เปิดลายแทง…วันนี้กินอะไรดีที่ CentralwOrld #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/640227

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 10:30 น.เปิดลายแทง...วันนี้กินอะไรดีที่ CentralwOrldอร่อยได้ทั้งปีไม่มีซ้ำ CentralwOrld รวมร้านมากที่สุด อร่อยที่สุด ครบที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 215 ร้าน ในคอนเซ็ปต์ Endless Discovery wOrld of Food พร้อมเผยลายแทง 8 สายความอร่อย ตอบโจทย์คำถามฮิตติดปาก “วันนี้กินอะไรดี?”

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชู The Biggest Food Destination ศูนย์การค้าที่รวมร้านอาหารมากที่สุดในเอเชีย สร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ เปิดตัวคอนเซ็ปต์ endless discovery wOrld of food มอบประสบการณ์ความอร่อยไม่มีที่สิ้นสุด อร่อยได้ทั้งปีไม่มีซ้ำ

  • ร้านมากที่สุดในเอเชีย ที่เดียวที่รวมร้านอาหารชื่อดังทั้งในประเทศและจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 215 ร้าน มาไว้บนพื้นที่กว่า 46,000 ตร.ม. ใหญ่เทียบเท่า 3 สนามฟุตบอล
  • อร่อยที่สุด รวมหลายร้านอาหารดังมิชลินสตาร์ และมิชลินไกด์ไว้ในที่เดียว
  • ครบที่สุด ตั้งแต่วัตถุดิบอาหารสด, ร้านอาหารทุกประเภท, Café society ที่มีร้านกาแฟ และ Café ขนมหวานเยอะที่สุด ไปจนถึง สถาบันสอนทำอาหารระดับโลก
  • ครั้งแรก ครีเอท ‘ฟู้ดไบเบิ้ล’ ลงลึกทุก Lifestyle insight ของการทานอาหารทุกรูปแบบ ทั้งหมด 8 สายความอร่อย ตอบโจทย์คำถามฮิตติดปาก “วันนี้กินอะไรดี?”

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สร้างปรากฏการณ์โลกแห่งอาหารครั้งยิ่งใหญ่ จัด Exclusive long table diner เปิดตัวคอนเซ็ปต์ “centralwOrld endless discovery wOrld of food” ชู The Biggest Food destination ที่รวบรวมร้านอาหารชื่อดังทุกรูปแบบไว้มากที่สุดในโลกถึง 215 ร้านมากกว่า 10 สัญชาติทั่วโลกไว้ในศูนย์การค้า มอบประสบการณ์ความอร่อยไม่สิ้นสุด ตั้งแต่วัตถุดิบอาหารสดคุณภาพดี, ร้านอาหารทุกสไตล์, Street Foods, Café society ที่มี café มากที่สุด ไปจนถึงสถาบันสอนทำอาหารระดับโลกแห่งเดียวในไทยอย่าง Le Cordon Bleu Dusit ตอบทุกไลฟ์สไตล์ ทุกแพชชั่นการกินและการทำอาหารอย่างแท้จริง ตอกย้ำเซ็นทรัลเวิลด์ในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหาร (Food Destination) ที่หลากหลายที่สุดเพื่อให้ทุกคนที่มาได้รับประสบการณ์ความอร่อยร่วมกัน และดื่มด่ำกับโลกของอาหารในแบบของตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สองผู้บริหารเจาะลึกไลฟ์สไตล์การทานอาหารของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน และร่วมเผยโฉมโลกแห่งอาหารที่เซ็นทรัลเวิลด์เป็นครั้งแรก เริ่มด้วย ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ประเทศไทยถือได้ว่าเป็น Food heaven ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ดังนั้นการมี Food destination ในศูนย์การค้าที่ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย และถือเป็นหนึ่งในอันดับต้นๆ ของโลก จะเป็น Impactful magnet ที่สำคัญของประเทศไทย อีกทั้งประเทศไทยยังมีร้านอาหารขายตลอด 24 ชั่วโมง มี Street food ชื่อดังมากมายให้ทานได้ตลอดเวลา เฉลี่ยแล้วใน 1 วัน คนไทยบริโภคมากถึง 7 มื้อ ดังนั้น เซ็นทรัลเวิลด์ในฐานะการเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ เราจึงรวบรวมร้านอาหารอร่อยทุกรูปแบบมาไว้ในที่เดียวมากถึง 215 ร้านซึ่งมากที่สุดในโลก และครบทุกประเภท เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหาร (Food Destination) ที่หลากหลายที่สุดเพื่อให้ทุกคนที่มาได้รับประสบการณ์ความอร่อย และดื่มด่ำกับโลกของอาหารในแบบของตัวเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพราะเราให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ด้านอาหาร” (Food Experience) เพราะเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่จะหาไม่ได้จากโลกออนไลน์ นอกจากนี้ ภายในเดือน ธันวาคม 2563 – มกราคม 2564 จะมีร้านอาหารใหม่กว่า 10 ร้านที่เป็นร้านดังจากต่างประเทศและร้านอาหารที่คว้าดาวมิชลินมาเปิดให้บริการที่เซ็นทรัลเวิลด์เพิ่มเติม อาทิ Tsuta ร้านราเมนร้านแรกของโลกและร้านแรกของญี่ปุ่นที่ได้รับ 1 Michelin Star เมื่อปี 2015 และร้าน Kam’s Roast Goose ร้านห่านย่างเจ้าดังจากฮ่องกง การันตีความอร่อยระดับ 1 ดาวมิชลินถึง 5 ปีซ้อนที่จะมาเดือน ม.ค. 64, TP Tea by Chun Shui Tang ต้นตำรับชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลก, The Cassette Music Bar เตรียมยกบรรยากาศยุค 90’ และเพลงดังสุดฮิตให้มาย้อนเวลาไปพร้อมกัน, ร้าน Seoul Garden ปิ้งย่างชื่อดังสุดฮิตจากเกาหลีที่แรกในไทย เป็นต้น”

ทางด้าน อิศเรศ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขาย บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลเวิลด์เป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่รวมร้านอาหารชื่อดังทุกรูปแบบไว้มากที่สุด เพราะแต่ละคนมีความชอบ และ Passion เรื่องอาหารที่แตกต่างกัน และคนหนึ่งคนก็สามารถ Create their own experiences ในแต่ละครั้งที่มาได้ไม่เหมือนกัน และอาหารเป็นเรื่องของ Passion เป็นความชอบที่ไม่มีรูปแบบตายตัว เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคยกับคำถาม ‘วันนี้จะกินอะไรดี?’ และยิ่งมาที่เซ็นทรัลเวิลด์ที่ทั้งใหญ่และกว้างมาก หลายคนรู้ว่ามีร้านอาหารเยอะ แต่ไม่รู้ว่ามีร้านอะไรบ้าง และอยู่ตรงไหน

เราจึงได้นำจุดนี้มาสร้างเป็น Food Bible ที่จะทำให้คำถามที่ว่า วันนี้จะกินอะไรดี? หมดไป โดยเราได้ข้อมูลเจาะลึกมาจาก Lifestyle Insight ในการทานอาหารของคนในปัจจุบัน จากร้านอาหารทั้งหมด 215 ร้าน แบ่งออกได้เป็น 8 สายความอร่อย ได้แก่

1. สายแข็งชาบู-ปิ้งย่าง จำนวน 14 ร้าน แบ่งเป็น ชาบู-สุกี้ยากี้ 9 ร้าน และปิ้งย่าง 5 ร้าน ชาบู สุกี้ ปิ้งย่างหลากหลายสัญชาติ เหมาะกับทั้งครอบครัว, สายสุขภาพ, Meat lover อาทิ Shabushi, Charna, MK Live, Momo paradise Gold, Tajimaya Yakiniku, Nice Two Meat U Haidilao หม้อไฟชื่อดังที่มาเปิดสาขาแรกในไทย และล่าสุด Sukishi Prime ที่เปิดตัว Korean Omakase ครั้งแรก

2. สายมิชลิน (Michelin Star & Michelin Guide) 9 ร้าน โดยมีร้านมิชลินเปิดใหม่แห่งแรกในไทย 2 ร้าน ได้แก่ Tsuta, Kam’s Roast Goose และ มิชลินไกด์อีก 7 ร้าน

3. สายคาเฟ่ของหวาน (Café society & wOrld of dessert) ที่นี่เป็น Café society ที่มี Café เยอะที่สุด ถึง 100 ร้าน แบ่งเป็น ร้านชานมไข่มุก 18 ร้าน, คาเฟ่เบเกอรี่ 23 ร้าน, ของหวาน 59 ร้าน

· ร้านกาแฟชื่อดัง อาทิ The Coffee Academics, Host & Amber, Roast, Pacamara, Red diamond และ มี Starbuckถึง 4 สาขา รวมถึง Starbuck Reserve Café สาขาที่ใหญ่ที่สุดของไทย ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลกรองจากจีน

