‘Kawasaki Disease’ รู้จักกับโรคคาวาซากิ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625092

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 08:40 น.

'Kawasaki Disease' รู้จักกับโรคคาวาซากิ

โรคคาวาซากิ อีกอันตรายที่รุนแรงจนสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตเฉียบพลันได้

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย  เด็กๆ อาจไม่สบายได้ ผู้ปกครองควรดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากมีหลายโรคที่มีอาการใกล้เคียงกันจนแทบจะแยกไม่ออก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ โรคคาวาซากิ ความรุนแรงของโรคสามารถทำให้เด็กเสียชีวิตเฉียบพลันได้ ถึงตอนนี้พ่อแม่ของเด็กทั้งหลายคงอยากทราบสาเหตุของโรคนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน

รู้จักโรคคาวาซากิ

ข้อมูลโดย ศ.พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า โรคคาวาซากิ พบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิง  แต่ส่วนใหญ่จะพบในเพศชายมากกว่า และพบบ่อยในเด็กอายุน้อยกว่า  5 ปี โดยเฉพาะในช่วงอายุ 1-2 ปี โรคนี้ตั้งชื่อตามนายแพทย์คาวาซากิ  ซึ่งเป็นแพทย์ชาวญี่ปุ่นที่ได้รวบรวมรายงานผู้ป่วยเป็นคนแรกของโลก

สาเหตุของโรค ยังไม่ทราบแน่ชัด เคยมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อบางชนิดทั้งแบคทีเรียและไวรัส  การใช้แชมพูซักพรม  หรือการอยู่ใกล้แหล่งน้ำ แต่ไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริง  พบว่ามีการอักเสบเกิดขึ้นหลายแห่งในร่างกาย  ทำให้เกิดอาการแสดงต่างๆ ประมาณร้อยละ 25 ของผู้ป่วย เกิดการอักเสบของหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจร่วมด้วย  หากให้การวินิจฉัยและรักษาได้ภายใน 10 วัน นับจากมีไข้ จะช่วยให้การอักเสบของหลอดเลือดลดลงประมาณร้อยละ 5

ลักษณะเด่นของโรคคาวาซากิ            

  • เด็กจะมีไข้สูงทุกคน โดยมากมักเป็นนานเกิน 5 วัน บางรายอาจนาน 3–4 สัปดาห์อาจมีผื่นขึ้นตามตัวและแขนขา            
  • ตาขาวจะแดง 2 ข้าง แต่ไม่มีขี้ตา           
  • ริมฝีปากแห้งแดง อาจแตกมีเลือดออก ลิ้นแดงเป็นตุ่มๆ คล้ายผิวสตรอเบอร์รี่            
  • ฝ่ามือและฝ่าเท้าบวมแดง ต่อมน้ำเหลืองที่ลำคอโต            

อาการทั้งหมดนี้จะเกิดภายในสัปดาห์แรก ในสัปดาห์ที่ 2 จะมีการลอกของผิวหนัง โดยเริ่มจากบริเวณปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า และอาจลามไปที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า

อาการแสดงอื่น ๆ ที่อาจเกิดร่วม  ได้แก่  ข้ออักเสบโดยเฉพาะบริเวณนิ้วมือ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ท้องเสีย ซึ่งอาการดังกล่าวอาจหายได้เองแม้ไม่ได้รับการรักษา แต่ที่สำคัญคือ โรคนี้อาจทำให้เกิดการอักเสบของหัวใจและหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งอาจทำให้หลอดเลือดหัวใจมีลักษณะโป่งพอง ตีบหรือแคบได้ ในรายที่หลอดเลือดตีบแคบมาก อาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเลี้ยงเหมือนที่พบในผู้ใหญ่ที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้เสียชีวิตเฉียบพลันได้

เนื่องจากการวินิจฉัย  ต้องอาศัยอาการเป็นหลักร่วมกับการตรวจเลือด  ซึ่งอาการแสดงมักเกิดไม่พร้อมกัน  จึงทำให้เกิดความยากในการวินิจฉัยหากไม่ได้นึกถึงโรคนี้

