จีนหวั่นแบงก์ล้ม จับตาคนกลัวจนแห่ถอนเงินออกมากผิดปกติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627748

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 16:27 น.จีนหวั่นแบงก์ล้ม จับตาคนกลัวจนแห่ถอนเงินออกมากผิดปกติเช่นเดียวกับประเทศไทย จีนกำลังพบกับปัญหาหนี้สูญและโอกาสที่แบงก์จะล้มเพราะคนแห่ถอนเงิน

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าจีนวางมาตรการตรวจสอบธุรกรรมขนาดใหญ่ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะของระบบการเงินในประเทศ เนื่องจากหนี้สูญเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากการะบาดของโควิด-19

ธนาคารประชาชนของจีน (PBOC) ซึ่งเป็นธนาคารกลางของจีนเริ่มต้นแผนนำร่องในมณฑลเหอเป่ยในเดือนนี้ โดยกำหนดให้ลูกค้าและธุรกิจรายย่อยต้องรายงานล่วงหน้าถ้าจะถอนหรือฝากเงินจำนวนมาก โดยมาตรการนี้มีระยะเวลาสองปีจะขยายไปยังมณฑลเจ้อเจียงและนครเซินเจิ้นในเดือนตุลาคม ครอบคลุมประชากรกว่า 70 ล้านคน

โครงการนำร่องมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับการตรวจสอบ “ความต้องการงเงินสดจำนวนมากที่ไม่สมเหตุสมผล” เพื่อจับตาความเสี่ยงให้อยู่ในความควบคุม อย่างไรก็ตามหน่วยงานกำกับดูแลจะอนุญาตให้มีการทำธุรกรรมขนาดใหญ่หากเป็นการทำธุรกรรมตามปกติของสาธารณชน

แผนดังกล่าวจะกำหนดให้อวค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมที่เกิน 500,000 หยวน สำหรับบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 100,000 หยวนถึง 300,000 หยวนขึ้นอยู่กับภูมิภาค

ในเวลานี้ธนาคารจีนกำลังเผชิญกับหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากเศรษฐกิจมีการขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบสี่ทศวรรษ เมื่อเดือนที่แล้วเจ้าหน้าที่ทางการได้สั่งห้ามถอนเงินออย่างเร่วด่วนที่ธนาคารท้องถิ่น 2 แห่งในมณฑลเหอเป่ยและซานซี

นอกจากการระบาดของโคโรนาไวรัสจะทำให้เศรษฐกิจซบเซาแล้ว จีนยังมีสถานการณ์ที่สั่นคลอนตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วเพราะภาคธนาคารมีปัญหายืดเยื้อจนทางการต้องเข้าไปอุ้มธนาคารที่กำลังจะล้มลงหลายแห่ง

บริษัท S&P Global เผยว่า ในขณะนี้ทางการจีนกำลังพยายามพยุงระบบธนาคารที่มีเงินไหลเวียน 41 ล้านล้านเหรียญสหรัฐเพราะอาจต้องรับปัญหาหนี้สูญเพิ่มขึ้น 8 ล้านล้านหยวนในปีนี้ ส่วน UBS Group AG เผยว่าธนาคารจีนขนาดเล็กต้องการเงินทุนใหม่ประมาณ 3.49 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

Photo by STR / AFP

นิวยอร์กเตรียมเปิดเมืองระยะ3 แต่ยังห้ามนั่งกินในร้านอาหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627776

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 16:16 น.นิวยอร์กเตรียมเปิดเมืองระยะ3 แต่ยังห้ามนั่งกินในร้านอาหารนิวยอร์กเตรียมเปิดเมืองในระยะที่3 วันที่ 6 ก.ค.นี้ แต่ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนรับประทานอาหารภายในร้านที่เป็นพื้นที่ปิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแอนดรูว์ คูโอโม ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยว่า นิวยอร์กจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเปิดเมืองระยะที่ 3 ในวันที่ 6 ก.ค. 63 แต่จะยังไม่อนุญาตให้มีการรับประทานอาหารภายในร้านอาหารที่เป็นพื้นที่ปิด ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก เตือนให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวทางป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด อาทิ การเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้เจลทำความสะอาดมือ และการสวมหน้ากากอนามัย ทั้งยังสั่งให้รัฐบาลท้องถิ่นรักษาหน้าที่ในการบังคับใช้กฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปิดเมืองจะดำเนินไปด้วยความปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ นครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐนิวยอร์ก ได้มีการเปิดตัวแผนริเริ่มการรับประทานอาหารกลางแจ้ง โดยจะจัดร้านอาหารกลางแจ้งบนถนนคนเดิน 22 สายของเมือง ซึ่งมีระยะทางรวม 2.62 ไมล์ (ประมาณ 4.2 กิโลเมตร) ในช่วงสุดสัปดาห์ตลอดฤดูร้อนนี้ เพื่อส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารท้องถิ่น

