ปรับไลฟ์สไตล์ให้หัวใจแข็งแรงในยุค New Normal #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/635291

วันที่ 12 ต.ค. 2563 เวลา 13:58 น.ปรับไลฟ์สไตล์ให้หัวใจแข็งแรงในยุค New NormalEvery Beat Matters “เพราะทุกจังหวะมีความหมาย” แพทย์แนะการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว สอดรับวิถีชีวิต New Norma

ในยุค New Normal หรือความปกติใหม่ ณ เวลานี้คงเป็นคำที่คุ้นชินกันโดยทั่วไป กับแนววิถีการใช้ชีวิตแบบใหม่ที่พ่วงท้ายมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 (โควิด-19) โรคอุบัติใหม่ที่ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและฉับพลันให้กับประชาคมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งในด้านชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องสุขอนามัยและการดูแลสุขภาพที่ยิ่งได้รับความสนใจ และเน้นย้ำให้ผู้คนต้องดูแลใส่ใจในเรื่องนี้กันอย่างเคร่งครัดกว่าที่เคยมีมา

และสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและมีภาวะเสี่ยงต่ออาการหัวใจล้มเหลวแล้วซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นื้ ยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องดูแลการใช้ชีวิตให้เหมาะสมในยุคความปกติใหม่ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและหัวใจแข็งแรง

โครงการ Every Beat Matters “เพราะทุกจังหวะมีความหมาย” ได้ร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจัดทำวิดีโอ เพื่อให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตให้เหมาะสมในยุคความปกติใหม่ ที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจล้มเหลว ที่จะช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเพื่อดูแลตนเองและป้องกันตนเองและสมาชิกในครอบครัวให้ปลอดภัย ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงในการเพิ่มจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทยอีกด้วย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาตร์โรคหัวใจ คณะแพทย์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำว่า “สำหรับคนไข้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว จำเป็นต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับแนวทางยุคความปกติใหม่ เพื่อให้ปลอดภัยจากการเจ็บป่วยและมีสุขภาพที่ใกล้เคียงกับคนปกติให้มากที่สุด เนื่องจากผู้ที่มีโรคประจําตัวเป็นโรคหัวใจจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าคนธรรมดาถึง 5 เท่า หากติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้”

โดยวิธีการดูแลง่าย ๆ เบื้องต้นสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด คือการเลือกวิธีการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ผ่านช่องทางออนไลน์ (Telemedicine) เพื่อช่วยลดความแออัด และการสัมผัสกันของผู้มาใช้บริการที่สถานพยาบาล อันเป็นการใช้เทคโนโลยีมาช่วยเสริมบริการทางการแพทย์ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษา และติดตามสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง และด้วยการจำกัดการเดินทาง และการรักษาระยะห่างทางสังคมที่กลายมาเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม โดยผู้ป่วยและผู้ที่มีภาวะเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดสามารถใช้ช่วงเวลาที่อยู่ในที่พักอาศัย ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงได้ เช่น หมั่นออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินออกกำลังกาย ยืนแกว่งแขวน อย่างน้อย 20 นาที ต่อครั้ง แค่นี้ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และความดันโลหิต ได้เป็นต้น

นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดนับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะเสริมสร้างสุขภาพหัวใจให้แข็งแรงขึ้นได้ ยิ่งเวลานี้การสั่งอาหารพร้อมรับประทานผ่านบริการจัดส่งที่เป็นที่นิยมขึ้นเป็นอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงยิ่งต้องเพิ่มความใส่ใจในการเลือกอาหารที่ดีมีประโยชน์ รวมทั้งความสะอาดถูกสุขลักษณะ เช่น เลี่ยงอาหารทอด มัน เค็ม ให้เน้นการรับประทานผัก ผลไม้ อาทิ พืชตระกูลถั่ว ผักโขม มะเขือเทศ องุ่น ทับทิม แอปเปิ้ล ฯลฯ

