โซไซตี้ : ‘โครงการไข่โรงเรียน เพื่อสุขภาพเด็กไทย’ จ.นครนายก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/808016

โซไซตี้ : ‘โครงการไข่โรงเรียน เพื่อสุขภาพเด็กไทย’ จ.นครนายก

โซไซตี้ : ‘โครงการไข่โรงเรียน เพื่อสุขภาพเด็กไทย’ จ.นครนายก

วันอาทิตย์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่, หอการค้าไทย ร่วมกับหอการค้า จ.นครนายก และเครือข่ายพันธมิตร ดำเนิน “โครงการไข่โรงเรียน เพื่อสุขภาพเด็กไทย” จัดงบประมาณหนุนเสริมโปรตีนไข่ให้เด็กนักเรียนสังกัด สพฐ.ใน จ.นครนายก 2,261 คน ก่อนขยายผลสู่จังหวัดอื่นๆ ต่อไป

มงคล พิพัฒสัตยานุวงศ์ นายกสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ และประธานกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมไก่ไข่ เปิดเผยว่า โครงการไข่โรงเรียนฯ ใน จ.นครนายก จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมโภชนาการของเด็กนักเรียนในโรงเรียนสังกัด สพฐ.ด้วย การเพิ่มการบริโภคไข่ไก่ในโครงการอาหารกลางวันของแต่ละโรงเรียนนำร่อง รวมถึง
สร้างการตระหนักรู้ถึงคุณประโยชน์ของไข่ไก่ในกลุ่มเด็กนักเรียน ครูและผู้ปกครอง โดยรูปแบบของโครงการฯ จะเป็นการมอบไข่ไก่ให้กับโรงเรียน 12 แห่ง ใน จ.นครนายก

ด้าน ไอรินทร์ อมรสินศิรรัฐ ประธานหอการค้า จ.นครนายก ระบุว่า โครงการนี้เน้นเพื่อให้เด็กนักเรียนได้รับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการเพิ่มขึ้นจากไข่ไก่ซึ่งเป็นอาหารโปรตีนคุณภาพดี มีสารอาหารสำคัญครบถ้วนจะช่วยส่งเสริมความแข็งแรงให้กับเยาวชนไทย จึงร่วมดำเนินการโครงการดังกล่าว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 โดยคัดเลือกโรงเรียนจากทุกอำเภอของ จ.นครนายก รวมจำนวน 12 แห่ง จำนวนนักเรียนรวม 2,261 คนเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้นักเรียนได้รับประทานไข่ไก่ที่โรงเรียนร่วมกับการรับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหมาะสมและถูกสุขลักษณะ ส่วน ธนาวุฑ เอื้อละพันธ์คณะกรรมการธุรกิจปศุสัตว์และแปรรูปสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และตัวแทนผู้ประกอบการเลี้ยงไก่ไข่ จ.นครนายก เผยว่า คาดว่าจะใช้งบประมาณในโครงการนี้รวมทั้งสิ้น 1,635,000 บาท ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมไก่ไข่ 70% และหอการค้า จ.นครนายก 30% ทั้งนี้ จะดำเนินโครงการใน 3 ภาคการศึกษา ปี 2567-2568

ณัฐกานต์ พันธ์ชัย รองประธานคณะกรรมการธุรกิจปศุสัตว์และแปรรูป สภาหอการค้าฯ เผยว่า โครงการนี้สอดคล้องกับนโยบาย Connect-Competitive-Sustainable ของสภาหอการค้าฯ โดยเฉพาะในด้าน Sustainable คือ การสร้างภาวะแวดล้อมด้านโภชนาการที่ดีและยั่งยืนแก่เด็กวัยเรียน, การสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเอกชนมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตเด็กนักเรียนผ่านมื้ออาหารที่มีคุณภาพ โดยจะวัดผลสำเร็จของโครงการ ผ่านการประเมินผลการเจริญเติบโตของเด็กนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ด้วยตัวชี้วัดทางสาธารณสุข เพื่อสรุปและรายงานผลต่อภาครัฐ ในการขยายผลโครงการฯ ไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

โครงการไข่โรงเรียน เพื่อสุขภาพเด็กไทย จ.นครนายก ได้รับการสนับสนุนจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯ หอการค้าจังหวัดนครนายก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมปศุสัตว์ กรมอนามัยกองทุนพัฒนาอุตสาหกรรมไก่ไข่ คณะทำงานโครงการรณรงค์บริโภคไข่ไก่ 300 ฟอง ภายใต้คณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) และกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา

โซไซตี้ : คอนเสิร์ต 103 ปี ชาตกาล เชิดชูครูเพลง ‘เพลงคู่…ครูสมาน กาญจนะผลิน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/807907

โซไซตี้ : คอนเสิร์ต 103 ปี ชาตกาล เชิดชูครูเพลง  ‘เพลงคู่...ครูสมาน กาญจนะผลิน’

โซไซตี้ : คอนเสิร์ต 103 ปี ชาตกาล เชิดชูครูเพลง ‘เพลงคู่…ครูสมาน กาญจนะผลิน’

วันเสาร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จบลงอย่างสวยงามกับคอนเสิร์ต เชิดชูครูเพลง 103 ปี ชาตกาล “เพลงคู่…ครูสมาน กาญจนะผลิน” ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา

