เลขายูเอ็นเตือนคนจะตายนับล้าน ถ้ายังปล่อยให้โควิดระบาดโดยไม่ตรวจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618299

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 17:30 น.

เลขายูเอ็นเตือนคนจะตายนับล้าน ถ้ายังปล่อยให้โควิดระบาดโดยไม่ตรวจ

ถึงเวลาแล้วที่ทุกประเทศจะร่วมมือกันรับมือกับโคโรนาไวรัส

อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (UN) เตือนหากยังปล่อยให้เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่กระจายโดยไม่มีการตรวจ พลเมืองโลกจะเสียชีวิตนับล้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศยากจน ทั้งยังเรียกร้องให้นานาประเทศร่วมมือกันเพื่อควบคุมภัยด้านสาธารณสุขที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบ 10,000 ราย

“เราต้องออกจากภาวะที่แต่ละประเทศต่างคนต่างรับมือ มาสู่การร่วมมือในระดับนานาชาติ รวมทั้งช่วยเหลือประเทศที่มีความพร้อมในการรับมือน้อย”

ด้านประเด็นเศรษฐกิจโลกนั้น เลขาธิการสหประชาชาติเผยว่าควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือกลุ่มคนที่เดือดร้อนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้มีรายได้น้อย ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ส่วนสถาบันการเงินระดับโลก อาทิ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ธนาคารโลก และองค์กรการเงินอื่นๆ ต้องมีหน้าที่หลักในการช่วยเหลือประเทศที่ยากลำบาก

ไฟโอลิมปิกถึงโตเกียว ท่ามกลางความไม่แน่นอนจัดแข่งตามกำหนดหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618298

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 16:48 น.

ไฟโอลิมปิกถึงโตเกียว ท่ามกลางความไม่แน่นอนจัดแข่งตามกำหนดหรือไม่

ญี่ปุ่นรับมอบไฟโอลิมปิกโตเกียว 2020 แล้ว แต่หนึ่งใน JOCเรียกร้องให้เลื่อนจัดงานไปก่อน

เปลวเพลิงกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติเดินจากกรีซมาถึงยังญี่ปุ่นแล้วในวันนี้ ( 20 มีนาคม) ซึ่งเป็นไปตามกำหนดเดิมของการจัดแข่งขันโอลิมปิกโตเกียว2020 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม

การมาถึงของไฟโอลิมปิกท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิดระบาดที่ยังคงไม่แน่นอน ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่ากำหนดการจัดการแข่งขันว่าจะเป็นไปตามกำหนดเดิมหรือไม่

Kaori Yamaguchi หนึ่งในคณะกรรมาธิการโอลิมปิกญี่ปุ่นระดับสูง (JOC) เผยกับสำนักข่าวนิกเคอิว่า ควรเลื่อนการจัดการแข่งขันออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันนักกีฬาไม่สามารถเตรียมตัวเพื่อลงแข่งได้

“เรากำลังทำให้นักกีฬาตกอยู่ในความเสี่ยง” Yamaguchi กล่าว “การให้พวกเขาฝึกต่อไปภายใต้ข้อจำกัดเช่นนี้ คณะกรรมาธิการโอลิมปิกสากล (IOC)กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับนักกีฬาเป็นอันดับแรก” “แตกต่างจากการแข่งขันกีฬาอื่น ๆ โอลิมปิกการแข่งขันเชิงสัญลักษณ์ของความคิดที่ว่ากีฬานำมาซึ่งสันติภาพของโลก”

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกไม่ควรจัดขึ้น “ถ้าผู้คนทั่วโลกไม่ได้รู้สึกสนุกร่วมด้วย” เธอกล่าว

อย่างไรก็ดี ในมุมของคณะกรรมาธิการโอลิมปิกสากล (IOC) โดยนาย Thomas Bach ประธานไอโอซี กล่าวในวันเดียวกันว่า จนถึงขณะนี้“ยังเร็วเกินไป”ที่จะบอกว่าโตเกียว2020 จะเลื่อนจัดงานหรือไม่  ไอโอซีกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบภายใต้คำแนะนำขององค์การอนามัยโลก แต่ในตอนนี้ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม

แพทย์อิตาลีติดโควิดกว่า 2,600 ราย ตายแล้ว 13 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618271

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 14:45 น.

