รวยอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ คฤหาสน์แพงที่สุดแต่เจ้าของไม่ได้อยู่สักที #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รวยอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ คฤหาสน์แพงที่สุดแต่เจ้าของไม่ได้อยู่สักที – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 14:03 น.รวยอย่างเดียวอยู่ไม่ได้ คฤหาสน์แพงที่สุดแต่เจ้าของไม่ได้อยู่สักทีคฤหาสน์โบราณนครมุมไบ ทุบสถิติซื้อขายแพงสุดของอินเดียเมื่อ 5 ปีก่อน จนทุกวันนี้เจ้าของยังเข้าบ้านไม่ได้

เมื่อ 5 ปีก่อนมหาเศรษฐีบริษัทผู้ผลิตยาชื่อดัง ไซรัส ปูนาวัลลา ของอินเดีย เจ้าของฉายา “ราชาวัคซีนแห่งอินเดีย” ได้ตกลงซื้อคฤหาสน์ลินคอล์น เฮาส์ (Lincoln House) บนพื้นที่กว่า 4,645 ตร.ม. ติดทะเลในนครมุมไบ เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยให้กับสมาชิกในครอบครัว

การซื้อขายครั้งนี้กลายเป็นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย ด้วยมูลค่า 7,500 ล้านรูปี หรือราว 113 ล้านเหรียญสหรัฐ

ลินคอล์น เฮาส์ ก่อนหน้านี้เรียกว่า วันกาเนอร์ เฮาส์ (Wankaner House) ตามชื่อของเจ้าของเดิมคือ เซอร์ อมรสิงหจี พาเนสิงหจี มหาราชาแห่งรัฐวันกาเนอร์ สร้างขึ้นเมื่อปี 1933 ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังแห่งยุคคือคล็อด แบตลีย์ ชาวอังกฤษ

ลินคอล์น เฮาส์ มีขนาดที่ใหญ่โตมากเพราะมันคือวังมหาราชาดีๆ นี่เอง และมีสถาปัตยกรรมลูกผสมระหว่างสถาปัตยกรรมอินเดียยุคโมกุลกับสถาปัตยกรรมตะวันตก มันจึงสวยงามลงตัวและยังมีโลเคชั่นที่สุดยอดเพราะตั้งอยู่ริมทะเลและสวนขนาดใหญ่

หลังจากอินเดียได้รับเอกราชและยกเลิกระบบมหาราชา เจ้าของเดิมจึงขายวังให้กับรัฐบาลสหรัฐในปี 1957 โดยปล่อยเช่าเป็นเวลาถึง 999 ปี เพื่อใช้วังเป็นที่ตั้งของสถานกงสุลใหญ่สหรัฐในมุมไบ และเปลี่ยนชื่อเป็น ลินคอล์น เฮาส์ ตามชื่อ อับราฮัม ลินคอล์น ของประธานาธิบดีคนที่ 16 ของสหรัฐ จนกระทั่งในเดือนกันยายนรัฐบาลสหรัฐก็ขายลินคอล์น เฮาส์ให้ชาวอินเดียกลับคืนไป

ในตอนนั้นอะดาร์ ปูนาวัลลา บุตรชายของไซรัส ซึ่งเป็นตัวแทนซื้อขายครั้งนี้เผยเหตุผลว่า แม้ว่าคฤหาสน์นี้จะเห็นได้ดาษดื่นทั่วไปในลอนดอน แต่ที่อินเดียนั้นถือว่านับนิ้วได้เลย เมื่อสิ่งปลูกสร้างนำเข้าสู่ตลาดการซื้อขาย ทางครอบครัวจึงไม่รีรอที่จะทุ่มเงินเพื่อให้ได้มาครอบครอง

ไซรัส ปูนาวัลลาดูเหมือนจะถูกใจสถานที่แห่งนี้แทบทุกองค์ประกอบ ทั้งที่ตั้งที่อยู่ใกล้น้ำ มีวิวทิวทัศน์เป็นของตัวเอง และอยู่ในศูนย์กลางการเงินของประเทศ ขนาดก็ใหญ่เพียงพอสำหรับสมาชิกในครอบครัว

