โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เผยผลสำเร็จ การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์หนังปักกิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/732042

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เผยผลสำเร็จ  การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์หนังปักกิ่ง

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เผยผลสำเร็จ การเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์หนังปักกิ่ง

วันอาทิตย์ ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรมการท่องเที่ยวเปิดเผยผลสำเร็จจากการเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงปักกิ่ง ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 21-27 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา สามารถประชาสัมพันธ์เชิญชวนคณะผู้สร้างภาพยนตร์จีนให้เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยได้หลายราย คาดผลสำเร็จครั้งนี้จะทำให้ผู้สร้างจีนเลือกโลเกชั่นไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ มีเม็ดเงินลงทุนในไทยกว่า 750 ล้านบาท

จาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยถึงการเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงปักกิ่ง ครั้งที่ 13ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเร็วๆ นี้ว่า “กรมการท่องเที่ยว โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ (Thailand FilmOffice) ได้เข้าร่วมออกคูหานิทรรศการในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงปักกิ่ง เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นงานเทศกาลภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของจีน ภายในงานนอกจากมีการประกาศรางวัลภาพยนตร์สาขาต่างๆ แล้ว ยังมีการเจรจาธุรกิจซื้อขายภาพยนตร์ จัดแสดงอุปกรณ์การถ่ายทำ และการประชาสัมพันธ์สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์โดยมีประเทศต่างๆ ร่วมออกคูหา อาทิ สาธารณรัฐเกาหลี ประเทศมาเลเซีย ราชอาณาจักรฮัชไมต์จอร์แดน เป็นต้น การเดินทางมาปักกิ่งครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการประชาสัมพันธ์สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น”

กรมการท่องเที่ยวได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงปักกิ่งในครั้งนี้ สามารถเชิญชวนและสร้างความสนใจให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์จากจีนพิจารณาเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยได้กว่า 7 ราย ประเมินเม็ดเงินลงทุนในไทยกว่า 750 ล้านบาท ซึ่งกรมการท่องเที่ยวเตรียมสานต่อความสำเร็จนี้อย่างต่อเนื่อง ในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะเจรจาดึงผู้สร้างภาพยนตร์ทั่วโลกมาถ่ายทำในไทยได้อย่างดียิ่ง

โซไซตี้ : ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ กับโครงการ ‘ไอแคร์ ไอแชร์’ภารกิจแห่งความภูมิใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/730590

โซไซตี้ : ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ กับโครงการ  ‘ไอแคร์ ไอแชร์’ภารกิจแห่งความภูมิใจ

โซไซตี้ : ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ กับโครงการ ‘ไอแคร์ ไอแชร์’ภารกิจแห่งความภูมิใจ

วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ยังคงสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สำหรับ บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด หรือ iii ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำของประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและจรรยาบรรณทางธุรกิจ ซึ่งทางคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์และบริษัทในเครือ ได้ร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ภายใต้โครงการ “ทริพเพิล ไอ ไอแคร์ไอแชร์”

ทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติก จำกัด (มหาชน) หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญในการขับเคลื่อนการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มบริษัท เล่าให้เราฟังว่าพวกเราชาวทริพเพิล ไอ ได้ร่วมกันจัดทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาองค์กรทั้งการเติบโตด้านมูลค่าในแง่ของธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเป็นองค์กรที่มีคุณค่าในแง่ของการรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน และสังคม

ซึ่งทางกลุ่มบริษัทได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ด้วยการส่งตัวแทนของบริษัทไปดำรงตำแหน่งเป็นคณะกรรมการ ที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญในหน่วยงานต่างๆที่สนับสนุนการขับเคลื่อนโลจิสติกส์ไทย อาทิ การเป็นที่ปรึกษากลุ่มอุตสาหกรรมเคมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เลขาธิการสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนากำลังคนด้านโลจิสติกส์ของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์กรมหาชน) ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารศูนย์ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กลุ่มบริษัทยังคงมุ่งเน้นทั้งการยกระดับองค์ความรู้ด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า พนักงาน สถาบันการศึกษา หน่วยงานต่างๆทั้งราชการและภาคเอกชน จึงจัดให้มีการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยทางบริษัทได้ร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมการขนส่งทางบก สมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตรายและกลุ่มความช่วยเหลือกรณีเหตุฉุกเฉินในการขนส่งผลิตภัณฑ์คลอร์อัลคาไล จัดการอบรมในหัวข้อ “การให้ความรู้สู่ความเป็นเลิศด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม” นอกจากนี้ ยังเป็นวิทยากรให้กับองค์กรต่างๆ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง สถาบันธุรกิจการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เป็นต้น

นับตั้งแต่การเข้าจดทะเบียนใน ตลท. บริษัทตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในปีที่ผ่านเราได้รับการรับรองฐานะสมาชิกแนวร่วมการต่อต้านคอร์รัปชั่นของภาคเอกชนไทยจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย บริษัทจึงได้มีการนำแนวปฏิบัติในระดับสากลมากำหนดเป้าหมายและนโยบายการจัดการด้านความยั่งยืนตามแนวทาง ESG เพื่อก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มั่นคงและยั่งยืนครอบคลุมทุกมิติ ทั้งมิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล มิติสังคม และมิติสิ่งแวดล้อม และได้มีการปรับแผนการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่สอดคล้องกับทั้งสามมิติดังกล่าวประกอบด้วย

