โซไซตี้ : อสมท ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024

โซไซตี้ : อสมท ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย  มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024

โซไซตี้ : อสมท ผนึกกำลัง ไปรษณีย์ไทย มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024

วันเสาร์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ผู้บริหารและผู้ที่ได้รับรางวัล Thailand Top Vote 2024

อสมท – ไปรษณีย์ไทย เฟ้นหาสุดยอดแห่งปีจากเสียงโหวตประชาชน มอบรางวัล Thailand Top Vote 2024 “หมีเนย” ครองใจคว้า สุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ “บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่นคอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด” สุดยอดแบรนด์สินค้าไทย “ไรอัล-กาจบัณฑิต จำปาศิลป์” คว้าสุดยอดคนบันเทิง “เจ-ชนาธิป สรงกระสินธ์”สุดยอดนักกีฬา “สวนสัตว์เปิดเขาเขียว” สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไทยครองใจสายเที่ยว และ“กรมที่ดิน” สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี ขณะที่“จรีพร จารุกรสกุล แม่ทัพ WHA GROUP” คว้ารางวัลเกียรติยศสุดยอดนักบริหารแห่งปี

จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ มอบรางวัลสุดยอดนักบริหารแห่งปี จรีพร จารุกรสกุล ผู้บริหาร WHA Group

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จัดงานมอบรางวัล Thailand Top Vote 2024 เฟ้นหาที่สุดแห่งความสุดยอดที่มาจากการโหวตของคนทั้งประเทศใน 6 สาขารางวัล ได้แก่ สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี, สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไทยแห่งปี, สุดยอดแบรนด์สินค้าไทยแห่งปี, สุดยอดนักกีฬาแห่งปี สุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี และสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี โดยทั้ง 6 สาขารางวัลมาจากการโหวตของประชาชนทั้งประเทศ ผ่านแอปพลิเคชั่น Prompt Post ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายน-31 ธันวาคม 2567 โดยมีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) สนับสนุนการทำโพล และระหว่างการโหวตแต่ละสัปดาห์ได้จัดให้มีการแจกทองคำให้กับ Top Spender ที่มียอดโหวตสูงสุดประจำสัปดาห์ และ Top Spender ตลอดทั้งกิจกรรม เป็นทองคำหนักรวม 42.50 บาท ทุกสัปดาห์ มูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท นอกจากนี้รางวัลเกียรติยศ “สุดยอดนักบริหารแห่งปี” คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณาคัดเลือกนักบริหารทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีผลงานการบริหารและพัฒนาองค์กรให้เติบโตเป็นที่ยอมรับ ทั้งด้านส่งเสริมธรรมาภิบาลดำเนินธุรกิจตามแนวทาง ESG และส่งเสริมนวัตกรรม ทำให้องค์กรมีผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการนำผลสำรวจจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) มาประกอบการพิจารณา

สุดยอดนักบริหารแห่งปี

ผลรางวัล Thailand Top Vote 2024 ได้แก่ “รางวัลสุดยอดนักบริหารแห่งปี” จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยมี จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติมอบรางวัล และร่วมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นักบริหารในโลกยุคใหม่” สำหรับอีก 6 สาขารางวัลสุดยอดแห่งปี ได้แก่ สุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี ได้แก่ กรมที่ดิน, สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวไทยแห่งปี ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สุดยอดแบรนด์สินค้าไทยแห่งปี ได้แก่ บริษัท หยั่น หว่อ หยุ่น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด,สุดยอดนักกีฬาแห่งปี ได้แก่ เจ-ชนาธิปสรงกระสินธ์,สุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปี ได้แก่ หมีเนย และสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี ได้แก่ไรอัล-กาจบัณฑิต จำปาศิลป์ ทั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากผู้มีที่ชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ อาทิ ศิรินทรา นิยากร, ดำรง พุฒตาล, เต๋า-สมชาย เข็มกลัด, หนอยแน่-วาเนสสา สมัครศรุติ ผู้ประกาศข่าวสำนักข่าวไทย, ปาร์ตี้ นักพากย์ ฟีลกู้ด และ กฤตย นักลงเสียงโฆษณาชื่อดังมาร่วมเป็นผู้ประกาศรางวัลในครั้งนี้ด้วย

ผู้ได้รับรางวัล Thailand Top Vote 2024

ผู้ได้รับรางวัล Thailand Top Vote 2024

พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน รับรางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี

พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน รับรางวัลสุดยอดหน่วยงานภาครัฐแห่งปี

คุณพ่อก้องภพ สรงกระสินธ์ รับแทนชนาธิป สรงกระสินธ์ สุดยอดนักกีฬาแห่งปี

คุณพ่อก้องภพ สรงกระสินธ์ รับแทนชนาธิป สรงกระสินธ์ สุดยอดนักกีฬาแห่งปี

ณรงค์วิทย์ ชดช้อย ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว รับรางวัลสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งปี

ณรงค์วิทย์ ชดช้อย ผอ.สวนสัตว์เปิดเขาเขียว รับรางวัลสุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งปี

วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ รับรางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าแห่งปี บจ.
หยั่น หว่อ หยุ่นคอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป

วสุพล ตั้งสมบัติวิสิทธิ์ รับรางวัลสุดยอดแบรนด์สินค้าแห่งปี บจ. หยั่น หว่อ หยุ่นคอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป

รางวัลสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี ไรอัล กาจบัณฑิต จำปาศิลป์

รางวัลสุดยอดคนบันเทิงแห่งปี ไรอัล กาจบัณฑิต จำปาศิลป์

รางวัลสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปีหมีเนย

รางวัลสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์แห่งปีหมีเนย

ไรอัล และแฟนคลับ

ไรอัล และแฟนคลับ

โซไซตี้ : เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มอบจักรยานสนับสนุนวันเด็กแห่งชาติ พร้อมร่วมออกบูธกิจกรรมส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี

โซไซตี้ : เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มอบจักรยานสนับสนุนวันเด็กแห่งชาติ  พร้อมร่วมออกบูธกิจกรรมส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี

โซไซตี้ : เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มอบจักรยานสนับสนุนวันเด็กแห่งชาติ พร้อมร่วมออกบูธกิจกรรมส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี

วันอาทิตย์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมสร้างสุขสู่ชุมชน ภายใต้แนวคิด MBK Care สนับสนุนจักรยานของรางวัลในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 จัดโดย กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมร่วมออกบูธกิจกรรมขยะชิ้นนี้ ทิ้งถังไหนดี? เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ เข้าใจการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ ได้สนับสนุนของรางวัล และน้ำดื่ม MBK สำหรับจัดกิจกรรมวันเด็กให้กับชุมชนในเขตปทุมวัน โดยมี ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กรบริษัท อินเทลลิเจ้นท์ ครีเอทีฟ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เป็นตัวแทนผู้บริหารมอบของรางวัลให้กับเด็กๆ ณ ลานอเนกประสงค์ หน้าอาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ เขตปทุมวัน

โซไซตี้ : DMT ปฏิบัตการลดคาร์บอน ปรับเปลี่ยน ปรับปรุง เพื่ออนาคตสิ่งแวดล้อมและโลกที่ยั่งยืน

โซไซตี้ : DMT ปฏิบัตการลดคาร์บอน ปรับเปลี่ยน ปรับปรุง  เพื่ออนาคตสิ่งแวดล้อมและโลกที่ยั่งยืน

โซไซตี้ : DMT ปฏิบัตการลดคาร์บอน ปรับเปลี่ยน ปรับปรุง เพื่ออนาคตสิ่งแวดล้อมและโลกที่ยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เมื่อทั้งโลกกำลังเดินทางไปสู่การค้นหาวิธีการในการลดการผลิตคาร์บอน ไปจนถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ DMT ประกาศ E-inProcess เพื่ออนาคตที่สะอาดกว่า ตามไปดูว่าเขาจะทำได้อย่างไร

UN ได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งมีเป้าหมายร่วมกันในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงขึ้นเกิน 2 องศาเซลเซียส และพยายามตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้ที่ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส จากการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์มีผู้แทนจากกว่า 200 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุมเพื่อประกาศเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตัวเองต่อประชาคมโลก และหาข้อตกลงร่วมกันในการวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อก่อให้เกิดการลงมือทำจริง ต่อเนื่องมาจนล่าสุด COP29 ที่เมืองบากู ประเทศอาเซอร์ไบจานเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยได้กำหนดการมีส่วนร่วม NDC มีเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกปี ค.ศ.2030 หรือปี 2573 ที่ 30-40% จากกรณีปกติ ดำเนินการใน 5 สาขา ได้แก่ สาขาพลังงาน สาขาคมนาคมขนส่ง สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) สาขาของเสีย และสาขาเกษตร โดยประกาศเป้าหมายการเข้าสู่ Carbon Neutralityภายในปี ค.ศ.2050 และเป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี ค.ศ.2065

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ในฐานะบริษัทผู้ให้บริการความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยในการเดินทางเข้า-ออกระหว่างกรุงเทพฯ เขตปริมณฑล ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือได้เริ่มลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรE-in Process เป็นโครงการต่างๆ ที่มีเป้าหมายชัดเจน เรามาทำความรู้จักกระบวนการเหล่านี้ที่ทาง DMT ได้ปรับเปลี่ยนและปรับปรุง

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT ขยายความให้ฟังว่า E-in Process เป็นแนวทางในการทำงานที่ DMT ใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใน โดยมี 3 แผนงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรืออย่างน้อยต้องไม่ปล่อยมากขึ้นทั้ง 3 ขอบเขต อย่างแรกโครงการ Tollway EV Way คือการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานกับ
ยานพาหนะของบริษัท ด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาแทนที่ในการปฏิบัติงาน รวมถึงการสนับสนุน EV ecosystem โดยตั้งจุดให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าเพื่อชาร์จไฟให้กับรถของผู้ใช้บริการทางยกระดับอุตราภิมุขเพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยเหลือฉุกเฉิน

ถัดมานั้นเป็นส่วนของพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เริ่มต้นด้วยการเพิ่มการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น Solar Rooftop ที่ติดตั้งทุกอาคารด่านเต็มพื้นที่หลังคา 100% และเพิ่มระยะเวลาการใช้ไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในช่วงกลางคืนด้วยระบบกักเก็บไฟฟ้า Battery Energy Storage System (BESS) รวมถึงการใช้ Power Optimizer ติดตั้งบนไฟส่องสว่างบนสายทางเพื่อให้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างประหยัดโดยยังคงความสว่างตามมาตรฐานวิศวกรรม นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานรวมไปถึงการปรับปรุงอาคารให้สามารถลดการใช้พลังงาน ที่ใส่ใจรายละเอียดไปถึงการใช้สีลดโลกร้อนจนได้รับรางวัล Green Office ระดับดีเยี่ยม (ทอง) และกำลังยื่นประเมินอาคารเขียวไทย ในปี 2568

องค์กรในประเทศไทยหลายแห่งเริ่มมองเห็นปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการมีงานวิจัยที่ไม่เพียงพอDMT ก็เช่นเดียวกัน จึงได้กำหนดแนวนโยบายให้องค์กรนั้น ต้องทำการส่งเสริมในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน เพราะเรานั้นไม่สามารถรอผลงานวิจัยต่างๆ บนโลกได้ทุกตัว ทำให้ ณ ปัจจุบันได้ลงมือกับเรื่องนี้ไปแล้ว หลายปีที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มลงทุนในการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ช่วยลดปริมาณคาร์บอน เช่น การรีไซเคิลขยะพลาสติกเป็นวัสดุซ่อมผิวจราจร การสร้างกำแพงกันเสียงพลังงานแสงอาทิตย์ และรถปฏิบัติงานที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ อีกหนึ่งสิ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนคือ DMT เป็นทางด่วนรายแรกที่ส่งเสริมการใช้ M-Pass/Easy Pass ด้วยการให้แต้มพิเศษสะสมไว้แลกสิทธิพิเศษต่างๆ ซึ่งช่วยลดการติดขัดและมลพิษหน้าด่านได้เป็นจำนวนมาก ผู้ใช้บริการสามารถลดระยะเวลาผ่านด่านจากหน่วยหลายนาทีเหลือเพียงไม่กี่วินาที แถมไม่ต้องเตรียมเงินสดให้ยุ่งยากอีกเลย ซึ่งโดยหลักการแล้ว การใช้บริการทางยกระดับอุตราภิมุขเป็นการเพิ่มความรวดเร็วในการเดินทาง ลดการติดขัดจากการจราจรด้านล่างบนถนนวิภาวดีรังสิต มีส่วนช่วยในการลดก๊าซเรือนกระจกได้เป็นอย่างดี

บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง (จำกัด) มหาชนและพนักงาน มีความภาคภูมิใจที่ได้รับมอบประกาศนียบัตรการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 ปีนี้เป็นปีแรก ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านการทวนสอบการวัดปริมาณและการรายงานผลการปล่อยและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร จากบริษัท บูโร เวอริทัสเซอทิฟิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จุดนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ ESG In Process ยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และให้ความสำคัญในด้านการมีส่วนร่วมในการแก้ไขภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์กร

ทั้งนี้ DMT ได้จัดทำ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร” (Carbon Footprint of Organization : CFO) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งองค์การสหประชาชาติ (UN SustainableDevelopment Goals : SDGs) และเพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายของประเทศไทย ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน Carbon Neutrality ปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero ปี 2065 ตามเจตนารมณ์ของประชาคมโลกที่ปรากฏในเป้าหมายของความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะบริษัทต้องการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคตนั่นเอง

โซไซตี้ : มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนเที่ยวงาน ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

โซไซตี้ : มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนเที่ยวงาน  ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

โซไซตี้ : มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ชวนเที่ยวงาน ‘เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน’

วันเสาร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

น้องๆ เชิญชวนสัมผัสโลกของผู้พิการทางการมองเห็น

มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ขอเชิญทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน” เพื่อเผยแพร่พันธกิจและกิจกรรมสร้างสรรค์ของมูลนิธิ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความเข้าใจในชีวิตของผู้พิการทางการเห็น ผ่านศูนย์การเรียนรู้ที่มองเห็นด้วยตาสัมผัสได้ด้วยใจ ร่วมเล่น “บอร์ดเกม” กระดานแรกของโลกที่คนตาบอดและคนตาดีสามารถร่วมเล่นด้วยกันได้ครั้งแรก และพลาดไม่ได้กับกิจกรรมไฮไลท์มากมาย ชิม ช้อป ชิล สำราญบุญ ท่ามกลางบรรยากาศงานคาร์นิวัลสุดสนุก ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2568 ตั้งแต่ 10.00-20.00 น.

เสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2482 เป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมทักษะ พัฒนาศักยภาพ และสมรรถนะของคนตาบอดในประเทศไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข ตลอดระยะเวลากว่า 85 ปี ที่มูลนิธิฯ ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ความจำเป็นและตอบสนองความต้องการของผู้พิการทางการมองเห็นให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีความตระหนักรู้และเข้าใจต่อผู้พิการทางการมองเห็นมากขึ้น มูลนิธิจึงมีดำริที่จะจัดงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) :แสงสว่างสู่ทางฝัน” เพื่อให้คนตาดีเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้โลกของผู้พิการทางการมองเห็น

เสาวณี สุวรรณชีพ ประธานกรรมการมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ

“มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ เป็นองค์กรสาธารณกุศลแห่งแรกที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้พิการทางการมองเห็น โดยมีหัวใจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้พิการทางการมองเห็น ด้วยความมุ่งมั่นให้การศึกษาและการฝึกอบรม ที่ครอบคลุมตั้งแต่ทักษะชีวิตประจำวันไปจนถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับอาชีพ การจัดงาน Open House ในครั้งนี้ เราอยากให้คนตาดีได้เข้ามาสัมผัสและเรียนรู้ว่าโลกของผู้พิการทางการมองเห็นนั้นเป็นอย่างไรซึ่งทางมูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ได้มีการจัดทำศูนย์การเรียนรู้ใหม่ขึ้น เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทั้งคนตาดีและผู้พิการทางการมองเห็น สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้แบบเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดทำบอร์ดเกมที่คนตาดีและคนตาบอดสามารถร่วมเล่นด้วยกันได้ เป็นบอร์ดเกมชุดแรกของโลกและชุดเดียว ซึ่งสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย ได้ออกแบบและจัดทำให้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของความยั่งยืนที่สามารถสัมผัสได้ทั้งด้วยตาและด้วยใจ เพราะเรื่องของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปมีผลกระทบกับทุกคนบนโลกใบนี้ เราจึงต้องร่วมกันเรียนรู้และช่วยกันดูแล”

หมอนวด พิเชียร บัวย้อย แชมป์โลกผู้พิการทางการมองเห็น

ภายในงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน” ผู้มาร่วมงาน จะได้รับทราบถึงการดำเนินงานของมูลนิธิในด้านต่างๆ อาทิ การพัฒนาด้านการศึกษา การฝึกทักษะอาชีพ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการดำเนินชีวิตของผู้พิการทางการมองเห็น ด้วยระบบ Liblouis ที่ทำให้การจัดทำเอกสารอักษรเบรลล์และการอ่านอักษรเบรลล์ภาษาไทยง่ายและสะดวกมากขึ้นโดยไม่ต้องผ่านซอฟต์แวร์แปลงภาษาอีกต่อไปพร้อมเชิญชวนร่วมอ่านหนังสือเสียงเพื่อเปิดโลกให้กับผู้พิการทางการมองเห็น ร่วมสัมผัสและชื่นชมกับความสามารถของผู้พิการทางการมองเห็นในหลากหลายมิติ เช่น หมอนวดแชมป์โลกที่เป็นผู้พิการทางการมองเห็น อุดหนุนผลิตภัณฑ์งานฝีมือของผู้พิการทางการมองเห็น ลิ้มรสอาหารและเครื่องดื่มนานาชนิดในรูปแบบของคาร์นิวัล นอกจากนี้ยังมีการแสดง ศิลปกรรม ทำนายโชคชะตา นวดผ่อนคลาย และเทคโนโลยีฝีมือคนตาบอด รับรองว่าสุดยอดกว่าที่คุณเคยคิด