รายงานข่าวระบุว่า รัฐนิวยอร์กมีผู้ป่วยโรคโควิด-19 สะสมอยู่ที่ 397,131 ราย ณ วันที่ 5 ก.ค.63 โดยเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในนครนิวยอร์กถึง 216,969 ราย

นักวิทย์นับร้อยเผยโควิดแพร่ในอากาศได้ จี้WHOต้องแก้คำเตือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627742

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 14:33 น.นักวิทย์นับร้อยเผยโควิดแพร่ในอากาศได้ จี้WHOต้องแก้คำเตือนอย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกกล่าวว่ากล่าวว่าหลักฐานที่แสดงว่าไวรัสลอยไปลอยมาอยู่ในอากาศนั้นไม่น่าเชื่อถือ

สำนักข่าว The New York Times รายงานว่านักวิทยาศาสตร์หลายร้อยคนกล่าวว่ามีหลักฐานว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ปนเปื้อนอยู่ในอนุภาคขนาดเล็กในอากาศและสามารถทำให้คนติดเชื้อได้ นักวิทยาศาสตร์เหล่านี้กำลังเรียกร้องให้องค์การอนามัยโลกแก้ไขข้อเสนอแนะการป้องกันโรคเสียใหม่

ที่ผ่านมาองค์การอนามัยโลกกล่าวว่าโรคโควิด-19 แพร่กระจายจากคนสู่คนเป็นส่วนใหญ่ผ่านทางจมูกหรือปาก โดยเมื่อผู้ติดเชื้อจามหรือไอจะมีละอองฝอยถูกขับออกมาทำให้คนที่ไม่ได้ป้องกันตัวเองติดเชื้อได้ 

ในจดหมายเปิดผนึกถึงองค์การอนามัยโลกและเตรียมจะตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์สัปดาห์หน้า นักวิทยาศาสตร์ 239 คนจาก 32 ประเทศระบุหลักฐานที่แสดงว่าอนุภาคขนาดเล็กสามารถทำให้คนติดเชื้อได้

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าโคโรนาไวรัสจะถูกพัดพาไปในอากาศและสามารถแพร่เชื้อได้เมื่อสูดดม เชื้อจะติดอยู่กับละอองขนาดเล็กลอยไปตามส่วนต่างๆ ของห้อง โดยไม่จำเป็นว่าจะมีละอองขนาดใหญ่เป็นตัวกลางผ่านอากาศหลังจากจามหรือไม่ก็ตาม 

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกกล่าวว่ากล่าวว่าหลักฐานที่แสดงว่าไวรัสลอยไปลอยมาอยู่ในอากาศนั้นไม่น่าเชื่อถือ

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา เราได้ระบุหลายครั้งว่าเราพิจารณาการแพร่เชื้อทางอากาศว่ามีโอกาสเป็นไปได้ แต่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนที่เป็นชิ้นเป็นอันหรือชัดเจน” ดร. เบเนเดตตา อัลเลแกรนซี ผู้นำด้านการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อขององค์การอนามัยโลก กล่าว

Photo by Raul ARBOLEDA / AFP

ส.ว.อเมริกันเชื้อสายไทยอาจลงสมัครประธานาธิบดีคู่กับไบเดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627754

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 12:29 น.ส.ว.อเมริกันเชื้อสายไทยอาจลงสมัครประธานาธิบดีคู่กับไบเดนมีรายงานข่าวหลายกระแสว่าพันโทหญิง ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ ผู้มีเชื้อสายไทยอาจลงสมัครร่วมกับไบเดน

สำนักข่าว The Washington Post รายงานว่า ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ นักการเมืองชาวอเมริกันเชื้อสายไทยเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าอาจลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐคู่กับโจ ไบเดนจากพรรคเดโมแครตซึ่งมุ่งมั่นที่จะชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากโดนัลด์ ทรัมป์ 

