จีนจะเล่นงานศัตรูใกล้หรือจับตาศัตรูไกล? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633172

วันที่ 17 ก.ย. 2563 เวลา 09:08 น.จีนจะเล่นงานศัตรูใกล้หรือจับตาศัตรูไกล?ศัตรูใกล้ของจีนในเวลานี้ “ที่ใกล้ที่สุด” คืออินเดีย

แม้ว่าสุบราห์มันยัม ไจชานคาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กับ หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน จะหารือนอกรอบระหว่างการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในกรุงมอสโกของรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 5 ข้อ เพื่อบรรเทาความตึงเครียดระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศบริเวณพรมแดนจีน-อินเดีย

แต่ตามชายแดนของทั้ง 2 ประเทศไม่ได้สงบตามไปด้วย ยังมีการแสดงแสนยานุภาพกันเป็นปกติ อินเดียนั้นส่งยุทธภัณฑ์เข้าไปในชายแดนอย่างเร่งด่วนก่อนจะถึงฤดูหนาวซึ่งเส้นทางจะถูกตัดขาด ส่วนจีนก็เร่งเสริมกำลังเข้าไปในทิเบตทั้งกำลังทหารและกำลังการพัฒนาพื้นที่

ตอนนี้ศึกอินเดียเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่สุด ลงรองมาคือแนวทะเลจีนใต้

ถามว่าจีนจะรับมือจุดไหนก่อน?

เฉียวเหลียง นายพลเกษียณอายุราชการในกองทัพอากาศกองทัพปลดแอกประชาชน ผู้เขียนหนังสือ “สงครามไร้ขีดจำกัด” (Unrestricted Warfare) ซึ่งผู้เขียนเคยนำเสนอไป บอกว่าจีนควรจะพร้อมรับกับสงครามกับอินเดีย

นายพลเฉียวบอกในบัญชี WeChat ว่า “เรา (ชาวจีน) ไม่ควรประเมินการตอบสนองของอินเดียสูงเกินไป แต่เราต้องไม่ปล่อยให้การป้องกันของเราลดลง” และจีนต้องมีท่าที “ริเริ่ม” ในกรณีที่ความขัดแย้งทางทหารที่รุนแรงขึ้นตามแนวชายแดน

คำว่า “ริเริ่ม” ที่นายพลเฉียงเหลียงใช้อาจแปลความหมายได้ว่าจีนต้องมีท่าทีเชิงรุก

กุนซือคนสำคัญของยุทธศาสตร์การรบแผนใหม่ของจีนบอกว่า “จะต้องโจมตีอย่างรวดเร็วและควบคุมสเกลในสงครามขนาดเล็กและขนาดกลางที่มุ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับฝ่ายตรงข้าม ด้วยเหตุนี้ (จีน) จึงจะได้รับการซูฮกจากการทำสงครามเล็กๆ”

หากจีนได้รับชัยชนะในสงครามที่ควบคุมขนาดได้ จีนก็จะสามารถทำให้สหรัฐและฝ่ายสนับสนุนเอกราชในไต้หวันต้องยำเกรง

จะเห็นได้ว่าเฉียวเหลียงเสนอแผน “ตีอินเดียกระทบอเมริกา” คือการทำสงครามที่เอาชนะได้ง่ายเพื่อทำให้ประเทศที่เป็นคู่กรณีกับจีน “จริงๆ” ไม่กล้าแหยมกับจีน

ดังนั้นในทัศนะของเฉียวเหลียง จีนควรจะตีศัตรูใกล้เพื่อให้ศัตรูไกลไม่กล้าเคลื่อนไหว

ทัศนะนี้ของเฉียวเหลียงเสนอไว้เมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งดูเผินๆ เหมือนจะสวนทางกับทัศนะของเขาเมื่อเดือนพฤษภาคมที่แนะว่าจีนควรจะโฟกัสที่สหรัฐในฐานะปฏิปักษ์หลัก

ตอนนั้นเขาบอกว่าจีนกำลังถูกรุมจากสหรัฐและไต้หวัน ดังนั้น “เมื่อคุณกำลังเผชิญหน้ากับแก๊งในการต่อสู้คุณต้องกำจัดคนที่ใหญ่ที่สุดก่อนและฝ่ายตรงข้ามคนอื่นๆ ก็จะหงอไปเอง”

จะเห็นได้ว่าทัศนะนี้คล้ายกับที่เขาเสนอเรื่องการทำศึกกับอินเดีย นั่นคือการทำสงครามเผด็จศึกกับเป้าหมายเป็นรายๆ ไปเพื่อทำให้ “พวกศัตรู” เกรงขาม

สิ่งที่ต่างกันคือ ตอนแรกเขาเสนอให้ล้มยักษ์เลยคือสหรัฐ แต่ต่อมาเสนอให้ทำสงครามสเกลย่อมๆ กับอินเดียไปก่อน คาดว่าที่เขาเปลี่ยนท่าทีก็เพราะหลังจากนั้นจีนมีเรื่องกับอินเดีย และจีนมีเป้าหมายเฉพาะหน้าที่อันตรายกว่า เพราะมีพรมแดนติดกับอินเดียหลายพันไมล์

