โซไซตี้ : มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ชุมชนอิ่มท้อง พร้อมอิ่มใจ สู้วิกฤติโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/500497

โซไซตี้ : มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย  ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ชุมชนอิ่มท้อง พร้อมอิ่มใจ สู้วิกฤติโควิด-19

โซไซตี้ : มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ส่งต่อความช่วยเหลือสู่ชุมชนอิ่มท้อง พร้อมอิ่มใจ สู้วิกฤติโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ชุมชนได้รับผลกระทบความเดือดร้อนจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวนี้ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทย ผู้ดำเนินโครงการบ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก (Ronald McDonald House) จึงร่วมส่งมอบกำลังใจและอาหารปลอดภัยให้แก่ญาติผู้ป่วยเด็กและประชาชนที่เข้ารับการรักษา ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนผู้บริจาคโลหิต ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และประชาชนในชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงกับบ้านพักพิงฯ ต่างๆ ในโครงการของทางมูลนิธิฯ ซึ่งอาจได้รับกระทบทางด้านเศรษฐกิจเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19

มร.เฮสเตอร์ ชิว ประธานกรรมการ มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ ประเทศไทยกล่าวว่า “มูลนิธิฯ ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยเด็กและครอบครัวในประเทศไทยมากว่า 19 ปีผ่านการดำเนินกิจกรรม 3 โครงการหลัก ได้แก่ ห้องสันทนาการโรนัลด์ แมคโดนัลด์หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลดและบ้านพักพิงโรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ซึ่งในแต่ละโครงการ มูลนิธิฯ ได้ดำเนินงานใกล้ชิดกับทีมบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้เรารับทราบปัญหา และตระหนักถึงสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ทางมูลนิธิฯ พร้อมด้วยพันธมิตรผู้มีจิตอาสา จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบกำลังใจ แบ่งปันเมนูอาหารแสนอร่อยให้กับญาติของผู้ป่วยเด็ก และผู้ป่วยที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมถึงประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน”

มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ประเทศไทย ได้ส่งมอบหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่ม ให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยอย่างปลอดภัย โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธา ได้แก่ ชุดอาหารแมคโดนัลด์ จาก บริษัท แมคไทย จำกัด, เครื่องดื่มมินิทเมดสแปลช จากบริษัทโคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด, เครื่องดื่ม BSC Corn Soy จากบริษัทไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), นมตราหมี UHT รสมอลต์ เครื่องดื่มช็อกโกแลตมอลต์ไมโล ผลิตภัณฑ์อาหารเช้าโกโก้ครั้นช์ ซีเรียล พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสแม็กกี้ จากบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, ผลิตภัณฑ์นม UHT ไทยเดนมาร์ก และผลิตภัณฑ์ไก่ จากบริษัท ไทสัน โพลทรี่(ไทยแลนด์) จํากัด

ปัจจุบัน มูลนิธิ โรนัลด์ แมคโดนัลด์ เฮาส์ประเทศไทย ดำเนินงาน 3 โครงการหลัก ได้แก่ การสร้างและปรับปรุงห้องสันทนาการเด็ก โรนัลด์ แมคโดนัลด์ (Ronald McDonald Playroom) ณ หอผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาลของรัฐบาลและสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 36 ห้องทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กๆ ที่เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล รวมถึงเด็กๆ ที่รอพบคุณหมอ ได้ใช้เป็นสถานที่ผ่อนคลายหรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว ให้บริการผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 330,000 คน โครงการที่ 2 คือ หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่โรนัลด์ แมคโดนัลด์ภายใต้โครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี”(Ronald McDonald Dental Care Unit) โดยมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ร่วมกับ มูลนิธิฯ พร้อมด้วยพันธมิตรสำคัญได้แก่ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบกกองทัพเรือ กองทัพอากาศ โรงพยาบาลทันตกรรมมหาจักรีสิรินธร มูลนิธิทันตแพทย์เอกชน (ประเทศไทย) และกลุ่มบริษัท ตันจงให้บริการด้านทันตสุขภาพ ทั้งด้านการรักษาและป้องกันให้กับเด็กด้อยโอกาสและยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ปัจจุบันหน่วยรถฯ ออกเดินทางไปแล้วทั้งสิ้น 55 จังหวัด ให้บริการตรวจรักษาฟันไปแล้วมากกว่า 33,000 คน หรือโดยเฉลี่ย 6,600 คนต่อปี และอีกหนึ่งโครงการที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ บ้านพักพิง โรนัลด์ แมคโดนัลด์เฮาส์ เพื่อครอบครัวผู้ป่วยเด็ก (Ronald McDonald House) ให้บริการที่พักชั่วคราวโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กณ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ โรงพยาบาลศิริราช ปัจจุบันบ้านพักพิงฯ ทั้ง 4 หลังได้ให้บริการที่พักแก่ครอบครัวผู้ป่วยเด็กไปแล้วกว่า 38,000 คนต่อปี โดยภายในปีนี้มูลนิธิฯ มีแผนจัดสร้างบ้านพักพิงฯ แห่งใหม่ในต่างจังหวัด เพื่อขยายความช่วยเหลือให้แก่ผู้ป่วยเด็กและครอบครัวมากยิ่งขึ้นต่อไป

ท่านสามารถแบ่งปันและมอบโอกาสให้กับผู้ป่วยเด็กและครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้โดยบริจาคออนไลน์ผ่าน http://www.rmhc.or.th หรือผ่าน Bank Application โดยสแกน QR Code บนกล่องรับบริจาคของมูลนิธิฯที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขาทั่วประเทศ รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก http://www.rmhc.or.th และ facebook/rmhcthailand

โซไซตี้ : วิศวะฯ ธรรมศาสตร์ อวดโฉม‘แขนกลไบค์เลน’เอไอคัดกรองเลนจักรยาน ปิดทันทีเมื่อเจอมอเตอร์ไซค์ หวังนำร่องใช้เขตกรุงเทพฯ-หัวเมืองใหญ่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/499049

โซไซตี้ : วิศวะฯ ธรรมศาสตร์ อวดโฉม‘แขนกลไบค์เลน’เอไอคัดกรองเลนจักรยาน ปิดทันทีเมื่อเจอมอเตอร์ไซค์ หวังนำร่องใช้เขตกรุงเทพฯ-หัวเมืองใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นักศึกษาวิศวะฯ เครื่องกล มธ. ซิว 3 รางวัลใหญ่ จากเวทีประกวดนวัตกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 10

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE: Thammasat School of Engineering) จุดประกายไอเดีย พัฒนา “แขนกลไบค์เลน” นวัตกรรมแขนกลอัจฉริยะที่ช่วยคัดกรอง และกีดขวางรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่บนเลนจักรยาน หนุนสายปั่นจักรยานสัญจรคล่องตัว-ปลอดภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ โดยมีองค์ประกอบ 2 ส่วนหลัก ดังนี้ ระบบแยกแยะพาหนะด้วยปัญญาประดิษฐ์ ที่ช่วยแยกแยะลักษณะของยานพาหนะในระยะ 4 เมตร พร้อมสั่งการเปิด-ปิด เส้นทางไปยังเมนบอร์ด แขนกลอัจฉริยะทำหน้าที่รับสัญญาณจากเมนบอร์ด โดยในกรณีที่ตรวจพบจักรยานยนต์ แขนกลจะปิดเส้นทางขับขี่ แต่ในกรณีที่ตรวจพบเป็นจักรยาน แขนกลจะเปิดเส้นทางให้ใน 5 วินาที โดยในอนาคตเตรียมวางแผนจำหน่ายเชิงพาณิชย์ 3.5หมื่นบาท ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าว สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ บนเวทีประกวดนวัตกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 10” (The 10th Motor Expo Automotive Innovation Award 2019)

รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มธ.