· ของหวาน ขนมและชา อาทิ TP Tea ต้นตำรับชานมไข่มุกเจ้าแรกของโลกจากไต้หวัน, Xing Fu Tang ชานมไข่มุกอันดับหนึ่งของไต้หวัน, Anri bakery พายแอปเปิ้ลชื่อดังของญี่ปุ่น, After You, Yomie’s rice, Zakuzaku, Paris Mikki, Paul, Eric Kayser

4. สายอินเตอร์ (Asian Lifestyle & Inter’ Food) รวม 45 ร้านดัง 10 สัญชาติไว้ในที่เดียว แบ่งเป็น อาหารจีน 5 ร้าน, มาเลเซีย สิงคโปร์ 2 ร้าน, ญี่ปุ่น 24 ร้าน, เกาหลี 3 ร้าน, ตะวันตก 11 ร้าน, อินเดีย 1 ร้าน, สเปน 2 ร้าน, อิตาลี 4 ร้าน, เวียดนาม 1 ร้าน

5. สาย Thai Taste 16 ร้าน มีตั้งแต่อาหารไทยต้นตำรับ เมนูหาทานยาก ไปจนถึงอาหารไทยฟิวชั่น แบ่งเป็น อาหารไทย 9 ร้าน, อาหารไทยอีสาน 3 ร้าน, ซีฟู้ด 4 ร้าน

6. สายกินง่ายๆ กินเร็ว เน้นจานเดียว (Quick Service Restaurant, Food World, Live House) จำนวน 14 ร้าน แบ่งเป็น ร้านอาหารจานเดียว 8 ร้าน, ร้านก๋วยเตี๋ยว 3 ร้าน และฟาสต์ฟู้ด 3 อาทิ ร้าน Easy Buddy ร้านกะเพราสูตรเด็ดของเชฟบัดดี้, ฉัน (Chunn), บุญปาก&เฮือนนูน่า, ทองสมิทธิ์ เป็นต้น

7. สายปาร์ตี้แฮงค์เอ้าท์ (Everyday Hangout & Exquisite Bar) รวม 15 ร้านกินดื่มยอดฮิตจากหลายสัญชาติไว้ในที่เดียว ตอกย้ำการเป็น Hangout Destination Landmark ดีที่สุดใจกลางกรุงเทพ อาทิ Brangus by Bluegold, Kenshin Izakaya, HOBS, ชงเจริญ, Greyhound Café, กินเฮ Wine Connection, Wine I Love You, Italian Osteria, Hyde & Seek Peek-A-Boo, Everseoul OT, Hiyaku และ Coming soon กับ The Cassette Music Bar, โค อันลิมิเต็ด และ Spanish Tapas Bar

8. สายครีเอทีฟคุ้กกิ้ง (Creative Cooking) 2 แห่ง ได้แก่ ABC Cooking Studio สตูดิโอสอนทำอาหารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และ Le Cordon Bleu Dusit สถาบันสอนทำอาหารระดับโลกระดับไอวี่ลีกของสายอาหาร เปิดสอน 20 ประเทศทั่วโลก โดยในเอเชียมี 9 สาขา ใน 8 ประเทศ และมีสาขาหนึ่งเดียวในไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์

Festive Season ฤดูกินฟินข้ามปี ชวนชิมเมนูพิเศษเทศกาลแห่งความสุขที่ ‘ซิซซ์เล่อร์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/640221

วันที่ 14 ธ.ค. 2563 เวลา 09:30 น.Festive Season ฤดูกินฟินข้ามปี ชวนชิมเมนูพิเศษเทศกาลแห่งความสุขที่ 'ซิซซ์เล่อร์'ซิซซ์เล่อร์ เปิดตัวเทศกาล “Festive Season ฤดูกินฟินข้ามปี” ควงศิลปินระดับโลก ปล่อยคอลเลกชัน “SIZZLER x SUNTUR” พร้อมชวนชิมเมนูพิเศษเทศกาลแห่งความสุข

โพสต์ทูเดย์ ชวนทุกคนมาพบกับหลากหลายเมนูน้องใหม่ของ ซิซซ์เล่อร์ ที่จะมาสร้างสีสันให้กับเหล่าลูกค้าที่มาฉลองที่ซิซซ์เล่อร์ในช่วงส่งท้ายปีเก่า กับเทศกาล Festive Season ฤดูกินฟินข้ามปี ไม่ว่าจะเป็นเมนูสเต๊กปลาเก๋า เมนูเซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ เมนูแพนเชตต้า เมนูพรีเมียมแพลตเตอร์ฟอร์ทรี ที่แชร์ความอร่อยกันได้ถึงสามคน หรือเมนูแพลตเตอร์ฟอร์ทู สำหรับคู่ซี้คู่รัก พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยการจับมือกับศิลปินขวัญใจสายมินิมอล SUNTUR (ซันเต๋อ) เปิดคอลเลกชันเฟสทีฟรับช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ทั้งแก้ว สมุดโน้ต สเปรย์แอลกอฮอล์ ชวนให้สายอาร์ตสายชิคมาสะสม และนอกจากคอลเลกชันดังกล่าวแล้วยังมีสินค้าใหม่ อย่าง เฟสทีฟ คุกกี้ เซตมาเป็นอีกหนึ่งสินค้าน่าชิม เหมาะสำหรับซื้อไปไว้ทานเล่นเคี้ยวเพลินหรือจะมอบให้เป็นของขวัญสุดพิเศษในช่วงปีใหม่ก็ถูกใจผู้รับ โดยบรรดาเมนูใหม่ของซิซซ์เล่อร์จะเปิดให้ทุกคนมาฉลองกันได้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 – 24 มกราคม 2564 และ “ซิซซ์เล่อร์ x ซันเต๋อ” คอลเลกชันเฟสทีฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น และ เฟสทีฟ คุกกี้ เซต จะเปิดให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2563 – 24 มกราคม 2564 นี้เท่านั้น

นายกรีฑากร ศิริอัฐ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ใน เครือ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารภายใต้แบรนด์ ซิซซ์เล่อร์ กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขช่วงส่งท้ายปี ที่หลาย ๆ คนมักจะเลือกมาใช้เวลาคุณภาพและทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพถือเป็นการให้รางวัลแก่ตัวเองและคนที่เรารัก ซิซซ์เล่อร์จึงถือโอกาสเปิดตัวเทศกาล “Festive Season ฤดูกินฟินข้ามปี” ต่อยอดความพิเศษให้กับเหล่าลูกค้าซิซซ์เล่อร์ด้วย เมนูอาหารใหม่ ๆ ที่จะมาเติมความสุขทุกตารางนิ้วของซิซซ์เล่อร์ และ คอลเลกชันเฟสทีฟ “Sizzler x SUNTUR” ผ่านความร่วมมือกันระหว่างซิซซ์เล่อร์และศิลปินขวัญใจชาวมินิมอลลิสต์อย่าง ซันเต๋อ ที่จะมาเป็นอีกหนึ่งสินค้าไฮไลท์ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองสำหรับลูกค้าซิซซ์เล่อร์ทุกท่าน ไม่ว่าจะซื้อไปใช้เอง หรือ ให้คอลเลกชันนี้เป็นตัวแทนการส่งต่อคำขอบคุณและความรู้สึกดี ๆ แก่คนใกล้ตัว

นางนงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอสแอลอาร์ที จำกัด ในเครือเดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการร้านอาหารภายใต้แบรนด์ ซิซซ์เล่อร์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสพิเศษส่งท้ายปี ซิซซ์เล่อร์ถือโอกาสต่อเติมความสุขของทุกคน ด้วย 3 เมนู “Festive Season ฤดูกินฟินข้ามปี” ที่มีลักษณะโดดเด่นแตกต่างกันออกไป ได้แก่

เมนูสเต๊กปลาเก๋า เสิร์ฟพร้อมสลัดแซลมอนมะม่วง คร็อกเก็ตกุ้ง และซอสครีมแซลมอน (Grilled Grouper Steak with Salmon Salad, Prawn Cake & Salmon Sauce) สุขภาพดีไปกับ สเต๊กปลาเก๋า กรอบหนังฉ่ำเนื้อ เสิร์ฟพร้อมสลัดแซลมอนมะม่วงหวานเปรี้ยวที่ใช้ผักและอะโวคาโดคุณภาพจากโครงการหลวง คร็อกเก็ตกุ้งกรอบเด้ง และซอสครีมแซลมอนรสละมุน ในราคา 649 บาท

