ทำไมลาวได้วัคซีนก่อนไทย? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641805

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 18:13 น.ทำไมลาวได้วัคซีนก่อนไทย?ไม่ใช่แค่ลาว แต่เพื่อนบ้านบางประเทศในอาเซียนได้วัคซีนกันแล้ว แต่เหตุผลคืออะไร?

คนไทยให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางหลังจากที่มีข่าวว่าประเทศ สปป.ลาว ได้รับวัคซีนจากป้องกันโควิด-19 จากบริษัท Sinopharm ของประเทศจีนแล้วจำนวน 2,000 โดส โดยจะทำการฉีดให้กับบุคคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 ก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับบุคคลเหล่านี้

ข่าวนี้เปิดเผยโดย ดร.บุนกอง สีหาวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สปป.ลาว ระหว่างการแถลงข่าวโดยศูนย์ปฏิบัติการคณะเฉพาะกิจควบคุมโควิด-19 ของรัฐบาล สปป.ลาว เมื่อวันที่ 31 ธันวาคมที่ผ่านมาโดยกล่าวว่า ทางการลาวได้ติดต่อกับประเทศมิตรสหายของลาว คือจีนและรัสเซีย และได้วัคซีนที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติให้ใช้ฉุกเฉินได้ คือ Sinopharm จากจีน Sinovac จากจีน และ SPUTNIK V จากรัสเซีย

ในส่วนของวัคซีน Sinopharm จากจีน ดร.บุนกอง ยืนยันว่าเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย และผลข้างเคียงน้อยได้ผล และศักยภาพของหน่วยงานใน สปป. ลาวสามารถเก็บรักษาไว้ได้ และในเวลานี้ทางจีนได้ส่งมาให้ สปป. ลาวเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน และได้ฉีดรอบที่ 1 ไปแล้วให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยง

เบื้องต้นวัคซีนไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงกับผู้ที่ได้รับการฉีด ดร.บุนกองจึงกล่าวว่าจึงเป็นวัคซีนที่เชื่อถือได้ และเมื่อวันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 แล้ว

ส่วนวัคซีนจาก Sinovac ของจีนเช่นกันนั้น ยังอยู่ระหว่างการผลิตและทดลองระดับที่ 3 แต่คุณสมบัติกับผลข้างเคียงก็เหมือนกับ Sinopharm ทางกระทรวงสาธารณสุขลาวได้ติดต่อสอบถามไปทางบริษัทผู้ผลิต ซึ่งยังต้องเจรจากันในบางประเด็น เช่น ราคา

ดร.บุนกองกล่าวว่าสำหรับวัคซีน SPUTNIK V จากรัสเซีย ได้ปรึกษาหารือกับทางรัสเซียอยู่เช่นกัน โดยเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพเหมือนกันมีผลข้างเคียงน้อย โดยต้องฉีด 2 ครั้งสร้างภูมิคุ้มกันได้ 2 ปี เทียบกับของ Sinopharm จากจีนคุ้มครองได้ 3 ปี

วัคซีนของรัสเซียได้เดินทางมาถึงประเทศ สปป. ลาวในวันที่ 2 มกราคม 2021 โดยล็อตแรกจะช่วยฝ่ายลาวจำนวน 500 โดส เพียงแต่ต้องอาศัยการเก็บรักษาที่ยุ่งยาก

นอกจากนี้ ลาวยังได้รับความช่าวยเหลือจาก GAVI หรือพันธมิตรวัคซีน ในฐานะ 1 ใน 92 ประเทศกำลังพัฒนาและในปี 2021 จะได้รับวัคซีนสำหรับประชากร 20% หรือประมาณ 1.44 ล้านคน

แต่วัคซีนที่จะได้รับมาจะต้องผ่านการยืนยันคุณภาพทั้งหมดจากการทดลองขั้นที่ 3 แล้วและได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกแล้ว คาดว่าจะสามารถฉีดให้กับประชาชนชาวลาวได้ภายในเดือนมีนาคมหรือเมษายน

หลังจากที่มีข่าวเรื่องนี้ออกมา เว็บไซต์ข่าวใน สปป. ลาวได้มีชาวลาวเข้ามาแสดงความเห็นกันพอสมควร เช่น ในเพจเฟซบุ๊คของสำนักข่าว Tholakhong มีผู้เข้ามาตั้งข้อสงสัยว่า “กำหนดอย่างไรกับ 1,400,000 คน คนลาวมีเจ็ดล้านกว่าคน” อีกคนแสดงความเห็นว่า “ทำไมได้รับวัคซีนเพียง 1.4 ล้านคน ทำไมถึงไม่ได้รับทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นพลเมืองส่วนเกินหรือ?”

ชาวลาวคนหนึ่งบอกว่า “ระวังเป็นหนูทดลองยานะ” ซึ่งความเห็นนี้มีผู้เข้ามาตอบว่า “ข้อยยอมได้ ยอมเป็นหนูทดลองยา ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรกับโรค XX นี้เลย”

ในประเด็นเรื่องที่กังวลว่าชาวลาวจะเป็นหนูทดลองยาให้กับจีนและรัสเซียนั้นถูกพูดถึงพอสมควร เช่น ในผู้แสดงความเห็นในเพจหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าวัคซีนของจีนกับรัสเซียนั้นประสิทธิภาพไม่ถึง 95% (เทียบกับของ Pfizer/BioNTechX และยังอ้างว่าคุณภาพวัคซีนของจีนและรัสเซียไม่ถึงขั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้งานได้

อย่างไรก็ตาม ความเห็นนี้ไม่ตรงกับความจริง เช่น Sinopharm มีประสิทธิภาพ 79% แต่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่อนุมัติใช้วัคซีนตัวนี้เผยว่ามีประสิทธิภาพ 86%