สุริยา สารธิมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) ตัวแทนทีม กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาภาครัฐมีการผลักดัน “เมืองจักรยาน” ให้เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย ด้วยการสร้างเลนจักรยาน เพื่อให้ประชาชนสัญจรได้อย่างปลอดภัย-ได้สุขภาพ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ โดยมีป้ายสัญลักษณ์หรือข้อความที่สื่อถึง เลนจักรยานอย่างชัดเจน แต่ทั้งนี้กลับพบข้อจำกัดจำนวนมาก ทั้งการขับขี่ทับเลน การจอดกีดขวางเส้นทางจักรยาน ซึ่งล้วนแต่อาจจะก่อเกิดให้เกิดอันตรายแก่ผู้ขับขี่จักรยานได้ ดังนั้นทีมวิจัยและคณะ จึงพัฒนา “แขนกลไบค์เลน” นวัตกรรมแขนกลอัจฉริยะที่ช่วยคัดกรอง และกีดขวางรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่บนเลนจักรยาน หนุนสายปั่นจักรยานสัญจรคล่องตัว-ปลอดภัย ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ โดยมี รศ.ดร.ดุลยโชติ ชลศึกษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล เป็นที่ปรึกษา

เทพพงษ์ เทพวงศ์ศิริรัตน์ และ สุริยา สารธิมา เจ้าของผลงาน “แขนกลไบค์เลน”

สุริยา กล่าวต่อว่า โดยนวัตกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบหลัก ดังนี้ระบบแยกแยะพาหนะด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นระบบตรวจจับ และแยกแยะลักษณะของยานพาหนะที่มองเห็นได้ในระยะ 4 เมตร โดยใช้กล้องเว็บแคม (WebCam) ส่งสัญญาณภาพไปยังโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ที่ทำงานบนสมองกลขนาดเล็ก ซึ่งโปรแกรมนี้ถูกฝึกด้วยการป้อนภาพของจักรยานยนต์และจักรยานจำนวนมากเข้าไปจนโปรแกรมเรียนรู้ที่จะแยกแยะความแตกต่าง จากนั้นสมองกลจะสั่งการเปิด-ปิดเส้นทางไปยังเมนบอร์ดของระบบแขนกล แขนกลอัจฉริยะ ทำหน้าที่รับสัญญาณจากเมนบอร์ด ซึ่งในสภาวะปกติแขนกลจะปิดเส้นทาง กรณีตรวจพบจักรยานยนต์ฝ่าฝืน แขนกลจะไม่เปิดเส้นทางขับขี่ แต่ในกรณีที่ระบบตรวจพบเป็นจักรยาน แขนกลจะเปิดเส้นทางให้ใน 5 วินาที อย่างไรก็ดีทางทีมวิจัยได้ออกแบบให้แขนกลอัจฉริยะมีขนาด 1.5 เมตร และสามารถพับเก็บได้ภายในตู้แขนกล เพื่อความสะดวกต่อการใช้งานบางพื้นที่ที่มีหลังคาเตี้ย

ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวมีต้นทุนในการพัฒนาราว 2 หมื่นบาท และในอนาคตกรณีที่การทำงานในส่วนต่างๆ มีความเสถียรยิ่งขึ้นเตรียมวางแผนจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในราคา3.5 หมื่นบาท โดยที่ล่าสุด นวัตกรรมดังกล่าวได้รับ “รางวัลชนะเลิศ” บนเวทีประกวดนวัตกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 10” (The 10th Motor Expo Automotive Innovation Award 2019) เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมด้วยเพื่อนนักศึกษาภาควิศวกรรมเครื่องกล ในรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “ยานพาหนะปัญญาประดิษฐ์ขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับผู้พิการทางสายตา” และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2“รถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้พิการทางสมองและกล้ามเนื้ออ่อนแรง” สุริยา กล่าวสรุป

บรรยากาศการรับรางวัล

ด้าน รศ.ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TSE) กล่าวเสริมว่า TSEมีนโยบายในการบ่มเพาะและผลิต “วิศวกรรุ่นใหม่” ที่มีความรอบรู้ด้านวิศวกรรม ก้าวทันความเปลี่ยนแปลง คิดสร้างสรรค์เพื่อสังคม สามารถขมวดรวมศาสตร์ความรู้ต่างสาขา สู่การผลิตนวัตกรรมหรือองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สังคม และภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งก้าวสู่การเป็นฟันเฟืองหนึ่ง ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต ผ่านการเรียนรู้จาคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ เรียนรู้การใช้เครื่องมือจริงในภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนานวัตกรรมต้นแบบ ณ ศูนย์รังสิตและศูนย์พัทยา อาทิเครื่องพิมพ์สแกน 3 มิติ Faro Arm Edge 2.7 และเครื่องพิมพ์สามมิติ รุ่น Projet 260C นอกจากนี้ นักศึกษาที่ TSE ยังได้ฝึกประสบการณ์ในหน่วยงานพันธมิตรในภาคอุตสาหกรรม อย่าง กลุ่มสยามกลการ บริษัทเอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด (SAIC Motor-CP) เพื่อเป็นการเตรียพร้อมก่อนเข้าสู่โลกการทำงานจริงอย่างเต็มศักยภาพ

นวัตกรรม “แขนกลไบค์เลน”

ระบบแยกแยะพาหนะด้วยปัญญาประดิษฐ์

แขนกลอัจฉริยะ

ขั้นตอนการทำงานของ “แขนกลไบค์เลน”

โซไซตี้ : ‘ม.กรุงเทพธนฯ-สาธิตกรุงเทพธนฯ’ ร่วมมอบหน้ากากผ้า-เจลล้างมือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/497566

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วย จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง ผอ.บริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้ามัสลิน และเจลล้างมือแอลกอฮอล์อนามัย ให้โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โดยมี นพ.ชัยยศ เด่นอริยะกูล ผอ. และ นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล รอง ผอ.เป็นตัวแทนรับมอบ