ภาวะแทรกซ้อนที่พบ

ข้อมูลโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิง อิงคนิจ ชลไกรสุวัฒน์  กุมารเวชศาสตร์เฉพาะทาง ระบุว่า โรคหัวใจหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบโป่งพอง (coronary aneurysm) กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ลิ้นหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดจังหวะซึ่งภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยการตรวจพบภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวต้องอาศัยการตรวจโดยใช้เครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง (echocardiography)

การรักษา

การดูแลรักษาต้องอาศัยการดูแลร่วมกันระหว่างกุมารแพทย์ทั่วไปและกุมารแพทย์โรคหัวใจ โดยผู้ป่วยที่ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคคาวาซากิควรได้รับ intravenous gammaglobulin (IVIG) ในขนาดสูงเพื่อลดโอกาสการเกิดหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง ร่วมกับการให้ aspirin

การรักษา ในช่วงที่มีไข้ใน 10 วันแรก จะต้องตรวจหัวใจด้วยเครื่องอัลตราซาวน์ เพื่อดูลักษณะหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ และให้ยาลดการอักเสบคือยาแอสไพรินขนาดสูงให้รับประทานอย่างต่อเนื่องประมาณ 1–2 สัปดาห์ และให้โปรตีนชนิดหนึ่งเข้าหลอดเลือดดำ  พบว่าหลังให้ยาดังกล่าว ไข้มักจะลดลงภายใน 24 – 48 ชั่วโมง หลังจากไข้ลดจะต้องให้ยาแอสไพรินขนาดต่ำวันละ 1 ครั้ง รับประทานต่อเนื่อง 6–8 สัปดาห์ เพื่อป้องกันเกล็ดเลือดรวมกันเป็นก้อน ซึ่งอาจไปเพิ่มการอุดตันในหลอดเลือดที่ผิดปกติได้

หลังจากนั้นถ้าตรวจอัลตราซาวน์หัวใจซ้ำ พบว่า หลอดเลือดหัวใจปกติก็สามารถหยุดยาได้ และจากการติดตามผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดผิดปกติหลัง 8 สัปดาห์นับตั้งแต่มีไข้ไปจนถึงเวลา 1 ปีหลังจากนั้น พบว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยจะหายเป็นปกติ ที่เหลือ 1 ใน 3 ยังมีความผิดปกติอยู่ต้องติดตามเป็นระยะ และรับประทานยาแอสไพรินเป็นประจำไปตลอด

ทั้งนี้ โรคคาวาซากิเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด อาการสำคัญคือไข้สูง ปากแดง ตาแดง มือเท้าบวมลอก ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต และผื่นตามร่างกาย สามารถหายได้เองแต่ถ้าวินิจฉัยช้าหรือให้การรักษาไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิตได้ โดยภาวะแทรกซ้อนสำคัญ คือ การอักเสบของหลอดเลือดแดงเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจโป่งพอง หรืออุดตัน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดตามมา ดังนั้นเมื่อบุตรหลานของท่านมีอาการไข้สูงเป็นเวลาหลายวันร่วมกับมีอาการดังกล่าว ควรรีบพามาพบกุมารแพทย์โรคหัวใจเพื่อให้ได้รับตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

.

ที่มา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล / โรงพยาบาล WMC (เวิลด์เมดิคอล)

จับจุด ‘เห็ดพิษ’ พร้อมสังเกตอาการก่อนต้องอาเจียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/625087

วันที่ 03 มิ.ย. 2563 เวลา 08:08 น.

จับจุด 'เห็ดพิษ' พร้อมสังเกตอาการก่อนต้องอาเจียน

หน้าฝนเห็ดป่าขึ้นเยอะ กรมควบคุมโรค เตือนระวังอันตรายจากการเก็บหรือซื้อเห็ดป่ามารับประทาน อาจเป็นเห็ดพิษ เสี่ยงเสียชีวิตได้

ในช่วงหน้าฝนแบบนี้ มักมีเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ ประชาชนจึงเริ่มเข้าป่าเพื่อเก็บเห็ดมาขายหรือนำมาปรุงอาหาร ซึ่งเห็ดที่เก็บมาอาจเป็นเห็ดพิษ เมื่อรับประทานเข้าไปอาจเป็นอันตรายและเสี่ยงเสียชีวิตได้ แนะหากไม่แน่ใจว่าเป็นเห็ดพิษหรือเป็นเห็ดที่รับประทานได้ ไม่ควรนำมาปรุงอาหาร