แพทย์อิตาลีติดโควิดกว่า 2,600 ราย ตายแล้ว 13

ทีมแพทย์อิตาลีที่สู้กับโคโรนาไวรัสในแนวหน้าติด Covid-19 เสียชีวิตแล้ว 13 ราย ติดเชื้ออีก 2,629 ราย ขณะที่รัฐบาลยืดระยะเวลาปิดเมืองไปจนถึงเดือน เม.ย.

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์แห่งชาติอิตาลีเผยว่า ล่าสุดมีแพทย์เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย โดยทั้ง 5 รายอายุระหว่าง 62-73 ปี บางรายเป็นแพทย์เกษียณอายุแล้วและกลับมาช่วยรักษาคนในชุมชน รวมแล้วมีแพทย์เสียชีวิตทั้งหมด 13 ราย

นอกจากนี้ ยังมีแพทย์อีก 2,692 ราย หรือคิดเป็น 8.3% ของผู้ติดเชื้อทั้งประเทศ และ 0.3% ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขติดเชื้อโคโรนาไวรัส ทำให้เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวในยามที่ประเทศกำลังต้องการแพทย์มากที่สุด

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เป็นด่านหน้าและต้องสัมผัสโดยตรงกับผู้ติดเชื้อ และยังชี้ให้เห็นว่าอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อสำหรับทีมแพทย์ยังขาดแคลน

ขณะที่ โรแบร์ตา เร พยาบาลในโรงพยาบาลปิอาเซนซาในแคว้นเอมีเลียโรมานญาซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากแคว้นลอมบาร์ดี เผยกับสำนักข่าว Guardian ว่า “ฉันขอเปรียบประสบการณ์ครั้งนี้ว่าเหมือนกับสงครามโลก แต่มันเป็นสงครามที่ไม่สามารถใช้อาวุธแบบปกติต่อสู้ และเราก็ยังไม่รู้จักศัตรู ซึ่งทำให้การต่อสู้ยากขึ้น อาวุธเดียวที่เรามีเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงคือการอยู่บ้านและเคารพคำสั่งรัฐบาล ทำสิ่งที่ผู้คนในจีนทำและมันก็ได้ผลมาแล้ว”

เธอยังกล่าวอีกว่า “ปกติฉันเป็นคนที่มีความสุขนะ ฉันจะพูดคุยและล้อเล่นกับทุกๆ คน แต่ตอนนี้บางวันฉันก็ร้องไห้และหดหู่มาก”

เจ้าชายโมนาโกเคยเสด็จร่วมงานปริ้นชาลส์ ก่อนทรงประชวรโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618268

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 14:09 น.

เจ้าชายโมนาโกเคยเสด็จร่วมงานปริ้นชาลส์ ก่อนทรงประชวรโควิด

สัปดาห์ก่อนหน้าที่ประมุขแห่งโมนาโกจะประกาศติดเชื้อโควิด ทรงเสด็จออกงานร่วมกับเจ้าฟ้าชายชาสล์แห่งอังกฤษ

สืบเนื่องที่เมื่อวันพฤหสับดี (19 มีนาคม) สำนักพระราชวังโมนาโกออกแถลงการณ์ว่า เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 พระประมุขแห่งราชรัฐโมนาโก ทรงประชวรติดเชื้อไวรัสโควิด ซึ่งนับว่าพระองค์เป็นประมุของค์แรกของโลกที่ติดเชื้อดังกล่าว

ส่งผลให้สื่อในอังกฤษต่างรายงานว่า ช่วง9วันก่อนหน้านั้น เจ้าชายอัลแบร์แห่งโมนาโกทรงมีประวัติเสด็จมายังกรุงลอนดอน เพื่อเสด็จออกงานการกุศลร่วมกับเจ้าฟ้าชายชาลส์ โดยการนี้ทั้งสองพระองค์ยังร่วมโต๊ะประชุมหารือ และเสวยพระกระยาหารกลางวันร่วมกัน

สำหรับเจ้าชายอัลแบร์ทรงไม่ได้มีพระอาการรุนแรง และแยกประทับกักตัวในอพาร์เมนต์ส่วนพระองค์เพื่อทรงงานกับรัฐบาลต่อไปผ่านวิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ส่วนเจ้าฟ้าชายชาลส์ ทางพระตำหนักคลาเรนส์เฮาส์ และสำนักพระราชวังบักกิงแฮมยังไม่มีแถลงการณ์ใดๆอย่างเป็นทางการ มีเพียงสื่อในอังกฤษอ้างแหล่งข่าวในราชสำนักว่าพระองค์ยังไม่มีอาการประชวรใดๆ

จีนไม่เจอพลเมืองติดโควิดใหม่เป็นวันที่สอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618257

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 12:40 น.