โซไซตี้ : ‘ม.กรุงเทพธนฯ-สาธิตกรุงเทพธนฯ’ ร่วมมอบหน้ากากผ้า-เจลล้างมือ

วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล พร้อมด้วย จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้ามัสลิน และเจลล้างมือแอลกอฮอล์อนามัย ให้สำนักงานเขตทวีวัฒนาโดยมี กนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม ผช.ผอ.เขตทวีวัฒนา รักษาราชการแทน ผอ. เป็นตัวแทนรับมอบ

มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ร่วมกับ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน นำหน้ากากอนามัยแบบผ้ามัสลิน และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ มอบให้กับโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และ สำนักงานเขตทวีวัฒนา และประชาชนทั่วไป เพื่อใช้ในการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วยจิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี เป็นตัวแทนมอบหน้ากากอนามัยแบบผ้ามัสลิน จำนวน3,000 ชิ้น ที่ผลิตโดยแรงงานที่ตกงาน และเจลล้างมือแอลกอฮอล์อนามัยที่ผลิตโดยคณะสาธารณสุขศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี จำนวน 1,500 ขวด ให้กับส่วนราชการและประชาชนทั่วไป

โดย จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการบริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี กล่าวว่าวันนี้ได้นำแจกหน้ากากผ้ามัสลิน 3,000 ชิ้น และเจลล้างมือแอลกอฮอล์กว่า 1,500 ขวด ไปมอบให้กับ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ และสำนักงานเขตทวีวัฒนา เพื่อให้ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลด่านต่างๆ ในเขตทวีวัฒนา รวมถึง ตัวแทนชุมชน ทั้ง 16 ชุมชนใกล้เคียง และ 3 หมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อแจกให้กับประชาชนที่ขาดแคลน, หน่วยงานทหาร หน่วย กร. กับ ศพย.ยศ.ทบ. และ ประชาชนทั่วไปที่เดินทางมารับด้วยตนเอง ซึ่งต้องขอบคุณทุกคนที่ปฏิบัติตามกติกา ในการยืนเข้าคิวห่างกัน 1.5 เมตรและไม่ยืนรวมกลุ่มกันในช่วงรอวัดไข้ รวมทั้งยังกดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งการ SocialDistancing ถือว่าสำคัญมาก นอกจากนี้แล้วยังมีประชาชนที่มาลงทะเบียน และได้รับเจลล้างมือแอลกอฮอล์ไปแล้ว แต่หน้ากากอนามัยผ้ามัสลิน หมดเสียก่อน ทางทีมงานจะรีบทำการผลิต และส่งไปรษณีย์ไปให้ทุกท่านที่ลงทะเบียนไว้จนถึงหน้าบ้านเลย

สำหรับผู้ที่สนใจรับ หน้ากากผ้าเย็บมือ และเจลล้างมือแอลกอฮอล์อนามัย สามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพจhttps://www.facebook.com/BTUclub/, https://www.facebook.com/satitbtu/ และ อินสตาแกรม earnie_chirawan

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วย จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง ผอ.บริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้ามัสลิน และเจลล้างมือแอลกอฮอล์อนามัย ให้โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โดยมี นพ.ชัยยศ เด่นอริยะกูล ผอ. และ นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล รอง ผอ.เป็นตัวแทนรับมอบ

รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี พร้อมด้วย จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง ผอ.บริหารโรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี มอบหน้ากากอนามัยแบบผ้ามัสลิน และเจลล้างมือแอลกอฮอล์อนามัย ให้โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โดยมี นพ.ชัยยศ เด่นอริยะกูล ผอ. และ นพ.ภูริทัต แสงทองพานิชกุล รอง ผอ.เป็นตัวแทนรับมอบ

โซไซตี้ : เปิดตัวแอพพลิเคชั่น ‘BMBW The Young Guardian EP1.’ สื่อการเรียนรู้ที่มาพร้อมความสนุกสนาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/480647

โซไซตี้ : เปิดตัวแอพพลิเคชั่น ‘BMBW The Young Guardian EP1.’ สื่อการเรียนรู้ที่มาพร้อมความสนุกสนาน

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การเปิดตัวแอพพลิเคชั่นในชื่อ “BMBWThe Young Guardian EP1.”

โคเวสโตร ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมส่งเสริมความรู้การจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “BMBW The Young Guardian EP1.” สื่อการเรียนรู้ที่มาพร้อมความสนุกสนาน เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา โดยเริ่มต้นที่โรงเรียนวัดหัวลำโพงเป็นแห่งแรกพร้อมตั้งเป้าการขยายผลสู่โรงเรียนในเครือข่ายอีก 5 แห่ง และเข้าถึงการส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแก่เด็กๆ ทั่วประเทศผ่านแอพพลิเคชั่นนี้

กวิสรา วรรธนะพิศิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรประจำภูมิภาคอาเซียนบริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า “ปัจจุบันทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนกันเป็นอย่างมาก โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโคเวสโตร (ประเทศไทย) ได้สนับสนุนและผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ตามแนวคิดดังกล่าวผ่านโครงการต่างๆอาทิ การจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมองค์ความรู้การจัดการขยะและของเสียอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่เด็กนักเรียนที่โรงเรียนในพื้นที่ชุมชนรอบศูนย์ปฏิบัติการของโคเวสโตร จังหวัดระยอง และกรุงเทพมหานคร พร้อมการจัดทำหนังสือชุดสำหรับเด็ก “จุดประกายความคิดเพื่อชีวิตที่สดใส” และได้ส่งมอบไปยังหน่วยงานเครือข่ายและโรงเรียนต่างๆ ในหลายพื้นที่กว่า 25,000 เล่มแล้ว โดยเราเชื่อมั่นว่า การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมให้กับภาคการศึกษาและเยาวชน และผลักดันให้เกิดการนำไปปฏิบัติ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่สังคมและประเทศในระยะยาว ถือเป็นภารกิจสำคัญและเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของโคเวสโตร”

การจัดทำหนังสือชุดสำหรับเด็ก “จุดประกายความคิดเพื่อชีวิตที่สดใส” เป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นจาก โคเวสโตร (ประเทศไทย) เพื่อเป้าหมายในการให้ความรู้และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการจัดการขยะและของเสีย (waste management) อย่างมีประสิทธิภาพผ่านเรื่องราวการผจญภัยของกลุ่มจิ๋วพิทักษ์ ที่นับว่าเป็นการถ่ายทอดสาระควบคู่ความสนุกสนานไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันได้รับการตีพิมพ์ แปลเป็นภาษาต่างๆ และเผยแพร่แก่เยาวชนใน 6 ประเทศทั่วเอเชีย ทั้งนี้โคเวสโตร มุ่งมั่นที่จะขยายการเรียนรู้ให้ออกไปในวงกว้างมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงเด็กและผู้ปกครองอย่างไม่จำกัดแค่ในหนังสือนิทาน จึงได้ต่อยอดสื่อการเรียนรู้ดังกล่าวสู่การนำเสนอในรูปแบบออนไลน์แอพพลิเคชั่นในชื่อ “BMBWThe Young Guardian EP1.” ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานและลูกเล่นต่างๆ อาทิ เกมจับคู่เพื่อแยกประเภทขยะกิจกรรมวาดรูปและระบายสี และการอัดเสียงเพื่อเล่านิทานโดยผู้ปกครองและครู อาจารย์ที่ใช้งานเพื่อประกอบการเรียนการสอนด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาในห้องเรียนก็สามารถทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดังกล่าวทั้งระบบ Android และ iOS ได้ที่ Google Play Store และ App Store ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

กิจกรรมการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะอย่างถูกวิธี

กิจกรรมการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการจัดการขยะอย่างถูกวิธี
กิจกรรมการแสดงละครประกอบการเล่านิทานเรื่อง “จิ๋วพิทักษ์ผจญภัย”

กิจกรรมการแสดงละครประกอบการเล่านิทานเรื่อง “จิ๋วพิทักษ์ผจญภัย”
น้องๆ สนุกสนานกับเรื่องราวของ “จิ๋วพิทักษ์ผจญภัย”

น้องๆ สนุกสนานกับเรื่องราวของ “จิ๋วพิทักษ์ผจญภัย”
น้องๆ ทดลองการใช้งานแอพพลิเคชั่น“BMBW The Young Guardian EP1.”

น้องๆ ทดลองการใช้งานแอพพลิเคชั่น“BMBW The Young Guardian EP1.”

โซไซตี้ : คณะวารสารศาสตร์ฯ จับมือ มสธ. จัดประชุมกลุ่มศึกษาการสื่อสาร กับกลุ่มคนและชุมชนศึกษา ตอน ‘ที่สุดเลยเว้ยแก…’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/479314

โซไซตี้ : คณะวารสารศาสตร์ฯ จับมือ มสธ. จัดประชุมกลุ่มศึกษาการสื่อสาร กับกลุ่มคนและชุมชนศึกษา ตอน ‘ที่สุดเลยเว้ยแก…’

วันอาทิตย์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ร่วมกับ ศูนย์สหวิทยาการชุมชนฯ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดประชุมกลุ่มศึกษาการสื่อสารกับกลุ่มคนและชุมชนศึกษา ครั้งที่ 1/2563 ตอน “ที่สุดเลยเว้ยแก…”

คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ร่วมกับ ศูนย์สหวิทยาการชุมชน มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จัดประชุมกลุ่มศึกษาการสื่อสารกับกลุ่มคนและชุมชนศึกษา ครั้งที่ 1/2563 ตอน “ที่สุดเลยเว้ยแก…” พร้อมการนำเสนอผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ที่เป็นที่สุดครบทุกรสชาติอาทิ ซีรี่ส์สุดปัง “Project S” ภาพซ้ำของเพศหญิงในนิทาน จาก “คน” สู่ “ยอดคน” และถอดรหัสการทำข่าวสิ่งแวดล้อมในไทย โดยได้รับเกียรติการปาฐกถาพิเศษจาก รศ.ดร.กาญจนา แก้วเทพนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติปี 2548 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ ที่ห้อง JM 402 เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563

รศ.ดร.กาญจนา แก้วเทพ ปาฐกถาพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมประชุมกลุ่มศึกษาการสื่อสารกับกลุ่มคนและชุมชนศึกษา ครั้งที่ 1/2563 ตอน “ที่สุดเลยเว้ยแก…”

ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน กล่าวเปิดงานในครั้งนี้ว่า “คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมทางวิชาการและการเสวนามาโดยตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งนับเป็นโอกาสที่ดีเนื่องจากเป็นการฉลองครบรอบปีที่ 65 ของคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน การจัดงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากศูนย์สหวิทยาการชุมชนศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ภายใต้โครงการกลุ่มศึกษาการสื่อสารกับกลุ่มคนและชุมชนศึกษา ในชื่อตอน “ที่สุดเลยเว้ยแก…” ซึ่งจะนำเสนอและสะท้อนภาพปรากฏการณ์งานสื่อสารจากงานวิจัยได้เป็นอย่างดี โดยได้รับเกียรติการปาฐกถาพิเศษจากรองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา แก้วเทพ พร้อมทั้งการนำเสนอผลงานวิจัยที่เป็นดุษฎีนิพนธ์ในแง่มุมที่หลากหลายมิติ มีความทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ที่ได้รับความนิยม นิทานภาพสำหรับเด็กที่สะท้อนภาพเรื่องราวความเป็นผู้หญิงในมิติต่างๆ การจัดกิจกรรมผ่านการวิ่งของคนกลุ่มหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจแก่คนเป็นจำนวนมาก และการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับโลกร้อนซึ่งเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในกระแสเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติจากคณาจารย์จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศที่ร่วมนำเสนองานและวิพากษ์งานวิจัยในลักษณะการเป็นกัลยาณมิตรและเครือข่ายทางวิชาการร่วมกัน อาทิ วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และผู้ร่วมการประชุมกลุ่มศึกษาที่ให้ความสนใจทุกท่าน

คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนกล่าวเพิ่มเติมว่า “การสร้างความรู้เรื่องการสื่อสารโดยเชื่อมโยงแนวทางจากศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ผ่านกิจกรรมการเสวนาวิชาการมีความสำคัญยิ่งนับเป็นการสร้างองค์ความรู้ตลอดจนเพื่อนำมาเผยแพร่แลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกัน นับเป็นการพัฒนาศาสตร์ด้านสื่อสารมวลชนและสื่อศึกษาให้มีความก้าวหน้าและทันสมัยซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานวิชาการร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนเล็งเห็นและให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายทางวิชาการแก่คณาจารย์นักวิชาการ นักศึกษา อย่างต่อเนื่อง

ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน กล่าวเปิดการประชุม

ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน กล่าวเปิดการประชุม
ผศ.เกศราพร ทองพุ่มพฤกษา-ภาพตัวแทนของความเป็นเพศหญิงในหนังสือนิทานสำหรับเด็ก

ผศ.เกศราพร ทองพุ่มพฤกษา-ภาพตัวแทนของความเป็นเพศหญิงในหนังสือนิทานสำหรับเด็ก
อ.ดร.ดวงแก้ว เธียรสวัสดิ์กิจ-Reproduducing Politics ofClimate Change A Study of Thai News Reporting

อ.ดร.ดวงแก้ว เธียรสวัสดิ์กิจ-Reproduducing Politics ofClimate Change A Study of Thai News Reporting
อ.รัตนางศ์ ตุละวรรณ-การผสานเนื้อหาวิทยาศาสตร์ในละครชุด Project S

