คุณแหน : 23 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 23 มิถุนายน 2569

คุณแหน : 23 มิถุนายน 2569

วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • ปัญหาเศรษฐกิจโลกบีบรัด ไปไหนมาไหนก็เจอแต่คนค้าขายบ่นอุบว่าการค้าขัดสนมาก แม้แต่ในศูนย์การค้าใหญ่เองก็ยังเห็นร้านค้าเจ๊งต้องปิดร้านลงเรียงเป็นตับจนเรียกกันว่า “ฟันหลอ” วงการอนุรักษ์พระเครื่อง เองก็ประสบปัญหาเดียวกัน วันนี้เข้าไปในศูนย์พระเครื่องเห็นได้เลยว่าบรรยากาศเงียบไม่คึกคัก พบเจ้าหน้าที่ร้านค้าว่างงานหันมานั่งจับกลุ่มพูดคุยกัน เรื่องวงการอนุรักษ์พระเครื่อง บารอนเนส อยากจะชี้ให้เห็นข้อแตกต่างจากวงการอื่น โดยวงการนี้ต้องแบ่งตลาดออกเป็น 2 เซ็คเตอร์ ผู้บริโภคตลาดล่างทั่วไปแน่นอนเดือดร้อน เพราะขาดสภาพคล่องรุนแรง แต่ตรงกันข้ามใน ตลาดบน หมายถึง ลูกค้าที่เป็นคหบดีหรือข้าราชการมีกำลังเงินดี ดังนั้นการเช่าพระเครื่องประเภทคลาสสิกอาทิ พระสมเด็จวัดระฆัง-วัดบางขุนพรหม, พระปิดตายอดนิยม อาทิ หลวงพ่อแก้วเครือวัลย์ และ พระปิดตาห้าเสือเมืองชล ฯลฯ ยังดำเนินไปด้วยดีถึงแม้มูลค่าจะดรอปลงบ้าง…เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เซียนใหญ่แสนดี จากกรุงเทพฯส่งไลฟ์มาให้ดูว่า เดินทางไปส่งมอบ พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ หนึ่งองค์ ให้แก่ คหบดีชาวระยอง เป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาทจ่ายกันเป็นแบงค์เงินสดกองเต็มโต๊ะเลย…
  • ธีระ วชิรขจร อดีตผู้บริหารบรรษัทข้ามชาติและ Old-Boy จาก L.A. ยอมรับว่าประทับใจและตื่นเต้นกับความยิ่งใหญ่ของมหกรรม World Cup Final ที่สหรัฐฯโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดปฐมฤกษ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่นครลอสแอนเจลิส เขากล่าวย้ำว่าครั้งนี้จะเป็นความทรงจำงดงามไปทั่วโลกสมศักดิ์ศรีมหานครที่เลื่องลือเป็น ทำเลอมตะของ Los Angeles – Hollywood – Beverly Hills! นัดนี้ ทีมชาติสหรัฐ V. ปารากวัย ซึ่งก่อนแข่งชาวอเมริกันต่างหายใจกันไม่ทั่วท้อง เพราะคู่แข่งไม่ใช่ธรรมดาเป็นหนึ่งในทีมมีระดับของอเมริกาใต้เพื่อนบ้านบราซิล แต่ผลออกมากลายเป็น “ปารากวัยหงายท้องกลางตลาด” ถูกอเมริกันยิงพรุนถึง 4-1 หลังการแข่งขันอเมริกันชนซึ่งไม่เคยมีชื่อเสียงในฟุตบอลเวิลดิ์ ดีใจโห่ร้องขับรถแสดงความยินดีไปทั่วเมือง จนมีผู้บรรยายรายการคอมเม้นท์ว่า “สหรัฐฯเขาได้ถ้วย World Cup ไปครองแล้วหรือ?” …นอกจากแมตซ์ฟุตบอลแล้ว การแสดงพิเศษ ยังได้รับคำชมเชยมากมาย ไฮไลท์ซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกชาวไทยลิซ่าขึ้นแสดงบนเวทีท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างกึกก้อง เฉพาะคนดูในสนามนับแสน แต่ผู้ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลกนับพันล้านคน…
  • ขอแสดงความเสียใจกับ อ.ฟองสนาน จามรจันทร์ ที่สูญเสียคู่ชีวิต สรวงสรรค์ พิธีประชุมเพลิง จัดขึ้น ในวันนี้(23 มิ.ย.) 17.00 น. ณ เมรุวัดเสมียนนารี …ส่วน อุทุมพร โอสถานนท์ สูญเสียคุณพ่อไป เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน…
  • เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า “ห้องพระ” ที่คฤหาสน์ของ พิมพ์นิภา พูลวรลักษณ์ สวยงามอลังการงานสร้างมาก แต่เก็บไว้ให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ส่วนบุคคล ไม่สะดวกให้ใครมาขอชมทั้งนั้น…
  • ตวงพร เลาหบุตร ปลื้มสุดๆ เมื่อหลานยายคนเก่ง เจลลี่-กัลยรักษ์ พงศ์พิธานนท์ นักกอล์ฟทีมชาติไทยได้รับชัยชนะ ในการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนนานาชาติ “รายการ มันดิริ ซิปุตรากอล์ฟเพรเนอร์ จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026” ที่อินโดนีเซีย พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขัน “รายการ อินโดนีเซีย วูเมนส์ โอเพ่น 2027” ซึ่งเป็นหนึ่งในรายการของ โคเรีย แอลพีจีเอ ดรีม ทัวร์…
  • ต้นสน – นัยน์ภัค ชาญวีรกูล ผู้บริหารคนเก่ง ของ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ต แอนด์ คันทรีคลับ เขาใหญ่ ได้อัปเดตสิ่งอำนวยความสะดวกและโซนใหม่ๆ รวมทั้งมีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เช่นขี่ม้า และขับรถ ATV เพิ่มเติมจาก สนามกอล์ฟ จนกลายเป็นอาณาจักรพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม เรียกว่า “อาณาจักรแห่งความสุข” …ยามนี้ คุณย่าทัศนีย์ ชาญวีรกูล จึงยิ้มกว้างทุกครั้ง เมื่อมิตรสหายชื่นชมกันมาว่า “หลานเก่งมากๆ”!!…