จีนไม่เจอพลเมืองติดโควิดใหม่เป็นวันที่สอง

จีนไม่พบพลเมืองในประเทศติดโควิดรายใหม่เป็นวันที่สอง เจอแต่ผู้ติดเชื้อจากต่างชาติ 39 คน

สื่อทางการจีนรายงานว่าวันนี้ (20 มีนาคม) นับเป็นวันที่สองที่จีนไม่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสรายใหม่เป็นวันที่สองติดต่อกัน มีเพียงพบแต่ผู้ติดเชื้อที่เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 39 ราย

ขณะที่ยอดเสียชีวิตรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 3,248 เพิ่มจากวันก่อนหน้า 2 ราย

กลุ่มผู้ติดเชื้อใหม่ทั้ง 39 ราย พบมากสุดในมณฑลกวางตุ้ง 14 ตามด้วยเซี่ยงไฮ้ 8 และปีกกิ่ง 6 ส่วนที่เหลือกระจายในเทียนจิน เหลียวหนิง เจ้อเจียง และเสฉวน ส่วนผู้เสียชีวิตรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 3,248 เพิ่มจากวันก่อนหน้าเพียง 2 ราย

เจ้าชายอัลแบร์ที่2 ประมุขแห่งโมนาโก ประชวรติดเชื้อโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618246

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 10:53 น.

เจ้าชายอัลแบร์ที่2 ประมุขแห่งโมนาโก ประชวรติดเชื้อโควิด

เจ้าชายอัลแบร์ทรงถือเป็นพระประมุของค์แรกของโลกที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

สำนักพระราชวังโมนาโก ออกแถลงการณ์ระบุว่า เจ้าชายอัลแบร์ที่ 2 ประมุขแห่งโมนาโก พระชนมายุ 62 พรรษา ทรงประชวรด้วยการติดเชื้อไวรัสโควิด แต่พระอาการไม่รุนแรงมาก โดยทรงประทับกักตัวในอพาร์เมนต์ส่วนพระองค์เพื่อทรงงานต่อไปผ่านวิธีวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

ในคำแถลงของสำนักพระราชวัง พระองค์ยังทรงเรียกร้องให้ชาวโมนาโกปฏิบัติตามมาตรการกักกันตัวเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ

สำหรับโมนาโก ราชรัฐขนาดเล็กทางใต้ของฝรั่งเศสซึ่งมีประชากรราว 38,300 พบผู้ติดเชื้อโควิดสะสมรวมที่ 10 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

แคลิฟอร์เนียขอให้ประชาชน 40 ล้านอยู่แต่ในบ้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618244

วันที่ 20 มี.ค. 2563 เวลา 10:17 น.

แคลิฟอร์เนียขอให้ประชาชน 40 ล้านอยู่แต่ในบ้าน

ผู้ว่ารัฐแคลิฟอร์เนียออกคำสั่งให้พลเมือง 40 ล้านคน กักตัวอยู่แต่ในบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการระบาดโควิด หลังยอดติดเชื้อพุ่ง

นายเกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียได้ออกแถลงการณ์คืนววันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ให้พลเมืองของรัฐที่มีราว 40 ล้านคน อยู่แต่ในเคหะสถาน เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 หลังแคลิฟอร์เนียมียอดผูติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น 908 ราย เสียชีวิตแล้ว 18 คน

แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดเป็นอันดับสามของสหรัฐ รองจากอันดับสองรัฐวอชิงตันซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 1,376 ราย และอันดับหนึ่งรัฐนิวยอร์กซึ่งอยู่ที่อย่างน้อย 5,000 ราย

“เราจำเป็นต้องลดการแพร่กระจายของไวรัสในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งผมคิดว่าเราควรต้องทำอะไรให้มากขึ้นกว่าเดิม” นิวซอมกล่าว

