วันที่ 09 ส.ค. 2563 ข่าวบันเทิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/ent

“ซูซี่ สุษิรา”จัดปาร์ตี้วันเกิดอายุ 33 อย่างอบอุ่น งานนี้อวดความหวานแบบรัวๆ

“ซูซี่ สุษิรา”จัดปาร์ตี้วันเกิดอายุ 33 อย่างอบอุ่น งานนี้อวดความหวานแบบรัวๆ

“ซูซี่ สุษิรา” จัดปาร์ตี้วันเกิดสุดหรู พร้อมอวดภาพหวานรัวๆ กับชอตจูบแฟนหนุ่มสุดดูดดื่มวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 18:30 น. | ข่าวบันเทิง

 "แอร์ ภัณฑิลา" ทั้งสดใสและเซ็กซี่ กับการนอนแช่น้ำสระผมกับน้องหมาสุดรัก

“แอร์ ภัณฑิลา” ทั้งสดใสและเซ็กซี่ กับการนอนแช่น้ำสระผมกับน้องหมาสุดรัก

“แอร์ ภัณฑิลา” แจกความสดใสบวกเซ็กซี่ ขณะนอนแช่น้ำสระผมกับน้องหมาสุดรักวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 17:30 น. | ข่าวบันเทิง

“ใหม่ สุคนธวา” จับสลากเลือกนามสกุลให้ลูกชาย ลุ้นกันทั้งบ้านไปเลย

“ใหม่ สุคนธวา” จับสลากเลือกนามสกุลให้ลูกชาย ลุ้นกันทั้งบ้านไปเลย

ลุ้นกันทั้งบ้าน! “ใหม่ สุคนธวา” จับสลากเลือกนามสกุลให้ลูกชาย ทำตื่นเต้นกันหมดวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 15:30 น. | ข่าวบันเทิง

รีเทิร์นรักหวาน "พีค ภัทรศยา" โพสต์ภาพคู่ "ต๊อด ศิณะ" สุดแฮปปี้

รีเทิร์นรักหวาน “พีค ภัทรศยา” โพสต์ภาพคู่ “ต๊อด ศิณะ” สุดแฮปปี้

“พีค ภัทรศยา” ยิ้มกว้างหวานๆ โพสต์ภาพคู่ “ต๊อด ศิณะ” ตอกย้ำรักรีเทิร์นวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 14:30 น. | ข่าวบันเทิง

"อนันดา" เล่นใหญ่-ลงทุนหนัก เซอร์ไพรส์วันเกิด "ณัฐ ณิชชา" จนนึกว่าขอแต่งงาน

“อนันดา” เล่นใหญ่-ลงทุนหนัก เซอร์ไพรส์วันเกิด “ณัฐ ณิชชา” จนนึกว่าขอแต่งงาน

“อนันดา” เนรมิตรเซอร์ไพรส์วันเกิด “ณัฐ ณิชชา” งานนี้สปอยล์แฟนหนัก จนนึกว่าขอแต่งงานวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 13:30 น. | ข่าวบันเทิง

ไม่ธรรมดา! หนุ่มตี๋โปรไฟล์เริด “เบนซ์ เดม่อน” คนดีของหัวใจ “ดิว อริสรา”

ไม่ธรรมดา! หนุ่มตี๋โปรไฟล์เริด “เบนซ์ เดม่อน” คนดีของหัวใจ “ดิว อริสรา”

ส่องภาพ #kdkj “เบนซ์ เดม่อน” หวานใจ “ดิว อริสรา” งานดี โปรไฟล์เริดสุดวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 12:30 น. | ข่าวบันเทิง

 “มินอา” อดีตสมาชิก AOA โชว์รอยกรีดข้อมือ ฝากถึงเพื่อนร่วมวง-ประธานค่ายไม่ต้องมางานศพ

“มินอา” อดีตสมาชิก AOA โชว์รอยกรีดข้อมือ ฝากถึงเพื่อนร่วมวง-ประธานค่ายไม่ต้องมางานศพ

“มินอา” อดีตสมาชิก AOA กรีดข้อมือเลือดอาบ ฝากถึงเพื่อนร่วมวง-ประธานค่ายไม่ต้องมางานศพ จะตามหลอกหลอนวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 11:30 น. | ข่าวบันเทิง

วันที่ 09 ส.ค. 2563 ข่าวการเงิน-หุ้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/finance-stock

จ่ายเบี้ยยีงชีพสูงอายุพิการสี่โมงเย็น10ส.ค.นี้

จ่ายเบี้ยยีงชีพสูงอายุพิการสี่โมงเย็น10ส.ค.นี้

จ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเงินเบี้ยความพิการ 10 ส.ค. 63วันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 17:53 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

ธอส.เผยคนแห่จองสิทธิ์สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย0%นาน12เดือนเต็มวงเงินใน7วินาที

ธอส.เผยคนแห่จองสิทธิ์สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย0%นาน12เดือนเต็มวงเงินใน7วินาที