เมนูเซิร์ฟ แอนด์ เทิร์ฟ เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิล และซอสพริกไทยดำ (Surf & Turf with Mashed Truffle & Black Pepper Sauce) เนื้อสตริปลอยด์หนานุ่มเต็มคำนำเข้าจากออสเตรเลียมาพร้อมกุ้งเนื้อแน่น ทานคู่กับมันบดทรัฟเฟิลหอมนุ่ม และซอสพริกไทยดำเข้มข้น ในราคา 799 บาท

เมนูแพนเชตต้า เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิล และซอสพริกไทยดำ (Crispy Pancetta Pork with Mashed Truffle & Black Pepper Sauce) หมูกรอบสไตล์อิตาเลียนเนื้อเน้น ๆ เสิร์ฟพร้อมมันบดทรัฟเฟิลหอมนุ่ม ผักเครื่องเคียงหวานกรอบจากโครงการหลวง และซอสพริกไทยดำเข้มเข้น ในราคา 589 บาท

นอกจากนี้ ยังมีอีกสองเมนูแพลตเตอร์สุดพรีเมียม เหมาะสำหรับการแชร์ความอร่อยกันหลายคน ได้แก่ เมนูพรีเมียมแพลตเตอร์ฟอร์ทรี (Premium Platter for Three) เมนูพรีเมียมแพลตเตอร์ สำหรับ 3 ท่าน ที่รวมเอาหลากหลายความอร่อยมาไว้ในจานเดียว ทั้งขาหมูทอดกรอบชิ้นโต แซลมอนและกุ้งสกิวเวอร์ 3 ไม้ สลัดโคลสลอว์หวานกรอบ และ อีกหนึ่งนางเอกของแพลตเตอร์คือ ทรัฟเฟิลฟรายส์หอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมหลากหลายซอสชูความอร่อย แถมฟรีสลัดบาร์สำหรับ 3 ท่าน ในราคา 999 บาท

และเมนูแพลตเตอร์ฟอร์ทู (Premium Platter for Two) เมนูแพลตเตอร์ สำหรับ 2 ท่าน เหมาะสำหรับเหล่าเพื่อนซี้ คู่รัก และการทานพร้อมกับคนสำคัญ ที่มีทั้ง ซี่โครงหมูซอสบาร์บีคิวหวานหอมฉ่ำซอส และ ไก่ย่างสไปซี่ เสิร์ฟพร้อมมันอบร้อน ๆ แถมฟรีสลัดบาร์สำหรับ 2 ท่าน ในราคา 699 บาท

นอกจากเมนูดังกล่าวซิซซ์เล่อร์เปิดตัว เฟสทีฟ คุกกี้ เซต (Festive Cookies Set) อีกหนึ่งสินค้าน่าชิมมาให้เลือกอร่อยถึง 3 รสชาติ ได้แก่ ดับเบิ้ลช็อกโกแลต คาราเมลแมคคาเดเมีย และ แครนเบอร์รีไวท์ช็อกโกแลตชิพ ในราคาเพียงกล่องละ 199 บาทจากราคาปกติ 225 บาท พร้อมด้วยโปรโมชันต้อนรับเทศกาลแห่งการให้ ซื้อ 4 กล่องฟรีอีก 1 กล่อง

พิเศษมากขึ้นด้วยการต่อยอดจากหลากหลายเมนูความอร่อยในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองนี้คือ คอลเลกชันเฟสทีฟ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ทางซิซซ์เล่อร์ได้ดึงเอาศิลปินระดับโลกอย่าง SUNTUR (ซันเต๋อ) มาช่วยเนรมิตหลากหลายโปรดักท์สุดชิคในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองเอาใจสายมินิมอลลิสต์ทั้งหลาย ได้แก่ แก้วทัมเบลอร์ สมุดโน้ตเฟสทีฟสไตล์มินิมอลที่มีมาให้เลือกถึง 4 แบบให้เลือกสะสม และสเปรย์แอลกอฮอล์ขนาดพกพา ที่มี 3 แบบให้เลือกสะสม

นายยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล (ซันเต๋อ) ศิลปินระดับโลกเบื้องหลังคอลเลกชัน “ซิซซ์เล่อร์ x ซันเต๋อ” ได้พูดถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดของคอลเลกชันใหม่ร่วมกับซิซซ์เล่อร์ว่า คอลเลกชันใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการดึงเอาคาแรคเตอร์ของซิซซ์เล่อร์ ทู โก ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง มาถ่ายทอดออกมาเป็นภาพซิตี้บอย สปอร์ตเกิร์ล และ ปาร์ตี้เกิร์ล ที่มีความทันสมัย กระฉับกระเฉง สื่อถึงความเป็น ซิซซ์เล่อร์ ทู โก ที่ตอบโจทย์เหล่าคนเมืองที่ต้องหมั่นดูแลสุขภาพและเลือกสรรอาหารคุณภาพในชั่วโมงเร่งด่วน พร้อมถือตัวโปรดักท์ของซิซซ์เล่อร์ ทู โก ไปไหนมาไหนด้วย พร้อมเพิ่มพลังความอร่อยได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งรายละเอียดของลายเส้นที่ใช้ในงานนี้จะมีลักษณะลายเส้นที่เรียบง่าย ทำให้เข้าถึงทุกเพศทุกวัย เปรียบเสมือนแบรนด์ของซิซซ์เล่อร์เอง ที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัย และ เลือกใช้สีสันที่สื่อถึงช่วงเทศกาลเฟสทีฟ ชวนให้ทุกคนหวนคิดถึงช่วงเวลาอันดีทุกครั้งที่หยิบมาใช้

บรรดาเมนูใหม่ในเทศกาลแห่งสุข “Festive Season ฤดูกินฟินข้ามปี” พร้อมให้ทุกท่านมาตักตวงช่วงเวลาแห่งความสุขได้ตั้งแต่ 16 ธันวาคม 2563 ถึง 24 มกราคม 2564 นี้เท่านั้น ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อฝ่ายประชาสัมพันธ์ “ซิซซ์เล่อร์” โทรศัพท์ 02-365-6934 เฟซบุ๊กแฟนเพจ www.facebook.com/SizzlerThai หรือ www.sizzler.co.th

บุฟเฟ่ต์โฉมใหม่ “พระยา คิทเช่น” ชิมสูตรอาหารไทยตำรับดั้งเดิมที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/640158

วันที่ 13 ธ.ค. 2563 เวลา 10:08 น.บุฟเฟ่ต์โฉมใหม่ “พระยา คิทเช่น” ชิมสูตรอาหารไทยตำรับดั้งเดิมที่ตกทอดรุ่นสู่รุ่นสิ้นสุดการรอคอย “พระยา คิทเช่น” พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์โฉมใหม่ จะสายซีฟู้ดหรือสายเนื้อ ก็เลือกอิ่มอร่อยได้เต็มที่

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

โพสต์ทูเดย์กินเที่ยวครั้งนี้เอาใจคนรักอาหารไทย ชวนไปกันที่ห้องอาหารพระยา คิทเช่น เต็มอิ่มกับบุฟเฟ่ต์อาหารไทยในโรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ที่กลับมาให้บริการบุฟเฟ่ต์รูปแบบใหม่ บอกก่อนเลยว่าไม่ว่าคุณจะเป็นสายซีฟู้ดหรือสายเนื้อ ก็เตรียมตัวอิ่มวนไป และพิเศษสำหรับมื้อค่ำวันเสาร์และอาทิตย์ กับการเพิ่มไลน์ปูนานาชนิดและดนตรีสด ให้มื้อค่ำวันหยุดสุดสัปดาห์ฟินกว่ามื้อไหนๆ

สำหรับ พระยา คิทเช่น เป็นห้องอาหารไทยตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ นำเสนอเรื่องราวการเดินทางของอาหารจากตำรับไทยดั้งเดิมและการปรุงอย่างพิถีพิถัน เพื่อการรับประทานอาหารบุฟเฟ่ต์ในคอนเซ็ปต์ใหม่ ที่ซึ่งอดีต ปัจจุบัน และอนาคตจะผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน และจากนี้ไปในทุกๆ วันเรื่องราวของอาหารไทยจะได้เขียนขึ้นใหม่อีกครั้ง

ส่วนที่เลื่องชื่อลือชาด้านอาหารไทยเป็นพิเศษ เพราะเหล่าทีมเชฟได้นำสูตรอาหารไทยตำรับดั้งเดิมที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมาเนรมิตเป็นเมนูอาหารมานำเสนอแก่นักชิม โดยเป็นอาหารที่หารับประทานได้ยากจากทุกภูมิภาคของเมืองไทย และไม่ได้มีอยู่ในห้องอาหารของโรงแรมชั้นนำทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแกงคั่วปูใบชะพลูที่ใช้ล็อบเตอร์ตัวโตๆ น้ำพริกอ่อง หลนปูเค็ม เล้งแซ่บ แกงหมูชะมวง และก๋วยเตี๋ยวเรือรสจัด 

