“ฟลอริดา”พบติดโควิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ วันเดียวยอดพุ่ง 1.1หมื่นราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627669

วันที่ 05 ก.ค. 2563 เวลา 09:06 น."ฟลอริดา"พบติดโควิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ วันเดียวยอดพุ่ง 1.1หมื่นรายรัฐฟลอริดาของสหรัฐ พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ วันเดียวติดเชื้อกว่า 1.1 หมื่นราย ทำให้ต้องชะลอการคลายล็อคดาวน์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 63 รัฐฟลอริดาทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ถึง 11,458 รายในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และนับเป็นครั้งที่สองในรอบสามวันที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งเกิน 10,000 ราย

รายงานข่าวระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้รัฐฟลอริดาต้องชะลอการกลับมาเปิดเศรษฐกิจบางส่วนออกไปก่อน

ทั้งนี้ในสหรัฐมีเพียงรัฐนิวยอร์กเท่านั้นที่พบผู้ติดเชื้อวันเดียวสูงกว่ารัฐฟลอริดา โดยพบผู้ติดเชื้อ 11,571 ราย เมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่่ผ่านมา

ด้าน Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลกระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐล่าสุดอยู่ที่ 2,890,588 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 132,101 ราย

ใครคือมือปราบม็อบสายฮาร์ดคอร์ที่สีจิ้นผิงส่งไปฮ่องกง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627651

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 20:49 น.ใครคือมือปราบม็อบสายฮาร์ดคอร์ที่สีจิ้นผิงส่งไปฮ่องกงเปิดประวัติ เจิ้งเยี่ยนสง มือปราบม็อบสายฮาร์ดคอร์ที่ทำผลงานเข้าตารัฐบาลจีน จนได้ดิบได้ดีเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง

การแต่งตั้ง เจิ้งเยี่ยนสง (Zheng Yanxiong) เจ้าหน้าที่ปราบม็อบมือเก๋าจากมลฑลกวางตุ้งให้รับตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง ซึ่งถือเป็นมือเป็นไม้ของรัฐบาลจีนในการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง แทนที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับทั้งคนในและคนนอกไม่น้อย

แต่ก็มีนักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพราะสีจิ้นผิงต้องการคนสายฮาร์ดคอที่คุ้นเคยกับการปราบม็อบและกิจการภายในของฮ่องกงมาคุมฮ่องกง และเจิ้งคือตัวเลือกที่เข้าตาที่สุดด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อม

เจิ้งในวัย 56 ปีเป็นคนซัวเถาในมณฑลกวางตุ้ง เพราะฉะนั้นเรื่องภาษากวางตุ้งที่ใช้กันในฮ่องกงไม่เป็นปัญหาสำหรับเจิ้ง

ด้านการทำงาน เจิ้งเป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสั่งสมประสบการณ์ในมณฑลกวางตุ้งมานานหลายสิบปี ซึ่งกวางตุ้งถือเป็นมณฑลทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจและยังมีพรมแดนติดกับฮ่องกงด้วย

แต่ผลงานที่โดดเด่นเข้าตารัฐบาลจีนก็คือการปราบม็อบชาวบ้านในปี 2011 ขณะที่เจ้าตัวดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลซ่านเหว่ย

ขณะนั้นชาวบ้านอูข่านในมณฑลกวางตุ้งรวมตัวประท้วงถึงสองครั้งสองครา ครั้งแรกเป็นการแสดงความไม่พอใจเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เข้ายึดที่ดินของชาวบ้าน โดยชาวบ้านกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่รับเงินใต้โต๊ะจากนายทุนอสังหาริมทรัพย์

ส่วนครั้งที่สองเป็นการประท้วงที่ทางการไม่ยอมจ่ายเงินชดเชยค่าที่ดินที่ยึดไปจากชาวบ้าน และยังจับกุมตัวผู้นำหมู่บ้านไปโดยยัดเยียดข้อหาให้

