โซไซตี้ : โครงการ ‘ซื่อสัตย์ เพื่อชาติ’ ปล่อยคลิปเรื่องราวความดี อดีตสามเณรน้อย ปลูกจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/550694

โซไซตี้ : โครงการ ‘ซื่อสัตย์ เพื่อชาติ’ ปล่อยคลิปเรื่องราวความดี อดีตสามเณรน้อย ปลูกจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์

โซไซตี้ : โครงการ ‘ซื่อสัตย์ เพื่อชาติ’ ปล่อยคลิปเรื่องราวความดี อดีตสามเณรน้อย ปลูกจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์

วันเสาร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564, 06.00 น.

น้องกร-ด.ช.จิรากรณ์ ศรสงคราม

โครงการ “ซื่อสัตย์ เพื่อชาติ” โครงการที่มุ่งปลูกฝังและสร้างค่านิยมให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต จัดทำคลิปวีดีโอ
ชุดใหม่ “สามเณรกร” และ “เณรน้อย” เป็นการตีแผ่เรื่องราวการทำความดีของน้องกร-ด.ช.จิรากรณ์ ศรสงคราม แห่งวัดป่ามณีกาญจน์ จังหวัดนนทบุรี อดีตเณรน้อยผู้โด่งดังในโลกโซเชียล เพื่อกระตุ้นเตือนและปลูกจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์ ภายใต้หลักคำสอนของศาสนาพุทธ ในศีลข้อ 2 “อทินนา ทานา เวรมณี” ผ่านต้นแบบที่เป็นเด็กน้อยหรือสามเณร

วีดีโอคลิปบอกเล่าเรื่องราวของน้องกรเด็กน้อยที่คุณแม่พาเข้าวัดฟังธรรมะตั้งแต่ยังแบเบาะ จนกลายมาเป็นเด็กวัดตัวน้อยที่คอยถือย่ามตามหลังหลวงปู่ ตั้งแต่วัย1 ขวบ 11 เดือน จนกระทั่งเข้าพิธีบวชเป็นสามเณรเมื่ออายุ 3 ขวบ 9 เดือน โดยปัจจุบัน “น้องกร” มีอายุ 8 ปี ซึ่งยังคงช่วยหลวงปู่ปฏิบัติกิจต่าง ๆ ในวัดอย่างสม่ำเสมอและยังคงเดินนำหน้าคณะออกรับบิณฑบาตกับหลวงปู่ทุกเช้า

สำหรับคลิปวีดีโอชุดสามเณรกรและเณรน้อย สามารถรับชมได้ทางเฟซบุ๊คแฟนเพจซื่อสัตย์ เพื่อชาติ @HonestSocietyThailandโครงการซื่อสัตย์เพื่อชาติ คลิปอดีตสามเณรน้อย ปลูกจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์โครงการซื่อสัตย์เพื่อชาติ คลิปอดีตสามเณรน้อย ปลูกจิตสำนึกเรื่องความซื่อสัตย์

โซไซตี้ : เดินหน้ามอบความสดใสให้เยาวชน ภายใต้โครงการ ‘แว่นตาเพื่อน้อง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/549061

โซไซตี้ : เดินหน้ามอบความสดใสให้เยาวชน  ภายใต้โครงการ ‘แว่นตาเพื่อน้อง’

โซไซตี้ : เดินหน้ามอบความสดใสให้เยาวชน ภายใต้โครงการ ‘แว่นตาเพื่อน้อง’

วันเสาร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ ห้างแว่นท็อปเจริญ นำโดย นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์กรรมการบริหาร ร่วมกับ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย เดินหน้ามอบความสดใสให้เยาวชนที่มีปัญหาด้านสายตาภายใต้โครงการ “แว่นตาเพื่อน้อง” นำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาและเครื่องมือครบครันได้มาตรฐานจากห้างแว่นท็อปเจริญลงพื้นที่ตรวจวัดสายตา ตรวจรักษาสุขภาพดวงตา และประกอบแว่นใหม่ที่ถูกต้องตรงตามค่าสายตาของเยาวชนที่บ้านราชาวดีหญิง จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ได้ใช้แว่นสายตาที่มีคุณภาพ มีสุขภาพดวงตาที่ดีนำไปสู่การดำรงชีวิตที่ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนวลจันทร์ ปราบพาล กรรมการอำนวยการและเลขาธิการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย และ อมรศรี รัศมิทัตผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดีหญิง ร่วมมอบแว่นตาให้แก่น้องๆ อีกด้วย

“เพราะเราห่วงใยดวงตาของเยาวชนไทย เฉกเช่นดวงตาของลูกหลานเรา” แว่นท็อปเจริญจึงปรารถนาให้คนไทยทุกคนมีสุขภาพดวงตาที่ดีเช่นกัน

โซไซตี้ : ‘ซีพีเอฟ’ เติมประสบการณ์ สู่เด็กและเยาวชนไทยวิถีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/547554

โซไซตี้ : ‘ซีพีเอฟ’ เติมประสบการณ์ สู่เด็กและเยาวชนไทยวิถีใหม่

โซไซตี้ : ‘ซีพีเอฟ’ เติมประสบการณ์ สู่เด็กและเยาวชนไทยวิถีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ทำให้หนูได้รับความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและอยากนำไปถ่ายทอดให้เด็กๆ บนดอยเพื่อที่เด็กๆ จะได้มีอาชีพติดตัว ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัวได้” ด.ญ.พิยดา เยอะหนื่อหรือน้องหมีพู อายุ 14 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดู่(สหราษฎร์พัฒนาคาร) จ.เชียงราย เด็กหญิงชาวอาข่าที่มีความมุ่งมั่นเรียนให้จบชั้นปริญญา และอยากเห็นเพื่อนๆ เด็กบนดอย ได้มีโอกาสเรียนจนจบปริญญา

