เทรนด์ออกกำลังกายใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 ธันวาคม 2558 เวลา 09:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407119

เทรนด์ออกกำลังกายใหม่

โดย…นกขุนทอง ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี/บ๊าวซ์

แทรมโพลีน (Trampoline) หนึ่งในประเภทกีฬาที่ใช้แข่งขันในกีฬาโอลิมปิกและเป็นอุปกรณ์ตามบ้านที่เด็กตัวน้อยๆ ผมสีทองเล่นได้อย่างสนุกสนานคุ้นเคย หากแต่ในเมืองไทยแทรมโพลีนยังมีการเล่นอยู่จำกัด แล้วผู้ปกครองยังไม่ไว้วางใจที่จะซื้อผืนแทรมโพลีนไปตั้งไว้ในสนามให้เด็กๆ ได้โดดกันอย่างปลอดภัย แต่ถ้าใครได้สัมผัสแทรมโพลีนแล้วจะหลงใหลในการโดดและรักในอิสระเวลาที่ตัวลอยล่องบนผืนแทรมโพลีน

แทรมโพลีนเป็นรากฐานของการเล่นกีฬาเกือบทุกประเภท และเป็นกีฬาที่ให้อิสระกับทุกอายุ ไม่ว่าจะเล็กกว่า 5 ขวบ ซึ่งจะได้ทั้งความสนุก ส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก และช่วยยืดกล้ามเนื้อที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มความสูงผ่านการออกกำลังกายกระตุ้นในแนวดิ่ง ซึ่งช่วยทำให้กระดูกหนาและแข็งแรงขึ้นจากการทำงานของฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโต (Growth Hormone) โดยมีผลวิจัยว่าการกระโดดอย่างสม่ำเสมอประหนึ่งออกกำลังกายสามารถช่วยยืดกระดูกได้ 2.5-5 เซนติเมตร (ในวัยเด็ก)

 

องค์การนาซ่า ระบุว่า การฝึกดีดตัวให้ร่างกายมีการสะท้อนกลับไปมา จัดว่าเป็นการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพและวัดได้ถึงผลลัพธ์ได้ดีเยี่ยมที่สุด

การกระโดดบนแทรมโพลีนเป็นการออกกำลังกายแนวดิ่งที่ต้องต้านทานกับแรงโน้มถ่วง จึงช่วยให้เซลล์มีความเคลื่อนไหวผ่านไปตามจุดต่างๆ ภายในร่างกาย การเผาผลาญแคลอรีหากเทียบเท่ากับการวิ่งจ๊อกกิ้งในระยะเวลาที่เท่ากัน การกระโดดสามารถเผาผลาญได้มากกว่า อีกทั้งช่วยเรื่องกำลังขา กระชับสะโพก และทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็งแรง จัดอยู่ในกลุ่มการออกกำลังแบบโลว์-อิมแพ็ก

แทรมโพลีน เทรนด์ใหม่

การออกกำลังกาย

ตอนนี้กระแสสุขภาพกำลังมาแรง ผู้คนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น และที่เห็นคือ การออกกำลังกายเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มวิ่ง กลุ่มปั่นจักรยาน เสมือนว่าการออกกำลังกายคือกิจกรรมหนึ่งที่เพื่อนฝูงใช้พบปะสังสรรค์กันได้ ซึ่งผืนแทรมโพลีนหลายรูปแบบในบ๊าวซ์ก็กำลังกลายเป็นอีกคอมมูนิตีมอลล์แห่งใหม่ที่คนรักสุขภาพจะมาร่วมกันโดด

ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ ศิลปินนักแสดง และยังเคยเป็นนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทยด้วย ซึ่งทำให้เธอคุ้นเคยกับแทรมโพลีนมาตั้งแต่เด็กๆ

ปันปัน-เต็มฟ้า กฤษณายุธ

 

“เดี๋ยวนี้คนไทยออกกำลังกายมากขึ้น ถ้าเทียบกับเมืองนอกยังน้อย อย่างโดดแทรมโพลีนก็เป็นเทรนด์ใหม่แน่นอนค่ะ เพราะตอนนี้คนออกกำลังกายแล้วถ้ามีทางเลือกในการออกกำลังกายหลายอย่างให้เขาเลือก เมื่อได้เจออุปกรณ์ที่ใช้เล่นแล้วสนุกด้วยก็อยากจะออกกำลังกายมากขึ้น แทรมโพลีนเล่นง่ายด้วย ไม่เคยเล่นมาก่อน โดดแป๊บเดียวก็เป็นแล้ว ส่วนท่ายากก็ค่อยๆ ฝึกไป เป็นธรรมดาอยู่แล้วค่ะที่เราโดดได้ก็ยากที่จะลองท่ายากขึ้นไป อย่างโดดด้วยหลัง โดดแล้ววิ่งไต่กำแพง มีสแลมดังก์ อันนี้หนูอยากลอง ไม่น่ายาก เพราะมีพื้นฐานยิมนาสติกอยู่แล้ว แต่คนไม่เป็นน่าจะยากหน่อย แทรมโพลีนมันเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งเลย โดดแทรมโพลีนช่วยระบบหายใจด้วย ทำให้หอบน้อยลง บางคนเล่นกีฬาอื่นเหนื่อยง่าย โดดแทรมโพลีนจะช่วยให้อึดขึ้น แทรมโพลีน ทำให้เรากระโดดได้นานขึ้น เพราะมันช่วยสปริงตัว ในระยะยาวช่วยระบบการหายใจได้

ปกติเล่นแทรมโพลีนในยิม ซึ่งมีไม่กี่ตัว จะเล่นทีก็ต้องต่อคิวกัน แล้วในเมืองไทยหายากมากที่มีแทรมโพลีนให้เล่นเยอะขนาดนี้ หนูทราบข่าวว่าใกล้บ้านเรามีที่ฮ่องกงก็อยากไป แต่ยังไม่มีโอกาสก็พอดีบ๊าวซ์มาเปิดที่ไทย ดีใจมากค่ะ แล้วอันนี้เล่นได้หลายคนด้วย หนูมีแก๊งเต้นก็จะชอบกัน เพราะเขาเปิดเพลงตื๊ดๆ ด้วย เพลงชวนโดดมาก การโดดแทรมโพลีนช่วยฝึกความแข็งแรง ฝึกให้เต้นเร็วขึ้น เหมือนมีจังหวะการเต้นได้ดีขึ้น ส่วนมากหนูก็โดดท่าแยกขา กระโดดลงไปนั่ง กระโดดได้สูงขึ้นแตกต่างจากอุปกรณ์อื่น อันนี้ได้ความโลดโผนกว่า รู้สึกมันเหนื่อยแต่เบาตัว ไม่ปวดกล้ามเนื้อมาก หรือรู้สึกเหนื่อยหอบเกินไป มันโดดได้สนุก”

 

ด้าน ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ผู้รักการออกกำลังกาย และไม่ว่ามีอะไรมาเป็นต้องลองให้รู้ ก็มาโดดแทรมโพลีนด้วย