การดูแลอารมณ์ให้ปกติ โดยการผ่อนคลาย หรือฝึกสมาธิ เพื่อคลายความกังวลและวุ่นวายจิตใจ หรือแม้กระทั่งการการเลี่ยงการบริโภคข่าวสาร โดยเฉพาะจากช่องทางออนไลน์จนมากเกินไป ก็สามารถลดการเกิดอาการได้ ในทางกลับกันควรจะทำกิจกรรมหรือสื่อสารกับคนในครอบครัวให้มากขึ้น เพื่อเติมเต็มความต้องการในการเข้าสังคมในช่วงที่ต้องถอยห่างจากสังคมภายนอกระหว่างการระบาดของโรคเช่นนี้

และเมื่อต้องออกจากที่พักไปพบปะกับผู้คนภายนอก ก็ไม่ควรละเลยการป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงในการติดเชื้อโรค ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าที่มีมาตราฐาน และหมั่นทำความสะอาดมืออยู่เสมอ ที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับควันบุหรี่ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม จะเป็นการดูแลหัวใจของเราให้แข็งแรงในยุคความปกติใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ กล่าวเสริม

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FEveryBeatMatters.in.th%2Fvideos%2F318616085926555%2F&show_text=false&width=560

วิดีโอเผยแพร่ความรู้ฯ จากโครงการ Every Beat Matters: วิถีชีวิต New Normal กับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว

ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Every Beat Matters “เพราะทุกจังหวะมีความหมาย” ได้ โดยสามารถเข้าไปรับชมวิดีโอและแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งข้อมูลความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลวได้ที่ facebook : Every Beat Matters

ชิลีปลดแอกรัฐธรรมนูญเผด็จการ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636487

วันที่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 15:30 น.ชิลีปลดแอกรัฐธรรมนูญเผด็จการชิลีเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หลังต่อสู้มานานเกือบ 2 ปี

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เซบาสเตียน พิเนรา ประธานาธิบดีชิลีเรียกร้องให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันเพื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังชาวชิลีร่วมลงประชามติอย่างท่วมท้นด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 77.9% และไม่เห็นด้วย 22.1%

พิเนรากล่าวว่า “นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่ทุกคนต้องเดินไปด้วยกันเพื่อข้อตกลงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของชิลี ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นกรอบที่ดีของความสามัคคีและความมั่นคงในอนาคต”

ด้านประชาชนชาวชิลีทั้งในซานติอาโอและเมืองต่างๆ ร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่นี้อย่างคึกครื้นหลังต่อสู้มาร่วม 2 ปี

โดยจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อแทนที่ฉบับเดิมที่ร่างโดยระบอบเผด็จการทหารของออกุสโต ปิโนเชต์ในปี 1980 และแม้จะผ่านการแก้ไขมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังคงถูกมองว่าเป็นปัจจัยของความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

ความล้มเหลวที่สะสมมานานส่งผลให้ชิลีประสบปัญหาเรื้อรังทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สวัสดิการ การศึกษา และสิทธิพื้นฐานของประชาชน โดยในตอนแรกมีการกำหนดการลงประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเดือนเมษายนแต่ต้องถูกเลื่อนออกมาเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ไล่ให้ไปเช็คสภาพจิต ประเทศมุสลิมประณามผู้นำฝรั่งเศส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636484

วันที่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 13:32 น.ไล่ให้ไปเช็คสภาพจิต ประเทศมุสลิมประณามผู้นำฝรั่งเศส ประเทศมุสลิมฉุน จับมือประณามผู้นำฝรั่งเศสเหยียดศาสนา

จากกรณีที่ครูฝรั่งเศสถูกฆ่าตัดคอหลังนำภาพการ์ตูนศาสดามูฮัมหมัดมาประกอบการเรียนการสอน โดยประธานาธิบดีแอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสเรียกว่าเป็นการลงมือของกลุ่มก่อการร้ายมุสลิมและจะปราบปรามกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงในฝรั่งเศส

