สื่อทำเนียบฯงดตั้งฉายารัฐบาล-นายกฯ-รมต.ปี59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253576

รัฐมนตรี, รมต., ฉายา, ทำเนียบรัฐบาล, สื่อ, ทำเนียบฯ, ตั้งฉายา, รัฐบาล, นายกฯ, รมต

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 25 ธ.ค. 2559

สื่อทำเนียบฯงดตั้งฉายารัฐบาล-นายกฯ-รมต.ปี59

คำชี้แจงผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล เรื่อง ตั้งฉายารัฐบาล-นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ประจำปี2559

          วันที่ 25 ธ.ค.59 ตามที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล มีธรรมเนียมปฏิบัติในการตั้งฉายาของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในช่วงปลายปี เพื่อสะท้อนการทำงานของคณะรัฐมนตรีในรอบปี แม้รัฐบาลปัจจุบันที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะบริหารราชการแผ่นดินมานานแล้วกว่า 2 ปี

แต่จากการหารืออย่างรอบด้าน ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลจึงมีมติ งดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี 2559 ซึ่งนอกจากจะเป็นหลักปฎิบัติตามธรรมเนียมที่ยึดกันมา ยังมีข้อจำกัดทางข้อกฎหมายและบรรยากาศการเมืองในภาวะที่ยังถือว่าไม่ปกติ ทั้งยังมีความเห็นว่าหากมีการตั้งฉายารัฐบาล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อาจถูกนำไปขยายความขัดแย้งหรือขยายผลในทางการเมือง จนตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ทั้งนี้ หลักปฏิบัติที่ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลปฎิบัติสืบต่อกันมา ว่าจะไม่ตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปี กรณีที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ภายหลังนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา หรือกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงจนรัฐบาลยังทำงานไม่ครบปี กรณีรัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร และกรณีสถานการณ์บ้านเมืองที่อยู่ในภาวะไม่ปกติ ซึ่งการงดตั้งฉายารัฐบาลและรัฐมนตรีประจำปีของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง

อาทิ ในปี 2549-2550 รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ที่มาจากการรัฐประหาร ในปี 2551 รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ในปี 2556 รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เนื่องจากมีการประกาศยุบสภา ในปี 2557 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการรัฐประหาร เป็นต้น

 

“พรเพชร” สั่งหยุดยาวปีใหม่ ปัดข่าวลือแก้ รธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253545

พรเพชร สั่งหยุดยาวปีใหม่ ปัดข่าวลือแก้ รธน. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, พรเพชร, สั่ง, หยุด, ยาว, ปีใหม่, ปัด, ข่าวลือ, แก้, รธน, สั่งหยุดยาวปีใหม่, ปัดข่าวลือแก้

การเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

“พรเพชร” สั่งหยุดยาวปีใหม่ ปัดข่าวลือแก้ รธน.

ประธาน สนช. สั่งหยุดยาวปีใหม่ ปัดข่าวลือแก้ รธน.ชั่วคราวที่มา สนช.

           24 ธ.ค.59 — นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระเเสข่าวลือจะมีเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวที่มา สนช. ว่า ขณะนี้ยังไม่มี ไม่ได้ยินเรื่องตามกระเเสข่าวลือดังกล่าว เมื่อถามว่า ภายในปีนี้สนช.จะมีประชุมกฏหมายนัดพิเศษ หรือได้สั่งเตรียมการให้สมาชิกห้ามลาประชุมไปต่างประเทศหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ตนไม่ได้มีคำสั่งให้สมาชิกห้ามลาประชุมไปต่างประเทศ แต่ตนได้ให้สมาชิกสนช.ได้หยุดยาวในช่วงปีใหม่ แสดงว่าไม่มีเเน่ๆในปีนี้ เพราะหยุดยาวกันเเล้ว ส่วนในปีหน้าจะมีหรือไม่ ไม่ทราบ ยังไม่ได้รับเรื่อง จึงยังบอกไม่ได้

 

“กรธ.” ยัน ไม่เอา กกต.จังหวัด คงผู้ตรวจการเลือกตั้งในร่างกม.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253543

กรธ. ยัน ไม่เอา กกต.จังหวัด คงผู้ตรวจการเลือกตั้งในร่าง กม. กกต. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ยัน, ไม่เอา, กกต, จังหวัด, ผู้ตรวจ, การเลือกตั้ง, ร่าง, กรธ, กกตจังหวัด

การเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

“กรธ.” ยัน ไม่เอา กกต.จังหวัด คงผู้ตรวจการเลือกตั้งในร่างกม.