“ปกติผมออกกำลังกายอยู่แล้วครับ เล่นบ่อยสุดคือเตะฟุตบอล ผมว่าการออกกำลังควรออกมันเหมือนกินข้าวครับ แต่การที่เรามาทำอะไรตามกันเป็นเทรนด์ แล้วเทรนด์การออกกำลังกายมันดีอยู่แล้วครับ หาให้ได้ว่าเราชอบแบบไหน ซึ่งตอนนี้มีเยอะมาก อย่างแทรมโพลีนผมไม่เคยเล่นมาก่อนครับ แต่ได้ลองแล้วสนุกดี ผมรู้สึกว่ามันฟรี มันเหมือนตอนที่เราโดดเด้งๆ แล้วเราได้ปลดปล่อย เห็นคนที่เล่นเก่งๆ แล้วอยากทำได้บ้าง ผมก็โดดแล้วเอาหลังลงเด้งแล้วกลับมายืนได้นะ แต่ไม่รู้ผมฟลุกหรือเปล่า บางคนกระโดดแล้วปีน ซึ่งใช้ทักษะเหมือนกันครับ”

ว่างมาโดด ดีไซน์ท่าสวย

แม็กซ์-ทวิพงษ์ พงษ์ภุทระวิทย์ อายุ 26 ปี นักเต้นฮิปฮอป ตัวแทนจากฮิปฮอป อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ เป็นอีกคนที่เลือกใช้แทรมโพลีนในการออกกำลังกาย ฝึกท่าเต้น ออกแบบท่าใหม่ และยังเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่รวมกลุ่มกับเพื่อนๆ

“ผมเต้นฮิปฮอปมา 9 ปี โดยส่วนใหญ่ถ้ามีโชว์ การแข่งขันจะใช้การตีลังกามาช่วยในการเพอร์ฟอร์แมนซ์ มีเป็นกิมมิกเล็กๆ ไว้ให้หวือหวา เมื่อก่อนเราฝึกท่าตีลังกากับเบาะ บางทีคนไม่คุ้นเคยไม่กล้า ไม่ยอมกระโดด ความกล้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่พอฝึกกับแทรมโพลีนมันช่วยให้ง่ายขึ้น กล้าฝึกเพราะเรารู้ว่ามันเซฟเราได้ ทำให้เราคุ้นเคยว่าความรู้สึกลอยตัวเป็นแบบนี้นะ ให้จับความรู้สึกได้ รู้ว่าตัวเองคอนโทรลร่างกายแบบไหน ความรู้สึกคล้ายฝึกกับเบาะ แต่แทรมโพลีนซัพพอร์ตแรงได้ดีกว่าและเด้งตัวดีกว่า เราไม่กลัวเจ็บก็กล้าที่จะตีลังกา แต่พอไปพื้นจริงก็ต้องฝึกอีกที ให้ทำด้วยตัวเองเหมือนแทรมโพลีน แต่ไม่ลอยสูงเท่ากัน แต่ต้องทำเร็วขึ้นเพื่อให้กลับมายืนทรงตัวได้”

 

ด้วยคุณสมบัติของแทรมโพลีน เป็นเหตุผลให้นักเต้นฮิปฮอปหลงใหล ว่างมาโดด “อย่างผมนี่ขี้กลัวเลยครับ มาฝึกกับแทรมโพลีน ช่วยเรื่องความกล้าได้ดี เช่น ตีลังกาหลังแล้วตัวตรง กระโดดแอ่นตัวกลับตัวตรงเลย ไม่ต้องม้วนเข่า คล้ายๆ สะพานโค้งแล้วยืน แต่อันนี้สามารถฝึกกระโดดตีลังกาหลังไปได้เลย 2 รอบ แต่ถ้าฝึกในพื้นจริงอาจยากมาก ต้องเชี่ยวชาญจริงๆ จะโดดต่อกัน 2 รอบต้องฝึกนานมาก ซึ่งท่านี้ผมไม่เคยทำ มาฝึกในแทรมโพลีนมันง่ายขึ้น แต่ด้วยความเด้งไม่เหมือนพื้นธรรมดา ก็ต้องปรับกัน ท่านี้ผมก็ทำได้แล้ว ตอนนี้มาเล่นก็กล้าฝึกท่าที่ยากขึ้น ส่วนตัวผมฝึกมานาน พอมาเจอแทรมโพลีนชัดเลย เป็นตัวช่วยที่ดีมาก โดยปกติแล้วคนที่เล่นเอ็กซ์ตรีม มาจากหลายๆ อย่าง ฝึกกันในโรงยิม สนามหญ้า แต่พอมีลูกเล่นใหม่ก็อยากฝึกอะไรใหม่ๆ ยากขึ้น”

ทวิพงษ์ บอกถึงประโยชน์ของแทรมโพลีนและวิธีการเล่นที่ปลอดภัย ว่า “แทรมโพลีนช่วยในการหายใจ การกระโดด ทำให้ปอดเราทำงานมากขึ้น เหมือนวิ่งออกกำลังกาย วิ่งไม่เกิน 5 นาที ก็เหนื่อยแล้ว แต่กระโดดช่วยให้เราได้พัฒนาศักยภาพด้านร่างกายให้อึดขึ้น ได้แรงขา การสปริงข้อเท้าสำคัญมากกับการเต้น คนขยับช้าเอื่อยก็เต้นได้ไม่ดี แทรมโพลีนจะช่วยพัฒนาตรงนี้ สำหรับการบาดเจ็บจากการเล่น ก็เหมือนกีฬาอื่นๆ ถ้าไม่วอร์มอัพก่อนเล่น กล้ามเนื้อก็บาดเจ็บได้ ส่วนการกระโดดเวลายืนก็ต้องลงด้วยปลายเท้า ไม่ลงเต็มเท้า เวลาลงย่อเข่าลงจะช่วยลดแรงกระแทก ถ้ากระโดดลงขาตรงจะกระเทือนไปทั้งตัว หรือท่าเอาหลังลงก็ใช้หลังส่วนบน ถ้าเอากระดูกสันหลังลงอาจหลุดได้ สมมติเราพลาด ห้ามเอามือค้ำแทรมโพลีน แรงกระแทกจะทำให้แขนเรากระดกขึ้นมา หัวไหล่หลุด หรือข้อศอก แรงกระแทกกลับมาทำให้ข้อบาดเจ็บ ควรเก็บตัวห้ามใช้มือค้ำ โดยส่วนใหญ่คนเล่นไม่เป็นเวลาล้มจะเอามือค้ำ แต่กรณีนี้ต้องพลิกตัวให้เอาด้านข้างรับ เก็บแขนไว้ที่หน้าอก ช่วยลดการกระแทกได้ บาดเจ็บน้อยลง”

 

ด้าน โอ๊ต-สรวิทย์ พานทอง นักฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุ 19 ปี เพิ่งเคยเล่นแทรมโพลีน แต่ก็ติดใจในความรู้สึกอิสระระหว่างโดด “ที่ผมรู้สึกได้อย่างแรกเลยคือ มันสนุก ผ่อนคลาย มาโดดกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่มได้ ก็เป็นการออกกำลังกายที่สนุก แตกต่างจากตอนที่ผมฝึกซ้อมอยู่แล้วครับ มาเล่นแทรมโพลีนเป็นการผ่อนคลายมากกว่าการฝึก แต่มันก็ช่วยฝึกกำลังขา กระโดดไปเรื่อยๆ ได้กำลัง ก็มีฝึกกระโดดตีลังกาเตะบอลไปด้วย ซ้อมกระโดดเหมือนฝึกกระโดดโหม่ง อันนี้ก็ช่วยเซฟตี้เราจากการบาดเจ็บได้ด้วย แต่เอาจริงๆ ผมรู้สึกสนุกเวลาโดดเราลอยตัวอิสระดีครับ”