บารอนเนส

สทนช. จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ เดินหน้าปรับปรุงแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (2566-2580) ชูแนวคิด

สทนช. จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ เดินหน้าปรับปรุงแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (2566-2580) ชูแนวคิด

สทนช. จับมือ ม.เกษตรศาสตร์ เดินหน้าปรับปรุงแผนแม่บทน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา (2566-2580) ชูแนวคิด

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 18.44 น.

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เริ่มต้น “โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 – 2580)” อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับแผนบริหารจัดการน้ำสู่มาตรฐานสากลด้วยกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) เพื่อสร้างความสมดุลที่ยั่งยืนระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า “โครงการนี้เป็นการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา ช่วงปรับปรุงครั้งที่ 1 ระหว่าง พ.ศ. 2566-2580 เป้าหมายสำคัญคือการรวมพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และองค์กรผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนในพื้นที่ มาร่วมกันคิด ร่วมกันออกแบบ และนำข้อเสนอไปสู่การปรับปรุงแผนให้ตอบโจทย์พื้นที่อย่างแท้จริง”

นายศราวุธ สากล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 กล่าวว่า การปรับปรุงแผนแม่บทครั้งนี้มุ่งเน้น การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการคิดและวางแผน โครงการนี้จึงต้องการรับฟังปัญหาจากคนในพื้นที่จริง ๆ เพื่อให้เป็นแผนหลัก (Master Plan) ที่สมบูรณ์ โดยมีการจัดเวทีรับฟังความเห็นเริ่มต้นเวทีที่ 1 กรุงเทพฯ-ปริมณฑล เวทีที่ 2 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเวทีที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์

นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวเสริมถึง ปัจจุบันนี้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เช่น ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino) และภาวะโลกร้อน ซึ่งการปรับปรุงแผนแม่บทนี้จำเป็นต้องมีการปรับปรุงทบทวนเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้าน รศ.ดร.บัญชา ขวัญยืน กรรมการลุ่มน้ำผู้ทรงคุณวุฒิ และรองประธานคณะกรรมการลุ่มน้ำเจ้าพระยา กล่าวเสริมถึง การนำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาใช้เป็นกรอบการพัฒนาและวางแผนแม่บท ซึ่งจะทำให้มีการพิจารณาข้อจำกัดของพื้นที่อย่างรอบด้านครอบคลุมทุกมิติ ทั้งทรัพยากรน้ำ ที่ดิน ประชากร สิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

โดยปัญหาหลักด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย

ปัญหาน้ำท่วม: ถือเป็นปัญหาหลักที่ใหญ่ที่สุดและเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความสูญเสียรุนแรงที่สุดของประเทศในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา โดยมีความกังวลหลัก 2 ทาง คือ น้ำเหนือที่ไหลลงมา และปัญหาน้ำทะเลหนุน

ปัญหาน้ำเสีย: เป็นประเด็นหลักที่เน้นย้ำในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี จนถึงกรุงเทพมหานคร