ก่อนหน้านี้เปรูรับวัคซีนของ Sinopharm ไปทดลองและระงับการทดลองโดยบอกว่ามีผลข้างเคียงรุนแรงต่ออาสาสมัคร 1 รายช่วงกลางเดือนธันวาคม แต่ไม่กี่วันต่อมาเปรูสั่งวัคซีนของ Sinopharm กลับมาทดลองใหม่อีกครั้ง หลังจากเคลียร์เรื่องผลข้างเคียงแล้ว

เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม คณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติ0uoอนุมัติให้มีการใช้วัคซีนของ Sinopharm ทั่วประเทศ และคาดว่าจะครอบคลุม 60 – 70% ของประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เนื้่องจากวัคซีนของจีนได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพความปลอดภัย แต่ทางการจีนยังไม่เปิดเผยว่าจะเริ่มการฉีดเมื่อใด

ในส่วนของวัคซีนจาก Sinovac ของจีนเช่นกันนั้น ได้เดินทางไปถึงอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมแล้วจำนวน 1.8 ล้านโดส รวมกับ 1.2 ล้านโดสที่ได้รับไปเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม โดยอินโดนีเซียตั้งเป้าว่าจะฉีดให้กับประชากร 267 ล้านคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยเริ่มจากบุคคลากรทางการแพทย์ก่อน

จะเห็นได้ว่าจำนวนวัคซีนที่อินโดนีเซียได้รับมีสัดส่วนน้อยกว่าจำนวนประชากรอย่างลิบลับ เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรลาวแล้ว วัคซีนที่ลาวจะได้รับในช่วงเดือนมีนาคมยังมีมากกว่าเสียอีก

ชาวลาวบางคนยังแสดงความเห็นว่า การที่อินโดนีเซียรับวัคซีนจากจีนก็เท่ากับยอมเป็นหนูลองยา ประเด็นนี้ถึงแม้จะเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีมูล แต่สะท้อนความเห็นของผู้วิจารณ์บางคนเกี่ยวกับการที่อินโดนีเซียพึ่งพา Sinovac มากเกินไปโดยที่ Sinovac ยังไม่มีข้อมูลรวบยอดเกี่ยวกับประสิทธิภาพ

เบื้องต้นบราซิลเผยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมว่ามีประสิทธิภาพ 50% แต่ทางบริษัทขอร้องไม่ให้เปิดข้อมูลทั้งหมด ยิ่งทำให้เกิดความกังวลเรื่องความโปร่งใส แต่ตุรกีที่ใช้ Sinovac เช่นกันเผยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคมว่าประสิทธิภาพถึง 91% แต่จำนวนผู้ทดลองในตุรกีน้อยกว่าวัคซีนตัวอื่นมากทำให้ผลของมันยังไม่ชัวร์เข้าไปอีก

สาเหตุที่ สปป. ลาวได้รับวัคซีนในสัดส่วนน้อยมากในช่วงแรกจึงอาจทำให้บางคนคิดว่าน่าจะเป็นการทดลองประสิทธิภาพแบบเดียวกับบราซิลและตุรกี แต่เรื่องหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือลาวมีประชากรน้อยและเบาบาง ระดับความจำเป็นเร่งด่วนจึงไม่เหมือนประเทศอื่น กลุ่มเสี่ยงที่เป็นบุคลากรแพทย์ก็ไม่มากเท่าประเทศอื่น

เจียงไจ้ตง เอกอัครราชทูตจีนประจำเวียงจันทน์กล่าวเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2021 ว่าฝ่ายจีนตระหนักถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่ลาวจำเป็นจะต้องใช้วัคซีน

ที่ผ่านมาลาวไม่ได้มีการระบาดในวงกว้าง และเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดน้อยที่สุด ดังนั้นความจำเป็นเร่งด่วนนี้อาจเกี่ยวกับการที่โควิด-19 กลับมาระบาดในวงกว้างในประเทศไทยซึ่งเป็นเพื่อนบ้านใกล้ชิดของลาวด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไทยแล้ว การรับวัคซีนของไทยเป็นวาระเร่งด่วนมากกว่า และล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคมว่าได้เจรจาขอซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตวัคซีนทุกราย จนสามารถรับประกันได้มาจำนวน 2 ล้านโดสเป็นล็อตพิเศษที่จะมาถึงเดือนกุมภาพันธ์-เมษยน เพื่อฉีดให้กลุ่มเสี่ยงคือบุคคลากรการแพทย์ก่อน

นอกจากนี้ยังได้เจรจากับบริษัท AstraZeneca เพื่อขอซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 26 ล้านโดส รวมของเดิมเป็น 52 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนตัวนี้รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อุมัติให้ใช้แล้ว โดยมีประสิทธิภาพ 70%

โดยสรุปแล้ว สปป. ลาวได้ทำการ “ทดลอง” ฉีดให้กับบุคคลากรทางแพทย์แล้วปรากฎว่าได้ผลน่าพอใจ แต่กว่าจะได้รับล็อตใหญ่ก็จะเป็นเดือนมีนาคมเป็นต้นไป

ส่วนประเทศไทยจะได้วัคซีนในจำนวนมากกว่าในเดือนกุมภาพันธ์เนื่องจากสถานการณ์ที่คับขันมากกว่าและหากควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ก็ต้องรออีกสักระยะหนึ่งเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับวัคซีน

แต่ไม่ว่าประเทศไหนจะได้วัคซีนก่อนหรือหลังไม่สำคัญเท่ากับว่าประเทศทั่วโลกยังมีโควิดระบาดในวงกว้างหรือไม่ เพราะหากประเทศอื่นยังระบาด ประเทศไทยก็ยังลำบากไปด้วย เพราะเราไม่สามารถปิดประตูประเทศเราได้นานไปกว่าปีนี้แล้ว

Photo by JACK GUEZ / AFP

จีนสั่งย้ายรูปกวนอูใหญ่ที่สุดในโลกให้พ้นเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641794

