กินอะไรก็ต้องระวัง จีนจับตาตลาดผักผลไม้แพร่โควิด-19 สกัดซ้ำรอยปักกิ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628199

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 11:24 น.กินอะไรก็ต้องระวัง จีนจับตาตลาดผักผลไม้แพร่โควิด-19 สกัดซ้ำรอยปักกิ่งเจ้าหน้าที่จีนแนะให้หันมาจับตาตลาดสดค้าผักผลไม้ เพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบเดียวกับที่ตลาดซินฟาตี้

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและการจัดการด้านสุขอนามัยในพื้นที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ ตลาดซื้อขายผลิตผลทางการเกษตร ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

“เราควรยกระดับคำเตือนและการเฝ้าระวังสุขภาพของพนักงานในพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่เนิ่นๆ” หมี่เฟิง โฆษกคณะกรรมการฯ ประกาศเตือน หลังปักกิ่งตรวจพบการติดเชื้อโรคโควิด-19 แบบกลุ่มก้อนเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อมโยงกับตลาดค้าส่งผลิตผลทางการเกษตรซินฟาตี้ (Xinfadi)

หมี่ระบุว่าช่วงเดือนที่ผ่านมา เจ็ดภูมิภาคระดับมณฑลของจีนรายงานการตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ติดเชื้อภายในประเทศรวม 363 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 68 ของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันผลรายใหม่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ จีนแผ่นดินใหญ่ไม่มีรายงานตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่ติดเชื้อภายในประเทศรายใหม่ ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน เมื่อนับถึงวันศุกร์ (10 ก.ค.) ที่ผ่านมา

Photo by ISAAC LAWRENCE / AFP

ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันเดียว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628217

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 10:18 น.ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันเดียว สถานการณ์การติดเชื้ออาจจะดีขึ้นในเอเชีย แต่พื้นที่อื่นๆ ของโลกยังน่าเป็นห่วงอย่างมาก

องค์การอนามัยโลกรายงานการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ทั่วโลกในวันอาทิตย์ โดยเพิ่มขึ้น 230,370 คนในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 วัน

จากสถิติเดิมขององค์การอนามัยโลกก่อนหน้านี้คือมีผู้ติดเชื้อใหม่ 228,102 คนเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ประมาณ 5,000 ต่อวัน

ประเทศที่รายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือสหรัฐ ตามด้วยบราซิล อินเดีย และแอฟริกาใต้

กรณีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ทั่วโลกใกล้ถึง 13 ล้านคนแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามตัวเลขของรอยเตอร์ และมีผู้เสียชีวิตกว่า 565,000 คนในเวลา 7 เดือน

Photo by JALAA MAREY / AFP

ที่ปรึกษาทำเนียบขาวเผย “ทรัมป์” อาจสั่งแบนแอพ TikTok-WeChat ในสหรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628216

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 09:20 น.ที่ปรึกษาทำเนียบขาวเผย "ทรัมป์" อาจสั่งแบนแอพ TikTok-WeChat ในสหรัฐที่ปรึกษาทำเนียบขาวเผย “ทรัมป์” อาจใช้มาตรการเด็ดขาดกับแอพฯ “TikTok” และ “WeChat” โดยอาจสั่งแบนการใช้งานในประเทศเพื่อตอบโต้จีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับแอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียชื่อดังของจีนอย่าง TikTok และ WeChat ฐานทำสงครามสารสนเทศกับสหรัฐ โดยอาจถึงขั้นแบน 2 แอปดังกล่าวในประเทศ

นายนาวาร์โร เปิดเผยว่า แม้ TikTok จะจ้างซีอีโอชาวอเมริกันมาบริหารบริษัท แต่ TikTok ยังคงเป็นบริษัทจีน การใช้ชาวอเมริกันมาเป็นหุ่นเชิดเหมือนๆกับที่หัวเว่ยทำนั้น ไม่ได้ช่วยทำให้ TikTok ดูดีขึ้น เพราะจีนจะยังคงได้รับเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากการที่แอพพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียนี้ให้บริการในสหรัฐ

รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังพิจารณาแบนแอพพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐ เพื่อตอบโต้ที่จีนล้มเหลวในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก

นายทรัมป์กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ Gray Television ถึงกรณีที่ นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาแบนแอพพลิเคชันโซเชียลมีเดียของจีน ซึ่งรวมถึง TikTok โดยระบุว่า “ใช่ นี่เป็นเรื่องที่เรากำลังพิจารณากันอยู่”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดของการพิจารณาครั้งนี้ เพียงแต่กล่าวว่า การแบน TikTok เป็นหนึ่งในหลายๆ วิธีการที่เขาคิดว่าจะนำมาใช้เพื่อตอบโต้ต่อความล้มเหลวในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

เกิดไฟไหม้บนเรือรบอเมริกัน ตามด้วยระเบิดบาดเจ็บเพียบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628213

วันที่ 13 ก.ค. 2563 เวลา 08:26 น.เกิดไฟไหม้บนเรือรบอเมริกัน ตามด้วยระเบิดบาดเจ็บเพียบเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ แต่มีควันลุกท่วมเรือขนาดมหึมา

เกิดไฟไหม้เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก USS Bonhomme Richard ของกองทัพสหรัฐที่ฐานทัพเรือซานดิเอโก ในเมืองซานดิเอโก  รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2020 ตามเวลาท้องถิ่น (หรือช่วงเช้ามืดของวันที่ 13 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย) เบื้องตันมีการระเบิดบนเรือพร้อมรายงานการบาดเจ็บราว 21 คน 

คริสตินา แจ็คสัน โฆษกหญิงของกองทัพเรือกล่าวว่า เรือรบ Bonhomme Richard เป็นเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบกและเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก ถูกลากเข้ามาเทียบท่าเพื่อรับการบำรุงรักษาตามกำหนดโดยบนเรือมีอาวุธเบา แต่โดยปกติจะไม่ติดตั้งปืนใหญ่ขนาดใหญ่ในขณะจอดเทียบท่า

นอกจากนี้ ลูกเรือส่วนใหญ่ได้ลงจากเรือเพื่อไปพักในบ้านพักทหารบนฝั่งแล้ว แต่ยังมีลูกเรือประจำการบนเรือ 160 คน

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าแผนกดับเพลิงของซานดิเอโกบอกกับ CNN ว่าไฟอาจลุกลามเป็นเวลาหลายวัน

ภาพ AFP

เมื่อมีผู้นำที่ดี ประเทศที่จะล้มละลายก็กลายเป็นเศรษฐีได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628201

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 21:23 น.เมื่อมีผู้นำที่ดี ประเทศที่จะล้มละลายก็กลายเป็นเศรษฐีได้กรณีศึกษาการบริหารประเทศจากศตวรรษที่ 18 หากได้ผู้บริหารฝีมือดี ต่อให้ประเทศใกล้จะล่มสลายก็กลับมาดีกว่าเดิมได้

ในสมัยเอโดะของญี่ปุ่น ผู้ปกครองที่มีอำนาจเต็มคือโชกุนอยู่ที่เมือวหลวงเอโดะ (กรุงโตเกียว) มีสถานะเผด็จการก้ำกึ่งระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้สำเร็จราชการและผู้บัญชาการทหารสูงสุด แต่ในท้องถิ่นต่างๆ มีเจ้าแคว้นปกครอง เรียกว่า “ไดเมียว” 

อุเอะซึงิ โยซัน (Uesugi Yozan) เป็นเจ้าแคว้นโยเนซาวะ แม้ว่าจะสืบสกุลมาจากอุเอะซึงิ เค็งชิง นักรบผู้ยิ่งใหญ่ แต่ในยุคของเขาได้ครองแค่แคว้นโยเนซาวะอันเล็กกระจ้อยร่อย ทั้งยังอยู่ในสภาพเป็นหนี้เป็นสินอย่างหนักมานานนับร้อยปี การกสิกรรมก็ไม่ได้ผล เศรษฐกิจก็ตายซาก หมดสิ้นอนาคตโดยสิ้นเชิงถึงขนาดเจ้าแคว้นคนก่อนคิดจะขายแคว้นคืนให้รัฐบาลกลาง เพราะหมดปัญญาแล้ว