การกัดเซาะชายฝั่งและน้ำเค็ม: พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในเขตสมุทรปราการและกรุงเทพฯ รวมถึงปัญหาน้ำเค็มรุกตัวในช่วงหน้าแล้ง

โครงการและแนวทางการแก้ไขปัญหาในอนาคต

การวางแผนระยะกลาง-ยาว: แผนแม่บทนี้จะบรรจุโครงการที่จะต้องทำในช่วง 5-10 ปีข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้เป็นการแก้ปัญหาแบบปีต่อปีแบบที่ผ่านมา

การจัดการทางน้ำ: ปัจจุบันกำลังก่อสร้างคลองระบายน้ำบางไทร (คาดว่าจะเสร็จในอีก 2 ปี) ซึ่งจะช่วยพื้นที่ตอนบน เช่น อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ส่วนพื้นที่ตอนล่าง (ปทุมธานี, นนทบุรี) จะต้องอาศัยโครงการคลองป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งผ่านการประเมินทางสิ่งแวดล้อมแล้ว

โครงสร้างปิดปากแม่น้ำในอนาคต: เพื่อแก้ปัญหาแผ่นดินทรุด ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และน้ำทะเลหนุน ในอนาคตมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำเค็มหรือปิดปากแม่น้ำบริเวณอ่าวไทย เพื่อปกป้องกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และจังหวัดในแนวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งเส้นให้รอดพ้นจากวิกฤต

ผศ.ดร.ไชยาพงษ์ เทพประสิทธิ์ ผู้จัดการโครงการ กล่าวเสริมถึง สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา การวางแผนแม่บทในครั้งนี้จะทำการวิเคราะห์ภาพอนาคตกรณีต่าง ๆ และกำหนดมาตรการ แผนงานและรูปแบบโครงการที่เหมาะสม ถึงปี 2580 ทั้งกรณีใช้สิ่งก่อสร้าง และไม่มีสิ่งก่อสร้าง

นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวเสริมถึง แม่น้ำเจ้าพระยาคือหัวใจของชาวบ้าน โดยจังหวัดนนทบุรีซึ่งมีคลองเชื่อมต่อกว่า 400 คลอง กำลังได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากปัญหาน้ำเสีย ปัญหาน้ำท่วม และน้ำเค็มในช่วงหน้าแล้ง ดังนั้น การปรับปรุงแผนแม่บทที่มองรอบด้าน ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอาชีพให้ชาวบ้านริมน้ำได้อย่างแท้จริง

เปิดกิจกรรม ‘เดิน-วิ่ง โรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก’ ครั้งที่ 1 ระดมทุนพัฒนาการศึกษา สร้างพลังความร่วมมือของชุมชนเพื่ออนาคตของลูกหลาน

เปิดกิจกรรม ‘เดิน-วิ่ง โรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก’ ครั้งที่ 1 ระดมทุนพัฒนาการศึกษา สร้างพลังความร่วมมือของชุมชนเพื่ออนาคตของลูกหลาน

เปิดกิจกรรม ‘เดิน-วิ่ง โรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก’ ครั้งที่ 1 ระดมทุนพัฒนาการศึกษา สร้างพลังความร่วมมือของชุมชนเพื่ออนาคตของลูกหลาน

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.07 น.

นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง โรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก ครั้งที่ 1” ณ โรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยมี นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมในพิธี พร้อมปล่อยตัวนักวิ่งที่เข้าร่วมการแข่งขัน

ภายในงานมี นายเดชา จันทิกาแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะครู ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ชุมชน และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อระดมทุนสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน ตลอดจนส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย

นายนิพนธ์ กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันสนับสนุน เพราะโรงเรียนคือรากฐานของการพัฒนาเยาวชนและสังคมในอนาคต การจัดกิจกรรมในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการส่งเสริมสุขภาพและสร้างวินัยในการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีแห่งความร่วมมือที่เปิดโอกาสให้ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ได้ร่วมกันสนับสนุนการศึกษาของลูกหลานในพื้นที่

“การลงทุนด้านการศึกษาเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นการสร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคตให้กับประเทศ ผมขอชื่นชมผู้บริหารโรงเรียน คณะครู ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดกิจกรรมดี ๆ เช่นนี้ขึ้น เพื่อประโยชน์ของเด็กและเยาวชนในชุมชน” นายนิพนธ์ กล่าว

ทั้งนี้ กิจกรรม “เดิน-วิ่ง โรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก ครั้งที่ 1” ได้รับความสนใจจากนักวิ่ง ประชาชน ผู้ปกครอง และผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความสุข ความสามัคคี และพลังแห่งการมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนบ้านดอนขี้เหล็ก และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป

พลิกโฉมวงการแพทย์ชีวภาพไทย! TILSNA จัดเสวนา ‘TechForge 2026’ ดันนวัตกรรมไทยจากห้องแล็บสู่ตลาดโลก

พลิกโฉมวงการแพทย์ชีวภาพไทย! TILSNA จัดเสวนา ‘TechForge 2026’ ดันนวัตกรรมไทยจากห้องแล็บสู่ตลาดโลก

พลิกโฉมวงการแพทย์ชีวภาพไทย! TILSNA จัดเสวนา ‘TechForge 2026’ ดันนวัตกรรมไทยจากห้องแล็บสู่ตลาดโลก

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.58 น.

สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สหน.) หรือ TILSNA จัดงานเสวนาครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “TILSNA Roundtable 2026 TechForge : The Innovator’s Roundtable” ภายใต้แนวคิดทรงพลัง “Break the Mold, Build the Future: Elevating Thai Life Sciences Together with TILSNA” (ลับคม เสริมแกร่ง หลอมนวัตกรรมไทย สู่ผู้นำตลาด) ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ  ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม ทั้งผู้นำองค์กร, นักวิจัย, นักพัฒนาเทคโนโลยี, ผู้ประกอบการด้านการแพทย์และสุขภาพ รวมไปถึงนักลงทุนที่กำลังมองหาเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อร่วมกันผลักดันและเปลี่ยนอนาคตนวัตกรรมไทยให้เติบโตอย่มีผู้เข้าร่วมประชุมในลักษณะ Roundtable มากว่า 80 องค์กร และผู้ประชุมทางออนไลน์จากทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันผลักดันและเปลี่ยนอนาคตนวัตกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ศ.เกียรติคุณ ดร. นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา ประธานกรรมการ TILSNA ได้ขึ้นกล่าวเปิดงานพร้อมแสดงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจว่า

“วันนี้ตั้งใจให้เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ คือแนวคิดของการเกิดขึ้นของ Tilsna เกือบปีครึ่งที่ผ่านมา คืออยากผลักดันประเทศไทย ในเรื่องของไลฟ์สไตล์จาก OEM กลายเป็น Innovation Hub ให้ได้ และการทำแบบนั้นได้ก็ต้องมีการออกแบบกระบวนการ และข้อมูลจาก Demand side และ Supply side เราจะเริ่มจำแนก ว่า สิ่งที่เราควรจะไปจะมีอะไรบ้าง จนออกเป็นนโยบายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ถ้าทำสำเร็จจริง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศอย่างจริงจังและต้องขับเคลื่อนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่ม และการประสานงานกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยปิดล็อคจุดอ่อนทั้งหมด และสามารถสร้างให้เกิดประโยชน์ในประเทศ รวมทั้งส่งออก เพื่อนำรายได้เข้าประเทศ ตามวัตถุประสงค์ของ Tilsna”

โดยอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือการบรรยายพิเศษโดย ดร.จิตติพร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการ TILSNA ที่ได้มาเผยถึงโครงสร้าง สิทธิประโยชน์ และกลไกสนับสนุนนักวิจัยอย่างเจาะลึก ผ่าน 4 ภารกิจหลักขององค์กร

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดเวทีสัมมนาโต๊ะกลม ในหัวข้อ “Target Capabilities: What We Are Forging” ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าผู้บริหาร นักวิชาการ และนักวิจัยชั้นนำ เพื่อร่วมกันถอดบทเรียน วิเคราะห์แนวโน้ม และค้นหาศักยภาพสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกอย่างแท้จริง การจัดงาน TechForge 2026 ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการหลอมรวมแนวคิด สร้างเครือข่ายพันธมิตร และเตรียมความพร้อมในการผลักดันงานวิจัยไทยให้กลายเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

พม. เปิด ‘ศูนย์สร้างสุข’ สกลนคร พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

พม. เปิด ‘ศูนย์สร้างสุข’ สกลนคร พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

พม. เปิด ‘ศูนย์สร้างสุข’ สกลนคร พร้อมมอบสิทธิสวัสดิการ ยกระดับคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.55 น.