แต่คำแนะนำของเฉียวเหลียงไม่ใช่จุดยืนของรัฐบาลจีน มันเป็นเพียงคำแนะนำเท่านั้น (แม้ว่าการที่จีนจะเคลียร์กับอินเดียได้ มีคำสั่งให้ทหารตามแนวชายแดนพร้อมเพิ่มระดับการเผชิญหน้าสูงสุดเป็นอันดับสอง)

คนจีนไม่ได้ชิงชังสหรัฐถึงขนาดจะฆ่าจะแกงทุกทีที่มีปัญหา ยิ่งกับไต้หวันแล้วจีนยากที่ลงมืออย่างรุนแรง

แม้ว่าสีจิ้นผิงจะมีท่าทีค่อนข้างแข็งกร้าวแต่เป็นเพราะได้รับการกระตุ้นเร้าจากสหรัฐเป็นสำคัญ ท่าทีแข็งกร้าวกับสหรัฐพลอยทำให้จีนกร้าวกับประเทศอื่นๆ ไปด้วย

เรื่องนี้ทำให้นึกถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์กับสหรัฐตั้งแต่ยุคก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนใหม่ๆ ในยุคนั้นสหรัฐกับจีนเป็นศัตรูที่ยืนอยู่คนละขั้ว เหมือนยน้ำกับน้ำมันไม่อาจรวมกันได้

ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากันในสงครามเกาหลี และในสงครามนั้นเหมาเจ๋อตง ผู้นำสูงสุดของจีนยังส่งลูกชายไปรบด้วย จนเสียชีวิตในสมรภูมิเกาหลี

แม้จะเสียลูกชายไปในสงครามกับพวกอเมริกัน แต่ผู้เขียนคิดว่าเหมาเจ๋อตงก็น่าจะเป็นเป็นพวกนิยมอเมริกันอยู่ลึกๆ

วิธีคิดของเหมาเจ๋อตงเป็นอย่างนี้ จีนต้องมองศัตรูใกล้คือ ญี่ปุ่น อินเดีย และรัสเซีย กลุ่มประเทศเหล่านี้เป็นไม่เบื่อไม้เมากับจีนมาโดยตลอด ญี่ปุ่นนั่นเป็นแค้นฝังหุ่นตั้งแต่สมัยสงครามโลก อินเดียมีปัญหาชายแดนที่ไม่มีวันจบสิ้น และรัสเซียเป็นจำพวกที่ไว้ใจได้ยาก แต่ต้องคบกันไปเพื่อถ่วงดุลทางการทูต

เหมาบอกว่าจะสู้กับศัตรูใกล้ต้องใช้วิธีของบรรพบุรุษ คือต้องไปสร้างแนวร่วมที่ไกลตัวออกไปเพื่อให้โอบล้อมเข้ามา วิธีนี้เป็นยุทธศิลป์สร้างพันธมิตรแนวดิ่งแนวนอนในยุครณรัฐ (หรือจ้านกว๋อ ราวๆ 481- 221 ปีก่อนคริสตกาล) ต้องใช้พวกสำนักวิชาทูต ปากเป็นเอกเลขเป็นโท ประสานผลประโยชน์เก่ง เกลี้ยกล่อมให้มิตรไกลมาช่วยล้อมศัตรูใกล้แบบแนบเนียน

มิตรไกลของเหมาเจ๋อตงคือสหรัฐ ที่เขาดึงเข้ามาช่วยยันโซเวียตที่เหมาเริ่มเห็นแล้วว่าพึ่งไม่ได้และยังจ้องจะตะครุบจีนด้วย สาเหตุหนึ่งที่จีนแตกหักกับโซเวียตเพราะฝ่ายนั้นต้องการสร้างแนวร่วมป้องกันเอเชียคล้ายๆ สนธิสัญญาวอร์ซอ

แต่จีนสงสัยว่าไอ้เจ้าแนวร่วมนี้มันไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันเอเชียจากอเมริกัน แต่เพื่อล้อมจีนเสียมากกว่าโดยมีมอสโกเป็นคันเบ็ดส่วนให้เวียดนามเป็นตะขอเบ็ดช่วยกันเกี่ยวจีน

ตอนนั้นจีนช่วยเวียดนามถล่มสหรัฐ แต่หลังจากสะบั้นรักกับโซเวียต ไม่นานจีนหันไปถล่มเวียดนามเสียเอง และยังมีการเจรจาเพื่อเปิดสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศอีกครั้งโดยมี คิสซิงเจอร์ อุตส่าห์แอบเข้ามาคุยถึงจีน หลังจากนั้นเหมือนเปิดก๊อก นานาประเทศแห่กันมาคบหาจีน รวมถึงไทยด้วย