แต่จากวันนั้น (2015) จนถึงวันนี้ (2020) ไซรัส ปูนาวัลลากับครอบครัวก็ยังเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนี้ไม่ได้ สาเหตุก็เพราะสัญญาเช่าที่เจ้าของเดิมให้ไว้กับรัฐบาลสหรัฐที่บอกว่าจะปล่อยให้เช่าถึง 999 ปี ดันเป็นกรณีพิพาทระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัฐบาลท้องถิ่นรัฐมหาราษฏระ (ที่ตั้งของนครมุมไบ) และรัฐบาลกลางของอินเดีย

ThePrint รายงานว่ากระทรวงกลาโหมของรัฐบาลกลางอินเดียอ้างว่าที่ดินของคฤหาสน์นี้เป็นที่ดินฝ่ายกลาโหมของรัฐบาลกลาง ส่วนรัฐมหาราษฏระกล่าวว่าเป็นเจ้าของเดิมของคฤหาสน์นี้ที่แท้จริง โดยอ้างกฎหมายปี 1935 ที่ระบุว่าที่ดินที่ปล่อยให้เช่าเป็นที่ดินในครอบครองของรัฐนั้นๆ แถมยังบอกว่ารัฐบาลสหรัฐละเมิดกฎหมาย และต้องแบ่งรายได้จากการขายคฤาสน์ให้รัฐมหาราษฏระ 50% ด้วย

อะดาร์ ปูนาวัลลาบอกกับ ThePrint เขาก็ไม่รู้หมือนกันว่าทำไมเรื่องถึงยังไม่เคลียร์สักที และมีรายงานว่าคนในครอบครัวปูนาวัลลาไปหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอินดียตั้งแต่ 5 ปีก่อนแล้ว แต่ก็ยังเคลียร์ไม่ได้

ว่ากันที่เจ้าของบ้านคือ ปูนาวัลลา เขาเป็นเจ้าของบริษัท Serum Institute of India ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่รายหนึ่งของโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ องค์กร ผลิตภัณฑ์ และทุกสิ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจนี้เรียกได้ว่าเป็นลูกที่เขาคลอดเองโดยแท้ เพราะตระกูลของเขาแต่เดิมเป็นเจ้าของสนามแข่งม้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจอย่างแรกของเขาคือ ผลิตรถสปอร์ต

อย่างไรก็ดี ปูนาวัลลา มองว่าต้องใช้เงินทุนมากมายกว่าที่คิดและกลุ่มลูกค้าก็เล็กมาก เขาจึงเปลี่ยนมามองหาสินค้าที่คนส่วนใหญ่ต้องการ

วันหนึ่งขณะที่เขากำลังคุยกับสัตวแพทย์ในฟาร์มม้าของเขา เป็นจังหวะที่ม้าแก่ในฟาร์มกลุ่มหนึ่งกำลังถูกส่งไปให้สถาบันของรัฐเพื่อผลิตเซรุ่มพอดี เขาจึงเริ่มคิดทำกระบวนการผลิตเซรุ่มจากม้าในฟาร์มของตัวเอง และก็กลายเป็นที่มาของบริษัทผลิตวัคซีนที่ยิ่งใหญ่ในทุกวันนี้ และเป็นผู้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อป้องกันและรักษาโรคร้ายระดับโลก

ปัจจุบัน ปูนาวัลลาวัยราวๆ 78 – 79 ปีมีทรัพย์สินรวมกันมูลค่าถึง 11,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ถึงจะซื้อขายด้วยมูลค่าสูงที่สุด แต่คฤหาสน์ลินคอล์นก็ยังไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุด เพราะตำแหน่งนั้นเป็นของ “แอนทิเลีย” ตึกระฟ้าสูง 27 ชั้น หรือเทียบเท่าตึกทั่วไปที่มีความสูง 60 ชั้นทางตอนใต้ของนครมุมไบ ของ มูเกซ อัมบานี อภิมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของประเทศ

อัมบานี ทุ่มทุนสร้างแอนทิเลีย สูงถึง 500 ล้านเหรียญสหรัฐ กับเวลาก่อสร้างอีก 7 ปี แล้วเสร็จเมื่อปี 2010 ปัจจุบันเมื่อรวมราคาที่ดินที่สูงขึ้น กับค่าตกแต่งและดูแล คาดว่าราคารวมน่าจะสูงมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยต้องจ้างพนักงานดูแลสถานที่รวม 600 คน