เหตุการณ์บานปลายจนทางการจีนไม่พอใจ จึงส่งเจิ้งเยี่ยนสงเข้ามาจัดการกับชาวบ้านด้วยการใช้ตำรวจปราบจลาจลเข้าควบคุมสถานการณ์จนนำมาสู่การจับกุมครั้งใหญ่ จนม็อบต้องสลายไป

นอกจากจัดการกับชาวบ้านด้วยวิธีเด็ดขาดแล้ว เจิ้งยังวิจารณ์ชาวบ้านและสื่อต่างชาติที่เข้าไปทำข่าวด้วยถ้อยคำดุเดือด โดยกล่าวหาว่าชาวบ้านอูข่านรวมหัวกับสื่อต่างชาติสร้างปัญหาในบ้านตัวเอง และโจมตีสื่อต่างชาติว่า “ถ้าจะถามหาความน่าเชื่อถือจากสื่อต่างชาติ คงต้องรอให้หมูมีปีกบินได้ก่อน” และยังพูดถึงสื่อต่างชาติบางรายว่าเลวร้าย

นับตั้งแต่นั้นมาเจิ้งก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นว่าเล่นจากผลงานความฮาร์ดคอร์เมื่อครั้งปราบม็อบ

ปี 2013 เลื่อนขั้นเป็นรองหัวหน้ากรมโฆษณาชวนเชื่อมณฑลกวางตุ้งและปี 2018 เป็นเลขาธิการใหญ่ของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์มณฑลกวางตุ้ง หรือเทียบเท่ากับหัวหน้าเจ้าหน้าที่จากพรรคคอมมิวนิสต์ที่ประจำอยู่ในกวางตุ้ง ก่อนจะขยับขึ้นเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของมณฑลในตำแหน่งสมาชิกถาวรของคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อต้นปีที่แล้ว

เทียนเฟยหลง ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเป่ยหางเผยว่า ผลงานการปราบม็อบชาวบ้านอูข่านของเจิ้งเรียกคะแนนจากรัฐบาลจีนได้ไม่น้อย

ทำให้สีจิ้นผิงไว้ใจให้เจิ้งเป็นตัวแทนรัฐบาลจีนเข้าไปควบคุมม็อบในฮ่องกง

ผู้เชี่ยวชาญเตือนวัคซีนโควิดอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627660

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 19:34 น.ผู้เชี่ยวชาญเตือนวัคซีนโควิดอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญที่เคยอยู่ในทีมนักวิจัยที่ค้นพบเชื้อไวรัสอีโบล่าเผย วัคซีนอาจไม่ใช่กระสุนเงินที่จบปัญหาโควิดทั่วโลก  

ปีเตอร์ พิโอต์ นักวิทยาไวรัสและผู้อำนวยการวิทยาลัยสุขภาพและเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยลอนดอนเตือนว่า วัคซีน Covid-19 อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะยุติการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสทั่วโลก เนื่องจากเป็นไปได้ยากที่วัคซีนจะกระจายไปถึงผู้คนนับพันล้านทั่วโลกภายในช่วงเวลาไม่กี่เดือน และวัคซีนอาจไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อได้ 100%

พิโอต์ยังเผยอีกว่า การพัฒนาวัคซีนมีความยุ่งยากซับซ้อนและต้องใช้เวลา ทั้งยังมีอัตราพัฒนาสำเร็จเฉลี่ยไม่ถึง 10%

“เราไม่สามารถใช้ทางลัดได้ แต่ต้องทดลองจนแน่ใจว่าวัคซีนได้ผล และต้องทดลองในกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมากเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่แม่นยำ” พิโอต์กล่าว

นักไวรัสวิทยาชาวเบลเยียมซึ่งเป็นหนึ่งในทีมผู้เชี่ยวชาญที่ค้นพบเชื้อไวรัสอีโบล่ายังกังวลอีกว่า ขณะนี้โลกเรายังไม่มีโรงงานที่มีศักยภาพในการผลิตวัคซีนเป็นจำนวนพันๆ ล้านโดส และมีขวดบรรจุวัคซีนไม่เพียงพอ

