ปู่อเมริกันรอดชีวิตจากโควิด เจอบิลค่ารักษา34ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625990

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 17:01 น.ปู่อเมริกันรอดชีวิตจากโควิด เจอบิลค่ารักษา34ล้านถึงจะรอดมาได้ราวปาฏิหาริย์แต่การได้มาเห็นบิลค่าใช้จ่ายทำให้ใจของเขาฝ่อไปเลยทีเดียว

สำนักข่าว Seattle Times รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าชายอเมริกันวัย 70 ที่รอดชีวิตจากโควิด-19 กลับต้องมาเจอกับค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลสูงถึง 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 34 ล้านบาท

ไมเคิล ฟลอร์ (Michael Flor) เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตันทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐเมื่อวันที่ 4 มีนาคมและพักอยู่ 62 วัน จนถึงจุดหนึ่งเขาเกือบจะไม่รอดอยู่แล้วทำให้พยาบาลต้องช่วยถือโทรศัพท์ไว้เพื่อให้ภรรยาและลูกๆ ของเขาบอกลา

แต่เขาฟื้นตัวจากโรคได้อย่างปาฏิหาริย์และออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมท่ามกลางเสียงเชียร์ของเจ้าหน้าที่พยาบาล แต่แล้วเขาต้องมารับใบเสร็จค่ารักษาความยาวถึง 181 หน้ารวมเป็นเงิน 1,122,501.04 เหรียญสหรัฐ

ค่าใช้จ่ายนี้รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับห้องผู้ป่วยหนัก 9,736 เหรียญต่อวัน ค่าใช้จ่ายเกือบ 409,000 เหรียญสหรัฐสำหรับการฟื้นตัวในห้องปลอดเชื้อเป็นเวลา 42 วัน ค่าใช้จ่าย 82,000 เหรียญสหรัฐสำหรับการใช้เครื่องช่วยหายใจ 29 วัน และค่าใช้จ่ายเกือบ 100,000 เหรียญสหรัฐสำหรับการรักษา 2 วันเมื่ออาการของทรุดลงจนเกือบจะเสียชีวิต

ฟลอร์ได้รับการคุ้มครองโดยประกันสุขภาพ Medicare ซึ่งเป็นโครงการประกันของรัฐบาลสำหรับผู้สูงอายุและเป็นไปได้ที่เขาจะไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินรักษาด้วยตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ระบบ Medicare อิงกับเงินภาษีประชาชนด้วย ทำให้ฟลอร์บอกว่าเขารู้สึกผิด เมื่อรู้ว่าประชาชนผู้เสียภาษีจะแบกรับค่าใช้จ่ายการรักษาของเขาเป็นเงินมหาศาล

“มันเป็นเงินล้านเหรียญที่นำมาช่วยชีวิตผมและแน่นอนผมจะบอกว่านั่นคือเงินนั้นใช้ได้คุ้มทีเดียว… แต่ผมก็รู้ว่าคงมีผมคนเดียวที่พูดแบบนั้นได้” เขาบอกกับ Seattle Times

ทั้งนี้สหรัฐเป็นประเทศที่ค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพที่มีราคาแพงที่สุดในโลก และหนึ่งในแผนการพยุงเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐ คือ การอัดฉีดงบประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อชดเชยให้โรงพยาบาลและบริษัทประกันเอกชนที่ให้การรักษาผู้ป่วยโควิด-19

Photo by MARVIN RECINOS / AFP

อังกฤษจับอนุสาวรีย์ใส่กล่องป้องกันผู้ประท้วงบุกทำลาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625972

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 14:35 น.อังกฤษจับอนุสาวรีย์ใส่กล่องป้องกันผู้ประท้วงบุกทำลายแม้แต่อนุสาวรีย์ก็ไม่ปลอดภัยจากการตรวจสอบของขบวนการความยุติธรรมทางสังคม

หลังจากที่เกิดกระแสการทำลายอนุสรณ์ของบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีพฤติกรรมเหยียดเชื้อชาติหรือเกี่ยวข้องกับการค้าทาสหลายแห่ง เช่น ที่บริสตอล ลอนดอน รวมถึงในเบลเยียม และออสเตรเลีย ในเวลานี้ทางการสหราชอาณาจักรในพื้นที่ต่างๆ เช่น อังกฤษและสก็อตแลนด์ ต้องระดมกำลังนำแผ่นไม้มาสร้างเป็นกล่องสวมอนุสาวรีย์ที่สำคัญๆ เอาไว้เพื่อป้องกันความเสียหาย