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 16:08 น.จีนสั่งย้ายรูปกวนอูใหญ่ที่สุดในโลกให้พ้นเมืองอนุสาวรีย์นี้ติดตาชาวโลกมานานหลายปีและเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในจิงโจว แต่ตอนนี้ไม่มีที่ให้มันอยู่ในเมืองแล้ว

อนุสาวรีย์กวนอูทำจากทองสัมฤทธิ์ขนาดยักษ์ความสูงถึง 58 เมตรในเมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน นับเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง เป็นอนุสรณ์ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง “กวนอู” หรือ “กวนกง” บุคคลในประวัติศาสตร์ของจีนในยุคสามก๊กและเป็นหนึ่งในตัวละครของนิยายสามก๊ก วรรณกรรมอมตะของจีนและได้รับความนิยมในไทยมานับร้อยปี

เมืองจิงโจวสร้างอนุสรณ์ของกวนอูขึ้นมาเพราะเชื่อว่าเมืองแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยกวนอูเพื่อใช้เป็นที่ฝึกทหาร นอกจากนี้จิงโจวยังเป็นที่ตั้งของสมรภูมิการรบในยุคสามก๊กด้วย เช่น สมรภูมิที่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธการผาแดงที่โจโฉพ่ายแพ้อย่างยับเยิน

แต่อนุสรณ์นี้สร้างขึ้นอย่างผิดกฎหมาย ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหน่วยงานภาครัฐและประชาชนเพราะอนุสรณ์แห่งนี้ขนาดที่ไม่เหมาะสมและรูปลักษณ์ที่ไม่สมมาตร ซึ่งใช้งบประมาณในการสร้างถึง 1,500 ล้านหยวน ใช้แผ่นทองสัมฤทธิ์ถึง 4,000 แผ่นน้ำหนักรวม 1,197 ตัน

ในเดือนกันยายนปี 2020 กระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมืองและชนบทได้วิพากษ์วิจารณ์รูปปั้นกวนอูว่า “ไร้ประโยชน์และสิ้นเปลือง” และลักษณะที่สูงตระหง่านเหนือเส้นขอบฟ้าของเมือง “ทำลายลักษณะและวัฒนธรรมของเมืองจิงโจวในฐานะเมืองประวัติศาสตร์” และเรียกร้องให้มีการแก้ไข

การสอบสวนโดยสถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีนเปิดเผยว่าผู้พัฒนาโครงการได้รับอนุญาตให้สร้างฐานของรูปกวนอูเท่านั้น แต่ผู้สร้างอ้างว่าไม่รู้ว่ารูปปั้นขนาดใหญ่ต้องใช้ใบอนุญาตอีกส่วนหนึ่งแยกต่างหาก และไม่ทราบว่าตำแหน่งปัจจุบันของรูปปั้นจะต้องมีความสูงไม่เกิน 15 เมตร นอกจากนี้ที่ดินใต้รูปปั้นเริ่มทรุดลงเพราะน้ำหนักมหาศาลที่กดทับ

เพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของรัฐบาลกลางเจ้าหน้าที่ของเมืองจิงโจวได้ประกาศในเดือนตุลาคมว่าจะย้ายรูปปั้นไปยังสถานที่อื่น อย่างไรก็ตามแผนการย้ายอนุสาวรีย์นี้ต้องค่าใช้จ่ายถึง 155 ล้านหยวน ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น

สำนักข่าว Global Times รายงานความเห็นของชาวเน็ตจีนที่ระบุว่า “เป็นเรื่องน่าขันที่ต้องใช้เงินอีก 155 ล้านหยวนเพื่อย้ายไปที่อื่น เราควรให้ผู้เกี่ยวข้องรับผิดชอบทางกฎหมายและเก็บรูปปั้นไว้ไม่ใช่หรือ?”

“ลองนึกดูว่าจะสร้างโรงเรียนสำหรับเด็กในพื้นที่ยากจนได้กี่แห่ง ที่ช่วยป้องกันเด็กๆ ไม่ให้ออกกลางจากโรงเรียนคันด้วยเงิน 40 ล้านหยวน” อีกคนกล่าว “สร้างมันแล้วรื้อมันลง นั่นคือวิธีที่ใครบางคนได้รับผลกำไร”

ภาพจาก SifaV6 (CC BY-SA 4.0) 

เปิดคำทำนาย “นอสตราดามุส” จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2021 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641782

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 14:05 น.เปิดคำทำนาย "นอสตราดามุส" จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2021 หนึ่งในโหรที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งของโลก ทิ้งคำทำนายเอาไว้หลายพันชิ้น หนึ่งในนั้นคือคำทำนายของปี 2021

นอสตราดามุส นักปราชญ์ชาวฝรั่งเศสมีชื่อเสียงก้องโลกจากการทิ้งคำทำนายไว้ถึง 6,338 คำทำนาย พยากรณ์ยาวไปจนถึงปีค.ศ. 3797 และคำทำนายส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความกวังกับมนุษยชาติมากนัก

เว็บไซต์ yearly-horoscope ได้รวบรวมคำทำนายของเขาในปี 2021 เอาไว้อย่างละเอียด แต่ทั้งนี้คำทำนายของเขามักเขียนด้วยภาษาที่กำกวม ไม่สามารถเข้าใจได้ทันทีต้องอาศัยการตีความ ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้าใจส่วนตัวของผู้ตีความด้วย ดังนั้นเรื่องนี้จึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของผู้อ่าน

ในปี 2021 เขาเขียนไว้ว่า จะมีการแพร่กระจายของของโรค “ชั่วร้าย” ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อ “ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง” ในหนังสือเล่มนี้เขาเขียนไว้ว่า “อสุรกายตัวเมีย” ของโรคระบาดนี้จะทำให้ “โลกทั้งใบดับสิ้น” และปล่อยให้ “พ่อและแม่ตายจากความทุกข์ทรมานไม่สิ้นสุด”

