นิตยสารไทม์ยกไบเดน-แฮร์ริสเป็นบุคคลแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

นิตยสารไทม์ยกไบเดน-แฮร์ริสเป็นบุคคลแห่งปี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 12:40 น.นิตยสารไทม์ยกไบเดน-แฮร์ริสเป็นบุคคลแห่งปีนิตยสารไทม์ยก โจ ไบเดน และคามาลา แฮร์ริส ว่าที่ประธานาธิบดีและรองเป็นบุคคลแห่งปี 2020

นิตยสารไทม์ (Time) ประกาศให้ โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ และคามาลา แฮร์ริส ว่าที่รองประธานาธิบดีสหรัฐเป็นบุคคลแห่งปีของปี 2020

เอ็ดเวิร์ด เฟลเซ็นธาล บรรณาธิการนิตยสารไทม์ระบุว่า “สำหรับการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวของชาวอเมริกัน สำหรับการแสดงให้เห็นว่าพลังแห่งความเห็นอกเห็นใจยิ่งใหญ่กว่าความโกรธเกรี้ยวของการแบ่งแยก สำหรับการแสดงวิสัยทัศน์ของการเยียวยาในโลกที่แสนเศร้า โจ ไบเดน และคามาลา แฮร์ริส คือบุคคลแห่งปี 2020 ของไทม์”

ทั้งสองคนเอาชนะ โดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา โดยแฮร์ริสนั้นเป็นทั้งผู้หญิงคนแรกและผู้หญิงผิวสีคนแรกและผู้หญิงเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐ

ขณะที่ซูเปอร์สตาร์เอ็นบีเอ เลบรอน เจมส์ ได้รับเลือกเป็นนักกีฬาแห่งปี และบอยแบนด์สัญชาติเกาหลี บีทีเอส เป็นคนบันเทิงแห่งปี

ผู้ที่เข้ารอบในปีนี้เป็นภาพสะท้อนเหตุการณ์สำคัญๆ ของปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น ไบเดน, โดนัลด์ ทรัมป์, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานแนวหน้า,นายแพทย์แอนโธนี เฟาซี หัวหน้าคณะทำงานการรับมือ Covid-19, และกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางเชื้อชาติ ซึ่งล้วนเป็นตัวละครหลักในปีอันแสนวุ่นวาย ซึ่งรวมถึงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ความไม่สงบในบ้านเมืองสหรัฐกรณีเชื้อชาติ และการเลือกตั้งที่ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่

กษัตริย์โมร็อกโกสั่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศฟรี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

กษัตริย์โมร็อกโกสั่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศฟรี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 11:20 น.กษัตริย์โมร็อกโกสั่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วประเทศฟรีสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 ทรงมีพระบรมราชโองการจัดฉีดวัคซีนให้ประชาชนทุกคนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

The North Africa Post รายงาน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม สำนักพระราชวังโมร็อกโกแถลงว่า สมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ 6 แห่งโมร็อกโก ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้รัฐบาลโมร็อกโกดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาให้ประชาชนทุกคนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระราชดำริในโครงการจัดฉีดวัคซีนครั้งใหญ่ให้แก่ประชาชนชาวโมร็อกโกในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อให้มั่นใจว่าชาวโมร็อกโกทุกคนจะได้รับวัคซีนดังกล่าวเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

นอกจากนี้เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พระองค์ทรงเป็นประธานในการประชุมเพื่อเตรียมการสำหรับโครงการจัดฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยในระยะแรกจะจัดฉีดวัคซีนสำหรับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ครู ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง

ทั้งนี้ วันที่ 10 ธันวาคม กระทรวงสาธารณสุขโมร็อกโกเผยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,345 ราย ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันทั่วประเทศอยู่ที่ 391,529 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 6,427 ราย

เตรียมใจไว้เลย โลกเรายังร้อนได้มากกว่านี้อีก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เตรียมใจไว้เลย โลกเรายังร้อนได้มากกว่านี้อีก – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 21:30 น.เตรียมใจไว้เลย โลกเรายังร้อนได้มากกว่านี้อีกปี 2020 เป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 170 ปี แต่นี่ยังไม่ถือว่าร้อนที่สุด เพราะจากนี้ไปโลกจะร้อนขึ้นอีกอย่างน้อยปีละ 1 องศาเซลเซียส