วันนี้ โรงเรียนบ้านดู่(สหราษฎร์พัฒนาคาร) จ.เชียงราย เปิดการเรียนการสอนตามปกติ ไม่ได้หยุดเรียนเหมือนอีกหลายๆโรงเรียนในช่วงสถานการณ์โควิด-19น้องหมีพู เล่าถึงโอกาสและประสบการณ์ที่เธอได้รับ จากการที่เธอได้เข้ามาเป็นนักเรียนของโรงเรียนบ้านดู่(สหราษฎร์พัฒนาคาร)ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และปัจจุบันมีส่วนร่วมรับผิดชอบในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 รอบใหม่ ได้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบการเรียนของนักเรียนในหลายพื้นที่ต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ แต่อีกหลายโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เด็กๆ ยังเดินทางมาเรียนและทำกิจกรรมต่างๆตามปกติ ซึ่งนอกเหนือจากความรู้ทางวิชาการในห้องเรียนแล้ว การเรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีสำหรับเด็กๆ ที่สามารถลงมือปฏิบัติได้จริงและสามารถนำไปใช้เป็นอาชีพได้ในอนาคตเช่น โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียนที่สนับสนุนโดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท

ประสงค์ สิทธิวงค์ ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านดู่(สหราษฎร์พัฒนาคาร)เล่าว่า ได้เข้ารับการอบรมเลี้ยงไก่ไข่ตั้งแต่ปี 2551 สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปขยายเครือข่ายให้กับชุมชนและโรงเรียนต่างๆ รวมถึงนำความรู้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับประเทศมาแล้วหลายครั้ง ในส่วนของโรงเรียนมีการจัดฐานการเรียนรู้การเลี้ยงไก่ไข่ให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ เป็นสถานที่ศึกษาดูงานของโรงเรียนและชุมชน ถือได้ว่าโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เป็นโครงการที่ดีมาก นอกจากเป็นแหล่งเรียนรู้แล้ว ยังสามารถนำผลผลิตไข่ไก่เพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันได้อย่างยั่งยืน

เช่นเดียวกับที่โรงเรียนบ้านแม่ระเมิงจ.ตาก โรงเรียนในถิ่นทุรกันดารอยู่ห่างจากตัวอำเภอท่าสองยาง 70 กิโลเมตรเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวนนักเรียน 957 คน โรงเรียนไม่มีไฟฟ้าใช้ ใช้ระบบโซลาร์เซลล์และเครื่องปั่นไฟ ใช้ประปาภูเขา เด็กๆ ส่วนใหญ่เป็นชาวปกาเกอะญอ ตอนนี้เด็กๆ ต้องหยุดเรียนอยู่บ้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19โดยคุณครูจะนำใบงานไปให้นักเรียนทำสัปดาห์ละครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กกลุ่มเล็กๆอีกกลุ่มหนึ่งที่สมัครใจอยู่โรงเรียนเพื่อช่วยคุณครูดูแลเลี้ยงไก่ไข่ในโรงเรือน

อุเทน วนาประเสริฐยิ่ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านแม่ระเมิงเป็นอีกคนหนึ่งที่สมัครใจช่วยคุณครูดูแลไก่ไข่อยู่ที่โรงเรียนในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19เพราะบ้านของอุเทนอยู่ห่างจากโรงเรียนเกือบ 10 กิโลเมตร เล่าว่า โรงเรียนเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ตั้งแต่ปี 2559 ปีนี้โรงเรียนเราเลี้ยงไก่ไข่เป็นรุ่นที่ 4 แล้ว และขยายจำนวนจาก 250 ตัว เป็น 400 ตัว โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนของนักเรียน ที่ทำให้ได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงไก่ไข่ การดูแลไก่อย่างถูกวิธี สามารถนำความรู้จากการเลี้ยงไก่ไปประกอบอาชีพได้ รวมไปถึงการวางแผนบริหารจัดการผลผลิตจากไข่ไก่ เช่น ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ผลผลิตไข่ไก่ของโรงเรียนมีผลผลิตเหลือจำนวนมาก จากที่เก็บผลผลิตไข่ไก่ได้วันละ 300 ฟอง เพราะไม่ต้องส่งเข้าโครงการอาหารกลางวัน คุณครูก็จะแจ้งทางไลน์ให้ผู้ปกครองทราบหรือแจ้งผ่านทางชุมชน สามารถซื้อไข่ไก่จากทางโรงเรียนได้ในราคาแผง 30 ฟองอยู่ที่ 90 บาทอย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์โควิด-19เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางผมและเพื่อนๆ จะใช้วิธีออกไปส่งไข่ไก่ให้กับผู้ที่ต้องการซื้อถึงที่บ้าน

เรืองทรัพย์ ธนมงคลวารี ครูชำนาญการโรงเรียนบ้านแม่ระเมิง กล่าวว่า โครงการเลี้ยงไก่ไข่ฯ เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ส่งเสริมอาชีพแก่นักเรียน โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สมัครใจเข้าร่วมโครงการเลี้ยงไก่ไข่ทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมชุมนุมเลี้ยงไก่ไข่เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการเลี้ยงไก่ไข่ ตลอดจนการจัดการผลผลิตไข่ไก่ การจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ในส่วนของชุมชน นอกจากได้บริโภคไข่ไก่ที่สดแล้ว ยังให้ความสนใจในการอยากเลี้ยงเพื่อบริโภคในครัวเรือน ชาวบ้านได้เข้ามาศึกษาดูงานเกี่ยวกับการเลี้ยงไก่ไข่เป็นช่วงๆ นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนในอำเภอท่าสองยาง เข้ามาศึกษาดูงานเกษตรในโรงเรียนบ้านแม่ระเมิง อาทิ โรงเรียนบ้านแม่หลวงวิทยา โรงเรียนบ้านห้วยนกกก โรงเรียนตชด.บ้านเลโพเด และโรงเรียนตชด.บ้านพอบือละคี เป็นต้น

โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน เป็นความร่วมมือของซีพีเอฟ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบทและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับพันธมิตร อาทิ หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพ (เจซีซี) บริษัท สยามแม็คโครจำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนทั่วประเทศเข้าถึงการบริโภคไข่ไก่อย่างเพียงพอ เพื่อการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสติปัญญาอย่างสมวัย ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวยังเป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนไทยที่สามารถนำประสบการณ์การเรียนรู้เลี้ยงไก่ไข่ไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต

โซไซตี้ : แพทยสมาคมฯ และแพทยสภา ร่วมส่งกำลังใจให้ ‘นักรบเสื้อขาวสู้ภัย COVID-19’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/545873

โซไซตี้ : แพทยสมาคมฯ และแพทยสภา ร่วมส่งกำลังใจให้ ‘นักรบเสื้อขาวสู้ภัย COVID-19’

โซไซตี้ : แพทยสมาคมฯ และแพทยสภา ร่วมส่งกำลังใจให้ ‘นักรบเสื้อขาวสู้ภัย COVID-19’

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ แจ้งว่า จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ในระลอกใหม่ได้ทวีความรุนแรง และกระจายอย่างรวดเร็วไปถึง 59 จังหวัด ทำให้แพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล นักรังสีเทคนิคและเทคนิคการแพทย์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทุกท่านในพื้นที่ซึ่งเป็นกำลังหลักของประเทศ ต้องเสียสละทำงานหนักในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 อีกครั้งอย่างต่อเนื่อง นับจากการระบาดครั้งแรกจนถึงวันนี้ เป็นระยะเวลานานกว่า 365 วัน บางท่านรู้สึกอ่อนล้าและมีผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตใจในการควบคุมโรคนี้

ศ.เกียรติคุณ พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์ ประธานโครงการ “นักรบเสื้อขาวสู้ภัย COVID-19” และนายกแพทยสภาจึงขอมอบความห่วงใย และส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ อสม. ทุกท่านเรายังคงดูแลท่านเหมือนเดิมเป็นอย่างดีในความเสียสละของท่าน และคาดว่าการระบาดระลอกใหม่นี้จะไม่ทำร้ายพวกเราจนถึงแก่ชีวิตอย่างไรก็ตาม เรายังมีกรมธรรม์สองฉบับที่คุ้มครองและประกันชีวิตให้กับบุคลากรทางการแพทย์ดังกล่าว และคุ้มครองจนถึงเดือนมีนาคม-เมษายน 2564 เราคาดว่า จะมีการต่ออายุกรมธรรม์เพื่อเพิ่มระยะเวลาความคุ้มครองให้ยาวขึ้นอีกระยะหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีกองทุนสนับสนุน และเยียวยาให้กับเจ้าหน้าที่ อสม.ทุกท่าน กรมธรรม์และเงินเยียวยาดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนหลักจาก คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) มอบให้แพทยสมาคมฯ จัดซื้อกรมธรรม์ พร้อมทั้งมอบเงินกองทุนสนับสนุน และเยียวยา ร่วมกว่า60 ล้านบาท และยังได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง AIS, TRUE และ DTAC และจากองค์กรต่างๆ มากมายและผู้มีจิตศรัทธา จนถึงบริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน) เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจและให้ความมั่นใจในการตอบแทนความเสียสละและการกระทำความดีของบุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ โครงการนี้ริเริ่มจัดทำตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ให้แก่ “นักรบเสื้อขาว”ที่ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 อย่างทุ่มเทสุดหัวใจ

ในนามของนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ และแพทยสภาขอขอบคุณ คีรี กาญจนพาสน์ และ บีทีเอส กรุ๊ปฯ, AIS, TRUE, DTAC องค์กรต่างๆ บริษัท
ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านที่ให้การสนับสนุน และร่วมส่งกำลังใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู่ไวรัส COVID-19 เสมอมา “ผมเชื่อมั่นว่าในเวลาอีกไม่นานและด้วยความสามารถและใจสู้ของพวกเรา ประเทศไทยจะกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติได้อีกครั้ง หลังจากที่เราเคยชนะไวรัสโควิด-19 มาแล้ว เราจะร่วมมือ ร่วมใจฟันฝ่าและผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันและจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการดำเนินการช่วยเหลือประเทศในการควบคุมโรคนี้ต่อไป”ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี กล่าวสรุปสุดท้าย

โซไซตี้ : เอไอเอส ผนึก กระทรวงทรัพยากรฯ ยกระดับ โครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ สู่วาระแห่งชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/545676

โซไซตี้ : เอไอเอส ผนึก กระทรวงทรัพยากรฯ ยกระดับ  โครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ สู่วาระแห่งชาติ

โซไซตี้ : เอไอเอส ผนึก กระทรวงทรัพยากรฯ ยกระดับ โครงการ ‘คนไทยไร้ E-Waste’ สู่วาระแห่งชาติ

วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ

ในโลกยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก สิ่งของเครื่องใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อำนวยความสะดวกต่างๆ ในชีวิตประจำวันพัฒนาอย่างไปรวดเร็วพร้อมเทคโนโลยี การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่ถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธีมีมากขึ้นจะก่อให้เกิดสารตกค้างส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม สังคม และส่งผลเสียในระยะยาวต่อระบบนิเวศ และสุขภาพของมนุษย์