ยินดีต้อนรับสู่บ๊าวซ์โซไซตี้

สำหรับเมืองไทยมีพื้นที่ให้โดดอย่างอิสระและมั่นใจในความปลอดภัย เมื่อบ๊าวซ์มาปักหมุดเปิดตัวที่ประเทศไทยและเปิดเป็นแทรมโพลีน อารีน่าในร่มที่ใหญ่สุดในเอเชีย บริเวณชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า เดอะ สตรีท ถนนรัชดา กรุงเทพฯ

พอล โรบิลลียาร์ด เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย กล่าวว่า การเล่นแทรมโพลีนเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศออสเตรเลีย เรียกได้ว่าบ้านเกือบทุกหลังมีแทรมโพลีนในสนามหญ้า “การที่บ๊าวซ์ได้พัฒนาให้แทรมโพลีนหลังบ้านมาสร้างสรรค์เป็นแทรมโพลีน อารีน่า ที่สามารถต่อยอดจากการกระโดดมาเป็นกิจกรรมกลุ่ม จึงช่วยกระชับความสัมพันธ์ทั้งในครอบครัวและในกลุ่มเพื่อน”

ภายในอารีน่า ประกอบไปด้วย ผืนแทรมโพลีนที่ต่อกันถึง 105 ผืน รอต้อนรับผู้ที่รักในการบ๊าวซ์ (การกระโดด) ในทุกรูปแบบของการกีฬาและกิจกรรม ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มหัดกระโดดหรือมีความสามารถระดับเอ็กซ์ตรีมก็มากระโดดกันไปเลยให้สูงสุด เพราะยิ่งสูงยิ่งท้าทาย และมั่นใจได้กับการทิ้งตัวลงบนแทรมโพลีน หรือจะตีลังกาข้ามแทรมโพลีนผืนต่อผืนจนสุดฝั่ง พัฒนาทักษะไปจนถึงการเล่นสแลมดังก์ หรือการลอยตัวบนอากาศชู้ตลูกบาสเข้าห่วง เพิ่มดีกรีความเก่งจากการวิ่งขึ้นกำแพง ไปจนถึงการแข่งดอดจ์บอล ตีลังกากระโดดให้สุดไกลแล้วพุ่งตัวลงบิ๊กแบ็ก บ๊าวซ์กันแบบฟรีสไตล์ให้ร่างกายได้เบิร์นแคลอรี ทำแอโรบิก 45 นาที บนแทรมโพลีนก็เผาผลาญได้เทียบเท่าหรือมากกว่าการเล่นคาร์ดิโอ ซึ่งไม่ว่าจะเลือกการบ๊าวซ์แบบไหนจะมีเจ้าหน้าที่ภาคสนามคอยให้คำแนะนำ

ทุกช่วงวัยและช่วงเวลาคือความสนุกที่ปลดปล่อยได้อย่างเต็มที่ เพราะพื้นที่ภายในโซนแทรมโพลีนถูกปูทับด้วยผืนฟองน้ำเกรดระดับและมีบิ๊กแบ็ก ซึ่งเป็นเบาะลมช่วยรับแรงกระแทกเกรดระดับหนังฮอลลีวู้ด สปริงของแทรมโพลีนมีความแข็งแรง มาตรฐานการแข่งขันโลก สามารถรองรับการกระโดดพุ่งตัวแบบไม่ต้องยั้งกับการทิ้งน้ำหนักได้อย่างมั่นใจ และการบ๊าวซ์บนแทรมโพลีนจะต้องสวมใส่ถุงเท้าหนึบของบ๊าวซ์ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการเล่นและป้องกันอุบัติเหตุจากการลื่น เพราะเม็ดหนึบพิเศษที่ติดอยู่ใต้ถุงเท้าหนึบของบ๊าวซ์ ได้รับการออกแบบให้วางในตำแหน่งที่ถูกต้อง ผ่านการทดลองแล้วว่าช่วยลดโอกาสการลื่นได้ดี

ผืนแทรมโพลีนของบ๊าวซ์ที่เรียงรายเชื่อมต่อกันอย่างมีสีสันนั้น เริ่มต้นมาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งผืนแทรมโพลีนเหล่านั้นได้ถูกต่อขยายอย่างไม่หยุดยั้งไปยังโซนต่างๆ ของโลก ทั้งทางฝั่งยุโรป ตะวันออกกลาง และในเอเชีย อาทิ โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฮ่องกง บ๊าวซ์จึงเปรียบเสมือนจักรวาลที่ติดสปริงเพื่อมอบความสนุก สร้างกลุ่มสังคม ส่งเสริมการกีฬา

 

สัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่าง ของโยคะ ที่ Eclipse Yoga Pilates

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 ธันวาคม 2558 เวลา 10:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/407042

สัมผัสเสน่ห์ที่แตกต่าง ของโยคะ ที่ Eclipse Yoga Pilates

โดย…มีนา

ใครกำลังมองหาการออกกำลังกายที่ฉีกแบบเดิมๆ กว่าที่เคย อาทิ โยคะ ต่อยมวย หรือเล่นพิลาทิสสไตล์ใหม่ๆ ลองแวะมายืดเส้นยืดสายที่ Eclipse Yoga Pilates สตูดิโอโยคะที่เน้นบรรยากาศแสนสนุก และผสมผสานกับการออกกำลังกายหลากหลายแบบเกิดเป็นคลาสโยคะสไตล์ใหม่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานไม่เนิบช้าเหมือนเช่นเดิมที่เคยลองมา

ครูบี-สกุลยา หิรัญพรกุล แห่ง Eclipse Yoga Pilates เล่าว่า โยคะมีพื้นฐานมาจากธรรมชาติที่มีความอิสรเสรี ไม่ได้มีกฏเกณฑ์ข้อบังคับใดๆ จึงสามารถเล่นได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อนหรืออากาศหนาว กลางวันหรือกลางคืน กลางแจ้งหรือในห้อง แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปโยคะจึงถูกพัฒนาขึ้นออกไปหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น โยคะร้อน โยคะฟลาย ฯลฯ แล้วแต่ใครจะหยิบยกไปสร้างสรรค์ผสมผสาน รวมไปถึงการสร้างกรอบและรูปแบบนิยมของโยคะขึ้นมา เหมือนอย่างถ้าในประเทศไทย ทุกคนก็จะนึกภาพโยคะในแบบเรียบๆ ขาวๆ นิ่งๆ เนิบนาบ สงบ และสำรวม ซึ่งอาจจะสไตล์จำเจที่ไม่ถูกจริตของคนรุ่นใหม่ ที่ชอบอะไรที่คึกคัก สนุกสนาน และแตกต่าง

 

“เราฉีกรูปแบบเดิมๆ และก้าวไปอีกขั้นอย่าง Eclipse Yoga Pilates จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในเรื่องคอนเซ็ปต์และธีม โดย Mood and Tone ของสถานที่ได้เลือกใช้ในสิ่งที่แตกต่างอย่าง แบล็กไลท์ (Black Light) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศห้วงอวกาศที่มืดมิดแต่ก็มีประกายแสงของดวงดาวส่องความสว่างที่สลัวพอจะสามารถมองเห็นท่วงท่าของคุณครูได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสงบ เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวของคุณต่างจากห้องแบบเปิดไฟสว่างแจ้ง”

