ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219490

การศึกษา-สาธารณสุข : 29 ธ.ค. 2558
การศึกษา 58 ‘คุณภาพไม่ชัด’
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219490

การศึกษา 58 ‘คุณภาพไม่ชัด’
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219543

ปีแพะ…ค่ายเครื่องดื่มดัง เปิดศึกดาราโพสต์น้ำเมา
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219538

วธ.ประสานอำนวยความสะดวกปชช.สวดมนต์ข้ามปี
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219537

ของขวัญปีใหม่6ชิ้นให้คนทำงาน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219533

‘สุทธิพร’บุกเอแบคเจอขวาง!
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219528

กลุ่มคนรักเอแบคฯจี้นายกสภาฯแจงจุดยืน
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219527

สกสค.เล็งฟ้องแพ่งหากแบงก์ไม่ติดต่อคืน2.1พันล.
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219522

รมช.ศธ.ตรวจ’ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้’
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 ธันวาคม 2558 พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของโรงเรียนน่านปัญญานุกูลและโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง จังหวัดน่าน ซึ่งโรงเรียนน่านปัญญานุกูล ตำบลฝายแก้ว อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินเกิดการเรียนรู้และมีทักษะพื้นฐาน ในเรื่องของกิจกรรมส่งเสริมอาชีพเพื่อการมีงานทำ
ประกอบด้วย งานอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การปลูก ผักสวนครัว การเพาะเห็ด การปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ งานปุ๋ยหมัก และการปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ งานอาชีพ คหกรรม ได้แก่ งานขนมอบและงานเย็บปักถักร้อย งานอาชีพอุตสาหกรรม ได้แก่ งานช่างไม้ งานผลิตน้ำดื่ม และงานปั้นเซรามิกส์ งานอาชีพความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่ งานวาดภาพศิลปะ งานประดิษฐ์พวงกุญแจ งานร้อยลูกปัด และงานอาชีพบริการ ได้แก่ งานเสริมสวย นวดเพื่อสุขภาพ งานล้างรถ (Car Care) งานช่างตัดผมชาย เป็นต้น นอกจากนี้โรงเรียนน่านปัญญานุกูลยังส่งเสริมให้นักเรียนมีสุนทรียภาพด้านศิลปะ ดนตรี กีฬาและนาฏศิลป์ มีกิจกรรมส่งเสริมความสามารถทางด้านศิลปะกิจกรรมส่งเสริมความสามารถ ด้านกีฬา กิจกรรมส่งเสริมทางด้านดนตรี และกิจกรรมส่งเสริมทางด้านนาฏศิลป์ ส่งผลให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านศิลปะ ดนตรี กีฬาและนาฏศิลป์ โดยเฉพาะด้านกีฬา นักเรียนได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนในระดับชาติหลาย ชนิดกีฬา และด้านศิลปะ นักเรียนได้เข้าร่วมแข่งขันระดับชาติได้รับรางวัล ระดับเหรียญทอง และส่งเสริม ให้นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนระดับภาคเหนือ จนได้รับรางวัลชนะเลิศระดับเหรียญทอง จนเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย
หลังจากนั้น รมช.ศธ. พร้อมคณะได้เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง ตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ซึ่งทางโรงเรียน ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมให้กับนักเรียนทั้ง 3 ช่วงชั้น (ป.1-3 /ป.4-6 /ม.1-3) สอดรับนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามหลัก 4 เอช (H) ซึ่งเป็นหลักคิด คือ 1) พัฒนาสมอง (Head) ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 2) พัฒนาจิตใจ (Hert) ด้วยกิจกรรมจิตอาสา จริยธรรม และศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน 3) พัฒนาทักษะการปฏิบัติ (Hand) ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์งานประดิษฐ์ การงานอาชีพ ศิลปะดนตรี และคอมพิวเตอร์ และ 4) พัฒนาสุขภาพ (Health) พลศึกษาและดนตรี
ทั้งนี้ยังได้จัดกิจกรรมบูรณาการทั้งโรงเรียน ด้วยกิจกรรมต่อยอดการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) โดยสภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนบ้านน้ำโค้ง เป็นชุมชนที่มีประชากร ประมาณ 2,300 คน เป็นชนพื้นเมือง 4 เผ่า ได้แก่ ขมุ เมี้ยน ถิ่น ม้ง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเพณีตามชนเผ่า อาชีพหลักคือทำการเกษตร ทำไร่ ทำสวน นับถือศาสนาพุทธ นักเรียนบางส่วนจึงยังคงมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ คือ อ่านไม่ได้ และนไม่ได้ จึงจำเป็นต้องหาวิธีการแก้ไขเป็นกรณีเร่งด่วนต่อไป
รมช.ศธ. กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาพรวมของการดำเนินกิจกรรมตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” เขตภาคเหนือ มีผลการดำเนินการที่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ พร้อมกันนี้กระทรวงศึกษาธิการ ก็จะสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนทุกสังกัด ทั่วประเทศ ภายในปี 2559 ต่อไป
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219438