“กรธ.” ยัน ไม่เอา กกต.จังหวัด คงผู้ตรวจการเลือกตั้งในร่างกม.กกต. พร้อมคงสาระห้ามนำเงินกองทุนพัฒนาการเมือง ไปดูงานตปท. ห้ามจัดหลักสูตรคนนอกหน่วยงาน

           24 ธ.ค.59 — นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กล่าวถึงการปรับแก้ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากรับฟังความเห็นจากเวทีสัมมนาและรับฟังข้อเสนอจากกกต.ว่า ความเห็นของกกต.ที่ส่งมาให้กรธ.มีสาระใน 3 เรื่อง คือ1.คณะผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่กกต.เห็นว่าไม่เหมาะสม และให้เปลี่ยนเป็นกกต.จังหวัดตามเดิม แต่กรธ.เห็นว่า ได้ให้อำนาจกกต.มากขึ้น โดยต้องทำงานเชิงรุก ทำงานงานทุกวันไม่ใช่เฉพาะมีการเลือกตั้ง โดยผู้ตรวจการจะเป็นกองหน้า ลงพื้นที่ตรวจสอบหาข้อมูลให้กกต. ทำหน้าที่แบบม้าเร็ว ไม่ใช่ทำงานแบบกกต.จังหวัดที่เป็นเชิงธุรการ ซึ่งกรธ.ยังยืนยันว่ายังไงก็ต้องมีผู้ตรวจการการเลือกตั้ง แต่จะปรับรายละเอียดเล็กน้อย เช่น ผู้มาลงทะเบียนสมัครเป็นผู้ตรวจฯจะต้องยอมรับในข้อตกลงว่า สามารถไปปฏิบัติงานในพื้นที่ไหนก็ได้

นายชาติชาย กล่าวอีกว่า 2.กกต.ท้วงติงเรื่องการฝึกอบรมหน่วยงานที่ทำหน้าที่ช่วยงานที่กรธ.กำหนดว่า ห้ามจัดอบรมร่วมกัน เพราะเราเกรงว่า อาจจะทำให้เกิดความสนิทสนมกัน จนอาจทำให้ขาดความเป็นกลาง ซึ่งกรธ.ไม่ได้เขียนห้ามฝึกอบรม แต่ให้แยกอบรมเป็นหน่วยๆไป และ3.เรื่องการไปดูงานต่างประเทศ กรธ.เห็นว่า กกต.สามารถจะไปดูงานต่างประเทศได้ เพื่อศึกษาหาข้อมูลใหม่ แต่ห้ามนำงบประมาณกองทุนพัฒนาการเมืองไปใช้ ให้ตั้งงบประมาณสำหรับศึกษาดูงานขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ เพื่อความโปร่งใส และขจัดข้อครหาว่าเอางบประมาณอื่นเพื่อไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศได้

 

ก.ท่องเที่ยวฯ ลุยเช็คความพร้อมการท่องเที่ยวเชียงใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253540

ปลัดฯท่องเที่ยวฯ คอนเฟิร์มความพร้อมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ท่องเที่ยว, ลุย, เช็ค, ความพร้อม, การท่องเที่ยว, เชียงใหม่, กท่องเที่ยวฯ
ปลัดฯท่องเที่ยวฯ คอนเฟิร์มความพร้อมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ท่องเที่ยว, ลุย, เช็ค, ความพร้อม, การท่องเที่ยว, เชียงใหม่, กท่องเที่ยวฯ
ปลัดฯท่องเที่ยวฯ คอนเฟิร์มความพร้อมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ท่องเที่ยว, ลุย, เช็ค, ความพร้อม, การท่องเที่ยว, เชียงใหม่, กท่องเที่ยวฯ

การเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

ก.ท่องเที่ยวฯ ลุยเช็คความพร้อมการท่องเที่ยวเชียงใหม่

ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ ลุยเช็คความพร้อมหน่วยงานบริการด้านการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ชี้ เมืองไทยเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทุกด้าน