คอนเสิร์ต เปิดงานช่วงแรกด้วย 2 พิธีกรโกมุท คงเทศ – ขวัญรวี กาญจนะผลิน ที่ชวนจิรวุฒิ กาญจนะผลิน ทายาทครูสมาน มาเล่าเรื่องราว การประพันธ์เพลงของครูสมานกาญจนะผลิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงไทยสากล) ปี 2531 ให้ฟังกัน จากนั้นนำเข้าสู่บรรยากาศเพลงคู่ เพลงรักเพลงหวาน เพลงสนุกสนาน ลึกซึ้ง ครบทุกอรรถรสไม่ว่าจะเป็น วอนรัก ถนอมรัก นกเขาคูรัก รัก สัญญารัก พ่อแง่แม่งอน จูบเย้ยจันทร์ เธออยู่ไหน บทเรียนก่อนวิวาห์ และเพลงคู่อีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นเพลงดังคุ้นหูผู้ฟังทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ซึ่งครูสมานได้สร้างสรรค์…ผลงานเพลง สร้างชื่อ…ให้กับศิลปินนักร้องชื่อดังของวงการเพลงลูกกรุงมากมาย โดยในวันนี้ถ่ายทอดผลงานเพลง ศิลปินนักร้องชื่อดังหลากรุ่น ที่มาร่วมถ่ายทอดผลงานเพลงคู่เชิดชูผลงานเพลงครูสมาน จับคู่กันมาร้องเพลงคู่ได้อย่างไพเราะทุกเพลง นำโดย วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ) – จิตติมา เจือใจ,วินัย พันธุรักษ์ (ศิลปินแห่งชาติ) – อุมาพร บัวพึ่ง,วิชัย ปุญญะยันต์ – พลอย ทิพย์รมิดา, สุวัจชัย สุทธิมา – อรวี สัจจานนท์, สุทธิพงษ์ วัฒนจัง (ชมพู) – ผิงผิง สรวีย์, สปาย ภาสกรณ์ – เมจิภัทรานิษฐ์, ธัช กิตติธัช – อลิส ธนัชศลักษณ์, แบ็งค์ เฉลิมรัฐ – ซาย ภิสา สวนศรี, ภูริวัจน์ – ขวัญรวีกาญจนะผลิน บรรเลงดนตรีโดย วงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดย อ.วิรัช อยู่ถาวร (ศิลปินแห่งชาติ)

สำหรับบทเพลงของครูสมาน กาญจนะผลินมีผลงานการประพันธ์เพลงประดับไว้ในวงการเพลงมากมาย โดยเป็นผู้แต่งทำนอง ส่วนเนื้อร้องได้ร่วมแต่งร่วมกับครูเพลงที่นับเป็นขุนพลเพลงหลายท่าน เพลงแนวไทยเดิม เพลงสนุกๆ จะแต่งคู่กับครูเกษม ชื่นประดิษฐ์ ส่วนเพลงไทยเดิมที่ภาษาสวย ท่านร่วมแต่งคู่กับครูสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ (เกียรติพงศ์ กาญจนภี) ส่วนเพลงที่มีความเป็นสากลและมีเนื้อร้องราวบทกวีฉันท์ร่วมแต่งคู่กับ ครูชาลี อินทรวิจิตร ซึ่งเป็นครูเพลงคู่ชีวิต3 ท่านหลักๆ ที่แต่งร่วมด้วย นอกจากนี้มีเพลงที่แต่งคู่กับ ครูสง่า อารัมภีร ครูพรพิรุณ เป็นต้น นับเป็นคอนเสิร์ตที่อิ่มเอมใจทั้งผู้จัด ทายาท นักร้อง นักดนตรีและผู้ชมกลับบ้านไปพร้อมรอยยิ้มและความปลื้มปีติสำหรับผู้ที่พลาดชม…ติดตามกิจกรรมดีๆ ได้ ทางเพจศาลาเฉลิมกรุงต่อไป

โซไซตี้ : ‘พาราไดซ์ พาร์ค’ มอบพื้นที่เพิ่มเติม จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) ให้ กทม.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/806699

โซไซตี้ : ‘พาราไดซ์ พาร์ค’ มอบพื้นที่เพิ่มเติม  จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) ให้ กทม.

โซไซตี้ : ‘พาราไดซ์ พาร์ค’ มอบพื้นที่เพิ่มเติม จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) ให้ กทม.

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค เติมเต็มจุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) เพิ่มความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่เขตประเวศเข้าถึงบริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ด้วยการขยายพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อเปิดช่องทางการให้บริการด้านสวัสดิการสังคมสงเคราะห์และด้านรักษาความสะอาด ล่าสุด พาราไดซ์ พาร์คได้มีพิธีส่งมอบพื้นที่เพิ่มเติมจุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) ให้กับ กรุงเทพมหานคร โดยมี เอกรัตน์ ชลลัมพีผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ต้อนรับ แพทย์หญิงวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานรับมอบ พร้อมด้วย ดิชา คงศรี ผู้อำนวยการเขตประเวศ และคณะผู้บริหารเขตประเวศ ณ จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) ณ ชั้น G โซน Paradise Service ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

สำหรับการเพิ่มพื้นที่จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) สำนักงานเขตประเวศนั้น นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง พาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค และ กรุงเทพมหานคร ในการสนับสนุนงานบริการภาครัฐ ตลอดจนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่ประเวศได้เข้าถึงการบริการที่ครบครันมากยิ่งขึ้น โดยมีทั้งช่องทางการให้บริการแก่ประชาชนในการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน งานทะเบียนราษฎร การขอคัดสำเนาเอกสารทางการทะเบียน งานบริการด้านสวัสดิการสังคมสงเคราะห์ต่างๆ ได้แก่ การลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ลงทะเบียนเบี้ยความพิการ และงานบริการด้านรักษาความสะอาด ได้แก่ รับแจ้งสูบสิ่งปฏิกูลรับแจ้งตัดหรือขุดต้นไม้ เป็นต้น โดยเปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.30-18.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285

โซไซตี้ : เสริมสร้างพลังกายและพลังใจ พาผู้สูงอายุดูหนัง ‘หลานม่า’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805442

โซไซตี้ : เสริมสร้างพลังกายและพลังใจ  พาผู้สูงอายุดูหนัง ‘หลานม่า’