และแม้จะเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารไทย แต่ที่นี่ก็ยังมีเมนูนานาชาติพร้อมเสิร์ฟเพื่อความหลากหลาย เริ่มด้วยมุมอาหารญี่ปุ่นพร้อมเสิร์ฟซาชิมิสดใหม่ หรือมุมเยาวราชที่จะเสิร์ฟคุณด้วยติ่มซำหลากหลาย กระเพาะปลาน้ำแดง มาโผเต้าหู้ และสำหรับท่านที่ชื่นชอบอาหารฝรั่ง พลาดไม่ได้กับซุปเห็ดทรัฟเฟิล พาสต้าทำสดใหม่ และบาร์บีคิว

สำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำ ไฮไลท์คงหนีไม่พ้น“ซีฟู้ด วอลล์” (Seafood Wall) และ พาเหรดเนื้อ   ที่มีอาหารทะเลสดและเนื้อมาให้คุณมาเลือกตามใจชอบและนำไปให้เชฟบริการปรุงสด ไม่ว่าจะเป็น กุ้งลายเสือ กุ้งแม่น้ำ กั้งกระดาน หอยนางรม หอยตลับ หอยแมลงภู่ หอยหวาน พิเศษขึ้นไปอีกสำหรับมื้อค่ำวันเสาร์และวันอาทิตย์ เพิ่มเติมด้วยกองทัพปูนานาชนิดไม่ว่าจะเป็น ปูทะเล ปูลายเสือ ปูม้า ปูจั๊กจั่นและปูนิ่ม และฟินขึ้นไปอีกกับดนตรีสดเสริมให้บรรยากาศมื้อค่ำนี้เพลินกว่ามื้อไหนๆ

สำหรับสายเนื้อ ฟินไปกับเนื้อดรายเอจ บีฟ สเต๊ก (Dried Age Beef Steak) เนื้อเซอร์ลอยสเต๊ก (Sirloin Steak), แฟรงค์สเต๊ก (Flank Steak), ริบอาย  (Ribeye) และท็อปไซด์ (Top Side)

อย่าเพิ่งรีบอิ่ม! โปรดเก็บท้องไว้ปิดท้ายมื้อนี้กับความหวานกันด้วย เพราะของหวานของที่นี่มีดีไม่แพ้ที่ไหนๆ ไม่ว่าจะเป็นขนมไทย ขนกเค้ก ไอศกรีม 

ไปพิสูจน์ความอร่อยแบบไทยแท้กันได้แล้ววันนี้ที่ห้องอาหาร “พระยา คิทเช่น” โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์  มื้อกลางวัน  วันศุกร์ (1,088++ บาท) , วันเสาร์ – วันอาทิตย์ (1,388++ บาท มีซีฟู้ดวอลล์และเนื้อ) ส่วนมื้อค่ำ วันพุธ – วันศุกร์ (1,388++ บาท มีซีฟู้ดวอลล์และเนื้อ) วันเสาร์ – วันอาทิตย์ (1,688++ บาท ซีฟู้ดวอลล์และเนื้อ เพิ่มไลน์ปู และดนตรีสด) พิเศษกับแพ็คเกจฟรีโฟล์วน้ำผลไม้และน้ำอัดลม ชา กาแฟไทย 200++ บาท สำรองที่นั่งและข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02 088 5666

AVA Wine Bar & Restaurant นัดแฮงค์เอาท์เบาๆ กับเดอะแก๊ง @สุขุมวิท 11 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/640006

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 11:05 น.AVA Wine Bar & Restaurant นัดแฮงค์เอาท์เบาๆ กับเดอะแก๊ง @สุขุมวิท 11ช่วงเทศกาลแห่งความสุขแบบนี้ ใครกำลังมองหาสถานที่แฮงค์เอาท์กับเดอะแก๊ง AVA Wine Bar & Restaurant พร้อมรองรับทุกความต้องการ

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ

อยากจะนั่งฟังเพลงชิลๆ บิวด์อารมณ์ หรือสังสรรค์เฮฮาปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อน ย่านสุขุมวิทเป็นอีกตัวเลือกที่เดินทางสะดวกสุดๆ จริงไหม โพสต์ทูเดย์ ขอแนะนำ AVA Wine Bar & Restaurant ร้านที่อยู่คู่กับสุขุมวิท 11 มานานกว่า 20 ปี แต่ไม่ลดดีกรีความเก๋าทั้งเมนูอร่อยและเครื่องดื่ม

ร้านนี้บรรยากาศเหมาะสำหรับสังสรรค์ในวันแสนพิเศษทั้งกับครอบครัวและเพื่อนๆ สไตล์การตกแต่งเน้นใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้โซฟาเบาะหนังประดับด้วยภาพวาดและดอกไม้ให้กลิ่นอายของบ้านในประเทศอิตาลี

เมนูแนะนำ อาทิ เซ็ตหอยนางรม เลือกใช้หอยนางรมที่ส่งตรงจากเกาหลี สดใหม่ ไซส์ใหญ่ ไร้ความคาว ให้รสชาติหวาน กินแล้วสดชื่นสัมผัสถึงมหาสมุทรสุดพรรณา เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิhมซีฟู้ดรสแซ่บน้ำพริกเผาหอมเจียวกระถินหรือจะกินกับเลมอนแบบฝรั่งก็ให้รสชาติอร่อยไม่แพ้กัน

ต่อที่ AVA ทาปาส จานแชร์ริ่งกินสนุกๆ กับเมนูบาร์บีคิวเสียบไม้รสชาติเข้มข้น มีทั้งบาร์บีคิวหมูและบาร์บีคิวกุ้งเนื้อหวานฉ่ำ ขนมปังฝรั่งเศส แฮมและชีส เสิร์ฟมาพร้อมซอสรสเด็ด 3 แบบทั้งซอสพริกซอสมะเขือเทศและซอสซีฟู้ดรสโดนใจกดไลค์ให้รัวๆ

เบาๆ กันต่อด้วย เปาะเปี๊ยะเวียดนามสด แป้งห่อบางๆ เนื้อเนียนนุ่ม ห่อมากับผัดสดๆ พร้อมน้ำจิ้มหวานนิดๆ เรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว

ถึงคิวของหนัก เริ่มด้วยซิกเนอเจอร์เมนู สะโพกเป็ดกงฟี เนื้อนุ่มหนังกรอบ ราดซอสเวเนก้า เสิร์ฟพร้อมมันบดและผักสลัด บีฟเลิฟเวอร์ต้องสั่ง สเต๊กเนื้อ USA เนื้อนุ่ม เลือกความสุกได้ทุกระดับ เสิร์ฟกับซอสไวน์แดง

ปิดท้ายด้วยเมนูที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงอย่าง ขาหมูเยอรมัน ขาหมูที่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศชิ้นโตๆ ผ่านกรรมวิธีสูตรพิเศษต่างๆ นานาจนกว่าจะมาเป็นเมนูสุดอร่อยที่จัดเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร ให้ความกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ไทย หรือจะเลือกทานคู่กับซอสไตปลาที่ AVA Wine Bar & Restaurant ก็จัดให้ได้

นัดรวมตัวกันครั้งหน้านึกถึง AVA Wine Bar & Restaurant ร้านอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 11 มากินของอร่อยแบบนี้ในราคาเริ่มต้นที่ 150 บาท เปิดบริการตั้งแต่เวลา 17.00-24.00  น. สอบถามได้ที่โทรศัพท์ 08 1817 5719 / 09 1645 8291/ 0 2651 2989 เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/AVABarWine-RoomResturant-212734785422965/

3 เวลา 3 อารมณ์ ณ เย่า เรสเตอรองท์ แอนด์ รูฟท็อป บาร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/640024

3 เวลา 3 อารมณ์ ณ เย่า เรสเตอรองท์ แอนด์ รูฟท็อป บาร์

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 09:55 น.3 เวลา 3 อารมณ์ ณ เย่า เรสเตอรองท์ แอนด์ รูฟท็อป บาร์เย่า เรสเตอรองท์ แอนด์ รูฟท็อป บาร์ มาที่เดียวได้สัมผัสทั้งมื้ออาหารจีนสไตล์โมเดิร์นไชนีส อาฟเตอร์นูนทีสไตล์เซี่ยงไฮ้ พลบค่ำดื่มด่ำวิวพาโนรามาบนรูฟท็อป ชิมเมนูติ่มซำดีๆ เครื่องดื่มเริ่ดๆ

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ 

…11.30-14.30 น.