ตอนนี้ภาพคล้ายกับเมื่อหลายทศวรรษก่อน รัสเซียกับจีน “ผูกเสี่ยว” เป็นพันธมิตรกันและมีท่าทีแข็งกร้าวต่อสหรัฐเหมือนกัน

แต่ก็เหมือนกับช่วงสงครามมเย็น ขณะที่จีนคบรัสเซียเพื่อหวังเป็นแนวร่วม รัสเซียยังคงขายอาวุธให้อินเดียและยังมีความสัมพันธืที่ดีกับอินเดียมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น

ส่วนญี่ปุ่นที่ผ่านกฎหมายให้ทหารไปรบต่างประเทศได้และพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีกองทัพได้อีกครั้ง จีนยิ่งมองญี่ปุ่นเป็นภัยคุกคาม

ส่วนเวียดนามกำลังหาแนวร่วมสู้จีนที่มาฮุบเกาะทะเลจีนใต้ ถึงขนาดไปคบหาศัตรูเก่าอย่างสหรัฐ (รายนี้ใช้ยุทธศาสตร์แบบจีน) สองประเทศนี้ท่าทางจะคุยกันลำบาก

สักสามสี่ปีก่อน จีนพยายามยืนยันกับสหรัฐว่าเราไม่ใช่ภัยคุกคามกันและกัน และในสภาพเศรษฐกิจโลกอย่างนี้อย่ามาแลกหมัดกันเลย ค้าขายกันจะดีกว่า ส่วนประเทศในเครืออำนาจที่ฮึ่มๆ กันก็ช่วยปรามๆ แล้วแก้ไขไปทีละเปราะน่าจะเข้าท่า

ยุทธศาสตร์การค้านำการรบนี่สำคัญมาก เหมาเจ๋อตงก็เคยเปรยไว้ก่อนจะคบอเมริกันจริงๆ จังๆว่า ลูกหม้อสำคัญของอเมริกาคือเกาหลีใต้ คนเกาหลีนั้นชอบกินเผ็ด ส่วนจีนก็ผลิตพริกได้มากมายมหาศาล หากเลิกเผชิญหน้ากันได้จะได้ช่วยกันค้าขาย ฝ่ายหนึ่งกินพริกฝ่ายหนึ่งค้าพริกต่างก็วินวิน และการค้าพริกของจีนกับเกาหลีใต้เป็นแผนหนึ่งในการเขยิบเข้าไปหาสหรัฐเมื่อ 40 กว่าก่อนด้วย

แต่สถานกาณ์เมื่อสามสี่ปีก่อนต่างกันมาก ไม่กี่ปีมานี้สหรัฐปิดตายประตูมิตรภาพกับจีนด้วยการทำสงครามการค้า ทำให้จีนแทบไม่เหลือช่องทางที่จะคงความเป็นมิตรเอาไว้ ส่วนเกาหลีใต้นั้นแสดงออกว่า “ไม่เอาจีน” มากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อประตูการค้าถูกปิดตาย ศัตรูไกลที่จีนพยายามเลี่ยงก็กลายเป็นศัตรูใกล้ไปโดยปริยาย

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

AFP PHOTO / Anthony WALLACE

เวียดนามอพยพ 500,000 ชีวิตหนีพายุโนอึล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633169

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 21:00 น.เวียดนามอพยพ 500,000 ชีวิตหนีพายุโนอึลเวียดนามเตรียมอพยพคนในพื้นที่ชายฝั่งตอนกลางก่อนพายุโนอึลจะเข้าถล่มวันพรุ่งนี้

รัฐบาลเวียดนามประกาศอพยพประชาชน 500,000 คน เพื่อหนีจากพายุโนอึล พายุโซนร้อนที่กำลังทวีกำลังรุนแรง ซึ่งพายุลูกนี้กำลังมุ่งหน้าเข้ามาสู่ประเทศไทยด้วย

“เวียดนามกำลังวางแผนอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งตอนกลางของประเทศถึง 500,000 คน ก่อนที่พายุจะเข้าถล่มในวันพฤหัสบดี” รัฐบาลเวียดนามกล่าวโดยคำสั่งจากรองรัฐมนตรี หวู ดึ๊ก ดาม

โดยรัฐบาลเตือนในช่วงบ่ายวันที่ 16 กันยายน ว่าพายุ โนอึล มีแนวโน้มว่าจะสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เป็นวงกว้างตั้งแต่จังหวัดกว๋างบิ่ญไปจนถึงเมืองดานัง ซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งตอนกลางของเวียดนาม

ขณะที่ปริมาณฝนมากถึง 400 มิลลิเมตร อาจทำให้จังหวัดฮาติงห์และจังหวัดกว๋างหงายมีฝนตกหนักตั้งแต่บ่ายวันพฤหัสบดีจนถึงเย็นวันศุกร์ โดยคาดว่าพื้นที่ทางตอนใต้ของชายฝั่งจะได้รับปริมาณน้ำฝน 50-100 มิลลิเมตรในช่วงเวลาเดียวกัน