เร็วๆ นี้มีรายงานเกี่ยวกับความร้อนของโลกออกมาเป็นระยะ ล่าสุดโครงการสิ่งแวดล้อมขององค์การสหประชาชาติเผยว่า ช่วงสิ้นสุดของศตวรรษนี้ หรือในปี 2100 อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้น 3 องศาเซลเซียส แม้ว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ช่วงที่ Covid-19 ระบาดจะลดลงก็ตาม

และยังเตือนอีกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงช่วงล็อกดาวน์จะช่วยโลกร้อนได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถ้าเราไม่พร้อมใจกันลดใช้พลังงานจากฟอสซิลเป็นวงกว้างและรวดเร็วที่สุด โดยผู้เชี่ยวชาญยังห่วงอีกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะหวนกลับมาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในปี 2021

หรือจะเป็นรายงานของกรมอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ที่เตือนว่าโลกกำลังอยู่ในช่วง “หายนะของสภาพภูมิอากาศ” และปีนี้เป็น 1 ใน 3 ปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาตั้งแต่ปี 1850 หรือเมื่อ 170 ปีที่แล้ว

รายงานเดียวกันนี้ยังบอกอีกว่า อุณหภูมิทั่วโลกในแต่ละปีจะร้อนขึ้นอีกอย่างน้อย 1 องศาเซลเซียสจากอุณหภูมิในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรม (ช่วงปี 1850-1900) ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ในเวลาใกล้เคียงกันกรมอุตุนิยมวิทยาของอังกฤษเผยข้อมูลว่า หากยังไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก พื้นที่ส่วนใหญ่ของอังกฤษจะไม่มีหิมะภายในปี 2100 หรืออีกเพียง 80 ปีข้างหน้าเท่านั้น และทางตอนใต้ของประเทศจะไม่เจอกับอุณหภูมิ 0องศาเซลเซียสหรือติดลบภายในปี 2040

จากคำเตือนข้างต้นจะเห็นว่าตัวแปรสำคัญของภาวะโลกร้อนก็คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากที่สุด (75%) และยังเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการสะสมพลังงานความร้อนในชั้นบรรยากาศมากที่สุดอีกด้วย

นับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือช่วง 170 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นการขับรถยนต์ การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การตัดไม้ทำลายป่า การทำไร่ หรือการเลี้ยงปศุสัตว์ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน สูงกว่าในยุคไดโนเสาร์สูญพันธุ์ หรือเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว

ในปี 1850 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศอยู่ที่ 280 ส่วนในล้านส่วน แต่ข้อมูลล่าสุดจากองค์การนาซา (ต.ค.2020) พบว่าเพิ่มขึ้นมาที่ 415 ส่วนในล้านส่วน

ถ้าถามว่า 415 ส่วนในล้านส่วนร้ายแรงแค่ไหน ตอบได้เลยว่า ขณะนี้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นแล้วอย่างน้อย 1 องศาเซลเซียส เพียง 1 องศาเซลเซียสเรายังรู้สึกว่าร้อนจนแทบทนไม่ไหว แต่นักวิทยาศาสตร์ลงความเห็นหากความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม อุณหภูมิจะสูงขึ้นถึง 2-3 องศาเซลเซียส

และตอนนี้แม้จะไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ก็พอมองเห็นสัญญาณเตือนที่โลกส่งมาให้มนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งขั้วโลกละลายเร็วอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ไฟป่าเกิดถี่ขึ้น พายุเฮอร์ริเคนและไต้ฝุ่นรุนแรงขึ้น รวมทั้งคลื่นความร้อนที่เล่นงานหลายประเทศ

ที่ซ้ำร้ายกว่านั้นคือระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปัจจุบันบวกกับกิจกรรมที่ทำลายระบบนิเวศของมนุษย์กำลังผลักให้โลกเข้าสู่ภาวะสภาพภูมิอากาศอบอุ่น (Warmhouse) และ สภาวะโลกร้อนในระดับวิกฤต (Hothouse) ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 34 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งในยุคนั้นร้อนจนไม่มีน้ำแข็งขั้วโลก และอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่าในปัจจุบันราว 9-14 องศาเซลเซียส