อนุสรณ์บุคคลสำคัญที่ถูกเล่นงานโดยผู้ประท้วงไปแล้ว คือวินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่ถูกกล่าวหาว่ามีทัศนคติเหยียดเชื้อชาติต่อชาวอินเดียและมีส่วนทำให้ชาวอินเดียในรัฐเบลกอลหลายล้านคนต้องเสียชีวิตเพราะความอดอยาก อนุสาวรีย์ของเชอร์ชิลที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอนถูกผู้ประท้วงรุมพ่นสีสเปรย์และปิดแผ่นป้ายประณาม

ที่เอดินบะระ ในสก็อตแลนด์มีอนุสรณ์หลายแห่งถูกบุกทำลาย เช่น อนุสาวรีย์ของรอเบิร์ท ดันดาส ไวเคาท์ลำดับที่ 2 แห่งเมลวิล (Robert Dundas) อนุสรณ์ของรอเบิร์ท พีล (Robert Peel) อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่เมืองกลาสโก ในสก็อตแลนด์ อนุสรณ์ของดยุคแห่งเวลลิงตัน (Duke of Wellington) ในเมืองกลาสโก แม้แต่อนุสรณ์ในเมืองสเตอร์ลิงของรอเบิร์ท เดอะ บรูซ (Robert The Bruce) อดีตกษัตริย์โบราณของสก็อตแลนด์ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเหยียดเชื้อชาติหรือการค้าทาสก็ถูกทำลายไปด้วย

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ในอังกฤษต้องตีไม้เป็นกล่องล้อมอนุสรณ์ต่างๆ เอาไว้ เช่น อนุสรณ์ของเชอร์ชิลในลอนดอน และเซอร์รอเบิร์ท เคลย์ตัน (Sir Robert Clayton) ในลอนดอน ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการค้าทาส (ภาพประกอบหลักโดย Tolga AKMEN / AFP)

1. อนุสาวรีย์ของวินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษถูกใส่ไว้ในกล่อง (Photo by Tolga AKMEN / AFP)
2. อนุสาวรีย์ของรอเบิร์ท ดันดาส ไวเคาท์ลำดับที่ 2 แห่งเมลวิล (Robert Dundas) (Photo by Andy Buchanan / AFP)
3. อนุสรณ์ของดยุคแห่งเวลลิงตัน (Duke of Wellington) ในเมืองกลาสโกถูกผู้ประท้วงสวมศีรษะด้วยกรวย(Photo by Andy Buchanan / AFP)
4. นุสรณ์ของรอเบิร์ท พีล (Robert Peel) อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษที่เมืองกลาสโก ในสก็อตแลนด์ถูกสาดสี (Photo by Andy Buchanan / AFP)
5. อนุสรณ์ในเมืองสเตอร์ลิงของรอเบิร์ท เดอะ บรูซ (Robert The Bruce) พร้อมข้อความกล่าวหาว่าเป็นคนเหยียดเชื้อชาติ (Photo by Andy Buchanan / AFP)

ปลาแซลมอนเป็นพาหะโคโรนาไวรัสหรือไม่? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625956

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 12:31 น.ปลาแซลมอนเป็นพาหะโคโรนาไวรัสหรือไม่? มันอยู่ในแซลมอนหรืออยู่ในเขียง? จับตาโควิดรอบใหม่ในปักกิ่ง

หลังจากที่มีรายงานข่าวการพบการระบาดกระจุกตัวของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ตลาดอาหารทะเลซินฟาตี้ ในกรุงปักกิ่ง มีการตรวจพบเชื้อไวรัสที่เขียงซึ่งใช้แล่ปลาแซลมอนที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้เกิดความหวาดกลัวกันในประเทศจีนว่าปลาแซลมอนอาจจะไม่ปลอดภัย

เบื้องต้นสาขาซุปเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ในจีน เช่น Wumart และ Carrefour ได้สั่งหยุดขายปลาแซลมอนและนำสต็อคออกไปจากคลังสินค้าแล้ว ส่วนหน่วยงานกำกับดูแลการตลาดของปักกิ่งสั่งตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารทั่วเมืองโดยมุ่งเน้นไปที่เนื้อสัตว์ใหญ่ เนื้อสัตว์ปีก และปลา ทั้งแบบสดและแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ต คลังสินค้า และบริการจัดเลี้ยง

ผู้ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ดูแลซูเปอร์มาร์เก็ตปักกิ่งกล่าวว่าปลาแซลมอนที่ขายในร้านนั้นนำเข้าจากต่างประเทศหลังจากทราบไวรัสถูกตรวจพบในเขียงของแซลมอนที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซูเปอร์มาร์เก็ตจึงเริ่มนำเอาปลาแซลมอนทั้งหมดออกจากร้าน 

ผู้บริหารอีคอมเมิร์ซอาหารสดเหม่ยถวน (Meituan) ยังกล่าวว่าได้ลบผลิตภัณฑ์ปลาแซลมอนออกทั้งหมดจากแพลตฟอร์มซื้อขายและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารสด

ไม่เพียงเท่านั้นแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นจำนวนมากในปักกิ่งที่มีลูกค้าจำนวนมากยกเลิกการจำหน่ายปลาแซลมอนและอาหารที่มีส่วนผสมของแซลมอนอย่างเร่งด่วนและควบคุมการติดเชื้อในร้านอาหารอยา่งเข้มงวดอีกครั้ง

การพบเชื้อโรคบนเขียงแล่ปลาแซลมอนทำให้เกิดความวิตกในหมู่ประชาชน แต่ทางการจีนยังไม่เปิดเผยข้อมูลว่าเชื้อมาจากที่ไหนกันแน่โดยบอกเพียงว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ใช่คนในรัฐบาลจีนหลายคนอธิบายชัดว่าโอกาสที่จะติดเชื้อจากเนื้อปลานั้นน้อยมาก

1. สำนักข่าว Sihua Daily News ได้สอบถามจินตงเหยียน ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาไวรัสและศาสตราจารย์แพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮ่องกง ซึ่งกล่าวว่าอาหารทะเลไม่น่าจะเป็นแหล่งที่มาของการติดเชื้อ เพราะปลาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มีองค์ประกอบทางชีวภาพที่ซับซ้อนเหมือนมนุษย์ และการติดเชื้อไวรัสจากปลาสู่มนุษย์แทบไม่เคยเกิดขึ้น โอกาสที่แซลมอนจะเป็นพาหะนำไวรัสมีอยู่น้อยมาก

2. ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาไวรัสรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CBN ในจีนว่าพาหะของโคโรนาไวรัสใหม่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนปลาแซลมอนและอาหารทะเลไม่ใช่พาหะและจะไม่ติดไวรัส ดังนั้นไวรัสจะไม่แฝงอยู่ในเนื้อปลา แต่อาจจะติดอยู่บนพื้นผิวได้

3. นอกจากนี้ยังมีข้อแตกต่างด้านกายภาพระหว่างปลากับมนุษย์อีกอย่างคือ ปลาเป็นสัตว์เลือดเย็นแฃะอุณหภูมิในร่างกายของปลาจะเปลี่ยนแปลงตามอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม ส่วนมนุษย์มีอุณหภูมิคงที่ เป็นเรื่องยากที่ไวรัสจะกระโดดข้ามจากสัตว์ที่มีอุณหภูมิต่างกัน

4. เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมปีนี้ทีมวิจัยของ University College London ตีพิมพ์บทความบนแพลตฟอร์ม bioRxiv เกี่ยวกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่โดยระบุว่าไวรัสสามารถรวมตัวเข้ากับโปรตีนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ไม่สามารถรวมกับปลา, นก และสัตว์เลื้อยคลานได้

5. จากการทดสอบโดยนักวิจัยพบว่าในจำนวนปลา 72 ประเภทที่นำมาทดสอบการติดเชื้อ มีเพียงปลานิล (Nile tilapia) เท่านั้นที่มีเงื่อนไขเหมาะที่สุดที่จะติดเชื้อ (แต่ไม่ได้หมายความว่าปลานิลจะเป็นพาหะ)

6. ผู้นำวิจัยสรุปว่า “การคาดการณ์ของเราชี้ให้เห็นว่าในขณะที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมากมีความไวต่อการติดเชื้อโดย SARS-CoV-2 นก ปลา และสัตว์เลื้อยคลานไม่น่าจะเป็นไปได้”

7. นอกจากนี้ยังมีรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสารการประมงแห่งเอเชีย (Asian Fisheries Sciences) ยังชี้ให้เห็นว่าโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่อยู่ในวงศ์ Coronaviridae สกุล β-coronavirus โดยที่ β-coronavirus นั้นจะติดเชื้อในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

8. อีกประเด็นคือโคโรนาไวรัสส่วนใหญ่จะติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างทำให้เกิดอาการของผู้ป่วยในปอด แต่ปลาส่วนใหญ่ไม่มีปอดดังนั้นจึงมีโอกาสน้อยที่จะติดเชื้อไวรัส

ภาพ Sockeye salmon จาก US Fish and Wildlife Service

จีนพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในรอบ2เดือน หลังระบาดใหม่ที่ปักกิ่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625952

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 10:25 น.จีนพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในรอบ2เดือน หลังระบาดใหม่ที่ปักกิ่งเกิดความวิตกขึ้นอีกครั้งหลังพบการติดเชื้อในตลาดซินฟาตี้ในปักกิ่ง แม้จะเป็นการระบาดกระจุกตัวก็ตาม

จีนรายงานว่ามีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นถึง 57 รายในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดประจำวันนับตั้งแต่เดือนเมษายน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวอีกครั้งของโรคระบาดหลังจากที่จีรนคลายล็อคดาวน์ได้ไม่นาน