10 ข่าวเด่นสาธารณสุขปี 58 โรค-โยก-รื้อ-ล้อม-เน่า-แพง !
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/edu-health/219405

‘ดื่มแล้วขับ ถูกจับแน่’อย่าเป็นแค่วลีรณรงค์
เมื่อสถานการณ์ “ดื่มแล้วขับ” ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุในช่วงปีใหม่ ปัญหาดังกล่าวนับว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร
นายธีระ วัชรปราณี ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ระบุว่า จากสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 2,997 ครั้ง เสียชีวิต 341 คน บาดเจ็บ 3,117 คน โดยวันที่ 31 ธันวาคม 2557 เป็นวันที่เกิดอุบัติเหตุ เสียชีวิต และบาดเจ็บสูงสุด สาเหตุหลักคือ เมาแล้วขับ 37.3% ทั้งที่หน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มารณรงค์เรื่องอันตรายจากการเมาแล้วขับ
จากการทำงานพบว่า การตั้งด่านตรวจวัดแอลกอฮอล์ในหลายพื้นที่มีเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ไม่เพียงพอต่อหน่วยการตั้งด่าน ซึ่งภาคประชาชนติดตามเรื่องอุปกรณ์นี้มาหลายปี พบว่า ติดปัญหาที่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และปีใหม่ปีนี้ก็ยังไม่มีอุปกรณ์ใหม่มาให้เจ้าหน้าที่ได้ใช้ ดังนั้นจึงต้องพึงเครื่องมือเก่าที่ใช้กันอยู่ต่อไป สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายมีชัดเจน แต่ขั้นตอนการปฏิบัติยังมีจุดอ่อน หวังว่าฝ่ายนโยบายจะลงมาตรวจสอบและแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐสามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งภาคประชาชนสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมที่ต้องเปลี่ยนฐานคิดว่า “ดื่มแล้วขับเป็นโทษที่รอลงอาญา” ต้องแก้ไขเป็น “การเจตนาที่เล็งเห็นผลว่าจะเกิดปัญหาตามมาจึงต้องจำคุกสถานเดียว”
ที่ผ่านมาการบังคับใช้กฎหมายสำหรับผู้ที่เมาแล้วขับยังดูเหมือนเป็นจุดอ่อน ที่ทำให้ประชาชนมิได้หวั่นเกรงบทลงโทษของกฎหมาย โดยเฉพาะกับผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทางสังคม เรื่องนี้นายธีระให้ข้อคิดว่า ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับแล้ว จะต้องมีการพิจารณาตัดสิน ต้องมุ่งไปเรื่องของเจตนาของผู้ที่เมาแล้วขับ กระบวนการตัดสินไม่ควรจะต้องรอลงอาญา หรือควบคุมความประพฤติ แต่ควรจะมองว่า ผู้ที่เมาแล้วขับคือ ผู้ที่ต้องการจะละเมิดกฎหมาย และจะต้องมีการลงโทษให้เข็ดหลาบ โดยเฉพาะผู้ที่กระทำความผิดมาหลายครั้ง กระบวนการยุติธรรมจะต้องเปลี่ยนให้ผู้ที่เมาแล้วขับต้องได้รับการลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นจำคุก โดยไม่ต้องรอลงอาญา หรือการยึดใบอนุญาตขับขี่รถ ซึ่งเชื่อว่า หากมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดจะส่งผลให้อุบัติเหตุที่เกิดจากการเมาแล้วขับลดลง เราจะดูตัวอย่างได้จากประเทศญี่ปุ่น ที่กฎหมายจะมีบทลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับอย่างชัดเจนเป็นผลให้อุบัติเหตุมีจำนวนลดลง
นายธีระ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการรณรงค์ลดโอกาสการดื่มสุราในช่วงปีใหม่ ได้มีการณรงค์ให้คืนวันที่ 31 เปลี่ยนจากดื่มฉลองข้ามปี เป็นสวดมนต์ข้ามปี และเช้าของวันที่ 1 ซึ่งเป็นวันปีใหม่ ร่วมกันทำบุญใส่บาตรอย่างเป็นมงคลแก่ชีวิต ทั้งนี้กิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีถือว่าเป็นการสร้างทางเลือกใหม่ที่ครอบครัวตอบรับ และวัยรุ่นหนุ่มสาวก็สนใจเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการรณรงค์เรื่องของกระเช้าปลอดเหล้า ซึ่งมีการตอบรับจากทุกภาคส่วนอย่างดีมาก