หรือที่ใกล้กว่านั้นคือ ภายในปี 2100 หรืออีก 80 ปีข้างหน้า ถ้ามนุษย์ยังไม่หยุดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อุณหภูมิโลกจะร้อนขึ้นอีก 4.7 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างกะทันหันนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลกันว่าทั้งโลกและมนุษย์จะปรับตัวไม่ทัน เพราะเมื่อ 250 ล้านปีที่แล้วที่เกิดเหตุการณ์ที่นำมาสู่สูญพันธุ์ครั้งใหญ่นั้น ต้องใช้เวลานับพันนับหมื่นปีกว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นถึงจุดพีค บางรายงานบอกว่าใช้เวลาถึง 150,000 ปี

หรือเมื่อ 56 ล้านปีก่อนที่โลกประสบกับภาวะโลกร้อนครั้งใหญ่ ก็ยังต้องใช้เวลาราว 10,000-20,000 ปีอุณหภูมิจึงจะเพิ่มสูงสุด

ทว่าภาวะโลกร้อนที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ใช้เวลาเกิดขึ้นเพียง 200 ปีเท่านั้น

เมื่อหายนะมาถึงมนุษย์จะได้รับผลกระทบที่เกิดจากน้ำมือของตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงานของสถาบันเศรษฐศาสตร์และสันติภาพ (IEP) พบว่าประชากรโลกมากถึง 1,200 ล้านคนใน 31 ประเทศจะต้องย้ายที่อยู่ภายใน 30 ปีข้างหน้าอันเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและภาวะโลกร้อน

ส่วนอีกงานวิจัยหนึ่งจาก Climate Impact Lab พบว่าหากยังไม่หยุดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวนผู้เสียชีวิตจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงจะแซงหน้าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคติดต่อทั้งหมดรวมกัน

ขณะที่แม้ว่าหลายประเทศจะตื่นตัวแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน พยายามวางนโยบายปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นจีน สหภาพยุโรป อังกฤษ แต่ก็ยังเป็นการแก้ปัญหาแบบประเทศใครประเทศมัน ทำให้ความพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังมีอุปสรรคอยู่มากและอาจไม่บรรลุเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมตามข้อตกลงปารีส

อย่างไรก็ดี จะผลักภาระให้ประเทศอุตสาหกรรมที่ร่ำรวยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนเพียงลำพังไม่ได้ ประเทศกำลังพัฒนาต้องเร่งดำเนินการด้วย แต่หากลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประเทศกำลังพัฒนาอาจต้องแบกรับภาระหนัก

เหตุผลหนึ่งคือค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามข้อตกลงปารีส สถาบันเพื่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนานานาชาติ (IIED) ระบุว่าบรรดาประเทศกำลังพัฒนาอาจต้องใช้เงินถึง 93,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเพื่อให้ข้อตกลงบรรลุเป้าหมาย

อีกเหตุผลคือ ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้ต้องพึ่งพารายได้จากกิจการที่ต้องตัดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ อาทิ ประเทศไทยที่ต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นตัวการการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันดับต้นๆ

แต่ไม่ว่าอย่างไร เราทุกคนคงต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อรักษาโลกที่สวยงามไว้ส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคต

เกาหลีใต้เร่งสร้างโรงพยาบาลจากตู้คอนเทนเนอร์รับโควิดระลอกสาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เกาหลีใต้เร่งสร้างโรงพยาบาลจากตู้คอนเทนเนอร์รับโควิดระลอกสาม  – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 19:30 น.เกาหลีใต้เร่งสร้างโรงพยาบาลจากตู้คอนเทนเนอร์รับโควิดระลอกสาม ทางการเกาหลีใต้ดัดแปลงตู้คอนเทนเนอร์เป็นเตียงรองรับผู้ป่วย Covid-19 แก้ปัญหาขาดแคลนเตียงเพราะผู้ป่วยพุ่ง 

การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสระลอกล่าสุดในเกาหลีใต้ทำให้ทางการกังวลว่าเตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลจะไม่เพียงพอ ทางการกรุงโซลจึงเริ่มนำตู้คอนเทนเนอร์มาดัดแปลงเป็นห้องผู้ป่วยรองรับผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดการระบาด   

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังมีแผนจะตั้งจุดตรวจหาเชื้อชั่วคราวราว 150 จุดกระจายทั่วกรุงโซล

พัคนึงฮู รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า “เราพยายามอย่างหนักในการยับยั้งการแพร่ระบาดในกรุงโซลด้วยการระดมทรัพยากรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดเตรียมศูนย์รักษาและเตียงผู้ป่วยสำหรับกรณีฉุกเฉินเพื่อให้ประชาชนได้รับการรักษาที่เหมาะสมทันท่วงที”

สำนักควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีรายงานว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 682 ราย ลดลงจากวันก่อนที่พบ 686 ราย ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงเป็นอันดับสองนับตั้งแต่ยืนยันพบการระบาดครั้งแรกเมื่อเดือน ม.ค. แม้ว่าจะบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวดแล้วก็ตาม

สถานทูตจีนลั่นโดนแฮก หลังรีทวีตทรัมป์กล่าวหาการเลือกตั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สถานทูตจีนลั่นโดนแฮก หลังรีทวีตทรัมป์กล่าวหาการเลือกตั้ง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 18:30 น.สถานทูตจีนลั่นโดนแฮก หลังรีทวีตทรัมป์กล่าวหาการเลือกตั้งสถานทูตจีนในสหรัฐถูกแฮกเกอร์มือดีรีทวีตข้อความโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อ้างว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส

บีบีซีรายงาน วันที่ 10 ธ.ค. สถานทูตจีนในสหรัฐประกาศว่าถูกแฮกบัญชีทวิตเตอร์หลังจากที่มีการรีทวีตข้อความของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กล่าวหาว่าการเลือกตั้งสหรัฐครั้งนี้มีการทุจริต

โดยทรัมป์กล่าวว่า “หากมีการทุจริตการเลือกตั้งอย่างที่พรรคเดโมแครตทำ ทำไมจึงไม่ยกเลิกการเลือกตั้งโดยทันที ประเทศจะดำเนินไปเช่นนี้ได้อย่างไร”

ภายหลังสถานทูตจีนได้ยกเลิกการรีทวีตดังกล่าวก่อนที่จะออกมาแถลงว่า “บัญชีทวิตเตอร์ของสถานทูตจีนถูกแฮกเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ และเราขอประณามการกระทำดังกล่าว เพื่อความชัดเจนเราขอยืนยันว่าทางสถานทูตไม่ได้มีการรีทวีตข้อความใดๆ”

โดยก่อนหน้านี้จีนได้แสดงความยินดีอย่างเป็นทางการต่อโจ ไบเดน ที่ชนะการเลือกตั้งซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่าพวกเขา “เคารพการตัดสินใจของชาวอเมริกัน”

ขณะที่ทรัมป์ยังคงตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้งโดยไม่มีหลักฐานอย่างต่อเนื่องบนทวิตเตอร์และข้อความของเขาถูกออกคำเตือนโดยทวิตเตอร์หลายครั้งว่าเป็นเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สถานทูตของจีนประสบปัญหาบนทวิตเตอร์ โดยในเดือนกันยายนที่ผ่านมาสถานทูตจีนในสหราชอาณาจักร ขอให้ดำเนินการสอบสวนหลังจากที่บัญชีของเอกอัครราชทูตกดถูกใจคลิปลามกอนาจาร

Interesting retweet pic.twitter.com/5pdxSdPQyu— davidshepardson (@davidshepardson) December 9, 2020

The Chinese Embassy twitter account was hacked this afternoon and we condemn such an act. For clarification, the Embassy didn’t do any retweeting on Dec.9.— Chinese Embassy in US (@ChineseEmbinUS) December 10, 2020

โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้ง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 17:00 น.โควิดบนเรือสำราญสิงคโปร์: กรณีศึกษาการกลับมาท่องเที่ยวอีกครั้งการท่องเที่ยวของสิงคโปร์ต้องชะงักอีกรอบหลังพบผู้โดยสารเรือสำราญที่เพิ่งกลับมาให้บริการติดเชื้อ Covid-19  

ทริปล่องเรือสำราญชมวิวโดยไม่แวะลงเรือ (cruise to nowhere) ของผู้โดยสาร 1,680 คน และลูกเรืออีก 1,148 คนบนเรือสำราญควอนตัม ออฟ เดอะ ซีส์ (Quantum of the Seas) ต้องจบลงในวันที่ 3 จากเดิมที่ต้องแล่นเรือทั้งหมด 4 วัน หลังผู้โดยสารวัย 83 ปีมีผลตรวจ Covid-19 เป็นบวก

เรือสำราญลำนี้จะมีมาตรการคัดกรองและป้องกันที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจร่างกายผู้โดยสารและลูกเรือซึ่งทั้งหมดมีผลตรวจเป็นลบ ลดจำนวนผู้โดยสารเหลือครึ่งหนึ่งของความจุเรือ จัดสถานที่ให้ถูกสุขอนามัย ปรับปรุงระบบการไหลเวียนอากาศ ไปจนถึงการบังคับให้สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง และให้พนักงานเสิร์ฟอาหารสวมอุปกรณ์ป้องกัน