ทั้งนี้ การใช้ไฟแบล็กไลท์ของที่นี่ ยังช่วยสร้างอารมณ์และปรับเปลี่ยนได้หลากหลายบรรยากาศ เพียงแค่การปิดเปิดปรับสภาพแวดล้อมของห้องจากสว่างในแบบปกติสู่บรรยากาศแห่งความสงบเหมือนอยู่ในอวกาศ ไปจนถึงการใช้สีสะท้อนแสง นีออน หรือไฟดิสโก้ มาสร้างความสนุกสนาน โดยมีการเสริมความสมบูรณ์ของบรรยากาศด้วยเสียงดนตรีสารพัดจังหวะ ตั้งแต่แจ๊ซ ร็อก ไปจนถึงเฮาส์ หรือแดนซ์แบบงานปาร์ตี้ บรรยากาศโดยรวมจึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เป็นกันเอง ทุกคนที่ก้าวเข้ามาจะรู้สึกสบายใจ ไฟแบล็กไลท์ยังช่วยเปิดกว้างให้อิสระของการเล่นโยคะที่ Eclipse Yoga Pilates นี้สามารถสร้างสรรค์ได้อย่างไม่มีกรอบจำกัด

 

และยังมีการสร้างสรรค์คลาสการนำเอาโยคะไปประยุกต์รวมกับการออกกำลังกายแบบอื่นๆ อย่างพิลาทิสที่จะช่วยบำรุงเรื่อง Core หรือแกนลำตัวให้แข็งแรง หรือ Muay Thai Yoga ที่นำโยคะไปรวมกับมวยไทย โดยมีทั้งท่าชกมวยและท่าไหว้ครูของมวยไทย ที่ช่วยยืดเส้นและเรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดี Iron Yoga โยคะกับการยกน้ำหนัก ที่ใช้เวตยกน้ำหนักมาประกอบกับท่าโยคะเพิ่มความยากและท้าทายกว่าการทำโยคะท่าปกติ

รวมไปถึง Piloxing วิธีการออกกำลังกายแบบใหม่ที่ผสมผสาน พิลาทิส การชกมวย และการเต้นเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจะได้ทั้งยืดเส้นยืดสาย ออกแรงในทุกส่วน และการเคลื่อนไหวอย่างสนุกสนาน ซึ่งจะช่วยเรียกเหงื่อและการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี ที่นี่จึงเรียกได้ว่าเป็นสถานที่ออกกำลังกายสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ครอบคลุมทั้ง ฟิตเนส ยิม มวยไทย และโยคะสตูดิโอเข้าไว้ด้วยกัน นับเป็นรูปแบบของการผสมผสานศาสตร์ชนิดต่างๆ มาช่วยสร้างความสนุกและเพิ่มอิสรเสรีแห่งการออกกำลังกาย และตั้งใจที่จะก่อให้เกิดคอมมูนิตี้ใหม่สำหรับผู้รักการออกกำลังกายไม่ซ้ำใคร

 

 

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 3/4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 ธันวาคม 2558 เวลา 11:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/406924

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 3/4)

โดย…ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

Yoga Block เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทำท่าต่างๆ ได้โดยไม่บาดเจ็บหรือฝืนร่างกายจนเกินไป โดยใช้รองส่วนต่างๆ หรือต่อแขนขาในท่าที่จับไม่ถึงหรือร่างกายไม่ยืดหยุ่นพอ

ท่า Square Hip หรือท่าสี่เหลี่ยมเพื่อเปิดสะโพก ท่านี้จะใช้ Yoga Block รองที่ข้อเท้า เพื่อทำให้สะโพกถูกยืดตึงมากขึ้นกว่าการวางข้อเท้าที่ต้นขาปกติ

(หมายเหตุ : ชุดนี้มีท่าต่อเนื่องด้วยกันทั้งหมด 4 ตอน)

ประโยชน์

· ยืดกระดูกสันหลัง กระเบนเหน็บ

· กดนวดอวัยวะในช่องท้อง

· เปิดสะโพก ยืดเส้นใต้สะโพก ต้นขา

และใต้ขา (Hamstring)

วิธีปฏิบัติ

1 สามารถทำต่อท่าจากครั้งก่อน หรือเริ่มจากท่านั่งเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า หลังตรง วาง Block ที่ข้างเข่าขวาด้านนอก (ตั้ง Block แนวตามรูป หากไม่มี Block ให้ใช้หมอนแข็งที่ขนาดพอเหมาะตั้งรองแทนได้) พับขาซ้าย วางข้อเท้าซ้ายไว้บน Block ปลายเท้าขวาตั้ง วางมือที่เข่าซ้ายและเท้าซ้าย ยืดหลังตรง

 

2 ขาขวามาซ้อนใต้ขาซ้าย น่องขาทั้งสองข้างจะขนานกับด้านหน้าลำตัว

 

3 หายใจเข้า ก้มยืดลำตัวไปด้านหน้า ยืดจากข้อต่อสะโพก

 

4 ขณะหายใจออก ยืดตัวก้มลงไปจนศีรษะใกล้พื้น หรือหน้าผากติดพื้นหากทำได้ หายใจเข้าออกยาวๆ 3-5 ลมหายใจ

 

(ต่อตอนที่ 4/4 สัปดาห์หน้า)

 

โรคเบาหวานที่เกิดจาก การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 ธันวาคม 2558 เวลา 11:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/406923

โรคเบาหวานที่เกิดจาก การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ

โดย…พจ.เซ็งจุ้น แซ่ลี แผนกอายุรกรรมโรคเบาหวานและระบบต่อมไร้ท่อ คลินิกหัวเฉียวไทย-จีน

โรคเบาหวานเกิดขึ้นเนื่องมาจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกติน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือมีการดื้อของอินซูลิน ร่างกายจึงไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูง ในระยะยาวมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ โรคเบาหวานนั้นแบ่งเป็นหลายชนิด

1.Type 1 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 1) พบประมาณ 5-10%ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ส่วนใหญ่ในผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปีมีรูปร่างผอม และมีอาการของโรคเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ผู้ป่วยเบาหวานชนิดนี้จะต้องพึ่งพาการฉีดอินซูลินในการรักษาให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

2.Type 2 diabetes (เบาหวานชนิดที่ 2) ประมาณ 90-95% พบประมาณ 90-95% ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ส่วนใหญ่เกิดกับผู้มีอายุมากกว่า 30 ปี อาการเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือไม่มีอาการ มีรูปร่างอ้วนหรือรูปร่างปกติแต่มีลักษณะอ้วนลงพุง (Abdominal Obesity) มักมีประวัติเบาหวานในครอบครัวชัดเจน

3.Other type of diabetes (เบาหวานชนิดอื่นๆ) เบาหวานชนิดนี้เกิดจากมีสาเหตุอื่นๆ ที่มีผลกระทบทำให้สมดุลของน้ำตาลกลูโคสผิดปกติ หรือทำให้การสร้างอินซูลินผิดปกติไป ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากการเกิดความผิดปกติของอวัยวะที่สร้างอินซูลินอย่างตับอ่อน