เช่นเดียวกับนายเอริก การ์เซตติ นายกเทศมนตรีนครลอสแอนเจลิส ก็ได้ออกคำสั่งให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน และจำกัดการทำกิจกรรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมด

คำสั่งดังกล่าวมีข้อยกเว้นแต่ให้ประชาชนสามารถเดินทางไปซื้อของใช้ที่จำเป็นเช่น ร้านขายยา ซุปเปอร์มาร์เก็ต สถานีบริการน้ำมัน ส่วนโรงภาพยนตร์ โรงยิม บาร์และร้านอาหารจะถูกงดให้บริการชั่วคราวเช่นกัน เว้นแต่ร้านอาหารที่ให้บริการสั่งซื้อกลับบ้านหรือเดลิเวอร์รี่จะยังคงให้บริการอยู่

นอกจากนี้นายนิวซอมยังได้ส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีทรัมป์ว่า จากการประเมินของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐแคลิฟอร์เนียคาดว่า ชาวแคลิฟอร์เนียประมาณ 25.5 ล้านคน หรือ 56% ของจำนวนชาวแคลิฟอร์เนียทั้งหมด จะติดไวรัสโควิด-19 ในอีก 8 สัปดาห์ข้างหน้า เมื่อประเมินจากอัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

ด้วยเหตุนี้ ผู้ว่าฯ รัฐแคลิฟอร์เนียจึงขอให้ปธน.ทรัมป์ ส่งเรือพยาบาล USNS Mercy มายังท่าเรือลอสแอนเจลิสและให้ประจำการไปจนถึงวันที่ 1 ก.ย. เพื่อรับมือกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจนอาจเกินขีดความสามารถที่การบริบาลผู้ป่วยของรัฐจะรับไหว

สงครามไอโอ! รัสเซียปล่อยข่าวปลอมไวรัสทำยุโรปแตกตื่นจนแตกแยก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618214

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 22:24 น.

สงครามไอโอ! รัสเซียปล่อยข่าวปลอมไวรัสทำยุโรปแตกตื่นจนแตกแยก

สงครามไอโอกำลังดุเดือดระหว่างยุโรปกับรัสเซีย เช่นเดียวกับจีนที่โจมตีสหรัฐเช่นกัน

สำนักข่าวรอยเตอร์เข้าถึงเอกสารของสหภาพยุโรปที่ระบุว่า สื่อรัสเซียใช้แผนการบิดเบือนข้อมูลอย่างหนักเพื่อโจมตียุโรปและประเทศตะวันตกเพื่อปลุกปั่นให้หวาดกลัวการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่จนเกิดความตื่นตระหนกและเกิดความไม่ไว้วางใจในประเทศตะวันตก

เอกสารภายในลงวันที่ 16 มีนาคมระบุว่า “แผนการบิดเบือนข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญโดยสื่อของรัฐบาลรัสเซียและสื่อที่นิยมรัฐบาลรัสเซียเกี่ยวกับ COVID-19 กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้”

เอกสารชี้ว่า จุดประสงค์ของการบิดเบือนข้อมูลรัฐบาลรัสเซียคือการทำให้วิกฤตสาธารณสุขของประชาชนในประเทศตะวันตกรุนแรงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระดับครอบคลุมของรัฐบาลรัสเซียที่พยายามจะล้มล้างสังคมยุโรป

หน่วยงาน Stratcom East ของสหภาพยุโรปซึ่งจัดการกับการบิดเบือนข้อมูลที่เล็ดลอดออกมาจากรัสเซียกล่าวว่าพบการบิดเบือนข้อมูลเกือบ 80 รายเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม โดยข้อมูลบิดเบือนที่นำมาเผยแพร่คือไวรัสตัวนี้ถูกเพาะขึ้นมาโดยของมนุษย์ และเป็นอาวุธชีวภาพของประเทศตะวันตก”

แต่รัสเซียปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างแข็งขัน โฆษกกระทรวงต่างประเทศ Dmitry Peskov กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “หากมีตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมเพียงตัวอย่าวเดียว ผมก็จะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ แต่นี่เป็นอีกครั้งที่พวกเขาตั้งข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง”

สหรัฐเสนอแจกเงินประชาชนคนละ3หมื่น เด็กยังได้1.5หมื่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618218

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 21:41 น.