โซไซตี้ : เสริมสร้างพลังกายและพลังใจ พาผู้สูงอายุดูหนัง ‘หลานม่า’

วันอาทิตย์ ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และ มูลนิธิ 5 For All จัดกิจกรรมนำผู้สูงอายุจากทั่วประเทศชมภาพยนตร์เรื่อง “หลานม่า” ภาพยนตร์ไทยที่สร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันของครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกหลากหลายเจเนอเรชั่นมาอยู่ร่วมกัน ซึ่งนับวันจะหายไปจากสังคมไทย ทำให้คนไทยกลับไปนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอบอุ่นอีกครั้ง จะทำให้คุณอยากกลับไปกอดคนที่บ้านอีกครั้งและเรียนรู้คำว่า “ครอบครัวมีค่ามากกว่าเงิน” โดยนำผู้สูงอายุกว่า 4,200 คน จากโรงเรียนผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร, จังหวัดสุพรรณบุรี, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ 12 แห่ง และเครือข่ายผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมคุณค่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุและครอบครัวตลอดจนเป็นการเสริมสร้างพลังกายและพลังใจให้กับคุณตาคุณยาย

อรุโณชา ภาณุพันธุ์ กรรมการ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ พร้อมด้วย แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ, ปรียาวรรณ ภูวกุล ผู้อำนวยการฝ่ายจัดจำหน่ายในโรงภาพยนตร์อาวุโส บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และ อุษา เสมคำ นักแสดงจากภาพยนตร์“หลานม่า” มาร่วมพูดคุยถึงความร่วมมือในการมอบโอกาสเพื่อส่งมอบความสุข สร้างรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับคุณตา-คุณยายในโอกาสเข้าชมภาพยนตร์ “หลานม่า” พร้อมให้ผู้สูงอายุทุกท่านได้อร่อยกับป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มในขณะชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ฟรี!! ทั่วประเทศทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับสังคมภายใต้แนวคิด “Care for Social” ที่ส่งมอบโอกาสและความอบอุ่นสู่ทุกหัวใจผ่านหลากหลายกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี หนึ่งในกิจกรรมหลักที่เป็นจุดเริ่มต้นดีๆ ในการส่งกำลังใจ มอบความสุข สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ นั่นคือ กิจกรรม “เปิดโลกกว้าง สร้างรอยยิ้ม” ซึ่งนำน้องๆ คนพิการ และผู้สูงอายุที่ด้อยโอกาสเข้าชมภาพยนตร์สร้างแรงบันดาลใจต่อยอดในการพัฒนาศักยภาพ

โซไซตี้ : เปิดตัวธนาคารอาหารของประเทศไทย สร้างต้นแบบการส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่กลุ่มเปราะบาง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/805302

โซไซตี้ : เปิดตัวธนาคารอาหารของประเทศไทย  สร้างต้นแบบการส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่กลุ่มเปราะบาง

โซไซตี้ : เปิดตัวธนาคารอาหารของประเทศไทย สร้างต้นแบบการส่งต่ออาหารส่วนเกินสู่กลุ่มเปราะบาง

วันเสาร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับมูลนิธิ SOS และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัว “โครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand’s Food Bank) : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน คำตอบในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อสร้างต้นแบบระบบการบริหารจัดการอาหาร ส่งต่ออาหารส่วนเกินไปยังกลุ่มเปราะบางของสังคมไทย มุ่งลดปริมาณขยะอาหารด้วยการจัดการอาหารส่วนเกิน ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดอาหารส่วนเกิน และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหาร พร้อมกันนี้สวทช. ยังสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาช่วยบริหารจัดการอาหารส่วนเกินอย่างมีประสิทธิภาพได้แก่ แพลตฟอร์มดิจิทัลแนะนำการจับคู่ความต้องการและอาหารบริจาคแบบอัตโนมัติ และแนวปฏิบัติอาหารปลอดภัยสำหรับอาหารบริจาค (Food Safety Guideline) สนับสนุนนโยบาย BCG ด้านอาหารของรัฐบาล ที่ต้องการให้ประเทศไทยมีอาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและมีโภชนาการที่ดี เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของประชาชน และส่งเสริมเป้าหมายด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ลดการสูญเสียอาหารและลดการเกิดขยะอาหาร

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสวทช. กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตขยะอาหารที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงทางอาหารของประชาชนกลุ่มเปราะบาง นอกเหนือจากการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาขยะอาหารแล้ว การลดการสูญเสียอาหารตั้งแต่ต้นทางก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดวิกฤตปัญหาขยะอาหาร สวทช.ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG สาขาอาหารร่วมกับ มูลนิธิสโกลารส์ ออฟ ซัสทีแนนซ์ (SOS) และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ดำเนินการศึกษาและวิจัยเชิง นโยบายเพื่อสร้างต้นแบบการดำเนินงานเพื่อบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของประเทศไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. โดยการเปิดตัวธนาคารอาหารของประเทศไทยครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาหารส่วนเกิน การกอบกู้อาหาร และการส่งต่ออาหารส่วนเกินอันจะช่วยส่งเสริมให้ลดการเกิดขยะอาหาร และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศไปด้วยกัน และหวังเป็นต้นแบบของการสร้างแบบจำลองการส่งต่ออาหารส่วนเกินให้สังคมไทย

กุลวรา โชติพันธุ์โสภณ รองผู้อำนวยการ สวก. กล่าวว่า สวก. ตระหนักถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาขยะอาหารและความมั่นคงทางอาหาร จึงให้การสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานโครงการเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินของประเทศ เพื่อเป็นการศึกษาต้นแบบและแนวทางการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินที่เหมาะสมของประเทศ และจัดทำแนวปฏิบัติอาหารปลอดภัย สำหรับอาหารบริจาค โดยดำเนินการร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และกรมอนามัย เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติสำหรับการบริจาคอาหารทั่วประเทศ