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค เผยช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งหลังจากฝนตกประมาณ 2 วัน จะมีการเจริญเติบโตของเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ ประชาชนมักนิยมเก็บเห็ดป่ามาขายหรือนำมาปรุงอาหาร ซึ่งในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษเป็นประจำ เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้

ข้อมูลจากรายงานโรคในระบบเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 พฤษภาคม 2563 พบผู้ป่วย 85 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 กลุ่ม คือ

  • กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด อายุ 45-54 ปี
  • รองลงมา กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • และ 25-34 ปี ตามลำดับ

เห็ดพิษที่มักพบได้บ่อย

เห็ดพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้คล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาว หรือไข่ห่าน ที่สามารถรับประทานได้ แต่แตกต่างกันคือ เห็ดระโงกพิษจะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นค่อนข้างแรง

นอกจากนี้ ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงคือ เห็ดเมือกไครเหลือง โดยประชาชนมักสับสนกับเห็ดขิง ซึ่งชนิดที่เป็นพิษจะมีเมือกปกคลุมและมีสีดอกเข้มกว่า ซึ่งยากแก่การสังเกตด้วยตาเปล่า

วิธีการสังเกตเห็ดพิษในเบื้องต้น

ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ใช้ทดสอบความเป็นพิษของเห็ด เช่น การจุ่มช้อนเงินลงไปในหม้อต้มเห็ด การนำไปต้มกับข้าวสาร หรือใช้ปูนกินหมากป้าย ที่ดอกเห็ด ถ้าเป็นเห็ดพิษจะกลายเป็นสีดำ เป็นต้น วิธีเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงในการใช้ทดสอบพิษกับเห็ดกลุ่มนี้ได้ โดยเฉพาะเห็ดระโงกพิษที่มีสารที่ทนต่อความร้อน แม้จะปรุงให้สุกแล้ว เช่น ต้ม แกง ก็ไม่สามารถทำลายสารพิษนั้นได้

อาการที่ควรสังเกต

สำหรับอาการหลังจากกินเห็ดพิษแล้ว จะทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว ไม่ควรซื้อยากินเองหรือไปรักษากับหมอพื้นบ้าน จะต้องรีบไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติการกินเห็ดโดยละเอียด พร้อมกับนำตัวอย่างเห็ดพิษไปด้วย (หากยังเหลืออยู่) และควรให้ผู้ป่วยนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือนัดติดตามอาการทุกวันจนกว่าจะหายเป็นปกติ เนื่องจากเห็ดพิษชนิดร้ายแรงจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนในช่วงวันแรก แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงตามมาคือ การทำงานของตับและไตล้มเหลว อาจทำให้เสียชีวิตได้ สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยที่กินเห็ดพิษเบื้องต้นให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่ตกค้างออกมาให้มากที่สุด โดยการล้วงคอ หรือกรอกไข่ขาว จากนั้นรีบนำผู้ป่วยไปพบแพทย์ทันที

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอเตือนประชาชนหากไม่แน่ใจว่าเห็ดที่เก็บมาเป็นเห็ดพิษหรือเป็นเห็ดที่รับประทานได้ ไม่รู้จัก หรือสงสัยว่าเป็นเห็ดพิษ ไม่ควรเก็บหรือซื้อมาปรุงอาหารรับประทาน ควรเลือกรับประทานเห็ดที่มาจากการเพาะขยายพันธุ์ เช่น เห็ดนางฟ้า หรือเห็ดฟาง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเห็ดร่วมกับดื่มสุรา เพราะฤทธิ์จากแอลกอฮอล์จะทำให้พิษเห็ดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้อาการรุนแรงขึ้นด้วย หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422

รัฐบาลอังกฤษถูกวิจารณ์ยับเหตุใช้ภาษีประชาชนอุ้มธุรกิจมหาเศรษฐี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625333

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 19:42 น.