ที่ผ่านมาจีนพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ แต่ล่าสุดคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) ของจีนกล่าวว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ 36 รายเป็นการติดเชื้อในประเทศและอยู่ในกรุงปักกิ่ง

การติดเชื้อในประเทศอีก 2 กรณีเมื่อวันอาทิตย์อยู่ในมณฑลเหลียวหนิงตะวันออกเฉียงเหนือ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่กล่าวว่ากรณีที่เหลียวหนิงมีการติดต่อใกล้ชิดกับกรณีการติดเชื้อที่กรุงปักกิ่ง

กระแสความกังวลเกิดขึ้นหลังจาก NHC ยืนยันกรณีการติดเชื้อครั้งแรกในรอบ 2 เดือนที่ปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ โดยเชื่อมโยงกับตลาดขายส่งซินฟาตี้ (Xinfadi) และยังพบอีกกรณีติดเชื้ออีกหลายรายเมื่อวันเสาร์ที่เกี่ยวข้องกับตลาดแห่งนี้

สื่อของรัฐรายงานว่ามีการตรวจพบไวรัสบนเขียงที่ใช้แล่ปลาแซลมอนที่นำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้สาขาซุปเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ถอดสินค้าประเภทปลาแซลมอนออกจากการจัดจำหน่าย

ส่วนหน่วยงานกำกับดูแลการตลาดของปักกิ่งสั่งตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหารทั่วเมืองโดยมุ่งเน้น ไปที่เนื้อสัตว์ใหญ่ เนื้อสัตว์ปีก และปลา ทั้งแบบสดและแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ต คลังสินค้า และบริการจัดเลี้ยง

ล่าสุด ตลาดถูกปิดลงแล้วและผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว AFP เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยคนสวมหน้ากากและถุงมือประจำการที่ตลาดดังกล่าว เจ้าหน้าจีนที่สั่งให้เลื่อนการเปิดเรียนโรงเรียนประถมออกไปอีกเพื่อป้องกันไว้ก่อน และสั่งให้ล็อคดาวน์เขตที่อยู่อาศัย 11 เขตที่มีพื้นที่ใกล้เคียงตลาด

Photo by GREG BAKER / AFP

น้องสาวคิมจองอึนลั่น สั่งกองทัพเล่นงานเกาหลีใต้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625949

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 09:01 น.น้องสาวคิมจองอึนลั่น สั่งกองทัพเล่นงานเกาหลีใต้จับตาความร้าวฉานที่เกิดขึ้่นกับเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เกิดอะไรขึ้นกับ 2 ประเทศนี้?

ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือ คิมยอจอง (Kim Yo Jong) ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือคิมจองอึน ประกาศกร้าวว่าจะลงมือกับเกาหลีใต้และมอบหมายให้ทหารดำเนินการในเรื่องนี้

“ฉันรู้สึกว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมอย่างแน่นอนที่จะตัดขาดกับรัฐบาลเกาหลีใต้ เราจะดำเนินการต่อไปในไม่ช้า” คิมยอจอง กล่าว

ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเกาหลีเหนือระดมออกแถลงการณ์ประณามเกาหลีใต้ที่ปล่อยให้นักเคลื่อนไหวส่งใบปลิวต่อต้านรัฐบาลเกาหลีเหนือข้ามพรมแดนเข้ามา หนึ่งในนั้นคือชาวเกาหลีเหนือที่ลี้ภัยในเกาหลีใต้

คิมยอจองซึ่งมีฐานะเป็นที่ปรึกษาสำคัญของคิมจองอึนยังกล่าวว่า “โดยใช้อำนาจของฉันที่ได้รับอนุมัติจากผู้นำสูงสุดพรรคของเราและรัฐบาล ฉันได้ให้คำแนะนำแก่หน่วยงานสาขาในสังกัดแผนกที่รับผิดชอบเรื่องการสู้รบกับศัตรูเพื่อดำเนินการต่อไปอย่างเด็ดขาด”

เธอกล่าวเสริมว่า “อำนาจในการดำเนินการต่อไปกับศัตรู จะโอนให้กับผู้บัญชาการของกองทัพของเรา”

คิมยอจองไม่ได้เผยรายละเอียดว่าการปฏิบัติการทางทหารจะเป็นอย่างไร แต่คาดว่าอาจเป็นการขู่ที่จะทำลายสำนักงานประสานงานร่วมของสองเกาหลี ที่ตั้งอยู่ในเขตแดนของเกาหลีเหนือที่เมืองแคซอง โดยเธอกล่าวเป็นนัยว่า “อีกไม่นาน เราจะได้เห็นเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นกับสำนักงานประสานงานร่วมระหว่างเหนือ-ใต้ที่ไร้ประโยชน์อย่างแน่นอน”