กุลวรา โชติพันธุ์โสภณ

ทั้งนี้ โครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย เป็นโอกาสอันดีที่จะประชาสัมพันธ์การดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดการอาหารส่วนเกินให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาหารส่วนเกินและเชิญชวนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมสร้างสังคมไร้ขยะอาหาร นำร่องที่ชุมชนย่านลาดพร้าว เพื่อให้เห็นต้นแบบระบบการบริหารจัดการอาหาร เพื่อส่งต่ออาหารส่วนเกินไปยังกลุ่มเปราะบางของสังคมไทย ภายในงาน ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารจัดการอาหารส่วนเกินในลักษณะธนาคารอาหาร ทั้งในมุมประสบการณ์กอบกู้อาหารส่วนเกินและการส่งต่ออาหารโดยมูลนิธิ SOS มุมประสบการณ์บริจาคอาหารและแรงบันดาลใจในการเป็นผู้บริจาคอาหารส่วนเกิน โดยผู้แทนผู้บริจาคอาหาร ได้แก่ วลัยรัตน์ อภินัยนาถ GM of Corporate Planning บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด (Maxvalu Supermarket), เชฟอรรถพล ถังทอง (Chef X) Executive Chef จากโรงแรม Bangkok Marriott Hotel The Surawongse,แจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล Senior Marketing Manager มูลนิธิเคเอฟซี และ ทวิช ทัฬหะกาญจนากุลผู้อำนวยการโลจิสติกส์และศูนย์กระจายสินค้า บริษัท ซีพีเอฟ โกล บอล ฟู้ดโซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CPFGS ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของซีพีเอฟ รวมถึงการแชร์ประสบการณ์ในกระบวนการรับบริจาคอาหาร โดยตัวแทนผู้นำชุมชน นำโดย วิกานดา สังวรราชทรัพย์ประธานเครือข่ายผู้นำชุมชนเขตลาดพร้าวและวิไล แซ่โอ๊ว ศูนย์ประสานงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) และแนวทางดำเนินงาน BKK Food Bank ของ กทม. โดย ณัฎฐ์วิฉัตรา หวิงปัด สำนักงานการพัฒนาชุมชน สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร

โซไซตี้ : วง LOVELY MELODY ‘นร.ยามาฮ่า สุพรรณบุรี’ ชนะเลิศที่ 1 คว้าถ้วยพระราชทานฯ สมใจสร้างชื่อเสียง ‘สุพรรณบุรี’ City of Music เมืองสร้างสรรค์โลก..ด้านดนตรี

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/804081

โซไซตี้ : วง LOVELY MELODY ‘นร.ยามาฮ่า สุพรรณบุรี’ ชนะเลิศที่ 1 คว้าถ้วยพระราชทานฯ  สมใจสร้างชื่อเสียง ‘สุพรรณบุรี’ City of Music เมืองสร้างสรรค์โลก..ด้านดนตรี

โซไซตี้ : วง LOVELY MELODY ‘นร.ยามาฮ่า สุพรรณบุรี’ ชนะเลิศที่ 1 คว้าถ้วยพระราชทานฯ สมใจสร้างชื่อเสียง ‘สุพรรณบุรี’ City of Music เมืองสร้างสรรค์โลก..ด้านดนตรี

วันเสาร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.52 น.

วง Lovely Melody ชนะเลิศที่ 1 ประเภท Guitar Ensemble

ประกาศศักดา 3 เด็กเก่งวง LOVELY MELODY นักเรียนยามาฮ่า สุพรรณบุรี ของแทร่!!! ปลื้มสร้างชื่อเสียง และสร้างตำนานดนตรียิ่งใหญ่ ประสบความสำเร็จ…สมใจครั้งแรกสุดเจ๋งชนะเลิศที่ 1 คว้าแชมป์ถ้วยพระราชทานฯ ประเภท Guitar Ensemble เวทีดนตรีระดับประเทศ Yamaha Thailand Music Festival 2024 โชว์ฝีมือการเล่นดนตรีที่ “ใช้ใจ” และ“ใช้สมาธิ” ยกระดับมาตรฐานสุพรรณบุรีเป็นเมืองดนตรีสู่ระดับสากล ตอบโจทย์เชื่อมโยงคนทั่วโลกให้รู้จักและหลงรักเมืองไทย ผ่านเสียงดนตรีเป็น Soft Power ที่ลงตัวที่สุด

8 ปี กับกาลเวลาที่พิสูจน์ฝีมือเยาวชนจาก โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ยกระดับความสามารถที่ยอดเยี่ยมของ 3 เด็กเก่งวง LOVELYMELODY ประกาศศักดาแชมป์ชนะเลิศที่ 1 ประเภท Guitar Ensemble รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูรสิริวิบูลยราชกุมาร จากเวทีดนตรีระดับประเทศ Yamaha Thailand Music Festival 2024 สมาชิกในวงประกอบด้วย น้องเฟรนด์-ด.ญ.ณัฐรดาเมธีวรกิจ, น้องเซิร์ส-ด.ช.ปริชญ์ แช่มพุกพันธุ์, น้องแก้ม-น.ส.นัฐธิดา พุ่มพุก ฝึกสอนโดย ครูเล็ก-วันเฉลิม เลิศพรกุลรัตน์ ผู้ฝึกสอนครูคนเก่งมากความสามารถสั่งสมประสบการณ์ดนตรีมากว่า 10 ปี โดยเด็กๆ เล่าว่า “ดีใจและตื่นเต้นสุดๆ กับรางวัลชนะเลิศครั้งนี้ พวกเราขอบคุณครอบครัว ครูผู้สอนและผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่าสุพรรณบุรีที่คอยให้กำลังใจ สนับสนุน และสานฝันพาพวกเราไปเปิดประสบการณ์ดนตรีหลายเวที ทำให้เรารู้สึกว่า ทุกครั้งที่ไปแสดงดนตรีพวกเรามีความสุข ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ แลกเปลี่ยนความคิด และนำมาปรับปรุงพัฒนา เทคนิควิธีการเล่นดนตรีให้ดีขึ้น ดีใจที่วันนี้พวกเราตั้งใจทำจนสำเร็จ และดีใจมีส่วนในการสร้างชื่อเสียงดนตรีสุพรรณบุรีบ้านเกิดของพวกเราให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น”

ผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี รับโล่รางวัลชนะเลิศที่ 1

นอกจากนี้ ปิดท้ายการแข่งขัน YTMF 2024 ได้คว้ารางวัลประเภท PMC Solo รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ได้แก่ น้องโฟกัส-ด.ช.สิริธาดา สีเอี่ยม และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้แก่ น้องบัส-ด.ช.พลเชฎฐ์ รัตนชัยญานนท์ ฝึกสอนโดยครูบอล-เจตณิพัทธ์ ขันอาสา ครูผู้ริเริ่มกิจกรรม Drum on Tour : หัวใจรัวกลอง เป็นการแสดงดนตรีสดกลางแจ้งที่ได้รับความนิยมของสุพรรณบุรี กลายเป็นกระแสโด่งดังและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ปี 2024 โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ปลื้มสุดๆ และภูมิใจกับความสำเร็จสมใจที่รอคอยมากว่า 8 ปี โดย เจี๊ยบ-วิศน์กานต์ ขุนสุวรรณ และ เบีย-ณัฐตชาจันทกลัด สองผู้บริหารโรงเรียนดนตรียามาฮ่าสุพรรณบุรี เล่าว่า “8 ปี กับธุรกิจดนตรีนั้นนอกจากจำหน่ายเครื่องดนตรียามาฮ่าแล้ว เรายังเปิดโรงเรียนสอนดนตรีศึกษาหลักสูตรยามาฮ่าควบคู่กับการสนับสนุนเด็กๆ ได้ทำกิจกรรมดนตรีร่วมกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามีหน้าที่คอยSupport พวกเขา ไม่เคยท้อ..ไม่เคยเหนื่อย เพราะเป็นสิ่งที่เลือกและทำในสิ่งที่รัก เราตั้งใจสานฝันและสร้างฝันเด็กๆ ให้เป็นจริง ได้โชว์ผลงานดนตรีบนเวทีแสดงศักยภาพให้ทัดเทียมกับที่อื่นๆ เราไม่ได้ปลูกฝังเด็กๆ ว่าจะต้องชนะในเกมส์การแข่งขันเสมอไป แต่เราปลูกฝังให้เด็กๆ ขึ้นโชว์ทุกครั้ง ตั้งใจทำให้เต็มที่มีสมาธิในการเล่นดนตรีทำอย่างความสุขไม่ต้องคาดหวังว่าชนะหรือแพ้ เพราะนั่น คือ ประสบการณ์ที่ดี ในการแข่งขันบนเวที วันนี้เด็กๆ ทำสำเร็จ และเราจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน วันนี้ขอบคุณ ชื่นชมและภูมิใจนักเรียนทุกคนที่ร่วมกิจกรรม YTMF ด้วยใจรักดนตรี และทุกรางวัลที่ได้มา คือ กำลังใจดีที่สุด…ที่จะพาพวกเรามุ่งมั่น…พัฒนา และลุยกันต่อไป”

“สุพรรณบุรี” วันนี้ มีสถาบันการศึกษาที่ดีและโรงเรียนดนตรีที่ดีเอาไว้ฝึกฝนเพาะบ่ม“ต้นกล้าดนตรีเล็กๆ” ที่วันหนึ่งจะเติบโตกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ดนตรีที่เข้มแข็ง แข็งแกร่ง โด่งดังสร้างชื่อเสียงสู่สายตาคนไทยทั้งประเทศ และทั่วโลก และที่แห่งนี้ยังมีพื้นที่สร้างสรรค์ดนตรีรองรับเยาวชนคนดนตรีมากขึ้น นี่คือ Soft Power ที่ “โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี” ไม่ได้แสวงหากำไรแต่เป็นการสานต่อ และต่อยอดสิ่งที่มี “คุณค่า” เป็นมรดกทางดนตรีที่มีมูลค่าเพิ่มทางสังคม รางวัลนี้ ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการประกาศศักดาเด็กเก่งสุพรรณบุรี “เก่ง” ไม่แพ้ใครๆ เหมือนกัน ที่สำคัญ ความสำเร็จนี้ ไม่ใช่ได้มาเพราะ “พรสวรรค์” เพียงอย่างเดียวแต่มาจากความตั้งใจและมุ่งมั่น

รับเงินรางวัลชนะเลิศที่ 1

รับเงินรางวัลชนะเลิศที่ 1

PMC Solo รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี

PMC Solo รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี

PMC Solo รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี

PMC Solo รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี

คุณครูบอล-เจตณิพัทธ์ ขันอาสา

คุณครูบอล-เจตณิพัทธ์ ขันอาสา

คุณครูวันเฉลิม เลิศพรกุลรัตน์

คุณครูวันเฉลิม เลิศพรกุลรัตน์

โซไซตี้ : เปิดหน้าต่างหัวใจ ผ่านการมองโลกแบบ ‘สุขให้เป็น’ เวทีสัมมนา ‘คนใต้หยัดได้ สุขเป็น’ สู่การเสริมภูมิคุ้มกันทางใจให้เยาวชน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/802782

โซไซตี้ : เปิดหน้าต่างหัวใจ ผ่านการมองโลกแบบ ‘สุขให้เป็น’  เวทีสัมมนา ‘คนใต้หยัดได้ สุขเป็น’ สู่การเสริมภูมิคุ้มกันทางใจให้เยาวชน