ภาพ Abracadabra123

เผยโฉม ‘กระบี่เล่มแรกของจีน’ อายุ 2,800 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เผยโฉม ‘กระบี่เล่มแรกของจีน’ อายุ 2,800 ปี – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 12:07 น.เผยโฉม ‘กระบี่เล่มแรกของจีน’ อายุ 2,800 ปี สมบัติล้ำค่าของประเทศที่ถูกค้นพบเมื่อหลายปีก่อน เป็นหลักฐานความก้าวหน้าของอารยธรรมเหล็กในจีน

สำนักข่าวซินหัวเปิดเผยภาพกระบี่เหล็กด้ามหยก ซึ่งถูกขุดพบจากสุสานของรัฐกั๋ว (Guo State) ในเมืองซานเหมินเสียของมณฑลเหอหนานตอนกลางของจีนเมื่อปี 1990 ใบกระบี่มีความยาว 22 เซนติเมตร และด้ามจับยาว 12.2 เซนติเมตร

กระบี่เหล็กด้ามหยกเล่มนี้ทำขึ้นในยุคราชวงศ์โจวตะวันตก (1046-771 ปีก่อนคริสตกาล) มีอายุกว่า 2,800 ปี ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์เหอหนาน

ตัวกระบี่ประกอบด้วยใบเหล็ก กั่นกระบี่ทำจากทองสัมฤทธิ์ ส่วนด้ามจับทำด้วยหยก

นอกจากนี้ ยังพบหินเทอร์ควอยซ์ฝังอยู่ที่รอยต่อของใบกระบี่และด้ามจับ นับเป็นวัตถุที่สร้างจากการหลอมเหล็กที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบในประเทศจีน

กระบี่เหล็กด้ามหยกที่มีชื่อเสียงเล่มนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นกระบี่เล่มแรกของจีน ซึ่งทำให้ประวัติศาสตร์การถลุงเหล็กในจีนสามารถสืบย้อนกลับไปได้อีก 200 ปีก่อนหน้าระยะเวลาที่เคยมีบันทึกไว้

สำหรับประวัติศาสตร์ของรัฐกั๋ว เป็นรัฐหนึ่งในยุคราชวงศ์โจว ปัจจุบันอยู่ในแถบซานเหมินเสีย มณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นแถบที่ลุ่มน้ำแม่น้ำเหลือง ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 1,046 ปีก่อนคริสตกาล แต่ในปี 655 ก่อนคริสตกาลก็ถูกทำลายลงโดยจิ้นเซี่ยนกง ผู้ปกครองรัฐจิ้นซึ่งเป็นมหาอำนาจในยุคนั้น บรรดาชนชั้นนำของรัฐกั๋วที่ถูกจับกุมตัวได้ถูกอพยพโยกย้ายไปยงเมืองเฝินหยาง มณฑลซานซี และกลายเป็นบรรพบุรุษของชนชั้นนำตระกูลกั๋ว

มันยังไม่จบ! เกาหลีเจอหนักอีกรอบแล้ว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

มันยังไม่จบ! เกาหลีเจอหนักอีกรอบแล้ว – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 10:06 น.มันยังไม่จบ! เกาหลีเจอหนักอีกรอบแล้ว เกาหลีเจออีกระลอก สั่งคุมเข้มเมืองหลวงอีกครั้ง หลังจากเจอผู้ติดเชื้อหนักสุดรอบ 9 เดือน

ตลาดหุ้นของเกาหลีใต้กลับมาติดลบอีกครั้งหลังจากบวกมาระยะหนึ่ง หลังจากการระบาดส่อแววที่จะรุนแรงขึ้นมาอีก ล่าสุดวันนี้พบผู้ติดเชื้อ 615 คน ถือเป็นการติดเชื้อเลข 3 หลักมาครบ 1 เดือนแล้ว และยังพบการระบาดที่หนักที่สุดนับตั้งแต่เดือเมษายน

นายกรัฐมนตรี จ็อง เซ-กยูน แห่งเกาหลีใตเกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะสั่งห้ามการชุมนุมที่มากกว่า 50 คนและร้านอาหารจะยังคงถูกห้ามให้บริการลูกค้าหลัง 21.00 น. และทำได้เฉพาะการซื้อกลับบ้านและการจัดส่งเท่านั้น นอกจากนี้จะไม่อนุญาตให้ผู้ชมเข้าชมการแข่งขันกีฬาตามสเตเดียมต่างๆ

“สถานการณ์ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของกรุงโซลถือเป็นเรื่องร้ายแรง” จ็องกล่าวในการประชุมรับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยส่วนกลางที่ศาลาว่าการกรุงโซล “ระดับ (เตือนภัย) 2.5 จะยังคงอยู่ต่อไปในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้าจนถึงสิ้นปีนี้”