“หากคุณได้ยินนักการเมืองพูดว่าเราจะมีวัคซีนในปีหน้า แล้วทุกอย่างจะกลับสู่ภาวะปกติ ผมแนะนำให้ลืมไปซะ เพราะวัคซีนไม่ใช่กระสุนเงินที่จะจบทุกอย่าง”

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นภูมิศาสตร์การเมืองให้พิจารณาอีกว่าประเทศใดบ้างที่มีสิทธิ์เข้าถึงวัคซีน อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ ทางการสหรัฐเพิ่งประกาศว่าได้กว้านซื้อยาเรมเดซิเวียร์ ซึ่งเป็นตัวยาเพียงตัวเดียวที่รักษา Covid-19 ได้ดีที่สุดในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะผลิตออกมาในเดือน ก.ค.-ก.ย.ไปเกือบทั้งหมดแล้ว

เกาหลีเหนือหมดอารมณ์ ไม่อยากนั่งถกเจรจาหารือใดๆกับสหรัฐอีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627649

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 17:05 น.เกาหลีเหนือหมดอารมณ์ ไม่อยากนั่งถกเจรจาหารือใดๆกับสหรัฐอีกเกาหลีเหนือไม่อยากเจรจาอะไรกับสหรัฐอีก เหน็บคุยไปเป็นได้มากสุดแค่เครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาลวอชิงตัน

รอยเตอร์รายงานว่า นางโช ซอน ฮุย (Choe Son Hui) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือ ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยางในวันนี้ (04 ก.ค.) ว่า เกาหลีเหนือไม่ได้รู้สึกถึงความจำเป็นที่จะต้องเจรจาหารือใดๆกับสหรัฐอีก เนื่องจากการเจรจาที่ผ่านมานั้น ไม่ต่างอะไรกับที่เกาหลีเหนือตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองให้กับอีกฝ่าย

คำพูดของนางโซ มีขึ้นก่อนหน้าที่คณะนักการทูตสหรัฐจะเดินทางมายังเกาหลีใต้ เพื่อหารือถึงประเด็นระหว่างสองเกาหลี

“เรารู้สึกว่าไม่จำเป็นที่ต้องนั่งหารือใดๆกับสหรัฐอีก ประเด็นระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐไม่มีอะไรมากไปกว่าแค่เปียงยางตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาลวอชิงตัน”

ทั้งนี้ นายสตีเฟน บีกัม รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ และคณะมีกำหนดเดินทางยังกรุงโซล เพื่อหารือกับรัฐบาลเกาหลีใต้ต่อกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งบนคาบสมุทรเกาหลีซึ่งกลับมาทวีความรุนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ และนายคิมจองอึนพบปะหารือกันครั้งแรกปี 2018 ในซัมมิตที่สิงคโปร์ ก่อนจะพบกันอีกครั้งในการประชุมที่เวียดนามปี 2019 กระทั่งการพบกันครั้งล่าสุดของสองผู้นำมีขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2019 ที่ผ่านมา บริเวณเส้นแบ่งเขตปลอดทหารหมู่บ้านปันมุนจอม

แฟ้มภาพ AFP

ปิดตำนาน50ปี โบอิ้งยุติผลิตเครื่อง747 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627640

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 15:10 น.ปิดตำนาน50ปี โบอิ้งยุติผลิตเครื่อง747ปิดฉาก”Queen of the Skies” โบอิ้งยุติสายการผลิตจัมโบ้เจ็ท747ใน2ปีข้างหน้า

โบอิ้ง (Boeing) ผู้ผลิตอากาศยานสัญชาติสหรัฐ เตรียมปิดฉากเตรียมยุติสายการผลิตเครื่องบินรุ่น747 ซึ่งเป็นเครื่องรุ่นดังอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของโบอิ้ง หลังเครื่องดังกล่าวถูกผลิตออกมานานกว่า 50 ปีในหลายรุ่น

การส่งมอบ747ล็อตสุดท้ายจะมีขึ้นภายใน2ปีข้างหน้า โดยผู้ที่จะได้รับมอบ747-8 จำนวน 15 ลำสุดท้าย หนึ่งในนั้นคือรัฐบาลสหรัฐซึ่งได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันใหม่จำนวน 2 ลำเมื่อปี2017 ส่วนที่เหลือจะถูกส่งมอบให้กับบริษัทขนส่งเอกชนอย่าง UPS และ Volga-Dnepr ของรัสเซีย