รัฐบาลเวียดนามยังกล่าวอีกว่า จังหวัดทัญฮว้าและเหงะอานมีแนวโน้มที่จะได้รับปริมาณน้ำฝน 100-150 มิลลิเมตรในวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์

แอปเปิลจับมือรัฐบาลสิงคโปร์ส่งเสริมสุขภาพดีด้วย “Apple Watch” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633170

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 20:44 น.แอปเปิลจับมือรัฐบาลสิงคโปร์ส่งเสริมสุขภาพดีด้วย "Apple Watch"แอปเปิลจับมือรัฐบาลสิงคโปร์ทำโครงการส่งเสริมกิจกรรมและพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพ โดยใช้ “แอปเปิล วอทช์” พร้อมเสนอรางวัลให้ผู้เข้าร่วมทำกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ

บริษัทแอปเปิล อิงค์ของสหรัฐ และรัฐบาลสิงคโปร์ ได้ประกาศความร่วมมือในโครงการ “LumiHealth” ซึ่งเป็นโครงการเฉพาะบุคคลเพื่อส่งเสริมกิจกรรมและพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพโดยใช้แอปเปิล วอทช์ (Apple Watch)

โครงการดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยคณะกรรมการส่งเสริมสุขภาพของสิงคโปร์ร่วมกับแอปเปิล อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่ม Smart Nation ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นความพยายามระดับชาติในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและธุรกิจ

แอปเปิลระบุในแถลงการณ์ว่า โครงการระยะ 2 ปีดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนต.ค.นี้ โดยแอปพลิเคชัน LumiHealth ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนต.ค. จะแนะนำให้ผู้ใช้งานปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ที่กำหนดตามอายุ, เพศ และน้ำหนักของแต่ละบุคคล

เฮง สวี เกียต รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ระบุว่า “แม้ว่าเราทุกคนทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายของโรคโควิด-19 เรายังคงต้องลงทุนในอนาคตของเรา และไม่มีการลงทุนใดดีไปกว่าการลงทุนสำหรับสุขภาพของเราเอง”

ขณะที่ เจฟฟ์ วิลเลียมส์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของแอปเปิลกล่าวว่า “สิงคโปร์มีระบบการดูแลสุขภาพชั้นนำของโลก และเรารู้สึกตื่นเต้นกับการรวม Apple Watch และแอปพลิเคชัน LumiHealth เข้าด้วยกันเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แอปเปิลระบุว่า โครงการดังกล่าวนับเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลเสนอเงินรางวัลให้กับประชาชนที่เข้าร่วมทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพ

ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนในแอป LumiHealth เพื่อเข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินรางวัลราว 380 ดอลลาร์สิงคโปร์ (280 ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ การทำสมาธิ, การเดิน, การว่ายน้ำ, การนอนหลับที่มีคุณภาพดีขึ้น ตลอดจนการดำเนินการด้านสาธารณสุข อาทิ การฉีดวัคซีน อาทิเช่น ทันทีที่มีวัคซีนโควิด-19 แอป LumiHealth ก็จะผลักดันให้ผู้ใช้งานไปฉีดวัคซีนดังกล่าว

เมียนมาเร่งสร้างโรงพยาบาลสนามรับมือโควิดพุ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633165

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.เมียนมาเร่งสร้างโรงพยาบาลสนามรับมือโควิดพุ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสในเมียนมาพุ่งกระฉูดแซงไทย โรงพยาบาลใกล้ล้นจนต้องเร่งสร้างโรงพยาบาลสนาม

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ทางการเมียนมากำลังเร่งสร้างโรงพยาบาลสนามขนาด 500 เตียงในสนามฟุตบอลในเมืองย่างกุ้ง เพื่อรองรับผู้ป่วย Covid-19 มีพุ่งขึ้นทำลายสถิติรายวันจนบุคลากรทางการแพทย์กังวลว่าระบบสาธารณสุขของประเทศจะรับไม่ไหว

วานนี้ (15 ก.ย.) เมียนมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 307 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขรายวันที่สูงที่สุดนัยตั้งแต่เชื้อโคโรนาไวรัสเริ่มระบาดในเมียนมาเมื่อเดือน มี.ค. บวกกับผู้ติดเชื้อรายใหม่ของวันนี้อีก 134 ราย ส่งผลให้เมียนมามีผู้ติดเชื้อรวม 3,636 ราย แซงหน้าไทยที่มีผู้ติดเชื้อรวม 3,490 ราย

ขณะนี้โรงพยาบาล 3 แห่งในเมืองย่างกุ้งซึ่งพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดจนต้องหวนกลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์ครั้งที่ 2 ถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่รักษาผู้ป่วย Covid-19 แล้ว

เคืองเมียตโซ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามที่กำลังก่อสร้างเผยกับรอยเตอร์สว่า “เราไม่มีสถานที่เพียงพอรองรับการระบาดครั้งใหญ่ สถานการณ์จะยิ่งแย่ลงหากเราไม่สามารถรับผู้ป่วยมารักษา เราจึงต้องสร้างโรงพยาบาลสนามอย่างเร่งด่วน”