จะเห็นได้ว่าคำทำนายของนอสตราดามุสค่อนข้างตีความได้ยาก แต่เรายังพอเข้าใจได้ว่าเขาพูดถึงโรคร้ายแรงอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเหมือนตายทั้งเป็น ดังนั้นสื่อบางแห่งจึงตีความว่าเขาอาจจะหมายถึงโรคที่ทำให้คนกลายเป็นซอมบี้ ส่วนโอก่าสที่จะเป็นโควิด-19 นั้นก็มีแต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำนายถึงโควิด-19 เอาไว้ในคำทำนายปี 2020 แล้ว

หลังจากการระบาดของโควิด-19 เขาทำนายถึงสิ่งที่จะเกิดในปี 2021 ว่า “หลังจากความยากลำบากครั้งใหญ่สำหรับมนุษยชาติแล้ว ผู้ที่ยิ่งใหญ่กว่าก็ถูกเตรียมไว้ ผู้เคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่ได้ต่ออายุยุคใหม่: ฝน, เลือด, น้ำนม, ความอดอยาก, เหล็กกล้า, และโรคระบาด, เห็นไฟจากสวรรค์หรือไม่ ประกายวิ่งยาวลงมา”

คำทำนายตอนนี้ถูกตีความว่าหมายถึงโลกจะเผชิญกับภัยความอดอยาก แผ่นดินไหว และโรคระบาดอื่นๆ ในประเด็นเรื่องภัยอดอยาก องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติเตือนว่าปี 2021 จะเลวร้ายกว่าปี 2020 โดยชี้ว่าหากไม่มีงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์มารองรับ โลกของเราจะพบกับภัยอดอยากที่รุนแรงขนาดหนักในปี 2021

ในเรื่องของภัยพิบัติการที่เขาระบุว่า “เห็นไฟจากสวรรค์หรือไม่ ประกายวิ่งยาวลงมา” จึงมีผู้เชื่อว่าน่าจะเกิดพายุสุริยะในปี 2021 บางคนวิเคราะห์ว่าน่าจะหมายถึงการโจมตีของอุกกาบาต นอสตราดามุสทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขึ้นใน “ดินแดนตะวันตก” ซึ่งวิเคราะห์กันว่าน่าจะหมายถึงรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐ

นอกจากนี้เขายังเอ่ยถึง “เราจะเห็นน้ำสูงขึ้นและโลกจมลงภายใต้น้ำ” ซึ่งอาจเป็นคำเตือนถึงผลของภาวะโลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลลายจนทำให้น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้เกิดขึ้นอยงรวดเร็วมากเมื่อปีที่แล้ว และในปีนี้อาจจะหนักกว่าเดิม

นอสตราดามุสยังเตือนเรื่อง “สองพี่น้องถูกแยกออกจากกัน” เชื่อว่าเป็นคำทำนายที่หมายถึง “สงครามใหญ่ครั้งที่สาม” จะเริ่มขึ้นระหว่างสองประเทศพันธมิตร ซึ่งเขาบอกใบ้ว่าสงครามจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากการตายของ “ผู้นำที่ยิ่งใหญ่” ซึ่งเรายังไม่ทราบว่าเขาหมายถึงประเทศไหนและผู้นำคนใด

ฉีดวัคซีนแล้วยังติดโควิดนับร้อยคน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641777

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 12:03 น.ฉีดวัคซีนแล้วยังติดโควิดนับร้อยคนอิสราเอลเริ่มการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่ปรากฎว่ามีถึง 200 กว่าคนที่ยังติดเชื้อไวรัส

สถานีโทรทัศน์ Channel 13 News ของอิสราเอลรายงานว่า ประชาชนชาวอิสราเอลประมาณ 240 คนติดเชื้อโควิด-19 ทั้งๆ ที่เพิ่งจะรับการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์ / ไบโอเอ็นเทค (Pfizer / BioNTech)

สาเหตุเนื่องมาจากวัคซีนไม่ได้ให้ภูมิคุ้มกันโควิด-19 ในทันที เพราะต้องใช้เวลาสำหรับรหัสพันธุกรรมในยาเพื่อฝึกระบบภูมิคุ้มกันในการรับรู้และโจมตีโรค

สำนักข่าว RT รายงานว่าวัคซีนดังกล่าวต้องฉีด 2 ครั้ง จากการศึกษาพบว่าภูมิคุ้มกันต่อโควิด-19 จะเพิ่มขึ้นมา 8 – 10 วันหลังจากฉีดครั้งแรกและในที่สุดประสิทธิภาพในการป้องกันจึงจะถึง 50%

การฉีดครั้งที่สองจะใช้เวลา 21 วันหลังจากการฉีดครั้งแรกภูมิคุ้มกันที่ประกาศไว้ว่าสูง 95% จะเกิดขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น และแน่นอนว่ายังมีโอกาส 5% ที่จะติดเชื้อแม้ว่าวัคซีนจะเต็มศักยภาพก็ตาม

สำนักข่าว Kan ในอิสราเอลรายงานว่านับตั้งแต่การฉีดวัคซีนเริ่มขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคมมีคนอย่างน้อย 4 คนในอิสราเอลเสียชีวิตหลังจากได้รับการฉัดวัคซีนได้ไม่นาน

อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่าผู้เสียชีวิต 3 รายไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน โดยในกรณีที่ 4 เป็นชายอายุ 88 ปีที่มีอาการป่วยก่อนหน้านี้อยู่แล้ว และตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ

Photo by JACK GUEZ / AFP

ญี่ปุ่นเอาไม่อยู่ โตเกียวขอรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641767