การสนับสนุนหน่วยแพทย์ซึ่งเป็นกิจกรรมทำมาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ด้วยความตั้งใจที่จะส่งมอบความช่วยเหลือไปยังบุคลากรด้านสาธารณสุขและกลุ่มผู้ป่วยที่ขาดแคลนโดยล่าสุดมีการบริจาคที่นอนโฟมสำหรับผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 32 ชุด ให้กับโรงพยาบาลศิริราชและร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการทำงานของหน่วยแพทย์ให้กับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย รวมกว่ามูลค่ากว่า 980,000 บาท

กิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องจากสถานการณ์โรค COVID-19 ทำให้สภากาชาดและสถานพยาบาลหลายแห่งขาดแคลนโลหิตสำรอง จึงได้มีการเชิญชวนพนักงานในกลุ่มบริษัทไปร่วมบริจาคโลหิตเพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์และหวังสร้างความภาคภูมิใจจากการเป็นผู้ให้

กลุ่มบริษัทได้นำผลงานของศิลปินจาก Art Story มาใช้ในการออกแบบปฏิทินและของขวัญปีใหม่ประจำปี 2566 โดย Art Story เป็นธุรกิจเชิงสังคมของกลุ่มเยาวชนออทิสติกภายใต้มูลนิธิออทิสติกไทย เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมและร่วมส่งเสริมอาชีพบุคคลออทิสติกซึ่งนอกจากจะได้ผลงานที่สวยงามแล้ว ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเกื้อหนุนและสร้างกำลังใจให้กับกลุ่มศิลปินออทิสติกในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไป นอกจากนี้ยังเลือก Snack Box จากยิ้มสู่คาเฟ่สำหรับงานประชุม สัมมนาภายในองค์กร ซึ่งเป็นสินค้าของมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการที่สนับสนุนให้คนพิการสามารถพัฒนาความสามารถเพื่อสร้างรายได้ดูแลตนเองได้

ในส่วนของกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชุมชน กลุ่มบริษัทได้จัดกิจกรรมปันน้ำใจด้วยถุงไออิ่มในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีกับชุมชนรอบข้าง โดยมีตัวแทนพนักงานแจกถุงไออิ่มจำนวน 100 ชุด เพื่อปันน้ำใจให้กับผู้ที่ขาดแคลนภายในชุมชนกว่า 80 ครัวเรือน ซึ่งภายในถุงไออิ่มนั้นมีข้าวสารอาหารแห้งที่เป็นสินค้าของโครงการใจฟ้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วย HIV ที่อยู่ภายในความดูแลของวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี อีกทั้งยังมีกลุ่มตัวแทนพนักงานไปบริจาคน้ำดื่มให้กับวัดภายในชุมชนเพื่อใช้แจกประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีอีกด้วย

ในปีที่ผ่านมานับเป็นครั้งแรกของกิจกรรม Triple i School Tour ที่กลุ่มบริษัทได้ร่วมสนับสนุนสถาบันการศึกษาภายในชุมชน โดยจัดกิจกรรมสันทนาการและมอบอุปกรณ์ทางการศึกษา อุปกรณ์กีฬา และเครื่องใช้จำเป็นภายในโรงเรียน ให้แก่เด็กนักเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาสังกัดกทม. ได้แก่ โรงเรียน วัดปริวาส และโรงเรียนประถมนนทรี รวมไปถึงการสนับสนุนโต๊ะทำกิจกรรมให้กับโรงเรียนท่าเพลิงเหมือดแอ่ท่าใหม่หนองมะเกลือวิทยา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมจนอุปกรณ์ภายในโรงเรียนได้รับความเสียหาย

สำหรับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ทางกลุ่มบริษัทได้มีการจัดกิจกรรม Triple i PET to PPE โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “แยกขวดช่วยหมอ” ด้วยการเปิดรับบริจาคขวดพลาสติกชนิด PET จากพนักงานภายในสำนักงานใหญ่เพื่อนำไปส่งมอบให้กับกลุ่ม Less Plastics ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นำไปรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นชุด PPE ส่งต่อให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ยังมีโครงการกิจกรรมน่ารักๆ อย่าง Triple i Green Space แจกพืชพันธุ์สวยงามและพืชฟอกอากาศที่ง่ายต่อการดูแลจำนวน 400 กระถาง ให้แก่พนักงานนำกลับไปปลูกในที่พักอาศัยหรือตั้งในออฟฟิศ เพื่อสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเติมความสดชื่นด้วยพื้นที่สีเขียวใกล้ตัว

ตัวอย่างกิจกรรมข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นความตั้งใจจริงของคณะผู้บริหารและพนักงานในกลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) ที่เชื่อมั่นมาตลอดว่าการให้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างห่วงโซ่ที่มีคุณค่า จากผู้รับในวันนี้กลายเป็นผู้ให้ในอนาคต ต่อยอดการสร้างสรรค์สิ่งดีให้สังคมต่อไปเรื่อยๆ เพราะเราเชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนคือการเติบโตไปพร้อมๆ กัน

โซไซตี้ : ปตท.สผ. จับมือ สผ. ดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/729032

โซไซตี้ : ปตท.สผ. จับมือ สผ. ดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โซไซตี้ : ปตท.สผ. จับมือ สผ. ดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และ พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ สผ. ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนการดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและมุ่งไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในระดับพื้นที่ไปยังฐานข้อมูลของประเทศไทย เช่น การส่งเสริมการดำเนินงานของภาคเอกชนในโครงการดักจับ ใช้ประโยชน์ และกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture,Utilization and Storage หรือ CCUS)การเพิ่มการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมาย และการฟื้นฟูและอนุรักษ์พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ที่ถูกคุกคาม เป็นต้นความร่วมมือดังกล่าวยังรวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในระดับประเทศ ภูมิภาคและนานาชาติและการเสริมสร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณะอีกด้วย