ช่วงเวลาอาหารเที่ยง

เพลิดเพลินไปกับอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นไชนีสหลากหลายเมนูในบรรยากาศผ่อนคลายและเป็นส่วนตัว ที่ห้องอาหารเย่า เรสเตอรองท์ พร้อมบริการห้องไพรเวทหลายขนาดเหมาะสำหรับทุกโอกาสพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นมื้ออาหารสำหรับสนทนาธุรกิจ มื้อสังสรรค์กับเพื่อนและครอบครัว พร้อมสรรพด้วยติ่มซำ ของนึ่ง ของทอด ซุป อาหารจานผัด และขนมหวาน

อร่อยจุใจกับติ่มซำหลากหลายเมนู เช่น เสี่ยวหลงเปา ฮะเก๋าไส้กุ้งและตับห่าน ซี่โครงหมูนึ่งซอสเต้าซี่ ซาลาเปาไส้ไข่เค็มลาวา หอยจ้อปูและปลาห่อฟองเต้าหู้ ซุปเสฉวนรสกลมกล่อม  ลิ้มลองความอร่อยของเส้นบะหมี่ดึงมือสด เหนียวนุ่ม เพิ่มรสชาติความกลมกล่อมด้วยซอสหมูสับผัดซอสเสฉวน อร่อยถูกปากถูกใจคนรักอาหารจีน

ส่วนแฟนพันธุ์แท้เป็ดปักกิ่ง ห้ามพลาดเป็ดตัวโตหนังกรอบเนื้อนุ่มอบด้วยไม้ลิ้นจี่ หอมละมุนทานคู่กับแผ่นแป้งนุ่มๆ เสิร์ฟพร้อมผักเคียง ซอสฮอยซิน ซอสลิ้นจี่ และไข่ปลาคาเวียร์ เพิ่มความกลมกล่อมด้วยซุปเป็ดและบ๊วยดอง 

ห้องอาหารเย่า เรสเตอรองท์ เปิดให้บริการทุกวัน มื้อเที่ยงเวลา 11.30-14.30 น. และมื้อค่ำเวลา 18.00-22.30 น. ดูเมนูเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ www.yaobangkok.com หรือโทร. 02 088 5666

…14.30-17.00 น.

จิบน้ำชายามบ่าย 

Chinese Afternoon Tea ดื่มด่ำชุดน้ำชายามบ่ายสัญชาติจีน ที่เย่า ที รูม รวบรวมชาดอกไม้ระดับพรีเมี่ยมคัดพิเศษ ไม่ใส่สี ไม่ใส่น้ำตาล  เสิร์ฟพร้อมอาหารว่างสไตล์จีนและติ่มซำ เพื่อความสุนทรีย์ในยามบ่ายพร้อมวิวมหานครและแม่น้ำเจ้าพระยา พบกับชาดอกไม้ (ไม่มีกาเฟอีน) มีให้เลือก 4 ชนิด  Easter Lilly Tea (ชาอีสเตอร์ลิลลี่), Germanys Rose Tea (ชากุหลาบเยอรมัน), Taiwan Lotus Flower Tea (ชาดอกบัวไต้หวัน), Himalayas Jasmine Tea (ชามะลิหิมาลัย) ชาจีน (มีกาเฟอีน) มีให้เลือก 2 ชนิด Highland Oolong Tea (ชาไฮแลนด์อู่หลง), Pu-Erh Aged Buttons Yunnan (ชายูนนานผู่เอ๋อร์) มีบริการเสิร์ฟทั้งร้อนและเย็น

เสิร์ฟมาพร้อมอาหารว่างสไตล์จีน มีทั้งเป๋าฮื้อหมักซอสสาเกถั่วเหลือง, เกี๊ยวทอดไส้ปูและชีส,กุ้ยช่ายทอดไส้ปลาและกุ้ง, ฮะเก๋าไส้กุ้ง, ซาลาเปาไส้ไข่เค็มลาวา, รังนกและวุ้นว่านหางจระเข้, น้ำลูกสำรองแช่เย็น  ส่วนของหวาน มีทั้ง เย่ามาการอง, สโคนชาดำ, ช็อกโกแลต 

Chinese Afternoon Tea Set พร้อมให้บริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.30-17.00 น. ราคา 1,288 บาท++ ต่อเซ็ตสำหรับ 2 ท่าน 

17.00-00.00 น.

…รูฟท็อปบาร์สไตล์เซี่ยงไฮ้

ชมพระอาทิตย์ตกดิน ดื่มด่ำกับมุมมองใหม่ ณ เย่า เรสเตอรองท์ แอนด์ รูฟท็อป บาร์ พบกับร้านอาหารจีนและเอาท์ดอร์บาร์สไตล์โมเดิร์นไชนีสบนชั้นสูงสุดของโรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ตื่นตากับบาร์เปิดโล่งตกแต่งสไตล์จีนโมเดิร์น สามารถจิบค็อกเทลและอาหารเบาๆ พร้อมดื่มด่ำกับทิวทัศน์กรุงเทพมหานครและแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนแสงแดดระยิบระยับจนกลายเป็นสีทอง มองเส้นขอบฟ้าที่เรืองรองอันน่าประทับใจแม้จะเป็นครั้งแรกที่มาเยือน 

สำหรับการสังสรรค์ในบรรยากาศสุดชิค ขอแนะนำเครื่องดื่มเพื่อความสดชื่นผ่อนคลายที่มีเตรียมไว้บริการหลากหลาย โดยเฉพาะค็อกเทลซิกเนเจอร์ เช่น Shanghai, The City “Upon The Sea” แก้วที่ได้แรงบันดาลใจจากหอไข่มุกของเซี่ยงไฮ้ เป็นคอกเทลสีม่วงเหมือนสีของหอคอย สัญลักษณ์ของเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเล และอีกหลายรายการที่รังสรรค์มาเพื่อความรื่นรมย์ของผู้มาเยือน อาหารเบาๆบนบาร์เก๋แห่งนี้ ก็ได้รับอิทธิพลจากเซี่ยงไฮ้เช่นเดียวกัน แต่ประยุกต์ให้ทันสมัย ผ่านการนำเสนอที่มีสไตล์ เช่น ติ่มซำ  ไก่ทอดผัดพริกกรอบสไตล์เสฉวน และพลาดไม่ได้กับบะหมี่เส้นสด คลุกกับซอสหมูสับแบบเผ็ด

สัมผัสประสบการณ์ความอร่อยได้ทุกวัน ที่เย่า เรสเตอรองท์ แอนด์ รูฟท็อป บาร์ ได้ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. สำหรับมื้อกลางวัน และมื้อเย็น 18.00-22.30 น. ชุดชายามบ่ายมีบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 14.30 -17.00 น. และเย่า รูฟท็อป บาร์ ให้บริการเวลา 17.00-00.00 น. ที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่โทร. 02-088 5666 หรือ www.bangkokmarriottsurawongse.com 

ตลาดคริสต์มาสในฝัน @ซิงก์ เบเกอรี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/640020

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 19:59 น.ตลาดคริสต์มาสในฝัน @ซิงก์ เบเกอรี่ พบกับ “เซ็นทารา ลิตเติ้ลคริสต์มาสมาร์เก็ต” เมื่อซิงก์ เบเกอรี่ เนรมิตตลาดคริสต์มาสในฝัน พบกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้! ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์เท่านั้น

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ขอเชิญคุณและครอบครัวร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสกับ “เซ็นทารา ลิตเติ้ลคริสต์มาสมาร์เก็ต” ตั้งแต่วันนี้ – 06 มกราคม 2564 ซิงก์เบเกอรี่ ชั้น G เพลิดเพลินกับดินแดนมหัศจรรย์ท่ามกลางฤดูหนาวที่ตกแต่งอย่างสวยงามและอบอุ่นร่างกายด้วยไวน์ร้อน “Glühwein”, ช็อกโกแลตร้อนรสกลมกล่อม หรือกาแฟอิตาเลียนรสดีสักแก้ว

ปีนี้ซิงก์เบเกอรี่นำเสนอขนมแสนอร่อยสุดตระการตาด้วยคุกกี้คริสต์มาสที่มีให้เลือกมากถึง 24 ชนิด อาทิ ขนมชินนาม่อน, คุกกี้เฮเซลนัทรสน้ำผึ้ง, ขนมปังทรัฟเฟิล, คุกกี้รสวานิลลา และ ยังมีขนมนานาชาติอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โลลีป๊อป, สโนว์แมน,ขนมปังสโตนเลน, ขนมปังขิง, ขนมปังปาเน็ตโทน, เค้กขอนไม้ ฯลฯ ถ้าคุณโชคดี คุณอาจเจอซานต้าคลอสขี่กวางเรนเดียร์ที่นี่ ก็เป็นได้!