รัฐบาลอังกฤษถูกวิจารณ์ยับเหตุใช้ภาษีประชาชนอุ้มธุรกิจมหาเศรษฐี

ธนาคารแห่งประเทศอังกฤษเผย รัฐบาลอังกฤษเตรียมปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 16,000 ล้านปอนด์ ให้กับบรรดาธุรกิจที่เดือดร้อนจาก Covid-19 โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในอังกฤษ

ในบรรดาบริษัทที่จะได้รับเงินกู้จากรัฐบาลอังกฤษพบว่า บริษัทสารเคมีสัญชาติเยอรมัน BASF ได้รับเงินก้อนใหญ่ที่สุดจำนวน 1,000 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์แฟชั่นชื่อดังอย่าง Chanel ของสองพี่น้อง เจอร์ราร์ด และแอลลอง เวิร์ธไทเมอร์ หนึ่งในมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ที่ได้รับเงิน 600 ล้านปอนด์ รวมทั้งสายการบินไรอันแอร์ อีซีเจ็ท และบริติช แอร์เวย์ส

มาตรการดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา โดยหนึ่งในนั้นมาจาก มาร์กาเร็ต ฮอดจ์ ส.ส.จากพรรคแรงงาน ที่กล่าวว่าเงินกู้ดังกล่าวเป็นการนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้ในทางที่ผิดอย่างโจ่งแจ้ง

ขณะที่กระทรวงการคลังโต้กลับว่ามาตรการนี้เป็นการช่วยปกป้องไม่ให้ชาวอังกฤษต้องตกงาน

ซีพีระงับสร้างฟาร์มไก่6แห่งในไต้หวัน หลังชาวบ้านค้านหนัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625328

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 18:29 น.

ซีพีระงับสร้างฟาร์มไก่6แห่งในไต้หวัน หลังชาวบ้านค้านหนัก

คนไต้หวันหวั่นเกิดมลพิษในชุมชน หากเครือซีพีสร้างฟาร์มไก่ในพื้นที่

สื่อท้องถิ่นไต้หวันรายงานว่า เครือซีพีของไทย ได้ประกาศในวันศุกร์ (5 มิ.ย.) ถึงการระงับแผนการก่อสร้างฟาร์มไก่ 6 แห่งในเขตฮวาเหลียน (Hualien County) เป็นการชั่วคราว หลังจากที่ชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงรวมตัวประท้วงเนื่องจากหวั่นเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งประกอบด้วยชาวบ้าน ชนพื้นเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมได้เดินขบวนประท้วงตามท้องถนนเป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยเฉพาะในเมืองอาจได้รับผลกระทบหากมีการสร้างฟาร์มไก่ทั้ง6แห่ง ฟาร์มดังกล่าวคาดว่ามีจะมีปริมาณไก่มากถึง 375,000 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรที่อาศัยในเขตฮวาเหลียนที่มีอยู่ที่ราว 325,000 คน โดยผู้ประท้วงได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบด้านมลพิษทางน้ำและทางอากาศ รวมถึงผลกระทบด้านการจราจรในชุมชนหากฟาร์มทั้ง6เปิดดำเนินการ

เรื่องดังกล่าวเป็นเหตุในเครือซีพีของไทยออกแถลงการณ์ใจความระบุว่า บริษัทจะระงับแผนการสร้างฟาร์มดังกล่าวลงชั่วคราวจนกว่าจะได้รับฉันทามติของประชาชนในท้องถิ่นเพื่อป้องกันไม่ให้การประท้วงบานปลาย

ที่มา : https://www.cna.com.tw

ผู้นำตุรกีสั่งยกเลิกเคอร์ฟิวห่วงกระทบเศรษฐกิจ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625326

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 18:14 น.