เอไอเอส ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลที่มีเป้าหมายดำเนินธุรกิจรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศให้พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน จึงร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผนึกกำลังสร้างเครือข่าย“คนไทยไร้ E-Waste” ทั่วประเทศสร้างการตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่าน2 ความร่วมมือหลัก คือ ขยายจุดวางถังรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือ ทสจ. ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี และร่วมกับ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. เพื่อเป็นตัวแทนสื่อสาร สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บและทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง พร้อมยกระดับโครงการ “คนไทยไร้E-Waste” สู่วาระแห่งชาติ

สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ CEO-AIS

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “ที่ผ่านมา เอไอเอสให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาขยะทุกประเภท รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นขยะอีกหนึ่งประเภทที่จะต้องมีการคัดแยกและนำไปกำจัดอย่างถูกต้องตามมาตรฐานจึงได้อาสาเข้ามาเป็นศูนย์กลางและจัดทำโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ขึ้นโดยมีเป้าหมายในการปลูกจิตสำนึกคนไทยให้เข้าใจและตระหนักถึงการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมในการกำจัด โดยจัดทำถังรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้สามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบไปด้วยโทรศัพท์มือถือ/แท็บเลต, แบตเตอรี่มือถือ,พาวเวอร์แบงก์, สายชาร์จ, หูฟัง มาทิ้งได้ณ จุดบริการของ เอไอเอส และจุดบริการของภาคีเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันมีแล้วมากกว่า 2,300 จุดทั่วประเทศ และปัจจุบันสามารถรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้จำนวนกว่า 6.3 ตัน โดยทางเอไอเอส ได้นำขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เก็บรวบรวมได้จากจุดรับทิ้ง นำส่งให้กับ บริษัท เทส จำกัดผู้เชี่ยวชาญในการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อกำจัดอย่างถูกวิธีด้วยกระบวนการ Zero Landfill

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า “รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั้งที่เกิดขึ้นในประเทศและที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอแนะมาตรการ แนวทาง และติดตามประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการขับเคลื่อนการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ประสบผลสำเร็จต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่าย

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) กล่าวว่า “TBCSD เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของบริษัทต่างๆ มีนโยบายในการช่วยกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถเป็นธุรกิจต้นแบบที่สามารถผลักดันให้เกิดการขยายผลเพื่อมีส่วนทำให้เศรษฐกิจ สังคม ชุมชนและประเทศไทยเกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปัจจุบันมีเครือข่ายสมาชิกกว่า 40 บริษัท เอไอเอสคือหนึ่งบริษัทที่เป็นสมาชิก TBCSD การร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างเครือข่ายคนไทยไร้ E-Waste ทั่วประเทศเพื่อสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ในครั้งนี้ ในฐานะพันธมิตร เรายินดีช่วยผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ ด้วยการช่วยรณรงค์สร้างจิตสำนึกและสร้างความตระหนัก รวมถึงเชิญชวนให้ทุกคนนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาทิ้งในจุดที่จัด เตรียมไว้ให้ เพื่อจัดเก็บและนำไปทำลายอย่างถูกวิธี”

สมศักดิ์ สันธินาค ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน(ทสม.) จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า “ภารกิจทั่วไปของ ทสม.ทั้ง 76 จังหวัด คือการทำงานตามภารกิจของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น เรื่องน้ำ เรื่องป่าชุมชน เรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องขยะ รวมถึงมลพิษต่างๆ ทสม.มีหน้าที่เข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ให้ความคิดเห็นชาวบ้าน ในกรณีที่ต้องการจะทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ก็ให้ทิ้งถูกที่ กรณีที่ไม่ใช้แล้วหรือถ้าจะแยกขยะก็จะมีอาสาสมัครรวบรวมไว้ก่อนนำไปมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกำจัดต่อ ในฐานะ ทสม.รู้สึกว่าโครงการ คนไทยไร้ E-Waste เป็นโครงการที่ดีที่ทางภาคเอกชนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญตรงนี้ เราคิดมาตลอดว่าถ้าสิ่งแวดล้อมดี คุณภาพชีวิตดี ชุมชนก็ดีขึ้น”สมศักดิ์ สันธินาค ประธาน ทสม.จ.พระนครศรีอยุธยาสมศักดิ์ สันธินาค ประธาน ทสม.จ.พระนครศรีอยุธยาAIS ผนึก กระทรวงทรัพยากรฯ ยกระดับโครงการ คนไทยไร้ E-WasteAIS ผนึก กระทรวงทรัพยากรฯ ยกระดับโครงการ คนไทยไร้ E-WasteCEO-AIS และประธาน TBCSD ยกระดับโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” สู่วาระแห่งชาติCEO-AIS และประธาน TBCSD ยกระดับโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” สู่วาระแห่งชาติAIS ผนึก กระทรวงทรัพยากรฯ ยกระดับโครงการ คนไทยไร้ E-WasteAIS ผนึก กระทรวงทรัพยากรฯ ยกระดับโครงการ คนไทยไร้ E-Waste

โซไซตี้ : Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ สร้างโอกาส สร้างรายได้ สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/544205

โซไซตี้ : Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ  สร้างโอกาส สร้างรายได้ สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