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เผยคนแห่จองสิทธิ์สินเชื่อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน ฟรีค่าธรรมเนียม 3 ประเภท เต็มวงเงินภายใน 7 วินาทีวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 15:33 น. | ข่าวการเงิน-หุ้น

วันที่ 09 ส.ค. 2563 ข่าวการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/politic

"บิ๊กป้อม"ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของชาวปากน้ำที่เทให้"กรุงศรีวิไล"

“บิ๊กป้อม”ขอบคุณทุกคะแนนเสียงของชาวปากน้ำที่เทให้”กรุงศรีวิไล”

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐแสดงความยินดีกับ”กรุงศรีวิไล”คว้าชัยเลือกตั้งซ่อมส.ส.ปากน้ำเขต 5 กลับเข้าสภาอีกสมัย พร้อมขอบคุณทุกคะแนนที่เทให้ผู้สมัครของพรรควันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 22:10 น. | ข่าวการเมือง

"ทนายอานนท์"ร่วมเวทีแฟลชม็อบเชียงใหม่จี้ยุบสภา-แก้รธน.

“ทนายอานนท์”ร่วมเวทีแฟลชม็อบเชียงใหม่จี้ยุบสภา-แก้รธน.

“อานนท์ นำภา”ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกคนเชียงใหม่ไล่รัฐบาล พร้อมเรียกร้องหยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และยุบสภาวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 21:17 น. | ข่าวการเมือง

บิ๊กตู่เตรียมมอบนโยบายรัฐมนตรีใหม่ สั่งเร่งสร้างผลงานแก้ปัญหาให้ประชาชน

บิ๊กตู่เตรียมมอบนโยบายรัฐมนตรีใหม่ สั่งเร่งสร้างผลงานแก้ปัญหาให้ประชาชน

นายกฯ เตรียมมอบนโยบาย รัฐมนตรีใหม่ พร้อมลุยงานทันที สั่ง ครม.เร่งสร้างผลงาน แก้ปัญหาให้ประชาชนวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 20:32 น. | ข่าวการเมือง

จตุพรแนะเร่งแก้รธน.มาตรา256ในสมัยประชุมนี้ เตือนยิ่งช้าสถานการณ์ยิ่งหนัก

จตุพรแนะเร่งแก้รธน.มาตรา256ในสมัยประชุมนี้ เตือนยิ่งช้าสถานการณ์ยิ่งหนัก

“จตุพร” แนะเร่งแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 256 เป็นด่านแรกในสมัยประชุมนี้ มองยิ่งล่าช้ายิ่งทำให้สถานการณ์หนักขึ้น เตือนระวังพังทั้งกระดานวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 16:33 น. | ข่าวการเมือง

ซูเปอร์โพลเผยคนมองปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจจะรุนแรงลุกลามบานปลาย

ซูเปอร์โพลเผยคนมองปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจจะรุนแรงลุกลามบานปลาย

ซูเปอร์โพลเผย คนส่วนใหญ่มองปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจจะรุนแรง ลุกลามบานปลาย ขณะที่ 62.2% มองปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่ในระดับรุนแรงวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 16:11 น. | ข่าวการเมือง

ชงกมธ.งบฯชุดใหญ่ สอบปมถูกแฉอนุกมธ.เรียกเงิน5ล้าน

ชงกมธ.งบฯชุดใหญ่ สอบปมถูกแฉอนุกมธ.เรียกเงิน5ล้าน

โฆษกปชป.เผย ส.ส. บุณย์ธิดา สมชัย ในฐานะประธานอนุกมธ.งบประมาณเตรียมเสนอประธานกมธ.งบฯตั้งกรรมการสอบปมอธิบดีน้ำบาดาลแฉมีอนุกมธ.เรียกรับเงิน 5 ล้านวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 14:39 น. | ข่าวการเมือง

"จุรินทร์"พร้อมเลือกตั้งคุยคัดตัวผู้สมัคร ส.ส.-สก.จบแล้วกว่า 80 %

“จุรินทร์”พร้อมเลือกตั้งคุยคัดตัวผู้สมัคร ส.ส.-สก.จบแล้วกว่า 80 %

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำยุวประชาธปัตย์ลงพื้นที่แจกข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้ประชาชน ระบุพร้อมเลือกตั้งคัดตัวผู้สมัคร สส. สก. จบแล้วกว่า 80 %วันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 12:49 น. | ข่าวการเมือง

นายกฯสั่งส่งเสริมการตั้ง "วิสาหกิจเพื่อสังคม" เชื่อช่วยแก้ปัญหาสังคม

นายกฯสั่งส่งเสริมการตั้ง “วิสาหกิจเพื่อสังคม” เชื่อช่วยแก้ปัญหาสังคม

นายกฯกำชับกระทรวงพัฒนาสังคมฯเดินหน้าส่งเสริมให้มี “วิสาหกิจเพื่อสังคม” ชี้เป็นกลไกสำคัญร่วมกับภาครัฐแก้ปัญหาสังคมวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 12:44 น. | ข่าวการเมือง

"พปชร." จี้ "ปฎิรูปตำรวจ" กอบกู้ศรัทธาประชาชน ชี้ช่วยคนรากหญ้าได้มากกว่าแก้รธน.