เรียกว่าหมดปัญญาก็กระไรอยู่ เพราะแต่ละคนเล่นเอาแต่เสพสุข ตัดของฟุ่มเฟือยไม่ขาด ขนาดผู้นำคนที่บรรดาขุนนางเห็นว่าพอจะไปวัดไปว่าได้ สุดท้ายก็ติดตมกิเลสถอนตัวจากความสุขสบายไม่ได้

แต่โยเนซาวะไม่สิ้นคนดี ถึงแคว้นนี้จะขัดสนแต่มีของดีคือทรัพยากรบุคคล มีกุนซือผู้ยิ่งใหญ่คือโยโซอิ เฮชู เป็นเจ้าสำนักเหตุผลนิยมแบบขงจื๊อ เมื่อเฮชูเห็นท่าไม่ดีจึงปรึกษากับเสนาอำมาตย์เพื่อ “เชิญ” เจ้าแคว้นเดิมให้เกษียณอายุก่อนราชการก่อนที่แคว้นจะล้มละลาย แล้วเชิญบุตรบุญธรรม คือ อุเอะซึงิ โยซัน มาครองแคว้นแทน

จะว่าไปแล้วเหมือนกุนซือพวกนี้จะโยนเผือกร้อนให้โยซัน แต่ผมคิดว่าท่านกุนซือมองคนไม่ผิด

เจ้าแคว้นใหม่เป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ที่สำคัญคือเป็นคนไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ถือคติว่า “ถ้าตั้งใจแล้วไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้แสดงว่าไม่ได้ทำ” ด้วยความช่วยเหลือของโยโซอิ เฮชู เจ้าแคว้นใหม่ประกาศนโยบายรัดเข็มขัดทางการคลังแบบอุกฤษณ์

แต่จู่ๆ จะไปรัดท้องไส้ประชาชน ใครเขาจะยอม

โยซัน จึงทำเป็นตัวอย่างก่อน ด้วยการลดเบี้ยหวัดตัวเองจาก 1500 เรียว (ค่าเงินญี่ปุ่นโบราณ) เหลือ 290 เรียว ลดจำนวนคนรับใช้ลงจาก 50 เหลือ 9 คน เลิกสวมผ้าไหม หันมาใช้ผ้าฝ้าย แม้แต่สำรับอาหารก็เหลือแค่ข้าวต้มกับผักดอง ฤดูปกติไม่ดื่มสุรา หน้าหนาวดื่มสุราชั้นต่ำราคาถุกเพื่อให้ร่างอบอุ่นเท่านั้น

เวลาไปเฝ้าโชกุนที่เมืองหลวงก็เหลือผู้ติดตามไม่กี่คน ไม่ต้องยกขบวนใหญ่โตอวดยศศักดิ์ชาวบ้าน นับว่าเป็นมาตรการที่พลิกฟ้าคว่ำดินเอามากๆ เพราะเจ้าแคว้นคนก่อนเอาแต่สุรุ่ยสุร่ายไม่แยแสอะไรทั้งสิ้น

นโยบายช่วยชาติขนาดนี้ยังมีคนคัดค้าน ซึ่งท่านเจ้าแคว้นก็ไม่เสียเวลามาดีเบตด้วย สั่งประหารทุกคนที่ขวางนโยบายนี้ คงคิดว่าถ้าคนพวกนี้ไม่ตายแคว้นก็คงไม่รอด ส่วนพวกพ่อค้าที่เจ้าแคว้นคนก่อนตั้งเป็นที่ปรึกษาการคลัง ก็ถูกเฉดหัวจนหมดสิ้น ตอนนี้แคว้นไม่ได้ต้องการพ่อค้าเป็นขุนคลัง แต่ควรใช้นักปราชญ์ขงจื๊อที่มีคุณธรรมต่างหาก

ปรัชญาขงจื๊อที่เฟื่องฟูในยุคเอโดะ เน้นความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม มัธยัสถ์ และดูคนที่ความสามารถ