แต่ถ้าใครอยากจะฉลองแบบเคานท์ดาวน์ ก็มีสถานที่ที่ปลอดภัยจัดเป็นพื้นที่โซนนิ่งปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเครือข่ายงดเหล้า และ สสส. ร่วมสนับสนุนการจัดงานเคานท์ดาวน์ปลอดเหล้า 2 แห่ง คือ Chiangmai Countdown Festival 2016 ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ และงาน Night Paradise Hatyai & Countdown 2016 โดยสมาคมสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ซึ่งสนับสนุนต่อเนื่องมา 5 ปี พบว่า เมื่อมีการควบคุมสถานที่จัดงานให้ปลอดจากการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ลดปัญหาการทะเลาะวิวาท และการเกิดอุบัติเหตุได้ ผู้ที่มาร่วมงานมีความปลอดภัย ดังนั้น หากท่านต้องการไปฉลองแบบเคานท์ดาวน์ก็ขอให้เช็กสถานที่ด้วยว่ามีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน
“เราควรส่งเสริมการจัดกิจกรรมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น การจัดปาร์ตี้สนุกได้ไร้แอลกอฮอล์ ในต่างประเทศเดี๋ยวนี้เขามีการจัดงาน White Christmas หรือ คริสต์มาสสีขาว เป็นการจัดงานปาร์ตี้ของครอบครัวแบบไม่มีแอลกอฮอล์”
ที่กังวลคือ บรรดาสถานบันเทิง หรือพื้นที่จัดงานเทศกาล รวมทั้งร้านค้าปลีก ที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยไม่จำหน่ายสุราให้เด็กและเยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปี ต้องมีใบอนุญาตในการจำหน่ายสุราจากสรรพสามิต และพื้นที่จัดงานอีเวนท์ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่มีโฆษณาแฝง หรือจัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถม
นายธีระ กล่าวว่า อีกปัญหาหนึ่งที่เรามองเข้าไปคือ เมื่อผู้ขับขี่ที่เป็นเด็กหรือเยาวชนเมาแล้วขับ ทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยถามหรือสืบสวนว่าเด็กเยาวชนเหล่านี้ไปซื้อสุรามาจากร้านไหน และต้องลงโทษร้านที่ขายสุราให้แก่เด็กเยาวชนด้วย จึงขอฝากทิ้งท้ายว่า สำหรับปีใหม่ที่จะถึงนี้ จะเป็นปีที่เปิดอาเซียนด้วย เราจะต้องต้อนรับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยการสวดมนต์ข้ามปี เนื่องด้วยวันที่ 31 ธันวาคม จะเป็นวันที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด การสวดมนต์ข้ามปีจึงเป็นการใช้สติ ที่ปลอดภัยต่อตนเอง ครอบครัว และองค์กร
ด้าน นายธีรภัทร์ กุลพิศาล (เบิร์ท) ผู้พิการที่มีสาเหตุมาจากการเมาแล้วขับในวันขึ้นปีใหม่ เล่าให้ฟังว่า ย้อนไป 13 ปีก่อนหน้านี้ ในวัย 16 ปี ที่มีความคึกคะนอง กล้าไม่กลัวใคร ในวันปีใหม่ ตนกับเพื่อนๆ ได้ไปเที่ยวกัน มีการดื่มสุรากัน คนขับก็ดื่ม ตัวเราอยู่ท้ายกระบะเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ตนนอนอยู่ท้ายกระบะไม่รู้เรื่องมารู้ตัวอีกทีกลายเป็นคนพิการ อัมพาตครึ่งท่อนไปแล้ว ตั้งแต่วันนั้นมาชีวิตเปลี่ยนไปมากและมีผลกระทบต่อการเรียนอย่างมาก แต่สิ่งที่สร้างกำลังใจให้มากที่สุดคือครอบครัว ทำให้หันมาสู้ชีวิตอีกครั้งด้วยการกลับไปเรียนหนังสือต่อจนจบชั้น ปวส.
“เรื่องการปรับตัว เราไม่สามารถเปลี่ยนสังคมให้มาหาเรา แต่เราจะต้องปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับสังคม ทำให้ตนเองมีชีวิตที่ดีได้ในสังคม” และผลจากความไม่ย่อท้อของธีรภัทร์ จากเดิมที่เคยเป็นนักกีฬาฟุตบอล แต่เมื่อร่างกายไม่เหมือนเดิม แต่ยังอยากที่จะออกกำลังกาย จึงหันไปฝึกกีฬาฟันดาบแทน จนได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ สามารถคว้าเหรียญทอง เหรียญเงินในกีฬาวีลแชร์ฟันดาบในงานอาเซียนพาราลิมปิกส์
สุดท้าย นายธีรภัทร์ ฝากบอกผู้ที่ยังเมาแล้วขับว่า อยากให้คนที่ยังดื่มอยู่ ร่วมมีความรับผิดชอบทางสังคม ถามว่าคุณดื่มได้ไหม คุณดื่มได้ แต่การดื่มของคุณต้องคำนึงถึงผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย ถ้าดื่มแล้วอย่าขับ เพราะผู้ที่สูญเสียไม่ใช่แค่คนคนเดียว แต่มันจะสูญเสียทุกคน และครอบครัว
“ดื่มแล้วขับ ถูกจับแน่” จะไม่เป็นเพียงแค่วลีสั้นๆ ในการรณรงค์เท่านั้น ถ้าหากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เชื่อว่าอนาคตประเทศไทยจะไม่เป็นแชมป์ด้านอุบัติเหมือนเหมือนทุกวันนี้อย่างแน่นอน