Liblouis เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อผู้พิการทางการมองเห็น

ในการนี้ มูลนิธิฯได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีจะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดงาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน”และทอดพระเนตรพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้ในวันที่ 13 มกราคม 2568 เวลา 14.00 น.มาร่วม Check in สัมผัสช่วงเวลาแห่งความสุขและอิ่มบุญกันที่งาน “เปิดบ้านมูลนิธิ (Open House) : แสงสว่างสู่ทางฝัน” ระหว่างวันที่ 13-15 มกราคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ ตรงข้ามวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี พร้อมติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ ได้ที่เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

โซไซตี้ : ‘PETClub’ อาณาจักรสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงครบวงจร

https://www.naewna.com/lady/851187

โซไซตี้ : ‘PETClub’ อาณาจักรสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงครบวงจร

โซไซตี้ : ‘PETClub’ อาณาจักรสินค้าเพื่อสัตว์เลี้ยงครบวงจร

วันอาทิตย์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คณะผู้บริหาร PETClub และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ต้อนรับเหล่าคนรักสัตว์เลี้ยง

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ A HAPPY PLACE TO LIVE LIFE : ชีวิตที่มีความสุขทุกครอบครัว ขยายพื้นที่เพ็ทสโตร์เพื่อเพื่อนสี่ขา ต้อนรับ PETClub ผู้นำด้านสินค้าพรีเมียมและบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงกว่า 36 สาขา ทั่วประเทศ พร้อมเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบ Stand Alone แห่งใหม่ที่เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วานชั้น G เสริมบริการกรูมมิ่ง อาบน้ำ-ตัด-แต่งขนและรับฝากเลี้ยงรายชั่วโมง บนพื้นที่กว่า 206 ตร.ม. โดยพิธีเปิด PETClub อย่างเป็นทางการจัดขึ้นในธีม Winter Fest รวมเซเลบริตี้น้องหมา น้องแมว มาพบปะปาร์ตี้ในบรรยากาศคริสต์มาส ชิมเครื่องดื่มและของว่างสุดพิเศษสำหรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ถ่ายภาพ Signature Pet PortraitBooth เก็บภาพครอบครัวสุดน่ารัก และเพลิดเพลินไปกับดนตรีสดตลอดงาน โดยมีสมฤดี ตัณศลารักษ์ ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้งเพ็ทคลับ, เพ็ทคลับ ซีเล็คกิตติมา วัชโรภาส กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร พร้อมด้วย ดวงตา พงษ์วิไลย์ผู้อำนวยการใหญ่การตลาดศูนย์การค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมต้อนรับเหล่า Pet Lover อย่างอบอุ่น

สมฤดี ตัณศลารักษ์, ดวงตา พงษ์วิไลย์ และ กิตติมา วัชโรภาส

PETClub สาขาเดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัข แมว รวมไปถึงสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก แบ่งเป็น โซนอาหารและขนม อาหารทางการแพทย์ ของใช้ของเล่นสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังจัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วนเพื่อบริการพิเศษสำหรับน้องๆ ทุกสายพันธุ์ ได้แก่ บริการกรูมมิ่ง อาบน้ำ-ตัดขน ทำสปาโอโซนสำหรับสุนัขและแมว โดยมีห้องทรีตเมนต์แยกเป็นสัดส่วน ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำสูตรพิเศษ สะอาด ปลอดภัย ไร้สารพิษตกค้างและให้บริการโดยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญทำให้สัตว์เลี้ยงผ่อนคลาย รู้สึกปลอดภัย บริการรับฝากสัตว์เลี้ยงรายชั่วโมง มีพื้นที่เพลย์กราวน์ให้สัตว์เลี้ยงได้เดินเล่น ผ่อนคลายความกังวลโดยทุกตัวจะมีพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการรับฝาก ตอบโจทย์นักช้อปที่ไม่อยากทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ที่บ้าน เวลาออกมาจับจ่ายซื้อของใช้หรือทำธุรกรรมส่วนตัวภายในศูนย์การค้า

พาสัตว์เลี้ยงแสนรักมาพบปะ ช้อปปิ้งกับสินค้าและบริการพิเศษ ได้ที่ PETClub เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ชั้น G (ทางเชื่อมลานจอดรถ อาคาร B) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมายและพบกับสินค้าคุณภาพจาก PETClub Select  ได้ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ทุกสาขา ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook OfficialPage : PETClub และ Themall Lifestore Ngamwongwan

จิณห์นิภาดา วัทธิพันธุ์ กับน้องมัฟฟิน สก็อตติช ผสมเปอร์เซีย

จิณห์นิภาดา วัทธิพันธุ์ กับน้องมัฟฟิน สก็อตติช ผสมเปอร์เซีย

สาริศา เฟร็นซ์ และ น้องมิสชูว เฟรนช์บลูด็อก

สาริศา เฟร็นซ์ และ น้องมิสชูว เฟรนช์บลูด็อก

หัทยา ลัทธศักดิ์ศิริ กับ คอสโม และ บ๊อบบี้ จากเพจ osmobobby.thedumpling

หัทยา ลัทธศักดิ์ศิริ กับ คอสโม และ บ๊อบบี้ จากเพจ osmobobby.thedumpling

โซไซตี้ : ทรูปลูกปัญญา ร่วมกับ สำนักงาน กสทช.เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันโลกออนไลน์

โซไซตี้ : ทรูปลูกปัญญา ร่วมกับ สำนักงาน กสทช.เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันโลกออนไลน์