4.Gestational diabetes mellitus (เบาหวานที่ตรวจพบขณะตั้งครรภ์) หรือ GDM เป็นภาวะที่ตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดสูงระหว่างตั้งครรภ์ แต่ในบทความนี้ขอกล่าวถึงโรคเบาหวานที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะโดยเฉพาะโรคเบาหวานชนิดที่ 2

การรับประทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ เช่น การกินมากเกินไป การกินหวานเกินไป การกินมันมากเกินไป ฯลฯ ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานโดยเฉพาะโรคเบาหวานประเภท 2 ความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นมีความสะดวกสบายขึ้นเรื่อยๆ อาหารมีมากหลากหลายขึ้น การคมนาคมที่สะดวกขึ้น และลักษณะงานที่ต้องนั่งอยู่กับที่ทั้งวันมีมากขึ้น คนเรานั้นรับประทานมากแต่ออกกำลังกายน้อย บวกกับความเครียดทำให้คนเราเป็นโรคอ้วนกันมากขึ้น และเซลล์ไขมันในคนอ้วนนี่เองที่มีการหลั่งฮอร์โมนที่มีผลต่อการดื้อของอินซูลิน

ทางแพทย์แผนจีนได้กล่าวถึงโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยคัมภีร์แพทย์จีนโบราณได้มีการบันทึกเกี่ยวกับโรคที่มีชื่อว่า “เซียวเข่อ” เป็นโรคที่มีอาการกระหายน้ำบ่อย หิวบ่อย ปัสสาวะบ่อยและร่างกายซูบผอม ซึ่งมีอาการคล้ายกับโรคเบาหวานในปัจจุบัน แล้วการกินอาหารที่ผิดสุขลักษณะทำให้เกิดเบาหวานได้อย่างไร

ในทรรศนะของแพทย์จีน ระบบการย่อยอาหารมีความเกี่ยวข้องกับม้าม โดยม้ามทำหน้าที่ควบคุมการย่อยอาหารของกระเพาะอาหาร เมื่อเรารับประทานอาหารเข้าไป กระเพาะอาหารจะอาศัยพลังชี่จากม้ามเพื่อดึงเอาสารอาหารจากอาหารที่รับประทานเปลี่ยนเป็นพลังชี่ให้พลังงานแก่ระบบต่างๆ ของร่างกาย (สุยกู่จือชี่) ส่วนของเหลวที่ร่างกายดื่มเข้าไปถูกดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย จากนั้นอาหารและของเหลวที่เหลือจะถูกขับออกจากร่างกาย การรับประทานอาหารที่มากเกินไป มีรสหวานและความมันมากเกินไปทำให้ร่างกายย่อยอาหารยาก เมื่อย่อยได้ยากก็เกิดเป็นอาหารตกค้างสะสมอยู่ในกระเพาะอาหารทำให้เกิดความร้อนและความชื้นกระทบถึงม้าม ทำให้ม้ามเกิดความร้อนชื้นขึ้น เมื่อม้ามเกิดความร้อนชื้นสะสมเป็นระยะเวลานาน จึงมีผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ดังนี้

1.สภาวะร้อนในม้าม ความร้อนที่เกิดขึ้นในม้ามนั้นทำลายสารน้ำที่อยู่ในร่างกายส่งผลให้ร่างกายเราขาดสารน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยง ร่างกายจึงสร้างกลไกให้รู้สึกกระหายน้ำบ่อย เพื่อจะได้ดื่มน้ำมากขึ้น

2.ในทรรศนะของแพทย์แผนจีน ม้ามเป็นอวัยวะที่ไม่ชอบความชื้น ความชื้นสามารถขัดขวางพลังชี่ของม้าม ม้ามจึงไม่สามารถควบคุมการย่อยของกระเพาะอาหารได้เต็มที่ ทำให้ไม่สามารถดึงเอาสารอาหารมาเป็นพลังงานและไม่สามารถดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้อย่างเต็มที่ เมื่อร่างกายขาดสารอาหาร ร่างกายจึงสร้างกลไกป้องกันทำให้เรามีอาการหิวบ่อย และเมื่อร่างกายขาดสารน้ำที่ใช้หล่อเลี้ยงในร่างกาย ร่างกายจึงสร้างกลไกให้เรากระหายน้ำ เพื่อดื่มน้ำมากขึ้นทดแทนที่ถูกทำลายไป

3.ปกติของเหลวที่เหลือจากการดึงสารน้ำจะถูกขับถ่ายออกทางปัสสาวะ แต่เมื่อร่างกายดึงเอาสารน้ำที่มีประโยชน์ไปหล่อเลี้ยงร่างกายได้น้อยลง ของเหลวที่เหลือจากการดึงสารน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้เรามีอาการปัสสาวะบ่อย

4.แม้ตอนเริ่มเป็นโรคเบาหวาน (ประเภท 2) จะมีลักษณะร่างกายที่อ้วน แต่เมื่อคนเราเป็นโรคเบาหวานเป็นระยะเวลานานร่างกายจะขาดสารอาหารเรื่อยๆ และซูบผอมในที่สุด

การรับประทานอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่การรับประทานอาหารที่อร่อยก็ยังเป็นการสร้างความบันเทิงใจให้แก่มนุษย์เรา แต่หากเราเน้นรับประทานอาหารเพื่อความบันเทิงโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว เราก็อาจจะต้องพบกับโรคต่างๆ ที่ทำลายสุขภาพเรา ดังเช่น “โรคเบาหวาน” ก็เป็นได้ ส่วนการรับประทานอาหารอย่างไรถึงจะถูกสุขลักษณะทางแพทย์แผนจีน โปรดติดตามในบทความต่อไป

 

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 2/4)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ธันวาคม 2558 เวลา 12:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/405696

ท่า Square Hip โดยใช้ Yoga Block (ตอนที่ 2/4)

โดย…ภัทราทิพย์ พงษ์พานิช โยคะสุตรา สตูดิโอ http://www.YogaSutraThai.com

Yoga Block เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทำท่าต่างๆ ได้โดยไม่บาดเจ็บหรือฝืนร่างกายจนเกินไปโดยใช้รองส่วนต่างๆ หรือต่อแขนขาในท่าที่จับไม่ถึงหรือร่างกายไม่ยืดหยุ่นพอ

ท่า Square Hip หรือท่าสี่เหลี่ยมเพื่อเปิดสะโพก ท่านี้จะใช้ Yoga Block รองที่ข้อเท้า เพื่อทำให้สะโพกถูกยืดตึงมากขึ้นกว่าการวางข้อเท้าที่ต้นขาปกติ

(หมายเหตุ : ชุดนี้มีท่าต่อเนื่องด้วยกันทั้งหมด 4 ตอน)

ประโยชน์

· ยืดบิดนวดกระดูกสันหลัง

· ยืดเส้นด้านข้างลำตัวและหัวไหล่

· เปิดสะโพก ยืดเส้นใต้สะโพก ต้นขาและใต้ขา (Hamstring)

วิธีปฏิบัติ

1 ต่อจากครั้งก่อน นั่งเหยียดขาทั้งสองไปด้านหน้า หลังตรง วาง Block ที่ข้างเข่าขวาด้านนอก (ตั้ง Block แนวตามรูป หากไม่มี Block ให้ใช้หมอนแข็งที่ขนาดพอเหมาะตั้งรองแทนได้) พับขาซ้าย วางข้อเท้าซ้ายไว้บน Block ปลายเท้าขวาตั้ง วางมือที่เข่าซ้ายและเท้าซ้าย