ทั้งนี้ มหานครโซลครอบคลุมเมืองหลวง และเมืองอินชอน และจังหวัดคยองกี เป็นที่อยู่อาศัยของประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของเกาหลีใต้และจ็องยอมรับว่าการเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดจะจะสร้างความเครียดทั้งทางเศรษฐกิจและจิตใจให้กับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก

“แต่เราต้องลดจำนวนผู้ติดเชื้อในตอนนี้หากเราต้องการมีชีวิตที่เป็นปกติกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด” นายกรัฐมนตรี จ็องกล่าว

ด้านประธานาธิบดีมุนแจอินของเกาหลีใต้ได้สั่งให้มีการขยายการตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยระดมกำลังทหารและข้าราชการมาช่วยงาน เนื่องจากประเทศยังคงรายงานผู้ป่วยรายใหม่เป็นตัวเลข 3 หลักต่อวัน

Photo by Jung Yeon-je / AFP

ทรัมป์แทรกแซงการตัดสิทธิ์นักการเมืองฝ่ายค้านฮ่องกง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทรัมป์แทรกแซงการตัดสิทธิ์นักการเมืองฝ่ายค้านฮ่องกง – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 07 ธ.ค. 2563 เวลา 09:35 น.ทรัมป์แทรกแซงการตัดสิทธิ์นักการเมืองฝ่ายค้านฮ่องกงทรัมป์ยังไม่เลิกรา เตรียมคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนและฮ่องกงอีกฐานเล่นงานฝ่ายค้าน

สำนักข่าวรอยเตอร์มีรายงานพิเศษว่า สหรัฐเตรียมคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่จีนอย่างน้อยสิบกว่าคนฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสิทธิ์สมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายค้านในฮ่องกงตาม

การคว่ำบาตรนี้มีเป้าหมายไปที่เจ้าหน้าที่จากพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คอยกดดันรัฐบาลจีนในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง ก่อนที่โจ ไบเดนที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคม

แหล่งข่าวสองคนกล่าวว่ามีเจ้าหน้าที่จีนมากถึง 14 คนซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐสภาของจีนหรือสภาประชาชนแห่งชาติและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยมาตรการที่จะนำมาใช้กับคนเหล่านี้คือ การอายัดทรัพย์สินและการลงโทษทางการเงิน

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐที่ไม่เปิดเผยตัวตนให้ข้อมูลว่าจะมีบุคคลหลายคนจะถูกลงโทษโดยสหรัฐ ส่วนแหล่งข่าวอีกรายที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้กล่าวว่ากลุ่มนี้น่าจะรวมถึงเจ้าหน้าที่จากฮ่องกงและแผ่นดินใหญ่ แหล่งที่มาไม่ได้ระบุชื่อหรือตำแหน่งของผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายในการคว่ำบาตร แหล่งข่าวสองแห่งเตือนว่าการประกาศอาจล่าช้าไปจนถึงปลายสัปดาห์

เมื่อเดือนที่แล้วรัฐบาลฮ่องกงได้ขับสมาชิกฝ่ายค้าน 4 คนออกจากการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติหลังจากรัฐสภาของจีนให้อำนาจแห่งรัฐบาลฮ่องกงตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดการลาออกจำนวนมากโดยฝ่ายนิติบัญญัติฝ่ายค้านที่สนับสนุนประชาธิปไตย

นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรชาติตะวันตก โดยเฉพาะกลุ่มแบ่งปันข่าวกรอง Five Eyes ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย อังกฤษ แคนาดา นิวซีแลนด์ และสหรัฐกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการปิดปากนักวิจารณ์กับฝ่ายค้าน และเรียกร้องให้รัฐบาลจีนยุติการกระทำนี้

Photo by Anthony WALLACE / AFP

รัสเซียติดโควิดวันเดียวเฉียด 3 หมื่นราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

รัสเซียติดโควิดวันเดียวเฉียด3หมื่นราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 20:46 น.รัสเซียติดโควิดวันเดียวเฉียด3หมื่นราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์รัสเซียพบผู้ติดเชื้อโควิดวันเดียวกว่า 29,000 ราย สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่มีการระบาดในประเทศ ปูตินสั่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนสัปดาห์หน้า