AFP PHOTO / Odd ANDERSEN

หน่วยข่าวกรองแคนาดาเตือนจับลูกสาวหัวเว่ยจะสะเทือนทั้งโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625942

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 19:46 น.หน่วยข่าวกรองแคนาดาเตือนจับลูกสาวหัวเว่ยจะสะเทือนทั้งโลกการจับกุมครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของแคนาดากับจีนแย่ลง จีนจับกุมพลเมืองแคนาดาเป็นการตอบโต้ทันที และยังแบนการนำเข้าสินค้าจากแคนาดามูลค่านับล้านเหรียญสหรัฐ

ศาลรัฐบาลกลางแคนาดาเผยแพร่เอกสารชุดใหม่ที่ระบุว่า หน่วยข่าวกรองแคนาดาเคยเตือนรัฐบาลว่าการจับกุมลูกสาวของผู้ก่อตั้งหัวเว่ย จะทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนระดับโลก และกระทบความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับจีนอย่างร้ายแรง

บันทึกของสำนักงานหน่วยข่าวกรองของแคนาดา (CSIS) เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2018 ซึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขระบุว่า CSIS ได้รับแจ้งจากสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (FBI) เรื่องการเตรียมจับกุม เมิ่งหว่านโจว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและลูกสาวของ เหรินเจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ที่ท่าอากาศยานนานาชาติแวนคูเวอร์ของแคนาดาในวันดังกล่าว

CSIS ได้เตือนว่า การจับกุมเมิ่งหว่านโจวจะส่งผลสะเทือนในระดับโลก และจะเกิดผลกระทบตามมาทั้งในระดับนานาชาติและทวิภาคี และจะกระทบความสัมพันธ์กับจีนอย่างร้ายแรง และยังระบุอีกว่า ตำรวจที่อยู่ในปฏิบัติการรู้สึกว่าการจับกุมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการเมือง

ทั้งนี้ เมิ่งหว่านโจวถูกทางการสหรัฐกล่าวหาว่าฉ้อโกงธนาคารด้วยการทำให้ธนาคาร HSBC เข้าใจผิดเรื่องความสัมพันธ์ของหัวเว่ยกับบริษัทที่ดำเนินการในอิหร่าน ทำให้ธนาคารเสี่ยงถูกปรับฐานละเมิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านของรัฐบาลสหรัฐ แต่หลายฝ่ายมองว่าสหรัฐพยายามสกัดกั้นหัวเว่ย

หากวันนี้สหรัฐเลือกตั้ง ทรัมป์แพ้ไบเดนราบคาบแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625935

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 19:09 น.หากวันนี้สหรัฐเลือกตั้ง ทรัมป์แพ้ไบเดนราบคาบแล้วผลโพลล่าสุดพบว่าปธน.ทรัมป์อาจชวดสมัยสอง หลังเสียคะแนนหลายรัฐที่เป็น Swing State ให้กับไบเดนไปเรียบร้อย

โดย .. ชยพล พลวัฒน์ ข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ผลโพลสำรวจล่าสุดจากสำนักโพลหลายแห่งของสหรัฐที่เผยแพร่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล้วนชี้ตรงกันว่า อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งขณะนี้เป็นผู้แทนอย่างเป็นทางการ (และเพียงหนึ่งเดียว) จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนเสียงในหลายรัฐที่เป็นรัฐSwing state แซงหน้าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไปแล้วเรียบร้อย

หากย้อนกลับไปในศึกการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 ระหว่าง ทรัมป์กับฮิลลารี่ จะพบว่ารัฐSwing state สำคัญๆซึ่งมีที่นั่งคณะผู้รับการเลือกตั้ง (Electoral college) จำนวนมากพอที่ชี้ว่าใครแพ้ใครชนะ อย่างรัฐฟลอริด้า มิชิแกน เพนซิลเวเนีย และแอริโซนา ขณะนั้นจัดเป็นพื้นที่“สีแดง”หรือเป็นฐานเสียงรีพับลิกกันที่ส่งผลให้ทรัมป์คว้าชัยชนะเหนือฮิลลารี่

แต่การเลือกตั้ง2020 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์realclearpolitics.com และเว็บ270towin.com ซึ่งได้ประมวลค่าเฉลี่ยจากการสำรวจของหลายสำนักโพลระหว่างวันที่ 1 พ.ค. ถึง 11 มิ.ย. พบว่า รัฐSwing state ในข้างต้นกลายเป็นพื้นที่“สีน้ำเงิน”ของไบเดนและเดโมแครตไปแล้วเรียบร้อย