โซไซตี้ : ทรูปลูกปัญญา ร่วมกับ สำนักงาน กสทช.เดินหน้าสร้างภูมิคุ้มกันโลกออนไลน์

วันเสาร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าภารกิจปกป้องภัยไซเบอร์ ดูแลพลเมืองดิจิทัล เสริมทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ รู้ทันโลกออนไลน์ กับ ทรูปลูกปัญญา โดย ประพาฬพงษ์มากนวล หัวหน้าฝ่ายทรูปลูกปัญญา ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดย ดาริกา
เดี่ยวพานิช นักวิชาการสื่อสารมวลชนปฏิบัติการระดับสูง สำนักงาน กสทช. จัดกิจกรรมสันทนาการสอดแทรกความรู้ ภายใต้แนวคิด “เพราะความรู้ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด” ณ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (มัธยม) โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ปภณ มะโน รองผู้อำนวยการฝ่ายเสริมสร้างคุณภาพนักเรียน และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กว่า 500 คน เข้าร่วมกิจกรรมสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามในโลกออนไลน์และการป้องกัน ผ่านการเรียนรู้หัวข้อสำคัญ เช่น 1.การป้องกันตนเองจาก Cyberbullying 2.การหลอกลวงออนไลน์ 3.การหารายได้ออนไลน์ที่ปลอดภัย และ4.แนวทางรับมือกับกลลวงในโลกดิจิทัล โดยนำเสนอเนื้อหาผ่านกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานและเสริมสร้างความรู้ให้แก่นักเรียน โดยเน้นการปฏิบัติจริงและการมีส่วนร่วม อีกทั้งยังมีการแนะนำบริการใหม่ “ทรู ไซเบอร์เซฟ” ระบบป้องกันภัยไซเบอร์จากมิจฉาชีพ จากลิงก์แปลกปลอม ที่ทรูลงทุนพัฒนาขึ้นเพื่อดูแลลูกค้ามือถือทรู ดีแทค และเนตบ้านทรูออนไลน์ทุกคน ฟรี! โดยระบบจะปิดกั้นและแจ้งเตือนการเข้าถึงลิงก์แปลกปลอม (Web /URL Protection) ทั้งที่เป็น Blacklist จากภาครัฐ และลิงก์ที่มีความเสี่ยง รวมเบื้องต้นกว่า 100,000 ลิงก์ ทันที โดยลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนหรือโหลดแอปเพิ่มเติม เพิ่มความมั่นใจให้คนไทยสามารถใช้งานโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ โครงการรู้ทันโลกออนไลน์ เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง ทรูปลูกปัญญาและ สำนักงาน กสทช. ซึ่งดำเนินงานใน 3 ด้านได้แก่ E-Learning: แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามในโลกออนไลน์ กิจกรรมลงพื้นที่ :สร้างความตระหนักรู้ผ่านการมีส่วนร่วมOnline Content : ถ่ายทอดความรู้ผ่านสื่อดิจิทัล โดยกิจกรรมนี้ตอกย้ำความสำคัญของการมี “ความรู้” เป็นเกราะป้องกันภัยคุกคามในยุคดิจิทัล พร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียนรู้เท่าทันโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อร่วมปกป้องคนไทยจากภัยไซเบอร์ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ของมิจฉาชีพ ที่เกิดขึ้นจากการส่ง SMS ที่แนบลิงก์ และจากเบราว์เซอร์ที่มีความเสี่ยง ทรู จึงได้เปิดตัวบริการใหม่ “ทรู ไซเบอร์เซฟ” ระบบป้องกันภัยไซเบอร์จากมิจฉาชีพ จาก ลิงก์แปลกปลอม สำหรับลูกค้ามือถือทรู ดีแทค และเนตบ้านทรูออนไลน์ทุกคน ฟรี! โดยระบบจะปิดกั้นและแจ้งเตือนการเข้าถึงลิงก์แปลกปลอม (Web / URL Protection) ทั้งที่เป็น Blacklist จากภาครัฐ และลิงก์ที่มีความเสี่ยง รวมเบื้องต้นกว่า 100,000 ลิงก์ ทันที โดยลูกค้าไม่ต้องลงทะเบียนหรือโหลดแอปเพิ่มเติม เพิ่มความมั่นใจให้คนไทยสามารถใช้งานโลกดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

โซไซตี้ : ‘วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ’ ชวนทำสิ่งดีๆ ส่งท้ายปีแบบรักษ์โลก

โซไซตี้ : ‘วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ’  ชวนทำสิ่งดีๆ ส่งท้ายปีแบบรักษ์โลก

โซไซตี้ : ‘วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ’ ชวนทำสิ่งดีๆ ส่งท้ายปีแบบรักษ์โลก

วันเสาร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

“วาโก้” ชวนร่วมกันลดโลกร้อนส่งท้ายปี ด้วยการบริจาคชุดชั้นในเก่าเข้าโครงการ “วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ” ที่รวบรวมชุดชั้นในเก่าไปเผาทำลายในระบบปิด หลังระดมรับบริจาคตลอดปี ด้วยเป้าหมายระดมรับบริจาคชุดชั้นในเก่า 210,000 ตัวในปี 2567 ปีที่ 13 ของการก่อตั้งโครงการ โดยส่งชุดชั้นในเก่าไปเผาทำลายเมื่อ 9 ธันวาคมที่ผ่านมาเป็นการปิดท้ายโครงการในปีนี้ ซึ่งเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูงโดยมีชุดชั้นในที่มาบริจาคและไปเผาทำลายอย่างถูกวิธี เข้ามาสูงถึง 286,400 ตัว

นงลักษณ์ เตชะบุญเอนก กรรมการบริหารสายงานสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากกระแสความตื่นตัวเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญและดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการด้านรักษ์สิ่งแวดล้อมในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่องนั้นวาโก้ในฐานะผู้นำธุรกิจชุดชั้นในที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมได้ให้ความสำคัญและดูแลในทุกกระบวนการอย่างจริงจังตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์วาโก้ทุกชิ้นผ่านกระบวนการผลิตปลอดสารพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงกระบวนการจัดการกับผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพหรือสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วโดยนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และฝุ่น PM2.5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงการ “วาโก้บราเดย์ บราเก่าเราขอ” ชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังรักษ์โลกส่งท้ายปี 2567 นี้ ด้วยการบริจาคชุดชั้นในเก่าเข้าโครงการ ก่อนจะเดินหน้าโครงการปีหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ในปี 2568