แม้การบริหารเศรษฐกิจจำเป็นต้องใช้มืออาชีพ แต่ถ้ามืออาชีพขาดธรรมาภิบาล ประเทศชาติก็ฉิบหายได้

เมื่อโยซันนำเป็นตัวอย่าง ก็ถึงเวลาซามูไรทั้งหลายจะต้องทำตาม และควรทำตามด้วยเพราะเจ้าแคว้นเลือกที่จะไม่ไล่ใครออกสักคน

เริ่มจากลดเบี้ยหวัดข้าราชการลงเหลือ 1 ใน 6 ส่วน แต่สั่งให้ซามูไรวางดาบแล้วไปทำกสิกรรมเพื่อทดแทนเบี้ยหวัดที่หายไป เพื่อกระตุ้นการเกษตร

พวกซามูไรยังถูกสั่งให้ไปขุดทางน้ำชลประทาน หักร้างถางที่ดินสร้างพื้นที่เพาะปลูกใหม่ ระบบนี้คือคล้ายกับนโยบายถุนเถียนของโจโฉ สมัยสามก๊กของจีนที่สั่งให้กองทัพต้องทำกสิกรรมเลี้ยงตัวเอง และเลี้ยงประชาชน ทำให้แคว้นวุ่ยมีเศรษฐกิจที่มั่นคงยิ่งกว่าใคร

แต่โยซันทำมากว่าถุนเถียน ตรงที่ส่งเสริมอุตสหกรรมในครัวเรือน การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม จนอุตสาหกรรมไหมคึกคัก สั่งให้หนึ่งบ้านต้องปลูกต้นรักจำนวนหนึ่ง เพื่อให้มีวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรม และส่งสินค้าออกไปขายที่ต่างๆ

โยซันมีคติว่า “ในแคว้นต้องไม่สุรุ่ยสุร่าย” และ “ปวงประชาต้องไม่มีคนเกียจคร้าน” แต่จะสอนกันเปล่าๆ เปลี้ยๆ คงไม่ได้ผล วิธีที่ดีทีสุดที่จะทำให้คตินี้เป็นจริงคือให้การศึกษาแก่ประชาชน เจ้าแคว้นจึงเปิดโรงเรียนขึ้นมาใหม่จากที่ปิดตัวลงเพราะหมดงบประมาณ คราวนี้ไม่เพียงเปิดสำนักสอนวิชาคุณธรรมขงจื๊อ ยังเปิดสำนักสอนวิชาแพทย์แผนตะวันตก

เมื่อเกิดโรคระบาด แคว้นนี้จึงมีคนตายน้อย เพราะได้รับความรู้เรื่องการฆ่าเชื้อโรคจากแพพย์ชาวดัตช์

เมื่อเกิดทุพภิกขภัยครั้งใหญ่ในปีเทนเม มีคนอดตายเกือบล้านคนทั่วญี่ปุ่น แต่แคว้นโยเนซาวะไม่ได้รับผลมากนัก

สำนักศึกษาเหล่านี้แต่เดิมเปิดรับเฉพาะซามูไร แต่เจ้าแคว้นท่านนี้เปิดรับทุกคนไม่แบ่งชั้นวรรณะว่าเป็นซามูไรหรือกสิกร

ส่วนการปูนบำเหน็จแต่เดิมใช้ระบบเส้นสายหรือไม่ก็ชั้นวรรณะ ในยุคนี้วัดกันที่ผลงานล้วนๆ ทำให้ได้กำลังคนมีฝือมือมาช่วยแคว้น และกำจัดระบบราชการที่เหลวแหลก

ก่อนที่ อุเอะซึงิ โยซัน จะมาครองแคว้นโยเนซาวะมีหนี้สิ้นถึง 200,000 เรียว หรือประมาณ 5 หมื่นล้าน – 2 แสนล้านเยนในปัจจุบัน เมื่อสิ้น โยซัน แล้วหนี้ทั้งหมดก็ถูกชดใช้จนสิ้น แถมยังมีเงินเหลือใช้

จนกระทั่ง 10 ปีผ่านไปกลายเป็นแคว้นที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศ

ไม่เรียกว่าน่าอัศจรรย์ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว!