“พปชร.” จี้ “ปฎิรูปตำรวจ” กอบกู้ศรัทธาประชาชน ชี้ช่วยคนรากหญ้าได้มากกว่าแก้รธน.

ส.ส.พลังประชารัฐ เสนอ “ปฏิรูปตำรวจ” หวังเรียกศรัทธาประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม ชี้แก้ปัญหาให้คนรากหญ้าได้มากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 12:10 น. | ข่าวการเมือง

เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 สมุทรปราการค่อนข้างเงียบเหงา

เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 สมุทรปราการค่อนข้างเงียบเหงา

สมุทรปราการ-ประธานกกต.ตรวจความเรียบร้อยเลือกตั้งซ่อมปากน้ำเขต 5 บรรยากาศโดยรวมเรียบร้อยดี กำชับทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ใช้สิทธิต้องคุมเข้มโควิด-19วันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 11:30 น. | ข่าวการเมือง

ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.สอบปมอธิบดีน้ำบาดาลแฉอนุกมธ.รีดเงิน5ล้าน

ศรีสุวรรณยื่นป.ป.ช.สอบปมอธิบดีน้ำบาดาลแฉอนุกมธ.รีดเงิน5ล้าน

“ศรีสุวรรณ” จ่อยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบอนุกรรมาธิการงบประมาณเรียกเงิน 5 ล้านบาท หลังอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแฉกลางที่ประชุมวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 08:24 น. | ข่าวการเมือง

โพลสูสี!คนมั่นใจ-ไม่มั่นใจ หากแก้รธน.แล้วการเมืองไทยจะดีขึ้น

โพลสูสี!คนมั่นใจ-ไม่มั่นใจ หากแก้รธน.แล้วการเมืองไทยจะดีขึ้น

ผลโพลนิด้าระบุ คนมั่นใจกับไม่มั่นใจว่าการเมืองไทยจะดีขึ้นหลังแก้รัฐธรรมนูญสูสีกัน ขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่ทราบข้อเสนอแก้รธน.มาตรา 256 ต้องมีการทำประชามติด้วยวันที่ 09 ส.ค. 2563 เวลา 07:54 น. | ข่าวการเมือง

กี่เพ้าแห่งความตาย ความบ้าคลั่งของยุวชนแดง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/629887

วันที่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 21:37 น.กี่เพ้าแห่งความตาย ความบ้าคลั่งของยุวชนแดงครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ในประเทศจีน การโค่นล้มสิ่งเก่าเพื่อปูทางค่านิยมใหม่ฆ่าชีวิตผู้คนไปมากมาย

กี่เพ้าเป็นเครื่องแต่งกายที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหล ช่วยขับให้ทรวดทรงของผู้หญิงจีนดูงามสง่าแฝงความเย้ายวน แต่ในช่วงปฏิวัติวัฒนธรรม กี่เพ้าถูกตราหน้าว่าเป็นเครื่องแต่งกายของพวกชนชั้นนายทุน เป็นสัญลักษณ์ของหญิงแพศยา ผู้หญิงคนไหนยังสวมชุดกี่เพ้ารัดรูปแสดงว่าขวัญกล้าหรือไม่ก็บ้าบิ่นเต็มที

หวางกวงเหม่ย เป็นหนึ่งในผู้หญิงตกที่นั่งลำบาก (อย่างมาก) เพียงเพราะสวมชุดกี่เพ้า

หวางกวงเหม่ย ถึงเป็นภริยาของประธานาธิบดีหลิวซ่าวฉี แต่สถานะนี้ไม่ช่วยให้รอดจากความบ้าคลั่งของการปฏิวัติวัฒนธรรม ตรงกันข้ามการเป็นเมียหลิวซ่าวฉียิ่งทำให้เธออยู่ในอันตรายร้ายแรง เพราะหลิวซ่าวฉีเป็นเป้าหมายที่เหมาเจ๋อตงและเจียงชิงต้องการเชือด จึงปลุกปั่นให้ประชาชนเชื่อว่าหลิวซ่าวฉีเป็นศัตรูของการปฏิวัติ แต่ในความจริงก็คือเหมาเจ๋อตงต้องการกำจัดศัตรูไปให้พ้นทางต่างหาก

ย้อนกลับไปในปี 1963 หวางกวงเหม่ยกับหลิงซ่าวฉีเดินทางไปอินโดนีเซีย ในงานเลี้ยงรับรองโดยประนาธิบดีซูการ์โน หวางกวงเหม่ยแต่งชุดกี่เพ้ารัดรูปสวมตุ้มหูกับสร้อยไข่มุกงามสง่าชวนตะลึง (ขณะที่ผู้หญิงจีนในเวลานั้นสวมชุดคนงานเหมือนกันทั้งประเทศ) ไม่เพียงเท่านั้นหวางกวงเหม่ยยังเต้นรำแนบเนื้อกับซูการ์โน (ซึ่งเป็นจอมเจ้าชู้แห่งแดนอิเหนา) แล้วจุดไฟแช็กต่อบุหรี่ให้กับเขา กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวอย่างมาก