วันที่ 02 ม.ค. 2564 เวลา 10:03 น.ญี่ปุ่นเอาไม่อยู่ โตเกียวขอรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินโตเกียวขอประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งใหม่เมื่อมีผู้ติดเชื้อโควิด -19 เพิ่มขึ้น

หนังสือพิมพ์ Nikkei รายงานว่ารัฐบาลกรุงโตเกียวจะขอให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งใหม่เพื่อรับมือการการระบาดอย่างหนักอีกรอบของโควิด -19 ในเมืองหลวงของญี่ปุ่น

Nikkei  อ้างแหล่งข่าวหลายแห่งระบุว่า ยูริโกะ โคอิเกะผู้ว่าการกรุงโตเกียวจะพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ยาสุโตชิ นิชิมูระ ในบ่ายวันเสาร์เพื่อยื่นคำร้องดังกล่าว

นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สุงะ ไม่เห็นด้วยกับการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งรัฐบาลเคยประกาศในเดือนเมษายนในช่วงก่อนหน้านี้ของการระบาดใหญ่ปีที่แล้ว และประกาศยกเลิกไปในวันที่ 25 พฤษภาคม

ทว่าล่าสุด ผู้ติดเชื้อโควิด -19รายใหม่ในโตเกียวพุ่งแตะ 1,337 รายเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.

เบื้องต้น ทางการกรุงโตเกียวได้ร้องขอให้ร้านอาหารและสถานประกอบการอื่นๆ ลดเวลาทำการและปิดให้บริการภายในเวลา 22.00 น. แต่มาตรการนี้ไม่ได้ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญในการควบคุมการระบาด และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจขอให้รัฐบาลออกประกาศเพื่อให้สามารถใช้มาตรการที่รัดกุมยิ่งขึ้น 

Photo by STR / JIJI PRESS / AFP

ปีหายนะแจ็ค หม่าสูญเงินกว่า 3 แสนล้านใน 2 เดือน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641741

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 18:47 น.ปีหายนะแจ็ค หม่าสูญเงินกว่า3แสนล้านใน2เดือนนี่อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความยากลำบากที่แจ็ค หม่ากำลังจะเจอ เพียงแค่ 2 เดือนเขาก็พบกับความสูญเสียอย่างหนักหน่วง

จากการรายงานของสำนักข่าว Bloomberg แจ็ค หม่า ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Alibaba ต้องสูญเงินไปถึง 11,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 330,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมจนถึงปลายเดือนธันวาคม 2020 โดยตอนนี้มูลค่าทรัพย์สินของเขาอยู่ที่ 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐจากที่มีช่วงหนึ่งของปีนี้เคยสูงถึง 61,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทรัพย์สินที่ลดลงเกิดขึ้นในช่วงที่แจ็ค หม่าถูกทางการจีนตครวจสอบอย่างหนักเรื่องการทำธุรกิจผูกขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทางการจีนสั่งระงับการเปิดขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ของบริษัท Ant Group ที่หม่าปั้นขึ้นมาให้เป็นฟินเทคชั้นนำขเองโลก ซึ่งหากขาย IPO สำเร็จหม่าจะกลายเป็นคนที่รวยที่สุดในเอเชียแทบจะทันที

ตอนนี้แจ็ค หม่ายังไม่ใช่คนที่รวยที่สุดในจีนด้วยซ้ำ โดยตำแหน่งของเขาในรายชื่อเจ้าสัวจีนระดับมหาเศรษฐีหล่นลงไปอยู่ที่ 4 ตามหลังโพนี หม่า แห่งบริษัท Tencent ที่อยู่ที่ 3 และบริษัทของเขากำลังถูกทางการจีนจับตามองอยู่เช่นกัน ทั้งนี้ แจ็ค หม่ารั้งตำแหน่งมหาเศรษฐีโลกลำดับที่ 25 จากดัชนี Bloomberg Billionaires Index

การตรวจสอบบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ของทางการจีนยังทำให้เกิดกระเทขายหุ้นอย่างขนานใหญ่ เช่นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2020 มีการเทขายหุ้นครั้งใหญ่ในกลุ่มบริษัทเทคของจีน บริษัทที่ถูกเทขายมากที่สุดคือ Alibaba เพราะนักลงทุนเกิดความกลัวว่าการตรวจสอบการต่อต้านการผูกขาดของรัฐบาลจะลุกลามไปไกลกว่าบริษัทของแจ็ค หม่าและกระทบไปถึงบริษัทอื่นๆ ด้วย

ผลคือ Alibaba และคู่แข่งรายใหญ่ที่สุดสามราย ได้แก่ Tencent Holdings Ltd. ยักษ์ใหญ่ด้านการจัดส่งอาหาร Meituan และ JD.com Inc. สูญเงินเกือบ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 2 วันหลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลของจีนเปิดเผยการสอบสวนบริษัทของแจ็ค หม่า ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของการปราบปรามบริษัทใหญ่ๆ โดยพรรคคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ใช่แค่ Alibaba จะโดนรายเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงยักษ์ด้านเทคโนโลยีรายอื่นๆ ด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ธนาคารกลางของจีนสั่งให้ Ant Group หวนกลับไปทำธุรกิจเดิมที่เริ่มต้นมาคือบริการชำระเงินและยกเครื่องธุรกิจที่ผูกติดบริการการเงินอื่นๆ ตั้งแต่การประกันภัยไปจนถึงการจัดการเงิน คำสั่งนี้ทำให้เกิดกระแสกังวลกันว่าบริษัทอาจจะไปไม่รอดในท้ายที่สุด

Photo by STR / AFP

จีนกระอักรับปีใหม่ ตลาดหุ้นนิวยอร์กไล่ 3 บริษัทมังกร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641736