อ.รัตนางศ์ ตุละวรรณ-การผสานเนื้อหาวิทยาศาสตร์ในละครชุด Project S
อ.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์-จากคนสู่ยอดคนผู้มีชื่อเสียงทางด้านกีฬา

อ.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์-จากคนสู่ยอดคนผู้มีชื่อเสียงทางด้านกีฬา
ผู้วิจารณ์-ผศ.ดร.ไวยวุฒิ วุฒิอรรถสาร

ผู้วิจารณ์-ผศ.ดร.ไวยวุฒิ วุฒิอรรถสาร
ผู้วิจารณ์-ผศ.ดร.สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์

ผู้วิจารณ์-ผศ.ดร.สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์
ผู้วิจารณ์-รศ.ดร.กำจร หลุยยะพงศ์

ผู้วิจารณ์-รศ.ดร.กำจร หลุยยะพงศ์
ผู้วิจารณ์-อ.ดร.วิโรจน์ สุทธิสีมา

ผู้วิจารณ์-อ.ดร.วิโรจน์ สุทธิสีมา

โซไซตี้ : ‘บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ส์ 2020’ การแข่งขันวิ่งใน 6 เส้นทางบูทีคทั่วไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/477780

โซไซตี้ : ‘บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ส์ 2020’ การแข่งขันวิ่งใน 6 เส้นทางบูทีคทั่วไทย

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โดย วรงค์ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการตลาด และ บริษัท อาซาตซู (ประเทศไทย) จำกัด โดย ปรัชญา ลิ้มสุวัฒน์ผู้จัดการร่วมกันจัดงานแถลงข่าวรายการวิ่ง“บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรี่ส์ 2020 (BangkokAirways Boutique Series 2020)” รายการวิ่งประจำปีของบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 4 ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

วรงค์ อิศรเสนา ณ อยุธยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการตลาด สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวว่า“บางกอกแอร์เวย์สบูทีค ซีรี่ส์ 2020” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในเมืองหลักและเมืองรองที่อยู่ในเส้นทางบินของสายการบิน การแข่งขันวิ่งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งตลอดสามปีที่ผ่านมา ทางสายการบินได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี มีผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันวิ่งแล้วกว่า 67,000 คน ในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะมีนักวิ่งมาร่วมกว่า 30,000 คน ใน 6 เส้นทางวิ่งได้แก่ กระบี่ เกาะสมุย ลำปาง พังงา เชียงรายและเชียงใหม่ และปีนี้มีการเปิดตัวรายการใหม่คือ “พังงาฮาล์ฟมาราธอน” การแข่งขันฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกในจังหวัดพังงาของบางกอกแอร์เวย์ส เชื่อว่านักวิ่งจะต้องประทับใจ เพราะพังงาเป็นเมืองที่มีเสน่ห์และมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ซึ่งในปีนี้เราได้พันธมิตรใหม่คือบริษัท อาซาตซู (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์งานวิ่งยูนิครันนิ่ง (Unique Running) วิ่งเพื่อมรดกโลก มาเป็นผู้ออกแบบเส้นทางวิ่งให้มีความเป็นเอกลักษณ์และผสมผสานความเป็นบูทีคในแบบฉบับของบางกอกแอร์เวย์ส”

นอกจากนี้ ทางสายการบิน ยังได้ร่วมมือกับ Painterbell (เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล) ศิลปินนักวาดภาพการ์ตูนชื่อดังชาวไทย เจ้าของผลงาน“John Lulu and Friends” มาร่วมออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับรายการวิ่ง “บางกอกแอร์เวย์สบูทีค ซีรี่ส์ 2020” นำจุดเด่นของแต่ละจังหวัดมาเป็นแนวคิดในการออกแบบคาแร็กเตอร์ตัวการ์ตูนให้มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อใช้ในการจัดทำเสื้อวิ่งเหรียญรางวัล และถ้วยรางวัล ให้เหล่านักวิ่งได้เก็บสะสมเป็นที่ระลึกจากทั้ง 6 รายการวิ่งตลอดปี 2563

การแข่งขันวิ่ง “บางกอกแอร์เวย์ส บูทีคซีรี่ส์ 2020” แบ่งออกเป็น 6 รายการ จัดขึ้นเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2563 โดยเริ่มจากรายการวิ่ง “กระบี่ฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัดกระบี่ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2563 วิ่ง “สมุยฮาล์ฟมาราธอน” ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 21 มิถุนายน 2563 วิ่ง “ลำปางฮาล์ฟมาราธอน”จังหวัดลำปาง ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2563วิ่ง “พังงาฮาล์ฟมาราธอน” จังหวัดพังงา ในวันที่2 สิงหาคม 2563 วิ่ง “เชียงรายฮาล์ฟมาราธอน” จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 13 กันยายน 2563 และวิ่ง “ล้านนาฮาล์ฟมาราธอน” จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 11 ตุลาคม 2563 ทั้งนี้ในแต่ละสนามได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน ระยะทาง 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร และฟันรัน ระยะทาง 5 กิโลเมตร นอกจากนี้รายการแข่งขันวิ่งในครั้งนี้ยังเป็นกิจกรรมกีฬาที่มุ่งเน้นการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-friendly) โดยการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ย่อยสลายง่ายหรือนำมาใช้ใหม่ได้ อาทิ แก้ว หลอดที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ และยังส่งเสริมให้นักวิ่งนำแก้วน้ำมาเองเพื่อลดการใช้แก้วกระดาษ เป็นต้น อีกทั้งยังได้เข้าร่วมโครงการ “Care the Bear: Change the Climate Change by Eco Event” ซึ่งเป็นโครงการของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมบริษัทจดทะเบียน ลดสภาวะโลกร้อนด้วยการลดก๊าซเรือนกระจกจากการจัดกิจกรรมหรืออีเว้นท์ ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดการสมัครวิ่ง ได้ที่ www.bangkokairwaysrun.com หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/Bangkok Airways.Run

โซไซตี้ : วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/476268

โซไซตี้ : วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ ฯ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

โรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิ ร่วมกับ วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) จัดกิจกรรม “ปลูกข้าวหอม น้อมถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งที่ 2 และ “เก็บเกี่ยวข้าวหอมน้อมถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ประธาน กก.บมจ.บูติคนิวซิตี้ให้เกียรติเปิดงาน พร้อมด้วย กนกวรรณ มากล้นกก.ผจก.โรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิผู้บริหาร คณะนักศึกษา และพนักงานเข้าร่วมงาน

โรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิ ร่วมกับ วิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) จัดกิจกรรม “ปลูกข้าวหอมน้อมถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งที่ 2และ “เก็บเกี่ยวข้าวหอม น้อมถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” โดยมี ปณิธานปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการ บมจ.บูติคนิวซิตี้ให้เกียรติเปิดงาน พร้อมด้วย กนกวรรณ มากล้นกรรมการผู้จัดการ โรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิ ผู้บริหาร คณะนักศึกษา และพนักงานเข้าร่วมงานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งงานนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพ่อแห่งชาติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมปลูกฝังให้นักศึกษา มีจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์รวมไปถึงการเรียนรู้ทฤษฎีและการปฏิบัติเพื่อเดินตามรอยเศรษฐกิจพอเพียง ณ แปลงนาข้าวสุขหทัย โรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิ ร่มเกล้า 26

คณะผู้บริหาร พนักงานโรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิ และคณะอาจารย์-นักศึกษา IFB ร่วมเกี่ยวข้าวเพื่อเก็บผลผลิต ข้าวหอมมะลิพันธุ์ปทุมธานี

ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ประธานกรรมการ บมจ.บูติคนิวซิตี้ กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาร่วมงานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และวันพ่อแห่งชาติ พร้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะแม่ของแผ่นดินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดทูนและเผยแพร่พระเกีรยติคุณของทั้ง 2 พระองค์ ซึ่งมีแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ เป็นพื้นฐานอีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายเกษตรกรในพื้นที่ ส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าเพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน และหวังว่ากิจกรรมปลูก-เกี่ยวข้าวหอมในครั้งนี้จะทำให้ทุกท่านได้เรียนรู้ และเพิ่มทักษะให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดีครับ”

การดำเนินงานในแปลงนาสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ของนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB) คณะผู้บริหาร พนักงาน โรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิ ที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง ซึ่งทุกคนจะได้เรียนรู้ถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและสัมผัสถึงการลงมือปฏิบัติจริง โดยมี 2 กิจกรรมพร้อมกันคือ“ปลูกข้าวหอม น้อมถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ครั้งที่ 2 และ “เก็บเกี่ยวข้าวหอม น้อมถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาบรรยายให้ความรู้ แนะนำเทคนิควิธีการปลูกข้าวนาโยนที่ถูกต้องและเหมาะสมสำหรับการสาธิตแปลงเรียนรู้ พร้อมด้วยการลงแขกเกี่ยวข้าวที่ถูกวิธี ซึ่งกิจกรรมแรกจะปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ปทุมธานี ด้วยวิธีการเกษตรอินทรีย์ โดยการโยนกล้าเพราะการทำนาวิธีนี้จะช่วยลดวัชพืช ปัญหาข้าวดีด ข้าวเด้งได้ดี และกิจกรรมที่สองคือการร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ณ แปลงนาสาธิต ในลักษณะการผลิต “ข้าวหอมมะลิพันธุ์ปทุมธานี” โดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งได้ร่วมกันปักดำไว้เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมาในงาน“ปลูกข้าวหอม น้อมถวายพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”ครั้งที่ 1 นอกจากจะได้ความสนุกสนาน การสร้างมิตรภาพ สร้างความสามัคคี ทั้งยังส่งเสริมให้ทุกคนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรอีกด้วย ถือเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจลงมือปฏิบัติกิจกรรมในแปลงนาสาธิตนี้ ซึ่งไม่อยากให้ทุกคนมองเห็นแค่ความสวยงาม แต่อยากให้มองการสื่อความหมายว่า พระองค์นั้นให้ความสำคัญกับพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ โดยผลผลิตที่ได้ทางโรงแรมสยามวิลล่าสวีท สุวรรณภูมิ จะนำมาใช้ประโยชน์และแจกจ่ายพันธุ์ข้าวดังกล่าวให้ผู้เข้าร่วมงาน

คณะผู้บริหาร พนักงานโรงแรมสยามวิลล่า สวีท สุวรรณภูมิ และคณะอาจารย์-นักศึกษา IFB ร่วมใจโยนกล้าข้าวในบริเวณแปลงนาสาธิต

การบรรยายให้ความรู้เรื่องการทำนาโยนและการเกี่ยวข้าวตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

คณะนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีธุรกิจแฟชั่นนานาชาติ (IFB)

โซไซตี้ : เริ่มแล้ว ฤดูกาลแข่งขัน ‘ฟุตบอลประเพณีมาบตาพุด ครั้งที่ 39’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474729

โซไซตี้ : เริ่มแล้ว ฤดูกาลแข่งขัน ‘ฟุตบอลประเพณีมาบตาพุด ครั้งที่ 39’

วันอาทิตย์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อัญเชิญถ้วยพระราชทาน

กลุ่ม ปตท. ร่วมกับ เทศบาลเมืองมาบตาพุด และชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดเปิดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีมาบตาพุด ครั้งที่ 39ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในระหว่างวันที่14 กุมภาพันธ์-20 เมษายน 2563 ทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ สนามฟุตบอล สวนสุขภาพ กลุ่ม ปตท. เพื่อชุมชน(หน้าวัดมาบตาพุด) โดยพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาพร้อมชมการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษระหว่างผู้บริหารเทศบาลเมืองมาบตาพุด และ กลุ่ม ปตท. พบกับทีมรวมดารา และพิธีปิดการแข่งขันในวันที่ 20 เมษายน 2563

พิธีเปิด ฟุตบอลประเพณีมาบตาพุดครั้งที่ 39

ในปีนี้ นับเป็นประวัติการณ์น่าสนใจที่ชุมชนส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุด จำนวนทั้งสิ้น34 ทีม ด้วยความเชื่อมั่นจาก กลุ่ม ปตท. เทศบาลเมืองมาบตาพุด และชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุดที่ได้ตระหนักถึงความสำคัญพร้อมมุ่งสร้างสรรค์รวมพลังสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพจิตที่ดีให้กับชุมชน ห่างไกลยาเสพติด ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ก่อเกิดผลลัพธ์ที่ดีมีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างแท้จริง

ถ่ายภาพร่วมกัน

สมนึก แพงวาปี คณะกรรมการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง กล่าวว่า “กลุ่ม ปตท. มีนโยบายด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนมาโดยตลอด การแข่งขันกีฬาฟุตบอลประเพณีมาบตาพุด เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถสร้างความสามัคคีระหว่างชุมชนได้อย่างดียิ่ง ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายของคนในชุมชนมีความสมบูรณ์พร้อมทั้งร่างกายเเละจิตใจ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในชุมชนที่จะเป็นอนาคตและกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนท้องถิ่นอาศัยของตนเอง การจัดการแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 39 ได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศเป็นปีที่สามแล้ว”

สมนึก แพงวาปี คณะกก.ฯด้านความรับผิดชอบต่อสังคม กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง กล่าวเปิดงาน