           24 ธ.ค. 2559 เวลา15.00 น. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ได้ลงพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อตรวจความเรียบร้อย และให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในท่ากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ – สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ – ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยาน (TAC.) – ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางการบินที่เป็นประตูที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ใกล้เทศกาลสำคัญของคนทั้งโลก ซึ่งวันนี้ตนได้มาสำรวจจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดเชียงใหม่เริ่มมีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ

“ผมจะทำให้เมืองไทย เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว ในทุกๆด้าน เราจะทำงานอย่างหนัก เพื่อดูแลความปลอดภัย และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวตลอดเวลา ผมกำชับเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯทุกคนต้องตื่นตัว และมีความพร้อมตลอดเวลา ในการดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ และตนตั้งใจที่จะทำให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นหนึ่งในกระทรวงหลักที่จะเป็นตัวจักรในการหารายได้เข้าประเทศให้ได้มากที่สุด” ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ กล่าว

นายพงษ์ภาณุ กล่าวอีกว่า จากการที่ตนได้สัมผัสพูดคุยกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานั้น ล้วนมีเป้าหมายหลักในการเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย  เพราะเชื่อมั่นในเรื่องแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ น้ำใจไมตรีและรอยยิ้มของคนไทย ตลอดจนความมั่นใจ ในระบบมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัฐบาลและกระทรวงฯได้ร่วมกันสร้างขึ้น

นอกจากนี้ นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว ยังเป็นประธานการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ผู้บริหารระดับสูงและข้าราชการทั่วประเทศของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  รวมทั้งมอบนโยบายตามแนวทางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวใน ปี 2560 ที่จังหวัดเชียงใหม่

นายพงษ์ภาณุ กล่าวว่า ปี 2559 ที่กำลังจะผ่านไป แม้ว่าเราจะเผชิญเหตุการณ์หลายอย่างที่หนักหน่วง แต่ กระทรวงฯ ก็ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ อย่างเต็มกำลังความสามารถในการเร่งสนองนโยบายของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี ในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ  สำหรับปี 2560 ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันนั้นแม้จะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว แต่สำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คือวันเริ่มต้นของปีที่เราจะต้องช่วยกันทำงานเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือภาคการท่องเที่ยวจะต้องสร้างรายได้รวมให้กับประเทศให้ได้มากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท

จากนั้น ปลัดกระทรวงท่องเที่ยว ให้สัมภาษณ์ว่า นโยบายที่เป็นมิติใหม่และสำคัญมากในด้านการวางยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและกีฬา คือ แต่เดิมทุกจังหวัด ต่างคนต่างทำและส่งแผนนั้นฯกลับมายังส่วนกลาง ซึ่งทำให้ขาดเอกภาพและไร้ทิศทาง แต่ในวันนี้ตนได้ประกาศในที่ประชุมแห่งนี้ว่า จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างรวดเร็วและทันที คือให้เริ่มจากการวางยุทธศาสตร์ฯจากส่วนกลางเป็นตัวกำหนด จากนั้นจะให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาทั้ง 76 จังหวัด จะต้องเร่งสำรวจความต้องการของตนเอง เพื่อสร้างแผนยุทธศาสตร์ในพื้นที่ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ทั้งนี้กระทรวงในส่วนกลางจะทำหน้าที่ เป็นพี่เลี้ยงในการสนับสนุนผลักดันเพื่อให้เกิดการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน

“ผมตั้งใจที่จะทำให้ปีนี้เป็นปีแห่ง Area – Based คือ การทำให้ภาคชุมชนได้รับประโยชน์สูงสุดจากการปฏิบัติงานของรัฐ  ดังนั้น “คน งบฯ และเทคนิคฯ” จะเป็น3 สิ่งที่ ผมจะส่งตรงจากส่วนกลางลงไปสนับสนุนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการพัฒนาสูงสุด”

ปลัดกระทรวงท่องเที่ยว เชื่อมั่นว่าการกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกันระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่นจะทำให้เกิดความชัดเจนในทิศทางและแนวนโยบาย ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือประชาชนทุกคนในท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเป้าหมายของรัฐบาลที่จะกระจายความเจริญ และรายได้จากการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ เป็นธรรม

และทั่วถึง

 