ส่งผลให้ประเทศมุสลิมหลายประเทศไม่พอใจและกล่าวประณามฝรั่งเศสกรณีเหยียดศาสนา อาทิ ตุรกี, อิหร่าน และการ์ตาร์ รวมถึงฮามาสและชาวปาเลสไตน์ที่นับถือศาสนาอิสลาม

เรเจป ไตยิป เอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกีกล่าวหาว่า มาครง มีปัญหากับชาวมุสลิมและกล่าวว่าเขาต้องได้รับการตรวจสุขภาพจิต รวมถึงฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลตุรกีและสื่อของรัฐพยายามผลักดันให้เห็นว่าฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ต่อต้านมุสลิม

เอร์โดอันพูดถึงมาครงว่า “มีอะไรที่สามารถพูดได้มากกว่านี้อีกสำหรับผู้นำประเทศที่ไม่เข้าใจเสรีภาพในความเชื่อและปฏิบัติเช่นนี้กับผู้คนนับล้านที่อาศัยอยู่ในประเทศของเขา”

คำพูดดังกล่าวส่งผลให้ฝรั่งเศสยอมรับไม่ได้และเรียกตัวเอกอัครราชทูตในตุรกีกลับประเทศทันทีโดยเผยว่าเพื่อเข้าพบและปรึกษาหารือกับประธานาธิบดีมาครง

เช่นเดียวกับในอิหร่านที่ประณามการดูหมิ่นศาสดาแห่งศาสนาอิสลามในฝรั่งเศสอย่างรุนแรง รวมถึงสำนักข่าวทางโทรทัศน์มีการเน้นย้ำกรณีที่ฝรั่งเศสใช้การ์ตูนล้อเลียนศาสนาอิสลาม

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า “การดูหมิ่นบุคคลอันเป็นที่เคารพของชาวมุสลิมรวมถึงความเชื่อของชาวมุสลิม 18,000 ล้านคนนั้นเป็นการกระทำของกลุ่มหัวรุนแรงที่ยอมรับไม่ได้”

นอกจากนี้การ์ตาร์ก็กำลังคว่ำบาตรฝรั่งเศสโดยร้านค้าในการ์ตาร์ไม่มีการวางขายสินค้าจากฝรั่งเศส และมีการทวีตต่อต้านมาครงในทำนองเดียวกับตุรกี

ทายาทซัมซุงเจอศึกหนัก พ่อทิ้งภาษีมรดก 10 ล้านล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636475

วันที่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 11:22 น.ทายาทซัมซุงเจอศึกหนัก พ่อทิ้งภาษีมรดก 10 ล้านล้านทายาทประธานอี ค็อน-ฮีกำลังพยายามระดมทุนเพื่อจ่ายภาษีมรดกกว่า 10 ล้านล้านวอน

บลูมเบิร์กรายงานว่า หุ้นของบริษัทในเครือ ซัมซุง กรุ๊ป เพิ่มขึ้นท่ามกลางการเก็งกำไรและบริษัทที่อยู่ในการดูแลของทายาทประธาน อี ค็อน-ฮีอาจเพิ่มเงินปันผลหลังจากการเสียชีวิตของประธานเพื่อช่วยระดมทุนในการจ่ายภาษีมรดก

ตามรายงานของบริษัทหลักทรพย์และการลงทุนเกาหลี คาดว่าทายาทของอี ค็อน-ฮีจะต้องเสียภาษีมรดกประมาณ 10.9 ล้านล้านวอน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3 แสนล้านบาท 

จอง คยอง-แด หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของหุ้นจากบริษัทการจัดการลงทุนแมคควอรี กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินปันผลเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับครอบครัวในการจ่ายภาษี และทายาทของอี ค็อน-ฮี อาจต้องขายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อให้ครอบคลุมภาษีทั้งหมด