ด้านแพทย์ในเมืองย่างกุ้งบางส่วนเผยว่าการรับมือของรัฐบาลเป็นสาเหตุให้โรงพยาบาลรองรับผู้ป่วยไม่ไหว จอมินตุน เจ้าของคลินิกในเมืองย่างกุ้งกล่าวว่า “ทางการกำหนดเงื่อนไขว่าต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลก่อนจึงจะตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัสได้ ทำให้โรงพยาบาลมีเตียงไม่เพียงพอ”

ทั้งนี้ รัฐบาลทหารเมียนมาละเลยระบบสาธารณสุขของประเทศมานานหลายสิบปี ส่งผลให้องค์การอนามัยโลกจัดให้ระบบสาธารณสุขของเมียนมาอยู่ในระดับแย่ที่สุดในโลกในปี 2000 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่มีการจัดอันดับ

อีกทั้งก่อนที่จะมีการปฏิรูประบอบประชาธิปไตยในปี 2011 งบประมาณสาธารณสุขของเมียนมามีสัดส่วนเพียง 0.3% ของจีดีพีเท่านั้น

ขณะที่ธนาคารโลกระบุว่าจนถึงเดือน มี.ค. เมียนมามีเตียงสำหรับผู้ป่วยวิกฤตเพียง 383 เตียง และเครื่องช่วยหายใจ 249 เครื่อง สำหรับประชากร 51 ล้านคน เทียบกับของไทยที่มี 6,000 เตียง และเครื่องช่วยหายใจกว่า 10,000 เครื่อง สำหรับประชากร 69 ล้านคน

อิหร่านมีแผนลอบสังหารทูตสหรัฐล้างแค้นให้นายพลคนสำคัญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633148

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 18:32 น.อิหร่านมีแผนลอบสังหารทูตสหรัฐล้างแค้นให้นายพลคนสำคัญรัฐบาลอิหร่านมีแผนลอบสังหารเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำแอฟริกาใต้ล้างแค้นให้นายพล กัสซิม โซเลมานี ที่ถูกสหรัฐปล่อยมิสไซล์สังหารเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

สำนักข่าว Politico รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ได้เห็นข่าวกรองว่า รายงานของหน่วยข่าวกรองของสหรัฐระบุว่า รัฐบาลอิหร่านมีแผนลอบสังหาร ลานา มาร์กส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำแอฟริกาใต้ช่วงก่อนการเลือกตั้งสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 3 พ.ย.นี้ เพื่อล้างแค้นให้กับ กัสซิม โซเลมานี นายพลคนสำคัญของกองทัพอิหร่านที่ถูกสหรัฐลอบสังหารที่สนามบินในกรุงแบกแดดของอิรักเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐทราบว่ามีภัยคุกคามทั่วไปกับ ลานา มาร์กส์ ตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา (ราวเดือน มี.ค.-มิ.ย.) แต่ข่าวกรองเกี่ยวกับนักการทูตหญิงรายนี้เพิ่งชัดเจนเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และสถานทูตอิหร่านในกรุงพริทอเรียของแอฟริกาใต้เกี่ยวข้องกับแผนนี้

แหล่งข่าวเผยต่อไปว่า หน่วยข่าวกรองมีแนวปฏิบัติที่รู้จักกันในนาม Duty to Warn (หน้าที่ในการเตือน) ที่กำหนดให้สายลับสหรัฐแจ้งบุคคลที่ตกอยู่ในอันตรายให้ทราบหากมีข่าวกรองว่าชีวิตของบุคคลคนนั้นตกอยู่ในอันตราย และมาร์กส์ก็ได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวแล้ว  

หน่วยข่าวกรองยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดมาร์กส์จึงตกเป็นเป้าลอบสังหาร เนื่องจากเธอแทบจะไม่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน แต่อาจเป็นไปได้ว่าอิหร่านตัดสินใจเพราะความมิตรภาพระหว่างเธอกับทรัมป์ ซึ่งสนิมสนมคุ้นเคยกันมากว่า 2 ทศวรรษ

หรืออีกความเป็นไปได้คือ มาร์กส์เป็นเป้าหมายที่โจมตีง่ายกว่าทูตสหรัฐในประเทศอื่นอย่างในยุโรปตะวันตกซึ่งสหรัฐมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับหน่วยข่าวกรองและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลอิหร่านมีเครือข่ายลับปฏิบัติการอยู่ในแอฟริกาใต้และตั้งฐานปฏิบัติการที่นั่นมาหลายสิบปีแล้ว

ทั้งนี้ มีรายงานว่า อยาตุลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มีประวัติลอบสังหาร รวมทั้งการจับตัวประกันหลายครั้งนอกพื้นที่อิหร่าน นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังการลุกฮือประท้วงช่วงปลายทศวรรษ 1970

โดยในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา อิหร่านมักจะหลีกเลี่ยงการโจมตีนักการทูตของสหรัฐโดยตรง แต่กลุ่มก่อการร้ายที่มีอิหร่านหนุนหลังมักจะโจมตีสถานทูตและเจ้าหน้าที่สหรัฐในอิรัก

หากอิหร่านลงมือลอบสังหารมาร์กส์ตามแผน ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ตึงเครียดอยู่แล้วให้แย่ลง และอาจเพิ่มแรงกดดันให้ทรัมป์หาทางตอบโต้กลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ

ด้านทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะโจมตีตอบโต้อิหร่านหนักกว่าเป็นพันเท่าหากอิหร่านลงมือสังหารนักการทูตหญิงรายนี้

WWF เตือนสัตว์ป่า 2 ใน 3 จะตายในเวลาไม่ถึง 50 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633145

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 17:30 น.WWF เตือนสัตว์ป่า 2 ใน 3 จะตายในเวลาไม่ถึง 50 ปีโลกส่งสัญญาณเตือนธรรมชาติกำลังจะตายด้วยฝีมือมนุษย์

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) รายงานว่าจำนวนสัตว์ป่าลดลงกว่า 2 ใน 3 ในเวลาไม่ถึง 50 ปี ซึ่งหายนะนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะชะลอตัว และเตือนว่าธรรมชาติกำลังถูกทำลายโดยมนุษย์ในอัตราที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ทันย่า สตีล ประธานบริหารขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล กล่าวว่า “เรากำลังทำลายโลกของเรา และตอนนี้โลกกำลังส่งสัญญาณเตือนให้เรารับรู้ว่าธรรมชาติกำลังจะตาย”

นักวิทยาศาสตร์การอนุรักษ์ทั่วโลกได้สำรวจสัตว์ป่าหลายพันชนิดและพบว่าประชากรสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ปลา นก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลาน โดยเฉลี่ยลดลงถึง 68% ตั้งแต่ปี 2513

นอกจากนี้องค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้ทำการสำรวจพืชและสัตว์กว่า 100,000 ชนิด โดยพบว่ามีพืชและสัตว์ถึง 32,000 ชนิดที่ถูกคุกคามจนสูญพันธุ์

ดร.แอนดรูว์ เทอร์รี่ ผู้อำนวยการด้านการอนุรักษ์ของสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน กล่าวว่า “การลดลงของสัตว์ป่าเป็นหลักฐานที่ชัดเจนของความเสียหายที่มนุษย์กระทำต่อธรรมชาติ หากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงสัตว์ป่าจะลดลงจนกระทั่งสูญพันธุ์ และทำลายระบบนิเวศที่เราอาศัยอยู่”

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ชี้ให้เห็นว่าการจะเปลี่ยนแปลงนั้นเราจะต้องเปลี่ยนวิธีการผลิตและบริโภคอาหาร รวมถึงลดขยะอาหารและกินอาหารที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลง

Photo by Tony Karumba / AFP

WTO เข้าข้างจีนกรณีพิพาทสหรัฐเก็บภาษีสินค้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633129

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 16:35 น.WTO เข้าข้างจีนกรณีพิพาทสหรัฐเก็บภาษีสินค้าWTO ชี้สหรัฐเก็บภาษีสินค้าจีนละเมิดรการะเบียบค้าระหว่างประเทศ

คณะผู้พิจารณาข้อพิพาทซึ่งแต่งตั้งโดยองค์กรระงับข้อพิพาท (DSB) ขององค์การการค้าโลก (WTO) ตัดสินว่าการที่สหรัฐเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าราว 234,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2018 เป็นการละเมิดระเบียบการค้าระหว่างประเทศ

คณะผู้พิจารณาให้เหตุผลว่า สหรัฐเรียกเก็บภาษีจากจีนเท่านั้น และสหรัฐไม่สามารถแสดงให้เห็นได้ว่าสินค้าจีนที่ถูกเรียกเก็บภาษีได้รับสิทธิประโยชน์จากการดำเนินการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากจีน

ก่อนหน้านี้ฝั่งสหรัฐอ้างต่อคณะกรรมการว่าจีนดำเนินการทางการค้าที่กระทบต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ รวมทั้งมีการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีของสหรัฐ  

คำตัดสินนี้เป็นการสนับสนุนคำร้องที่จีนยื่นไปยัง WTO ว่า การเก็บภาษีของทรัมป์ละเมิดระเบียบการค้าระหว่างประเทศหลายข้อ รวมทั้งข้อที่กำหนดว่าประเทศสมาชิก WTO ทุกประเทศต้องเสนออัตราภาษีที่เท่าเทียมกันระหว่างคู่ค้าของตัวเอง

ในเวลาต่อมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า  ยังไม่ได้เห็นคำตัดสินดังกล่าว และกล่าวต่อว่า “เราต้องทำอะไรบางอย่างกับ WTO เพราะ WTO ปล่อยให้จีนทำผิดแล้วลอยนวล เราต้องตรวจสอบคำตัดสิน แต่ผมไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของ WTO นี่คือสิ่งที่ผมบอกได้ตอนนี้”