โซไซตี้ : Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ สร้างโอกาส สร้างรายได้ สุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปอย่างอิ่มเอมกับงาน “Gift to Give มหกรรมของขวัญถูกใจ ได้บุญ” ที่ เอ็ม บี เคเซ็นเตอร์ ร่วมกับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดขึ้นต่อเนื่องปีที่ 2 กับการช้อปส่งท้ายปี ภายใต้ธีมสุดเก๋ เน้นความเป็นไทย ชวนแต่งชุดไทย มาช้อปของไทยชมโชว์แบบไทยๆ จากกลุ่มบุคคลที่ต้องการโอกาสจากสังคม ภายใต้การดูแลของกระทรวงฯที่มาออกบูธกว่า 30 บูธ พร้อมอิ่มบุญกับการร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็น เพื่อส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับกลุ่มเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ ที่จุดรับบริจาคในงาน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างกำลังใจ สุขใจกับการเป็น “ผู้ให้” ณ ลาน Avenue โซน A ชั้น Gศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

แรมรุ้ง วรวัธ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มีภารกิจหลักในการพัฒนาศักยภาพ คนทุกช่วงวัย นับตั้งแต่วัยแรกเกิด เด็ก เยาวชน ครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการผู้ด้อยโอกาสทางสังคม และชุมชนให้มีความเข้มแข็งและสร้างระบบที่เอื้อต่อการพัฒนาคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการสร้างหลักประกันทางสังคมที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการส่งเสริมภาคีเครืออย่างเป็นระบบสู่การเป็นหุ้นส่วนทางสังคมในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการส่งผลกระทบประชาชนในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกลุ่มเด็ก เยาวชนและผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเปราะบางมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19กระทรวงฯ จึงได้ตระหนักถึงความสำคัญและขับเคลื่อนมาตรการดูแลและช่วยเหลือเพื่อการดูแลกลุ่มเปราะบางให้ได้เข้าถึงสวัสดิการบริการขั้นพื้นฐาน จากภาครัฐ รวมทั้งการส่งเสริมด้านการฝึกอาชีพ สนับสนุนทุนในการประกอบอาชีพให้สามารถ ดำรงชีวิต และดู แลตนเองได้อย่างปกติสุขอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เป็นภาระของสังคม การที่หน่วยงานภาคธุรกิจ ภาคเอกชน หรือหน่วยงานภาครัฐได้มีการบูรณาการความร่วมมือในการเข้ามาดูแล ทำงานร่วมกับกระทรวงการฯนับได้ว่าเป็นการผนึกกำลังทางสังคม เพื่อส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายได้รับการพัฒนา เปิดพื้นที่ได้นำสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเป้าหมายทั้งเด็ก เยาวชน สตรี คนพิการ คนไร้ที่พึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากระทรวงการฯ จะได้รับโอกาสและการสนับสนุนเช่นนี้สืบไป เพราะนอกจากจะเป็นการเปิดเวทีให้กลุ่มเป้าหมายได้แสดงความสามารถและการสาธิตงานฝีมือ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์แล้ว ยังมีจิตอาสาในการเปิดบูธ เป็นจุดบริจาคสิ่งของเพื่อส่งต่อให้แก่เด็กๆ ในสถานสงเคราะห์ทั่วประเทศกว่า 9,000 คน”

ด้าน เกษมสุข จงมั่นคง รองกรรมการผู้อำนวยการสายการเงินและบริหาร และกรรมการผู้จัดการศูนย์สนับสนุนองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ในฐานะองค์กรธุรกิจภาคเอกชน มีความยินดีและพร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มบุคคลในสังคมที่ต้องการโอกาส ภายใต้การดูแลของกระทรวงฯ ได้มีช่องทางในการสร้างอาชีพ มีรายได้เพิ่ม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยทางศูนย์ฯให้การสนับสุนนพื้นที่เพื่อใช้จัดงาน ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าและพนักงานย่านปทุมวันเป็นอย่างดี งานครั้งนี้ เน้นธีมความเป็นไทย ชวนแต่งชุดไทย เพลิดเพลินกับการช้อปของไทย ชิมอาหารไทย และชมโชว์แบบไทยๆมีสินค้าและผลิตภัณฑ์จากกลุ่มบุคคลในสังคมที่ต้องการโอกาส ภายใต้การดูแลของกระทรวงฯรวมทั้งกลุ่มชุมชนท้องถิ่นในเครือข่ายของกระทรวงฯ และชุมชนในพื้นที่ในเขตปทุมวันที่นำสินค้าต่างๆ มาร่วมออกบูธ อาทิ สินค้าแฮนด์เมดอย่างผลิตภัณฑ์จากงานไม้ ที่ดีไซน์ออกมาเป็นที่แขวนชุดชา กาแฟ แท่นวางโทรศัพท์ ที่วางของร้อน จากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชายธัญบุรีกระเป๋า ผลิตภัณฑ์กระเป๋า เช่น “กระเป๋าไวนิล” จากผลิตภัณฑ์สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี “กระเป๋าถักใยไหม” จากกลุ่มชมรมช่อม่วงเมืองใหม่บางพลี “กระเป๋าสานใบเตยหนาม” จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ส่วนผลิตภัณฑ์ผ้าต่างๆน่าสนใจหลายอย่าง ทั้ง “เสื้อผ้าลินิน” จากกรมกิจการผู้สูงอายุ “ผ้าย้อมคราม” จากกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว หรือผ้าทอพื้นเมืองกะเหรี่ยง จากชุมชนบ้านทิพุเย อ.ทองผาภูมิจ.กาญจนบุรี เป็นหมู่บ้านที่มีชนเผ่ากะเหรี่ยงอาศัยอยู่และมีการสืบทอดการทอผ้าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์ลวดลายสีสันสวยงาม ด้วยกรรมวิธีการทอผ้าด้วย “กี่เอว” เป็นต้น ที่สำคัญการที่คุณมาร่วมงานงานครั้งนี้ ไม่เพียงแค่สร้างโอกาส สร้างรายได้ และให้กำลังใจกลุ่มบุคคลที่อยู่ในความดูแลของเครือข่ายกระทรวงฯ และชุมชนต่างๆ เท่านั้น แต่คุณได้สร้างกำลังใจให้กับพวกเขาได้มีพลังที่จะสร้างสรรค์และพัฒนาสินค้าดีๆออกมาและต่อยอดเป็นวิชาชีพและพึ่งตนเองได้ขณะเดียวกันยังสามารถส่งมอบความสุขกับการเป็น “ผู้ให้” โดยร่วมบริจาคผ้าอ้อมสำหรับผู้สูงอายุผ้าอ้อมสำหรับเด็ก นมผงสำหรับเด็กแรกเกิด-1 ปี รวมทั้งสิ่งของจำเป็นที่จุดรับบริจาคในงาน เพื่อนำส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับกลุ่มเด็กสตรี และผู้สูงอายุที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงฯ เรียกว่าเต็มอิ่มกับการช้อปของดีชิมอาหารอร่อย ชมโชว์ ในงานแล้ว ยังสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับไปพร้อมกัน”