คิม ดง-ยาง นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ เผยว่า ภาษีมรดกมีจำนวนมหาศาล ดังนั้นสมาชิกในครอบครัวอาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายหุ้นในบริษัทที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก เช่น ซัมซุงไลฟ์

ทั้งนี้ เกาหลีใต้เรียกเก็บภาษีมรดกในอัตราสูงสุดอยู่ที่ 50% ซึ่งสูงเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่น

เจ้าสัวซัมซุงรวยแค่ไหน? สมบัติพวกเขาเทียบเท่าสมบัติชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636435

วันที่ 25 ต.ค. 2563 เวลา 20:31 น.เจ้าสัวซัมซุงรวยแค่ไหน? สมบัติพวกเขาเทียบเท่าสมบัติชาติ อดีตประธานและผู้ก่อตั้งซัมซุงรุ่นบุกเบิกทั้งสองคนเป็นนักสะสมศิลปะตัวยง และคอลเล็กชั่นของพวกเขามีค่าควรเมือง

อี ค็อน-ฮี นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้ ประธานกลุ่มซัมซุงกรุ๊ปได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 78 ปี ทิ้งทรัพย์สินไว้ข้างหลัง 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังทิ้งมรดกสำคัญคือบริษัทระดับโลกที่เขาปลุกปั้นขึ้นมาจากบริษัทผลิตของใช้ราคาไม่แพงป้อนตลาดในปรเะทศ มาเป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีระดับโล

เมื่อพูดถึงซัมซุงแล้วหลายคนคงนึกถึงเทคโนโลยีไฮเทคเป็นอย่างแรก แต่อันที่จริงแล้วซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์เป็นเพียงกิ่งก้านสาขาหนึ่งของเครือบริษัทขนาดมหึมาที่ครอบคลุมธุรกิจหลากหลายประเภท รวมๆ แล้วเครือบริษัทซัมซุงมีรายรับเท่ากับ 17% ของจีดีพีของเกาหลีใต้ทั้งประเทศซึ่งมีมูลค่า 1.082 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

กิจกรรมอีกอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึงคือ งานด้านศิลปวัฒนธรรม

ความที่ประเทศเกาหลีผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการรุกรานและสงครามมานักต่อนัก แม้ว่าจะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แต่ศิลปวัตถุชิ้นงามๆ มักถูกขนย้ายไปเป็นสมบัติส่วนตัวของชาวต่างชาติมากมาย โดยเฉพาะในญี่ปุ่นซึ่งเคยปกครองเกาหลีในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงในสหรัฐ ทำให้พิพิธภัณฑ์ในเกาหลีมักขาดแคลนสมบัติชิ้นเอกไว้อวดแขกบ้านแขกเมือง

นอกจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเกาหลีที่กรุงโซลแล้ว งานชิ้นเด่นๆ ที่จัดแสดงในเกาหลีใต้ เป็นสมบัติของเอกชนเสียเป็นส่วนใหญ่ และในบรรดาคอลเลกชั่นส่วนบุคคลที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะไม่มีใครเกินหน้าเกินตาพิพิธภัณฑ์ศิลปะอีอุม ซัมซุง หรือ “ซัมซอง อีอุม”ในกรุงโซล

พิพิธภัณฑ์ศิลปะอีอุม ซัมซุงเป็นผลงานชิ้นโบแดงของอี ค็อน-ฮี อดีตประธานซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ล่วงลับและมักเก็บตัว แต่เขามีภารกิจอีกด้านหนึ่งที่น้อยคนจะรับรู้ นั่นคือการเสาะแสวงหางานศิลปะของเกาหลีและผลงานชิ้นเด่นๆ ของศิลปินระดับสากลมาจัดแสดง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาอี ค็อน-ฮีครอบครองสมบัติชิ้นเอกมากมาย จนมากพอที่จะเปิดสถานที่จัดแสดงอย่างเป็นกิจจะลักษณะ