ไปช้อปให้เพลิดเพลินในดินแดนมหัศจรรย์ท่ามกลางฤดูหนาวแบบนี้ ได้ที่ ซิงก์ เบเกอรี่ ชั้น G โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 19.00 น. สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2100-1234 ต่อ 6485 ติดตามข่าวสารห้องอาหารของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ได้ที่ เฟสบุ๊ก: Centara Grand at CentralWorld อินสตาแกรม: Centaragrand_Centralworld

ให้ทุกมื้อมีแต่ความประทับใจ อิ่มเอมความอร่อยไปกับ Patio at Emquartier #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/639848

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 14:10 น.ให้ทุกมื้อมีแต่ความประทับใจ อิ่มเอมความอร่อยไปกับ Patio at EmquartierPatio at Emquartier ลิสต์ร้านโปรดในดวงใจที่อยากเชียร์ให้ไปลอง ร้านอร่อยสไตล์ Home Kitchen ที่รังสรรค์สารพันเมนูอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ทุกมื้อของคุณเป็นมื้อที่มีแต่ความประทับใจ

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

ครั้งนี้โพสต์ทูเดย์กินเที่ยว พามาที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ห้างหรูชื่อดังใจกลางกรุง พร้อมแนะนำ Patio at Emquartier (พาทิโอ แอท เอ็มควอเทียร์) อีกหนึ่งร้านอร่อยที่เปิดใหม่เอาใจคนรักอาหารอินเตอร์สไตล์ Home Kitchen ทั้งในรูปแบบ Bistro Bakery Coffee พร้อมทั้งยกระดับอาหารไทยด้วยวัตถุดิบที่พรีเมี่ยมกว่าใคร โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะทั้งรสชาติและหน้าตา ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งร้านที่ดูเรียบง่ายแต่อบอุ่น กรุ่นกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติด้วยแสงสว่างที่ส่องผ่านกระจกเข้ามา สอดรับกับสีเขียวของต้นไม้ บอกเลยว่าใครได้มานั่งพักต้องหลงรักกับความสบายๆ รู้สึกรีแลกซ์เหมือนได้ชาร์จแบตไปในตัว

ประเดิมความประทับใจด้วยเครื่องดื่มที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย จะเลือกเติมความสดชื่นระหว่างวันด้วยเมนูกาแฟรสชาติเข้มข้น หอมกรุ่น สดชื่นตื่นตัวจนหยดสุดท้าย หรือเลือกความเข้มข้นแบบกลมกล่อมกับเมนูช็อกโกแลตเต็มๆ แก้ว ละเมียดละไมไปกับการจิบชาอุ่นๆ สูดกลิ่นหอมๆ หรืออยากได้ความรู้สึกซาบซ่าก็ต้องเมนูอิตาเลียนโซดา รีเฟรชชิ่งสุดๆ

ด้านเมนูความอร่อย ขึ้นชื่อว่า Patio ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ครบครันทั้ง Appetizer, Soup, Pasta, Pizza, Rice & Noodle, Main Course ตบท้ายด้วยของหวานอีกเพียบ เริ่มกันที่ Caramelized pumpkin & pickled beetroot salad เมนูแนะนำที่อยากให้ลอง อิ่มเอมกับรสชาติและรสสัมผัสที่อร่อยลงตัวด้วยความหวานและฉ่ำของเนื้อฟักทองจากการ Caramelize เติมความเฟรชด้วยวัตถุดิบ Organic ที่หลากหลาย ทั้งบีทรูท ทับทิมอินเดีย เมล็ดฟักทอง ผักสลัดสดๆ พร้อมน้ำสลัดผสมวาซาบิสูตรพิเศษเฉพาะของ Patio

ต่อด้วยความอร่อยสุดขีดที่คนรักชีสต้องติดใจของ Quesadilla truffle เมนูเคซะธียาแป้งเหนียวนุ่มสอดไส้ชีสฟอนทีน่าเยิ้มๆ เข้มข้นเต็มคำ ผสมผสานกับทรัฟเฟิลส่งกลิ่นหอมเย้ายวน เสิร์ฟคู่กับโตเมโต้ซัลซ่าสูตรพิเศษ ทานตอนย่างมาร้อนๆ เสิร์ฟมาใหม่ๆ ให้ 10 เต็ม 10

เอาใจคนรักของทอดด้วยเมนู Fish & chips สัมผัสความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อปลากะพงที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ นำไปฟิลเลย์แล้วทอดจนแป้งกรอบ แต่เนื้อปลาด้านในยังนุ่มชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมเฟรนซ์ฟรายส์ทอดกรอบกินเพลิดๆ และทาร์ทาร์ซอสรสเด็ด ตามมาด้วยซูกีนี่ไบท์ Zucchini bites with garlic aioli ปลาหมึกทอดกรอบ Crispy fried calamari with tartar sauce และปีกไก่ทอดหาดใหญ่ Southern Crispy Chicken Wings

จัดหนักกับเมนู Sticky barbecue pork ribs ซี่โครงหมูบาร์บีคิวเนื้อนุ่มชุ่มซอส กลิ่นหอมมาก เสิร์ฟพร้อมหัวหอมทอดและข้าวโพด ถัดมาเป็น Wagyu rump café de Paris เนื้อวากิวรัมพ์นุ่มแทบละลายในปาก ทานคู่กับซอสคาเฟ่เดอปารีส ซอสเนยกระเทียมที่รสเข้มข้นเข้ากันเป็นอย่างดี เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ให้เพลิดเพลินกับเมนูรับวันหยุดสุดสัปดาห์ได้อย่างลงตัว

คนรักเส้นแนะนำเมนูพาสต้าแบบไม่เลี่ยนอย่าง คาเปลินี่ปูนิ่มและเนื้อปูคั่วพริกกระเทียม และคาเปลินี่ล็อบสเตอร์ผัดพริกกระเทียมสด สองเมนูพาสต้ารสค่อนข้างจัดจ้าน ทานได้บ่อยๆ ไม่มีเบื่อ

ส่วนใครที่ชื่นชอบรสชาติอาหารไทย Patio at Emquartier มีเมนูคุ้นเคยที่อัพเกรดความอร่อยด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม อาทิ ข้าวผัดกะเพราะเนื้อวากิวและไข่ดาวเยิ้มๆ เมนูขายดีจากสาขา Patio at Twenty-Six ที่ลูกค้าถามหา บะหมี่ล็อบสเตอร์ผัดพริกไทยดำ ข้าวผัดกากหมูปลาแซลมอน ข้าวขาหมูเยอรมันทอดกรอบผัดพริกขี้หนูสด และข้าวผักปูคั่วพริกเกลือ

ปิดท้ายมื้อแห่งความอร่อยด้วยเมนูของหวานที่ใครต่อใครก็หลงใหลในความเนียนนุ่มและรสชาติแสนอร่อยกับเมนู Crepe Suzette เครปเนื้อเนียนนุ่มแป้งบาง ราดด้วยซอสส้มชุ่มๆ ได้รสหวานซ่อนเปรี้ยว กินคู่กับไอศกรีมวานิลลา และเมนูของหวาน เค้ก เบอเกอรี่อีกมากมาย

ตามมาลิ้มลองความอร่อยที่หลากหลายจากความตั้งใจ เพื่อให้ทุกมื้อของคุณเป็นมื้อที่มีแต่ความประทับใจ ได้ที่ พาทิโอ แอท เอ็มควอเทียร์ (Patio at Emquartier) ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ ชั้น 2 ตึกเฮลิกซ์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. สอบถามโทร. 02 – 003 – 6124 เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/patiobkk และ email : patio_emq@snpfood.com

เปิดแล้ว!! โรงแรม Holiday Inn แห่งที่ 11 ในประเทศไทยเปิดให้บริการที่อีสเทิร์นซีบอร์ด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/639885

วันที่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 13:33 น.เปิดแล้ว!! โรงแรม Holiday Inn แห่งที่ 11 ในประเทศไทยเปิดให้บริการที่อีสเทิร์นซีบอร์ดโรงแรม Holiday Inn & Suites Siracha Laemchabang เปิดให้บริการแล้ว โรงแรม Holiday Inn แห่งที่ 11 ในประเทศไทยเปิดให้บริการที่อีสเทิร์นซีบอร์ด

IHG (InterContinental Hotels Group) หนึ่งในบริษัทชั้นนำของโลกด้านธุรกิจโรงแรม ได้ประกาศเปิดตัวโรงแรม Holiday Inn and Suites Siracha Laemchabang ขนาด 347 ห้องที่สร้างขึ้นใหม่ในศรีราชา โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจสำคัญในอีสเทิร์นซีบอร์ด ประเทศไทย ไม่ไกลจากท่าเรือแหลมฉบังและท่าเรือศรีราชาฮาร์เบอร์ จึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้เข้าพักที่กำลังมองหาการบริการที่มีประสิทธิภาพและไว้ใจได้ โดยมีสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายชวนสำราญใจที่ผู้เข้าพักจะมาพร้อมกับเพื่อนร่วมงาน เพื่อนๆ และครอบครัว