ที่รัฐมิชิแกนซึ่งมีElectoral collegeถึง 16 เสียง โพลชี้ว่าประชาชนจะโหวตให้ไบเดนมากว่าทรัมป์ที่ 49.8% ต่อ 42.2% หรือที่ฟลอริด้า ซึ่งเป็นรัฐสำคัญที่บรรดาผู้สมัครทั้งสองฝ่ายจะแย่งชิงคะแนนโหวตกันเนื่องจากมีElectoral collegeสูงถึง 29 เสียง ก็พบว่า ไบเดนนำทรัมป์อยู่ราวสองจุดที่ 47.5% ต่อ 45.0%

เช่นเดียวกับรัฐวิสคอนซิน อดีตรองประธานาธิบดีไบเดนนำทรัมป์อยู่ที่ร้อยละ 47.8% ต่อ 41.5% ซึ่งหากย้อนไปในการเลือกตั้ง2016 ทรัมป์โกยคะแนนจากมิชิแกนกับวิสคอนซินอย่างท่วมท้น แต่จากผลโพลล่าสุดข้างต้น เริ่มสั่นคลอนความหวังนั่งเก้าอี้สมัยสองของปธน.ทรัมป์ โดยเฉพาะมิชิแกนไบเดนมีผลคะแนนโพลนำทรัมป์สูงเกือบ 12 จุด

ไม่เว้นแม้แต่โพลของช่อง Fox News ซึ่งสำรวจระหว่าง 30 พ.ค. ถึง 2 มิ.ย. ก็ชี้ว่าไบเดนมีคะแนนนำทรัมป์ราว 9 จุดที่ร้อยละ 49 ต่อ 40 เรื่องดังกล่าว ในการให้สัมภาษณ์ของทรัมป์ผ่านสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา แม้ทรัมป์จะไม่ได้พูดอย่างตรงไปตรงมาถึงการยอมรับความพ่ายแพ้การเลือกตั้ง แต่ก็บอกว่า “หากเขาเป็นผู้พ่ายแพ้หรือไม่ชนะในการเลือกตั้งนี้ .. สิ่งที่เขาจะทำคือแค่ก้าวต่อไปแล้วเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแทน”

หากดูช่วงเวลาการทำโพลจากหลายสำนักซึ่งอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนมิถุนายน ประเด็นที่ทำให้ทรัมป์เสียฐานเสียงในรัฐสำคัญคงหนีไม่พ้นเรื่องประสิทธิภาพในการรับมือสถานการณ์ไวรัสโควิด ซึ่งขณะนี้มีคนอเมริกันติดเชื้อโควิดทะลุหลัก 2 ล้านคน เสียชีวิตสะสมรวมแล้วไม่น้อยกว่า 116,000 ราย

ประกอบกับประเด็นผู้ประท้วงจอร์จ ฟลอยด์ที่ออกมาเคลื่อนไหวทั่วประเทศ ซึ่งทรัมป์ได้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นผู้จุดกระแสความแตกแยก และเติมเชื้อไฟความเกลียดชังในสังคมอเมริกันให้ยิ่งร้าวลึก โดยเฉพาะภาพของวันที่ 1 มิถุนายนซึ่งมีกลุ่มผู้ประท้วงต้านเหยียดผิวชุมนุมด้านนอกทำเนียบขาว แต่ทรัมป์สั่งให้ตำรวจใช้กำลังและแก๊สน้ำตาเข้าปราบปรามเพื่อเปิดทางให้ตนเดินไปชูพระคัมภีร์ไบเบิลด้านหน้าโบสถ์เซนต์จอห์น ซึ่งถูกหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าโหนศาสนาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

ด้าน FiveThirtyEight พบเผยว่าคะแนนนิยมของชาวอเมริกันต่อตัวประธานาธิบดีทรัมป์นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมากำลังลดลงเหลือ 41.1% สวนทางกับคะแนนนิยมในตัวไบเดนที่นับวันยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แม้โจ ไบเดน จะถือเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพียงคนเดียวในขณะนี้ แต่ความน่าสนใจที่ต้องจับตาในช่วงใกล้โค้งสุดท้ายคือ “Running mate” หรือคู่หูหาเสียงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งถึงตอนนี้ไบเดน ยังไม่เปิดตัวว่าจะเลือกดาวเด่นคนใดมาเป็นผู้สมัครชิงรองประธานาธิบดี แต่หลายฝ่ายคาดหมายว่าอาจเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ชิงตัวแทนพรรคเดโมแครตด้วยกันที่ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครไปก่อนหน้านี้