วิสุทธิ์ หนูงาม ประธานอนุกรรมการชุมชนสัมพันธ์และการสื่อความ กลุ่ม ปตท. จังหวัดระยอง กล่าวเพิ่มเติมว่า “การจัดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีมาบตาพุดเกิดขึ้นจากความร่วมมือของภาคีหลายฝ่าย ได้แก่ กลุ่ม ปตท. จ.ระยอง อันประกอบด้วยบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) เทศบาลเมืองมาบตาพุดและชุมชนในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด สำหรับพิธีเปิดประเดิมสนามด้วยฟุตบอลกระชับมิตรระหว่างทีมรวมดาวผู้บริหารปะทะทีมรวมดารา เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีระหว่างภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันจัดฟุตบอลครั้งนี้อีกด้วย”

มาร่วมเชียร์ ธานิน มุกดา, อดุลย์ ประกอบสุข,วิสุทธิ์ หนูงาม

ทีมที่ชนะเลิศ จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ร่วมกัน2 ทีม เงินรางวัลมูลค่าทีมละ 15,000 บาท ทีมมารยาทยอดเยี่ยม 1 ทีม เงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาทและผู้ทำประตูสูงสุด 1 รางวัล เงินรางวัลมูลค่า 3,000 บาท มาร่วมเชียร์และติดตามผลการแข่งขันและภาพบรรยากาศตลอดฤดูกาลได้ที่ Facebook : CSR PTT Group Rayong

มาร่วมเชียร์กันตั้งแต่วันนี้-20 เมษายน นี้กันนะครับ

โชว์การแสดงจากน้องๆ เยาวชน

โซไซตี้ : วว. แจกฟรี…ต้นกล้าเบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ 1,000 ต้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/474562

โซไซตี้ : วว. แจกฟรี…ต้นกล้าเบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ 1,000 ต้น

วันเสาร์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะลงพื้นที่ดำเนินงานโครงการยุวชนสร้างชาติ โอกาสนี้ ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และผู้บริหาร นักวิจัย ร่วมลงพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 ณ จังหวัดอุดรธานีทั้งนี้ วว. โดย ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ นำผลงานวิจัยและพัฒนาเกษตรปลอดภัยที่สามารถใช้ได้จริงทั้งในเชิงสังคมและเชิงพาณิชย์ร่วมจัดแสดงนิทรรศการและถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

แจกฟรี! ต้นกล้าเบญจมาศสายพันธุ์ใหม่ จำนวน 1,000 ต้น และนิทรรศการผลสำเร็จการปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์เบญจมาศ ที่มีศักยภาพในการต้านทานโรค ดอกใหญ่ ก้านแข็งแรง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี สนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์สายพันธุ์ของต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการส่งออกผลผลิตไม้ดอกไม้ประดับของไทยในตลาดโลก พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์สายพันธุ์ของต่างประเทศ เพิ่มศักยภาพการแข่งขันและการส่งออกผลผลิตไม้ดอกไม้ประดับของไทยในตลาดโลกปัจจุบัน วว. ถ่ายทอดองค์ความรู้นี้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ภาคเหนือ และในพื้นที่จังหวัดเลย อย่างเป็นรูปธรรม

นิทรรศการเทคโนโลยีการเพิ่มปริมาณและผลผลิตมะม่วงนอกฤดู ที่สามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นกว่าเดิม 1-2 เท่า ช่วยแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด เพิ่มมูลค่าและสามารถส่งออกได้ โดยนำเสนอความสำเร็จของกลุ่มสหกรณ์ผู้ปลูกมะม่วงนอกฤดูกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีสมาชิก 150 สวน รวมพื้นที่ในการเพาะปลูกจำนวน22,000 ไร่ ซึ่ง วว. มีความเชี่ยวชาญและนำองค์ความรู้มาถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก เป็นต้น ส่งผลให้เกษตรกรมีความเข้มแข็ง สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง

นิทรรศการเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิต สถานีวิจัยลำตะคอง เพื่อปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนเข้าใจและสนใจความหลากหลายทางชีวภาพด้านเมล็ดพันธุ์ ที่มีบทบาทสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศไทย

โซไซตี้ : คณะวารสารศาสตร์ฯ มธ. เปิดพื้นที่สะท้อนแนวคิด ‘ป๊อปคัลเจอร์’ ผ่านพัฒนาการการศึกษาและมุมมอง ‘สื่อศึกษา’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/473231

โซไซตี้ : คณะวารสารศาสตร์ฯ มธ. เปิดพื้นที่สะท้อนแนวคิด ‘ป๊อปคัลเจอร์’ ผ่านพัฒนาการการศึกษาและมุมมอง ‘สื่อศึกษา’

วันอาทิตย์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563 ที่ห้อง JM 402 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผศ.ดร.อัจฉราปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน กล่าวถึงการจัดเสวนา “ป๊อปคัลเจอร์…ไม่แคร์เวิลด์” ในครั้งนี้จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี การสถาปนาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรและเครือข่ายทางวิชาการสำคัญ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช คณะรัฐศาสตร์ และคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรวารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารมวลชน (MA) ได้ผลิตและสร้างสรรค์วิทยานิพนธ์ร่วมกับคณาจารย์ในการสะท้อนวัฒนธรรมหรือบริบททางการสื่อสารในสังคมของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ป๊อปคัลเจอร์” ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถนำเสนอในการวิจัยโดยวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับการสื่อสารในแง่มุมที่ครบเครื่องหลากหลายซึ่งในครั้งนี้มีวิทยานิพนธ์ดีเด่น มีผลการศึกษาที่น่าสนใจ เช่น ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมในเรื่องของการสั่งสมทุนทางวัฒนธรรมของนักร้องเพลงใต้ การพุดคุยของแฟนคลับนักร้องเพลงป๊อปที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลง การสื่อสารตัวตนของคนรุ่นใหม่ Gen Y ในเฟซบุ๊ค เรื่องราวของผู้หญิงในมิติต่างๆ ซึ่งนักศึกษาได้ศึกษาวิเคราะห์โดยนำศาสตร์ต่างๆ มาบูรณาการได้เป็นอย่างดี ทั้งแนวคิดทฤษฎีทางการสื่อสาร และแนวคิดทางสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาและศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในลักษณะบูรณาการ ซึ่งทำให้เห็นว่าความรู้ด้านการสื่อสารนั้นสามารถนำมาผนวกกับความรู้ด้านศาสตร์ต่างๆ ได้แล้วนำมาอธิบายและแก้ไขชี้แนะทางออกให้กับสังคมได้เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลักสูตรวารสารศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาสื่อสารมวลชน (MA) ได้พยายามพัฒนาให้มีการเติบโตมีการปรับประยุกต์เนื้อหาแนวทางการเรียนการสอนให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่องภายใสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเพื่อให้นักศึกษาได้ประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของสื่อ (Media Disruption) นำมาพัฒนาในเรื่องของหลักสูตรเพื่อนำไปประยุกต์ปรับใช้อย่างสอดคล้องกับความต้องการของสังคม