สหรัฐเสนอแจกเงินประชาชนคนละ3หมื่น เด็กยังได้1.5หมื่น

หลังจากญี่ปุ่นเสนอแจกเงินไป วันต่อมาสหรัฐเผยแผนการที่จะแจกเงินสดให้ประชาชนเช่นกัน

สตีเวน มนิวชิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐเสนอแผนการแจกเงินให้ประชาชนโดยตรงคนละ 1,000 เหรียญสหรัฐสำหรับผู้ใหญ่ (ราว 32,600 บาท) และแจกให้เด็กคนละ 500 เหรียญสหรัฐ (ราว 16,300 บาท) ภายในเวลา 3 สัปดาห์หากรัฐสภาสนับสนุนแผนการนี้

“ท่านประธานาธิบดีมีความมุ่งมั่นว่าเราจะให้การสนับสนุน” มนิวชิน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ Fox Business

แผนการแจกเงินสดให้กับครอบครัวชาวอเมริกันทุกคนกำลังเริ่มได้รับแรงสนับสนุนในสภาคองเกรส เนื่องจากเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหนุนเศรษฐกิจที่ใกล้จะหยุดชะงักเพราะผลกระทบจากการระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่

ในเวลานี้ชาวอเมริกันกำลังหยุดการใช้ชีวิตประจำวันแบบเดิมเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของไวรัส ซึ่งหมายถึงการหยุดการจับจ่ายตามปกติ ส่วนตลาดหุ้นยังติดลบต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องอาศัยการกระตุ้นการใช้จ่าย โดยรัฐบาลจะใช้วิธีแจกเงินเพื่อหมุนฟันเฟืองเศรษฐกิจให้ขับเคลือนอีกครั้ง

ทำเนียบขาวขอให้สภาคองเกรสเพิ่มเงินอีก 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้จะเป็นเงินสดที่แจกให้ชาวอเมริกันรวม 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนอีก 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐจะให้สายการบินที่ประสบปัญหากู้ยืม และ 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐจะอัดฉีดภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตนี้

วันที่โรคระบาดบุกสยาม เกิดอะไรขึ้นเมื่อคนไทย2ล้านคนติดเชื้อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/618205

วันที่ 19 มี.ค. 2563 เวลา 20:12 น.

 วันที่โรคระบาดบุกสยาม เกิดอะไรขึ้นเมื่อคนไทย2ล้านคนติดเชื้อ

นี่คือสงครามที่เอาชนะได้ยากที่สุด เมื่อทหารไทยไปรบกับโรคระบาดใหญ่ในยุโรปแต่นำมันกลับมาบ้านเกิดด้วย

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโรคระบาดที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อนโจมตีประเทศไทยจนเอาไม่อยู่ และมีประชาชนนับบ้านคนต้องติดเชื้อ? นี่ไม่ใช่สถานการณ์สมมติของโควิด-19 ที่อาจจะถล่มไทยในเร็วๆ นี้ แต่เป็นโรคระบาดที่เลวร้ายยิ่งกว่า เป็นการระบาดที่ถูกเปรียบเทียบกับโควิด-19

ในเดือนสิงหาคม 1918 ไข้หวัดใหญ่สเปนที่เริ่มเล่นงานสหรัฐอย่างหนักหน่วง ในเดือนกรกฎาคมมาโผล่ที่เมืองเบรสต์ ประเทศฝรั่งเศสพร้อมกับทหารอเมริกันที่เดินทางมาช่วยฝ่ายสัมพันธมิตร แต่เชื้อไวรัสได้กลายพันธุ์จนมีความรุนแรงกว่า ในช่วงเดียวกันนั้นสงครามโลกครั้งที่ 1 กำลังรุนแรงขึ้นทุกวัน

ก่อนหน้านั้น 1 เดือนกองกำลังทหารอาสาจากประเทศสยามได้เดินทางมาถึงเมืองมาร์กเซยเมืองท่าทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเพื่อมาช่วยฝ่ายสัมพันธมิตรรบ ในเวลานั้นทหารชาวสยามยังห่างไกลจากโรคระบาดเพราะเมืองเบรสต์อยู่ทางตอนเหนือ แต่พวกเขาจะไม่มีทางรอดจากมัน เพราะต้องขึ้นเหนือไปที่แนวรบอยู่ดี