อันที่จริงชุดกี่เพ้าแบบที่หวางกวงเหม่ยสวมใส่เป็นแบบที่สตรีชั้นนำของจีนก็ใส่กันมาเพื่อแสดงเอกลักษณ์ของชาติ เช่น ซ่งชิงหลิงหรือซ่งเหม่ยหลิง ซึ่งเป็นสตรีผู้นำจีนในยุคสาธารณรัฐ แต่ในยุคแผ่นดินแดงแห่งสมัยสาธารณรัฐประชาชนจีน รสนิยมนี้ไม่พึงปรารถนา

ครั้นถึงช่วงมรสุมของการปฏิวัติวัฒนธรรม ครอบครัวตกเป็นเป้าทางการเมือง เยาวชนเริ่มถูกปั่นหัวให้ก่อหวอด หวางกวงเหม่ยพยายามแก้ไขสถานการณ์ด้วยการไปช่วยแก้ไขสถานที่มหาวิทยาลัยชิงหัว

แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก ในปี 1967 พวกยุวชนแดงแห่งมหาวิทยาลัยชิงหัวกลับเป็นฝ่ายนำตัวภริยาประธานาธิบดีไปสอบปากคำ ต่อว่าที่เจ้าหล่อนใส่ชุดกี่เพ้าเต้นรำกับซูการ์โน ทำให้ประเทศจีนต้องอับอายขายขี้หน้าเขาไปทั่ว แล้วสั่งให้หวางใส่กี่เพ้าตัวที่อวดชาวโลกในทริปอินโดนีเซีย แต่เจ้าตัวยืนยันหัวเด็ดตีนขาดว่า “ไม่” เพราะคงรู้ว่ากำลังถูกป้ายสี แล้วย้ำว่า “ต่อให้ฉันตายก็ไม่แยแสหรอก”

ยุวชนแดงที่ทำการสอบสวนตอกกลับว่า “ตายงั้นรึ พวกเราจะเก็บแกไว้เป็นๆ ใส่ซะ!

คำพูดของพวกยุวชนแดงแฝงความโหดเหี้ยมที่ยากจะต่อกร สุดท้ายหลังการบีบคั้นยาวนาน หวางกวงเหม่ยก็ยอมรับว่าตัวเองเป็นฝ่ายขวาต่อต้านการปฏิวัติ และยอมที่จะถูกลากตัวไปถูกตำหนิต่อหน้าธารกำนัลด้วยมือที่สั่นเทา

หวางกวงเหม่ยยอมสวมชุดกี่เพ้าเจ้าปัญหาซึ่งตอนนี้คับเกินไปแล้ว สวมสร้อยไข่มุกที่ทำด้วยลูกปิงปอง อีก 5 เดือนต่อมานางถูกคุมขังในคุกฉินเฉิง เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ตกเป็นเหยื่อการปฏิวัติอันบ้าคลั่ง อันที่จริงแล้วเล่าลือกันว่าหวางควรจะถูกประหารในข้อหาเป็นสายลับให้อเมริกา (สาเหตุเพราะรับการศึกษาแบบอเมริกันและแต่งตัวยั่วยวนสนองรสนิยมตะวันตก)

แต่เหมาเจ๋อตงไม่รู้จะมอบโทษหนักขนาดนั้นดีหรือไม่ จึงเขียนลงในคำสั่งสั้นๆ ว่า “ไว้ชีวิต”

ที่ไว้ชีวิตหล่อน คือชีวิตที่ไร้อิสรภาพในคุกนานถึง 12 ปี ระหว่างนั้น ไม่ทราบกระทั่งว่า หลิวซ่าวฉีถูกลากตัวจากทำเนียบมาทารุณทุบตีบีบบังคับให้สารภาพความผิด (ที่ไม่ได้ทำ) วันแล้ววันเล่าฐานเป็นศัตรูการปฏิวัติ จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1969 หรือ 2 ปีหลังจากภริยาถูกคุมขัง กว่าที่หวางกวงเหม่ยจะทราบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว ก็ในคราวที่ได้รับอิสรภาพ อีก 10 ปีต่อมา

เมื่อเหมาเจ๋อตงเสียชีวิต และเติ้งเสี่ยวผิงขึ้นมามีอำนาจ สยบความวุ่นวายในชาติ ชื่อเสียงและความบริสุทธิ์ของหลิวซ่าวฉีและหวางกวงเหม่ยค่อยได้รับการฟื้นฟู ทุกวันนี้ชุดกี่เพ้าแบบคลาสสิกและแบบโมเดิร์นกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งบนแผ่นดินใหญ่