ในที่สุดเขาผู้นี้ก็ได้ฤกษ์เปิดสถานที่จัดแสดงงานสะสมส่วนตัว นั่นคือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะอีอุม ซัมซุง เมื่อปี 2004 โดยตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในเขตยองซานกู ของกรุงโซล ตัวอาคารเป็นผลงานการออกแบบของ มาริโอ บ็อตต้า และ ฌอง นูเวล รวมถึง เรม คอลฮาส สถาปนิกชื่อดังระดับโลก

ตัวพิพิธภัณฑ์แยกออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก จัดแสดงศิลปวัตถุของเกาหลี ส่วนที่ 2 จัดแสดงผลงานของศิลปินร่วมสมัยระดับโลก ส่วนที่ 3 เป็นศูนย์การเรียนรู้สำหรับเยาวชน

ส่วนการจัดแสดงที่เป็นที่สนอกสนใจของผู้เข้าชมมากที่สุดเห็นจะเป็นส่วนแรก ที่มีการจัดแสดงสมบัติของชาติเกาหลี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตรกรรมโบราณที่งดงามและหากชมได้ยาก อี ค็อน-ฮียังสามารถสรรหามาเป็นเจ้าของจนได้

วิญญาณนักสะสมของอี ค็อน-ฮีไม่ได้มาจากที่ไหนไกล แต่เป็นหนึ่งในเจตนารมณ์ที่ตกทอดมาจาก อี บย็อง-ชอล ผู้เป็นบิดาและผู้ก่อตั้งเครือบริษัทซัมซุง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นนักสะสมงานศิลป์ตัวยง อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกคอลเลกชั่นส่วนตัวที่นำเสนอคอนเซปต์สมบัติของชาติ

ผลงานของอี บย็อง-ชอล ที่ตกทอดมาถึงคนรุ่นใหม่ คือพิพิธภัณฑ์โฮอัม หอศิลป์โฮอัม และหอศิลป์โรงแดง โดยเฉพาะ 2 แห่งแรกที่รวบรวมงานเด่นๆ ของเกาหลียุคโบราณไว้มากมาย หากไม่นับอีอุม ซัมซุงแล้ว จะมีก็แต่โฮอัมที่เทียบเคียงกับความยิ่งใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ของรัฐได้

และในบางกรณีงานสะสมของซัมซุงเหล่านี้เหนือชั้นกว่าของรัฐบาลเสียด้วยซ้ำ!

สมบัติบางส่วนที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติเกาหลี

พระอวโลกิเตศวร ศตวรรษที่ 8 ทองสัมฤทธิ์ทอง สูง 18.1 ซม สมบัติชาติเลขที่ 927
กระถางธูป (ค.ศ. 1289) สูง 38.1 ซม สมบัติของชาติลำดับที่ 214
อวตังสกสูตร ม้วนที่ 31 ศตวรรษที่ 14 ลงสีทองบนกระดาษสา สมบัติของชาติลำดับที่ 215
แจกันลายคราม สมัยราชวงศ์โชซอน ศตวรรษที่ 15 สมบัติของชาติลำดับที่ 786

ต่างชาติแทรกแซงประท้วงไทย? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636443

วันที่ 25 ต.ค. 2563 เวลา 19:50 น.

ต่างชาติแทรกแซงประท้วงไทย?

PostToday Podcast The Expert Ep.62 ต่างชาติแทรกแซงประท้วงไทย?

PostToday Podcast The Expert Ep.62 ต่างชาติแทรกแซงประท้วงไทย?

ติดตาม PostToday Podcast ได้ที่ https://soundcloud.com/posttoday 

https://w.soundcloud.com/player/?url=https%3A//api.soundcloud.com/tracks/917358674&color=%23ff5500&auto_play=false&hide_related=false&show_comments=true&show_user=true&show_reposts=false&show_teaser=true&visual=true

PostToday · ต่างชาติแทรกแซงประท้วงไทย?