ศูนย์ควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ของรัสเซีย รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศเพิ่มขึ้น 29,039 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่เริ่มมีการแพร่ระบาด ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศอยู่ที่ 2,460,770 ราย สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

ขณะที่ จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้น 457 ราย อยู่ที่ 43,141 ราย

ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เริ่มทำการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 แก่ชาวรัสเซียในสัปดาห์หน้า

“ขอให้คุณเริ่มทำการฉีดวัคซีนครั้งใหญ่แก่ประชาชนเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า ขอให้เจ้าหน้าที่เริ่มเตรียมความพร้อม”ประธานาธิบดีปูตินกล่าวสั่งการรองนายกรัฐมนตรีทาเทียนา โกลิโควา

ด้านนายเซอร์เก ซอบยานิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโกก็ได้ประกาศเริ่มแคมเปญการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ขนานใหญ่แล้วเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา

นักวิทย์จีนอ้างสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัม คิดเร็ว 100 ล้านล้านเท่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

นักวิทย์จีนอ้างสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัม คิดเร็ว100ล้านล้านเท่า – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 18:07 น.นักวิทย์จีนอ้างสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัม คิดเร็ว100ล้านล้านเท่าล้ำไปอีก จีนรุกคืบเทคโนโลยีควอนตัม คำนวณเร็วกกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์แบบเทียบกันไม่ได้

นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนอ้างว่าได้สร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถทำการคำนวณบางอย่างได้เร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลกเกือบ 100 ล้านล้านเท่า นับเป็นก้าวสำคัญในความพยายามของประเทศจีนในการพัฒนาเทคโนโลยี

นักวิจัยได้สร้างต้นแบบคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สามารถตรวจจับโฟตอนได้มากถึง 76 โฟตอนผ่านการสุ่มตัวอย่าง Gaussian boson ซึ่งเป็นอัลกอริธึมจำลองมาตรฐาน ซึ่งเร็วกว่าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่อย่างมากในเวลานี้

การพัฒนาครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในการคำนวณเชิงควอนตัม ทำให้จีนกลายเป็น “มหาอำนาจควอนตัม” ซึ่งไม่มีคอมพิวเตอร์แบบเดิมสามารถทำงานเดียวกันได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม

แม้ว่าในขณะนี้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ก็อาจเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงความเร็วในการประมวลผลและพลังของคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถจำลองระบบขนาดใหญ่และขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางฟิสิกส์เคมีและสาขาอื่นๆ

ตอนนี้นักวิจัยชาวจีนกำลังแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯตั้งแต่ Google ของ Alphabet Inc. ไปจนถึง Amazon.com Inc. และ Microsoft Corp. เพื่อเป็นผู้นำในเทคโนโลยีซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งแนวหน้าในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐ – จีน

Google เผยเมื่อปีที่แล้วว่าได้สร้างคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำการคำนวณได้ภายใน 200 วินาทีจากโจทย์ที่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดจะต้องใช้เวลาคำนวณประมาณ 10,000 ปี ซึ่งทำให้ Google กลายเป็นมหาอำนาจควอนตัมในเวลานี้ แต่ตอนนี้นักวิจัยชาวจีนอ้างว่าต้นแบบใหม่ของพวกเขาสามารถประมวลผลได้เร็วกว่าต้นแบบของ Google ถึง 10,000 ล้านเท่า

รัฐบาลจีนกำลังสร้างห้องปฏิบัติการแห่งชาติมูลค่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อส่งเสริมวิทยาศาสตร์ข้อมูลสารสนเทศควอนตัม (Quantum Information Sciences) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันครั้งใหญ่ในสาขานี้

ในสหรัฐอเมริการัฐบาลทรัมป์ให้เงินสนับสนุน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อการวิจัยเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลควอนตัมเมื่อต้นปีนี้และได้พยายามที่จะให้เครดิตสำหรับการพัฒนาคิมพิวเตอร์ควอนตัมปี 2019 ของ Google

ภาพ National Institute of Standards and Technology

ถอดรหัสสหรัฐ หนุนม็อบไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ถอดรหัสสหรัฐ หนุนม็อบไทย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 18:06 น.