ด้าน โรเบิร์ต ไลไธเซอร์ ผู้แทนทางการค้าของสหรัฐ กล่าวโจมตี WTO ว่าพยายามขัดขวางไม่ให้สหรัฐปกป้องแรงงานของตัวเอง

“รายงานของคณะผู้พิจารณาชุดนี้ยืนยันสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์พูดมาตลอด 4 ปีว่า WTO ไม่สามารถหยุดยั้งพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อเทคโนโลยีของจีนได้อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าคณะผู้พิจารณาจะไม่ได้โต้แย้งหลักฐานมากมายเกี่ยวกับการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของจีนที่สหรัฐส่งให้ แต่คำตัดสินนี้แสดงให้เห็นว่า WTO ไม่ได้หาทางเยียวยาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้”

ไลไธเซอร์ยังกล่าวอีกว่า สหรัฐต้องมีสิทธิ์ในการปกป้องตัวเองจากการดำเนินการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และรัฐบาลทรัมป์จะไม่ปล่อยให้จีนใช้ WTO เป็นช่องทางในการหาประโยชน์จากแรงงานชาวอเมริกัน ภาคธุรกิจ เกษตรกร และเจ้าของฟาร์มปศุสัตว์

ขณะที่ทางการจีนระบุว่าคำตัดสินดังกล่าวมีความยุติธรรม โดยตัวแทนจากกระทรวงพาณิชย์เผยว่า “จีนหวังว่าสหรัฐจะเคารพคำตัดสินของคณะผู้พิจารณา…ดำเนินการในทางปฏิบัติเพื่อพบกันครึ่งทางกับจีนและสมาชิกประเทศอื่นของ WTO ร่วมกันรักษาระบบการค้าพหุพาคี และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่มีเสถียรภาพ”

มาร์กาเร็ต เซคูตา อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ มองว่า คำตัดสินของ WTO อาจเป็นชนวนให้ทรัมป์ตัดสินใจถอนตัวออกจาก WTO หรืออาจกลายเป็นหลักฐานสนับสนุนข้อเสนอของสหรัฐที่ให้ปฏิรูป WTO

ทั้งนี้ คู่กรณีที่ไม่พอใจกับคำตัดสินของ WTO สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อองค์กรอุทธรณ์ซึ่งเปรียบเสมือนศาลฎีกา ได้ภายใน 60 วัน ทว่ากระบวนการนี้อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้ เนื่องจากเมื่อปลายปี 2019 รัฐบาลทรัมป์คัดค้านการตั้งผู้พิพากษาคนใหม่ ทำให้องค์กรอุทธรณ์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

ไฟป่าสหรัฐทำนกร่วงฟ้าตายนับแสนตัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633128

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 14:16 น.ไฟป่าสหรัฐทำนกร่วงฟ้าตายนับแสนตัวพบซากนกหลายแสนตัวทั่วนิวเม็กซิโกคาดเหตุเกิดจากไฟป่า

ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าในนิวเม็กซิโกเผยว่าพบซากนกหลายแสนตัวร่วงลงจากท้องฟ้า ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยคาดว่าอาจมีสาเหตุมาจากไฟป่าที่กำลังโหมกระหน่ำในชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ

มาร์ธา เดสมอนด์ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวเม็กซิโกกล่าวกับซีเอ็นเอ็น ว่าก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายังเคยพบซากนกหลายร้อยตัวที่ทะเลทรายขาว และหลายสัปดาห์ถัดมาพบซากนกจำนวนนับไม่ถ้วนซึ่งคาดการณ์ว่าเป็นจำนวนหลายแสนตัว ถูกพบตายทั่วทั้งรัฐ

โฆษก New Mexico Game & Fish เผยว่า “เราเริ่มได้รับรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (8 กันยายน) จนถึงทุกวันนี้ก็ยังคงมีรายงานและเพิ่มจำนวนขึ้นไปจนทั่วทั้งรัฐ แต่เรายังไม่สามารถบอกถึงสาเหตุที่แท้จริงได้ นี่เป็นเพียงแค่การคาดเดาเท่านั้น”

ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการตายของนกเหล่านี้ได้ แต่นักชีววิทยาหลายคนเชื่อว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงบริเวณชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ

โดยนักชีววิทยากล่าวว่าหนึ่งในปัจจัยที่เป็นไปได้มากที่สุดคือไฟป่าที่กำลังลุกไหม้ในแคลิฟอร์เนียและรัฐทางตะวันตกอื่น ๆ ซึ่งอาจบังคับให้นกเหล่านี้ต้องอพยพเร็วขึ้นในฤดูหนาว ก่อนที่มันจะพร้อมทำให้นกบางตัวมีไขมันในร่างกายไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

https://www.nbcnews.com/video/breonna-taylor-family-attorneys-detail-terms-of-settlement-reached-with-louisville-91822149560

https://www.nbcnews.com/news/embedded-video/mmvo91822149560

Photo by Allison Salas

ทรัมป์อ้างสหรัฐจะมีวัคซีนโควิดใช้อีกไม่กี่สัปดาห์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633103