รถไฟเร็วสูงรุ่นล่าสุด วิ่งข้ามประเทศได้หลายระบบราง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636434

วันที่ 25 ต.ค. 2563 เวลา 18:19 น.รถไฟเร็วสูงรุ่นล่าสุด วิ่งข้ามประเทศได้หลายระบบรางจีนเผยโฉม ‘ม้าเหล็กเร็วสูง’ รุ่นใหม่ วิ่งได้หลายระบบราง ไร้ปัญหาเดินรถข้ามประเทศ

สำนักข่าวซินหัวรายงานการเปิดตัวรถไฟความเร็วสูงรุ่นใหม่ของบริษัท ซีอาร์อาร์ซี ถังซาน เรลเวย์ (CRRC Tangshan Railway) ผู้ผลิตรถไฟสัญชาติจีน ซึ่งสามารถวิ่งบนระบบรางที่แตกต่างกัน ของเส้นทางรถไฟระหว่างประเทศได้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (21 ต.ค.)

รถไฟขบวนนี้มีความเร็วมาตรฐาน 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะสามารถช่วยให้การเดินทางบนรางระหว่างประเทศเป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

โบกี้ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามขนาดราง (gauge-changing bogies) และโบกี้หม้อดุมล้อแบบติดตั้งภายใน (built-in axle box bogies) ที่มาพร้อมกับรถไฟรุ่นใหม่นี้ คือสิ่งที่จะช่วยเปลี่ยนโหมดการเดินรถระหว่างการเดินทางข้ามพรมแดนแก่รถไฟขบวนนี้

ปัจจุบันมาตรฐานรางรถไฟหลักทั่วโลกมีอยู่ 4 มาตรฐานด้วยกัน เมื่อรถไฟธรรมดาวิ่งผ่านประเทศที่มีขนาดรางต่างกัน รถไฟเหล่านี้จะต้องถูกเปลี่ยนโบกี้ ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเวลาและแรงงาน

นอกจากนั้นวัสดุที่ใช้ในการผลิตรถไฟขบวนดังกล่าวยังช่วยให้รถไฟเดินรถได้เบาสบายขึ้นและเงียบยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งรถไฟยังสามารถวิ่งให้บริการได้ในอุณหภูมิระหว่าง -25 ถึง 50 องศาเซลเซียส

อนุเคราะห์ข้อมูลโดยสำนักข่าวซินหัว

น้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากฟุกุชิมะอาจทำลาย DNA มนุษย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636408

วันที่ 25 ต.ค. 2563 เวลา 16:04 น.น้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากฟุกุชิมะอาจทำลาย DNA มนุษย์กรีนพีซระบุว่าน้ำที่ปนเปื้อนจากโรงงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะของญี่ปุ่นมีสารกัมมันตภาพรังสีที่มีศักยภาพในการทำลายดีเอ็นเอของมนุษย์

จากกรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะปล่อยน้ำปนเปื้อนจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะลงสู่มหาสมุทร ทำให้เกดความกังวลในวงกว้างเกี่ยวกับความปลอดภัยจากกัมมันตรังสีที่อาจจะปนเปื้อนอยู่

หลายปีที่ผ่านมามีการถกเถียงกันในญี่ปุ่นว่าจะทำอย่างไรกับน้ำมากกว่าหนึ่งล้านตันที่ใช้ในการหล่อเย็นเต่ปฏิกรณ์โรงไฟนิวเคลียร์ หลังจากที่โรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ฟุกุชิมะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อปี 2011

ทางการญี่ปุ่นต้องรีบตัดสินใจเพราะพื้นที่สำหรับเก็บของเหลวซึ่งรวมถึงน้ำใต้ดินและฝนที่ซึมเข้าสู่โรงงานทุกๆ วันจะเต็มภายในปี 2022 ดังนั้นจึงมีการประกาศแผนที่จะปล่อยน้ำดังกล่าวลงทะเลในที่สุด ซึ่งคาดว่าอาจเป็นช่วงสิ้นเดือนตุลาคมนี้