ก่อนหน้านี้ไบเดนประกาศว่าเขาจะเลือกผู้หญิงเป็นคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีร่วมกันเขา ทำให้สายตาจับต้องไปที่ ลัดดา แทมมี่ ดักเวิร์ธ

“ฉันจะทำทุกอย่างที่ฉันต้องทำเพื่อสนับสนุนเขา คุณรู้ไหมมันคือทีมเดียวในการต่อสู้เดียวกัน และถ้านั่นหมายความว่าฉันต้องไปกวาดพื้นที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึกฉันก็ทำได้เพื่อช่วยให้เขาชนะถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันจำทำได้ นั่นคือสิ่งที่ฉันจะทำ” ลัดดากล่าวกับรายการ State of the Union ของสำนักข่าว CNN

อย่างไรก็ตาม CNN ตั้งคำถามกับลัดดาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ไบเดนจะเลือกคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน โดยเธอบ่ายเบี่ยงที่จะตอบเรื่องนี้ 

ทั้งนี้ ลัดดา แทมมี ดักเวิร์ธ (Ladda Tammy Duckworth) เกิดเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2511 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรีของแฟรงก์ แอล. ดักเวิร์ธ กับละไม ดักเวิร์ธ (สกุลเดิม สมพรไพลิน) สตรีชาวไทยเชื้อสายจีน เธอสมัครเข้าร่วมกองทัพสหรัฐอเมริกา ในปี 1992 และเลือกที่จะเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์

ระหว่างที่เธอเข้าร่วมรบในสงครามรุกรานอิรัก เฮลิคอปเตอร์ UH-60 แบล็คฮอว์คที่เธอเป็นนักบินผู้ช่วย ถูกยิงลูกระเบิดเข้ามาในเครื่อง และเกิดระเบิดตรงที่เธอนั่ง ทำให้สูญเสียขาทั้งสองข้าง และแขนข้างขวาพิการ อย่างไรก็ตามแพทย์ก็ได้ทำการต่อแขนข้างขวาให้แก่เธอ แต่เธอต้องนั่งบนรถเข็น และใช้ขาเทียมในเวลาต่อมา

ต่อมาลัดดาเข้าสู่วงการการเมืองโดยพยายามลงสมัครเป็นผู้แทนเขตหลายครั้ง และประสบความสำเร็จได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขต 8 รัฐอิลลินอยส์ เมื่อปี 2013 ทำให้เธอเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงเชื้อสายไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ผ่านการเลือกตั้งเข้าไปทำงานในรัฐสภาสหรัฐ

ในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ลัดดาถูกเชิญให้มาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกของสหรัฐ ระหว่างปี 2009 – 2011

ปัจจุบันลัดดาดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกาจากรัฐอิลลินอยส์ โดยได้รับเลือกเมื่อปี 2017

Photo by Greg Nash / POOL / AFP

จีนยกระดับเตือนภัยหลังจากพบกาฬโรคระบาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627740

วันที่ 06 ก.ค. 2563 เวลา 10:30 น.จีนยกระดับเตือนภัยหลังจากพบกาฬโรคระบาดอย่างไรก็ตาม การระบาดของกาฬโรคไม่ใช่เรื่องแปลกในประเทศจีนเพราะพบอยู่เนืองๆ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีนออกคำเตือนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเพื่อรับมือกับการระบาดของกาฬโรค หนึ่งวันหลังจากโรงพยาบาลท้องถิ่นรายงานพบกรณีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นกาฬโรค

คณะกรรมการด้านสุขภาพของเมืองบายันนูร์ประกาศการแจ้งเตือนระดับที่สามจากทั้งหมดสี่ระดับเพื่อรับมือกับโอกาสที่จะมีการระบาด

การแจ้งเตือนนี้พ่วงมาพร้อมกับคำสั่งห้ามการล่าสัตว์และการกินสัตว์ที่เป็นพาหะโรคระบาดและขอให้ประชาชนรายงานกรณีที่สงสัยว่าเป็นโรคระบาดหรือมีไข้โดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน และแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบหากพบตัวมาร์มอต (marmots) ป่วยหรือตาย

ทั้งนี้ มาร์มอตเป็นกระรอกขนาดใหญ่พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชียรวมถึงจีนตอนเหนือและมองโกเลียและอาจเป็นพาหะของโรค เพราะมีรายงานว่าพี่น้องสองคนในพื้นที่ล้มป่วยหลังรับประทานเนื้อมาร์มอต