ตั้งแต่เกิดการประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ผุดขึ้นทั่วสหรัฐ “โจ ไบเดน” ฉวยจังหวะนี้โจมตีทรัมป์และเร่งทำคะแนนจากชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ด้วยวิธีการแบบฉบับเดโมแครต เข้าหาประชาชน แสดงจุดยืนและรับฟังผู้ประท้วง กระทั่งไปร่วมพิธีศพของจอร์จ ฟลอยด์ ต่างกับปธน.ทรัมป์ที่แม้แต่ขบวนรถวิ่งผ่าน คนอเมริกันก็แห่กัน”ชูนิ้วกลาง”ใส่แล้ว สถานการณ์นี้จึงถือเป็นความหวังให้พรรคแดโมแครตว่าจะกลับมาครองอำนาจในทำเนียบขาวได้อีกครั้ง

ตอนนี้จะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 5 เดือน ที่จะถึงวันชี้ชะตาทรัมป์-ไบเดน วันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นหนึ่งในการเลือกตั้งที่การเมืองอเมริกันเข้มข้นกว่าครั้งไหนๆ แต่ทว่าอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ ผลโพลก็อาจพลิกโผได้เช่นกัน เพราะแต่ละรัฐยังคงมีเปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเทคะแนนให้ฝ่ายใดสูงพอสมควรที่จะพลิกผลได้ ไพ่ตายใบสุดท้ายของทรัมป์ที่หวังจะโกยคะแนนกลับมาได้ก็คือ “วัคซีนป้องโควิด” ที่ทรัมป์หมายมั่นให้วัคซีนต้องเสร็จพร้อมใช้ภายในสิ้นปีนี้ ดังนั้นสมมติว่าหากวันนี้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ก็แพ้ ‘โจ ไบเดน’ ราบคาบ แต่วันเลือกตั้งจริงๆยังมาไม่ถึง ฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 เดือนนับจากนี้

เกาหลีเหนือเตือนเกาหลีใต้หยุดพูดไร้สาระเรื่องยุตินิวเคลียร์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625934

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 17:00 น.เกาหลีเหนือเตือนเกาหลีใต้หยุดพูดไร้สาระเรื่องยุตินิวเคลียร์เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ตอบโต้รัฐบาลเกาหลีใต้ดุเดือดต่อเนื่อง ล่าสุดเตือนให้เกาหลีใต้หยุดเอ่ยถึงเรื่องการเจรจายุติปัญหานิวเคลียร์กับสหรัฐที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ช่วงนี้เกาหลีใต้ถูกเกาหลีเหนือวิจารณ์หนักหลังจากปล่อยให้ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์ปล่อยบอลลูนใบปลิววิพากษ์วิจารณ์คิมจองอึนเข้าไปในฝั่งเกาหลีเหนือ

และล่าสุด ควอนจองกึน เจ้าหน้าที่กรมกิจการสหรัฐในกระทรวงการต่างประเทศเตือนเกาหลีใต้ว่า ให้หยุดการพูดไร้สาระเกี่ยวกับการยุติการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เพราะเกาหลีใต้ไม่มีสิทธิ์แทรกแซงเรื่องระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังย้ำว่า เกาหลีเหนือจะสร้างกองทัพที่ทรงพลังต่อไปเพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามจาก

แถลงการณ์นี้มีขึ้นหลังจากทางการเกาหลีใต้เผยว่าจะพยายามหาหนทางที่จะนำมาสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวกรองกลางของเกาหลีเหนือ (KCNA) รายงานว่าเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือเผยว่า เกาหลีเหนือไม่เชื่อมั่นในเกาหลีใต้แล้ว และไม่ต้องการเจรจาอีกแล้ว

3 สายการบินฟ้องรัฐบาลอังกฤษต้นเหตุทำธุรกิจเสียหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625929

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 16:01 น.3 สายการบินฟ้องรัฐบาลอังกฤษต้นเหตุทำธุรกิจเสียหายสายการบินบริติช แอร์เวย์ส อีซีเจ็ต และไรอันแอร์ร่วมกันยื่นฟ้องรัฐบาลอังกฤษที่ออกมาตรการกักตัวนักท่องเที่ยวจนส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและธุรกิจสายการบิน

โดยรัฐบาลอังกฤษกำหนดว่านับตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าอังกฤษต้องให้ที่อยู่แก่เจ้าหน้าที่และกักตัว 14 วันเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ติดเชื้อโคโรนาไวรัส

แถลงการณ์ร่วมของทั้งสามสายการบินระบุว่า มาตรการดังกล่าวมีข้อบกพร่อง ซึ่งมีผลกระทบอย่างร้ายแรงกับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของอังกฤษ รวมทั้งทำให้คนตกงานอีกนับพันนับหมื่นคน

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษนำมาตรการกักตัวก่อนหน้านี้กลับมาใช้ นั่นก็คือ จำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้นที่ต้องกักตัว ซึ่งเป็นไปได้ในทางปฏิบัติและได้ผลมากกว่า ทั้งยังสอดคล้องกับมาตรการของหลายประเทศในยุโรป