แต่บาดแผลของการปฏิวัติวัฒนธรรมกลับไม่ค่อยมีคนอยากพูดถึงนัก

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

ฟิลิปปินส์ยังหนัก วันเดียวติดโควิดเพิ่ม 4 พันกว่าคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630246

วันที่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 18:42 น.ฟิลิปปินส์ยังหนัก วันเดียวติดโควิดเพิ่ม 4 พันกว่าคนหลังคลายล็อกดาวน์ ฟิลิปปินส์พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 7 เท่า และเสียชีวิตเพิ่มกว่า 2 เท่า

กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เผยวันนี้ (8 ส.ค.) พบผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสเพิ่ม 4,226 ราย เสียชีวิต 41 ราย รวมมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 126,885 ราย เสียชีวิต 2,209 ราย ยังคงเป็นอันดับหนึ่งในอาเซียนที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด

ด้าน แฮร์รี่ โรเก โฆษกของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตร์เต เผยว่า สาเหตุที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อของฟิลิปปินส์สูงเพราะมีการตรวจหาเชื้ออย่างเอาจริงเอาจัง และโต้ว่าความจริงแล้วฟิลิปปินส์ไม่ได้มีผู้ติดเชื้อมากกว่าอินโดนีเซีย ที่อินโดนีเซียพบผู้ติดเชื้อน้อยเพราะตรวจน้อย ทว่าไม่ได้เปิดเผยข้อมูลสนับสนุนข้อกล่าวอ้างดังกล่าว

ทั้งนี้ วานนี้ฟิลิปปินส์แซงหน้าอินโดนีเซียเป็นประเทศที่พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในอาเซียน โดยหลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ติดเชื้อในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ทำให้ต้องกลับไปล็อกดาวน์อีกครั้ง

พบสัญญาณจีน-รัสเซีย-อิหร่านป่วนเลือกตั้งสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630241

วันที่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 16:50 น.พบสัญญาณจีน-รัสเซีย-อิหร่านป่วนเลือกตั้งสหรัฐหน่วยข่าวกรองสหรัฐเตือน จีน รัสเซีย อิหร่าน พยายามแทรกแซงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยจีนและอิหร่านไม่เอาทรัมป์ รัสเซียไม่เอาไบเดน

วิลเลียม เอวานินา ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านข่าวกรองและรักษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ (NCSC) เตือนว่า จีน รัสเซีย และอิหร่าน พยายามครอบงำผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งชาวอเมริกัน สร้างความปั่นป่วนแตกแยกในประเทศ สั่นคลอนความเชื่อมั่นในกระบวนการประชาธิปไตยของชาวอเมริกัน และแทรกแซงระบบเลือกตั้งสหรัฐ

เอวานินาระบุว่า จีนไม่ต้องการให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นคนที่คาดเดายาก โดยจีนพยายามหาทางมีอิทธิพลเหนือการเมืองสหรัฐก่อนการเลือกตั้ง รวมทั้งกดดันนักการเมืองสหรัฐที่ต่อต้านจีน และหันเหเสียงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีน

ด้านรัสเซียพยายามใส่ร้ายป้ายสี โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตและสมาชิกพรรคคนอื่นๆ ที่มีแนวคิดต่อต้านรัสเซีย และยังมีบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียใช้โซเชียลมีเดียและสถานีโทรทัศน์รัสเซียหาเสียงให้ทรัมป์

ขณะที่อิหร่านพยายามทำลายประชาธิปไตย ทรัมป์ และสร้างความแตกแยกในสหรัฐก่อนการเลือกตั้งด้วยการปล่อยข้อมูลเท็จและเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อต้านสหรัฐในโลกออนไลน์ เนื่องจากคาดว่าหากทรัมป์นั่งเก้าอี้สมัยที่สอง สหรัฐจะเดินหน้ากดดันอิหร่าน และปลุกปั่นจนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงผู้นำ

ทั้งโลกมีแค่ 3 คน เจ้าพ่อเฟซบุ๊คขึ้นแท่นรวยแสนล้านเหรียญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630224

วันที่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 14:10 น.ทั้งโลกมีแค่ 3 คน เจ้าพ่อเฟซบุ๊คขึ้นแท่นรวยแสนล้านเหรียญมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก กลายเป็น 1 ใน 3 มหาเศรษฐีโลก ที่มีทรัพย์สินแตะ 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3.1 ล้านล้านบาท

สำนักข่าว Bloomberg เผยการจัดอันดับมหาเศรษฐี (Bloomberg Billionaires Index) ล่าสุดพบว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ค มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว หลังจากมูลค่าหุ้นเฟซบุ๊คเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น จากการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Reels สำหรับโพสต์คลิปสั้นๆ คล้ายกับ TikTok

ประจวบเหมาะกับช่วง Covid-19 ระบาด ทำให้มีผู้ใช้เฟซบุ๊คมากขึ้น โดยเฟซบุ๊คเผยว่าขณะนี้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ค วอทส์แอพ และอินสตาแกรมรวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบัญชี ทำให้เฟซบุ๊คมีรายได้เพิ่มขึ้น

หากนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของเฟซบุ๊คเพิ่มขึ้นถึง 30% ส่งผลให้ซักเคอร์เบิร์กมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 22,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากหุ้น 13% ในบริษัท

ทั้งนี้ มหาเศรษฐีทั่วโลกที่มีทรัพย์สินอย่างน้อย 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (centibillionaire) นอกจากซักเคอร์เบิร์กแล้ว มีอีกเพียง 2 คนเท่านั้น ได้แก่ เจฟฟ์ เบโซส แห่ง Amazon และบิล เกตส์ จาก Microsoft

ทรัมป์กร้าวไม่หยุด สั่งแบล็กลิสต์ผู้บริหารฮ่องกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630217

วันที่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 12:00 น.ทรัมป์กร้าวไม่หยุด สั่งแบล็กลิสต์ผู้บริหารฮ่องกงสหรัฐเดินหน้าคว่ำบาตร แคร์รี่ หลั่ม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง และเจ้าหน้าที่ระดับสูง 10 ราย โทษฐานขัดขวางเสรีภาพประชาชน

กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตร แคร์รี่ หลั่ม ผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง รวมทั้ง คริส เติ้ง อดีตผู้บัญชากรตำรวจ และสตีเฟน หลัว ผู้บัญชาการตำรวจคนปัจจุบัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 8 ราย ซึ่งเป็นไปตามคำสั่งพิเศษ (executive order) ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

แถลงการณ์ตอนหนึ่งของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า แคร์รี่ หลั่ม คือผู้บริหารฮ่องกงและมีส่วนรับผิดชอบโดยตรงในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงของจีน ซึ่งเป็นการการกดขี่เสรีภาพและกระบวนการประชาธิปไตย

คำสั่งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ต่อทางการจีน และยังเกิดขึ้นในช่วงใกล้กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นในเดือน พ.ย. นี้ โดยที่ทรัมป์เสียคะแนนความนิยมจากความหละหลวมในการจัดการการแพร่ระบาดของ Covid-19

ด้าน ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐเผยว่า คำสั่งนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการกระทำของทางการฮ่องกงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

เครื่องบินอินเดียพุ่งตกเขาขณะลงจอดผู้โดยสารดับ 17 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630210

วันที่ 08 ส.ค. 2563 เวลา 10:40 น.เครื่องบินอินเดียพุ่งตกเขาขณะลงจอดผู้โดยสารดับ 17เครื่องบินโดยสารอินเดียไถลออกนอกรันเวย์ขณะลงจอดท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้าย จนตกเขา ตัวเครื่องแตกเป็น 2 ส่วน

เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบิน แอร์ อินเดีย เอ็กซ์เพรส เที่ยวบินที่ IX-1344 ไถลตกรันเวย์ขณะลงจอดท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายจากพายุฝนที่สนามบินนานาชาติโคชิโคดในรัฐเกรละ ทางตอนใต้ของอินเดีย ก่อนจะพุ่งลงหุบเขาลึกราว 10.66 เมตรจนเครื่องแตกเป็น 2 ส่วน

เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 ราย รวมทั้งนักบินทั้ง 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 173 ราย ในจำนวนนี้สาหัส 46 ราย โดยทีมกู้ภัยสามารถช่วยผู้โดยสารส่วนใหญ่ออกมาได้ เนื่องจากไม่ได้เกิดไฟไหม้ที่ตัวเครื่อง

เครื่องบินลำดังกล่าวบินกลับมาจากนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในภารกิจรับชาวอินเดียที่ตกค้างอยู่ในต่างแดนจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 184 ราย เป็นเด็กทารก 10 ราย และลูกเรืออีก 6 คน รวมทั้งหมด 190 ชีวิต

รายงานระบุว่า นักบินนำเครื่องลงจอดไม่สำเร็จในครั้งแรก เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายจากฝนที่ตกหนัก จากนั้นจึงพยายามนำเครื่องลงจอดเป็นครั้งที่สอง จนไถลออกนอกรันเวย์

ทั้งนี้ อุบัติเหตุครั้งล่าสุดนี้เป็นครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่เครื่องบินของสายการบิน แอร์ อินเดีย ประสบอุบัติเหตุลักษณะเดียวกันในเมืองมังกาลอร์ รัฐกรณาฏกะ และตัวเครื่องเกิดไฟลุกไหม้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 158 ราย

Photo by / AFP

นิวเคลียร์ร้ายกว่าบึ้มเบรุตหลายเท่า และโลกเรามีเป็นหมื่นลูก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/630131

วันที่ 07 ส.ค. 2563 เวลา 19:56 น.นิวเคลียร์ร้ายกว่าบึ้มเบรุตหลายเท่า และโลกเรามีเป็นหมื่นลูกสัปดาห์นี้โลกของเรารำลึก 75 ปีของการระเบิดของนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมา และบังเอิญที่เกิดวินาศภัยในเบรุตพอดี สองเหตุการณ์นี้ไม่เกี่ยวกัน แต่ทำให้เราต้องตระหนักในสิ่งเดียวกัน นั่นคือการทำลายล้างจากน้ำมือมนุษย์