ทั้งนี้ พบผู้ป่วยกาฬโรคในในมองโกเลียใน 4 รายในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วซึ่งรวมถึงกาฬโรคปอดบวม 2 รายซึ่งเป็นโรคระบาดร้ายแรงกว่ากาฬโรคปกติ

กาฬโรคเป็นโรคติดเชื้อและเป็นอันตรายถึงชีวิตที่แพร่กระจายโดยสัตว์ฟันแทะส่วนใหญ่ ในยุคกลางเป็นที่รู้จักกันในนาม “Black Death” ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนในยุโรปหลายสิบล้านคน

แต่การระบาดของกาฬโรคไม่ใช่เรื่องแปลกในประเทศจีนเพราะพบอยู่เนืองๆ แต่ในระยะหลังการระบาดได้เกิดขึ้นน้อยมาก จากปี 2009 ถึงปี 2018 จีนรายงานผู้ป่วย 26 รายและเสียชีวิต 11 ราย

ภาพจาก Centers for Disease Control and Prevention’s Public Health Image Library

สั่งเก็บหนังสือกลุ่มประชาธิปไตยในฮ่องกงออกจากห้องสมุด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627715

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 19:11 น.สั่งเก็บหนังสือกลุ่มประชาธิปไตยในฮ่องกงออกจากห้องสมุดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าจะถูกใช้เพื่อยับยั้งการคัดค้านรัฐบาลและบ่อนทำลายเสรีภาพในฮ่องกง

จากข้อมูลของระบบสืบค้นออนไลน์และจากปากคำของโจวชัว หว่องแกนนำทางการเมืองคนหนึ่งเผยว่า หนังสือของแกนนำเรียกร้องประชาธิปไตยของฮ่องกงถูกเก็บเรียบจากห้องสมุดสาธารณะ หลังจากที่รัฐบาลจีนและฮ่องกงใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ

จากการค้นหาหนังสือที่เขียนโดยแกนนำประชาธิปไตยคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโจชัว หว่องหรือทันยา เฉิน นักการเมืองสายประชาธิปไตย บนเว็บไซต์ห้องสมุดสาธารณะพบว่าหนังสือของพวกเขา เช่น “Unfree Speech” ซึ่งหว่องร่วมเขียน ไม่สามารถใช้งานได้หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ

“กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ … ใช้ระบอบการเซ็นเซอร์แบบแผ่นดินใหญ่ในเมืองการเงินระหว่างประเทศแห่งนี้” หว่องทวีตเมื่อวันเสาร์ พร้อมกล่าวว่าหนังสือของเขา “ตอนนี้มีแนวโน้มที่จะถูกเซ็นเซอร์”

ฝ่ายบริการด้านวัฒนธรรมและสันทนาการของฮ่องกงซึ่งบริหารงานห้องสมุดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่าหนังสือถูกนำออกไปเพื่อพิจารณาว่ามีเนื้อหาละเมิดกฎหมายหรือไม่

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่ามีหนังสือกี่เล่มที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่จากการตรวจสอบพบว่าหลังสือโดยหลิวเสี่ยวปอ นักเคลื่อนไหวชาวจีนที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพและถูกรัฐบาลจีนควบคุมตัวจนเสียชีวิต ยังพบอยู่ในระบบการค้นหาออนไลน์

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากจากนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย, นักกฎหมายและรัฐบาลต่างประเทศที่กลัวว่าจะถูกใช้เพื่อยับยั้งการคัดค้านรัฐบาลและบ่อนทำลายเสรีภาพในฮ่องกง

Photo by Anthony WALLACE / AFP

โลกตะวันตกก็เบียดเบียนแรงงานสัตว์ แต่แล้วกลับเพ่งเล็งไทยใช้งานลิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627709

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 15:59 น.โลกตะวันตกก็เบียดเบียนแรงงานสัตว์ แต่แล้วกลับเพ่งเล็งไทยใช้งานลิงวิวาทะเรื่องลิงเก็บมะพร้าวเป็นเรื่องที่ถูกตั้งประเด็นพาดพิงมาถึงไทยหลายครั้งแล้ว แต่คราวนี้ถึงกับต้องแบนสินค้าผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทยเลยทีเดียว

อย่างที่ทราบกันว่าตอนนี้บรรดาซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรสินค้าชั้นนำในอังกฤษอย่าง Waitrose, Ocado, Co-op และ Boots ต่างสั่งเก็บผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมะพร้าวจากประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อการประท้วงของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สัตว์ PETA ที่บอกว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจากใช้แรงงานลิงในการปีนเก็บมะพร้าวซึ่งเป็นการทรมานสัตว์

หลังจากที่มีข่าวนี้ออกไป ชาวไทยต่างแสดงความไม่เห็นด้วยและหลายคนไม่พอใจที่ชาวต่างชาติตีความการร่วมแรงทำงานระหว่างคนกับลิงว่าเป็นการทรมานสัตว์

เรื่องนี้เป็นปัญหาระหว่างประเทศไทยและโลกตะวันตกมานานแล้ว โลกตะวันตกมองว่าการใช้ลิงด้วยวิธีการนี้เป็นเรื่องทารุณ และไม่ใช่แค่ไทย แต่คนศรีลังกา, มาเลเซีย, อินเดียและอีกหลายประเทศในเอเชียก็ใช้ลิงเก็บมะพร้าวเหมือนกัน

ไม่รู้ว่าห้างอังกฤษจะเก็บสินค้าจากประเทศเหล่านี้ออกจากหิ้งหรือไม่

ข้อโต้เถียงหนึ่งจากชาวตะวันตกก็คือลิงเหล่านี้ถูกเก็บมาจากป่าเพื่อนำมาใช้งาน แต่คนเหล่านี้คงลืมไปว่าลิงไม่ได้อยู่ในป่าเสมอไป หลายแห่งลิงอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ใกล้ชุมชน เช่น ลพบุรี และอีกหลายจังหวัด

ลิงกับคนในเมืองไทยอยู่ใกล้ชิดกันมาหลายร้อยหลายพันปี หากจะอ้างว่าคนไทยพรากสัตว์ป่ามาใช้งานควรจะอ้างเรื่องช้างมากกว่า แต่การอ้างช้างก็ลักลั่นอีกเพราะคนอยู่กับช้างมานานหลายพันปี

ส่วนเรื่องทารุณกรรม สำนักข่าว NPR ของสหรัฐเคยมีบทความเรื่องลิงเก็บมะพร้างในไทยมาแล้ว และได้ซักถามผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายทั้งฝ่ายต่อต้านคือกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ (ที่อ้างว่าคนไทยไปพรากลิงจากป่า) และผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาที่เคยอยู่ในไทย

Leslie Sponsel ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านมานุษยวิทยาที่มหาวิทยาลัยฮาวาย และภรรยาคือ ดร. Poranee Natadecha-Sponsel ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับลิงในประเทศไทยและตีพิมพ์บทความในหัวข้อนี้ได้ให้สัมภาษณ์กับ NPR ว่า ในช่วงเวลาที่ทั้งสองอยู่ที่ภาคใต้ของไทย ไม่เคยสังเกตหรือได้ยินเรื่องความโหดร้ายหรือการใช้ลิงในทางที่ผิด ที่จริงแล้วลิงนั้นมีลักษณะคล้ายกับสัตว์เลี้ยงในครอบครัว และในบางครอบครัวเป็นเหมือนกับสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวในระดับหนึ่ง

ดังนั้นชาวตะวันตกจึงต้องทำความเข้าใจเรื่องลิงเก็บมะพร้าวเสียใหม่ อย่างแรกต้องเลิกคิดว่าคนไทยไปขโมยลิงจากป่ามาอย่างเดียวเพราะยังมีลิงใกล้ๆ ชุมชนมากมายให้เลือกใช้ อย่างที่สองต้องเข้าใจว่าการใช้งานลิงก็เหมือนกับที่ชาวตะวันตกใช้งานสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่ถึงขั้นทารุณด้วยซ้ำ เช่น สุนัขเลี้ยงแกะ การเลี้ยงโคนมในอุตสาหกรรมที่ปฏิบัติต่อวัวอย่างโหดร้าย

สุนัขเลี้ยงแกะ/วัวถูกฝึกเหมือนกัน มันถูกดุ ถูกล่ามโซ่ ถูกขังกว่าจะเป็นสุนัขเลี้ยงสัตว์ที่เชื่อง หลายรัฐหลายประเทศมีกฎหมายห้ามล่ามโซ่สุนัข “ยกเว้น” สุนัขเลี้ยงสัตว์สามารถถูกล่ามได้