ความร่วมมือของ ปตท.สผ. และ สผ. ในครั้งนี้จะก่อให้เกิดการดำเนินงานระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม ตามเจตนารมณ์ของทั้งสององค์กรที่จะร่วมกันขับเคลื่อนการสร้างความสมดุลให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ

โซไซตี้ : มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ผลักดันโครงการครอบครัวอุปการะฯ สู่ปีที่ 21 ผนึกกำลังมูลนิธิแคร์ฟอร์ชิลเดรน เสริมแกร่งแนวทางขับเคลื่อนโครงการฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/728869

โซไซตี้ : มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ผลักดันโครงการครอบครัวอุปการะฯ สู่ปีที่ 21  ผนึกกำลังมูลนิธิแคร์ฟอร์ชิลเดรน เสริมแกร่งแนวทางขับเคลื่อนโครงการฯ

โซไซตี้ : มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ผลักดันโครงการครอบครัวอุปการะฯ สู่ปีที่ 21 ผนึกกำลังมูลนิธิแคร์ฟอร์ชิลเดรน เสริมแกร่งแนวทางขับเคลื่อนโครงการฯ

วันเสาร์ ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“โครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม” ที่เกิดขึ้นจากมุ่งมั่นตั้งใจของ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ในการหล่อหลอมเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะเด็กกำพร้า ที่แม้จะได้รับการเลี้ยงดูให้เจริญเติบโตตามวัยในสถานสงเคราะห์ แต่พวกเขายังขาด “ครอบครัว” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำหน้าที่ดูแลให้พวกเขามีพัฒนาการ ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และสังคมไปพร้อมๆ กัน

เครือซีพีและมูลนิธิฯ ริเริ่มดำเนินโครงการครอบครัวอุปการะในชุมชนวัฒนธรรม ตั้งแต่พ.ศ.2545 เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา กล่อมเกลา ให้เด็กกลุ่มนี้เป็นคนดี พลเมืองดีที่มีประสิทธิภาพ เป็นกระบวนการหนึ่งของการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่ดี และร่วมแก้ไขปัญหาระยะยาวของประเทศชาติอย่างมีเป้าหมายต่อไป โดยมุ่งหวังให้เด็กๆ ได้รับการเลี้ยงดูด้วยความรักความอบอุ่นจาก “ครอบครัวอุปการะ” ที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนอันดีงามทำหน้าที่เป็นครอบครัวทดแทนให้กับพวกเขาในสภาพแวดล้อมของชุมชนวัฒนธรรมอีสาน เพื่อให้พวกเขามีพัฒนาการสมวัย มีความมั่นคงทางอารมณ์และจิตใจ โดยเด็กๆ จะได้รับการศึกษาสูงสุดตามศักยภาพ

วราลักษณ์ วงศ์กา

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ในฐานะหน่วยงานหลักในการผลักดันโครงการ เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ผนึกกำลังกับ มูลนิธิแคร์ฟอร์ชิลเดรน ในการเสริมความแข็งแกร่งสำหรับแนวทางขับเคลื่อนโครงการด้วยการจัดอบรมปฐมนิเทศครอบครัวใหม่ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากโครงการ และผ่านเกณฑ์การประเมินจากหน่วยงานภายใต้กรมกิจการเด็กและเยาวชน จำนวน 8 ครอบครัวโดยมี วราลักษณ์ วงศ์กา ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรม มูลนิธิแคร์ฟอร์ชิลเดรน ร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่พ่อแม่อุปการะใหม่ เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการและมีองค์ความรู้เกี่ยวกับบทบาทการเป็นครอบครัวอุปการะ ตามหลักแนวคิด Secure BasedApproach 5 ข้อ พร้อมทั้งแนะแนวทางการสร้างความรักและความผูกพันให้กับเด็กอุปการะเพื่อให้พ่อแม่อุปการะเตรียมความพร้อมก่อนรับเด็กๆ จากสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนรังสิต และสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด เข้ามาอุปการะเลี้ยงดูในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้

สมหมาย มุ่งดี หนึ่งในครอบครัวอุปการะฯ ที่เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ กล่าวว่า หลังทราบข่าวจากผู้ใหญ่บ้านว่า มูลนิธิฯ เปิดรับสมัครครอบครัวจิตอาสา เข้าร่วมโครงการครอบครัวอุปการะฯจึงปรึกษาสมาชิกในครอบครัวทันที ซึ่งก่อนหน้านี้เคยปรึกษากับสามีว่าอยากมีเด็กมาเลี้ยงดู เนื่องจากตนเองไม่มีลูกจึงอยากมีลูกเพื่อเติมเต็มความผูกพันและความสุข ที่ผ่านมาได้รับเลี้ยงดูหลานสาวตั้งแต่เล็กจนโต ตอนนี้หลานสาวโตแล้วและกำลังวางแผนไปศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา หากหลานสาวไม่อยู่บ้านคงเงียบเหงา จึงไม่รอช้าที่จะสมัครเข้าโครงการนี้ และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทราบวัตถุประสงค์ของโครงการ ที่ให้ความสำคัญกับการให้โอกาสแก่เด็กๆ จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาส ให้ได้รับความรักและความอบอุ่น ช่วยอบรมสั่งสอนให้เขาได้มีโอกาสและอนาคตที่ดีด้วย