ผู้คนจึงยกย่องโยซันว่าเป็น “เมกุน” หรือขุนผู้เปี่ยมความสามารถ ปัจจุบันยกย่องเขาเป็นนักปฏิรูปผู้ยิ่งใหญ่

ในยุคเอโดะ ผู้ที่เป็นเมกุนล้วนเก่งกาจในด้านรัฐประศาสนศาสตร์ แต่ว่าด้วยเรื่องนโยบายเศรษฐกิจแล้วไม่มีใครเทียบโยซันได้ อีกทั้งเขายังใช้คุณธรรมนำนโยบายเศรษฐกิจ จนแว่นแคว้นรุ่งเรือง

ถามว่าคุณธรรมของโยซันคืออะไร?

ในลิขิตของโยซันเมื่อปีเทนเมียวที่ 5 ให้แก่บุตรที่จะครองอำนาจต่อไป อธิบายคุณธรรมของผู้ปกครองเอาไว้ ว่า

• ข้อหนึ่ง แว่นแคว้นรับสืบทอดจากบรรพชนถึงอนุชนรุ่นหลัง ไม่ควรปกครองอย่างเห็นแก่ตัว

• อีกข้อหนึ่ง ประชาชนเป็นของแว่นแคว้น ไม่ควรปกครองอย่างเอาตัวเป็นใหญ่

• อีกข้อหนึ่ง ผู้ปกครองมีไว้เพื่อแว่นแคว้น และแว่นแคว้นมีไว้เพื่อปวงชน แว่นแคว้นและปวงชนหาได้มีไว้เพื่อผู้ปกครอง

ทั้ง 3 ข้อนี้อย่าได้ลืมเลือนไปจากใจ

ในแง่สังคม โยซันใช้คุณธรรมแบขงจื๊อเข้มงวดมาก ถึงขนาดสั่งปิดย่านหญิงคณิกา (ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องปกติในยุคเอโดะ) โยซันกล่าวว่า “ถ้านางคณิกาสนองตัณหาได้จริง มีหญิงคณิกาเท่าไรก็ไม่พอ” พอล้มซ่องไปก็ไม่เห็นมีคนทุรนทุรายเหมือนเขาว่าไว้ (แต่ผมคิดว่าการล้มซ่อง เพื่อป้องกันการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายมากกว่าเรื่องจารีตประเพณี)

อุเอะซึงิ โยซัน (เกิดค.ศ. 1751 – ตายค.ศ.1822) น่าจะเป็นเจ้าผู้ปกครองคนสุดท้ายที่ใช้ปรัชญาขงจื๊อกับปรัชญา 9 สำนักของจีนโบราณบริหารบ้านเมืองจนรุ่งเรือง นับจากนี้เอเชียจะหันมาใช้โมเดลตะวันตกในการปกครองประเทศ

เว้นแต่สิงคโปร์ที่นำปรัชญาขงจื๊อแบบเดียวกับที่อุเอะซึงิ โยซันใช้ ซึ่งประสบความสำเร็จหรือไม่ ก็อย่างที่เห็นกันอยู่

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

ภาพถ่ายโดย shikabane taro

จีนยกระดับรับมือน้ำท่วมสู่ระดับรองสูงสุด หลังหลายพื้นที่เริ่มวิกฤต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628203

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 19:56 น.จีนยกระดับรับมือน้ำท่วมสู่ระดับรองสูงสุด หลังหลายพื้นที่เริ่มวิกฤตกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนประกาศยกระดับการรับมือเหตุอุทกภัยสู่ระดับรองสูงสุด หลังฝนตกหนักจนระดับน้ำเพิ่มหลายพื้นที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน (MWR) ประกาศยกระดับการรับมือเหตุอุทกภัยขึ้นสู่ระดับ 2 ซึ่งเป็นระดับรองสูงสุด เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องจนส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายพื้นที่ของประเทศ

กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีน ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา ระบบแจ้งเตือนเหตุอุทกภัยได้ส่งสัญญาณเตือนในแม่น้ำ 212 สายทั่วประเทศ โดยในจำนวนนี้ 19 สาย มีระดับน้ำสูงเกินจากสถิติสูงสุดที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้