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า วันนี้ ตน ได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. และคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. , นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. และ คณะผู้บริหารกระทรวง พม. , นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร , ทีมหน่วยงาน พม.จังหวัดสกลนคร และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกช่วงวัย ตามนโยบาย พม. 8 ด้าน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” ในพื้นที่ระดับจังหวัด โดยมีการเปิดงาน Kick Off “ศูนย์สร้างสุขเทศบาลตำบลวังยาง : สานพลังภาคีเครือข่าย เพื่อคนทุกช่วงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี” พร้อมเปิดป้าย ศูนย์สร้างสุขเทศบาลตำบลวังยาง ณ ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร

นอกจากนี้ มีการส่งมอบ “สวัสดิการ สร้างสุข เพื่อคนทุกวัย” ตามภารกิจกระทรวง พม. ให้กับกลุ่มเปราะบางและประชาชนที่ประสบปัญหาทางสังคมในพื้นที่ ได้แก่ เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน , เงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง , เงินอุดหนุนสภาเด็กและเยาวชน , เงินอุดหนุนศูนย์บริการคนพิการทั่วไป, เงินอุดหนุนโครงการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม , เงินอุดหนุนการรวมกลุ่มประกอบอาชีพ , งบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้สูงอายุให้เหมาะสมและปลอดภัย, งบประมาณโครงการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยสำหรับคนพิการ , เงินโครงการ “บ้านสบายเพื่อยายตา” , เงินโครงการ “บ้านอุ่นไอรัก” , และ เงินโครงการ “บ้านปันสุข ร่วมใจ เพื่อมอบให้กลุ่มเปราะบาง” จากธุรกิจเอกชน CSR จังหวัดสกลนคร อีกทั้ง เยี่ยมชมบูธกิจกรรมและผลิตภัณฑ์สินค้าจากทีมหน่วยงาน พม.จังหวัดสกลนคร และเครือข่ายท้องถิ่น  

นายนิกร กล่าวต่อไปว่า วันนี้ ตนยังได้ลงพื้นที่ ณ ศูนย์เรียนรู้ผ้าคราม บ้านดอยกอย “วิชชาลัยดอยกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อติดตามการขับเคลื่อนงานสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและขบวนองค์กรชุมชนท้องถิ่น ของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. อีกทั้ง มอบเงินงบประมาณสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการของ พอช. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่  1) โครงการขับเคลื่อนงาน ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร 2)โครงการเสริมสร้างระบบนิเวศชุมชน (Eco – System) ชุมชนท้องถิ่นเทศบาลตำบลบัวสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และ 3) โครงการสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน

โอกาสนี้ มีการเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์เรียนรู้ผ้าคราม บ้านดอยกอย “วิชชาลัยดอยกอย วิถีแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ที่พัฒนาจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ครั้งเสด็จทอดพระเนตรขั้นตอนการผลิตผ้าย้อมครามของกลุ่มทอผ้าบ้านดอนกอย ทรงมีพระประสงค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอบ้านดอนกอยให้เป็นที่ต้องการของตลาดไทยและตลาดโลก และเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในพื้นที่

นายนิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ตนได้ไปลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการของศูนย์บริการคนพิการ ชมรมผู้ปกครองออทิสติกจังหวัดสกลนคร อาทิ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก , แปลงเกษตรแบบผสมผสาน , แปลงสาธิตพืชเศรษฐกิจ และผลิตภัณฑ์สินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์ผ้าคราม พวงกุญแจและกระเป๋าเป้ยี่ห้อ Lucky Kid เป็นต้น อีกทั้งมอบสื่อศิลปะการเรียนรู้สำหรับบุคคลออทิสติก และพบปะพูดคุยให้กำลังใจสมาชิกและผู้ปกครองชมรมผู้ปกครองออทิสติกจังหวัดสกลนคร นอกจากนี้ มีการเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มเปราะบาง 2 ราย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุป่วยติดเตียงไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ พร้อมทั้งมอบสิทธิสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ณ บ้านหนองเบ็น อำเภอไฮหย่อง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร

ศูนย์บริการโลหิตฯ ชวนบริจาคโลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ศูนย์บริการโลหิตฯ ชวนบริจาคโลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ศูนย์บริการโลหิตฯ ชวนบริจาคโลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.06 น.