โครงการดังกล่าว วาโก้ได้ดำเนินการมาเป็นเวลา 13 ปีแล้ว ในแต่ละปีจะมีพันธมิตรรักษ์โลกเข้าร่วมโครงการเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการได้รับความสะดวกสบายในการจัดส่งชุดชั้นในเก่ามายังโครงการ นอกจากการหย่อนลงกล่องรับบริจาคบริเวณด้านหน้าสำนักงานใหญ่ของวาโก้แล้ว ยังสามารถหย่อนลงกล่องรับบริจาคที่วาโก้ช้อป และเคาน์เตอร์วาโก้ทุกสาขาทั่วประเทศ สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต สถาบันการศึกษาหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและองค์กรชั้นนำอีกหลายแห่งที่รับเป็นจุดวางกล่องรับบริจาค อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), ทิพยประกันภัย, ธนาคารออมสิน เป็นต้น และในช่วงเดือนมิถุนายน-พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมโครงการยังสามารถส่งพัสดุทางไปรษณีย์ไทยมายังโครงการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย โดยช่องทาง
การรับบริจาคที่หลากหลาย สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ที่ต้องการกำจัดชุดชั้นในเก่า จึงทำให้จำนวนชุดชั้นในเก่าที่ส่งมายังโครงการมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด

ในปี 2567 วาโก้ได้รับบริจาคบราเก่าจำนวน 286,400 ตัว รวมน้ำหนัก 28,640 กิโลกรัม ลดขยะชุมชนไปได้กว่า 29 ตัน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เกิดจากการฝังกลบกว่า 43 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ ทดแทนการใช้ถ่านหินในการเป็นเชื้อเพลิง 143 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ หากนับรวมตั้งแต่เริ่มโครงการนี้
เมื่อปี 2555-2567 พบว่าวาโก้มีส่วนช่วยกำจัดบราเสื่อมสภาพไปแล้วจำนวน 1,407,764 ตัว รวมน้ำหนัก 140,776 กิโลกรัม ช่วยลดปริมาณขยะชุมชนไปได้แล้วกว่า 141 ตัน ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการฝังกลบและจากการใช้พลัง

งานทดแทนพลังงานจากถ่านหินไปแล้วกว่า 915 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เป็นจำนวนถึง 76,254 ต้น โดยได้นำบราเก่าที่ได้รับบริจาคมาส่งไปเข้าเตาเผาระบบปิดที่ บริษัททีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP จังหวัดสระบุรี ด้วยวิธีการเผาอย่างถูกวิธีแบบ Zero Waste (เปลี่ยนขยะให้เป็นศูนย์) แปรเปลี่ยนเป็นพลังงานเชื้อเพลิงทดแทนการใช้ถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้า ลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือพลังงานจากฟอสซิลต่างๆ ลดผลกระทบการเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หรือลดโลกร้อน (Global Warming) ทั้งยังลดปริมาณขยะชุมชน และลดปริมาณฝุ่น PM2.5ไปในคราวเดียวกัน

“จากสถิติปี 2567 อ้างอิงจาก population pyramid.net พบว่าจำนวนผู้หญิงไทยที่มีอายุระหว่าง 10-69 ปี มีจำนวนกว่า 29,273,824 คน หากคาดการณ์จำนวนผู้หญิงไทยที่ซื้อชุดชั้นในใหม่จำนวนปีละ 5-12 ตัวต่อปี คาดว่าจะมีการทิ้งชุดชั้นในเก่าที่เสื่อมสภาพคนละ 2 ตัวต่อปี เท่ากับว่าจะเกิดขยะพลาสติกจากชุดชั้นในเก่าเพิ่มขึ้นกว่า 5,855 ตันต่อปี จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกันเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนด้วยเรื่องเล็กๆ ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปด้วยการร่วมบริจาคชุดชั้นในเก่าส่งท้ายปี 2567 นี้เพื่อวาโก้จะได้นำไปกำจัดอย่างถูกวิธีเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน” นงลักษณ์ กล่าวสรุป

โซไซตี้ : BLS จัดกิจกรรมบัวหลวงชวนทำดี กำลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ปี 4

https://www.naewna.com/lady/846122

โซไซตี้ : BLS จัดกิจกรรมบัวหลวงชวนทำดี กำลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ปี 4

โซไซตี้ : BLS จัดกิจกรรมบัวหลวงชวนทำดี กำลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ปี 4

วันอาทิตย์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้หญิง บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ หลักทรัพย์บัวหลวง จึงจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เริ่มจากการสร้างความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงการดูแลตัวเองสำรวจตัวเองและการดูแลจิตใจผู้ป่วยที่ใกล้ชิด ผ่านกิจกรรม “บัวหลวงชวนรู้ สำรวจตัวเองและการให้กำลังใจผู้ป่วย” พร้อมกับการสร้างโอกาสแห่งการแบ่งปันด้วยกิจกรรม “บัวหลวงชวนทำดี กำลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม”ด้วยความห่วงใยในสุขภาพของพนักงานและผู้หญิงไทย

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการหลักทรัพย์บัวหลวง ในฐานะประธานชมรมกิจกรรม CSR ของบริษัท กล่าวว่า “วันที่ 7 ตุลาคม เป็นวันมะเร็งเต้านมสากล เราจึงใช้โอกาสนี้สร้างทั้งความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมให้แก่พนักงาน และเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือแบ่งปันแก่ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้”

หลักทรัพย์บัวหลวง เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “บัวหลวงชวนรู้ สำรวจตัวเองและการให้กำลังใจผู้ป่วย” โดยได้รับเกียรติจาก พญ.สุภิศา พรหมวัลย์ แพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี เป็นวิทยากรให้ทั้งความรู้ วิธีการดูแลโดยการตรวจด้วยตัวเองเป็นประจำ การดูแลใจผู้ป่วยที่เป็นผู้ใกล้ชิด รวมถึงไขทุกข้อสงสัย ซึ่งกิจกรรมนี้ยังได้สนับสนุน Art for Cancer ธุรกิจเพื่อสังคมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็ง โดยนำผลิตภัณฑ์ของหน่วยงานมาเป็นของรางวัลในการตอบคำถามของพนักงาน