ขณะที่ระดับน้ำในทะเลสาบไท่หู (Taihu Lake) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่อันดับสองของประเทศ ปรับตัวสูงขึ้นจนเกินเกณฑ์เตือนภัยติดต่อกัน 15 วันแล้ว

ก่อนหน้านี้ จีนประกาศยกระดับการรับมือภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมอุทกภัยจากระดับ 4 ขึ้นสู่ระดับ 3 เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยจีนมีระบบรับมือภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมอุทกภัยทั้งหมด 4 ระดับ โดยระดับ 1 เป็นระดับที่มีความรุนแรงสูงสุด

เปิดคำพูดสุดท้ายสาวนักปาร์ตี้ ไม่เชื่อไวรัสมีจริงสุดท้ายตายเพราะโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628182

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 19:17 น.เปิดคำพูดสุดท้ายสาวนักปาร์ตี้ ไม่เชื่อไวรัสมีจริงสุดท้ายตายเพราะโควิดในเวลานี้คนหนุ่มสาวในสหรัฐเริ่มติดเชื้อและเสียชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุเพราะพวกเขาเข้าใจผิดๆ เรื่องโควิด-19

สำนักข่าว ABCNews รายงานว่า ดร. เจน แอปเปิลบี หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของโรงพยาบาล Methodist และโรงพยาบาล Children Methodist ในเมืองซานอันโตนิโอ รัฐเทกซัส ได้กล่าวในแถลงการณ์ที่บันทึกเสียงไว้ว่า มีผู้ป่วยไม่ระบุชื่อคนหนึ่งได้บอกกับพยาบาลเกี่ยวกับงานปาร์ตี้ที่เธอเป็นไปร่วมกินดื่มด้วย และเป็นงานที่เจ้าภาพติดเชื้อโควิด-19

หญิงคนนี้และแขกคนอื่นๆ ในงานไปร่วมงานปาร์ตี้ที่เรียกว่า “COVID party” เพราะอยากจะรู้ว่าไวรัสเป็นเรื่องจริงและจะมีใครติดเชื้อหรือไม่

ปรากฎว่าหญิงคนนี้ติดเชื้อและถึงขั้นเสียชีวิต ก่อนที่เธอจะหมดลมหายใจเธอพูดคำสุดท้ายกับพยาบาลว่า “ฉันคิดว่าฉันทำผิดพลาด ฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องหลอกลวง แต่มันไม่ใช่”

นอกจากกรณีปาร์ตี้ดังกล่าวแล้ว ยังมีหนุ่มสาวอเมริกันจำนวนมากที่จัดปาร์ตี้ขึ้นเพื่อที่จะตั้งใจติดเชื้อโควิด-19 โดยคิดว่าจะสามารถสร้างแอนติบอดีขึ้นมาได้ ทำให้ตอนนี้คนหนุ่มสาวเริ่มตายกันมากขึ้น

ดร. เจน แอปเปิลบีเผยว่า ตอนนี้มีคนหนุ่มสาววัย 20 และ 30 ปี ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ และบอกว่าโรคนี้ไม่เลือกว่าใครเป็นใคร และแนะนำให้ชาวอเมริกันสวมหน้ากากและอยู่กับบ้านให่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

Photo by JOAQUIN SARMIENTO / AFP

โควิดถล่มโรงเรียนนายร้อยอินโด ติดเชื้อเกือบ1,300คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628190

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 17:09 น.โควิดถล่มโรงเรียนนายร้อยอินโด ติดเชื้อเกือบ1,300คนไวรัสบุกถล่มถึงโรงเรียนนายทหารของอินโดนีเซียได้รับผลกระทบหนักแบบคาดไม่ถึงจากการระบาดของไวรัส

เจ้าหน้าที่และนักเรียนนายร้อยประมาณ 1,300 คนในสถาบันการทหารในอินโดนีเซียติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ประเทศอินโดนีเซียกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากเป็นประเทศที่มีการติดเชื้อมากที่สุดแห่งหนึ่งในอาเซียน