แต่มาตรการเหล่านี้ก็ยังไม่เพียงพอรับมือกับเชื้อโคโรนาไวรัส

เรนา แม็คอินไทร์ ศาสตราจารย์ด้านความปลอดภัยทางชีวภาพจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลียเผยว่า “แม้ในช่วงแรกๆ ของการแพร่ระบาดก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเรือสำราญเป็นจุดเสี่ยงของการแพร่ระบาด และการระบาดนี้สามารถเล็ดลอดออกไปยังชุมชนได้ ขณะนี้การแพร่ระบาดรุนแรงกว่าเมื่อเดือน พ.ค.ซึ่งเรือสำราญหยุดให้บริการ นั่นหมายความว่าความเสี่ยงที่ผู้โดยสารหรือลูกเรือที่ติดเชื้อจะขึ้นเรือก็สูงขึ้นด้วย”

เหตุการณ์ล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่สองที่แผนฟื้นฟูการท่องเที่ยวของสิงคโปร์สะดุดในรอบไม่กี่เดือน หลังจากที่ต้องพับโครงการทราเวล บับเบิลกับฮ่องกงทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น เนื่องจาก Covid-19 กลับมาระบาดอีกครั้งในฮ่องกง

ความล้มเหลวของสิงคโปร์ที่พยายามฟื้นฟูการท่องเที่ยวเป็นตัวอย่างได้ดีว่าแม้ในประเทศที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศแทบจะเป็นศูนย์ติดต่อกันหลายสัปดาห์ก็ยังไม่ง่ายที่จะเดินหน้าการท่องเที่ยวอีกครั้ง

และสิงคโปร์ก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่แผนกระตุ้นการท่องเที่ยวสะดุด โครงการ “ออกไปเที่ยว” ของญี่ปุ่นที่รัฐสนับสนุนให้ชาวญี่ปุ่นไปเที่ยวในพื้นที่ที่ขาดนักท่องเที่ยวช่วง Covid-19 ระบาด ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงขั้นล้อเลียนว่าเป็นโครงการ “ไปโรงพยาบาล” เพราะอาจเป็นต้นตอของการแพร่ระบาด

ขณะที่บาหลีของอินโดนีเซียที่มีแผนว่าจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมาก็ต้องเลื่อนออกไปก่อนเช่นกัน เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง ส่วนประเทศไทยเริ่มด้วยการรับนักท่องเที่ยว 1,000 คนจากเดิมที่เคยต้อนรับนักท่องเที่ยว 3.1 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

อดีตกษัตริย์สเปนทรงชำระภาษีย้อนหลัง หลังพัวพันคดีคอร์รัปชัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

อดีตกษัตริย์สเปนทรงชำระภาษีย้อนหลัง หลังพัวพันคดีคอร์รัปชัน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 15:45 น.อดีตกษัตริย์สเปนทรงชำระภาษีย้อนหลัง หลังพัวพันคดีคอร์รัปชันทนายความเผยสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอสทรงชำระภาษีย้อนหลัง 25 ล้านบาท

รอยเตอร์สรายงาน ทนายความของ ฮวน คาร์ลอส อดีตกษัตริย์สเปน เผยเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่าพระองค์ทรงชำระภาษีย้อนหลังมูลค่า 678,394 ยูโร (ประมาณ 25 ล้านบาท) รวมดอกเบี้ยและค่าปรับ หลังเสด็จออกนอกประเทศไปเมื่อเดือนสิงหาคมเพราะทรงตกเป็นข่าวอื้อฉาวว่าพัวพันการทุจริต

อย่างไรก็ตามทนายความไม่ได้เปิดเผยว่าทำไมและเมื่อใดที่อดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส ทรงชำระภาษีแต่การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากที่สื่อสเปนเปิดเผยการสอบสวนเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีและการฟอกเงินของพระองค์

ทั้งนี้ อัยการศาลฎีกาของสเปนได้เปิดการสอบสวนหลายครั้งเกี่ยวกับการติดต่อธุรกิจของอดีตกษัตริย์ฮวน คาร์ลอส