โซไซตี้ : เปิดหน้าต่างหัวใจ ผ่านการมองโลกแบบ ‘สุขให้เป็น’ เวทีสัมมนา ‘คนใต้หยัดได้ สุขเป็น’ สู่การเสริมภูมิคุ้มกันทางใจให้เยาวชน

วันอาทิตย์ ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

การดูแลสุขภาพใจ สำคัญไม่แพ้สุขภาพกายปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันปัญหาสุขภาพจิตในประเทศไทยมีอัตราสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต จากข้อมูลปี 2565 กรมสุขภาพจิตเผยตัวเลขว่า ในวัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี พบเด็กที่มีภาวะทางจิตประสาทและอารมณ์ประมาณ 1 ใน 7 คนอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวได้

เพราะปัญหาทางใจสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ใจมอง ดังนั้นการ “ออกกำลังใจ” ให้แข็งแรงผ่านวิธีการมองโลกที่ช่วยให้ “สุขเป็น” จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยรับมือกับความทุกข์หรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต โดยคำถามที่สำคัญคือ เราทุกฝ่ายจะเปิดหน้าต่างหัวใจ และเปิดประตูรับฟังวัยรุ่นแบบ “สุขเป็น” อย่างไร เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางใจแก่ทุกคนในสังคม

“เมื่อชีวิตมีทั้งขึ้นและลงสิ่งสำคัญคือเมื่อเผชิญปัญหา เราจะมองปัญหานั้นอย่างไรให้ไม่ทำร้ายใจตนเอง เวลาพูดเรื่องสุขภาพจิต หลายคนจะนึกถึงความเจ็บป่วย แต่ความจริงแล้วการสุขให้เป็น คือการเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต โดยสถาบันที่ใกล้ชิดกับเด็กที่สุดก็คือครอบครัว ดังนั้นสิ่งที่เราทำคือสนับสนุนการสื่อสารเชิงบวกให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับชุมชนผ่านเครือข่ายรอบตัววัยรุ่นที่แข็งแกร่ง” ภาวนา เหวียนระวีผู้อำนวยการมูลนิธิแพธทูเฮลท์ กล่าวถึงการสร้างเสริมจิตวิทยาเชิงบวกของชุมชนผ่าน “โครงการส่งเสริมสุขภาวะเยาวชนและครอบครัวภาคใต้ (คนใต้หยัดได้)”ที่มูลนิธิฯ ดำเนินงานร่วมกับ  อย่างต่อเนื่องกว่า 8 ปี ผ่านการพัฒนาสมรรถนะแกนนำภาคีระดับตำบล หรือ Change Agents ตั้งแต่ ครู หมอ พ่อแม่ เพื่อน ชุมชน และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างสุขภาวะเยาวชนให้เข้มแข็ง ในพื้นที่เป้าหมาย 8 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงา ปัตตานี สงขลา กระบี่ และชุมพร 

ภาวนา เหวียนระวี

โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางจิตเด็กเยาวชนและครอบครัว สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) เชฟรอน และภาคีเครือข่าย ได้เชิญแกนนำ Change Agents จาก 12 ตำบลนำร่องร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาเยาวชนในชุมชนและแนะวิธีการแก้ไข เพื่อต่อยอดให้กับแกนนำคนใต้หยัดได้ ล่าสุดได้จัดสัมมนาวิชาการระดับภาคครั้งที่ 4 Change Agents Forum ตอน “คนใต้หยัดได้ สุขเป็น”เมื่อวันที่ 22-24 เมษายนที่ผ่านมา เพื่อให้ Change Agents กว่า 170 คน ได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านการชูแนวคิด“สุขเป็น” รวมถึงแนะการทำงานเชิงจิตวิทยาเชิงบวกเพื่อเยาวชนและครอบครัวในห้องพัฒนาทักษะ พร้อมปลุกพลังในฐานะคนทำงานเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในภาคใต้

“ความจริงแล้วการใช้ชีวิตแบบสุขเป็น ถือเป็นเรื่องง่ายๆ แต่เราหลายคนกลับมองข้ามไปเหมือนเส้นผมบังภูเขา อย่างเช่นการขอบคุณตนเอง” ฐิติชญา กวนซัง หรือพี่ฟาง ประธานศูนย์พัฒนาครอบครัว ชุมชนเทศบาลหัวไทร จ.นครศรีธรรมราช กล่าวด้วยความภูมิใจในฐานะ Change Agent ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานขับเคลื่อนครอบครัวเข้มแข็ง พร้อมเล่าต่อว่า “งานด้านคุณภาพชีวิตไม่เหมือนการสร้างถนน ต้องค่อยๆ ทำเป็นน้ำซึมบ่อทราย ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้เน้นการสร้างเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาวัยรุ่นและชุมชนในทุกมิติ พอทางมูลนิธิแพธทูเฮลท์และเชฟรอนนำเครื่องมือสุขเป็นเข้ามา เราก็ได้ส่งต่อแนวทางและกิจกรรมที่สอนเรื่องการสื่อสารเชิงบวกให้กับหลากหลายครอบครัวเช่นเกมชักเย่อที่ให้ผู้ปกครองอยู่ฝั่งนึง และลูกอยู่อีกฝั่ง โจทย์คือลูกอยากออกไปเที่ยวนอกบ้าน โดยเพื่อนๆ ก็ต่อแถวดึงเชือกอยู่ฝั่งลูก ผลที่ได้คือไม่มีฝ่ายใดชนะ แต่เจ็บมือกันทั้งสองฝ่าย ดังนั้นเราจึงแนะแนวทางว่าลองให้ทั้งคู่ “ฟังอย่างตั้งใจ” ปล่อยให้แต่ละฝ่ายพูดความรู้สึกอย่างเดียวโดยไม่มีใครขัด สิ่งที่จำได้ชัดเจนเลยคือหลังจากลงพื้นที่ทำกิจกรรมมีคุณแม่วิ่งมาขอบคุณและเล่าให้ฟังว่าพอปล่อยให้ลูกพูดความรู้สึกโดยรับฟังเพียงอย่างเดียว ทำให้ตอนนี้ทัศนคติตรงกัน รู้เหตุผลว่าทำไมลูกถึงกลับบ้านมืด ซึ่งคำบอกเล่าเหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในอีก 40 กว่าครอบครัวในโครงการ ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนให้เราอยากพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งกว่าเดิม”