โซไซตี้ : ฉลองวันเกิด ‘กมลา สุโกศล’ พร้อมคอนเสิร์ตสุดประทับใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541386

โซไซตี้ : ฉลองวันเกิด ‘กมลา สุโกศล’ พร้อมคอนเสิร์ตสุดประทับใจ

โซไซตี้ : ฉลองวันเกิด ‘กมลา สุโกศล’ พร้อมคอนเสิร์ตสุดประทับใจ

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อบอุ่นพร้อมหน้าครอบครัว “สุโกศล”

กมลา สุโกศล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศล ฉลองวันคล้ายวันเกิดด้วยคอนเสิร์ตของตนเองและครอบครัว พร้อมร่วมบริจาคเงิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) ให้แก่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมเลี้ยงอาหารค่ำสุดพิเศษที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ โดยงานนี้ อาสา สารสิน ร่วมตัดเค้กที่ “เกิดปีเดียวกัน ตัดเค้กด้วยกัน” อีกด้วย ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นไปด้วยครอบครัวสุโกศล เพื่อนนักการทูต และบุคคลในวงสังคมมาร่วมอวยพรอย่างคับคั่ง

ไฮไลต์งานนี้ต้องยกให้กับการแสดงคอนเสิร์ตของครอบครัวสุโกศล เริ่มที่ น้อย-กฤษดา และลูกชาย น้องฟินน์ ในเพลง “I Just Can’t Wait To Be King” จากนั้นเจ้าของวันเกิด กมลา สุโกศล โชว์พลังเสียงในเพลง New York,New York พร้อม มาริสาสุโกศล หนุนภักดี ในเพลงLa Vie En Rose และบทเพลงอันไพเราะอื่นๆ อีกมากมายที่จบลงด้วยความสนุกสนาน สร้างความสุขความประทับใจให้กับผู้มาร่วมงานกันทั่วหน้ากมลา สุโกศล ฉลองวันเกิด โดยมี อาสา สารสิน ร่วมตัดเค้ก “เกิดปีเดียวกัน ตัดเค้กด้วยกัน”กมลา สุโกศล ฉลองวันเกิด โดยมี อาสา สารสิน ร่วมตัดเค้ก “เกิดปีเดียวกัน ตัดเค้กด้วยกัน”ท่านผู้หญิงวิวรรณ-จิตริก เศรษฐบุตร,ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน, นภาลัยอารีสรณ์, ม.ร.ว.อุษณิษา สุขสวัสดิ์,กิตติยา สารสิน และ ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ร่วมยินดี มีเจ้าของวันเกิดและลูกสาว ดารณี สุโกศล แคลปป์ ต้อนรับท่านผู้หญิงวิวรรณ-จิตริก เศรษฐบุตร,ท่านผู้หญิงสุจิตคุณ สารสิน, นภาลัยอารีสรณ์, ม.ร.ว.อุษณิษา สุขสวัสดิ์,กิตติยา สารสิน และ ชวาลี โอสถานุเคราะห์ ร่วมยินดี มีเจ้าของวันเกิดและลูกสาว ดารณี สุโกศล แคลปป์ ต้อนรับบจ.กมลสุโกศล โดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี มอบเงินบริจาคจำนวน 500,000 บาท แก่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รพ.จุฬาฯ โดยมี รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ รองหัวหน้าศูนย์ฯ เป็นผู้รับมอบบจ.กมลสุโกศล โดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี มอบเงินบริจาคจำนวน 500,000 บาท แก่ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รพ.จุฬาฯ โดยมี รศ.นพ.นนท์ โรจน์วชิรนนท์ รองหัวหน้าศูนย์ฯ เป็นผู้รับมอบกมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ต้อนรับ ปิติ สิทธิอำนวยกมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ต้อนรับ ปิติ สิทธิอำนวยพิไลพรรณ สมบัติศิริ ร่วมอวยพร

พิไลพรรณ สมบัติศิริ ร่วมอวยพรกมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ในเพลงLa Vie En Rose
กมลา สุโกศล และ มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ในเพลงLa Vie En Roseกมลา สุโกศล และ น้อย-กฤษดา ในเพลง My Wayกมลา สุโกศล และ น้อย-กฤษดา ในเพลง My Wayครอบครัวสุโกศลมอบความสุขสนุกสนานทางดนตรีครอบครัวสุโกศลมอบความสุขสนุกสนานทางดนตรีกมลา สุโกศล และกลุ่มคอรัส