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 11:07 น.ทรัมป์อ้างสหรัฐจะมีวัคซีนโควิดใช้อีกไม่กี่สัปดาห์โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงสหรัฐกำลังจะมีวัคซีน โควิด-19 ภายในไม่กี่สัปดาห์

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Fox & Friends เมื่อวันอังคารโดยคาดว่าวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาจะได้รับการอนุมัติใน 4-8 สัปดาห์

“เราไม่มีวัคซีนมาหลายปีแล้ว และกำลังจะมีวัคซีนเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ อาจจะเป็น 4 หรือ 8 สัปดาห์ เพราะเรามีบริษัทที่ยอดเยี่ยมมากมาย” ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์ย้ำว่าการเร่งผลิตวัคซีนครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเรียกคะแนนเสียงทางการเมือง แต่เขาต้องการที่จะเร่งผลิตวัคซีนอยู่แล้ว โดยได้ประสานงานกับองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA)เพื่อให้สหรัฐมีวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาโดยเร็วที่สุด และจะสั่งให้มีการกระจายวัคซีนทันทีที่การทดลองสำเร็จ

ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนรวมถึง โจ ไบเดน และกมลา แฮร์ริส ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีนที่อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการอนุมัติวัคซีนเร็วเกินไปและการเร่งกระบวนการผลิต ซึ่งอาจเกิดจากแรงกดดันทางการเมือง เนื่องจากหากวัคซีนเกิดขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์จริงจะทำให้สหรัฐมีวัคซีนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดี

แอปเปิลเปิดตัว Apple Watch – iPad รุ่นใหม่ ไร้เงาไอโฟน12 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/633102

วันที่ 16 ก.ย. 2563 เวลา 11:04 น.แอปเปิลเปิดตัว Apple Watch - iPad รุ่นใหม่ ไร้เงาไอโฟน12แอปเปิลแถลงเปิดตัว Apple Watch และ iPad รุ่นใหม่ผ่านการจัดอีเวนท์ออนไลน์ ขณะที่ iPhone 12 คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนต.ค.นี้

แอปเปิล อิงค์ ได้แถลงเปิดตัวสินค้าใหม่ผ่านงานอีเวนท์ออนไลน์เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 63 โดยแอปเปิลได้เปิดตัว Apple Watch และ iPad รุ่นใหม่เท่านั้น โดยไม่มีการระบุถึง iPhone 12

สำหรับ Apple Watch รุ่นใหม่ประกอบด้วย Apple Watch Series 6 และ Apple Watch SE ซึ่งเป็นรุ่นราคาถูก โดย Apple Watch Series 6 มีคุณสมบัติในการตรวจวัดระดับออกซิเจนในเลือดของผู้ใช้ จะมีราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์ ขณะที่ Apple Watch SE จะเริ่มต้นที่ 279 ดอลลาร์

นอกจากนี้ แอปเปิลยังเปิดตัว iPad Air รุ่นใหม่ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 599 ดอลลาร์ ส่วน iPad Gen 8 ซึ่งเป็น iPad รุ่นราคาถูก จะมีราคาเริ่มต้นที่ 329 ดอลลาร์ ขณะที่ iPad สำหรับนักศึกษาจะมีราคาเริ่มต้นที่ 299 ดอลลาร์

ขณะเดียวกัน แอปเปิลเปิดตัว Apple One ซึ่งเป็นการรวมบริการของแอปเปิลเข้าไว้เป็นแพคเกจเดียวกัน โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ

แบบรายบุคคล คิดค่าบริการ 14.05 ดอลลาร์/เดือน โดยได้รับบริการ Apple Music, Apple TV+, Apple Arcade และได้พื้นที่เก็บข้อมูลใน iCloud

แบบครอบครัว (ไม่เกิน 5 คน) คิดค่าบริการ 19.95 ดอลลาร์/เดือน โดยได้รับบริการ Apple Music, Apple TV+, Apple Arcade และได้พื้นที่เก็บข้อมูลใน iCloud

ทั้งนี้คาดว่า แอปเปิลจะเปิดตัว iPhone 12 ในเดือนต.ค. ในช่วงวันที่ 13 ต.ค. โดยจะเป็นรุ่นมาตรฐาน 2 รุ่น ส่วนอีก 2 รุ่นจะเป็นรุ่นไฮเอนด์ ซึ่งทุกรุ่นจะรองรับระบบ 5G

iPhone 12 รุ่นมาตรฐานของแอปเปิลจะมีหน้าจอขนาด 5.4 นิ้ว และ 6.1 นิ้ว ส่วนรุ่นไฮเอนด์จะมีหน้าจอ 6.1 นิ้ว และ 6.7 นิ้ว