ฐิติชญา กวนซัง

ด้าน พรสุรีย์ กอนันทา รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัทเชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัดกล่าวถึงความมุ่งมั่นของเชฟรอนในการสนับสนุนโครงการ “คนใต้หยัดได้” พร้อมตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพจิตในเด็กไทยว่า“เชฟรอน ในฐานะบริษัทพลังงานระดับโลก ให้ความสำคัญกับคำว่าปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง โดยคำว่าปลอดภัยในที่นี้ไม่ใช่เฉพาะแค่ทางกาย แต่รวมถึงพื้นที่ปลอดภัยทางจิตใจ หรือPsychological Safety ด้วย ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาที่เราได้ร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน ในโครงการคนใต้หยัดได้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทิศทางที่ดีขึ้นผ่านพลังของ Change Agents มากมาย โดยในปีนี้เรามุ่งเสริมสุขภาพใจให้ทุกฝ่ายผ่านคำว่า “สุขเป็น”เพื่อสร้างเสริมจิตวิทยาเชิงบวกในเยาวชนและครอบครัว เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่เยาวชน พร้อมขับเคลื่อนสังคมที่แข็งแรงทั้งกายและใจต่อไป”

โครงการ “คนใต้หยัดได้ สุขเป็น” ในปีนี้ถือเป็นการขยายแนวทางแก้ปัญหาเพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะเยาวชนโดยเฉพาะในมิติด้านสุขภาพจิต โดยการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันชีวิตผ่านคำว่า “สุขเป็น” ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ผ่านเลนส์แห่งความสุขที่สามารถเริ่มด้วยการเปลี่ยนมุมมองของเรา ผู้ที่สนใจข้อมูลหรือต้องการปรึกษาปัญหาด้านต่างๆ อ่านรายละเอียดและติดต่อโครงการได้ที่เพจเฟซบุ๊กคนใต้หยัดได้ ผ่านลิงก์ https://www.facebook.com/KhonTaiYaddDai 

พรสุรีย์ กอนันทา

โซไซตี้ : ‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/801518

โซไซตี้ : ‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

โซไซตี้ : ‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ เดินหน้าขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ เป็นประธานเปิดงาน วันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2567 พร้อมมอบโล่รางวัลให้กับองค์กรที่สนับสนุนงานด้านผู้สูงอายุ ซึ่ง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับโล่รางวัลในครั้งนี้ โอกาสนี้ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นได้ร่วมแสดงความยินดีกับ จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นตัวแทนรับมอบ

ด้าน จักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกิจการองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการนำศักยภาพเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้นแก่คนในสังคม รวมถึง “กลุ่มผู้สูงอายุ” ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณค่าและเป็นศูนย์รวมความรักความผูกพันของสมาชิกในครอบครัว โดยได้ดำเนินโครงการหลากหลายที่เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงอายุ อาทิ โครงการหาย(ไม่)ห่วง-ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ในการทำสายรัดข้อมือ(Wristband) ที่มี QR Code นวัตกรรมติดตามผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงพลัดหลง และหายออกจากบ้าน ให้กลับคืนสู่ครอบครัวได้อย่างปลอดภัยแล้ว โครงการเน็ตทำกิน-เสริมความรู้และยกระดับทักษะดิจิทัลให้แก่ผู้สูงอายุ เช่น การทำตลาดออนไลน์ พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจสูงวัยที่เติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงโครงการรู้ทันโลกออนไลน์-เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ผู้สูงอายุ ได้เรียนรู้ผ่านหลักสูตร “รู้ทันโลกออนไลน์” จากทรูปลูกปัญญา เพื่อรู้จักวิธีป้องกันภัยไซเบอร์ ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งการได้รับการประกาศเกียรติคุณในครั้งนี้จะเป็นกำลังใจให้ ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างสรรค์โครงการเพื่อผู้สูงอายุเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่ดีและน่าอยู่ร่วมกันต่อไป

โซไซตี้ : DMT สนับสนุนส่งเสริมสร้างอาชีพเสริมให้แก่คนในชุมชนรอบสายทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/800160

โซไซตี้ : DMT สนับสนุนส่งเสริมสร้างอาชีพเสริมให้แก่คนในชุมชนรอบสายทาง

โซไซตี้ : DMT สนับสนุนส่งเสริมสร้างอาชีพเสริมให้แก่คนในชุมชนรอบสายทาง

วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เป็นเวลากว่าสองทศวรรษที่ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง ESG ซึ่งประกอบไปด้วย การดูแลสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบต่อสังคมและการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน ทำให้สะท้อนความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปัจจุบัน “ความยั่งยืน” กำลังกลายเป็นบริบทสำคัญของโลกใบนี้ DMT ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบสายทางยกระดับอุตราภิมุข หรือห่างไกลจากพื้นที่มากว่ายาวนานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปาะบาง ได้แก่ เด็ก คนพิการและกลุ่มผู้สูงอายุ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติ (UN) เช่น การแก้ปัญหาความยากจน ความหิวโหย ลดความเหลื่อมล้ำไปจนถึงการสร้างหลักประกันสุขภาพและส่งเสริมสวัสดิการของประชากร ฯลฯ