สมหมาย มุ่งดี

นอกจากนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ยังจัดค่ายเสริมทักษะและการเรียนรู้สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนแก่เด็กและเยาวชนภายใต้โครงการครอบครัวอุปการะฯ เพื่อปลูกฝังความรู้และฝึกทักษะในการดำรงชีวิต ควบคู่ไปกับการตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนได้เปิดโลกทัศน์ เสริมสร้างจินตนาการ และสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้เกิดการวางแผนและมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิตตลอดจนสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้ไปต่อยอดเป็นอาชีพในอนาคต

ตลอดระยะเวลา 21 ปีโครงการครอบครัวอุปการะ ยังคงเดินหน้าดำเนินการต่อไป เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ด้วยการมอบโอกาสให้แก่เด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ได้สัมผัสกับความรักความอบอุ่นอย่างแท้จริงจากพ่อแม่อุปการะ ที่ให้การอบรมเลี้ยงดูบ่มเพาะด้วยความเอื้ออาทร โดยเด็กๆ ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่จะทำให้เขาเติบโตมาเป็นคนดีของสังคม และพัฒนาชุมชนตนเองต่อไปบนพื้นฐานความเชื่อมั่นว่าเยาวชนที่ได้เรียนรู้ถึงความรัก ความผูกพัน การเกื้อกูลและมีหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้พวกเขาสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีคุณค่ากลายเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ดีของสังคม เป็นพลเมืองดีที่มีประสิทธิภาพที่มุ่งมั่นสร้างความดีเพื่อครอบครัวและชุมชน และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีต่อไป โครงการนึ้จึงถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบของสังคมที่มีต่อเด็กอย่างแท้จริง

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เร่งสร้างบุคลากรป้อนตลาด แก้ปัญหาแรงงานภาคการท่องเที่ยวขาดแคลน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/727631

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เร่งสร้างบุคลากรป้อนตลาด  แก้ปัญหาแรงงานภาคการท่องเที่ยวขาดแคลน

โซไซตี้ : ‘กรมการท่องเที่ยว’ เร่งสร้างบุคลากรป้อนตลาด แก้ปัญหาแรงงานภาคการท่องเที่ยวขาดแคลน

วันอาทิตย์ ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว

กรมการท่องเที่ยว เร่งแก้ปัญหาแรงงานภาคการท่องเที่ยวและบริการขาดแคลนหลังเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวฟื้นฟูจากสถานการณ์โควิด-19 โดยมุ่งสร้างมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว ทั้งการเพิ่มช่องทางการจัดหางานการพัฒนาทักษะการทำงาน การเพิ่มตำแหน่งงานหรือสัญชาติใน MOU แรงงานต่างด้าว หรือการรับนักศึกษาฝึกงานและให้ค่าตอบแทนการทำงาน รวมถึงการปรับปรุงหลักสูตรการสอนด้านท่องเที่ยวให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการ

จาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยวเปิดเผยว่า จากการประชุมหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และภาคการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญและสั่งการให้มีการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว

ข้อสรุปการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในระยะสั้นได้แก่ การส่งเสริมการเข้าใช้งานแพลตฟอร์ม “ไทยมีงานทำ” การส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานโดยการเพิ่มช่องทางในการจัดหางาน การจัดอบรมระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะการทำงาน การศึกษาการจ้างแรงงานต่างชาติแบบชั่วคราว การพิจารณาเพิ่มตำแหน่งงานหรือสัญชาติใน MOU แรงงานต่างด้าว การจ้างงานระยะสั้นสำหรับผู้ว่างงานหรือผู้ที่ต้องการหารายได้เสริมและผู้สูงอายุ รวมถึงการรับนักศึกษาเข้าฝึกงานและให้ค่าตอบแทนการทำงาน ตลอดจนการขยายฐานการจ้างงานให้สามารถจ้างแรงงานที่เป็นยุวชนได้ ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะกลาง ประกอบด้วย การปรับปรุงหลักสูตรโดยเน้นการฝึกปฏิบัติ การนำมาตรฐานที่เกี่ยวข้องมาปรับเป็นรายวิชาที่จำเป็นในหลักสูตร การพัฒนาแพลตฟร์อม “ไทยมีงานทำ”ให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น การจัดทำ Credit Bank รวมถึงการพิจารณากำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของแรงงานต่างชาติในการขอรับการตรวจลงตราประเภท Non-Immigrant B

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะยาวต้องมีการปรับรูปแบบธุรกิจ การปรับรูปแบบการจ้างงานบางตำแหน่งงานเป็นการจ้างงานรายชั่วโมง การปรับปรุงหลักสูตรการสอนด้านท่องเที่ยวให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการ การจัดทำดัชนีชี้นำธุรกิจท่องเที่ยวสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการและแรงงานในการจ้างงานภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งจัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ

“ที่ประชุมได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาในแต่ละข้อ รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ รวมทั้งแนวทางในการดำเนินงานที่สามารถทำได้ เพื่อจะได้สรุปนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติและที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อมอบหมายให้ดำเนินการได้ทันที” จาตุรนต์ กล่าว

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสา CPF ส่งมอบน้ำใจ ให้ครูเชาว์ เติมเต็มสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726043

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสา CPF ส่งมอบน้ำใจ  ให้ครูเชาว์ เติมเต็มสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

โซไซตี้ : พนักงานจิตอาสา CPF ส่งมอบน้ำใจ ให้ครูเชาว์ เติมเต็มสิ่งดีๆ เพื่อสังคม

วันอาทิตย์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พนักงานจิตอาสา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กว่า100 คน ลงพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมและส่งมอบกำลังใจสนับสนุนการทำงานและความตั้งใจของ ครูเชาว์-เชาวลิตสาดสมัย ครูอาสาและทีมงานที่ดูแลเด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและคนพิการ ใน 12 ชุมชนบริเวณสะพานพระราม 8  โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ และ ณฤกษ์ มางเขียวผู้บริหารสูงสุด ธุรกิจอาหารสำเร็จรูป ในฐานะประธานชมรมบำเพ็ญประโยชน์ ซีพีเอฟนำพนักงานจิตอาสา สมาชิกของชมรมฯ ร่วมส่งมอบอาหารและของใช้ที่จำเป็นผ่านครูเชาว์ เพื่อกระจายให้กับชุมชนต่อไป

ตลอดเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา จิตอาสาซีพีเอฟ ร่วมกันปรับสภาพแวดล้อมที่ดี ด้วยการทาสีรั้วและกำแพงใหม่ ทำแปลงผักสวนครัวที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน วัดดาวดึงษาราม และสร้างห้องซักผ้าให้ศูนย์สร้างโอกาสพระราม 8และกิจกรรมในวันนี้ ซีอีโอประสิทธิ์ พร้อมจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ ของซีพีเอฟนำสิ่งของที่จำเป็น และผลิตภัณฑ์อาหาร ซีพี อาทิ ไส้กรอก ไข่สด ไข่ต้ม ไข่สมุนไพร นมซีพี-เมจิ เครื่องดื่มทรูวิตามิน ข้าวตราฉัตรรวมทั้งอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน กระดาษ A4 หนังสือเรียน เสื้อผ้าที่ยังอยู่ในสภาพที่ดี มอบให้กับเด็กๆ และคนในชุมชน โดยมีครูเชาว์เป็นตัวแทนรับมอบ

ประสิทธิ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้นำโดยชมรมบำเพ็ญประโยชน์ ซีพีเอฟ ได้เชิญชวนจิตอาสาจากหน่วยงานและชมรมต่างๆ ในซีพีเอฟมาร่วมทำกิจกรรมที่ดี สนับสนุนการทำงานของครูเชาว์ซึ่งเป็นบุคคลที่เสียสละ รวมทั้งทีมงานที่ช่วยดูแลเด็กก่อนวัยเรียนมาช่วยกันพัฒนาและปรับปรุงสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี ภายใต้กิจกรรม “อาสา มาทาสี” และทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น แปลงปลูกผัก สร้างห้องซักเสื้อผ้า ฯลฯ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางปรัชญา 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน ที่บริษัทและพนักงานทุกคนยึดถือปฏิบัติโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติ สังคมและบริษัท

“ขอบคุณครูเชาว์ที่เสียสละดูแลเด็กก่อนวัยเรียน ให้มีพื้นฐานชีวิตที่ดี เพื่อให้เติบโตเป็นคนที่ดีของสังคมและประเทศ และขอขอบคุณเพื่อนๆ พนักงานซีพีเอฟที่ทุ่มเททำประโยชน์เพื่อส่วนรวม แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับสังคม” ประสิทธิ์กล่าว

ด้านครูเชาว์กล่าวว่า ขอบคุณคณะผู้บริหารและพนักงานซีพีเอฟที่มาเติมเต็มให้กับเด็ก คนทำงานและช่วยกันเติมเต็มให้สังคมของเราให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ตั้งแต่กิจกรรม 3 ครั้งที่ผ่านมา เห็นพนักงานจิตอาสาได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคม เป็นรอยยิ้มและความสุขที่แท้จริง และเข้าใจสิ่งที่พวกเราต้องการ

โซไซตี้ : ‘80 ปี ม.ศิลปากร’ จากสถาบันศิลปะ สู่มหาวิทยาลัยเต็มรูป เพื่อสังคมอารยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/725871

โซไซตี้ : ‘80 ปี ม.ศิลปากร’ จากสถาบันศิลปะ  สู่มหาวิทยาลัยเต็มรูป เพื่อสังคมอารยะ

โซไซตี้ : ‘80 ปี ม.ศิลปากร’ จากสถาบันศิลปะ สู่มหาวิทยาลัยเต็มรูป เพื่อสังคมอารยะ

วันเสาร์ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดงานแถลงข่าว 80 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร “ปีมหาวิทยาลัยศิลปากร 80 จากสถาบันศิลปะสู่มหาวิทยาลัยเต็มรูป เพื่อสังคมอารยะ” โดยมีวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมต่างๆ ในวาระพิเศษดังกล่าว อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และบุคลากรของมหาวิทยาลัยศิลปากร ให้มีความรักความผูกพันต่อมหาวิทยาลัย โดยมี ศ.ดร.ธนะเศรษฐ์ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากรพร้อมคณะผู้บริหารร่วมในงาน นอกจากนี้ยังมีศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากรที่สร้างชื่อเสียงในแวดวงบันเทิงมาร่วมพูดคุย ณ ลานอนุสาวรีย์ ศ.ศิลป์ พีระศรี มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2566