“กลุ่มFIST” ค้าน “พ.ร.บ.คอมพ์ฯ” ปัดเอี่ยวแก๊งแฮ็กเว็ปไซด์รบ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253535

กลุ่มFist ค้าน พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ปัด เอี่ยวแก๊งแฮ็ก เว็บไซด์ รบ. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, กลุ่มFist, ค้าน, พรบ, คอมพ์, ปัด, เอี่ยว, แก๊ง, แฮ็ก, ไซด์, พรบคอมพ์ฯ, สนช
กลุ่มFist ค้าน พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ปัด เอี่ยวแก๊งแฮ็ก เว็บไซด์ รบ. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, กลุ่มFist, ค้าน, พรบ, คอมพ์, ปัด, เอี่ยว, แก๊ง, แฮ็ก, ไซด์, พรบคอมพ์ฯ, สนช
กลุ่มFist ค้าน พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ปัด เอี่ยวแก๊งแฮ็ก เว็บไซด์ รบ. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, กลุ่มFist, ค้าน, พรบ, คอมพ์, ปัด, เอี่ยว, แก๊ง, แฮ็ก, ไซด์, พรบคอมพ์ฯ, สนช

การเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

“กลุ่มFist” ค้าน “พ.ร.บ.คอมพ์ฯ” ปัดเอี่ยวแก๊งแฮ็กเว็ปไซด์รบ.

“กลุ่มFist” ค้าน “พ.ร.บ.คอมพ์ฯ” ล่าหมื่นรายชื่อ ชง “สนช.” ทบทวน ปัดเอี่ยวแก๊งแฮ็ก “เว็บไซต์รัฐบาล”

          24 ธ.ค. 59 เวลา 15.30 น. ที่บริเวณลานหน้าห้างจามจุรีสแควร์ กลุ่มFree Internet Society Of Thailandหรือ FIST นำโดย น.ศ.อ้อมทิพย์ เกิดผลานันท์ นิสิตจุฬาลงกรณ์ ชั้นปีที่1 ร่วมแสดงพลังคัดค้าน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ สวมเสื้อขาวนั่งเล่นมือถือ พร้อมชูป้ายคัดค้าน อาทิ ข้อความว่า คิดต่าง ไม่ใช่แนวร่วมทำลายชาติ หรือ We are not anonymous และได้ล่ารายชื่อผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว 10,000 รายชื่อเพื่อเสนอต่อ สนช.ให้พิจารณาทบทวนแก้ไขหรือยกเลิกต่อไป โดยในการนี้ พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบจากสน.ปทุมวัน จำนวน 30 นาย มาดูแลความเรียบร้อย

ด้านนายวิกรานต์ จรรยาภรณ์ สมาชิกกลุ่ม FIST เปิดเผยว่า การแสดงออกครั้งนี้ เพื่อล่ารายชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับพ.ร.บ.คอมพ์ฯ เพราะแม้แต่ในเว็บไซต์ change.org มีผู้ลงชื่อไม่เห็นด้วยกว่า 3 แสนคน แต่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ยังไม่เอาความเห็นตรงนี้ไปพิจารณา จึงใช้วิธีนี้โดยตั้งเป้าขั้นต่ำให้ได้ 1,000 รายชื่อ อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรู้จักกับกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิ้ล เกตเวย์ที่แฮ็กเว็บไซต์ของทางรัฐบาล กลุ่มเราจะไม่ทำเช่นนั้น แต่หากกลุ่มพลเมืองต่อต้านซิงเกิ้ลเกตเวย์คิดว่าสิ่งที่ทำจะมีผลต่อพ.ร.บ.คอมพ์ฯ ก็สุดแล้วแต่พวกเขา ทางกลุ่มเรารู้สึกเฉยๆ เพราะเชื่อว่าการโจมตีเว็บไซต์รัฐบาลของกลุ่มดังกล่าวคงไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชน แต่คงเลือกเว็บไซต์ที่อาจจะมีข้อมูลการทุจริตของรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการทำกิจกรรมมีผู้ไม่เห็นด้วยร่วมลงชื่อจำนวนหนึ่ง แม้ยังไม่ถึงเป้าหมายที่ทางกลุ่มตั้งไว้ ก็ตาม แต่จะมีการพิจารณาให้ผู้ไม่เห็นด้วยสามารถร่วมลงชื่อคัดค้านผ่านทาง http://www.facebook.com/fist : free internet society of thailand ต่อไป หลังจากนั้น เมื่อเวลา 16.00 น. ทางกลุ่มจึงได้ยุติการแสดงออก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านสถานที่ของห้างได้ขอความร่วมมือ