ผู้นำตุรกีสั่งยกเลิกเคอร์ฟิวห่วงกระทบเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดี เรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี สั่งยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวสกัดการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ

ตุรกีบังคับใช้มาตรการเคอร์ฟิวช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดประจำชาติตั้งแต่เดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดย สุไลมาน ซอยลู รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เพิ่งประกาศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (5 มิ.ย.) ว่าพื้นที่ 15 เมืองจะต้องเคอร์ฟิวในช่วงสุดสับดาห์นี้

อย่างไรก็ดี ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประธานาธิบดีแอร์โดอันทวีตว่าได้สั่งยกเลิกมาตรการเคอร์ฟิวแล้ว หลังจากมีเสียงประชาชนบ่นว่ามาตรการดังกล่าวส่งผลเสียกับเศรษฐกิจและปากท้อง

“เราไม่ต้องการเห็นประชาชนประสบความยากลำบากหลังจากเพิ่งกลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังต้องล็อกดาวน์ประเทศมากว่า 2 เดือนครึ่ง” ผู้นำตุรกีกล่าว

นอกจากนี้ แอร์โดอันยังเตือนให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการรักษาสุขอนามัยต่อไป

ทั้งนี้ ตุรกีมีผู้ป่วย Covid-19 สะสม 167,000 ราย เสียชีวิตสะสม 4,630 ราย แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันลดลงเหลือต่ำกว่าวันละ 50 คนในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

นักวิทย์ฯสวีเดนรับพลาดที่ไม่ล็อกดาวน์ประเทศสู้โควิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625320

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 17:01 น.

นักวิทย์ฯสวีเดนรับพลาดที่ไม่ล็อกดาวน์ประเทศสู้โควิด

สวีเดนยันไม่เปลี่ยนกลยุทธ์รับมือโควิด แม้นักวิทย์ฯยอมรับว่าพลาด

บลูมเบิร์กรายงานว่า นาย Anders Tegnell นักระบาดวิทยาแนวหน้าของสวีเดนผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์การรับมือโควิด-19 ที่เสนอให้รัฐบาลมุ่งเน้นให้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เน้นให้ประชาชนรับผิดชอบตนเอง และไม่สนับสนุนให้มีการปิดเมืองหรือล็อกดาวน์ประเทศเพื่อรับมือการระบาด ได้ออกมายอมรับต่อสื่อสถานีวิทยุในท้องถิ่นว่ากลยุทธ์ที่สวีเดนใช้ในการรับมือโควิดในประเทศอาจผิดพลาด ในแง่ที่อัตราการเสียชีวิตจากโควิดของสวีเดนสูงกว่าชาติอื่นๆในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยกัน แต่เขายังคง”มั่นใจ” ว่ากลยุทธ์นี้ “สามารถใช้ได้ในวงกว้างในสวีเดน แต่ก็เหมือนกับกลยุทธ์ทั่วไปที่อาจต้องปรับใช้ตามความเหมาะสม”

“หากเราต้องเผชิญกับโรคระบาดลักษณะเช่นนี้อีก .. และมีองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคนี้เพียงน้อยนิด ผมคิดว่าวิธีรับมือของสวีเดนก็จะเป็นแบบฉบับสวีเดน แต่ก็อาจเอาวีธีการรับมือที่ทั่วโลกทำมาปรับใช้” นาย Tegnell กล่าว

Anders Tegnell

แม้สวีเดนจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ประเทศเฉกเช่นประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มสแกนดิเนเวียด้วยกัน แต่สวีเดนก็มีคำสั่งห้ามประชาชนรวมตัวชุมนุมเกิน 50 คน รวมถึงสนับสนุนให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคมตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทั้งยังให้ประชาชนหมั่นล้างมือบ่อยด้วยแอลกอฮอล์ลเจลบ่อยๆครั้ง แต่สวีเดนก็ยังไม่มีมาตรการปิดเมืองเหมือนกับชาติอื่นๆในยุโรป ประชาชนยังคงไปนั่งร้านอาหาร เดินช็อปปิ้ง เข้าโรงยิม โรงเรียนยังคงเปิดการเรียนการสอนตามปกติ

อย่างไรก็ดี นาย Tegnell ยอมรับว่า หลังจากนี้สวีเดนอาจต้องปรับกลยุทธ์บางอย่างเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวเพื่อหวังลดอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสโควิด โดยสวีเดนมีอัตราการตายของโควิดที่ราว 44 รายต่อ 100,000 ซึ่งสูงอันดับต้นๆของโลกและสูงสุดในบรรดากลุ่มสแกนดิเนเวีย

สำหรับสวีเดนมียอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ 41,883 คน รักษาหาย 4,971 คน ยอดเสียชีวิตสะสม 4,562 ราย

สเตฟัน เลอเวน นายกรัฐมนตรีสวีเดน

กลยุทธ์ไม่ล็อกดาวน์ประเทศได้ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในรัฐบาลลดลง จากผลสำรวจซึ่งเผยผ่านสถานีโทรทัศน์ SVT ระบุว่าคนสวีเดนเพียงร้อยละ 45% ยังคงเชื่อมั่นในมาตรการดังกล่าว ลดลงจากในเดือนเมษายนซึ่งเคยสูงถึง 63%

การที่สวีเดนไม่ปิดประเทศแม้อาจไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจมากเท่ากับประเทศที่ล็อกดาวน์ แต่ดูเหมือนในระยะยาวยังไม่มีความชัดเจนเพราะอาจฟื้นตัวช้ากว่าประเทศอื่น เนื่องจากหากเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างเดนมาร์กและนอร์เวย์ ซึ่งใช้มาตการล็อกดาวน์ตั้งแต่เนิ่นๆ ส่งผลให้ควบคุมการระบาดในประเทศได้อย่างรวดเร็ว จึงได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆรวมถึงการเดินทางของพลเมือง แต่ยังคงห้ามการเดินทางจากสวีเดนเนื่องจากยังคงพบการระบาดอยู่

ตำรวจเขมรไม่รับสืบคดี’วันเฉลิม’ถูกอุ้มหาย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625302

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 15:03 น.

ตำรวจเขมรไม่รับสืบคดี'วันเฉลิม'ถูกอุ้มหาย

“เราไม่รู้อะไรทั้งนั้น แล้วจะให้เราไปสืบอะไร” โฆษกตำรวจกัมพูชากล่าว

เอเอฟพีรายงานว่า จากกรณีที่นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทยที่พำนักอาศัยในกรุงพนมเปญ ของกัมพูชา ถูกคนร้ายอุ้มภายตัวบริเวณด้านหน้าคอนโดที่พัก เมื่อเวลาประมาณ 17.45 น. วันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น

เรื่องดังกล่าว มีความคืบหน้าจากหน่วยตำรวจแห่งชาติกัมพูชาระบุว่า ทางตำรวจกัมพูชาจะไม่มีการสืบคดีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม เนื่องจากไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องใดๆถึงการหายตัวไปของนายวันเฉลิม

“เราไม่รู้อะไรเลย จะให้เราไปสืบสวนอะไร” นาย Chhay Kim Khoeun โฆษกตำรวจแห่งชาติกัมพูชาเผยกับเอเอฟพี

สำหรับนายวันเฉลิมเป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการตัว จากข้อกล่าวว่าละเมิดกระทำความผิดในพรบ.คอมพิวเตอร์ จากการใช้โซเชียลมีเดียเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยจากข้อมูลของฮิวแมนไรท์วอชเผยว่านับตั้งแต่เหตุรัฐประหารเดือนพฤษภาคม2557 มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองไทยอย่างน้อย 8 รายซึ่งหลบนี้ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้านแต่ก็ถูกอุ้มหายตัวอย่างไร้ร่องรอย

ฝรั่งเศสเตรียมเปลี่ยนไวน์ที่ล้นตลาดเป็นแอลกอฮอล์ล้างมือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625292

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 13:57 น.

ฝรั่งเศสเตรียมเปลี่ยนไวน์ที่ล้นตลาดเป็นแอลกอฮอล์ล้างมือ

โคโรนาไวรัสทำไวน์ล้นตลาด ผู้ผลิตจึงต้องรีบเคลียร์สต็อกของเก่าเพื่อเตรียมรับไวน์ในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะถึง

FranceAgriMer ตัวแทนผู้ผลิตไวน์ของฝรั่งเศสประกาศว่า ผู้ผลิตไวน์ในฝรั่งเศสเตรียมพร้อมกลั่นไวน์ที่ขายไม่ได้ในช่วง Covid-19 ระบาดให้เป็นแอลกอฮอล์ล้างมือและเอทานอล เพื่อเตรียมรองรับไวน์ที่จะผลิตในฤดูการเก็บเกี่ยวที่กำลังจะถึง