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 16:31 น.จีนกระอักรับปีใหม่ ตลาดหุ้นนิวยอร์กไล่3บริษัทมังกรตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) จะเพิกถอนบริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กกล่าวว่าจะเพิกถอนบริษัทจีน 3 รายเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐที่กำหนดข้อจำกัดสำหรับบริษัทที่ระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพจีนไม่ให้ขจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ

ตามคำแถลงของตลาดหลักทรัพย์ China Mobile Ltd. , China Telecom Corp Ltd. , China Unicom HongKong Ltd. จะถูกระงับจากการซื้อขายระหว่างวันที่ 7 มกราคมถึง 11 มกราคมและหลังจากนั้นจะการดำเนินการเพิกถอนออกจากการซื้อขายหุ้นในตลาด

บริษัทจีนทั้ง 3 แห่งนี้สร้างรายได้ทั้งหมดในประเทศจีนและยังจดทะเบียนในตลาดฮ่องกงด้วย จึงไม่ได้มีสถานะที่สำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกายกเว้นแต่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ หุ้นของบริษัทเหล่านี้ยังมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในฮ่องกง ทำให้การถอดถอนโดย NYSE เป็นการโจมตีเชิงสัญลักษณ์มากขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐและจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐลงนามในคำสั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ห้ามนักลงทุนสหรัฐซื้อและขายหุ้นในรายชื่อบริษัทจีนที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่ามีความสัมพันธ์ทางทหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทจีนที่กองทัพปลดแอกประชาชนเป็นเจ้าของหรือควบคุม ทั้งนี้เพื่อกดดันรัฐบาลจีนโดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติทางธุรกิจที่ไม่เหมาะสม

ต่อมากระทรวงต่างประเทศของจีนกล่าวหาว่าสหรัฐ “ใส่ร้ายป้ายสี” นโยบายบูรณาการทหารกับพลเรือนของจีน และสาบานว่าจะปกป้องบริษัทจีนต่างๆ เจ้าหน้าที่จีนยังขู่ว่าจะตอบโต้การกระทำของรัฐบาลทรัมป์ด้วยบัญชีดำของบริษัทสหรัฐด้วย

Photo by Angela Weiss / AFP

ล้มแล้วโครงการรถไฟความเร็วสูงมาเลย์-สิงคโปร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641723

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 14:34 น.ล้มแล้วโครงการรถไฟความเร็วสูงมาเลย์-สิงคโปร์โครงการรถไฟความเร็วสูงที่ฝันกันมานานนับสิบปีสุดท้ายก็กลายเป็นแค่ฝันของทั้งสองประเทศ

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าโครงการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เชื่อมต่อระหว่างสิงคโปร์และกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียถูกยกเลิกแล้วอย่างเป็นทางการ

ตามแถลงการณ์ร่วมในวันศุกร์นี้ระบุว่า ทั้งสองประเทศไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในโครงการนี้ได้หลังจากที่มาเลเซียต้องการการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากโรคระบาด

กระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์กล่าวในแถลงการณ์ว่ามาเลเซียจะต้องชดเชยให้สิงคโปร์สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผ่านวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ซึ่งเป็นเส้นตายสำหรับการขยายเวลาการระงับโครงการครั้งที่สองและครั้งสุดท้าย โครงการนี้ริเริ่มเมื่อทศวรรษที่แล้วและได้รับไฟเขียวในปี 2013 แต่ในเดือนมิถุนายนมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ตกลงที่จะระงับโครงการเอาไว้ก่อนครั้งท่ามกลางการอภิปรายเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย

โครงการนี้มีชื่อย่อว่า HSR นี้มีกำหนดจะเริ่มใช้ในปี 2026 โดยการเชื่อมต่อทางรถไฟความเร็วสูง 350 กิโลเมตร หากสำเร็จจะช่วยลดเวลาในการเดินทางระหว่างศูนย์กลางทั้งสองประเทศลงเหลือประมาณ 90 นาทีเมื่อเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์มากกว่า 4 ชั่วโมง แม้ว่าการบินระหว่างทั้งสองจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่ก็นานกว่ามากเมื่อรวมเวลาที่ต้องเช็คอินที่สนามบินและมาตรการด้านความปลอดภัย

“ เนื่องจากผลกระทบของการระบาดของโรคโควิด -19 ต่อเศรษฐกิจมาเลเซีย รัฐบาลมาเลเซียได้เสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในโครงการ HSR รัฐบาลทั้งสองได้ทำการหารือหลายครั้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้” แถลงการณ์ร่วมของนายกรัฐมนตรีมูฮึดดินยัสซินและนายกรัฐมนตรีลีเซียนลุงระบุ

สื่อท้องถิ่นในมาเลเซียรายงานในเดือนพฤศจิกายนว่ามาเลเซียกำลังพิจารณาที่จะสร้างสถานีปลายทางในเมืองยะโฮร์บาห์รูทางตอนใต้ของประเทศแทนที่จะเดินทางไปถึงสิงคโปร์

รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมหาเธร์ โมฮัมหมัดซึ่งลาออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ขอยกเลิกโครงการนี้เนื่องจากประเทศต้องรับมือกับหนี้สินจำนวนมากกว่า 1 ล้านล้านริงกิต (249,000 ล้านดอลลาร์) และมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มหาเธร์ประเมินว่ามาเลเซียจะต้องใช้งบประมาณกับโครงการนี้ประมาณ 110,000 ล้านริงกิต ก่อนที่จะผ่อนผันและจ่ายเงิน 15 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (11.4 ล้านดอลลาร์) เป็นค่าชดเชยให้สิงคโปร์

เปิดคำทำนายตาทิพย์ ปี 2021 จะเกิดอะไรขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641712

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 12:30 น.เปิดคำทำนายตาทิพย์ ปี 2021 จะเกิดอะไรขึ้นคำทำนายของ บาบา วานก้า หลายเรื่องก็น่าจะเกิดขึ้นจริง แต่บางเรื่องก็พลาดอย่างหนัก แต่เพื่อสีสันของปีใหม่เราจะนำคำทำนายต่างๆ เกี่ยวกับปีนี้มาตีแผ่กัน