ถอดรหัสสหรัฐ หนุนม็อบไทย

Posttoday Podcast The Expert Ep.69 : ถอดรหัสสหรัฐ หนุนม็อบไทย

Posttoday Podcast The Expert Ep.69 : ถอดรหัสสหรัฐ หนุนม็อบไทย

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/942383098&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ถอดรหัสสหรัฐ หนุนม็อบไทย

ชะตากรรมโรฮิงญาบ้านกลับไม่ได้ ถูกไล่ไปอยู่เกาะอันตราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ชะตากรรมโรฮิงญาบ้านกลับไม่ได้ ถูกไล่ไปอยู่เกาะอันตราย – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 16:02 น.ชะตากรรมโรฮิงญาบ้านกลับไม่ได้ ถูกไล่ไปอยู่เกาะอันตรายบังกลาเทศส่งชาวโรฮิงญา 1,600 คนไปยังเกาะที่ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยหลังความหวังกลับเมียนมาริบหรี่

ทางการบังกลาเทศขนส่งผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามากกว่า 1,600 คนไปยังเกาะที่มีพื้นที่ต่ำเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นปฏิบัติการระยะแรกของการย้ายถิ่นฐานโรฮิงญาถึง 100,000 คนที่ลี้ภัยมาอยู่ในบังกลาเทศ

ชาวโรฮิงญาเกือบล้านคนซึ่งส่วนใหญ่หลบหนีการรุกรานทางทหารในเมียนมาร์ประเทศเพื่อนบ้านของบังกลาเทศเมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งหมดอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภับที่ซอมซ่อทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ และโอกาสจะกลับไปเมียนมาดูเหมือนจะไม่น่าเป็นไปได้ในตอนนี้

รัฐบาลบังเลาเทศต้องการย้ายผู้ลี้ภัยจำนวน 100,000 คนไปยังเหาบาชัน จาร์ (Bhashan Char) ซึ่งเป็นเกาะตะกอนดินในอ่าวเบงกอลซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่ามีแนวโน้มที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในเส้นทางของพายุไซโคลนที่มักสร้างความหายนะในภูมิภาค

กลุ่มสิทธิต่างๆกล่าวหาว่าหลายคนที่ถูกส่งเข้ามาในระลอกแรกเมื่อวันศุกร์ถูกบีบบังคับให้ดำเนินการด้วยการคุกคามหรือหลอกหล่อให้หลงเชื่อ

ผู้สื่อข่าวของ AFP สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยที่ค่ายในเขตค็อกซ์บาซาร์เมื่อวันพฤหัสบดีขณะที่พวกเขากล่าวคำอำลากับญาติของพวกเขาด้วยน้ำตา

“พวกเขาทุบตีลูกชายของฉันอย่างไร้ความปราณีและถึงกับทุบเข้าที่ฟันเพื่อให้เขายอมไปที่เกาะนี้” ซูเฟีย คาตุนวัย 60 ปีซึ่งมาส่งลูกชายของเธอและญาติอีก 5 คนกล่าว

แต่ เอ เค อับดุล โมเมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของบังกลาเทศเรียกคำกล่าวอ้างเรืองการทารุณกรรมว่าเป็น “คำโกหกหลอกลวง” และกล่าวว่าสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะนั้น “ดีกว่า” ในค่ายมาก

บังกลาเทศได้ใช้เงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐจากเงินกองทุนของตนเองในการสร้างที่พักพิงและเขื่อนกันน้ำท่วมสูง 3 เมตร รอบ ๆ สถานที่พักพิงแห่งใหม่ เป็นกลุ่มอาคารที่เป็นระเบียบเรียบร้อยกว่าค่ายลี้ภัยเดิมแบบฟ้ากับเฟว

รัฐบาลกล่าวว่าสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าว “สร้างขึ้นอย่างแข็งแรงด้วยฐานรากคอนกรีตซึ่งสามารถต้านทานภัยธรรมชาติเช่นไซโคลนและคลื่นยักษ์”

กระทรวงต่างประเทศกล่าวเมื่อวันศุกร์บนเกาะยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยน้ำจืดตลอดทั้งปี ทะเลสาบที่สวยงามและโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้น”

“ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังรวมถึงการจัดหาไฟฟ้าและน้ำอย่างไม่ขาดสาย, แปลงเกษตร, ศูนย์หลบภัยพายุไซโคลน, โรงพยาบาล 2 แห่ง, คลินิกชุมชน 4 แห่ง, มัสยิด, โกดังสินค้า, บริการโทรคมนาคม, สถานีตำรวจ, ศูนย์นันทนาการและการเรียนรู้, สนามเด็กเล่น ฯลฯ ” กระทรวงต่างประเทศบังกลาเทศกล่าว