นักวิทยาศาสตร์หลายคนกล่าวว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่กลุ่มกรีนพีซอ้างว่าน้ำที่โรงงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะปนเปื้อนคาร์บอน -14 ระดับอันตราย ซึ่งคาร์บอน -14 เป็นสารกัมมันตภาพรังสีที่มี “ศักยภาพในการทำลายดีเอ็นเอของมนุษย์” และโจมตีรัฐบาลญี่ปุ่นที่บอกว่าน้ำดังกล่าวมีเฉพาะไตรเทียมหรือทริเทียม ซึ่งเป็นธาตุกัมมันภาพรังสีที่ไม่รุนแรง

ด้านรัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่มีความเห็นต่อรายงานนี้ แต่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สุงะของญี่ปุ่นกล่าวว่า “เราไม่สามารถเลื่อนปัญหานี้ไปได้ตลอดกาล เราต้องการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบโดยเร็วที่สุด”

AFP PHOTO / POOL / FILES / TOSHIFUMI KITAMURA

สีจิ้นผิงลั่นประเทศจะต้องไม่มีวันแตกแยก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636404

วันที่ 25 ต.ค. 2563 เวลา 14:03 น.สีจิ้นผิงลั่นประเทศจะต้องไม่มีวันแตกแยกผู้นำจีนกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปีของการเริ่มต้นสงครามเกาหลี โดยพาดพิงการเผชิญหน้ากับไต้หวันในเวลานี้ โดยขู่ว่าอาจถึงขั้นต้อง “ดับเครื่องชน”

ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนกล่าวในสุนทรพจน์เพื่อรำลึกถึงวันครบรอบ 70 ปีการเริ่มต้นของสงครามเกาหลีว่าจีนจะไม่ยอมให้กองกำลังใดๆ มาแบ่งแยกประเทศ และกล่าวโทษสหรัฐว่ามีความคิดที่จะทำสงครามเย็นแบบในปี 1950 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดสงครามเกาหลี

สีจิ้นผิงกล่าวว่าในขณะที่จีนมีการพัฒนาให้ทันสมัย จีนก็มุ่งมั่นที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติและดินแดนของตนมากขึ้น และบอกต่อหน้าเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ เจ้าหน้าที่ทหาร และทหารผ่านศึกหลายร้อยคนในมหาศาลาประชาชนในปักกิ่งว่า “คนจีนไม่ได้สร้างปัญหา แต่ก็ไม่กลัว” และ “เมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากหรืออันตรายใดๆ ขาจะไม่สั่นและจะไม่ยอมก้มหัวให้ใคร”

“เราจะไม่ยอมให้ใครหรือกองกำลังใดๆ เข้ามารุกรานและแบ่งแยกดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของมาตุภูมิของเรา” เขากล่าวและเสริมว่าหาก “สถานการณ์ร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้น” ก็จะต้องจัดการแบบ “ดับเครื่องชนกันตัวต่อตัว” สีจิ้นผิงกล่าว

สีจิ้นผิงยังกล่าวถึงสงครามเกาหลีโดยพาดพิงกับปัจจุบันว่า “เมื่อเจ็ดสิบปีก่อนผู้รุกรานลัทธิจักรวรรดินิยมได้นำเปลวไฟแห่งสงครามมาเผาไหม้ที่ประตูประเทศจีนใหม่ (หมายถึงจีนภายใต้การปกครองของคอมมิวนิสต์) คนจีนมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าในการตอบโต้ผู้รุกราน เราต้องพูดกับพวกเขาด้วยภาษาที่พวกเขาเข้าใจ” คำกล่าวนี้หมายถึงว่าหากมีการรุกรานจีนก็พร้อมที่จะทำใในสิ่งเดียวกัน คือต้องตอบโต้กลับเท่านั้นไม่มีการเจรจาใดๆ