พลเอก อันดิกา เปอร์กาซา (Andika Perkasa) ผู้บัญชาการกองทัพบกของชาวอินโดนีเซียแถลงว่า ได้ทำการกักกันโรคที่โรงเรียนนายร้อยอินโดนีเซียในจังหวัดชวาตะวันตกแล้วและนำตัวผู้ติดเชื้อ 30 คนเข้ารับการรักษาที๋โรงพยาบาลในเนื้องต้นเนื่องจากมีอาการป่วยไม่รุนแรง

โดยสถาบันแห่งนี้มีบุคคลากรและนักเรียนรวม 2,000 คน จากตัวเลขผู้ติดเชื้อ 1,280 คนในโรงเรียนนายร้อยแห่งนี้มีถึง 991 คนเป็นนักเรียนนายร้อยและส่วนที่เหลือเป็นพนักงานและสมาชิกในครอบครัวของพวกเขา และส่วนใหญ่ไม่มีอาการ เจ้าหน้าที่ตรวจพบการระบาดครั้งแรกเมื่อนักเรียนนายร้อย 2 นายไปโรงพยาบาลหลังจากมีไข้และปวดหลัง ทั้งสองมีผลตรวจโควิด-19 ออกมาเป็นบวก ทำให้ต้องรีบเร่งตรวจสอบการติดเชื้อในโรงเรียนนายร้อยอย่างรีบเร่ง

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่านักเรียนนายร้อยติดเชื้อได้อย่างไร แต่มีเบาะแสอยู่ที่เจ้าหน้าที่บางคนอาศัยอยู่ภายนอกสถาบัน

ผู้ว่าการจังหวัดชวาตะวันตกขอโทษที่ทำให้เกิดการระบาดและขอให้ประชาชนจำกัดการเดินทางทั้งในและนอกพื้นของย่านที่ตั้งโรงเรียนนายร้อย จนกว่าจะสามารถควบคุมการระบาดได้

ทั้งนี้ อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 74,000 รายและผู้เสียชีวิตกว่า 3,500 ราย อยู่ในอันดับที่ 25 ของโลกจากข้อมูลวันที่ 12 กรกฎาคม 2020

แต่เชื่อกันว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงนั้นสูงกว่านี้มาก อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญบอกว่าอินโดนีเซียตรวจการติดเชื้อในวงจำกัดทำให้ไม่ทราบตัวเลขที่แน่ชัด และเมื่อเร็วๆ นี้องค์การอนามัยโลกเรียกร้องให้อินโดนีเซียทำการตรวจเชื้อเพิ่มเติมกับประชาชน

Photo by CHAIDEER MAHYUDDIN / AFP

IMF เตือนรัฐบาลอย่ามือเติบ หนี้ทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628173

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 15:12 น.IMF เตือนรัฐบาลอย่ามือเติบ หนี้ทั่วโลกสูงสุดเป็นประวัติการณ์กองทุนการเงินระหว่างประเทศเรียกร้องให้ใช้ความระมัดระวังการคลังในการก่อหนี้ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ใช้ความระมัดระวังมากขึ้นด้านการคลังขณะที่รัฐบาลทั่วโลกต้องหันมากู้ยืมเงินมากขึ้นเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ซึ่ง IMF กล่าวว่าระดับหนี้อาจทะยานสู่ระดับสูงสุดในปีนี้

“เป็นที่ชัดเจนว่าความต้องการการสนับสนุนทางการเงินมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่าประเทศต่างๆจะสามารถพยุงการเงินได้อย่างไรโดยไม่มีหนี้สิน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มากขึ้นเรื่อย ” ผู้อำนวยการฝ่ายการคลัง Vitor Gaspar และ Gita Gopinath หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุน กล่าว

IMF ระบุว่า ในขณะที่รัฐบาลจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำเป็นประวัติการณ์และจะคงอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลายาวนาน แต่ปัญหาก็คือการกู้เงินมหาศาลเพื่อมารองรับการระบาดและช่วยพนยุงภาคธุรกิจไม่ให้ล้มละลาย จะทำให้เกิดหนี้ที่มากกว่า 100% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั่วโลกในปี 2020ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์