เปโดร ซันเชซ นายกรัฐมนตรีสเปนให้สัมภาษณ์ต่อสถานีโทรทัศน์สเปนว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเงินของราชวงศ์พิสูจน์ให้เห็นว่าสถาบันแห่งอำนาจกำลังทำงาน

“ในฐานะรัฐบาลเราสามารถรับประกันได้ว่ากลไกของประชาธิปไตยกำลังทำงาน และการสอบสวนจะได้ข้อสรุปด้วยความโปร่งใส” ซันเชซกล่าว

เพื่อปกป้องระบอบรัฐธรรมนูญซานเชซยังยืนยันว่า “สถาบันกษัตริย์ไม่ตกอยู่ในอันตราย”

ทั้งนี้ อัยการในสเปนและสวิตเซอร์แลนด์เปิดการสอบสวนธุรกรรมทางการเงินของสมเด็จพระราชาธิบดีฮวน คาร์ลอส ว่าพระองค์พัวพันกับการทุจริตโครงการรถไฟความเร็วสูงในซาอุดิอาระเบีย โดยได้รับการถวายเงินจากซาอุดิอาระเบีย 100 ล้านเหรียญสหรัฐเข้าบัญชีลับของพระองค์ซึ่งเป็นบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนที่พระองค์จะเสด็จออกจากสเปนและย้ายไปพำนักที่อาหรับเอมิเรตส์

ดูกันจะๆ วินาทียาน ‘สเปซเอ็กซ์’ ระเบิดขณะลงจอด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ดูกันจะๆ วินาทียาน ‘สเปซเอ็กซ์’ ระเบิดขณะลงจอด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 14:30 น.ดูกันจะๆ วินาทียาน 'สเปซเอ็กซ์' ระเบิดขณะลงจอดยานต้นแบบ ‘สเปซเอ็กซ์ สตาร์ชิป เอสเอ็น 8’ ระเบิดขณะลงจอดที่รัฐเท็กซัส

นิวยอร์กไทมส์รายงาน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. สเปซเอ็กซ์ถ่ายทอดสดเปิดตัวยานต้นแบบ “สเปซเอ็กซ์ สตาร์ชิป เอสเอ็น 8” พร้อมภารกิจทดสอบการบินที่เมืองบราวน์สวิลล์ ในรัฐเท็กซัส โดยยานดังกล่าวระเบิดขณะลงจอดภายหลังเสร็จสิ้นการบินทดสอบ

ยานต้นแบบดังกล่าวมีความสูง 50 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 16 ชั้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 เมตร และออกแบบให้สามารถบรรทุกสินค้าน้ำหนักมากถึง 100 ตัน โดยมีเป้าหมายที่จะส่งมนุษย์เดินทางสู่ดวงจันทร์และดาวอังคารในอนาคต

ในการทดสอบยานสตาร์ชิปบินในระดับความสูง 41,000 ฟุต ซึ่งเป็นการทดสอบเครื่องยนต์ที่มีชื่อว่า “แรปเตอร์” เป็นครั้งแรกอีกด้วย

อีลอน มัสก์ ประธานบริหารสเปซเอ็กซ์แถลงบนทวิตเตอร์ถึงสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ว่า “ความดันในถังเชื้อเพลิงอยู่ในระดับต่ำจึงทำให้จรวดลงจอดด้วยความเร็วสูงเกินไป” พร้อมกล่าวว่าสเปซเอ็กซ์สามารถรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ต้องการจากการทดสอบครั้งนี้

Photo by – / various sources / AFP

สิงโต 4 ตัวในสวนสัตว์สเปนติดโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สิงโต 4 ตัวในสวนสัตว์สเปนติดโควิด-19 – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 13:00 น.สิงโต 4 ตัวในสวนสัตว์สเปนติดโควิด-19สิงโตในสวนสัตว์บาร์เซโลนา 4 ตัวตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนา

บีบีซีรายงาน ทีมสัตวแพทย์เผยว่าตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในสิงโตเพศเมีย 4 ตัว และเพศผู้ 1 ตัว ในสวนสัตว์บาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการติดเชื้อ ขณะที่มีผู้ดูแลสวนสัตว์ 2 คนตรวจพบเชื้อด้วยเช่นกัน

มีรายงานว่าผู้ดูแลสวนสัตว์ได้ทำการตรวจหาเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจกับสิงโตทั้ง 4 ตัว ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ตรวจหาเชื้อในมนุษย์ หลังจากที่สิงโตเหล่านี้มีอาการไอและจามเล็กน้อย

โดยขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบถึงสาเหตุการติดเชื้อของสิงโตซึ่งคาดว่าอาจติดจากเจ้าหน้าที่ในสวนสัตว์ที่ไม่แสดงอาการ

ขณะนี้สิงโตทั้ง 4 ตัวได้รับการดูแลรักษาจากทีมสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยตอบสนองต่อการรักษาได้ดีแต่ยังมีอาการเล็กน้อยคล้ายไข้หวัดแบบไม่รุนแรง

อย่างไรก็ตามสวนสัตว์บาร์เซโลนามั่นใจว่าเชื้อไวรัสจะไม่แพร่ระบาดไปยังสัตว์อื่นๆ ในสวนสัตว์รวมถึงผู้มาเยี่ยมชมเนื่องจากไม่ได้มีการสัมผัสใกล้ชิด

นอกจากนี้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา มีการตรวจพบเชื้อไวรัสโคโรนาในเสือ 4 ตัว และสิงโต 3 ตัว ในสวนสัตว์บรองซ์ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

AFP PHOTO / ZIMBABWE NATIONAL PARKS

ทรัมป์ขอศาลนับคะแนนเป็นโมฆะ ลั่นประเทศต้องการชัยชนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทรัมป์ขอศาลนับคะแนนเป็นโมฆะ ลั่นประเทศต้องการชัยชนะ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 10 ธ.ค. 2563 เวลา 11:30 น.ทรัมป์ขอศาลนับคะแนนเป็นโมฆะ ลั่นประเทศต้องการชัยชนะโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ศาลฎีกาประกาศให้ผลคะแนนจาก 4 รัฐสมรภูมิเป็นโมฆะ หลังศาลปัดคำร้องในเพนซิลเวเนีย

ซีเอ็นเอ็นรายงาน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ศาลฎีกาไม่นับคะแนนเสียงจาก 4 รัฐสมรภูมิที่โหวตให้โจ ไบเดน โดยขอให้คะแนนเสียงนับล้านในรัฐจอร์เจีย มิชิแกน เพนซิลเวเนีย และวิสคอนซินเป็นโมฆะ

โดยทรัมป์เรียกร้องให้ศาลไม่นับรวมผลคะแนนจากรัฐที่ “ไม่สมบูรณ์ตามรัฐธรรมนูญ” เว้นแต่ว่าจะมีการทบทวนผลการเลือกตั้งปี 2020 ใหม่อีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลฎีกาปฏิเสธคำร้องของไมค์ เคลลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันที่พยายามเรียกร้องให้ศาลฎีการับรองว่าบัตรลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์ในรัฐเพนซิลเวเนียกว่า 2.5 ล้านใบเป็นโมฆะ โดยอ้างว่าการขยายการลงคะแนนทางไปรษณีย์เป็นการละเมิดกฎหมายของรัฐ

ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งนี้มีการลงคะแนนเสียงทางไปรษณีย์จำนวนมากเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ทรัมป์ย้ำว่าการลงคะแนนทางไปรษณีย์นั้นเสี่ยงต่อการทุจริต

นอกจากนี้ทรัมป์ยังได้ขอแทรกแซงคดีในรัฐเท็กซัสเพื่อพยายามล้มชัยชนะของไบเดน โดยทรัมป์ได้ทวีตเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ว่า “เราจะเข้าแทรกแซงคดีในรัฐเท็กซัส (รวมถึงรัฐอื่นๆ อีกมากมาย) นี่ถือเป็นเรื่องใหญ่ ประเทศของเราต้องการชัยชนะ”

โดยคดีดังกล่าวประกาศเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. โดยเคน แพกซ์ตัน อัยการสูงสุดของพรรครีพับลิกันแห่งรัฐเท็กซัส ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายกล่าวว่าคดีในรัฐเท็กซัสมีโอกาสน้อยที่จะประสบความสำเร็จและขาดคุณสมบัติทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ทรัมป์ได้คัดค้านผลการลือกตั้งโดยอ้างถึงการทุจริตในการลงคะแนนเสียงและการขโมยคะแนนมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยไม่มีหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่การเลือกตั้งยืนยันว่าไม่พบหลักฐานการทุจริตดังกล่าว

We will be INTERVENING in the Texas (plus many other states) case. This is the big one. Our Country needs a victory!— Donald J. Trump (@realDonaldTrump) December 9, 2020

Photo by SAUL LOEB / AFP