บาบา วานก้า (Baba Vanga) เป็น “หมอดูตาทิพย์” ชาวบัลแกเรียที่ตาบอดตั้งแต่วัยเด็กแต่มีอายุยืนถึง 84 ปีจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1996 วานก้ามีชื่อเสียงโด่งดังมาจากคำทำนายหลายเรื่องที่เป็นความจริงในเวลาต่อมา (แต่หลายเรื่องก็พลาด) แต่ความที่ทำนายถูกมากกว่าจึงได้รับฉายาว่า “นอสตราดามุสแห่งคาบสมุทรบอลข่าน”

แม่หมอญาณทิพย์เคยพยากรณ์เหตุการณ์ 9/11 พิบัติภัยสึนามิ และการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐของ บารัก โอบามา ไว้อย่างแม่นยำ รวมถึงทำนายว่าจะเกิดสึนามิปี 2004 รวมถึงการล่มสลายของสหภาพโซเวียต กรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล และความเสียหายของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ

ในปีนี้มีผู้ขุดเอาคำทำนายของบาบา วานก้ามาเผยแพร่กันอีกครั้ง เช่น สำนักข่าว Metro ของสหราชอาณาจักรที่สนใจข่าวสีสันทำนองนี้ โดยอ้างว่าวานก้าเคยทำนายว่าโลกจะต้องเผชิญกับ “หายนะและภัยพิบัติครั้งใหญ่” ในระหว่างปี 2021 ในขณะที่ “ยักษ์” สามตัวรวมกันและ “มังกรที่แข็งแกร่ง” จะยึดมนุษยชาติ

จากคำทำนายนี้บางคนคาดเดาว่า “มังกร” หมายถึงจีนและยังหมายถึงว่าอำนาจของจีนที่แผ่ไปทั่วโลกจะยังคงแข็งแกร่งขึ้น วานก้ายังบอกว่า บางคนจะใช้ “เงินสีแดง” ซึ่งอาจหมายถึงเงินหยวนของจีน

แต่ยักษ์สามตัวรวมกันยังไม่มีการตีความว่าหมายถึงอะไร บางทีอาจจะหมายถึงพันธมิตรมหาอำนาจสามฝ่ายที่ผนึกกำลังกันต่อต้านจีน หรืออาจเป็นพันธมิตรจีนกับอีก 2 ชาติก็เป็นได้

หนึ่งในสองชาติอาจเป็นรัสเซียก็ได้ แม่หมอเคยทำนายไว้คือการผงาดขึ้นมาของบุคคลหนึ่งที่ชื่อ “วลาดิมีร์” จากรัสเซีย ในบทสัมภาษณ์ที่ให้ไว้เมื่อปี 1979 นางบอกเอาไว้ว่า “ทุกสิ่งจะล่มสลายราวกับแผ่นน้ำแข็งละลาย มีเพียงหนึ่งเดียวที่ไร้ผู้ต่อต้าน คือความเกริกไกรของวลาดิมีร์ ความเกริกไกรของรัสเซีย”

วานก้ายังทำนายด้วยว่าในปีนี้มนุษยชาติจะค้นพบยารักษามะเร็งและน้ำมันจะไม่มีประโยชน์อีกเพราะต่อไปรถไฟจะบินได้ด้วยพลังแสงอาทิตย์

บางคนยังตีความว่าแม่หมอตาทิพย์ยังทำนายถึงระบาดของโควิด-19 เอาไว้ด้วยโดยคำทำนายของนางระบุว่า “โคโรนาจะอยู่เหนือพวกเราทุกคน ทั้งนี้คำว่าโคโรนาหมายถึงมงกุฏได้ด้วย แต่เชื้อโคโรนาได้ชื่อนี้มาเพราะลักษณะของมันที่คล้ายกับสวมมงกุฏ

วานก้ายังทำนายว่าประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 จะล้มป่วยในปี 2020 ซึ่งน่าจะหมายถึงโดนัลด์ ทรัมป์ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเมื่อปีที่แล้ว แต่วานก้ายังไปไกลขนาดบอกว่าผู้นำสหรัฐจะป่วยถึงขนาดหูหนวกและมีเนื้องอกในสมอง

นอกจากนี้ ยังบอกว่า “ไม่มีใครสามารถหยุดยั้งรัสเซียได้ ทุกคนจะถูกรัสเซียกวาดต้อนไป ไม่เพียงรัสเซียจะรอดพ้น แต่ยังจะกลายเป็นเจ้าโลก” และก่อนที่จะเสียชีวิตได้ไม่นาน วันก้ายังทำนายถึงรัสเซียอีกครั้งว่า จะกลายเป็นมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ประหัตประหารกัน

อย่างไรก็ตาม แม่หมอมีพลาดเหมือนกัน เพราะเคยทำนายว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นในปี 2010 ปี สงครามจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน 2010 และสิ้นสุดในเดือนตุลาคม 2014 โดยจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อนจากนั้นจึงใช้อาวุธเคมี

ในปี 2011 จากผลกระทบของสารกัมมันตภาพรังสีที่หลุดออกมาทั้งสัตว์และพืชพันธุ์จะไม่หลงเหลืออยู่ในซีกโลกเหนือ จากนั้นชาวมุสลิมจะเริ่มทำสงครามเคมีกับชาวยุโรปที่รอดชีวิต ปี 2014 คนส่วนใหญ่จะป่วยเป็นแผลมะเร็งผิวหนังและโรคผิวหนังอื่น ๆ (ผลจากสงครามเคมี) และปี 2016 ยุโรปแทบจะเป็นเมืองร้าง แต่ปรากฎว่าไม่ได้เกิดขึ้นอย่างที่ทำนายไว้

นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ Daily Express สื่อของของสหราชอาณาจักรยังระบุว่ามีการสอบสวนที่พบว่าคำทำนายที่ของบาบา วานก้าจำนวนมากถูกสร้างขึ้นโดยโทรลล์โซเชียลมีเดียของรัสเซีย

ส่วนคำทำนายที่ยังต้องลุ้นกันต่อไปคือ ในปี 2043 จะมีการสถาปนารัฐอิสลามกลางแผ่นดินวาติกัน ในปี 2028 จะมีการส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ในปี 2100 จะมีการสร้างดาวเคราะห์ประดิษฐ์ มนุษย์จะกลายเป็นหุ่นแอนดรอยด์ในปี 2111 และโลกจะสิ้นสุดในปี 5079 เมื่อมนุษย์เดินทางไปเสาะหาที่อยู่แห่งใหม่ในจักรวาล

ก่อนที่แม่หมอตาบอดจะสิ้นใจในปี 1996 ได้เผยว่าจะมีเด็กหญิงตาบอดในฝรั่งเศสสืบทอดความสามารถด้านทำนายทายทักของนาง ซึ่งขณะนี้เด็กคนดังกล่าว (ถ้ามีอยู่จริง) จะโตเป็นผู้ใหญ่อายุได้ 34 ปีแล้ว

รสชาติปีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน มีทั้งฉลองและหงอยเหงา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/641705

วันที่ 01 ม.ค. 2564 เวลา 10:35 น.รสชาติปีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน มีทั้งฉลองและหงอยเหงารวมภาพการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ของประเทศต่างๆตั้งแต่ประเทศคึกคักจนถึงประเทศสุดกร่อย

ภาพหลักของรายงานข่าวรับปีใหม่คือภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจอเมริกันเดินลาดตระเวนในจตุรัสไทม์สแควร์ที่ว่างเปล่าเนื่องจากไม่มีผู้คนมาร่วมงานเหมือนทุกปีที่ผ่านมา หลังจากมีการกำหนดมาตรการป้องกันโควิด-19 ในวันส่งท้ายปีเก่าในนิวยอร์กซิตี้วันที่ 31 ธันวาคม 2020 (ภาพโดย COREY SIPKIN / AFP)

เจ้าหน้าที่ตำรวจม้าพยายามที่จะแยกย้ายผู้คนที่ The Victoria Embankment ในลอนดอน เนื่องจากกลุ่มผู้ยังหลั่งไหลรวมตัวกันในลอนดอนที่ใกล้ร้างในช่วงดึกของวันส่งท้ายปีเก่าที่ 31 ธันวาคม 2020 เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในเมืองเพิ่มมาตรการควบคุมระดับ 4 โดยหวังว่าผู้คนจะปฏิบัติตาม (ภาพโดย Tolga Akmen / AFP)
ผู้คนมารวมตัวกันที่หาดชิงาซากิ เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นในวันปีใหม่ในจังหวัดคานางาวะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของโตเกียวในวันที่ 1 มกราคม 2021 (ภาพโดย Philip FONG / AFP)
บรรยากาศการฉลองปีใหม่ที่อู่ฮั่นค่อนข้างคึกครื้น ผู้คนถ่ายรูปริมฝั่งแม่น้ำแยงซีในวันส่งท้ายปีเก่าที่เมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ยตอนกลางของจีนเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2020 (ภาพโดย NOEL CELIS / AFP)
ผู้นมัสการสวดมนต์ระหว่างร่วมพิธีในช่วงกลางคืนที่โบสถ์แองกลิกันแห่งสังฆมณฑลลากอสตะวันตก เมืองอิบาโฟ ในรัฐโอกุนทางตะวันตกเฉียงใต้ของไนจีเรียเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. แม้ว่ารัฐบาลจะแนะนำไม่ให้คริสตจักรจัดพิธีกีมเพื่อมิให้เกิดการการรวมตัวกันของผู้คนจำนวนมากจนเสี่ยงต่อการกระจายของไวรัสโคโรนา (ภาพโดย PIUS UTOMI EKPEI / AFP)
การปล่อยดอกไม้ไฟจากอาคารไทเป 101 เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ในไทเปในวันที่ 1 มกราคม 2564 (ภาพโดย Sam Yeh / AFP)
ตำรวจออกลาดตระเวนในตัวเมืองจาการ์ตาเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ขณะที่เจ้าหน้าที่ปิดถนนสายหลักในเมืองหลวงเพื่อบังคับใช้มาตรการควบคุมโคโรนาไวรัสในวันส่งท้ายปีเก่า (ภาพโดย Bay ISMOYO / AFP
พลุส่งท้ายปีเก่าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาระหว่างการแสดงดอกไม้ไฟส่งท้ายปีเก่าที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 (ภาพโดย Mladen ANTONOV / AFP)
ตำรวจจับกุมชายคนหนึ่งที่จัตุรัส Bebelplatz หลังจากที่พวกเขาพยายามสลายฝูงชนที่ถนน Unter den Linden หลังจากงานเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ประตู Brandenburg ในกรุงเบอร์ลินเมื่อต้นวันที่ 1 มกราคม 2021 (ภาพโดย Odd ANDERSEN / AFP)
ภาพนี้ถ่ายและเผยแพร่เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2021 จากสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือแสดงดอกไม้ไฟที่จัตุรัสคิมอิลซองในกรุงเปียงยางตอนเที่ยงคืนเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ (ภาพโดย STR / KCNA VIA KNS / AFP) /
เจ้าหน้าที่ตำรวจสวิตเซอร์แลนด์ยืนอยู่ที่จัตุรัสกลางของรีสอร์ทอัลไพน์สวิสในเมือง Verbier เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนมารวมตัวกันในช่วงปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคม 2021 (ภาพโดย Fabrice COFFRINI / AFP)