กมลา สุโกศล และกลุ่มคอรัสน้อย-กฤษดา และลูกชาย น้องฟินน์ ในเพลง “I Just Can’t Wait To Be King”

น้อย-กฤษดา และลูกชาย น้องฟินน์ ในเพลง “I Just Can’t Wait To Be King”

โซไซตี้ : บีทีเอสกรุ๊ปฯ ส่งมอบถุงยังชีพ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – โซไซตี้ : บีทีเอสกรุ๊ปฯ ส่งมอบถุงยังชีพ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ (naewna.com)

โซไซตี้ : บีทีเอสกรุ๊ปฯ ส่งมอบถุงยังชีพ  ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้

โซไซตี้ : บีทีเอสกรุ๊ปฯ ส่งมอบถุงยังชีพ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนส่งมอบถุงยังชีพ เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมทางภาคใต้โดยได้รับความร่วมมือจากผู้สนับสนุนใจดี ได้แก่ เครือสหพัฒน์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน)โรงพยาบาลวิภาวดี และ บริษัท แมรี่ แอน แดรี่ โปรดักส์ จำกัด (Mmilk) สนับสนุนสิ่งของในถุงยังชีพ ประกอบด้วย ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องอุปโภคบริโภค ของใช้จำเป็น และยารักษาโรค โดยมีผู้บริหารรถไฟฟ้าบีทีเอส สุมิตร ศรีสันติธรรม ผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์สื่อสารองค์กร ตรีเพชร วงศ์นิวัติขจรผู้จัดการฝ่ายรักษาความปลอดภัย พร้อมเจ้าหน้าที่ พนักงานจิตอาสาร่วมใจบรรจุถุงยังชีพ ณ อาคารบีทีเอสสำนักงานใหญ่ ถนนพหลโยธิน ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2ที่บริษัทได้จัดส่งถุงยังชีพลงไปช่วยเหลือเพื่อเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ ผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

โซไซตี้ : มอบหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น ให้ โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – โซไซตี้ : มอบหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น ให้ โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากร (naewna.com)

โซไซตี้ : มอบหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น ให้ โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากร

โซไซตี้ : มอบหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น ให้ โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากร

วันอาทิตย์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด และ สาวิทย์ แก้วหวาน รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมกันมอบหน้ากากอนามัยซีพีเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลและประชาชนทั่วไป จำนวน 10,000 ชิ้น ให้แก่โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้นำไปใช้ในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย และสามารถนำหน้ากากอนามัยดังกล่าวแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ โดยมี นพ.องอาจจริยาสถาพร หัวหน้าสำนักงานแพทย์ โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร เป็นผู้รับมอบ ณ โรงพยาบาล บุรฉัตรไชยากร ถนนนิคมมักกะสัน

ทั้งนี้ อวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หน้ากากอนามัย คือหนึ่งในอุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างปลอดภัย เพราะท่านเหล่านี้คือหน้าด่านในการคัดกรอง ตรวจ และรักษาผู้ป่วย จึงเสี่ยงต่อการสัมผัส และรับเชื้อโรคสูง จึงได้ประสานกับ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เพื่อนำหน้ากากอนามัยซีพีจำนวน 10,000 ชิ้น มามอบให้กับคณะแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร

อวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ กก.ผจญ.บจ.รถไฟความเร็วสูงฯ ร่วมกันมอบหน้ากากอนามัยซีพีจำนวน 10,000 ชิ้น ให้แก่ รพ.บุรฉัตรไชยากร โดยมี นพ.องอาจ จริยาสถาพร หน.สำนักงานแพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากร เป็นผู้รับมอบและ สาวิทย์ แก้วหวาน รักษาการประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมถ่ายภาพ

“ต้องขอบคุณบริษัท รถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ผมเชื่อว่าหน้ากากอนามัย 10,000 ชิ้น ที่มอบให้กับพวกเราในวันนี้ไม่เพียงจะช่วยสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับคณะแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังสามารถแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปที่มารับบริการทางการแพทย์ ได้ใช้เพื่อป้องกัน และลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อีกด้วย”

ด้าน ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด กล่าวว่า การมอบหน้ากากอนามัยในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยสนับสนุนการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของบุคลากร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน ที่ให้ความสำคัญกับการดูแล และพัฒนาสังคมในทุกมิติอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมต่อไป

อวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย

“แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านเปรียบเสมือนนักรบเสื้อขาว ที่สู้รบกับเชื้อโรคเพื่อให้พวกเราทุกคนปลอดภัย และเป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงที่โควิด-19 ระบาดนั้น หน้ากากอนามัยกลายเป็นสิ่งขาดแคลน แม้มีกำลังในการซื้อก็ไม่สามารถหาซื้อได้ วันนี้เราจึงมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้นำหน้ากากอนามัยซีพีเพื่อบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลและประชาชนทั่วไปจำนวน 10,000 ชิ้น มอบให้กับโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของชุมชนนิคมมักกะสัน และบริเวณใกล้เคียง ในการเข้ารับการรักษา ตลอดจนเข้ารับบริการต่างๆ ด้านสุขภาพ ได้ใช้ประโยชน์”

ขณะที่ นพ.องอาจ จริยาสถาพร หัวหน้าสำนักงานแพทย์ โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร กล่าวว่าโรงพยาบาลฯ เป็นโรงพยาบาลขนาด 120 เตียง เปิดดำเนินการตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2495 เพื่อให้บริการพนักงาน และครอบครัว สังกัดการรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอดจนประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบนิคมมักกะสัน ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการประมาณ 300-400 คน รับรักษาโรคทั่วไป และโรคเฉพาะทาง อาทิ โรคทางศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรคทางตา โรคทางระบบลำไส้ บุคลากรทางการแพทย์และพนักงานของเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้หน้ากากอนามัยในการให้บริการผู้ป่วย

“ในนามตัวแทนของโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร ผมขอขอบคุณ การรถไฟแห่งประเทศไทย และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เป็นอย่างมาก ที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มาใช้บริการในโรงพยาบาล และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมมือกันในการสร้างสรรค์กิจกรรม ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป”ธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ กก.ผจญ.บจ.รถไฟความเร็วสูงฯธิติฏฐ์ นันทพัฒน์สิริ กก.ผจญ.บจ.รถไฟความเร็วสูงฯนพ.องอาจ จริยาสถาพร หน.สนง.แพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากรนพ.องอาจ จริยาสถาพร หน.สนง.แพทย์ รพ.บุรฉัตรไชยากรบุคลากร รพ.บุรฉัตรไชยากรรับมอบหน้ากากอนามัย

บุคลากร รพ.บุรฉัตรไชยากรรับมอบหน้ากากอนามัยบุคลากร รพ.บุรฉัตรไชยากรรับมอบหน้ากากอนามัย

บุคลากร รพ.บุรฉัตรไชยากรรับมอบหน้ากากอนามัย

โซไซตี้ : โครงการ Design Service Society 2020 สร้างมูลค่าแบรนด์ให้สินค้าไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/524146

โซไซตี้ : โครงการ Design Service Society 2020  สร้างมูลค่าแบรนด์ให้สินค้าไทย

โซไซตี้ : โครงการ Design Service Society 2020 สร้างมูลค่าแบรนด์ให้สินค้าไทย

วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับ สมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จัดกิจกรรม Design Service Society 2020 ประจำปี 2563ให้คำปรึกษาสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจและผู้ที่สนใจด้านการออกแบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์อาหารในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2020 ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 22-26 กันยายน ที่ผ่านมา มีผู้เข้ารับคำปรึกษาเกี่ยวกับออกแบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด 97 ราย ส่วนใหญ่ปรึกษาเรื่องการออกแบบบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก ตามมาด้วยความสนใจในวัสดุบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างไบโอพลาสติก รวมถึงสนใจปรึกษาเกี่ยวกับการออกแบบกราฟิกสำหรับใช้สื่อสารทางออนไลน์ขณะเดียวกัน มีอีกกลุ่มเข้ารับคำปรึกษาทางออนไลน์70 ราย ใน 4 หัวข้อด้วยกันคือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การออกแบบกราฟิกและการสร้างแบรนด์ กิจกรรมอบรมสัมมนาออนไลน์ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 85 ราย

ประอรนุช ประนุช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้าฯกล่าวว่า “โครงการ Design Service Society 2020 จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จะช่วยพัฒนาองค์ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้า/บริการ มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์หรือตราสินค้าสู่สากล (Brand) การพัฒนานวัตกรรม (Innovation) โดยเฉพาะนวัตกรรมในด้านการดำเนินธุรกิจ (New Business Model)การพัฒนาการออกแบบ (Design) หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการใหม่ๆ ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ” ด้าน รศ.ดร.โชคอนันต์ บุษราคัมภากรนายกสมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวว่า นอกจากผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสตาร์ทอัพแล้ว ในปีนี้สมาคมฯจะเน้นเรื่องสินค้าชุมชน เพราะเล็งเห็นว่าสินค้าชุมชนมีความน่าสนใจ อยากช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าของชุมชน นำเรื่องการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ มาทำให้สินค้าชุมชนมีความน่าสนใจและโดดเด่นมากขึ้น

สำหรับกิจกรรมให้คำปรึกษาของบูธ Design Service Society 2020 ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์มีดังนี้ สมาคมนักออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสมาคมการออกแบบบรรจุภัณฑ์ไทย Arn Creative Studio, COTH Studio, Prompt Partners,Yindee Design,SCG Packaging Design Team,345 Provider,Solution Creation และทีมนักออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อิสระระดับประเทศ อย่าง Solution Creation แสดงความเห็นว่า บรรจุภัณฑ์ประเภท Single-use หรือใช้แล้วทิ้ง วัสดุประเภทไบโอพลาสติกหรือพลาสติกชีวภาพ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีในตอนนี้ เพราะย่อยสลายได้และไม่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมแม้ว่าจะต้นทุนจะสูงกว่าพลาสติกทั่วไป แต่ก็เป็นสร้างคุณค่าให้กับแบรนด์ เช่น คาเฟ่ที่เลือกใช้หลอดไบโอพลาสติก ก็จะประชาสัมพันธ์ได้ว่าเป็นคาเฟ่รักษ์โลกส่วนประเด็นที่กลุ่มสตาร์ทอัพสนใจขอรับคำปรึกษา เช่น จะทำอย่างไรให้ตลาดรับรู้ถึงตัวตนของผลิตภัณฑ์ สนใจพัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับผู้สูงอายุ ต้องการไอเดียในการออกแบบบรรจุภัณฑ์สำหรับขนมเพื่อสุขภาพ ต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยากเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อเป็นการรีแบรนด์สินค้า อยากปรับบรรจุภัณฑ์เพื่อลดต้นทุนการผลิต อยากได้บรรจุภัณฑ์ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อในทันทีที่เห็น เป็นต้น ผู้ที่พลาดกิจกรรมดีๆ จากโครงการ Design ServiceSociety 2020 สามารถเข้าไปศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบบแบรนด์และบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ www.creativethailand.net