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กก.ผอ.หลักทรัพย์บัวหลวง

ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมที่ชาวหลักทรัพย์บัวหลวงร่วมกันส่งกำลังใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ผ่านกิจกรรม “บัวหลวงชวนทำดี กำลังใจเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ปีที่ 4” อาสารวมตัวกันเย็บเต้านมเทียมหลังเลิกงาน ด้วยพลังใจอันมุ่งมั่นที่ต้องการส่งความปรารถนาดีให้แก่ผู้ป่วย ได้เต้านมเทียมถึง 100 ชิ้น โดยเต้านมเทียมทั้งหมดมอบให้กับโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการตั้งแต่การตรวจและวินิจฉัยโรคมะเร็ง การบำบัด และรักษา ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพผู้ป่วยโรคมะเร็งอย่างครบวงจรในพื้นที่ภาคตะวันออก เพื่อส่งต่อให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ต้องการความช่วยเหลือทั้งในจังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง

นพมาศ อุดมไพศาล หรือคุณบี เจ้าหน้าที่อาวุโส ส่วนควบคุมเครดิต หนึ่งในพนักงานผู้เข้าร่วมกิจกรรม เล่าว่า “ที่ผ่านมาสนใจและเข้าร่วมกิจกรรม CSR ของบริษัทเป็นประจำอยู่แล้ว พอมีกิจกรรมเพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านมยิ่งไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมเพราะมีคนใกล้ชิดที่ป่วยโรคดังกล่าว จึงเข้าใจดีว่ากำลังใจนั้นมีความสำคัญกับผู้ป่วยอย่างไร การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้รู้สึกดีใจและประทับใจมากเพราะทำให้มีโอกาสได้เรียนรู้วิธีการสังเกตอาการเบื้องต้น ขั้นตอนการรักษาในปัจจุบันและการปฏิบัติตนกับผู้ป่วยอย่างถูกต้องเหมาะสม และได้ส่งมอบเต้านมเทียมที่ตั้งใจเย็บด้วยตนเองให้แก่ผู้ที่ต้องการอีกด้วย”

หลักทรัพย์บัวหลวง มุ่งมั่นตั้งใจ สร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมให้ครอบคลุมทุกมิติอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังจะเป็นส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สังคมและสิ่งแวดล้อมให้กับคนไทย

โซไซตี้ : ไต้หวัน เดินหน้านโยบายมุ่งใต้ใหม่ ยกระดับความร่วมมือไทย-ไต้หวัน โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะ ในงาน TAIWAN EXPO 2024

https://www.naewna.com/lady/844688

โซไซตี้ : ไต้หวัน เดินหน้านโยบายมุ่งใต้ใหม่ ยกระดับความร่วมมือไทย-ไต้หวัน  โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะ ในงาน TAIWAN EXPO 2024

โซไซตี้ : ไต้หวัน เดินหน้านโยบายมุ่งใต้ใหม่ ยกระดับความร่วมมือไทย-ไต้หวัน โชว์นวัตกรรมอัจฉริยะ ในงาน TAIWAN EXPO 2024

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน เปิดงาน TAIWANEXPO 2024 in Thailand อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “Advancing Smart New Southbound” ภายในงานได้รวบรวมบริษัทชั้นนำจากไต้หวันกว่า 170 บริษัทแบ่งออกเป็น 10 โซน และ 6 พื้นที่จัดแสดงหลัก นำเสนอนวัตกรรมด้าน Smart Manufacturing, Smart Medical,Smart Lifestyle, Circular Economyและ Culture & Tourism นอกจากกิจกรรมประชุมสัมมนาด้านอุตสาหกรรม และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจแล้ว TAIWAN EXPO 2024 in Thailand ยังเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในหลากหลายมิติ ในโซน TAIWAN SELECT ที่นำเสนออาหารเพื่อสุขภาพ และเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไต้หวัน ให้ผู้เข้าชมงานเพลิดเพลินไปกับการร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป เช่น การทำโคมไฟ12 นักษัตรแบบไต้หวัน และการย้อมสีธรรมชาติจากพืชพื้นเมืองของไต้หวัน ที่ดึงดูดความสนใจจากผู้เข้าชมงานจำนวนมาก ณ ฮอลล์ 5 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 21-23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ซินเทีย เจียง อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีทำเลที่ตั้งเชิงกลยุทธ์ มีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่ดี มีตลาดภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากขึ้น ไทยจึงกลายเป็นจุดหมายสำคัญในการลงทุนจากต่างประเทศ โดยไต้หวันมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพอัจฉริยะ และเทคโนโลยีสีเขียว งาน TAIWAN EXPO จะช่วยให้ไทยประสบความสำเร็จในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยได้ตามเป้าหมาย พร้อมส่งเสริมความร่วมมือ และขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และสังคม ระหว่างสองประเทศเพื่อสร้างโอกาสที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์มากขึ้น

จาง จวิ้น ฝู เอกอัครราชทูต สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย เน้นย้ำถึงมิตรภาพอันยาวนานและความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างไต้หวันและไทยว่าบริษัทไต้หวันเข้ามาลงทุนและก่อตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย มีส่วนสนับสนุนการจ้างงานและพัฒนาเทคโนโลยีความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเป็นอย่างมาก ในภาคการศึกษา มีอัตราการแลกเปลี่ยนนักศึกษาสูง โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนนักศึกษาไทยในไต้หวันเพิ่มขึ้น 4 เท่า และมีนักศึกษาไต้หวันในไทยเพิ่มขึ้น 6 เท่า ด้วยรากฐานที่มั่นคงของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ไต้หวัน และไทยพร้อมที่จะเป็นหุ้นส่วนธุรกิจที่ดีในการสร้างอนาคตที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมร่วมกัน”