“มหาวิทยาลัยศิลปากร : Silpakorn University (อักษรย่อ : มศก. – SU)” เป็นมหาวิทยาลัยศิลปะแห่งแรกของประเทศและเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่ห้าของประเทศไทย แต่เดิมมีชื่อเสียงทางด้านศิลปะ การออกแบบ และสถาปัตยกรรม ปัจจุบันเปิดสอนครอบคลุมทุกสาขาวิชา โดยมี ศ.ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ก่อตั้งและได้รับการยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2486 มหาวิทยาลัยศิลปากรมีพื้นที่การศึกษาทั้งในกรุงเทพมหานคร นครปฐม เพชรบุรี และนนทบุรี เพื่อบ่มเพาะต้นกล้า ให้เติบโตเป็นต้นไม้ที่มีความมั่นคงแข็งแรง พร้อมแผ่กิ่งก้านสาขาแสดงศักยภาพและอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของ “มหาวิทยาลัยศิลปากร” พร้อมก้าวสู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งการสร้างสรรค์ บูรณาการศาสตร์และศิลป์ เพื่อความผาสุกของสังคมอย่างยั่งยืน โดยในปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 80 ปี มหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมที่มีการชูจุดเด่นของมหาวิทยาลัยในการเป็น Leader in Art and Design และเป็นที่ยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ ดังนี้ การจัดตั้งองค์พระพิฆเนศ, Art & Culture ประมูลภาพผลงานศิลปกรรมชั้นเยี่ยม, ถนน คน ศิลปะ และวัฒนธรรม HAC Street 80 ปีมหาวิทยาลัยศิลปากร,90 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดนตรีแสดงในวัง, ประกวดตราสัญลักษณ์ 80 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร,Academics เชิดชูเกียรตินักวิจัยดีเด่น, เชิดชูเกียรติศิษย์เก่าดีเด่นในระดับบัณฑิตศึกษา, กิจกรรมวันสถาปนามหาวิทยาลัยศิลปากร, Silpakorn Showcase, ประชุมวิชาการนานาชาติ SICTAS ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลปะ และสังคม, Recreations รับขวัญน้องใหม่, คอนเสิร์ต 80 ปี มหาวิทยาลัยศิลปากร, เดิน-วิ่ง การกุศล พร้อมกันทั้ง 3 วิทยาเขต, Sport Day กอล์ฟและโบว์ลิ่ง การกุศลปลูกต้นตาลและต้นจัน ต้นไม้สัญลักษณ์มหาวิทยาลัยศิลปากร 80 ต้น

ศ.ดร.ธนะเศรษฐ์ ง้าวหิรัญพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร กล่าวว่า “ทิศทางของมหาวิทยาลัยศิลปากร สู่การก้าวเข้าสู่ปีที่ 81 ให้ความสำคัญต่อการกำหนดค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อนำพามหาวิทยาลัยศิลปากรไปสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยศิลปากรที่ว่า “มหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ บูรณาการศาสตร์และศิลป์ เพื่อความผาสุกของสังคมอย่างยั่งยืน โดยกำหนดเป้าหมายให้ “มหาวิทยาลัยศิลปากร” เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งการสร้างสรรค์ มีความเป็นเลิศทางวิชาการและงานวิจัย โดยการสร้างการรับรู้ระดับนานาชาติ เป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างความผาสุกและความยั่งยืนให้แก่ชุมชน สังคมและประเทศ โดยการ
บูรณาการศาสตร์ และศิลป์ผ่านงานวิจัยและบริการวิชาการ โดยการสร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ และการบูรณาการองค์ความรู้ศาสตร์และศิลป์ในงานวิจัย บริการวิชาการ เพื่อเพิ่มคุณค่า เป็นมหาวิทยาลัยที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ เพื่อความยั่งยืนขององค์กร โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านการทำนุบำรุง อนุรักษ์ต่อยอดศิลปวัฒนธรรม

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน SDGs ของมหาวิทยาลัยศิลปากร 5 ด้าน ได้แก่ Affordable and Clean Energy การสร้างหลักประกันว่าชาวศิลปากรเข้าถึงพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้เชื่อถือได้และยั่งยืน, IndustryInnovation and Infrastructure การสร้างความมั่นคงของมหาวิทยาลัยศิลปากร การส่งเสริมและพัฒนาชาวศิลปากรในด้านต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการปฏิบัติงาน,Sustainable Cities and Communities การทำให้ชาวศิลปากรรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เมื่อก้าวสู่มหาวิทยาลัยศิลปากร และมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและยั่งยืน, Life below Water การให้ความสำคัญกับชาวศิลปากรอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และPartnerships for the Goals เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยศิลปากร รวมทั้งการสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ ระดับโลก สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ รายได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆ ในวาระพิเศษ 80 ปีมหาวิทยาลัยศิลปากรจะนำไปจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษา และพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อไป

โซไซตี้ : ‘บีทีเอส’ ส่งความสุข…ปีใหม่ไทย สานต่อน้ำใจให้ชุมชนบ้านแบบ เขตสาทร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/724504

โซไซตี้ : ‘บีทีเอส’ ส่งความสุข...ปีใหม่ไทย  สานต่อน้ำใจให้ชุมชนบ้านแบบ เขตสาทร

โซไซตี้ : ‘บีทีเอส’ ส่งความสุข…ปีใหม่ไทย สานต่อน้ำใจให้ชุมชนบ้านแบบ เขตสาทร

วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พนา อังกาบ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการพร้อมด้วย นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร และ ราชิต รักษาสัตย์รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายซ่อมบำรุง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งความสุขในวันปีใหม่ไทย จัดกิจกรรมสันทนาการสร้างรอยยิ้ม ส่งความสุขให้กับผู้สูงอายุชุมชนบ้านแบบ เขตสาทร โดยมี สุภาพพร ไพศาลธรรม หัวหน้าฝ่ายอาวุโสการตลาด โรงพยาบาลวิภาวดี นำหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ให้บริการตรวจสุขภาพเบื้องต้นให้กับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ บริษัทฯได้นำทีมพนักงานจิตอาสา ให้บริการตัดผมแก่คนในชุมชน ทั้งยังได้มอบชุดไฟส่องสว่าง เพื่อใช้เป็นสาธารณประโยชน์ รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ อาทิ รถเข็นวีลแชร์ ถุงยังชีพ กระติกน้ำ ผ้าเช็ดตัว และผ้าอ้อมสำหรับผู้ป่วยติดเตียง โดยมี ธัชพรรณบริเพ็ชร ประธานชุมชนบ้านแบบ เป็นผู้รับมอบ ณ สนามกีฬาชุมชนบ้านแบบเขตสาทร เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566

โซไซตี้ : สศก.เปิดตัวแอป‘บอกต่อ’ แอปเดียวจบ ครบทุกบริการด้านเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/723102

โซไซตี้ : สศก.เปิดตัวแอป‘บอกต่อ’  แอปเดียวจบ ครบทุกบริการด้านเกษตร

โซไซตี้ : สศก.เปิดตัวแอป‘บอกต่อ’ แอปเดียวจบ ครบทุกบริการด้านเกษตร

วันอาทิตย์ ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสศก.

ฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ในฐานะศูนย์กลางการให้บริการข้อมูลสารสนเทศการเกษตรของประเทศ ได้มุ่งมั่นพัฒนาระบบให้บริการด้านการเกษตรมาอย่างต่อเนื่องสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และหน่วยงานต่างๆ
ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ ทั้งการวางแผนบริหารจัดการ การแก้ไขปัญหา ตลอดจนการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ สศก. จึงได้พัฒนาแอปพลิเคชั่น “บอกต่อ” เพื่อให้เกษตรกรและผู้สนใจสามารถเข้าถึงบริการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service)โดยให้บริการด้วยชุดเมนูหลักต่างๆ ครอบคลุมมากกว่า 50 บริการ ดังนี้ รับปัจจัยการผลิตฟรีเช่น สารเร่งซุปเปอร์ พด. น้ำหมักชีวภาพปุ๋ยชีวภาพ หญ้าแฝก พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ สารควบคุมแมลงศัตรูพืช วัสดุการเกษตร ด้านกองทุน การติดต่อขอคำปรึกษา ขอคำแนะนำ ทั้งกองทุน FTA กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร กองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน การขอรับบริการ เช่น การตรวจรับของ GAP อินทรีย์ทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง ตรวจรับรองมาตรฐานหม่อนไหม บริการวิเคราะห์คุณภาพอาหารสัตว์ การให้บริการรับจดทะเบียน การตรวจสอบดินเพื่อการเกษตร ให้บริการผสมเทียม การตรวจสอบรายชื่อในเขตปฏิรูปที่ดิน ศูนย์เรียนรู้ให้คำแนะนำประชาชน การให้บริการฝนหลวง งานวิจัยต่างๆ รวมถึงบริการคำแนะนำ ร้องเรียน ร้องทุกข์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การช่วยเหลือ เช่น การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งพืช ปศุสัตว์ ประมง การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยโรคใบด่างมันสำปะหลัง การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยโรค AFS ในสุกร มาตรการและนโยบายช่วยเหลือจากภาครัฐ มาตรการช่วยเหลือด้านการผลิต การประกันรายได้ เยียวยาเกษตรกร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีข้อมูล ราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ เป็นข้อมูลราคารายสัปดาห์ ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ซึ่งมีสถานการณ์สินค้าผลิตและการตลาดสินค้าเกษตร รวมถึงมีข้อมูลการ พยากรณ์สภาพอากาศ ให้เกษตรกรได้ใช้ในการวางแผนการเพาะปลูกอีกด้วย

“แอปพลิเคชั่น บอกต่อ ทาง สศก.มุ่งหวังให้เป็นศูนย์รวมการให้บริการด้านการเกษตรอย่างรอบด้าน โดยผู้ใช้แอปพลิเคชั่น สามารถกดแชร์เพื่อบอกต่อไปยังท่านอื่นๆ ได้ตามความต้องการ ซึ่ง สศก. ได้พัฒนาและออกแบบให้ใช้งานง่าย ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือแท็บเลต หรือ PC คอมพิวเตอร์ทั่วไป ได้ทุกที่ทุกเวลาซึ่งได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน อย่างไรก็ตาม การใช้งานในระยะแรก แนะนำให้ผู้ใช้ ติดต่อกับหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องนั้นๆ โดยตรงควบคู่ไปด้วย เนื่องจากบางเมนูข้อมูลการให้บริการอาจสิ้นสุดหรือใกล้หมดแล้ว เช่น การขอรับปัจจัยการผลิต พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ วัสดุด้านการเกษตรต่างๆ เป็นต้น” เลขาธิการ สศก. กล่าว

ทั้งนี้ สศก. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า แอปพลิเคชั่น “บอกต่อ” จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเนวิเกเตอร์ที่อำนวยความสะดวกกับเกษตรกรและผู้สนใจ รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ที่ต้องการข้อมูลและขอรับบริการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยหลังจากนี้ สศก. จะมีการจัดอบรมให้กับหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อร่วมเป็นผู้ดูแลแอปพลิเคชั่นในชุดเมนูที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบันตลอดเวลา โดยเกษตรกรและทุกท่านที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นผ่านระบบ Android และระบบ IOS รวมถึงใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ที่ https://bohktoh.oae.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โทรศัพท์ 02-5612870 Email : prcai@oae.go.th

โซไซตี้ : แว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ กองทัพภาค 4 กอ.รมน.ภาค 4 สานต่อ ‘โครงการแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/712060

โซไซตี้ : แว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ กองทัพภาค 4 กอ.รมน.ภาค 4  สานต่อ ‘โครงการแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้’

โซไซตี้ : แว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ กองทัพภาค 4 กอ.รมน.ภาค 4 สานต่อ ‘โครงการแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้’

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.14 น.