การออกแบบแนวอุตสาหกรรมสะท้อนถึงตำแหน่งที่ตั้งโรงแรม Holiday Inn & Suites Siracha Laemchabang ตั้งอยู่ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิโดยขับรถไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และ 45 นาทีจากสนามบินอู่ตะเภา ทำให้สะดวกในการเดินทางสู่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังและเกาะสีชังที่สวยงาม ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนชั้นนำในจังหวัดชลบุรี โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ใหม่ล่าสุดคือ Origin District Laemchabang ซึ่งมีร้านอาหาร คลินิกทันตกรรม ร้านยา ร้านทำผม ร้านดอกไม้ และร้านสะดวกซื้อมากมาย

ห้องพักทั้งหมดได้รับการออกแบบด้วยความเป็นอุตสาหกรรมร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท่าเรือแหลมฉบัง ตามสัญญาของแบรนด์ Holiday Inn ซึ่งรับประกันความสบายใจและความสะดวกของผู้เข้าพัก โรงแรม Holiday Inn & Suites Siracha Laemchabang ประกอบด้วย ห้อง Superior King และ Twin รวม 226 ห้องรวม พร้อมพื้นที่ทำงานที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์โดยคำนึงถึงนักท่องเที่ยวในปัจจุบันทำให้สามารถทำงานและพักผ่อนได้ทุกที่ในห้อง

อีกทั้งยังมีห้องสวีทแบบ 1 และ 2 ห้องนอนที่กว้างขวางจำนวน 121 ห้อง พร้อมมุมครัว การออกแบบห้องพักเหมาะสำหรับทั้งนักธุรกิจและครอบครัวที่มาพักผ่อนในวันหยุด เพราะนอกจากห้องครัวที่มาพร้อมด้วยอุปกรณ์ครบครัน เรายังมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นที่แยกออกมาจากห้องนอนไว้สำหรับดูทีวีและทานข้าว แต่ละห้องยังมีระเบียงที่กว้างขวางให้คุณได้เห็นทิวทัศน์เมืองศรีราชาอีกด้วย 

สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น สระว่ายน้ำแบบไร้ขอบกลางแจ้ง ศูนย์ออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ห้องนวดส่วนตัวพร้อมนักบำบัดที่ผ่านการรับรอง ห้องอบไอน้ำ ในขณะที่โครงการ Kids Stay & Eat Free และสโมสรของเด็กๆ ทำให้โรงแรมแห่งนี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับครอบครัว IHG Connect ซึ่งมอบประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบไร้รอยต่อ มีให้บริการแก่ผู้เข้าพักเช่นกัน

ห้องอาหาร Level 8 Kitchen & Bar ของโรงแรม Holiday Inn & Suites Siracha Laemchabang ที่เปิดให้บริการตลอดวันให้บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์รวมถึงอาหารกลางวันและอาหารเย็นแบบตามสั่งโดยให้บริการอาหารท้องถิ่นและนานาชาติขนานแท้พร้อมที่นั่งทั้งในร่มและกลางแจ้ง

The Hub Bar & Deli ในล็อบบี้ของเรา เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนสบายๆ กับไวน์สักแก้ว คุยกับเพื่อนๆ หรือรับประทานอาหารว่างกับกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์

สถานที่อเนกประสงค์สำหรับทุกโอกาสโรงแรม Holiday Inn & Suites Siracha Laemchabang ออกแบบมาเพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและเป็นมิตรสำหรับนักธุรกิจที่ใช้เวลาอยู่นอกบ้าน มีพื้นที่นัดพบกว้างขวางพร้อมห้องบอลรูมขนาด 290 ตารางเมตร ซึ่งจุคน 250 คนได้อย่างกำลังดี ห้องจัดงานห้าห้องของเราสามารถรองรับได้ตั้งแต่การประชุมขนาดเล็กที่มีผู้เข้าร่วม 10 คน ไปจนถึงการรับประทานอาหารค่ำจำนวน 200 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สาธารณะแบบเปิดโล่งที่สะดวกสบายเหมาะสำหรับการทำงานร่วมกันหรือการผ่อนคลายหลังการประชุม เพื่อช่วยให้ผู้เข้าพักสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีและบรรลุเป้าหมายของตนในบรรยากาศที่ อบอุ่นและเป็นมิตร ทำให้การเดินทางทางธุรกิจเป็นมากกว่าการทำงาน 

Sakchai Puiphunthawong ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม Holiday Inn & Suites Siracha Laemchabang ให้ความเห็นว่า “เรารู้สึกยินดีที่จะแนะนำผู้เข้าพักของเราให้รู้จักกับโรงแรม Holiday Inn & Suites Siracha Laemchabang ที่เปิดใหม่แห่งนี้ ศรีราชาได้กำหนดตัวเองเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญ ไม่เพียงแต่สำหรับนักธุรกิจ แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่เงียบสงบด้วย ด้วยตำแหน่งที่ตั้งของโรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกและเครื่องอำนวยความสะดวกที่ครบครันทันสมัย เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการชั้นยอดเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในระหว่างการเข้าพัก”

ทางโรงแรมขอเสนอโปรโมชั่น “เราเที่ยวด้วยกัน” เริ่มต้นที่ 899 บาทต่อคืน สำหรับการจองตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 หากต้องการจองและขอทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดไปที่ https://holidayinn.com/siracha

คริสปี้ ครีม ส่งความสุขรับเทศกาลคริสต์มาสด้วย Magic of North Pole Doughnut #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/639862

วันที่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 11:42 น.คริสปี้ ครีม ส่งความสุขรับเทศกาลคริสต์มาสด้วย Magic of North Pole Doughnut คริสมาสต์ปีนี้ ซานต้านำทีมคริสปี้ ครีมโดนัทสุดน่ารักมาให้อร่อยกันอีกแล้ว กับคอลเลคชั่นฉลองเทศกาลสุดมหัศจรรย์ Magic of North Pole Doughnut

เรื่องและภาพ วารุณี มณีคำ 

คริสปี้ ครีม ยกขบวนความอร่อยให้เลือกถึง 4 แบบ พร้อมกล่องลิมิเต็ดสีเขียวสดใส

  • Snowy Doughnut โดนัทสโนว์แมน  สอดไส้คาปูชิโน่ครีม
  • Santa Belly โดนัทสีแดงชุดของพี่ซานต้า สอดไส้แยมสตรอว์เบอร์รี่เยิ้มๆ 
  • X’Mas Tree โดนัทรูปต้นคริสมาส มีที่จับเป็นคิทแคท สอดไส้คัสตาร์ดและวาฟเฟิลช็อคโกแลต 
  • Reindeer โดนัทกวางเรนเดียร์เคลือบหน้าช็อกโกแลต สอดไส้ช็อคโกแลต เติมความอร่อยและน่ารักด้วยเขากวางเพรทเซล 

ราคาชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซ็ต 12 ชิ้น (ออริจินัล 6 ,North Pole 6) ราคา 296 บาท

ตามหาความน่ารักแบบนี้ได้แล้วที่ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ – 5 มกราคม 2564 รับข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษที่  Line : @KrispykremeTH

สลัดแฟคทอรี่ มีดีมากกว่าสลัด สุดจัดทั้ง Healthy และ Party ในที่เดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/639851

วันที่ 09 ธ.ค. 2563 เวลา 09:09 น.สลัดแฟคทอรี่ มีดีมากกว่าสลัด สุดจัดทั้ง Healthy และ Party ในที่เดียวสลัดแฟคทอรี่ สร้างแลนด์มาร์คใหม่ย่านอารีย์ ชูมีดีมากกว่าสลัด เน้นตอบโจทย์ทุกการรวมตัว พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าทั้ง Healthy และ Party ได้ในที่เดียว

เรื่องและภาพ : วารุณี มณีคำ

คุ้นชื่อกันดี สำหรับแบรนด์ร้านสลัดเพื่อคนรักสุขภาพ สลัดแฟคทอรี่ (Salad Factory) ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2556 ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ตั้งใจจะให้เป็นร้านอาหารดีๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยเพื่อสุขภาพให้คนได้ทานผักจากแหล่งผลิตอาหารที่ดี ไร้สารพิษ คัดสรรจากฟาร์มออแกนิคที่เจ้าของฟาร์มเป็นผู้ปลูกและส่งขายเองไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ภายใต้งานบริหารงานโดย บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ ปัจจุบันมีจำนวนสาขา 10 สาขา ประกอบด้วยร้านแบบ Full Service 9 สาขา และ Cloud Kitchen 1 สาขา 

ล่าสุดได้ปักหมุดยึดทำเลศักยภาพย่านอารีย์ เปิดแฟลกชิพสโตร์สาขาใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ร้านที่มีมากกว่าสลัด พร้อมตอบโจทย์ทุกการรวมตัว เพื่อ มอบประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าทั้ง Healthy และ Party ได้ในที่เดียวกัน