ในช่วงที่เชื้อโคโรนาไวรัสระบาดไปทั่วโลกทำให้การจำหน่ายและส่งออกไวน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกไปยังสหรัฐตกฮวบ ส่งผลให้มีไวน์ที่ขายไม่ได้นับล้านลิตร

แอลกอฮอล์ที่ได้จากการกลั่นไวน์จะนำไปใช้ในทางการแพทย์และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง รวมทั้งการผลิตแอลกอฮอล์ล้างมือ โดยผู้ผลิตไวน์จะได้รับเงินชดเชย 78 ยูโร หรือ 2,789 บาท

ทั้งนี้ การส่งออกไวน์ของฝรั่งเศสยังได้รับผลกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐที่มีผลบังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ผู้ผลิตต้องรีบเคลียร์สต็อกสินค้า เพื่อรองรับไวน์ที่กำลังจะผลิตล็อตใหม่

รัสเซียเจองานหิน ยังกักดีเซลหมื่นตันรั่วอาร์กติกไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625284

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 13:03 น.

รัสเซียเจองานหิน ยังกักดีเซลหมื่นตันรั่วอาร์กติกไม่ได้

สภาพอากาศแปรปรวน-พื้นที่ยากเข้าถึง เป็นงานหินในการกักดีเซล20,000ตันรั่วลงแม่น้ำอาร์กติก

จากเหตุน้ำมันดีเซลจำนวนราว 20,000 ตัน ในคลังของบริษัท Nornickel ผู้ประกอบการเหมืองแร่ในเมืองโนริลสก์ ทางตอนเหนือในแถบภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย รั่วลงแม่น้ำสายสำคัญที่อยู่ใกล้เคียงจนส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อังเดร มาโลฟ โฆษกหน่วยงานด้านการรับมือเหตุฉุกเฉินภัยพิบัติของรัสเซียเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีปูตินประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เมืองโนริลสก์ ได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่รับมือเหตุฉุกเฉินมายังพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้เพื่อรับสถานการณ์ดังกล่าว แต่หน่วยงานเหตุฉุกเฉินของรัสเซียยอมรับว่ากำลังเจองานหินในการกักกันและทำความสะอาดน้ำมันที่รั่วไหล

อังเดร มาโลฟ ยอมรับว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุรั่วไหล ก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีเหตุน้ำมันรั่วไหลในแถบอาร์กติกเซอร์เคิลมาก่อน .. เราต้องรีบดำเนินการอย่างรวดเร็วเพราะน้ำมันอาจละลายไปกับแหล่งน้ำและพื้นดินโดยรอบ”

เบื้องต้นทางการท้องถิ่นประเมินว่าจะมีปริมาณน้ำมันดีเซลไม่น้อยกว่า 15,000 ตันที่รั่วลงแหล่งน้ำ และอีกราว 6,000 ตันไหลลงพื้นดินใกล้เคียง

รายงานระบุว่า แม่น้ำAmbarnaya ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสายหลักที่ไหลลงสู่ทะเลสาบPyasino อันเป็นพื้นที่สำคัญต่อระบบนิเวศของคาบสมุทร Taimyr เป็นแม่น้ำที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ทางการต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการกักกันคราบน้ำมันในแหล่งน้ำ Dmitry Klokov โฆษกหน่วยงานประมงรัสเซียกล่าวว่า “กระบวนการฟื้นฟูน้ำเสียอาจจะใช้เวลานานหลายสิบปี .. ขอบเขตผลกระของภัยพิบัตินี้กำลังถูกประเมินต่ำเกินไป” Klokov เสริมว่า เชื้อเพลิงส่วนใหญ่เชื่อว่าจมลงไปที่ก้นแม่น้ำและถึงทะเลสาบแล้ว

ภารกิจทำความสะอาดกำลังเจองานหินเนื่องจากหลายพื้นที่ยากจะเข้าถึง สภาพอากาศที่แปรปรวน บางแห่งยังมีแผ่นน้ำแข็งอยู่ซึ่งเป็นอุปสรรคและยิ่งทำให้น้ำมันกระทบต่อแหล่งน้ำในทะเลสาบมากขึ้น