ที่ผ่านมาสายการบินบริติชแอร์เวย์ของอังกฤษ ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีเครื่อง747ประจำฝูงบินมากที่สุดถึง 34 ลำ โดยทั้งหมดเตรียมจะถูกปลดประจำการภายในปี 2024 เช่นเดียวกับสายการบินสัญชาติเนเธอร์แลนด์อย่าง KLM และสิงคโปร์แอร์ไลน์ ต่างก็ปลดประจำการเครื่อง747แล้วพร้อมกับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องคาร์โก้ขนสินค้าในบางส่วน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจากฝั่งโบอิ้ง มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิดซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมการบินโลกในระยะยาว โดยการการยุติผลิตเครื่อง747นี้มีขึ้นตามมาหลังจากที่แอร์บัสได้ประกาศยุติผลิตเครื่องA380 เช่นเดียวกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแผนการตลาดของสองยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตอากาศยานที่หันไปมุ่งพัฒนาเครื่องบินขนาดเล็กและขนาดกลางแทน ไม่ว่าจะเป็นรุ่น 777,787, A330 และA350 ซึ่งจากเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้เครื่องบินขนาดกลาง สามารถทำการบินได้ไกลไม่แพ้กับเครื่องบินขนาดใหญ่ ซึ่งหลายสายการบินทั่วโลกต่างหันมาใช้เครื่องบินลักษณะดังกล่าวในการให้บริการผู้โดยสารเนื่องจากมีต้นทุนที่ประหยัดกว่าการใช้เครื่องบินลำใหญ่อย่าง A380 หรือเครื่อง747 ประกอบกับโบอิ้งประสบภาวะขาดทุนจากเครื่องรุ่นดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2016

สำหรับโบอิ้ง 747 มีฉายาว่า “ราชินีแห่งท้องฟ้า” เนื่องจากรูปร่างอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเครื่อง โดย747-100ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกช่วงทศวรรษที่1970 ด้วยฐานะเครื่องบินโดยสารแบบสองชั้นลำแรกแบบ4เครื่องยนต์ ก่อนที่หลังจากนั้นจะถูกผลิตออกมาในหลายรุ่น จนถึงรุ่นล่าสุดคือ747-8

นับตั้งแต่747ลำแรกให้บริการเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว “ราชินีแห่งท้องฟ้า”ได้ให้บริการผู้โดยสารทั่วโลกแล้วกว่า 3.5 พันล้านคน

แฟนสาวลูกชายคนโตทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627633

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 13:32 น.แฟนสาวลูกชายคนโตทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19พบคนใกล้ชิดครอบครัวประธานาธิบดีทรัมป์ติดเชื้อโควิด ด้านผู้นำสหรัฐยังปลอดภัย

สื่อสหรัฐรายงานว่า คิมเบอร์ลี กิลฟอยล์ (Kimberly Guilfoyle) แฟนสาวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของประะธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ติดเชื้อโควิด-19 นับเป็นหนึ่งในบุคคลใกล้ชิดที่สุดของครอบครัวทรัมป์ที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว

กิลฟอยล์วัย 51 ซึ่งเป็นอดีตผู้ประกาศข่าวช่องฟ็อกส์นิวส์ นอกจากเป็นแฟนสาวของลูกชายคนโตของปธน.ทรัมป์แล้ว เธอยังมีส่วนในการระดมทุนหาเสียงกับประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย โดยเธอได้แยกกักตัวเองเพื่อสังเกตอาการแล้ว ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายปธน.ทรัมป์ ผลตรวจยังไม่พบการติดเชื้อแต่อย่างใด แต่ก็เข้ามาตรการกักกันตัวเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน

ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่เธอจะถูกตรวจพบเชื้อ กิลฟอยด์ได้เดินทางไปยังรัฐเซาท์ดาโกต้า เพื่อร่วมฟังคำกล่าวสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ในพื้นที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติภูเขารัชมอร์ เนื่องในวันชาติสหรัฐ 4 ก.ค. อย่างไรก็ดี ทั้งกิลฟอยล์และทรัมป์จูเนียร์ ไม่ได้โดยสารเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันไปพร้อมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แต่อย่างใด

ฝนถล่มภาคตะวันตกญี่ปุ่น สั่งอพยพประชาชน2แสนหนีน้ำท่วมหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627630

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 12:31 น.ฝนถล่มภาคตะวันตกญี่ปุ่น สั่งอพยพประชาชน2แสนหนีน้ำท่วมหนักฝนถล่มเกาะคิวชูหนักสุดรอบหลายสิบปี ญี่ปุ่นอพยพประชาชน 2 แสนหนีน้ำท่วมฉับพลัน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนภัยฉุกเฉินระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสุงสุด หลังเกิดฝนตกหนักบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศบริเวณจังหวัดคูมาโมโตะ และจังหวัดคาโงชิมะ เป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมฉบับพลันเข้ายังพื้นที่หลายส่วน ทางการท้องถิ่นต้องสั่งอพยพชาวบ้านในพื้นที่ราว 2 แสนคนไปยังศูนย์หลบภัยชั่วคราว

รายงานระบุว่า ที่เมืองฮิโตโยชิในจังหวัดคูมาโมโตะ ระดับน้ำในแม่น้ำคูมะได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เมือง พร้อมพัดพาบ้านเรือนของประชาชนในบ้างส่วนไปตามกระแสน้ำ เช่นเดียวกับที่เมืองสึนางิในจังหวัดคูมาโมโตะ พบเหยื่อเสียชีวิตสองรายจากเหตุดินถล่ม ขณะที่อีกอย่างน้อย 10 รายยังคงสูญหาย

สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเผยว่า ช่วงเวลาก่อน05.00น.ของเช้าวันนี้ (04 ก.ค.) บางพื้นที่ของจังหวัดคูมาโมโตะวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เช่นเดียวกับจังหวัดคาโงชิมะในภูมิภาคคิวชู นับเป็นภาวะฝนตกหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงหลายสิบปี

ด้านนายกรัฐมนตรีชินโซะ อาเบะ ได้สั่งระดมพลจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจำนวน 10,000 นาย ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือพร้อมเร่งค้นหาและกู้ภัยชาวบ้านที่ติดอยู่ในพื้นที่ ส่วนรถไฟชินคันเซ็นได้หยุดวิ่งให้บริการในทุกเส้นทางทั่วภูมิภาคคิวชูแล้ว

ห้างสรรพสินค้าอังกฤษแบน “มะพร้าวไทย” อ้างใช้แรงงานลิง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627616

วันที่ 04 ก.ค. 2563 เวลา 10:45 น.ห้างสรรพสินค้าอังกฤษแบน "มะพร้าวไทย" อ้างใช้แรงงานลิงซุปเปอร์มาร์เก็ตอังกฤษ แบนผลิตภัณฑ์มะพร้าวไทยพ้นชั้นวาง หลังกลุ่มพิทักษ์เผยทรมานสัตว์ใช้แรงงานลิง

เว็บไซต์บีบีซีรายงานว่า บรรดาซุปเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรสินค้าชั้นนำในอังกฤษอย่าง Waitrose, Ocado, Co-op และ Boots ต่างสั่งเก็บผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูป น้ำมะพร้าว น้ำมันมะพร้าว หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับมะพร้าวอื่นๆที่มาจากประเทศไทย ออกจากชั้นวางในห้างทุกสาขา เพื่อตอบสนองต่อการรณรงค์ของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สัตว์ (People for the Ethical Treatment of Animals หรือ Peta) ออกมาประท้วงว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจากการทรมานสัตว์เพราะใช้แรงงานลิงในการปีนเก็บมะพร้าว