 

2 เอื้อมมือซ้ายจับเท้าขวาด้านนอก หายใจเข้ายืดตัวยืดหลังไปด้านหน้า

 

3 หายใจออก เหยียดแขนขวาวาดไปด้านหลังบิดลำตัว เปิดไหล่ มองไปทางด้านหลัง หายใจเข้าออกขณะบิดลำตัว 2-3 ลมหายใจ

 

(ต่อตอนที่ 3/4 สัปดาห์หน้า)

 

กรมควบคุมโรคแนะวิธีรับมือ ‘ไวรัสกินคน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ธันวาคม 2558 เวลา 11:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/405695

กรมควบคุมโรคแนะวิธีรับมือ ‘ไวรัสกินคน’

“โรคลิชมาเนีย” อาจไม่คุ้นชินสำหรับคนไทย แต่เชื่อหรือไม่ว่าทั่วโลกมีแหล่งแพร่เชื้อไม่ต่ำกว่า 80 ประเทศ

โรคลิชมาเนีย หรือ “ไวรัสกินเนื้อคน” ตามที่สื่อมวลชนเรียกขาน เคยระบาดในประเทศซีเรียมาตั้งแต่ปี 2555 และช่วงต้นปี 2556 พบผู้ป่วยประมาณ 4.1 หมื่นราย

ล่าสุด โรคดังกล่าวได้รับความสนใจอีกครั้งภายหลังเกิดกระแสข่าวพบการแพร่ระบาดในประเทศซีเรียอีกระลอก แม้ว่าองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ประเทศซีเรียจะยังไม่ได้แจ้งเตือนถึงสถานการณ์ดังกล่าว

สำหรับอาการของผู้ป่วยด้วยโรคไวรัสกินเนื้อคน เริ่มแรกผิวหนังจะมีตุ่มนูนพองใสและแดงทั่วตัว ลุกลามจากแผลเล็กๆ หลายๆ แผล จนกลายเป็นแผลใหญ่ได้ นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดแผลตามใบหน้า โพรงจมูก ปาก รวมทั้งลำคอ โดยแผลอาจจะทำให้รูปหน้าผิดไปจากเดิม รวมทั้งมีอาการไข้ ซีด อ่อนเพลีย น้ำหนักลด หากปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรง และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องก็สามารถทำให้เสียชีวิตได้

โรคดังกล่าวเป็นโรคที่สามารถติดต่อจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสู่คนได้ โดยมีพาหะเป็น “ริ้นฝอยทราย” ส่วนการรักษาก็มีตั้งแต่ทายาภายนอก รับประทานยา หรือแม้แต่การฉีดยา

นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรคให้ข้อมูลว่า สถานการณ์โรคลิชมาเนียในประเทศไทย พบผู้ป่วยประปรายตั้งแต่ปี 2503-2558 โดยพบผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 66 ราย ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคลิชมาเนียส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้ที่มีเชื้อ HIV ร่วมด้วย เฉพาะในปี 2558 มีรายงานพบผู้ป่วย 2 ราย ใน จ.แม่ฮ่องสอน และ
เชียงราย

นพ.อำนวย อธิบายเพิ่มว่า โรคลิชมาเนียเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัว ซึ่งมีการติดต่อของโรคนำโดยแมลง มีริ้นฝอยทรายเป็นพาหะนำโรค ปัจจุบันมีรายงานแหล่งแพร่โรคลิชมาเนียไม่ต่ำกว่า 80 ประเทศ อาทิ จีน อินเดีย ประเทศในแถบตะวันออกกลาง แถบเมดิเตอร์เรเนียน แอฟริกาเหนือ และตอนเหนือของอเมริกาใต้

สำหรับการระบาดส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับการอพยพและเคลื่อนย้ายของประชาชน นอกจากนี้ในประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม ซึ่งไม่ได้มีการจัดการสุขาภิบาลที่ดีก็สามารถเกิดการระบาดได้

“ในส่วนของการระบาดในประเทศซีเรียนั้นพบว่ามีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดการแพร่ระบาดข้ามประเทศและมีความเป็นไปได้น้อย หรือไม่มีความเป็นไปได้ที่จะนำเชื้อชนิดนี้ไปทำอาวุธชีวภาพ เนื่องจากเชื้อลิชมาเนียจะมีการแพร่กระจายได้ก็ต่อเมื่อมีพาหะนำโรคเท่านั้น” อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุ

พร้อมกันนี้ กรมควบคุมโรคยังได้แนะนําวิธีการสำหรับป้องกันตัวเองจากโรค ได้แก่ 1.ป้องกันตนเองอย่าให้ริ้นฝอยทรายกัด เช่น การทายากันยุง สวมเสื้อผ้าปกปิดร่างกายเมื่อเข้าป่า โดยเฉพาะในช่วงพลบค่ำที่ริ้นฝอยทรายออกหากินมาก 2.ปรับปรุงสิ่งแวดล้อมทั้งในบ้านและนอกบ้านให้สะอาดเป็นระเบียบ และทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ริ้นฝอยทราย

3.ควบคุมรังโรคในสัตว์ เช่น วัว ควาย ต้องเลี้ยงห่างจากบ้านประมาณ 5-10 เมตร 4.ผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด ควรมีการเฝ้าระวังโรค เช่น แรงงานไทยทุกคนที่เดินทางกลับจากประเทศที่เป็นแหล่งแพร่โรคควรได้รับการตรวจร่างกาย เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นโรคลิชมาเนียเนื่องจากผู้ป่วยมักไม่ทราบ เพราะไม่มีอาการรุนแรง ประชาชนที่มีความสนใจ

ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

นพ.นภดล นพคุณ ระวังมหันตภัยฟิลเลอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 ธันวาคม 2558 เวลา 11:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/405694

นพ.นภดล นพคุณ ระวังมหันตภัยฟิลเลอร์

โดย…สุภชาติ เล็บนาค

นพ.นภดล นพคุณ นายกสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้ออกมาเตือนภัยการใช้ฟิลเลอร์ หรือสารเพิ่มเติม ในการรักษาผิวพรรณ-บำรุงผิวหนังให้สวยงามเสมอ โดยบอกว่า ในปัจจุบันประชาชนนิยมที่จะฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มเพิ่มมากขึ้น โดยสารที่ใช้กันอยู่เป็นประจำเรียกว่า “สารไฮยาลูโรนิคแอซิด” แบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ ได้แก่ 1.แบบชั่วคราว มีอายุใช้งานประมาณ 4-6 เดือน แต่มีความปลอดภัยสูง สลายตัวได้เองตามธรรมชาติ 2.แบบกึ่งถาวร มีอายุใช้งานประมาณ 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง และ 3.แบบถาวร เช่น ซิลิคอนหรือพาราฟินหลังฉีดแล้วจะอยู่ในผิวตลอดไปไม่สลายตามธรรมชาติ มักพบผลข้างเคียงระยะยาว