เหตุระเบิดที่เบรุตมีระดับความรุนแรง 1.1 – 2.75 กิโลตัน (จากปริมาณแอมโมเนียไนเตรทประมาณ 2,750 ตัน) สร้างแรงสั่นสะเทือนประมาณ 3.3 – 4.5 แมกนิจูด และมีพยานกล่าวว่าสร้างความเสียหายไกลถึง 10 กิโลเมตร ส่วนแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไกลถึงเกาะไซปรัสที่อยู่ห่างออกไป 240 กิโลเมตร

ภาพที่หลายคนเห็นคือระเบิดที่พลังทำลายล้างมหาศาลและเกิดกลุ่มควันรูปดอกเห็ดเหมือนกับระเบิดนิวเคลียร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่นายกเทศมนตรีกรุงเบรุตจึงเอ่ยว่ามันเหมือนกับการทำลายล้างของนิวเคลียร์

วัตถุระเบิดแต่ละชนิดมีค่าเปรียบเทียบกำลัง (Relative effectiveness factor หรือ RE) เวลาเปรียบเทียบจะใช้ระเบิด TNT มาเทียบโดยให้ค่า 1.0 RE ในส่วนของแอมโมเนียไนเตรตมีค่ากำลังน้อยที่สุดคือ 0.42 RE

ขณะที่ระเบิดนิวเคลียร์มีค่ากำลังหลักพันจนถึงหลักล้าน เช่น ระเบิด Little Boy ที่ทำลายเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 1945 มีพลังงานเท่ากับ 15 กิโลตัน มีค่าเปรียบเทียบกำลังประมาณ 4,000 RE หรือมากกว่าระเบิดที่เบรุต 10 – 20 เท่า

สิ่งที่แตกต่างกันคือระเบิดจากแอมโมเนียไนเตรตมีแค่แรงอัด (ซึ่งก็ยังน้อยที่สุดในบรรดาวัตถุระเบิดด้วยกัน) ส่วนนิวเคลียร์มีลูกไฟและไอร้อน และแม้ว่าจะรอดชีวิตจากแรงอัดและไอร้อนมาได้ก็ยังมีกัมมันตรังสีและฟอลเอาท์ที่จะฆ่าคนแบบผ่อนส่ง

ระเบิดที่เบรุตเป็นการระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นที่เทียนจินเมื่อปี 2015 พื้นที่เสียหายมีรัศมี 2 – 4 กิโลเมตร แต่มันไม่ได้เกิดใจกลางเมืองเหมือนกรณีเบรุต ครั้งสุดท้ายที่เหตุแบบนี้เกิดขึ้นในกลางเมืองคือ การระเบิดของวัตถุระเบิดที่เมืองฮาลิแฟกซ์ รัฐโนวาสโกเชีย ประเทศแคนานา เมื่อปี 1917 รัศมีการทำลาย 2.9 กิโลเมตร

ดังนั้นระเบิดที่เบรุตจึงเป็นเหมือนคำเตือนให้มนุษยชาติตระหนักถึงภัยจากการทำลายล้างของนิวเคลียร์ เราสามารถเทียบเคียงได้ว่าถ้าเกิดสงครามครั้งใหญ่และมีการโจมตีด้วยนิวเคลียร์ ผลที่จะเกิดขึ้นจะคล้ายๆ กับเบรุต เพียงแต่ผู้เสียชีวิตจะมากมายหลายเท่าตัว

เหตุการณ์ที่เบรุตยังเกิดขึ้น 2 วันก่อนวันครบ 75 ปีของการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมา ซึ่งถือเป็นเป็นเรื่องบังเอิญที่ลงตัว เพราะมันช่วยให้มนุษยชาติตระหนักถึงภัยจากการทำลายล้างได้มากขึ้นโดยใช้กรณีเบรุตเป็นเครื่องเตือนใจเรา

เพราะมนุษยชาติเหินห่างจากสงครามใหญ่มากนานเกือบศตวรรษแล้ว แต่มันเริ่มจะมีสัญญาณที่ไม่น่าไว้ใจมากขึ้นในระยะหลังจากการเผชิญหน้าของมหาอำนาจประเทศต่างๆ

ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลจำลองเหตุการณ์การถล่มด้วยอาวุธนิวเคลียร์ในชื่อ NUKEMAP ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการสามารถสร้างภาพจำลองความเสียหายจากการทิ้งระเบิดสมรรถนะต่างๆ ที่ผลิตโดยชาติที่มีอาวุธดังกล่าวในครอบครอง และกำหนดจุดศูนย์กลางการทำลายล้างหรือ Ground zero ผ่านทาง Google Map

เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายว่าความเสียหายในเบรุตว่าควรจะมีมากแค่ไหนหากระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นนิวเคลียร์ขนาดเล็กที่สุดและหากเป็นระเบิดนิวเคลียร์ที่ฮิโรชิมา ดังนั้น ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์เอ็กซ์คลูซีฟจึงต้องพึ่งแบบจำลองออนไลน์ที่น่าจะให้ผลใกล้เคียงที่สุดกับการระเบิดที่เบรุต และทำการจำลองเหตุการณ์ในเมืองต่างๆ รวมถึงกรุงเทพฯ ในกรณีที่เกิดการระเบิดในลักษณะเดียวกัน

1. หากการระเบิดที่เบรุตเป็นระเบิดนิวเคลียร์ขนาด 1.1 กิโลตัน

1. หากการระเบิดที่เบรุตเป็นระเบิดนิวเคลียร์ขนาด 1.1 กิโลตัน (ปริมาณเท่ากับแอมโมเนียไนเครตที่คลังท่าเรือ) จะเกิดลูกไฟขนาด 80 เมตร (วงสีเหลือง) ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีนี้จะถูกเผาจนเป็นไอไปจนหมดสิ้น ไอความร้อนมีรัศมี 520 เมตร (วงสีส้ม) ผู้ที่อยู่ในเขตนี้จะมีแผลไหม้ระดับสาม แต่จะไม่รู้สึกอะไรเพราะไหม้เส้นประสาทไปหมด และอาจสูญเสียอวัยวะไป รัศการทำลายในระยะ 1.21 กิโลเมตรกระจกจะแตกและผู้คนได้รับบาดเจ็บ

2. หากเกิดระเบิดที่กรุงเทพฯ โดยเป็นระเบิดนิวเคลียร์เท่ากับ Little Boy

2. หากเกิดระเบิดที่กรุงเทพฯ โดยเป็นระเบิดนิวเคลียร์เท่ากับ Little Boy ที่ถล่มเมืองฮิโรชิมา (ขนาด 15 กิโลตัน) โดยหย่อนลงที่สาธรและสีลม จะเกิดลูกไฟขนาด 180 เมตร (วงสีเหลือง) ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีนี้จะถูกเผาจนเป็นไอไปจนหมดสิ้น พื้นที่กัมมันตรังสี 1.2 กิโลเมตร (วงสีเขียว) ผู้ที่อยู่ในวงนี้แม้จะรอดแต่จะค่อยๆ ตายเพราะกัมมันตรังสี ไอความร้อนมีรัศมี 1.91 เมตร (วงสีส้ม) ผู้ที่อยู่ในเขตนี้จะมีแผลไหม้ระดับสาม รัศมีการทำลายในระยะ 4.52 กิโลเมตร ทำให้เกิดกระจกแตก และเนื่องจากการระเบิดจะเกิดแสงขึ้นมาก่อน ทำให้ผู้คนที่สงสัยเดินเข้ามาใกล้หน้าต่างจนได้รับบาดเจ็บจากเศษกระจกที่จะแตกเป็นเสี่ยงจากแรงอัดที่ตามมาทีหลัง (เหมือนกับคลิปการระเบิดที่เบรุต)

3. หากนิวยอร์กถูกถล่มโดย Tsar Bomba

3. หากศูนย์กลางการระเบิดที่นิวยอร์กถูกระเบิดนิวเคลียร์ที่มีสมรรถนะต่ำที่สุดของสหรัฐ คือ M-29 Davy Crockett ความรุนแรง 20 ตัน จะกินพื้นที่ความเสียหายเพียง 9-10 บล็อกหรือช่วงถนน แต่หากทดสอบแบบจำลองโดยใช้ระเบิดนิวเคลียร์ที่มีอานุภาพรุนแรงที่สุดในโลก คือ Tsar Bomba พื้นที่ความเสียหายจะครอบคลุมไปถึงรัฐนิวเจอร์ซีย์ คอนเนตทิคัต และเพนซิลเวเนีย ส่วนนครนิวยอร์กจะถูกทำลายไม่เหลือซาก ในรัศมี 6.1 กิโลเมตรจะถูเผาทำลายเป็นไอ ประชาชนในรัศมี 73.7 กม. จะถูกไฟคลอกระดับ 3

ปัจจุบันโลกของเรามีหัวรบนิวเคลียร์ที่ใช้งานอยู่ประมาณ 3,750 หัวจากหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมด 13,890 หัวในโลก เทียบกับช่วงที่มีมากที่สุดคือปี 1986 มีถึง 70,300 หัว

แต่อาวุธที่ปลดประจำการจำนวนมากถูกเก็บไว้อย่างง่ายๆ หรือถูกรื้อถอนเพียงบางส่วน ไม่ได้ถูกทำลายไป ดังนั้นในแง่หนึ่งมันจึงเป็นการเก็บอาวุธนิวเคลียร์แบบขอไปที

เหมือนกับรอเวลาให้โลกของเรามีวิกฤตความขัดแย้งอีกครั้งแล้วนำมันมาออกมาเพื่อข่มขู่กันอีกครา