ทั้งนี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินกว่า 290 สายการบินระบุว่า ธุรกิจสายการบินทั่วโลกขาดทุนแล้วกว่า 74,000 ล้านปอนด์ในช่วงที่ Covid-19 ระบาด ซึ่งถือเป็นปีที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของธุรกิจสายการบิน

อังกฤษป้องอนุสาวรีย์’เชอร์ชิล’ทั่วลอนดอน นายกฯจวกม็อบละเลงรูปปั้นรัฐบุรุษชาติจนเละ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625915

วันที่ 13 มิ.ย. 2563 เวลา 13:33 น.อังกฤษป้องอนุสาวรีย์'เชอร์ชิล'ทั่วลอนดอน นายกฯจวกม็อบละเลงรูปปั้นรัฐบุรุษชาติจนเละ“เป็นเรื่องไร้สาระและน่าละอายที่อนุสาวรีย์รัฐบุรุษของชาติ เสี่ยงจากการโจมตีของม็อบหัวรุนแรง”

รอยเตอร์รายงานว่า อนุสาวรีย์ของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษฮีโร่สงครามของชาติ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางสวนตรงข้ามพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ อาคารรัฐสภาของอังกฤษ ได้ถูกทางการท้องถิ่นกรุงลอนดอนนำแผ่นเหล็กมาห่อหุ้มเพื่อป้องกันการถูกทำลายจากกลุ่มผู้ประท้วงกรณีจอร์จ ฟลอยด์ เช่นเดียวกับอนุสาวรีย์เชอร์ชิลหลายแห่งในลอนดอน หลังจากที่พบว่าอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญในอังกฤษที่เคยเกี่ยวข้องกับการค้าทาส หรือเคยมีประวัติการเหยียดสีผิว ได้ตกเป็นเป้าหมายถูกทำลายและรื้อถอนโดยฝีมือกลุ่มผู้ประท้วงการต้านเหยียดผิว

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอนุสาวรีย์ของ เอ็ดเวิร์ด โคลสตัน พ่อค้าชาวอังกฤษซึ่งเคยมีส่วนในการจัดหาค้าทาสช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ที่ตั้งในเมืองบริสตอล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ถูกกลุ่มผู้ประท้วงโค่นลงมาพร้อมกับโยนทิ้งน้ำเพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ ขณะเดียวกันยังพบว่าที่บริเวณฐานของอนุสาวรีย์ของเชอร์ชิล อดีตนายกและรัฐบุรุษของอังกฤษ ที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอนบางแห่ง ถูกมือดีนำสีสเปรย์มาพ่นละเลงทำลาย พร้อมเขียนข้อความว่า เชอร์ชิลเป็นพวกคนเหยียดผิว เรื่องดังกล่าวจึงทำนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ได้ทวีตข้อความจวกบรรดาผู้ประท้วงที่มุ่งทำลายอนุสาวรีย์รัฐบุรุษของชาติว่า เป็นพฤติกรรมที่ไร้สาระของพวกน่าละอายที่อนุสาวรีย์แห่งชาติเสี่ยงต่อการถูกทำลายของผู้ประท้วงหัวรุนแรง

กระแสผู้ประท้วง Black Lives Matter ซึ่งต่อต้านการเหยียดผิวที่ลุกลามไปสู่การมุ่งเป้ารื้อทำลายรูปปั้นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ได้ส่งผลให้เกิดกลุ่มผู้ประท้วงฝ่ายตรงข้ามที่ต่อต้านการทำลายอนุสาวรีย์แห่งชาติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีรายงานว่าอาจมีการเดินขบวนช่วงสุดสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ตำรวจสกอตแลนด์ยาร์ดกังวลว่าอาจเสี่ยงให้เกิดการปะทะของทั้งสองฝ่าย ท่ามกลางสถานการณ์ไวรัสโควิดที่ยังไม่มีท่าทีคลี่คลาย

ทั้งนี้ เหตุที่รูปปั้นอดีตนายกอังกฤษตกเป็นเป้าโจมตีเนื่องจาก ครั้งหนึ่งในปี 1943 อังกฤษในฐานะรัฐเจ้าอาณานิคมอินเดียปฏิเสธส่งอาหารไปช่วยชาวอินเดียในแคว้นเบงกอลซึ่งกำลังประสบภาวะอดยาก (Bengal famine) จนมีรายงานผู้เสียชีวิตจากความหิวโหยกว่า 2 ล้านคน ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายกจอห์นสันมองว่า แม้สิ่งที่นายกเชอร์ชิลจะเคยทำไม่ถูกต้องในอดีต หากมองจากสายตาคนรุ่นปัจจุบัน แต่เขาคือรัฐบุรุษชาติผู้นำพาอังกฤษมีชัยชนะเหนือสงครามโลกครั้งที่สอง