โครงการ Tollway Better Way การอบรมส่งเสริมสนับสนุนสร้างอาชีพให้กับประชาชนเขตหลักสี่และเขตดอนเมือง หนึ่งในแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคมในการร่วมแก้ปัญหาสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้สามารถประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว

พลาดิสัย ใจทัศกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม เล่าว่า ได้ประสานงานฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคมกับเขตนำร่อง 2 เขต ได้แก่ เขตหลักสี่ 15 ชุมชนและเขตดอนเมือง 16 ชุมชน ใกล้เคียงกับพื้นที่ดำเนินการของบริษัทฯ กลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุในชุมชน วิชาชีพที่เปิดฝึกอบรมครั้งนี้ ได้แก่สานตะกร้าพลาสติก เบเกอรี่ และอาหารว่างงานเพ้นท์ ผ้ามัดย้อม ยาหม่องสมุนไพร เครื่องดื่มกาแฟสด โดยได้จัดหาวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ฝึกอาชีพกรุงเทพมหานครมาฝึกสอน ผู้ที่ซื้อหรือได้รับผลิตภัณฑ์ไปจากบริษัท มั่นใจได้ถึงการควบคุมคุณภาพของสินค้า

ในระหว่างการฝึกอบรม พี่ ป้า น้า อา สมาชิกในชุมชน และเพื่อนร่วมหลักสูตร ต่างตั้งอกตั้งใจฟังและลงมือปฏิบัติภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนาน หลายท่านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า รู้สึกมีความสุขมากกว่าอยู่บ้านเฉยๆ นอกจากจะได้งาน ได้ความรู้ ได้รายได้แล้ว ยังได้กระชับมิตรกับเพื่อนบ้านที่มาร่วมโครงการนี้ด้วย

DMT สนับสนุนสินค้า “ผลิตภัณฑ์ยาหม่องสมุนไพร” จากกลุ่มชุมชนพลอยไพลิน เขตดอนเมือง บรรจุรวมเป็นส่วนหนึ่งในกระเป๋ากันง่วง สำหรับมอบให้กับผู้ใช้ทางยกระดับดอนเมือง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา และคาดว่าหากผลิตภัณฑ์เริ่มเป็นที่รู้จัก และมีผู้สนใจเป็นจำนวนมากก็จะสามารถพัฒนาไปสู่วิสาหกิจชุมชนขนาดเล็กได้ในอนาคต และ DMT เองมีนโยบายที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เพื่อนำใช้ในกิจกรรมของบริษัท

พลาดิสัย ใจทัศกุล เล่าต่อว่า ภายหลังการฝึกอบรมและลงมือผลิตสินค้า บริษัทได้ทำการประเมินความพึงพอใจของชาวชุมชนพลอยไพลิน พบว่า ต่างมีความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการนี้มากถึง 92.5% และผู้ที่เข้าร่วมโครงการต่างเห็นว่า ความรู้ที่วิทยากรถ่ายทอดสามารถนำไปใช้ประกอบอาชีพได้จริง และยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ได้เห็น DMT ทำอย่างจริงจัง เน้นแนวทางการพัฒนาทั้งกระบวนการตั้งแต่การให้ความรู้ ฝึกปฏิบัติจริง ส่งเสริม สร้างโอกาสและสนับสนุนสินค้าที่มาจากฝีมือคนในชุมชนใกล้เคียง เพื่อการเติบโตควบคู่กันอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวทางนี้สามารถส่งต่ออนาคตการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับผู้คนในชุมชนรอบๆ อีกด้วย

โซไซตี้ : ‘Water Festival 2024 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย’ ครั้งที่ 9 เย็นฉ่ำ ชื่นใจ รับปีใหม่ไทย ณ คลองโอ่งอ่าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/800016

โซไซตี้ : ‘Water Festival 2024 เทศกาลวิถีน้ำ...วิถีไทย’ ครั้งที่ 9  เย็นฉ่ำ ชื่นใจ รับปีใหม่ไทย ณ คลองโอ่งอ่าง

โซไซตี้ : ‘Water Festival 2024 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย’ ครั้งที่ 9 เย็นฉ่ำ ชื่นใจ รับปีใหม่ไทย ณ คลองโอ่งอ่าง

วันเสาร์ ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

วันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย พินิจ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) เขตสัมพันธวงศ์ วัลลภ เกียรติวรศรีกุลผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ สุรพลเศวตเศรนี ประธานการจัดงาน WaterFestival 2024 วิรัช เมฆสัมพันธ์ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพิเศษสำนักกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ณภัชป์ รัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทสายน้ำแห่งวัฒนธรรม จำกัด และประชาชนทั่วไป ร่วมกิจกรรมตักบาตรทางน้ำ สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ในงาน “Bangkok Water Festival 2024 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” เย็นฉ่ำ ชื่นใจ ณ คลองโอ่งอ่าง

คลองโอ่งอ่าง-สะพานหัน-วัดบพิตรพิมุข อีกหนึ่ง Landmark การท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้งยังเป็นต้นแบบในด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์ (Landscape Improvement Project)ที่การันตีด้วยรางวัล Asian Townscape Awards จาก UN-Habitat Fukuoka ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ของสถานที่ในโลกที่ได้รางวัลนี้เมื่อปี 2022 ที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาเพลินใจไปกับ “เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ร่วมก้าวข้ามปีใหม่ไทยอย่างงดงามด้วยการไหว้พระขอพรเสริมสิริมงคลสืบสานประเพณีตักบาตรทางน้ำที่เนรมิตขึ้นอย่างดีงามตลอดสองฟากฝั่งริมคลองโอ่งอ่าง รับอรุณรุ่งในเช้าของวันปีใหม่ไทย