เจมส์ ซี. เฮฟ. ฮวง ประธาน สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA)กล่าวถึงงานว่า งานนี้เป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของไต้หวัน ปีนี้มุ่งเน้นด้านการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งรวมถึงโซลูชั่นการตรวจสอบแบบดิจิทัล การวางแผนการดำเนินการด้วย AI เครื่องมือคำนวณปริมาณคาร์บอนและระบบการจัดการคาร์บอน และกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งโซลูชั่นทั้งหมดสนับสนุนประเทศไทยมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์รับมือกับความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก นอกจากนี้เศรษฐกิจหมุนเวียนยังมีความสำคัญต่อการเติบโตทางอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนของประเทศไทย ภายในงานยังมีโซน Circular Economy ที่จัดแสดงถึงความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีรีไซเคิล การนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ และบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืนของไต้หวัน ที่เป็นโซลูชั่นทรงคุณค่าเพื่อช่วยพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทย และส่งเสริมความร่วมมือทางเทคนิค การบูรณาการอุตสาหกรรม และการพัฒนาบุคลากร

Smart Medical เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของงานในครั้งนี้ โดยโรงพยาบาลชั้นนำของไต้หวัน เช่น Changhua Christian Hospital,Shuang Ho Hospital และ Taipei Wanfang Hospital นำเสนอบริการทางการแพทย์พิเศษ พร้อมจัดโซนจำลองห้องผู้ป่วยอัจฉริยะ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ของการดูแลสุขภาพในอนาคตที่จะช่วยยกระดับระบบการดูแลสุขภาพของไทยให้สอดคล้องกับความต้องการของประชากรผู้สูงอายุ พัฒนาคุณภาพการให้บริการ และลดความกดดันในระบบการทำงานทางการแพทย์

โซไซตี้ : ‘เมกาบางนา’ สร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี เปิดตัวแคมเปญ MEGA HAPPINESS SEASON 2024

https://www.naewna.com/lady/844506

โซไซตี้ : ‘เมกาบางนา’ สร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี  เปิดตัวแคมเปญ MEGA HAPPINESS SEASON 2024

โซไซตี้ : ‘เมกาบางนา’ สร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี เปิดตัวแคมเปญ MEGA HAPPINESS SEASON 2024

วันเสาร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเมกาบางนา เดินหน้าสร้างประสบการณ์สุดพิเศษส่งท้ายปี ร่วมสร้างปรากฏการณ์ความสุขสุดยิ่งใหญ่ ในแคมเปญ “MEGA HAPPINESS SEASON 2024 : HOLIDAY DESTINATION” ปั้นแลนด์มาร์คต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ ภายใต้ธีม “THE SANTA’S HOTEL” เนรมิตพื้นที่โดยรอบเมกาบางนา ให้กลายเป็นโรงแรมที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองอันแสนอบอุ่น พร้อมการตกแต่งไฟต้นคริสต์มาสและพื้นที่ต่างๆ ของโรงแรมให้เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ พร้อม
พาเหรดกิจกรรมความบันเทิงแบบจัดเต็ม แจกใหญ่ให้คุ้มด้วยของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท รวมถึงโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ นอกจากนี้ ยังมีกองทัพศิลปินที่จะมาร่วมสร้างสีสันให้ทุกคนได้สนุกสุขข้ามปีไปด้วยกัน

มาริส อโบลตินส์

สร้างปรากฏการณ์ความสนุกด้วยการยกโรงแรมของซานตาคลอสหรือ THE SANTA’S HOTEL มาไว้ที่เมกาบางนา ด้วยคอนเซ็ปต์ HOLIDAY DESTINATION โรงแรมแห่งความสุขของซานตาคลอสจากขั้วโลกเหนือ และผองเพื่อนที่เดินทางมา พร้อมบอลลูนยักษ์บนพื้นที่กว่า 1,500 ตร.ม. ณ โซนเมน เอนทรานซ์และโซนฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ไฮไลท์คือ “HOST” หรือเจ้าของโรงแรมแห่งความสุข นำโดยซานตาคลอสและเหล่าเพื่อนๆ มาเติมเต็มบรรยากาศและพาทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการด้วยการต้อนรับที่อบอุ่น การตกแต่งไฟต้นคริสต์มาสสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ซึ่งภายในโรงแรมจะมีพื้นที่หลากหลายมุมจำลองส่วนต่างๆ ของโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นล็อบบี้ที่มีต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับ, บริเวณห้องอาหารที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเทศกาล หรือสวนด้านหลังโรงแรมที่ตกแต่งได้อย่างสวยงาม ทำให้ทุกการมาเยือนในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการพักผ่อนแต่ยังเป็นประสบการณ์แห่งความสุขที่สร้างความทรงจำดีๆ ให้กับทุกคนที่มาเยือนอีกด้วย

วรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์

โดยเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จัดงานแถลงข่าวและเปิดตัวแคมเปญ “MEGA HAPPINESS SEASON 2024 : HOLIDAY DESTINATION” พร้อมเปิดตัวแลนด์มาร์คสุดยิ่งใหญ่ THE SANTA’S HOTEL และพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาสสุดอลังการอย่างเป็นทางการ โดยมี มาริส อโบลตินส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอฟ ดีเวลอปเมนท์ จำกัดผู้บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนาและโครงการเมกาซิตี้ พร้อมการแสดงชุดพิเศษต้อนรับลูกค้าท่านแรกของโรงแรม โดย ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ กับซานตาคลอสเจ้าของโรงแรมและพนักงานต้อนรับที่พาทุกคนไปเช็คอินความสนุกกับโซนต่างๆ ร่วมด้วย วรรณวิมล อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเมกาบางนา, ชนินทร์ สีหะโชติผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), สุจารี ตามครองชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด, วิรัตน์ ธิติศักดิ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม.เอ็ม.โกลบอล เทรด จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเก้าอี้นวดไฟฟ้า เเบรนด์ MAKOTO และ พิมพ์ลดาไชยวรรณ ผู้จัดการสายงานสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) ร่วมงานด้วย

พบกับความพิเศษตลอดเทศกาลแห่งความสุขเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับศักราชใหม่กับแคมเปญและกิจกรรม ที่พร้อมตอบโจทย์ความสุขและความสนุกสำหรับทุกคนตั้งแต่วันนี้-5 มกราคม 2568 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชั่นเมกาบางนา หรือ Add Line@megabangnaofficial