พิธีมอบแว่นสายตาให้ตัวแทนพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้

แว่นท็อปเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตากว่า 70 ปี ร่วมกับ กองทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 จัดแถลงข่าวลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) สานต่อ “โครงการแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้” ประจำปีพ.ศ.2566-2570 เพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาทางสายตาที่ยากไร้และขาดแคลนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้สามารถเข้าถึงบริการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นใหม่ฟรีได้ นอกจากประชาชนจะได้มีสุขภาพดวงตาที่ดีขึ้นมองเห็นชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบปัญหาทางสายตา ได้มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูแลตนเองและครอบครัวได้ ทั้งยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย โดยตั้งเป้าช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาด้านสายตาให้ได้จำนวนกว่า 10,000 ราย

นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ ประธานกรรมการบริหารห้างแว่นท็อปเจริญ (CEO) กล่าวว่า “โครงการในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกหมู่เหล่าซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน ครูอาจารย์ ทหารและพระสงฆ์ รวมถึงผู้สูงวัย ซึ่งเป็นผู้ประสบปัญหาทางสายตาที่ยากไร้และขาดแคลนให้สามารถเข้าถึงบริการตรวจวัดสายตาและประกอบแว่นใหม่ฟรีได้ นอกจากประชาชนจะได้มีสุขภาพดวงตาที่ดีขึ้นมองเห็นชัดเจนแล้ว ยังช่วยสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบปัญหาทางสายตาได้มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูแลตนเองและครอบครัวได้ทั้งยังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามมาอีกด้วย โดยโครงการเดินหน้าสานต่อภารกิจสำคัญในการนำทีมนักทัศนมาตรและผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ พร้อมด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือครบครัน ลงพื้นที่ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นใหม่ฟรีครบทุกพื้นที่ ได้แก่ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 5 ปีเต็ม นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2566-2570 รวมประชาชนเป้าหมายที่จะได้รับความช่วยเหลือทั้งสิ้น 10,000 ราย นอกจากนี้ แว่นท็อปเจริญยังมุ่งมั่นมอบบริการด้านสายตาที่ดีมีคุณภาพ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาสายตาอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้คนในสังคมไทยมีสุขภาพดวงตาที่ชัดเจนสดใสสืบไป”

นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ และ พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)

พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4(ผอ.รมน.ภาค 4) กล่าวว่า “กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ตระหนักถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชาชนต้องประสบปัญหาความรุนแรงและพบกับความสูญเสีย ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน สายตาจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนจะสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยและดำรงชีวิตประจำวันอยู่ได้อย่างปกติสุขจึงได้ร่วมมือกับแว่นท็อปเจริญจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการด้านสายตาและการประกอบแว่นตาใหม่ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ไม่มีโอกาสได้รับบริการ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและมีผลกระทบจากสถานการณ์รุนแรงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ส่วนหนึ่งให้แก่ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ที่สำคัญยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบปัญหาทางสายตาให้มีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน ส่งผลลัพธ์ในอนาคตที่ดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย”

ภายในพิธีเปิดการสานต่อโครงการยังได้จัดให้มีนิทรรศการภาพถ่ายการลงพื้นที่ตรวจวัดสายตาประกอบแว่นฟรีในโครงการแว่นตาเพื่อพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ในอดีตนอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปะการแสดงพื้นเมืองภาคใต้ พร้อมร่วมสัมภาษณ์พูดคุยกับนางเอกสาว เบลล่า-ราณี แคมเปน พรีเซ็นเตอร์แว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์จักษุแพทย์แห่งแว่นท็อปเจริญ ในหัวข้อการดูแลสายตาในชีวิตประจำวัน พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเขียนข้อความส่งกำลังใจไปยังพี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ผ่านการ์ดรูปแว่นตาที่ถูกออกแบบขึ้นพิเศษร่วมกับเหล่าดาราและเซเลบริตี้จิตอาสาอีกคับคั่ง

“เพราะสายตาที่ดี คือส่วนสำคัญของการดำเนินชีวิต” เราจึงปรารถนาให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพตาที่ดีเช่นกัน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial เว็บไซต์ www.topcharoen.co.th และไลน์ @topcharoen

นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ และ เบลล่า-ราณี ร่วมถ่ายภาพกับเซเลบริตี้ที่มาร่วมงาน

นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ และ เบลล่า-ราณี ร่วมถ่ายภาพกับเซเลบริตี้ที่มาร่วมงาน

ชมกิจกรรมตรวจวัดสายตา

ชมกิจกรรมตรวจวัดสายตา

พัดชา-ลวิตรา จามิกรณ์

พัดชา-ลวิตรา จามิกรณ์

มิกิ-อิงกมล จามิกรณ์ ร่วมกิจกรรม วัดสายตาโดยนักทัศนมาตร

มิกิ-อิงกมล จามิกรณ์ ร่วมกิจกรรม วัดสายตาโดยนักทัศนมาตร

ลูกแก้ว-กรกมล ภูสนาคม, เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล

ลูกแก้ว-กรกมล ภูสนาคม, เฟร้นช์ฟราย-รินทร์ณฐา อัจฉริยวัฒนกุล

ชนนิกานต์ รัถยาพิมล, ร.ท.หญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร, พัณณ์ชิตา เกื้อกูลพิทักษ์, ภัคญดา ชุติดนัยกุล

ชนนิกานต์ รัถยาพิมล, ร.ท.หญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร, พัณณ์ชิตา เกื้อกูลพิทักษ์, ภัคญดา ชุติดนัยกุล

ร่วมเขียนการ์ดอวยพรส่งกำลังใจให้พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้

ร่วมเขียนการ์ดอวยพรส่งกำลังใจให้พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้