ในเวลานั้นความสนใจยังมุ่งอยู่ที่การรบ บันทึกจากยุคนั้นก็ให้น้ำหนักไปที่การรบมากว่าและเอ่ยถึงโรคระบาดเล็กน้อย ทั้งๆ ที่โรคนี้กำลังฆ่าคนอย่างรวดเร็วและในอนาคตมันจะทำให้ประชากรโลกติดเชื้อไปถึง 25–30%

ในหนังสือ “แหล่เทศน์ประวัติกองทหารบกรถยนตร์ ซึ่งไปในงานพระราชสงคราม ทวีปยุโรป” แต่งโดย สิบเอก เคลือบ เกษร ทหารชาวสยามที่ไปรับในฝรั่งเศสและเยอรมนีเล่าถึงการเสียชีวิตของทหารสยามหลายคนด้วยอาการที่เรียกว่า “โรคอนิวมูเนีย” หรือนิวมอเนีย (โรคปอดบวม) โดยบอกว่าเป็นเพราะอากาศที่หนาวจัดจน “บางคนทนหนาวจนปอดตัวเสีย”

สิบเอก เคลือบ เกษรได้บันทึกชื่อทหารสยามที่หนาวตาย (หรือตายเพราะนิวมอเนีย) เอาไว้ทุกคนตั้งแต่พลทหาร จนถึงนายทหาร แม้แต่แพทย์รักษาทหาร เช่น นายดาบเยื้อน สังอยุธ ก็เสียชีวิต และมีนายหนึ่งถูกระเบิดจนได้รับบาดเจ็บพอรักษาหายก็มาเป็นนิวมอเนียเสียชีวิต

สิบเอก เคลือบเล่าไว้ว่า “ผู้ที่หนาวตายในกองรถยนตร์ รวมได้แปดคนไม่กลับเมืองไทย” อาการของผู้ป่วยมีตั้งแต่มีไข้หวัด หมดสติ หนาวสั่นจนขยับตัวไม่ได้

ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่มีทหารชาวสยามเสียชีวิตในการรบเลย แต่ในบรรดาทหาร 19 นายที่สละชีพในสงครามโลกครั้งที่ 1 มีถึง 10 นายต้องเสียชีวิตในโรงพยาบาลเพราะสิ่งที่สิบเอกเคลือบเรียกว่า “นิวมอเนีย”

นักวิชาการทุกวันนี้ระบุว่าสิ่งที่สิบเอก เคลือบคิดว่าเป็นนิวมอเนียนั้นที่แท้จริงแล้วมันคือไข้หวัดใหญ่สเปนที่ระบาดไปทั่วสมรภูมิของสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้ทหารอเมริกันตายนอกสนามรบยิ่งกว่าในสนามรบ แต่ในขณะเดียวกันไข้หวัดใหญ่ก็ระบาดในหมู่ศัตรูคือฝ่ายฝ่ายมหาอำนาจกลางจนติดเชื้อกันมาก บั่นทอนแสนยานุภาพการรบจนต้องยอมแพ้ในที่สุด

แต่ไข้หวัดใหญ่สเปนทำไมจึงถูกเข้าใจว่าเป็นโรคปอดบวม?

นั่นก็เพราะไข้หวัดใหญ่สเปนไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้คนตาย เพราะในไข้หวัดใหญ่สเปนนอกจากจะมีเชื้อไข้หวัด (influenza) ยังมีโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial pneumonia) เป็นสาเหตุที่ทำให้เสียชีวิตด้วย พูดง่ายๆ ก็คือเมื่อติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แล้วนอกจากป่วยเป็นไข้หวัดแล้วยังอาจป่วยเป็นโรคปอดด้วยเพราะมันเล่นงานระบบทางเดินหายใจไปพร้อมๆ กัน

แต่จากการศึกษาโดยสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ (NIAID) พบว่า โรคปอดบวมต่างหากที่ทำให้คนตายมากที่สุดในการระบาดเมื่อปี 1918 จากการศึกษาตัวอย่างปอดของคนไข้เมื่อ 100 ปีก่อนที่เก็บรักษาเอาไว้