“จุดเด่นของแฟลกชิพสโตร์สาขาอารีย์แห่งนี้ คือเรื่องของประสบการณ์ใหม่ที่ตั้งใจส่งมอบ ด้วยความตั้งใจให้เป็นร้านอาหารที่สร้างสรรค์เมนูที่ดีต่อสุขภาพ ด้วยความใส่ใจเหมือนทำให้คนในครอบครัวทานเอง โดยเน้นเรื่องของคุณภาพของทุกองค์ประกอบ ผ่านการคิดและพัฒนาอย่างตั้งใจ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพในราคาที่เข้าถึงได้ทุกวัน เพิ่มความพิเศษด้วยการตกแต่งร้านและบรรยากาศของร้านที่เน้นตอบโจทย์ Urban lifestyle จึงใช้การผสมผสานความโมเดิร์น และความสบายตาของต้นไม้ เพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพิ่มบรรยากาศในการทานอาหาร และมีหลากหลายมุมให้เลือกนั่งทาน ซึ่งแต่ละมุมก็จะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกัน เพราะเราอยากเป็นจุดนัดพบของความ Healthy และ Party เพื่อตอบโจทย์ทุกการรวมตัว ไม่ว่าจะมากลุ่มเล็ก แก๊งใหญ่ เราก็สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน อีกทั้งสาขานี้เป็นสาขา Stand Alone สาขาแรกทำให้เรามีพื้นที่ เราจึงอยากให้คนที่มาทานอาหารที่ร้านรู้สึกสบายๆ เหมือนทานอาหารที่บ้าน แต่ได้ความสุขอย่างเต็มที่กับทุกมื้ออาหารของร้านเรา” คุณปิยะ ดั่นคุ้ม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กรีนฟู้ด แฟคทอรี่ (สลัดแฟคทอรี่) กล่าว

นอกจากรูปแบบและคอนเซ็ปต์ที่ค่อนข้างโดดเด่นแล้วนั้น ในส่วนของทำเลที่ตั้งในย่านอารีย์ ก็นับเป็นทำเลศักยภาพอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว ด้วยย่านนี้เป็นย่านที่มีความหลากหลายของประชากร มีทั้งผู้อยู่อาศัย พนักงานออฟฟิศ เด็กวัยรุ่นที่มาคาเฟ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีกำลังซื้อสูง และด้วยมองเห็นโอกาสว่าร้านส่วนใหญ่ในย่านนี้จะมีความเฉพาะเจาะจง เราเลยอยากจะเป็น Destination ทางด้านอาหาร ที่ถ้ามาที่ร้านเรา เราสามารถตอบโจทย์ได้ครบจริงๆ เรียกว่าถ้ามาร้านเราคือจบ ก็ไม่ต้องเดินไปหลายๆร้านได้เลย อีกทั้งยังมีเมนูพิเศษที่จัดเสิร์ฟเฉพาะที่สาขานี้เท่านั้น อาทิ ซี่โครงเนื้อออสเตรเลียย่างซอสบาร์บีคิว Jack Daniel, ขาหมู 24 ชั่วโมง และ สลัดตับกระเทียมแฟคทอรี่ซอสบัลซามิก อีกทั้งเรายังหมั่นคิดค้นและพัฒนาเมนูใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า

สำหรับแผนการตลาดหลังการเปิดตัว แบรนด์ได้วางแผนโดยมีการประชาสัมพันธ์บน Social Media ทั้งใน Facebook Fanpage และ Instagram ซึ่งจะมีการอัพเดทข้อมูลและกิจกรรมใหม่ๆ ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อชูจุดเด่นและความต่างที่แบรนด์ตั้งใจส่งมอบให้ พร้อมเปิดตัว Brand Icon ใหม่ “หมีแข็งแรง” ผ่านแฮชแท็ก “อิ่มหมี” ซึ่งเป็นความรู้สึกและประสบการณ์ที่แบรนด์เราตั้งใจมอบให้ คุณจะทั้งอิ่มอร่อยกับอาหารคุณภาพในปริมาณเต็มอิ่ม และราคาที่สามารถทานได้ทุกวัน

“เราต้องขยับตัวเองให้เข้าใกล้ลูกค้ามากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ร้านเราอาจจะดูเป็นร้านที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัว หรือคนที่ใส่ใจสุขภาพมากๆ ซึ่งบางครั้งบางคนก็ไม่กล้าเข้ามาร้านเราเพราะคิดว่าร้านเรามีแต่สลัด แต่จริงๆแล้วเรามีมากกว่า 200 เมนู ทั้งสเต็ก ข้าวผัด สปาเก็ตตี้ อาหารทานเล่น อาหารไทย เครื่องดื่มต่างๆ และของหวาน เราสามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งการมาเปิดแฟลกชิพสโตร์ที่อารีย์ เราจึงปรับรูปแบบการตกแต่งร้านให้มีความ Casual มากขึ้น และทำการสื่อสารให้กับผู้บริโภครู้ว่าร้านเราไม่ได้มีแค่สลัด รวมทั้งอยากให้ลูกค้าที่มาทานที่ร้านได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำกลับไป เพราะเราอยากให้มากกว่าอาหารที่ดี แต่เป็นประสบการณ์บนมื้ออาหารที่น่าจดจำ” คุณปิยะ กล่าวในตอนท้าย

สำหรับเมนูแนะนำ อาทิ ซี่โครงเนื้อออสเตรเลียย่างซอสบาร์บีคิว Jack Daniel (1,190 บาท) เนื้อออสเตรเลียคุณภาพพรีเมียมเต็มชิ้นน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัม ผ่านหลากหลายกรรมวิธี ทั้งการนำไปบรายน์ในน้ำข้ามวัน แล้วนำมาหมักต่อด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน ก่อน บาร์คเครื่องเทศหอมๆ เสิร์ฟพร้อมซอสบาร์บีคิว น้ำจิ้มแจ่ว และบรรดาผักต่างๆ นับเป็นหนึ่งในลิสต์ที่รักเนื้อไม่ควรพลาด

ขาหมู 24 ชั่วโมง (650 บาท) เมนูขาหมูชิ้นใหญ่สะใจแชร์กินกันได้หลายคน กรอบนอกแต่เนื้อในฉ่ำสุด หนังบางกรอบ และเข้าถึงเครื่องเทศ ใช้ขาหมูทั้งขาหมักด้วยสมุนไพร แล้วนำไปชูวีต์นานถึง 24 ชั่วโมงเพื่อรีดไขมัน ก่อนนำไปทอดซ้ำด้วยเทคนิคพิเศษ ให้ความอร่อยขั้นเทพไปเลย

สลัดตับกระเทียมแฟคทอรี่ซอสบัลซามิก (280 บาท) เมนูที่ดูง่ายๆ แต่ทำให้อร่อยยาก ร้านนี้เลือกใช้ตับหมูชิ้นโตเกรดพรีเมียมนำไปหมักสูตรพิเศษเพื่อลดความคาว แล้วนำมาผัดกระเทียม ทานคู่กับร็อคเก็ตสลัดและบัลซามิก เป็นสลัดสไตล์ Asian Twist เพิ่มความหรูหราของรสชาติด้วยลูกแพร์ตุ๋นไวน์แดง จานนี้บอกได้จากประสบการณ์ตรงเลยว่า..ทุกโต๊ะกินหมดไม่เหลือซาก

ซิกเนเจอร์ประจำร้าน วินเทอร์สลัด (190 บาท) สลัดผลไม้ไซส์เบิ้ม เสิร์ฟมากับน้ำสลัดโยเกิร์ต สวย สุขภาพดี เติมความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ ให้เลือกอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เมนูข้าว พาสต้า คาโบนาร่ากุ้งและไข่กุ้ง (195 บาท) กุ้งตัวโต ไข่กุ้งก็ใส่มาแบบไม่ยั้ง เมนูซุป ยำต่างๆ ตลอดจนเครื่องดื่มและของหวานแบบเฮลท์ตี้

อยากกินของอร่อยแบบสุขภาพดีแบบนี้ มากันได้ที่ร้านสลัดแฟคทอรี่ สาขาล่าสุดที่อารีย์ ซอย 2 หรือสาขาใกล้บ้าน ได้แก่ Bee Hive เมืองทองธานี, โรบินสัน ศรีสมาน, Crystal Park เลียบทางด่วนรามอินทรา, The Crystal ราชพฤกษ์, Mega Bangna, Sena Fest เจริญนคร และThe mall งามวงศ์วาน , สัมมากรเพลส สาขา รามคำแหง และ Cloud Kitchen 1 สาขา SS Center นาคนิวาส สอบถามเพิ่มเติมโทร. 063-265-5758 หรือติดตามรายละเอียดได้ที่ facebook : saladfactoryofthailand หรือ line@ : @saladfactory