้วิหารราย เพราะมันจะไม่ทันการ

อย่าลืมว่า ระบบข้าราชการเมืองไทยในสายตาชาวบ้านทั่วไปนั้น ยังมองด้านลบอยู่

ถ้าหากเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ยังมัวรีรอขออนุมัติ เรื่องบางเรื่องมันรอไม่ได้ ต้องลงมือทำก่อน

สำหรับผู้บังคับบัญชา ก็จะต้องรีบจัดการ ตัดสินใจอะไรก่อน อะไรหลัง เป็นแบบอย่างให้ผู้ปฏิบัติงานมีกำลังใจ

การเอาผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชามาเป็นของตัวเอง เป็นสิ่งที่ไม่งามทั้งทางโลกและทางธรรม

นอกจากจะเป็นที่ครหาแล้ว ยังจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานนั้นเสียกำลังใจอีกต่างหาก

การเป็นผู้นำที่ดีและผู้ตามที่ดี ต้องเกื้อกูลและจริงใจต่อกัน

ปัจจุบัน สังคมไฮเทค เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก

ครอบครัวจึงล่มสลาย เพราะไม่รู้จักหน้าที่

ปักษ์นี้จึงขอเชิญชวนให้หาความรู้จากหนังสือ เรื่อง “โคราชของเรา”

ความรู้เรื่องนี้ เป็นหนึ่งในโครงการ “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ของเครือมติชน

โดยมีครูใหญ่ ขรรค์ชัย บุนปาน เป็นบรรณาธิการอำนวยการ และ สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นบรรณาธิการ

เป็นความรู้ที่อ่านเข้าใจง่าย มีทั้งแผนที่ แผนผัง รูปประกอบให้ศึกษาประวัติศาสตร์นครราชสีมา ที่ยืนยันว่าไม่ได้อพยพมาจากเทือกเขาอัลไต

กว่าจะมาเป็นโคราชทุกวันนี้ มีเรื่องราวให้เรียนรู้มากมาย ขอเพียงเปิดใจอ่าน

บรรพชนคนโคราชเป็นใคร? มาจากไหน? หนังสือเล่มนี้จะไขให้หายข้องใจ

และถ้าจะให้เพลิดเพลินเจริญใจควบคู่ไปกับการอ่าน ขอให้หาตำโคราชมากินแนมไปด้วย รับรองยิ่งมีความสุข

โคราชของเรา จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์มติชน จำหน่าย ในราคา 250 บาท

ถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวบ้านทั่วไป ที่มีกฎหมายบังคับใช้เกี่ยวกับการให้บริการของข้าราชการต่อประชาชน

ต่อไปนี้ หากให้บริการล่าช้า หรือว่าเตะถ่วง ชาวบ้านมีสิทธิฟ้องร้องได้ทันที

ดังนั้น ข้าราชการจะต้องปรับลดขั้นตอนที่ยืดยาดออกไป

อะไรที่อนุมัติ บริการได้เร็ว ก็ให้รีบทำ

อย่าได้เป็นแบบเช้าชาม เย็นชาม มีสิทธิ์ติดคุกเอาง่ายง่าย

งานนี้ต้องขอบคุณ รัฐบาลประยุทธ์

เรื่อง – ลูกไม้ไม่ไกลต้น

คอลัมน์ – กวีชาวบ้าน

โดย – อนุวัฒน์ แก้วลอย

เส้นทางที่พ่อก้าวยาวนานนัก

เพราะพ่อรักหนักแน่นเป็นแก่นสาร

อุทิศพลีทั้งชีวิตจิตวิญญาณ

ในหน้าที่ราชการงานของครู

ความเป็นครูอยู่ที่ไหนได้ทั้งสิ้น

แค่พอมีพอกินดิ้นรนสู้

ภาคภูมิใจในตัวพ่อขอเชิดชู

ถึงไม่รู้ว่าปูทางให้อย่างไร

เหนื่อยแค่ไหนไม่เคยเอ่ยปากบ่น

อดและทนจนถึงขั้นเลิกหวั่นไหว

การแก่งแย่งแข่งดีมีถมไป

แม้แต่ในสังคมครูลูกรู้ดี

เส้นทางที่พ่อก้าวยาวนานนั้น

กับตัวลูกกลับผูกพันมั่นวิถี

ได้เฝ้าหวังสังเกตการณ์มานานปี

ทางสายนี้ที่จะข้ามเดินตามรอย

จะเติบกล้าทำหน้าที่นี้อย่างพ่อ

อุดมการณ์สานต่อไม่ท้อถอย

ความไม่รู้อยู่บ้านนาหรือป่าดอย

ศิษย์ตัวน้อยอาจคอยครูอยู่สักวัน

เส้นทางที่ลูกก้าวในคราวนี้

ก็เพราะมีแบบอย่างพ่อสร้างฝัน

เพิ่งรู้ตัวชั่วชีวิตนิจนิรันดร์

ลูกไม้นั้นมันไม่ไกลต้นเลย