ทั้งนี้ “ไฮยาลูโรนิคแอซิด” ปกติจะมีอยู่ในผิวหนังอยู่แล้ว แต่สิ่งที่นำมาฉีดเป็นการสังเคราะห์ขึ้นมา เมื่อฉีดเข้าไปแล้วก็หวังว่าจะไปเติมเต็มร่องรอยต่างๆ แต่เดิมคิดว่าสารตัวนี้ปลอดภัย เพราะสามารถละลายไปได้เอง แต่ปัญหาเมื่อฉีดเข้าไปแล้ว ผลข้างเคียงที่เจอบ่อยๆ คืออาการแดงหลังจากการฉีด แล้วมีอาการบวมช้ำ เนื่องจากเวลาฉีดจะใช้เข็มจิ้มลงไปบริเวณผิวหนัง ก็อาจจะไปโดนบริเวณเส้นเลือดแดงบ้าง ทำให้เกิดการช้ำบริเวณนั้นได้

ผลข้างเคียงในลักษณะนี้จะไม่น่ากลัว เนื่องจากจะหายไปเองได้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่จะมีผลข้างเคียงที่จะพบได้บ่อยและเป็นปัญหา คือ การฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนๆ อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ผิดชนิด หรือเลือกเอาฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมมาฉีดในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม หรือบางที่เกิดการอักเสบติดเชื้อตามมาตรงบริเวณที่ฉีด บางทีเชื้อซ่อนอยู่ในฟิลเลอร์ ทำให้ร่างกายกำจัดได้ยากกลายเป็นแผลที่มีหนองอยู่ข้างในตลอดเวลา

การฉีดฟิลเลอร์นั้น มีข้อควรระวังอยู่ 3 ปัจจัย คือ 1.ตัวผู้ทำการฉีดต้องมีความชำนาญสูง และต้องเป็นแพทย์เท่านั้น 2.สารที่ใช้แม้ว่าเป็นสารที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาแล้ว ก็สามารถเกิดผลข้างเคียงได้ แม้แต่การดูดไขมันของตัวเองมาฉีดก็เกิดอันตรายได้เช่นกัน 3.ตัวผู้รับการฉีด แต่ละคนมีกายวิภาคที่ต่างกัน ตำแหน่งของเส้นเลือดเส้นประสาทอาจมีความแตกต่างจากคนอื่นได้ โดยเฉพาะผู้ที่เคยผ่าตัด ฉีด ร้อยไหม จะมีพังผืดทำให้เกิดอันตรายง่ายขึ้นอีก

การใช้ฟิลเลอร์สำหรับการรักษาผิวพรรณนั้น ใช้หลักการคือ ผิวหนัง ซึ่งจะมีส่วนประกอบหลักที่สำคัญ คือใยคอลลาเจนและสารไฮยาลูโรนิค ที่มีความสามารถในการอุ้มน้ำมากกว่าตัวเองร้อยเท่า มีหน้าที่ให้ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นแก่ผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณรูปทรงเต่งตึง เมื่อเวลาผ่านไปเข้าสู่วัยชรา พบว่า ใยคอลลาเจนและสารอุ้มน้ำจะค่อยๆ มีจำนวนลดน้อยลง มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผิวหนัง จะมีลักษณะบางลง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น เพื่อแก้ไขภาวะดังกล่าวจึงมีความพยายามหาทางแก้ไขโดยการฉีดสารจากภายนอกเข้าไปในผิวหนังเพื่อทดแทนหรือเรียกกันว่าฟิลเลอร์นั่นเอง

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถส่งคำถามมาได้ที่อีเมล question@dst.or.th โดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จะตอบทุกข้อสงสัย

 

กินสมุนไพรลดน้ำตาลดีไหม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2558 เวลา 11:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/405227

กินสมุนไพรลดน้ำตาลดีไหม

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

ปัจจุบันมีการวิจัยสมุนไพรบางชนิดที่ได้รับการพิสูจน์จากทางการแพทย์ว่าช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ เมื่อผู้ป่วยมาปรึกษาแพทย์จะแนะนำเป็นรายๆ ไป สมุนไพรบางชนิดที่มีข้อมูลการวิจัยรับรองก็สามารถกินได้ แต่ต้องเป็นสมุนไพรที่ผลิตอย่างถูกวิธี อย.รับรอง สมุนไพรที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ต้องระวังให้มาก เพราะบางทีอาจมีสารเจือปน อาจทำให้ไตเสีย ตับเสีย มีผลเสียอื่นๆ ตามมาได้อีก

ถึงแม้จะรับประทานสมุนไพร ก็ยังไม่ทำให้หายขาดจากโรค ก่อนรับประทานต้องปรึกษาแพทย์ ลองใช้และสังเกตดูอาการ มาตรวจเลือดติดตามผล และต้องมาตามหมอนัดเพื่อดูว่าคุมน้ำตาลได้สำเร็จ ผู้ป่วยบางรายพอควบคุมน้ำตาลได้ดีก็ไม่ควบคุมการกิน น้ำตาลก็กลับขึ้นสูงใหม่อีก การมาตรวจมีความจำเป็น ตรวจเพื่อดูว่ามีโรคแทรกซ้อนทางตา ไต หรืออวัยวะอื่นๆ ถ้าพบในระยะแรกจะได้ดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

 

ทำไมถึงนอนไม่หลับ! พร้อม 11 วิธีเพื่อให้หลับสบาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 ธันวาคม 2558 เวลา 11:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/405225

ทำไมถึงนอนไม่หลับ! พร้อม 11 วิธีเพื่อให้หลับสบาย

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

นอนไม่หลับอาจเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ทำให้หลับตื้นขึ้น หลับไม่สนิทเหมือนวัยหนุ่มสาว ทำให้บางครั้งคิดว่านอนไม่หลับ ทั้งที่หลับ แต่หลับตื้นๆ ตื่นง่าย นอกจากนั้นความต้องการของร่างกายที่ต้องการจะหลับยาวๆ อาจลดลง ลองสังเกตดูว่า มีอาการง่วงนอนในตอนกลางวันหรือไม่ ถ้าไม่มีแสดงว่าหลับได้เพียงพอ

นอกจากนี้คือการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง คือมักจะง่วงและเข้านอนเร็วกว่าปกติ เช่น เข้านอนตอน 20.00 น. และตื่นเร็วกว่าปกติ เช่น ตื่นตี 2 ตี 3 แล้วไม่หลับอีก เกิดจากความเครียด คิดกังวล หรือมีอาการซึมเศร้าเบื่อหน่าย อาจทำให้นอนไม่หลับได้เช่นกัน และในบางครั้งก็เกิดจากการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแก้คัดจมูก ยาขยายหลอดลม การนอนตอนกลางวันมากไป หรือการกินชากาแฟก็ทำให้นอนไม่หลับได้

ปรับตัวเพื่อให้หลับสบาย มีได้หลายวิธีมาบอกกัน

1.อย่าเข้านอนเร็วเกินไป กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนที่แน่นอน

2.ออกกำลังกายที่เหมาะสมในระหว่างวัน แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหักโหมในช่วงเย็น

3.จัดสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิของห้องให้พอเหมาะ ไม่มีเสียงดังรบกวน ไม่มีแสงจ้าในช่วงที่นอน

4.ไม่ควรเข้านอนในขณะที่กำลังหิว อาจดื่มนมอุ่นๆ หรือรับประทานของว่าง

5.อย่ารับประทานอาหารอิ่มเกินไปก่อนนอน หลีกเลี่ยงชากาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในช่วงอาหารมื้อเย็น

6.อย่าดื่มน้ำมากก่อนนอน เพราะจะทำให้ตื่นมาปัสสาวะบ่อย

7.หลีกเลี่ยงการงีบหลับในเวลากลางวัน

8.ออกรับแสงแดดระหว่างวันและในช่วงเย็นๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องมืดๆ ระหว่างวัน