ด้าน เฉิงเซียวเหอ รองศาสตราจารย์จาก School of International Studies ที่มหาวิทยาลัยเหรินหมินในปักกิ่งกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ NYT ซึ่งสะท้อนถึงสุนทรพจน์ของสีจิ้นผิงเมื่อวันศุกร์ว่า “เมื่อเจ็ดสิบปีก่อนจีนยากจนและอ่อนแอ เมื่อเผชิญหน้ากับสหรัฐในฐานะมหาอำนาจ จีนก็ยังต่อสู้ มีอะไรที่จีนไม่กล้าทำตอนนี้?”

Photo by NOEL CELIS / AFP

การบินซบเซายาวแน่ ANA ตัดใจหั่นพนักงานหลายพัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/636403

วันที่ 25 ต.ค. 2563 เวลา 12:02 น.การบินซบเซายาวแน่ ANA ตัดใจหั่นพนักงานหลายพันโยมิอุริ สื่อใหญ่ของญี่ปุ่นเผย ANA จะลดคนงาน 3,500 คนใน 3 ปีเนื่องจากคาดว่าจะเกิดปัญหาไวรัสที่ยืดเยื้อ

สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์โยมิอุริที่รายงานว่า ANA Holdings Inc วางแผนที่จะลดงานประมาณ 3,500 ตำแหน่งในเวลาสามปี เนื่องจากผู้ให้บริการสายการบินรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับการสูญเสียรายปีที่มากที่สุดเป็นประวัติการร์ เนื่องจากความต้องการที่ลดลงจากการระบาดของไวรัสโคโรนา

การเลิกจ้างงานเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจที่กว้างขึ้นของ ANA โดยจะประกาศทางเป็นทางการในวันอังคาร เพื่อที่จะพยายามลดค่าใช้จ่ายคงที่เนื่องจากคาดว่าความต้องการการเดินทางจะชะลอตัวลงเป็นเวลานาน

ANA ซึ่งมีพนักงาน 43,500 คนเมื่อปีที่แล้ววางแผนที่จะบรรลุเป้าหมายการลดงานภายในปีที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2023 ผ่านโครงการจัดหางานและการหยุดจ้า

ในส่วนของมาตรการระยะสั้น ANA กำลังพิจารณาที่จะส่งพนักงานบางส่วนไปยังบริษัทอื่น ๆ หลายแห่งรวมถึง Toyota Motor Corp เป็นการชั่วคราวและขายเครื่องบินขนาดใหญ่ที่มีราคาแพง 30 ลำ

บริษัทคาดการณ์ว่าจะขาดทุนสุทธิประมาณ 500,000 ล้านเยน (4.8 พันล้านดอลลาร์) สำหรับปีงบประมาณนี้จนถึงเดือนมีนาคม ANA ยังต้องหันมาเงินกู้หลายพันล้านดอลลาร์และต้องพึ่งแคมเปญการท่องเที่ยวของรัฐบาลเพื่อประคองตัวองในช่วงตกต่ำของธุรกิจการเดินทางทางอากาศ

ด้านนิกเคอิรายงานว่า Japan Airlines Co หรือ JAL ซึ่งเป็นคู่แข่งในท้องถิ่นของ ANA คาดว่าจะรายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานประมาณ 85,000 ล้านเยนในไตรมาสสามระหว่างกรกฎาคม – กันยายน

นิกเคอิกล่าวว่า JAL ขาดทุนหนักเนื่องจากปริมาณการใช้งานของผู้โดยสารในเที่ยวบินระหว่างประเทศลดลง 97% ในไตรมาสนี้ กรณีที่เกิดนี้ขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสายการบินที่ขยายวงไปทั่วโลก

AFP PHOTO / ALL NIPPON AIRWAYS-