ผศ.ดร.อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์ฯ มธ. เป็นประธานเปิดเสวนา “ป๊อปคัลเจอร์…ไม่แคร์เวิลด์” เนื่องในโอกาสครบรอบ 65 ปี การสถาปนาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน

รศ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา ได้กล่าวถึง “พัฒนาการความคิดเรื่อง Popular และ Politics of the Popular” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเสวนาครั้งนี้ว่า เป็นสิ่งที่ประชาชน และสังคมยอมรับสนใจเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมและถือเป็นการสลายชนชั้นทางสังคม วิถีป๊อปเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมความบันเทิงและการพาณิชย์ที่แพร่กระจายไปทั่ว เป็นวิถีแห่งการทำทำเงินมหาศาล(Blockbuster) วิถีแห่งการต่อสู้เรื่องสิทธิตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 ภายใต้อุดมการณ์หลากหลายของวัฒนธรรม วัฒนธรรมป๊อปเป็นวิถีชีวิตสำคัญของวัยรุ่นนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 (Babyboom Generation) ได้รับความนิยมจากมวลมหาชนได้ค่อยๆ สลาย คุณลักษณะทางชนชั้น “ในแวดวงวารสารศาสตร์ นิเทศศาสตร์ โทรทัศน์อาจกล่าวได้ว่าเป็น Mass Culture ที่ทรงพลังถูกนำไปเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมการค้า การลงทุน เป็นวิถีด้านการตลาดที่สำคัญจนเป็นวัฒนธรรมป๊อปที่มีอิทธิพลอย่างมาก”

รศ.ธเนศ วงศ์ยานนาวา

นอกจากนี้ รศ.ธเนศยังตั้งข้อสังเกตถึงช่องว่างระหว่างวัยที่ส่งผลต่อวิธีคิดของคนรุ่นใหม่โดยยกตัวอย่างกรณีของ Greta Thunberg ตัวแทนของเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งปี 2019 จากนิตยสาร Time (Person oh The Year 2019) ที่สะท้อนปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจนส่งผลต่อผู้คนทุกเพศทุกวัย โดยมองปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญและเป็นประเด็นการเรียกร้องที่คนรุ่นใหม่เรียกร้องให้คนรุ่นเก่าเกิดความตระหนักเป็นการต่อสู้ระหว่างช่วงวัยที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจ การสำนึกโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Global Warming) เป็นสิ่งที่เชื่อมต่อปัจจุบันเข้ากับอนาคตสะท้อนผ่านช่วงวัย (Generation) ที่มีอนาคตและมีชีวิตที่ยาวไกล เป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมในการรณรงค์ของคนรุ่นใหม่ ในประเด็นเรื่องวัฒนธรรมป๊อปรองศาสตราจารย์ธเนศ กล่าวว่า การใช้อินเตอร์เนตของคนในยุคปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่าเป็นการใช้เชิงพาณิชย์เป็นเหรียญอีกด้านของวัฒนธรรมสงครามภายใต้วิถีแห่งความสงบของรัฐตำรวจอเมริกันซึ่งทุกคนล้วนถูกจับตาตรวจสอบ (Surveillance) นอกจากนี้การจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยไทยถูกครอบงำด้วยทุนนิยมพูดภาษาอังกฤษทำให้มองไม่เห็นในมิติอื่นซึ่งพบได้จากการถูกครอบคลุมบนพื้นที่การใช้อินเตอร์เนต

รศ.ดร.สมสุข หินวิมาน

ด้าน รศ.ดร.สมสุข หินวิมาน ประธานหลักสูตรวารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารมวลชน (MA) กล่าวบรรยายพิเศษ “ป๊อปคัลเจอร์ในโลกของสื่อศึกษา” ว่า “สาเหตุที่สื่อศึกษาสนใจในเรื่องป๊อปคัลเจอร์ เพราะวัตถุดิบหรือข้อมูลที่สาขาวิชานี้สนใจโดยภาพรวมเป็นป๊อปคัลเจอร์ชนิดหนึ่งแต่อาจไม่ได้เรียกว่าป๊อปคัลเจอร์หรือวัฒนธรรมประชานิยม แต่อาจเรียก Popular Media หรือ Mass Media หรือสื่อสารมวลชนก็เป็นป๊อปคัลเจอร์ชนิดหนึ่ง แต่ท่วงทีและพัฒนาการอาจเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แนวโน้มการศึกษาป๊อปคัลเจอร์ของกลุ่มวิชาสื่อศึกษาหากพิจารณาในเรื่องคุณลักษณะอาจวัดได้ 3 มิติ กล่าวคือในเชิงปริมาณ วิถีป๊อปจะมีการผลิตและเกิดการบริโภคมหาศาล มีคนเสพเป็นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด เมื่อมองในเชิงเวลาเป็นสิ่งร่วมสมัยมาเร็วไปเร็ว และในเชิงคุณภาพเป็นสิ่งต่ำต้อยในเชิงรสนิยมแต่มีพลังล้นเหลือ เมื่อพิจารณาถึงคำว่าป๊อป ซึ่งมีรากฐานมาจากคำว่า Popular ซึ่งเป็นของประชาชนทั่วไปแตกต่างจากอะไรก็ตามที่เป็นวัฒนธรรมสิ่งนั้นจะต้องดีที่สุด หลายคนอาจเป็นมองว่าป๊อปคัลเจอร์เป็นเรื่องที่ศึกษาไปทำไม เป็นเรื่องไม่มีรสนิยม แต่ความจริงแล้วเนื้อในของป๊อปคัลเจอร์เป็นวิธีคิดที่ตั้งคำถามกับสังคมมากขึ้น”

รศ.ดร.กำจร หลุยยะพงศ์

ทั้งนี้ ภายในงานเสวนาดังกล่าวคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน จัดการนำเสนอวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาระดับปริญญาโท หลักสูตรวารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารมวลชน (MA) ที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดป๊อปคัลเจอร์ 6 เรื่อง ประกอบด้วย พัฒนาการชีวิตและกระบวนการสร้างทุนวัฒนธรรมของเอกชัยศรีวิชัย/นุช : เครือข่ายการสื่อสารแฟนคลับผลิตโชคอายนบุตร บนสื่อสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์/การสื่อสารอัตลักษณ์ของ เจเนอเรชั่นวายผ่านสื่อสังคมออนไลน์กรณีศึกษาเฟซบุ๊ค/การปรุงอำนาจผ่านความรื่นรมย์ในการทำอาหารของผู้หญิงในภาพยนตร์/ภาพความเป็นชายในโฆษณาเครื่องสำอางเกาหลีสำหรับผู้หญิง/ช่างสักผู้หญิง : การสื่อสารและการสั่งสมทุนวัฒนธรรมในอาชีพช่างสัก โดยได้รับเกียรติการวิพากษ์โดยรศ.ดร.กำจร หลุยยะพงศ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชและ ผศ.ดร.จันทนี เจริญศรี คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผศ.ดร.จันทนี เจริญศรี