9.เข้านอนเมื่อมีอาการง่วง หากยังไม่ง่วง ไม่ควรอยู่บนเตียง ควรหากิจกรรมอื่นที่ทำให้ง่วงหลับได้

10.ไม่ควรทำกิจกรรมอื่นบนเตียง เช่น นอนอ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์ ควรใช้เตียงสำหรับการนอนเท่านั้น

11.อาจเปิดเพลงเบาๆ หรือนวดผ่อนคลายช่วงก่อนนอน

 

พยัคฆินทร์ มวยไทยยิม สวรรค์ของคนชอบออกกำลังกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ธันวาคม 2558 เวลา 12:53 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/health/404736

พยัคฆินทร์ มวยไทยยิม สวรรค์ของคนชอบออกกำลังกาย

โดย…แมงโก้หวาน ภาพ พยัคฆินทร์ มวยไทยยิม

การหมั่นออกกำลังกายย่อมดีต่อสุขภาพเสมอ ไม่ว่าจะออกด้วยวิธีอะไรก็ตาม ขอเพียงรูปแบบและวิธีการออกเหมาะกับสภาพร่างกาย มวยไทยซึ่งนอกจากจะเป็นกีฬาการต่อสู้ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังเป็นกีฬาชนิดหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมแก่การออกกำลังกายอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันมียิมที่นำมวยไทยมาใช้ในการออกกำลังกายให้กับลูกค้าผุดขึ้นจำนวนมากแล้วผลตอบรับดีเกินคาด หนึ่งในนั้น คือ “พยัคฆินทร์ มวยไทยยิม” (Payakkhin Muaythai Gym)

เต้-สุรบูร อุทัยศรี หนึ่งในหุ้นส่วนของพยัคฆินทร์ บอกว่า ยิมเพิ่งเปิดมาได้ปีกว่าๆ ผลตอบรับดีมาก มีลูกค้าทุกเพศทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาออกกำลังกายมากทุกวัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงและคนในวัยทำงานที่ต้องการหันมาดูแลหุ่นและฟิตร่างกายให้แข็งแรง

 

“ตั้งแต่เปิดมาถือว่าประสบความสำเร็จครับ มีลูกค้ามาออกกำลังกายจำนวนมาก แต่กลุ่มผู้หญิง นักเรียน นักศึกษาและวัยทำงานจะมากกว่า ซึ่งมากถึง 80-90% ทั้งๆ ที่ตอนเปิดเราไม่ได้เน้นว่าต้องเป็นผู้หญิงหรือกลุ่มไหน ทุกคนมาเล่นได้หมด แต่พอเปิดกลับเป็นผู้หญิงที่เยอะ

ผมคิดว่าผู้หญิงสมัยนี้หันมาใส่ใจสุขภาพและดูแลหุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็อยากมีร่างกายที่แข็งแรงด้วย แล้วมวยไทยก็สามารถตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเวลาเล่นได้บริหารทุกส่วนของร่างกาย เล่นแล้วหุ่นฟิต หุ่นเฟิร์ม ร่างกายได้เบิร์นดี รวมถึงการมีร่างกายที่แข็งแกร่ง”

 

เต้ เล่ารูปแบบของการออกกำลังกายให้ฟังว่า คลาสการเรียนจะเริ่มทุกต้นชั่วโมง คนที่จะมาออกกำลังกายในแต่ละวันต้องโทรแจ้งล่วงหน้าว่าจะเข้าช่วงไหน เช่น 9 โมง 10 โมง 11 โมง และเมื่อถึงเวลานั้นๆ เทรนเนอร์จะนำทุกคนวอร์มร่างกายประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นแต่ละคนแยกย้ายกันไป คนที่มาใหม่ก็จะเรียนเบสิกพื้นฐานมวยไทย เช่น วิธีการเตะ การออกหมัด การศอก เข่า ส่วนคนที่มีเบสิกมวยไทยอยู่แล้วก็จะไปล่อเป้ายกละ 3 นาที คนละ 4 ยก

“คนที่ซ้อมมวยไทยร่างกายต้องฟิตครับเพราะเวลาล่อเป้ายกละ 3 นาที 4 ยกนั้นเหนื่อยจริงๆ เนื่องจากโค้ชจะสั่งตลอด เช่น เตะแรงๆ เตะอีกๆ ระหว่างยกหยุดพักไม่ได้ ต้องให้หมดยกเท่านั้น แรกๆ เหนื่อยแทบจะขาดใจเลย แต่พอเวลาผ่านไปร่างกายเริ่มชินและจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ”

 

สุรบูร เล่าต่อว่า การที่โค้ชสั่งให้เตะ เข่า ต่อย ตลอดเป็นวิธีหนึ่งที่จะเพิ่มขีดพละกำลังของผู้ออกกำลังกายขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นการเพิ่มสมรรถนะของความอึดและความแข็งแกร่งของร่างกาย แล้วทุกคนจะได้มีร่างกายที่แข็งแรง แข็งแกร่งขึ้น และไม่เหนื่อยง่าย ทั้งยังเบิร์นดีด้วย ซึ่งมวยไทยจะแตกต่างจากการออกกำลังกายอย่างอื่น ซึ่งไม่แปลกที่สาวๆ จะหันมาออกกำลังกายด้วยมวยไทยมากขึ้น

“ผมกล้าพูดได้เลยว่าสาวๆ แถวอุดมสุขน่ากลัวทุกคน ทั้งเตะ ทั้งต่อย ทั้งศอก ทั้งเข่าราวกับผู้ชาย สาวบางคนเตะเก่งมากๆ ทั้งหนัก ทั้งแรง เปรี้ยงๆๆ เทรนเนอร์ก็เทรนเนอร์เหอะ กระเด็นกระดอนได้เหมือนกันครับ” หุ้นส่วนพยัคฆินทร์ให้ความเห็น

 

ขณะที่ราคาต่อคอร์สไม่ถือว่าแพง ราคาอยู่ที่ 15 ครั้ง 5,000 บาท เฉลี่ยประมาณครั้งละ 300 กว่าบาท วอล์กอิน 500 บาท ผู้หญิงและผู้ชายราคาเดียวกัน เปิดทุกวัน คลาสเริ่มทุกต้นชั่วโมง ถ้ามาให้โทรมาก่อนจะลงคลาสไหนที่หมายเลข โทร. 08-9105-0999

สำหรับ พยัคฆินทร์ มวยไทยยิม ตั้งอยู่ปากซอยอุดมสุข 58 ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มคนที่เป็นเพื่อนกันทั้งหมด 6 คน หนึ่งในนั้นมีนักแสดงหนุ่ม “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” อยู่ด้วย ปัจจุบันเพิ่งเปิดสาขาที่ 2 ไปเมื่อ
วันที่ 1 ธ.ค. ที่ห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ชั้น 4 ซึ่งที่ใหม่เป็นการเปิดเต็มรูปแบบ นอกจากมีมวยไทยแล้ว มีการเพิ่มการปีนหน้าผาจำลองและการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่เน้นบอดี้แอ็กทิวิตี้เพื่อความฟิตของร่างกายเข้ามาเพื่อเป็นทางเลือกต่อการออกกำลังกายของคนสมัยใหม่ด้วย