พีต้าระบุว่า ลิงกัง (pigtailed macaque) จะถูกจับจากป่า แล้วนำมาฝึกเพื่อปีนเก็บลูกมะพร้าววันละ 1,000 ลูกต่อวันต่อหนึ่งตัว ลิงกังในไทยเหล่านี้ถูกปฏิบัติไม่ต่างจาก “เครื่องจักรเก็บมะพร้าว” (coconut-picking machines) ซึ่งหากเป็นแรงงานคนจะเก็บได้เพียงราว 80 ลูกต่อวัน

ขณะเดียวกัน Morrisons ซุปเปอร์มาร์เก็ตดังอีกเจ้าในอังกฤษก็ประกาศว่า ได้เก็บผลิตภัณฑ์ที่ใช้แรงงานลิงในการผลิตออกจากชั้นวางแล้ว

แถลงการณ์จาก Waitrose ระบุว่า “ในฐานะส่วนหนึ่งของผู้สนับสนุนนโยบายสวัสดิภาพของสัตว์ เรามุ่งมั่นจะไม่ขายผลิตภัณฑ์หรือสินค้าใดๆที่มาจากแรงงานลิง” ส่วน Co-op กล่าวว่า”ในฐานะผู้ค้าปลีกที่มีจริยธรรมเราไม่อนุญาตให้ใช้แรงงานลิงในการจัดหาส่วนผสมสำหรับผลิตภัณฑ์ของเรา”

ไม่เพียงแค่ท่าทีของบรรดาห้างสรรพสินค้าในอังกฤษเท่านั้น นางสาวแคร์รี ไซมอนด์ คู่หมั้นของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ก็ได้ทวีตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ เรียกร้องให้ห้างสรรพสินค้าทุกแห่ง ร่วมมือกันแบนผลิตภัณฑ์กะทิและน้ำมะพร้าวที่ใช้แรงงานลิงด้วย

อย่างไรก็ดี ห้างสรรพสินค้าบางแห่งอย่างเทสโก้ของอังกฤษยืนยันว่า ผลิตภัณฑ์ที่มาจากมะพร้าวที่วางขายในห้างนั้นไม่มีการใช้แรงงานสัตว์ในกระบวนการผลิตแต่อย่างใด

รายงานของกลุ่มพีต้ายังเผยอีกว่า พบฟาร์ม 8 แห่งในไทยที่บังคับให้ลิงเก็บลูกมะพร้าวเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังพบ โรงเรียนฝึงลิง ที่สอนให้ลิงเก็บลูกมะพร้าว รวมทั้งขี่จักรยานหรือเล่นบาสเกตบอล เพื่อสร้างความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยว โดยลิงจำนวนมากเหล่านี้ถูกลักลอบจับจากป่าขณะที่ยังเล็ก ถูกล่ามและขังในกรงแคบๆไร้อิสระ

ทั้งนี้กลุ่มพีต้ายังได้เรียกร้องผู้คนไม่สนับสนุนการใช้แรงงานลิงด้วยการแบนผลิตภัณฑ์มะพร้าวที่มาจากประเทศไทยด้วย

แฟ้มภาพ : AFP

https://www.bbc.com/news/

https://www.reuters.com/

โควิด 19 ทำคนไข้วัย 62 จู๋แข็ง 4 ชั่วโมง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627599

วันที่ 03 ก.ค. 2563 เวลา 19:47 น.โควิด 19 ทำคนไข้วัย 62 จู๋แข็ง 4 ชั่วโมงแพทย์เตือน Covid-19 อาจมีผลข้างเคียง ทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวนานกว่า 4 ชั่วโมง ถ้ารักษาไม่ทันเสี่ยงเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถาวร

วารสารทางการแพทย์ The American Journal Of Emergency Medicine รายงานเคสเกี่ยวกับ Covid-19 ที่น่าสนใจว่า ชายวัย 62 ปีจากฝรั่งเศสมีอาการอวัยวะเพศแข็งตัวนานกว่า 4 ชั่วโมงขณะเข้ารักษาตัวด้วยโรค Covid-19 ที่โรงพยาบาล Centre Hospitalier de Versailles ใกล้กับกรุงปารีส

ชายคนดังกล่าวไปพบแพทย์จากอาการไข้ ไอแห้ง หายใจลำบาก และท้องเสีย และอีก 2 วันให้หลังอาการหายใจลำบากของเขาเริ่มรุนแรงขึ้นและระบบหายใจล้มเหลวจึงถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง

จากการตรวจร่างกายอย่างละเอียดแพทย์พบว่าคนไข้รายนี้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส และการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ยังพบว่าคนไข้มีอาการองคชาติแข็งค้าง (priapism) มาก่อนหน้านี้ โดยแพทย์ลงความเห็นว่าเป็นการแข็งค้างชนิดขาดเลือด คือเลือดค้างอยู่ในหลอดเลือดองคชาติต่อเนื่อง ไม่สามารถไหลเวียนกลับเข้าสู่หัวใจได้ตามปกติ

หลังจากพยายามใช้น้ำแข็งประคบราว 4 ชั่วโมงก็ยังไม่อ่อนลง แพทย์จึงตัดสินใจใช้เข็มฉีดยาดูดเลือดที่ค้างออกจากอวัยวะเพศ จึงพบว่ามีลิ่มเลือดก้อนดำๆ ติดอยู่ โดยแพทย์คาดว่าลิ่มเลือดดังกล่าวเป็นกระทบจาก Covid-19

การแข็งตัวค้างขององคชาติของคนไข้รายนี้เป็นกรณีแรกที่พบในผู้ป่วย Covid-19

ทั้งนี้ การแข็งตัวค้างชนิดขาดเลือดส่งผลให้เลือดที่คั่งค้างขาดออกซิเจน ทำให้เนื้อเยื่อองคชาติขาดเลือด ก่อให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก หากแข็งค้างนานกว่า 4 ชั่วโมง เนื้อเยื่อองคชาติจะเริ่มตาย

หากนานกว่า 24 ชั่วโมง โอกาสที่เนื้อเยื่อองคชาติตายกลายเป็นพังผืดถาวรจะยิ่งสูงขึ้น และนำมาสู่ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศถาวร

ภาพ : Shutterstock

โควิดระบาด 3 เดือน ทำคนเอเชียในแคลิฟอร์เนียถูกบุลลี่ 800 เคส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/627595

วันที่ 03 ก.ค. 2563 เวลา 18:35 น.โควิดระบาด 3 เดือน ทำคนเอเชียในแคลิฟอร์เนียถูกบุลลี่ 800 เคสพบคนเชื้อสายเอเชียในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐถูกเหยียดและคุกคามในช่วง 3 เดือนของการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรักว่า 800 ครั้ง

Stop AAPI Hate องค์กรให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนแก่ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียในสหรัฐเผยข้อมูลว่า ในช่วง 13 สัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเชื้อโคโรนาไวรัสกำลังระบาดในสหรัฐ ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ 832 คนแจ้งว่าถูกเหยียดเชื้อชาติ

โดย 9.7% ถูกทำร้ายร่างกาย 7.7% ถูกเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน ห้ามเข้าสถานที่บางแห่ง และห้ามใช้บริการขนส่งสาธารณะ และยังมีหญิงชาวเอเชีย 61.7% แจ้งว่าถูกเลือกปฏิบัติและถูกคุกคาม ขณะที่ผู้ชาวเชื้อสายเอเชียถูกเลือกปฏิบัติและถูกคุกคามน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

รายงานยังระบุอีกว่า การเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชียยังถูกจุดชนวนขึ้นโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ที่ใช้คำว่า “Kung Flu” ที่ล้อกับคำว่า Kung Fu ที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน เพื่อเหน็บแนมการรับมือการแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ของจีน

รัสเซลล์ เจิง ศาสตราจารย์จากคณะเอเชียน-อเมริกันศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐซานฟรานซิสโกเผยว่า หากรัฐบาลไม่เข้ามาจัดการปัญหานี้ การเหยียดเชี้อชาติคนเชื้อสายเอเชียเนื่องจาก Covid-19 จะหยั่งรากลึก และสุดท้ายจะส่งผลกระทบกับชีวิตของชาวแคลิฟอร์เนียและชาวอเมริกันทั่วประเทศนับล้านคน