ล่าสุด มีการฝึกที่ดูเหมือนจะศิวิไลซ์ นั่นคือการใช้ปลอกคอไฟฟ้า หรือ e-collars (เรียกให้น่ากลัวกว่านี้คือ Shock collar) สวมไว้ที่สุนัขเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมพวกมันให้ทำงานได้ตามต้องการ แต่มีการถกเถียงกันมากเรื่องความปลอดภัยและการทารุณสัตว์

แต่แล้วภาพลักษณ์ของสุนัขเลี้ยงแกะก็ถูกฟอกขาวให้ดูเชื่องและรักมนุษย์ที่ใช้งานพวกมัน ดังจะเห็นได้จากภาพยนต์หลายเรื่อง โดยเฉพาะภาพยนต์เด็ก เรียกได้ว่าปลูกฝังให้เด็กเชื่อกันมาแต่อ้อนแต่ออดว่าการใช้สุนัขวิ่งไปวิ่งมาแล้วเห่าตะคอกแกะนั้นเป็นเรื่องดี

จากการสำรวจพบว่าสุนัขพวกนี้ตายก่อนวัย เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกมันถูกใช้งานหนักมากเกินไป และไหนจะมีปัญหาเรื่องแกะถูกทารุณจากทั้งหมาและคนอีก

ห้างสรรพสินค้าอังกฤษก็ควรจะถอดสินค้าเนื้อแกะที่ใช้สุนัขเลี้ยงแกะออกไปด้วย เพราะมันทารุณสุนัขเหมือนกัน

จากการศึกษาในสหรัฐพบว่าสุนัขเลี้ยงสัตว์มีอายุสั้นและ 32% จะตายก่อนที่จะโตเต็มวัย สาเหตุที่ตายมากที่สุด “ไม่ทราบสาเหตุการตาย” (23%) และที่เท่าๆ กันคือถูกยิงตาย (23%)

สุขัขดมกลิ่นและสุนัขช่วยนำทางล้วนแต่ต้องโยงสายผูกคอมันไม่ต่างอะไรจากลิงในเมืองไทยเหมือนกัน แล้วทำไมการใช้ลิงในไทยจึงถูกโจมตีว่าเป็นการทารุณแต่ฝ่ายเดียว?

เรื่องนี้เป็นประเด็นถกเถียงทางจริยศาสตร์ได้ไม่รู้จบว่าสุนัขมันแฮปปี้หรือไม่ที่ถูกใช้งานเพราะเห็นกันอยู่ว่าอายุมันสั้นก่อนวัยอันควร? บางทีเราอาจจะต้องทำการสำรวจแบบนี้บ้างกับลิงเก็บมะพร้าว

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนตะวันตกมองว่าลิงเป็นปัญหากว่าสุนัขที่พวกเขาใช้งานก็คือ สุนัขเป็นสัตว์ในครัวเรือนมานับพันปีแล้ว แต่ลิงเป็นสัตว์ที่ก้ำกึ่งระหว่างการเป็นสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง ในประเทศที่เคยมีป่าล้อมชุมชนอย่างเมืองไทย การแยกสัตว์เลี้ยงออกจากสัตว์ป่าเป็นเรื่องที่ยากพอดูสำหรับสัตว์บางชนิด เช่น ช้างหรือลิง

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ได้หมายความว่าการใช้ลิงเก็บมะพร้าวเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ร้อยเปอร์เซนต์ สำหรับคนที่รักสัตว์การใช้ลิงทำงานเป็นเรื่องยอมรับไม่ได้

แต่เราต้องเข้าใจด้วยว่า เกษตรกรชาวไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้มีเงินทองมากมายที่จะใช้เทคโนโลยีล้ำๆ มาเก็บมะพร้าวได้

เกษตรกรที่พอมีพอกินขอยืมแรงจากลิงมาช่วยบรรเทาความยากจนของพวกเขา รายได้ที่ได้มาไม่มากนักก็แบ่งปันซื้ออาหารให้ลิงและเลี้ยงมันประหนึ่งสัตว์เลี้ยงและคนในครอบครัว

ถึงจะมีบางคนใช้ลิงเยี่ยงทาสแต่ผู้เขียนเชื่อว่ามีไม่มากเท่ากับคนที่เห็นลิงเป็นเพื่อนช่วยทำมาหากิน

สิ่งที่ไทยจะต้องทำคือ ทำให้โลกตะวันตกเข้าใจเงื่อนไขของเราว่าทำไมจึงจำเป็นต้องใช้ลิง แต่ในอนาคตเรายังต้องช่วยเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวให้ใช้วิธีอื่นที่ “เป็นปัญหา” น้อยกว่าการใช้ลิงด้วย ทั้งนี้เพื่อลดการเบียดเบียนสัตว์

และลดโอกาสที่คนไทยจะถูกตั้งแง่จากคนต่างชาติ

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน

AFP PHOTO / Manan VATSYAYANA

ชายชาวอินเดียใส่หน้ากากทองคำป้องกันโควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627677

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 13:37 น.ชายชาวอินเดียใส่หน้ากากทองคำป้องกันโควิดเจ้าตัวไม่มั่นใจว่าป้องกันไวรัสได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยเขากลายเป็นข่าวดังไปแล้ว

สำนักข่าว ANI ในอินเดียรายงานว่า มีชายชาวอินเดียชื่อศังกร กุราเท ในเมืองปูเน รัฐมหาราษฏระ สวมใส่หน้ากากอนามัยที่ทำด้วยทองคำมูลค่าถึง 289,000 รูปี หรือประมาณ 120,391 บาท 

กุราเทกล่าวว่า “มันเป็นหน้ากากบางๆ ที่มีรูเล็กๆ เพื่อที่จะได้ไม่หายใจลำบาก ผมไม่แน่ใจว่าหน้ากากนี้จะมีประสิทธิภาพหรือไม่”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ชายดังกล่าวกลายเป็นคนดังในโลกโซเชียลไปแล้วและมีการแชร์ภาพของเขากับหน้ากากทองคำไปทั่ว นอกจากนี้เวลาเดินทางไปไหนต่อไหนยังมีคนมารขอเซลฟีด้วย

ทั้งนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสทั้งหมดในอินเดียมีจำนวน 600,000 คนแล้วและมีผู้เสียชีวิตกว่า 18,000 คน ในเมืองปูเนมีรายงานผู้ติดเชื้อราว 6,000 คนเสียชีวิตจำนวน 274 คน

Photo by Sanket WANKHADE / AFP

ช้างป่าตายปริศนากว่า300ตัว บอตสวานาเร่งสอบสาเหตุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627674

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 12:06 น.ช้างป่าตายปริศนากว่า300ตัว บอตสวานาเร่งสอบสาเหตุรัฐบาลของบอตสวานาคาดว่าช้างเหล่านี้ไม่น่าจะตายเพราะถูกวางยาเพราะงาของพวกมันยังอยู่ครบ

รัฐบาลบอตสวานา ในทวีปแอฟริกากำลังสืบสวนสาเหตุที่ช้างจำนวนมากล้มตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ล่าสุดยืนยันว่ามีช้างล้มลงแล้วถึง 275 ตัวเพิ่มขึ้นจาก 154 ตัวเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

ช้างที่ตายแล้วถูกพบครั้งแรกเมื่อหลายเดือนก่อนในภูมิภาค Okavango Panhandle และเจ้าหน้าที่บอกว่าพวกเขาพยายามค้นหาสาเหตุแต่ยังมืดแปดด้าน เบื้องต้นการลักลอบล่าสัตว์เพื่อค้าชิ้นส่วนถูกตัดออกไปเพราะซากยังอยู่ครบรวมถึงงาของพวกมัน

กระทรวงสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวระบุว่า ห้องปฏิบัติการ 3 แห่งในซิมบับเว, แอฟริกาใต้ และแคนาดากำลังตรวจสอบตัวอย่างจากช้างที่ตายแล้วเพื่อค้นหาสาเหตุ

ด้านองค์กรอนุรักษ์ช้างไร้พรมแดน (EWB) กล่าวว่าจากการสำรวจทางอากาศแสดงให้เห็นว่าดูเหมือนว่าช้างทุกวัยจพล้มตายเหมือนๆ กัย โดยทางองค์กรพบช้างที่ตายจำนวน 169 ตัวในวันที่ 25 พฤษภาคมและอีก 187 ตัวในวันที่ 14 มิถุนายน

“ที่เราสังเกตพบ มีช้างที่ยังมีชีวิตหลายตัวมีอาการอ่อนแอ อ่อนเพลีย และผอมแห้ง ช้างบางตัวมีอาการง่วงเหงาหาวนอน เดินลำบาก แสดงอาการของอัมพาตบางส่วน หรืออ่อนแรง … เราสังเกตว่ามีช้างตัวหนึ่งกำลังเดินเป็นวงกลมไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้แม้ว่าสมาชิกในกลุ่มตัวอื่นๆ จะพยายามช่วยก็ตาม” รายงานกล่าวและย้ำว่าจำเป็นต้องมีการดำเนินการเร่งด่วนว่าการเสียชีวิตเกิดจากโรคหรือยาพิษ

ประชากรช้างโดยรวมของแอฟริกากำลังลดลงเนื่องจากการรุกล้ำ แต่บอตสวานาซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้างเกือบหนึ่งในสามในทวีปนี้ มีจำนวนช้างเพิ่มขึ้นถึง 130,000 จาก 80,000 นับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษที่ 90

ภาพจาก NATIONAL PARK RESCUE

ทรัมป์ใช้วันเอกราชประกาศสยบฝ่ายซ้าย อ้างผู้ประท้วงทำลายชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627670

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 10:33 น.ทรัมป์ใช้วันเอกราชประกาศสยบฝ่ายซ้าย อ้างผู้ประท้วงทำลายชาติการเมืองสหรัฐกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างอุดมการณ์อีกครั้ง เมื่อทรัมป์ปลุกผีฝ่ายซ้ายมาฝช้โจมตีผู้ประท้วงว่าหัวรุนแรง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีแถลงการเนื่องในวันประกาศอิสรภาพ หรือวันชาติของสหรัฐ วันที่ 4 กรกฎาคม โดยสัญญาว่าจะเอาชนะ“ ฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง” และโอ้อวดว่าสามารถจัดการกับโควิด-19 ได้อยู่หมัด ทั้ง ที่กรณีผู้ติดเชื้อที่สหรัฐยังพุ่งไม่หยุด

“ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในขั้นตอนของการเอาชนะฝ่ายซ้ายที่เหลือ: พวกมาร์กซิสต์, ผู้นิยมอนาธิปไตย, ผู้ก่อความวุ่นวาย, ผู้ปล้นชิง และคนอื่นๆ ในหลายๆ กรณีที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ เราจะไม่ปล่อยให้มวลชนที่โกรธแค้นทำลายรูปปั้นของเรา ลบประวัติศาสตร์ของเรา ปลูกฝังลูกหลานของเราในทางที่ผิด หรือเหยียบย่ำเสรีภาพของเรา” ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ที่สนามหญ้าทางทิศใต้ของทำเนียบขาว

ในช่วงเวลาหลายสัปดาห์ ทรัมป์มุ่งมั่นกับความพยายามทำลายการเคลื่อนไหวต่อต้านการเหยียดผิวหลังจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ จนกลายเป็นขบวนการตรวจสอบประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดผิว ล่าสุดได้มีการเรียกร้องให้ทำลายประติมากรรมรูปประธานาธิบดีสหรัฐที่ภูเขารัชมอร์ ทำให้ทรัมป์ถึงกับต้องเดินทางไปที่รัชมอร์ ในรัฐเซาท์ดาโกตาด้วยตัวเอง

ที่รัชมอร์ทรัมป์มีสุนทรพจน์ในลักษณะเดียวกันโดยกล่าวหาผู้ประท้วงว่าเป็นพวก “ลัทธิฟาสซิสต์ใหม่ฝ่ายซ้ายจนถึงซ้ายสุดโต่ง” ที่พยายามลบประวัติศาสตร์ของชาติ

ทรัมป์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากการรับมือการระบาดของใช้โคโรนาไวรัสยังกล่าวว่าสหรัฐกำลังประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อในการค้นหาวิธีการรักษาไวรัสและกำลังทำการ “ทดสอบในเชิงลึก” เกี่ยวกับวัคซีน เและชมเชยว่ามีการตรวจเชื้อเป็นจำนวนมากในสหรัฐ

“เราก้าวหน้าไปมาก กลยุทธ์ของเราก็ดำเนินไปด้วยดี” ทรัมป์กล่าว

แต่ดุเหมือนว่าทรัมป์จะใช้วิธีการอธิบายความสำเร็จของคนละมุมมองกับสาธารณชน จากคำพูดของทรัมป์ทำให้เราเข้าใจว่าการติดเชื้อจำนวนมากในสหรัฐเป็นผลมาจากการตรวจผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ไม่ใช่เพราะความผิดพลาดของรัฐบาลเขา

Photo by SAUL LOEB / AFP