ในเดือนมิถุนายน IMF คาดการณ์ว่าจะเกิดภาวะถดถอยที่เลวร้ายลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยปรับลดแนวโน้มเศรษฐกิจโลกลงโดยจาก 4.9% ในปีนี้ซึ่งเป็นการถดถอยที่หนักที่สุดนับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่เมื่อทศวรรษที่ 1930

กองทุนเตือนว่าต้นทุนการกู้เงินอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และตลาดชายขอบเช่นที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม สำหรับประเทศที่เข้าสู่ภาวะวิกฤติพร้อมกับหนี้มากและเศรษฐกิถดถอยเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจำเป็นจะต้องหันกลับไปใช้นโยบายที่สมดุล

“ รัฐบาลจะต้องดำเนินการตามแผนการคลังระยะกลางที่น่าเชื่อถือโดยอาศัยการปรับปรุงการระดมรายได้ (เข้ารัฐ) รวมถึงการลดการหลีกเลี่ยงภาษีให้น้อยที่สุด ใช้อัตราภาษีก้าวหน้าให้มากขึ้นในบางกรณี การกำหดต้นทุนการปล่อยคาร์บอน และมีประสิทธิภาพการใช้จ่ายที่สูงขึ้น” Gaspar และ Gopinath กล่าว

พวกเขากล่าวเสริมว่าสถาบันการเงินระหว่างประเทศต่างๆ จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าความตื่นตระหนกของตลาดจะไม่กระทบต่อการเข้าถึงสภาพคล่องทางการเงิน

ภาพ Photo by JOSEPH EID / AFP

จีนเตือนภัยน้ำท่วมเกือบสูงสุด อู่ฮั่นเคราะห์ซ้ำเจอภัยธรรมชาติกระหน่ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/628155

วันที่ 12 ก.ค. 2563 เวลา 13:11 น.จีนเตือนภัยน้ำท่วมเกือบสูงสุด อู่ฮั่นเคราะห์ซ้ำเจอภัยธรรมชาติกระหน่ำวิกฤตการณ์อุทกภัยในจีนกำลังน่าวิตก แม่น้ำแยงซีเกียงซึ่งไหลผ่านอู่ฮั่นเอ่อล้นขึ้นมาจนท่วมหลายพื้นที่

ทางการจีนเพิ่มระดับการเตือนภัยเพื่อการตอบสนองต่อน้ำท่วมเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับสอง หลังจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อภูมิภาคตามแนวแม่น้ำแยงซีเกียง ตั้งแต่ภาคกลาง เช่น มณฑลหูเป่ย จนถึงภาคตะวันออกคือมณฑลเจียงซีและเจียงซู

น้ำท่วมในเขตพอหยางของมณฑลเจียงซีทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบพอหยางซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของจีนมีความสูงถึง 22.52 เมตรซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์และสูงกว่าระดับการเตือนภัยที่ 19.50 เมตร

ในช่วงเย็นวันเสาร์ ทหารประจำมณฑลหลายพันนายมาช่วยสร้างแนวกั้นน้ำยาวเกือบ 9 กม. ตามแนวชายฝั่งทะเลสาบเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลัก

ด้านเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยกำลังเผชิญกับอุทกภัยที่อาจสร้างความเสียหายหนักหน่วง เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้พื้นที่โดยรอบมีน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ทำให้ประชากรชาวอู่ฮั่นกว่า 11 ล้านคนต้องประสบภัยพิบัติครั้งที่สองหลังจากการระบาดของโรคโควิด-19

มณฑลหูเป่ยซึ่งมีอู่ฮั่นเป็นเมืองหลวงได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างน้อยเจ็ดครั้งแล้วตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน แต่ละครั้งมีปริมาณน้ำฝนสะสมเฉลี่ย 55.3 ซม. จนเกิดน้ำท่วมหลายเมือง ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มระดับการตอบสนองภาวะฉุกเฉินในระดับสูงสุดเป็นอันดับสอง

ภาพจาก Photo by STR / AFP