ทางการบังกลาเทศกล่าวว่าการย้ายที่ตั้งจะช่วยบรรเทาความแออัดในเครือข่ายค่ายกักกันที่มีเหตุดินถล่มร้ายแรงรวมทั้งความรุนแรงจากแก๊งยาเสพติดและกลุ่มหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเป็นเรื่องปกติ

แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าผู้ลี้ภัยจะสามารถออกไปจากเกาะได้หรือไม่หากต้องการ

สำนักงานสหประชาชาติในบังกลาเทศกล่าวว่าทางหน่วยงานถูกขัดขวางไม่ให้ประเมินอย่างอิสระเกี่ยวกับ “ความปลอดภัยความเป็นไปได้และความยั่งยืน” ของเกาะในฐานะที่อยู่อาศัย

โมฮัมหมัด จูบาเออร์ อายุ 28 ปีซึ่งอยู่บนเรือลำหนึ่งพร้อมกับสมาชิกในครอบครัวสามคนในการเดินทางทางทะเลสามชั่วโมงจากจิตตะกองไปยังเกาะเมื่อวันศุกร์กล่าวว่าเขามีความสุขที่ได้ไป

“ผมหวังว่าจะมีงานเพียงพอสำหรับผมที่เกาะนี้ ผมหวังว่าพวกเขาจะพาพี่ชายและครอบครัวของเขาไปที่เกาะด้วย” เขาบอกกับ AFP ทางโทรศัพท์

Photo by Stringer / AFP

ทำให้ทุกคนเป็นเศรษฐีเท่ากัน แนะแจกเงินลงทุนตั้งแต่เกิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ทำให้ทุกคนเป็นเศรษฐีเท่ากัน แนะแจกเงินลงทุนตั้งแต่เกิด – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 14:04 น.ทำให้ทุกคนเป็นเศรษฐีเท่ากัน แนะแจกเงินลงทุนตั้งแต่เกิด แจกเงินไม่ยั่งยืน ต้องทำให้ทุกคนได้นำเงินมาสร้างเงินต่อยอดไปเรือยๆ จนทุกคนกลายเป็นเศรษฐีเท่าๆ กัน

บิล แอคแมน (Bill Ackman) นักลงทุนมหาเศรษฐีชาวอเมริกันเสนอแผนการที่จะให้เงินทุนกัลทุกคนตั้งแต่แรกเกิดเพื่อที่ทุกคนจะได้มีเงินงอกเงยขึ้นมาเมื่อเกษียณอายุแล้วและมีโอกาสกลายเศรษฐีเท่าๆ กันทุกคน

แอคแมนเป็นผู้บริหารระดับสูงของกองทุนป้องกันความเสี่ยง Pershing Square Capital Management กล่าวว่าความฝันของชาวอเมริกันกลายเป็น “ความผิดหวัง” สำหรับหลายๆ คนเนื่องจากความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ

“ทางออกที่เป็นไปได้สำหรับปัญหาความไม่เท่าเทียมกันของความมั่งคั่งคือการสร้างช่องทางให้ผู้ที่ไม่มีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จของระบบทุนนิยม ในการทำเช่นนั้นเราจำเป็นต้องมีโครงการที่ทำให้ชาวอเมริกันทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกับการเติบโตในมูลค่าของภาคธุรกิจในสหรัฐ” แอคแมน เขียนในหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส

แอคแมนจึงเสนอว่า แผนการแจกเงินลงทุนควรถือเป็น “สิทธิโดยกำเนิด” และแนะให้รัฐบาลสหรัฐให้เงินลงทุนหุ้นกับเด็กแรกเกิดทุกคน

เบาบอกว่า “รัฐบาลสามารถมอบเงินลงทุนในบัญชีการลงทุนสำหรับเด็กทุกคนที่เกิดในสหรัฐซึ่งเป็นโครงการที่เราเรียกได้ว่าเป็นสิทธิโดยกำเนิด”

เงินเหล่านี้จะลงทุนในกองทุนรวมประเภท zero-cost equity และจะไม่ได้รับอนุญาตให้ถอนออกจนกว่าพวกเขาจะเกษียณหรืออายุถึง 65 ปี

หากคำนวณอัตราผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้นร้อยละ 8 ต่อปีเงินช่วยเหลือ 6,750 เหรียญสหรัฐเมื่อแรกเกิดจะมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์เมื่ออายุ 65 ปี และตัวเลขดังกล่าวอาจมีมูลค่า 2 ล้านเหรียญเมื่ออายุ 74 ปี

โครงการนี้จะทำให้รัฐบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 26,000 ล้านเหรียญต่อปี โดยคำนวณจากอัตราการเกิดของทรกในหสรัฐในแต่ละปีโดยเฉลี่ย

สาเหตุที่ให้ลงทุนในกองทุน แอคแมนกล่าวว่าความมั่งคั่งที่คนชั้นกลางระดับบนและคนอเมริกันที่ร่ำรวยสั่งสมขึ้นจากการถือหุ้นและการลงทุนอื่นๆ ได้แซงหน้าอัตราการเติบโตของค่าจ้างไปมากแล้ว

ความจริงแผนการของแอคแมน ถือเป็นลักษณะหนึ่งของ “รายได้พื้นฐานสากล” (UBI) ซึ่งเป็นนโยบายที่รับประกันรายได้ขั้นต่ำสำหรับพลเมืองโดยรัฐบาลจะจ่ายในรูปของเงินสด แต่แอคแมนเสนอให้เปลี่ยนจากการแจกเงินสดมาเป็นเงินลงทุนระยะยาวแทนเพื่อสร้างให้ผู้ถือเงินเป็นเศรษฐีในระยะยาว

Photo – Senate Democrats

คนคิดถึงญี่ปุ่นเตรียมจัดทริป ต้นปีหน้าเล็งเปิดเที่ยวบางส่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

คนคิดถึงญี่ปุ่นเตรียมจัดทริป ต้นปีหน้าเล็งเปิดเที่ยวบางส่วน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 06 ธ.ค. 2563 เวลา 12:34 น.คนคิดถึงญี่ปุ่นเตรียมจัดทริป ต้นปีหน้าเล็งเปิดเที่ยวบางส่วนญี่ปุ่นจะเปิดให้เที่ยวแบบจำกัดรับนักท่องเที่ยวขาเข้าเริ่มช่วงฤดูใบไม้ผลิ

หนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุน รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวขาเข้าอีกครั้งโดยรับแบบจำกัด เริ่มจากฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากโตเกียวเตรียมจัดโอลิมปิกฤดูร้อนล่าช้าหนังสือพิมพ์

อาซาฮีรายงานโดยไม่อ้างแหล่งที่มาว่ารัฐบาลนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สุงะมีแนวโน้มที่จะอนุญาตให้กลุ่มทัวร์ขนาดเล็กจากประเทศในเอเชียที่สามารถควบคุมการติดเชื้อโคโรนาไวรัสได้ดี เช่นจีนและไต้หวัน

รัฐบาลของสุงะได้เปิดตัวโครงการเงินอุดหนุนเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายในประเทศซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่โครงการดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์เนื่องจากญี่ปุ่นกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อโคโรนาไวรัสระลอกที่สาม

การติดเชื้อระลอกใหม่พุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในโตเกียวและโอซาก้า จำนวนผู้ป่วยหนักทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็นประวัติการณ์

ภายใต้แผนใหม่นักท่องเที่ยวจะต้อมีผลตรวจเชื้อเป็นลบและส่งรายละเอียดการเดินทางก่อนเข้า พวกเขาจะเดินทางโดยรถโค้ชที่ได้รับการว่าจ้างเท่านั้นและจะแยกออกจากลูกทัวร์รายอื่นเวลาพักที่โรงแรมและแยกระหว่างไปเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวด้วย นักท่องเที่ยวจะต้องใช้แอปติดตามและให้ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับสุขภาพทุกวันด้วย

ขณะนี้มีคนจำนวนจำกัดที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทำธุรกิจในญี่ปุ่น แต่ต้องแยกไปกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่โตเกียวแต่เดิมมีกำหนดในปีนี้ แต่ถูกเลื่อนไปที่ปี 2021 เนื่องจากการระบาดของโควิด -19

ความคืบหน้าในการเปิดตัววัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาทำให้เกิดความหวังว่าการท่องเที่ยวทั่วโลกจะเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ หลังจากภาคนี้ได้รับผลจากข้อจำกัดด้านการเดินทางเพื่อลดการระบาด ซึ่งทำให้การเดินทางรูปแบบต่างๆ เป็นอัมพาต

Photo by Charly TRIBALLEAU / AFP