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนพสกนิกรชาวไทยทั้งแผ่นดิน ร่วมบริจาคโลหิต  ในโครงการ “โลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า  ด้วยสำนักพระราชวัง ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้สิ้นพระชนม์แล้ว นำมาซึ่งความโทมนัสสุดอาลัยต่อพสกนิกร  ชาวไทยทั่วทั้งแผ่นดิน ด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ ทรงเป็นที่รัก เคารพ และเทิดทูนของประชาชนทุกหมู่เหล่า ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาสามารถและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประเทศชาติ และประชาชนตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยทรงมีพระปรีชาสามารถในหลากหลายด้าน ทั้งด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ด้านการทหาร และการต่างประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยะอุตสาหะเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย ทั้งในด้านการพัฒนาสังคม การยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคม การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ รวมถึง พระกรณียกิจด้านสาธารณสุข ในการส่งเสริมงานด้านการบริการโลหิต เป็นหนึ่ง ใน 4 พันธกิจหลักของสภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงสนพระราชหฤทัยสนับสนุนงานด้านการบริการโลหิต เป็นอย่างมาก ทรงมีพระเมตตาต่อผู้บริจาคโลหิต โดยเมื่อวันที่  20 – 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2539 ได้เสด็จ ฯ แทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ไปในการประธานประกาศเกียรติคุณและเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิต ครบ 36 ครั้ง และ 108 ครั้ง ประจำปี 2539 ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร อันเป็นขวัญกำลังใจสำคัญ และความภาคภูมิใจแก่ผู้บริจาคโลหิตที่ได้สละโลหิตเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน   

นอกจากนี้ พระองค์ทรงมีพระเมตตาต่อผู้ป่วยที่ต้องการโลหิตเพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2565 ได้เสด็จ ฯ เป็นการส่วนพระองค์ ทรงบริจาคพระโลหิต พร้อมด้วยข้าราชบริพารในพระองค์ ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมด้วย ข้าราชบริพารในพระองค์ เพื่อร่วมสำรองโลหิตสำหรับการรักษาผู้ป่วย ในช่วงวิกฤติขาดแคลนโลหิตจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อันเป็นพระจริยวัตรแห่งการให้และการเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์ ที่ทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างแก่ประชาชน 

ด้วยพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ สะท้อนถึงความกตัญญู ความมุ่งมั่น ความเสียสละ และการทรงยึดมั่นในประโยชน์ส่วนรวมเหนือประโยชน์ส่วนพระองค์ ตลอดจนพระปณิธานในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน อันเป็นคุณูปการสำคัญต่อประเทศชาติ และเป็นแรงบันดาลใจแห่งการให้ การแบ่งปันและการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์   

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ขอเชิญพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ร่วมน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ บริจาคโลหิตถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในโครงการ “โลหิตแห่งความภักดี น้อมถวายเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ”  ระหว่างนี้จนถึงวันที่  30 มิถุนายน 2569 เพื่อเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมกันทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต อันเป็นการ “ให้ชีวิตเพื่อชีวิต” บริจาคโลหิต ได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตแห่งชาติ ทั่วประเทศ

CEA จับมือพันธมิตรจัดงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’

CEA จับมือพันธมิตรจัดงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’

CEA จับมือพันธมิตรจัดงาน ‘เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569’

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.05 น.

CEA ประกาศความพร้อมจัดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” ผนึกพันธมิตรและเครือข่าย 20 จังหวัดทั่วภูมิภาค เปิดฉาก “NORTHEAST MODERN” ยกระดับอีสานขึ้นแท่นภูมิภาคแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจระดับโลก

นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ผู้อำนวยการสำนักภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA แถลงข่าวการจัดงาน “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569” หรือ “Isan Creative Festival 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ภายใต้แนวคิด “นอร์ทอีสเดิ้น : NORTHEAST MODERN พร้อมสรรพ | ปรับตัว | ม่วนมิตร” ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรเทศกาล นำโดย นายสถิร ทัศนวัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN), นายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร The Secret Sauce Business Weekend อีสาน 2026 บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด, นางสาววรรณนิภา พิภพไชยาสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 3 หรือ BOI (Board of Investment)), รศ. ดร.กฤตภัทร ถาปาลบุตร คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และดร.ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท Khon Kaen Innovation Center จำกัด พร้อมด้วยกลุ่มนักสร้างสรรค์ 20 จังหวัดทั่วภูมิภาค และและแขกผู้มีเกียรติ อีกมากมาย มาร่วมงาน ณ พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อเร็ว ๆ นี้

เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2569 (ISANCF2026) จัดขึ้น 9 วันระหว่างวันที่ 11 – 19 กรกฎาคม 2569 เพื่อโชว์ศักยภาพของนักสร้างสรรค์ ผู้ประกอบการ และคนรุ่นใหม่ ที่ร่วมกันสร้างอีสานยุคใหม่ สู่การเป็น “ภูมิภาคแห่งโอกาส ความหวัง และอนาคต” ผ่านกิจกรรมกว่า 200 โปรแกรม ใน 7 รูปแบบ ครอบคลุม 4 พื้นที่หลักในจังหวัดขอนแก่น ได้แก่ TCDC ขอนแก่น, เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ศรีจันทร์ และศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติไคซ์ (KICE) รวมถึงพื้นที่สร้างสรรค์อื่น ๆ ในภูมิภาคอีสาน

สถานทูตนิวซีแลนด์ฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน ‘TASTE OF NEW ZEALAND 2026’

สถานทูตนิวซีแลนด์ฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน ‘TASTE OF NEW ZEALAND 2026’

สถานทูตนิวซีแลนด์ฯ จับมือ กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน ‘TASTE OF NEW ZEALAND 2026’

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.01 น.

สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย และ กูร์เมต์ มาร์เก็ต โดยบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน TASTE OF NEW ZEALAND 2026 ภายใต้แนวคิด ‘New Zealand, Made With Care’ นำแรงบันดาลใจจากความผูกพันในธรรมชาติ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใย ความเคารพ และความเข้าใจที่ว่าเมื่อธรรมชาติเจริญงอกงาม เราทุกคนต่างก็เจริญงอกงามเช่นกัน สะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับพรีเมียมจากความเคารพและการดูแลธรรมชาติอย่างยั่งยืน ส่งตรงจากนิวซีแลนด์มาให้ชาวไทยและต่างชาติร่วมสัมผัส ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขา พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ตั้งแต่วันนี้ – 24 มิถุนายน 2569

พลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “งาน Taste of New Zealand ในปีนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่าง กูร์เมต์ มาร์เก็ต และสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ด้วยความตั้งใจร่วมกันที่จะนำเสนอสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมจากนิวซีแลนด์สู่ผู้บริโภคชาวไทย ภายใต้แนวคิด ‘New Zealand, Made With Care’ หรือ HANGAIA E TE MANAAKITANGA (ฮาง-งา-อีอา เอ เต มา-นา-กี-ตาง-งา) ‘ผลิตด้วยความใส่ใจ’ ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความผูกพันกับผืนดินและท้องทะเลของชาวพื้นเมือง ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใย ความเคารพ และความเข้าใจที่ว่าเมื่อธรรมชาติเจริญงอกงาม เราทุกคนต่างก็เจริญงอกงามเช่นกัน ผสานกับทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดินที่อุดมสมบูรณ์ และสายน้ำที่เย็นใสสะอาดของประเทศ จนเกิดเป็นอาหารที่โดดเด่น รสชาติเยี่ยม และเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ”

สำหรับงาน TASTE OF NEW ZEALAND 2026 ได้คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพเยี่ยมจากนิวซีแลนด์อย่างพิถีพิถันมาให้ฟู้ดเลิฟเวอร์ทั้งชาวไทยและต่างชาติร่วมชิม ช้อป อย่างจุใจ โดยมีสินค้าไฮไลต์ชวนลิ้มลอง อาทิ  เซสปรีซันโกลด์กีวี่ กีวี่สีทอง (Zespri Sungold Kiwifruit)  ลูกพลับนิวซีแลนด์ แบรนด์เฟิร์สต์ เฟรช (First Fresh) แอปเปิลเอนวี่ (Envy apple)  แอปเปิลแจ๊ส (Jazz apple) แอปเปิลแดซเซิล (Dazzle apple)  กูร์เมต์ แครกเกอร์ ฟิกและวอลนัท แบรนด์รูเธอร์ฟอร์ด แอนด์ เมเยอร์ (Rutherford & Meyer) ช็อกโกแลต วิทเทคเกอร์ส (Whittaker’s)

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Gourmet Market Thailand, IG: gourmetmarket และ TikTok: gourmetmarketth

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

ศิลปะและเสียงเพลง วิธีบำบัดโรคซึมเศร้าที่คุณอาจไม่รู้ !!

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.57 น.

โรคซึมเศร้า เป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความสุขของผู้คนในทุกช่วงวัยและทุกระดับสังคม อาการที่เกิดขึ้นไม่เพียงแค่เป็นความเศร้าหรือความวิตกกังวล แต่ยังสามารถส่งผลต่อร่างกาย จิตใจ และการทำงานในชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้ การรักษาและฟื้นฟูจากโรคซึมเศร้าจึงจำเป็นต้องมีหลายแนวทางที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลและสามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีชีวิตที่มีคุณภาพอีกครั้ง

โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านสุขภาพจิต Bangkok Mental Health Hospital หรือ BMHH  ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และได้พัฒนาแนวทางการบำบัดที่หลากหลายเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกัน โดยหนึ่งในนั้นคือการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี ซึ่งได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการสุขภาพจิตว่าเป็นวิธีการรักษาที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูจิตใจ

การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี: ทางเลือกที่สร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูจิตใจ

การบำบัดด้วยศิลปะ (Art Therapy) และดนตรี (Music Therapy) เป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในใจผ่านสื่อศิลปะและเสียงดนตรี การแสดงออกผ่านการวาดภาพ การเล่นดนตรี หรือการร้องเพลงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้แสดงความรู้สึกที่อาจจะยากในการพูดออกมาเป็นคำพูด ซึ่งทำให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความเครียด และเพิ่มความเข้าใจในตนเอง

การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี สามารถช่วยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่มีการตัดสินใจ จึงสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและยอมรับตนเองได้มากขึ้น การสร้างสรรค์งานศิลปะหรือการเล่นดนตรียังช่วยกระตุ้นสมองและกระตุ้นสารเคมีที่มีผลต่ออารมณ์ เช่น โดปามีนและเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นและมีความสุขมากขึ้น

ประโยชน์ของการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีในการรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

  • ช่วยปลดปล่อยอารมณ์และความเครียด: การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะหรือการเล่นดนตรีช่วยให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกและบรรเทาความเครียดที่สะสมอยู่ในจิตใจ
  • เพิ่มการเชื่อมโยงทางอารมณ์: ดนตรีและศิลปะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถติดต่อสื่อสารและสร้างความเชื่อมโยงกับตนเองและผู้อื่นได้ดีขึ้น
  • กระตุ้นสมองและฟื้นฟูสุขภาพจิต: การใช้ดนตรีและศิลปะกระตุ้นการทำงานของสมอง ช่วยเพิ่มสมาธิ ลดอาการซึมเศร้าและวิตกกังวล
  • เสริมสร้างความมั่นใจ: การสร้างผลงานศิลปะและดนตรีให้สำเร็จสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเอง และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกภาคภูมิใจ

ช่วยในการรับมือกับความทรงจำหรืออารมณ์ที่ซับซ้อน: การบำบัดด้วยศิลปะและดนตรีสามารถช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจและจัดการกับความทรงจำหรืออารมณ์ที่ยากจะเผชิญได้

ทั้งนี้ โรงพยาบาล BMHH มีทีมแพทย์และนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการบำบัดด้วยศิลปะและดนตรี โดยแต่ละโปรแกรมการบำบัดถูกออกแบบอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่เหมาะสมและตรงตามความต้องการ นอกจากนี้เรายังให้คำปรึกษาและการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูจิตใจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

พิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

พิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

พิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.49 น.

เนื่องในโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะ ให้ พระราชบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9) เจ้าคณะภาค 10  รักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมมงคลเถาบุญนนทวิหาร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง  เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวชิรบัณฑิต ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569  ในการนี้คณะสงฆ์ และอุบาสกอุบาสิกาวัดธาตุทอง จัดให้มีพิธีต้อนรับสัญญาบัตร พัดยศ และถวายมุทิตาสักการะ ในวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ พระอุโบสถวัดธาตุทอง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร        

     หลวงพ่อพระพุทธสัพพัญญู พระประธานประจำพระอุโบสถฯ

พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9)

พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9) และโยมแม่

ในการนี้มี พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง กล่าวสัมโมยนีกถา และแสดงมุทิตาจิต พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ เป็นประธานฝ่ายฆารวาส และ ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี อ่านสัญญาบัตรพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์

พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง

คณะสงฆ์ถวายมุทิตาสักการะต่อพระเทพวชิรบัณฑิต

เจ้าหน้าที่เชิญสัญญาบัตร พัดยศ ประดิษฐาน ในพระอุโบสถ

ผศ.ดร.วิรชฎา บัวศรี อ่านสัญญาบัตรพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์

พระครูวินัยวรวัฒน์ ผช.เจ้าอาวาส และเลขานุการวัดธาตุทอง, สมบูรณ์ อเนกพุฒิ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

พล.ต.อ.สันต์ – ยุวเรศ ศรุตานนท์

พระเทพวชิรบัณฑิต (สุดใจ ปสิทฺธิโก ป.ธ.9) มีราชทินนามเต็มตามสัญญาบัตรพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพว่า “พระเทพวชิรบัณฑิต ปริยัติกิจคุณารักษ์ ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสีมีฐานานุศักดิ์ตั้งฐานานุกรมได้ 5 รูป ได้แก่ พระครูปลัด, พระครูวินัยธร, พระครูสังฆรักษ์, พระครูสมุห์ และ พระครูใบฎีกา

ผาณิต พูนศิริวงศ์ และอุบาสิกาที่มาร่วมพิธี

ผู้เคารพศรัทธา พระเทพวชิรบัณฑิตร่วมพิธีมุทิตาสักการะ