ดังนั้นที่สิบเอก เคลือบ เกษรบอกว่าทหารสยามเสียชีวิตเพราะนิวมอเนียจึงไม่ใช่ความเข้าใจผิดเสียทีเดียว แต่เป็นความจริงที่คนสมัยนั้นไม่ทราบ กว่าจะทราบก็ใช้เวลาอีก 100 ปีต่อมา

อาการเหล่านี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับการระบาดของโควิด-19 พอสมควรเพราะไม่ใช่แค่ไข้หวัดเท่านั้นที่เล่นงานร่างกาย แต่เป็นอาการปอดอักเสบ/ปอดบวมด้วย

เมื่อทหารอาสาเดินทางจากยุโรปกลับมาที่สยาม พวกเขาได้นำโรคระบาดใหม่กลับมาด้วย และมันระบาดในประเทศอย่างหนัก ในปีพ.ศ. 2462 (ค.ศ. 1919) ประชากรของประเทศสยามอยู่ที่ 8,478,566 คน มีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ถึง 2,317,633 คน คิดเป็นอัตราการติดเชื้อถึง 36.6%

ชาวสยามเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่สเปนถึง 80,263 คน คิดเป็นอัตราการเสียชีวิต 1.0%

ในเวลานั้นประเทศสยามยังแบ่งการปกครองเป็นมณฑลเทศาภิบาลต่างๆ ปรากฎว่ามณฑลที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ มณฑลปราจีน (ได้แก่เมืองปราจีนบุรี เมืองชลบุรี เมืองนครนายก เมืองฉะเชิงเทรา เมืองบางละมุง เมืองพนัสนิคม และเมืองพนมสารคาม) มีผู้ติดเชื้อคิดเป็นร้อยละของประชากร 42.3%

แต่มณฑลที่มีคนเสียชีวิตมากที่สุดคือมณฑลพายัพ (นครเชียงใหม่บวกกับเมืองแม่ฮ่องสอนและเมืองเชียงราย นครลำปาง นครลำพูน นครน่าน นครแพร่ เมืองเถิน) มีอัตราการตาย 1.5%

ไข้หวัดใหญ่สเปนเป็นภัยคุกคามที่เลวร้ายที่สุดในเวลานั้น นับเป็นโชคร้ายที่ประเทศสยามพบกับโรคระบาดติดต่อกันถึง 3 ปีซ้อน ดังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสว่า “ไม่มีเหตุใดจะเปรียบเทียบได้กับกาฬโรคเมื่อ พ.ศ. 2460 หรือไข้หวัดใหญ่ พ.ศ. 2461 หรืออหิวาตกโรคเมื่อ พ.ศ. 2462”

แต่หลังจากสามปีแห่งความยากลำบาก วิบากกรรมของประเทศสยามก็จบสิ้นลง

แต่ไข้หวัดใหญ่ยังคงแผลงฤทธิ์ต่อไปจนถึงปี พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920) ในปีสุดท้ายของการระบาดนั้น สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ในฐานะรัชทายาทของประเทศสยามทรงประชวรด้วยโรคไข้หวัดใหญ่/ปวดบวม จนทิวงคตระหว่างเสด็จไปยังสิงคโปร์

แม้ว่าจะยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัด แต่นักวิชาการต่างชาติบางคนเชื่อว่าทิวงคตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่สเปน

ในวันนี้ โควิด-19 กลายเป็นโรคระบาดใหญ่โรคใหม่ที่เข้ามารุกรานประเทศไทย สถานการณืเริ่มที่จะใกล้เคียงการระบาดของไข้หวัดสเปนเมื่อ 100 กว่าปีก่อน เมื่อ รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ คาดการณ์ว่าในระยะ 12 เดือน อาจจะมีผู้ติดเชื้อในไทยถึง 1.1 ล้านคน

แต่สิ่งที่ต่างจากไข้หวัดสเปนคือ หากครั้งนี้มีผู้ติดเชื้อหลักล้านจริง แต่ 80% จะมีอาการน้อย ส่วนไข้หวัดสเปนมีอัตราการตายสูงมาก

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

ภาพทหารอาสาชาวสยามกำลังเดินทางไปแนวหน้าของสงครามโลกครั้งที่ 1 จากหนังสือ Fighting America’s fight