ทั้งนี้ สำหรับสาเหตุในการรั่วไหลแม้จะยังไม่มีความชัดเจนในการสืบสวน แต่ในเว็บไซต์ของบริษัท Nornickel แถลงว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุครั้งนี้ มาจากความร้อนใต้ชั้นดินเยือกแข็ง (Permafrost) ส่งผลให้ชั้นดินเคลื่อนตัวใต้คลังเก็บน้ำมัน จนเป็นเหตุให้ถังเชื้อเพลิงรั่วไหลออกมา นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่าศาลในท้องถิ่นเมืองโนริลส์ได้จับกุมพนักงานของบริษัทแล้ว แต่ยังไม่ปรากฎเหตุผลหรือข้อหาที่ชัดเจนของการจับกุม

บิ๊กเพนตากอนเปิดหน้าชนทรัมป์ ย้ำกองทัพปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/625268

วันที่ 05 มิ.ย. 2563 เวลา 10:44 น.

บิ๊กเพนตากอนเปิดหน้าชนทรัมป์ ย้ำกองทัพปกป้องรัฐธรรมนูญและประชาชน

“ผมขอให้ทหารอเมริกันทุกนาย ยึดมั่นคำปฏิญาณในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญสหรัฐและรับใช้ชาวอเมริกัน”

สำนักข่าวซีบีเอสของสหรัฐ ได้เผยแพร่บันทึกข้อความต่อกำลังพลกองทัพสหรัฐทุกเหล่าทัพที่เขียนโดย พลเอกมาร์ก เอ. มิลลีย์ (Mark A. Milley)ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมฯ (Chairman of the Joint Chiefs of Staff) โดยสาระสำคัญตอนหนึ่ง พลเอกมาร์กย้ำให้กำลังพลในทุกหน่วยยึดมั่นต่อคำปฏิญาณที่ให้ไว้ว่าจะพิทักษ์รัฐธรรมสหรัฐและรับใช้ประชาชนชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าทั้งชายและหญิงต่างเกิดมาด้วยสิทธิเสรีและเท่าเทียม และควรได้รับการอย่างมีเกียรติ

นอกจากนี้ประธานเสธฯสหรัฐยังได้กล่าวว่า กองกำลังพิทักษ์ชาติ (National Guard) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมม็อบในขณะนี้ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าการรัฐในแต่ละมลรัฐ ไม่ใช่ทำตามคำสั่งประธานาธิบดี และเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพยสินของประชาชน รวมถึงรักษาความสงบและความปลอดภัยสาธารณะ

Mark A. Milley

บันทึกดังกล่าวแม้เพิ่งได้รับการเปิดเผย แต่หัวบันทึกได้ลงวันที่ 2 มิถุนายน ซึ่งตรงกับวันที่ทรัมป์สั่งให้กองกำลังNational Guard และตำรวจใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตาเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงที่ด้านนอกทำเนียบขาว เพื่อเปิดทางให้เขาเดินไปยังด้านหน้าของโบสถ์เซนต์จอห์น เพื่อถ่ายรูปกับคัมภัร์ไบเบิล ซึ่งหลายฝ่ายได้วิจารณ์อย่างหนักว่าทรัมป์กำลังใช้ประเด็นทางศาสนา มาหาเสียงสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามม็อบจอร์จ ฟลอยด์

ท่าทีของพลเอกมาร์ก เอ. มิลลีย์ มีขึ้นตามมาหลังจากที่เมื่อวานนี้ นายมาร์ก เอสเปอร์ รมว.กลาโหม ได้ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านทรัมป์ที่ต้องการให้ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง เช่นเดียวกับพลเอก เจมส์ แมตทิส อดีตรัฐมนตรีกลาโหมคนแรกของรัฐบาลทรัมป์ ต่างก็ออกมาแสดงจุดยืนคัดค้านรวมถึงวิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเป็นผู้สร้างความแตกร้าวในสังคมอเมริกันมาตลอดสามปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำ