วัคซีนโควิดไม่ช่วยให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632766

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 10:15 น.วัคซีนโควิดไม่ช่วยให้การท่องเที่ยวฟื้นตัวเร็วขึ้นภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกหลายปี แม้จะมีวัคซีนออกมาก็ไม่ช่วยให้กลับสู่ภาวะปกติในเร็ววัน

แองเกล ลัล มันคัส รองประธานและกรรมการผู้จัดการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกของ Booking.com ผู้ให้บริการด้านการจองที่พักออนไลน์เผยว่า เชื่อว่าวัคซีนและการรักษาอื่นๆ จะช่วยให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะกลับมาเดินทางอีกครั้ง แต่ถึงจะมีวัคซีนแล้วก็ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี ไม่ใช่หลายไตรมาส กว่าการท่องเที่ยวจะกลับสู่ภาวะปกติก่อนเกิดการระบาดของ Covid-19

นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่า แม้ทั่วโลกจะมีวัคซีนใช้แล้ว การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลกและความพึงพอใจในการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวของผู้บริโภคด้วย เนื่องจากเศรษฐกิจขาลงทำให้ผู้คนมีรายได้ลดลง

ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ธุรกิจโรงแรมในเอเชียแปซิฟิกสูญเสียรายได้อย่างน้อย 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยโรงแรมราว 80% ต้องปิดกิจการชั่วคราวระหว่างที่เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่ระบาดรุนแรง ขณะที่ในปีนี้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกไม่รวมสายการบินอาจสูญเสียรายได้ราว 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

มันคัสยังเผยอีกว่า คนที่ต้องการเดินทางท่องเที่ยวในขณะนี้มักจะเลือกการท่องเที่ยวในประเทศ ชายหาด หรือแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยที่พักทางเลือก อาทิ การตั้งแคมป์ บ้านพักบนต้นไม้ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งมีสัดส่วน 40% ของยอดจองใหม่ในไตรมาสที่ 2   ของปีนี้

นอกจากนี้ จุดหมายปลายทางที่สามารถขับรถไปได้ยังเป็นที่นิยมมากกว่าปลายทางที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน อีกทั้งนับตั้งแต่ Covid-19 เริ่มระบาด มีการใช้คำว่า “สะอาด” หรือ “ถูกสุขอนามัย” เพิ่มขึ้นกว่า 60% เมื่อลูกค้าถามถึงที่พัก

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาบริษัทที่ปรึกษา Euromonitor International คาดการณ์ว่า ความต้องการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอาจลดลงถึง 80% ในปีนี้ และต้องรอจนถึงปี 2023 การท่องเที่ยวจึงจะฟื้นตัวกลับสู่สภาพก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส

การคาดการณ์นี้สอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดของ Mastercard  ผู้ให้บริการการชำระเงินทั่วโลกที่วิเคราะห์ว่า จนถึงเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้บริโภคในกลุ่มประเทศ G20 ซึ่งเป็นประเทศร่ำรวยและประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป เดินทางท่องเที่ยวและใช้จ่ายเงินในละแวกประเทศตัวเองมากกว่าเดินทางไกล

ยังหนัก!ป่วยโควิดทั่วโลกพุ่งทุบสถิติรายวัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632775

วันที่ 12 ก.ย. 2563 เวลา 06:50 น.ยังหนัก!ป่วยโควิดทั่วโลกพุ่งทุบสถิติรายวันสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกยังหนัก! วันเดียวพุ่ง 299,222 แสนราย แตะ 28.6 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทะลุ 9.18 แสนราย อินเดียอ่วมป่วยทุบสถิติรายวัน วันเดียวติด 97,654 คน

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 12 ก.ย. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 28,636,517 ราย เพิ่มขึ้น 299,222 รายเสียชีวิต 918,867 ราย เพิ่มขึ้น5,577ราย รักษาหาย 20,559,117ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 6,633,993ราย เพิ่มขึ้น 44,346 ราย เสียชีวิต 197,351 ราย เพิ่มขึ้น1,024 ราย รักษาหาย 3,913,714 ราย

2. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 4,657,379 ราย เพิ่มขึ้น97,654ราย เสียชีวิต 77,506 ราย เพิ่มขึ้น1,202ราย รักษาหาย 3,621,438 ราย

3. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 4,283,978 ราย เพิ่มขึ้น 44,215 ราย เสียชีวิต 130,474ราย เพิ่มขึ้น899ราย รักษาหาย 3,530,655ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 1,051,874 ราย เพิ่มขึ้น5,504ราย เสียชีวิต 18,365 ราย เพิ่มขึ้น 102ราย รักษาหาย 868,107ราย

5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 710,067 ราย เสียชีวิต 30,344 ราย รักษาหาย 544,745ราย

6. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ702,088ราย เพิ่มขึ้น7,424 ราย เสียชีวิต 22,518 ราย เพิ่มขึ้น243ราย รักษาหาย 582,694ราย

7. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ652,364 ราย เพิ่มขึ้น4,857ราย เสียชีวิต 69,649ราย เพิ่มขึ้น 554 ราย รักษาหาย 458,850 ราย

8.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 646,398 ราย เพิ่มขึ้น1,960ราย เสียชีวิต 15,378 ราย เพิ่มขึ้น 113ราย รักษาหาย 574,587 ราย

9.ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 576,697 เพิ่มขึ้น 4,708 ราย เสียชีวิต 29,747ราย เพิ่มขึ้น 48 ราย

10. ประเทศอาร์เจนติน่า มีผู้ติดเชื้อ535,705ราย เพิ่มขึ้น 11,507 ราย เสียชีวิต 11,148 ราย เพิ่มขึ้น 241 ราย รักษาหาย 400,121 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 125 มีผู้ติดเชื้อ 3,461 ราย เพิ่มขึ้น 7 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,312 ราย

เกาหลีเหนือสั่งยิงทิ้งป้องกันโควิด-19 เข้าประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632754

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 20:00 น.เกาหลีเหนือสั่งยิงทิ้งป้องกันโควิด-19 เข้าประเทศผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐในเกาหลีใต้เผย ทางการเกาหลีเหนือมีคำสั่งยิงทิ้งเพื่อป้องกันไม่ให้ Covid-19 จากจีนเข้าประเทศ

เกาหลีเหนือสั่งปิดพรมแดนติดกับจีนตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโคโรนาไวรัสจากจีนเข้าประเทศ และสั่งยกระดับการเตือนภัยภาวะฉุกเฉินเป็นระดับสูงสุดเมื่อเดือน ก.ค. ซึ่ง โรเบิร์ต เอบรามส์ ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐในเกาหลีใต้ (USFK) เผยว่า การปิดชายแดนดังกล่าวทำให้ความต้องการสินค้าหนีภาษีสูงขึ้น ทางการเกาหลีเหนือจึงต้องเข้ามาแทรกแซง

เอบรามส์กล่าวในการประชุมออนไลน์ในวอชิงตันว่า ทางการเกาหลีเหนือได้ตั้งเขตกันชนใหม่ห่างจากชายแดนจีนราว 1-2 กิโลเมตร โดยมีกองกำลังพิเศษ (SOF) ประจำการอยู่ และกองกำลังดังกล่าวได้รับคำสั่งให้ยิงทิ้งได้

ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐยังเผยอีกว่า การปิดพรมแดนยิ่งทำให้ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรเพื่อลงโทษที่เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธนิวเคลียร์รุนแรงขึ้น เพราะทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนลดลง 85%

ไทยเจอลูกหลง อินเดียลดนำเข้าเพื่อยันจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632723

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 19:01 น.ไทยเจอลูกหลง อินเดียลดนำเข้าเพื่อยันจีนอินเดียเตรียมควบคุมการนำเข้าทองแดงและอะลูมิเนียมจากจีนรวมทั้งไทยเพื่อปกป้องผู้ผลิตในประเทศ 

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลอินเดียและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า ทางการอินเดียมีแผนควบคุมการนำเข้าทองแดงและอะลูมิเนียม เพื่อลดการนำเข้าจากจีนและประเทศอื่นในเอเชีย อาทิ ไทย เวียดนาม เพื่อปกป้องผู้ผลิตภายในประเทศ 

แหล่งข่าวเผยว่า ทางการเตรียมออกกฎให้ผู้นำเข้าขึ้นทะเบียนกับทางการ เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การควบคุมการนำเข้าที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นการขนส่งโลหะทั้งสองชนิดในแต่ละครั้งจะต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อน 

จดหมายของกระทรวงการเหมืองแร่ถึงกระทรวงพาณิชย์เมื่อเดือนที่แล้วซึ่งเอ่ยถึงความพยายามของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ในการผลักดันให้ลดการนำเข้าที่สำนักข่าวรอยเตอร์สได้ตรวจสอบ ระบุว่า การควบคุมการนำเข้าโลหะทั้งสองชนิดนี้มีจุดประสงค์เพื่อผลักดันเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเอง 

“จุดประสงค์ของระบบนี้คือ ต้องการมีข้อมูลที่เพียงพอ เพื่อให้สามารถวางแผนการแทรกแซงเชิงนโยบายที่เหมาะสมได้” กระทรวงเหมืองแร่ระบุในจดหมาย 

ขณะที่แหล่งข่าวจากรัฐบาลระบุว่า จุดมุ่งหมายในการควบคุมการนำเข้าที่เข้มงวดคือ การเตรียมขึ้นทะเบียนทองแดงและอะลูมิเนียมเป็นสินค้าควบคุม ซึ่งผู้นำเข้าต้องได้รับใบอนุญาตจากทางการสำหรับการนำเข้าแต่ละครั้ง 

ข้อมูลของรัฐบาลอินเดียระบุว่า จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม และไทยเป็นประเทศหลักที่ส่งออกทองแดงให้อินเดีย โดยมีสัดส่วน 45% ของมูลค่าการนำเข้าทองแดงของอินเดียทั้งหมด 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019/20 

นอกจากนี้ ทางการอินเดียยังมีแผนใช้มาตรการเดียวกันนี้กับการนำเข้าอะลูมิเนียมซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีน โดยอินเดียมองว่าจีนเป็นภัยต่ออุตสาหกรรมอะลูมิเนียมของอินเดีย 

ปี 2019/20 อินเดียนำเข้าอะลูมิเนียมทั้งหมด 4,400 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีจีนเป็นผู้ส่งออกหลักมูลค่ากว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นักวิทย์พบไข้หวัดใหญ่ทำให้โควิด-19 แพร่กระจายมากขึ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632743

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 18:00 น.นักวิทย์พบไข้หวัดใหญ่ทำให้โควิด-19 แพร่กระจายมากขึ้นวิจัยยุโรปพบไข้หวัดใหญ่ทำให้เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่กระจายมากกว่าปกติกว่า 2 เท่า

ผลการวิจัยร่วมกันระหว่างสถาบันมักซ์พลังค์ (Max Planck Institute) ของเยอรมนี และสถาบันปาสเตอร์ (Pasteur Institute) ของฝรั่งเศส  พบว่า โดยเฉลี่ยแล้วคนไข้ที่ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถแพร่ Covid-19 สู่ผู้อื่นอีก 2 คน แต่หากผู้ป่วย Covid-19 ป่วยไข้หวัดใหญ่ด้วย จะแพร่เชื้อโคโรนาไวรัสสู่ผู้อื่นได้ 4-5 คน

งานวิจัยชิ้นนี้ได้จัดทำโมเดลที่จำลองการแพร่ระบาดร่วมกันของไข้หวัดตามฤดูกาลและ Covid-19 โดยการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสจากประเทศแถบยุโรป รวมทั้งเบลเยียม อิตาลี สเปน นอร์เวย์ เพื่อแยกแยะผลกระทบของโรคทั้งสอง และถกเถียงกันถึงผลกระทบที่ไข้หวัดตามฤดูกาลมีต่อ Covid-19

นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจะทำให้ร่างกายผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันส่วนหนึ่งที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อโคโรนาไวรัส ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่าการติดเชื้อไข้หวัดทั้งสองสายพันธุ์ในเวลาเดียวกันจะทำให้สถานการณ์แย่ลง เนื่องจากผู้ป่วยต้องต่อสู้กับเชื้อไวรัสที่แตกต่างกัน 2 เชื้อในเวลาเดียวกัน อีกทั้งอาการของไข้หวัดตามฤดูกาล เช่น การไอหรือจาม อาจทำให้เชื้อโคโรนาไวรัสแพร่กระจายมากขึ้น

แต่งานวิจัยร่วมกันชิ้นนี้พบหลักฐานที่สอดคล้องกันว่า ในช่วงที่เชื้อทั้งสองชนิดระบาดพร้อมกัน ไข้หวัดใหญ่เกี่ยวข้องกับการแพร่กระจายของเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2-2.5 เท่า

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า 30-50% ของผู้ป่วยที่ติดเชื้อทั้งสองสายพันธุ์มักจะตรวจไม่พบ เนื่องจากเชื้อทั้งสองชนิดใช้เวลาในการแสดงอาการต่างกัน โดยเชื้อโคโรนาไวรัสต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5   วันจึงจะแสดงอาการ ซึ่งนานกว่าไข้หวัดที่มีระยะฟักตัวเพียง 1-2 วัน ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยตรวจหาเชื้อโคโรนาไวรัส เชื้อไข้หวัดใหญ่ก็มักจะหายไปแล้ว

ทั้งนี้ งานวิจัยของกูเกิลที่ทำร่วมกับห้องวิจัยโคลด์ สปริง ฮาร์เบอร์ เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ยังพบว่าการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ทำให้ร่างกายมนุษย์มีเอนไซม์ ACE2 ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่เชื้อโคโรนาไวรัสใช้เป็นประตูเข้าสู่เซลล์ในร่างกายมนุษย์เพิ่มขึ้น

อียิปต์พบโลงศพลึกลับอายุกว่า 2,500 ปี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632751

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 16:26 น.อียิปต์พบโลงศพลึกลับอายุกว่า 2,500 ปีอียิปต์ขุดพบโลงศพคาดมีมัมมี่ถูกปิดผนึกไว้ภายใน

อียิปต์ได้ค้นพบชุดโลงศพลึกลับที่คาดว่าจะมีมัมมี่มนุษย์ซึ่งถูกปิดผนึกไว้ภายในมานานกว่า 2,500 ปี โดยค้นพบโลงศพที่ยังไม่ได้เปิด 13 โลง กองทับกันในบ่อน้ำลึกเกือบ 12 เมตร ซึ่งได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ระบุว่า รายละเอียดการออกแบบและสีของโลงยังคงอยู่ชัดเจน

นักโบราณคดีค้นพบซากศพนี้ที่ ซักคารา ซึ่งเป็นสถานที่โบราณที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงของอียิปต์ไปทางใต้ประมาณ 20 ไมล์และยังเป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญรวมถึง พีระมิดซักคารา และเชื่อกันว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก และยังคาดการณ์ว่าจะค้นพบโบราณวัตถุเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ยียิปต์กลับมาเปิดแหล่งโบราณสถานและพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมอีกครั้ง หลังจากปิดทำการไปเมื่อเดือนมีนาคมเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นักโบราณคดียังได้มีการขุดพบโลงศพอื่น ๆ ที่ซักคารา ซึ่งภายในหลุมฝังศพได้ขุดพบโลงศพ 4 โลงและมัมมี่ พร้อมโลงศพหินปูนอีก 5 โลง

Khaled El-Enany รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์กล่าวว่า “เป็นความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายได้เมื่อคุณได้เห็นการค้นพบทางโบราณคดีใหม่ ๆ”

ทั้งนี้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของอียิปต์เป็นอย่างมาก โดยในปี 2019 อียิปต์ต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 13.6 ล้านคน ซึ่งประชากรอียิปต์กว่าล้านคนทำงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ไฟป่าสหรัฐยังวิกฤติ ท้องฟ้าแดงทั้งเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632732

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 15:00 น.ไฟป่าสหรัฐยังวิกฤติ ท้องฟ้าแดงทั้งเมืองไฟป่าโหมรุนแรงทำเมืองทั่วรัฐฝั่งตะวันตกของสหรัฐกลายเป็นสีแดง

เมืองทั่วชายฝั่งตะวันตกกลายเป็นสีแดง-ส้ม และถูกปกคลุมด้วยกลุ่มควันหนาทึบจากไฟป่า โดยวิกฤตการณ์ไฟป่าครั้งนี้ยังคงลุกลามอย่างหนัก และมีผู้เสียชีวิตยืนยันอย่างน้อย 8 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาในแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน

โดยเฉพาะในแคลิฟอร์เนียที่ถูกไฟป่าเผาผลาญไปแล้ว 2.3 ล้านเอเคอร์ในปีนี้และยังคาดว่าไฟป่านี้จะยังคงลุกลามต่อไปจนถึงเดือนธันวาคม

พื้นที่กว่า 300,000 เอเคอร์ในแคลิฟอร์เนียกำลังถูกไฟไหม้ทั่วรัฐทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยมีเมืองอย่างน้อย 5 แห่งที่ถูกทำลายอย่างหนัก ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากกำลังอพยพ

ขณะเดียวกับในวอชิงตัน ไฟป่าหลายสิบแห่งกำลังโหมกระหน่ำ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์และความแห้งแล้งก่อให้เกิดเปลวไฟอย่างรวดเร็ว และในโอเรกอน เมื่อวันพฤหัสบดียังคงมีไฟป่าลุกลามเพิ่มขึ้นหลายจุดครอบคลุมพื้นที่หลายแสนเอเคอร์ และมีการแจ้งให้อพยพครั้งใหญ่ทั่วทั้งรัฐ

Photo by AFP

จีน-อินเดียตกลงกันได้ หลีกเลี่ยงเปิดศึก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632713

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 13:00 น.จีน-อินเดียตกลงกันได้ หลีกเลี่ยงเปิดศึกรมว.ต่างประเทศจีน-อินเดีย บรรลุข้อตกลงคลายความตึงเครียดแนวพรมแดนหลังขัดแย้งมากว่า 4 เดือน

สุบราห์มันยัม ไจชานคาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย กับ หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน หารือนอกรอบระหว่างการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในกรุงมอสโกของรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน 5 ข้อ เพื่อบรรเทาความตึงเครียดระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศบริเวณพรมแดนจีน-อินเดีย

“รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า สถานการณ์ปัจจุบันในพื้นที่ชายแดนไม่ได้อยู่ในความสนใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยตกลงกันว่ากองกำลังชายแดนของทั้งสองฝ่ายควรดำเนินการเจรจาต่อไป เคลื่อนย้ายกองกำลังออกจากพื้นที่ขัดแย้งโดยเร็ว รักษาระยะห่างระหว่างกันอย่างเหมาะสม และผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างกัน” แถลงการณ์ร่วมระบุ

นอกจากนี้ ยังตกลงกันอีกว่าทั้งจีนและอินเดียจะไม่ยอมให้ความแตกต่างกลายเป็นความขัดแย้ง ทั้งสองฝ่ายจะปฏิบัติตามข้อตกลงและระเบียบปฏิบัติด้านกิจการพรมแดนจีน-อินเดียที่มีอยู่และหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำมาสู่ความขัดแย้ง

รวมทั้งเดินหน้าเจรจาปัญหาพรมแดนจีน-อินเดียผ่านช่องทางผู้แทนพิเศษระหว่าง อาจิต โดวาล และหวังอี้ และเมื่อสถานการณ์คลายความตึงเครียดแล้ว ทั้งสองฝ่ายควรเร่งดำเนินการสร้างมาตรการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อดำรงไว้ซึ่งความสงบในพื้นที่พรมแดน

อย่างไรก็ดี แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงดังกล่าวแล้ว แต่ทั้งสองฝ่ายระบุว่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้บัญชาการพรมแดนในการกำหนดจุดวางกองกำลัง ซึ่งมีการเจรจาการเคลื่อนย้ายกองกำลังตั้งแต่เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่มีความคืบหน้าไม่มาก

โควิดทำพิษ ห้างดังแห่ปิดกิจการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632710

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 10:59 น.โควิดทำพิษ ห้างดังแห่ปิดกิจการห้างเก่าแก่ญี่ปุ่นทยอยปิดหลังทนพิษโควิด-19ไม่ไหว

เป็นที่ทราบกันดีว่าหลายบริษัททยอยปิดตัวลงเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้กระทั่งห้างเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจมานานนับร้อยปีอย่าง โอนุมะ ห้างสรรพสินค้าในเมืองยามากาตะทางตอนเหนือของญี่ปุ่น ที่เข้าต้องสู่ภาวะล้มละลายในปีนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงหลายแห่งทั่วประเทศที่ตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก

โอนุมะ ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2490 เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านอาหารหรูหรา มีสินค้าให้เลือกสรรมากมาย และการบริการที่ไร้ที่ติ Shuhei Yamashita ที่ปรึกษาการค้าปลีกกล่าวว่า “ทุกคนล้วนผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่มันเป็นเรื่องจริงว่าในระยะนี้ผู้บริโภคไม่ได้มาอุดหนุนร้านค้าเหล่านี้เลย”

พนักงานหลายคนลาออกเนื่องจากความล้มเหลวของโอนุมะในการติดตามวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค รวมถึงการเพิ่มขึ้นของผู้ค้าออนไลน์ และความรวดเร็วในการขนส่งสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ

Takashi Inoue ประธานบริษัทแปรรูปโลหะในยามากาตะกล่าวว่า “ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนไปไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง วิถีชีวิต ข้อมูล วัฒนธรรม ค่านิยม” ในขณะที่เขาเองก็เสียใจกับการล้มละลายของโอนุมะ

เช่นเดียวกับ ยามาชิตะ ที่กำลังประคับประคองให้ร้านค้าของตนสามารถดำเนินต่อไปได้ในวิกฤตการณ์นี้ โดยจะพยายามเปิดร้านไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน และยังคงหวังว่าเจ้าหนี้จะเชื่อมั่นกับแผนการในการปรับปรุงร้านของเขา

แม้ว่าก่อนหน้านี้บรรดาห้างสรรพสินค้าจะพยายามสุดความสามารถเพื่อความอยู่รอด แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปและหันไปจับจ่ายทางออนไลน์ก็ถือเป็นปัญหาสำคัญ ส่งผลให้ทั้งยอดขายและจำนวนร้านค้าทั่วอุตสาหกรรมลดลงถึง 30% ตั้งแต่ปี 2542 และห้างสรรพสินค้าในหลายประเทศลดพื้นที่ลงอย่างมาก

โดยเฉพาะในปีนี้ผู้บริโภคจับจ่ายกันอย่างระมัดระวังเป็นอย่างมาก รวมถึงการท่องเที่ยวที่ลดลงท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ยอดขายในอุตสาหกรรมลดลงถึงหนึ่งในห้าจากปีก่อน ดังนั้นการปิดกิจการและการล้มละลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อเดือนที่ผ่านมา Nakago ซึ่งเปิดมานานถึง 146 ปี ทำการปิดสาขาสุดท้ายที่เหลืออยู่ในเมืองฟูกูชิมะลง ขณะที่บริษัท LIzutsuya ก็ได้ทำการปิดสาขาหนึ่งในสองสาขาหลักลงไป

หรือแม้แต่บริษัทชื่อดังของสหรัฐอย่าง Lord & Taylor และ Neiman Marcus ก็เข้าสู่ภาวะล้มละลายด้วยพิษโควิด-19เช่นกัน

ติดโควิดทั่วโลกวันเดียวทะลุ 3 แสนราย อินเดียป่วยเกือบแสนคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/632691

วันที่ 11 ก.ย. 2563 เวลา 06:51 น.ติดโควิดทั่วโลกวันเดียวทะลุ 3 แสนราย อินเดียป่วยเกือบแสนคนสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก วันเดียวพุ่ง เกือบ 3 แสนราย แตะ 28.3 ล้านราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทะลุ 9.13 แสนราย อินเดียอ่วมป่วยทุบสถิติรายวัน วันเดียวติด 96,760 คน

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 11 ก.ย. 63 (เวลา 06.30 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 28,312,986ราย เพิ่มขึ้น 297,902 รายเสียชีวิต 913,077 ราย เพิ่มขึ้น5,777ราย รักษาหาย 20,325,634ราย

โดย ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับแรก ได้แก่

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 6,585,288ราย เพิ่มขึ้น 35,936 ราย เสียชีวิต 196,132 ราย เพิ่มขึ้น 894 ราย รักษาหาย 3,875,666 ราย

2. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 4,559,725 ราย เพิ่มขึ้น96,760ราย เสียชีวิต 76,304 ราย เพิ่มขึ้น1,213ราย รักษาหาย 3,539,983 ราย

3. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 4,239,763 ราย เพิ่มขึ้น 40,431 ราย เสียชีวิต 129,575ราย เพิ่มขึ้น922ราย รักษาหาย 3,497,337ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 1,046,370 ราย เพิ่มขึ้น5,363 ราย เสียชีวิต 18,263 ราย เพิ่มขึ้น 128ราย รักษาหาย 862,373ราย

5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 710,067 ราย เพิ่มขึ้น 7,291 เสียชีวิต30,344 ราย เพิ่มขึ้น 108 ราย รักษาหาย 544,745ราย

6. ประเทศโคลอมเบีย มีผู้ติดเชื้อ694,664ราย เพิ่มขึ้น7,808 ราย เสียชีวิต 22,275 ราย เพิ่มขึ้น222ราย รักษาหาย 569,479ราย

7. ประเทศเม็กซิโก มีผู้ติดเชื้อ647,507 ราย เพิ่มขึ้น4,647ราย เสียชีวิต 69,095ราย เพิ่มขึ้น 611 ราย รักษาหาย 454,982 ราย

8.ประเทศ แอฟริกาใต้ มีผู้ติดเชื้อ 644,438 ราย เพิ่มขึ้น2,007ราย เสียชีวิต 15,265 ราย เพิ่มขึ้น 97 ราย รักษาหาย 573,003ราย

9.ประเทศสเปน มีผู้ติดเชื้อ 554,143 เพิ่มขึ้น 10,764 ราย เสียชีวิต 29,699ราย เพิ่มขึ้น 71 ราย

10. ประเทศอาร์เจนติน่า มีผู้ติดเชื้อ524,198 ราย เพิ่มขึ้น 11,905 ราย เสียชีวิต 10,907 ราย เพิ่มขึ้น 249 ราย รักษาหาย 390,098 ราย

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 122 มีผู้ติดเชื้อ 3,454 ราย เพิ่มขึ้น 7 ราย เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหาย 3,310 ราย