 

ติงการทำงานสื่อ ปรับบาทเป็นครูสังคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253528

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, รมต., คนสนิท, ครม., ขัดแย้ง, บทบาท, โฆษกรบ., ติง, การทำงาน, สื่อ, ปรับ, บาท, เป็น, ครู, สังคม, ติงการทำงานสื่อ, ปรับบาทเป็นครูสังคม, โฆษกรบ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

ติงการทำงานสื่อ ปรับบาทเป็นครูสังคม

“โฆษกรบ.” ติงการทำงานของ “สื่อ” วอนปรับบทบาทเป็นครูของสังคม ช่วยพัฒนาความคิดประชาชน ลดความขัดแย้ง โต้เสนอข่าวปรับครม.เลือกคนสนิทนั่งรตม.ไม่จริง ออกตัวปรับเหมาะก

 “โฆษกรบ.” ติงการทำงานของ “สื่อ” วอนปรับบทบาทเป็นครูของสังคม

24 ธ.ค. 59 – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในยุคที่ประเทศชาติกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างยั่งยืนนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากให้สื่อมวลชนปรับบทบาทของตนให้เป็นครูของสังคมเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว มากกว่าเป็นเพียงผู้ให้ข่าวหรือคอยจับผิด โดยกระตุ้นให้ประชาชนได้พัฒนาความรู้ความคิด ลดอคติและความขัดแย้ง และร่วมกันสร้างสรรค์บ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า

“ท่านนายกฯ ต้องการให้ทุกคนในสังคมช่วยกันคิดว่า อยากเห็นสื่อมวลชนนำเสนอข่าวสารแบบใดที่จะช่วยยกระดับสติปัญญา จิตใจ และรายได้ของประชาชน โดยอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องน่าเชื่อถือ และสะท้อนให้สื่อมวลชนได้รับทราบและเปลี่ยนแปลงตนเอง” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า สื่อมวลชนควรเปิดใจกว้าง ไม่มองทุกเรื่องเป็นการเมืองไปเสียทั้งหมด เช่น การที่สื่อนำเสนอข่าวการปรับ ครม. โดยพยายามเชื่อมโยงว่าใครสนิทกับใคร ก็เป็นเพียงการคาดเดาของสื่อ แต่ในความเป็นจริงการแต่งตั้ง ครม. หรือการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมืองนั้นมีหลายมิติ ดังนั้น นายกฯ จึงต้องคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่ประเทศชาติและประชาชนจะได้รับ

นอกจากนี้การนำเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์บางฉบับที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในทำนองว่า การแก้ไขปัญหาของศูนย์ดำรงธรรมที่มีผลสำเร็จถึงร้อยละ 98.67 นั้นเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป ขอเรียนว่า การดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมมีระบบแยกเรื่องและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานในพื้นที่ โดยเรื่องร้องเรียนใดที่ไม่ซับซ้อนจะเร่งทำทันที แต่หากเรื่องใดที่มีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานก็จะประสานการปฏิบัติให้ครบถ้วน เพื่อลดความซ้ำซ้อน ทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น

“ส่วนการประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานนั้น มีตัวชี้วัดหลายระดับ เนื่องจากศูนย์ดำรงธรรมมีหน้าที่หลายมิติทั้งการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชน ให้คำปรึกษา บริการข้อมูลข่าวสาร ส่งต่อและเร่งรัดการดำเนินงานของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้น จึงอยากให้สื่อมวลชนได้ศึกษาและตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนนำเสนอ เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว.

 

“วรชัย” ค้านตั้ง ขรก.ดูแลมาตรฐานสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253520

วรชัย ค้านตั้ง ขรก.ดูแลมาตรฐานสื่อ #การเมือง #คมชัดลึก, วรชัย, ค้าน, ตั้ง, ขรก, ดูแล, มาตรฐาน, สื่อ, ค้านตั้ง, ขรกดูแลมาตรฐานสื่อ

การเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

“วรชัย” ค้านตั้ง ขรก.ดูแลมาตรฐานสื่อ

“วรชัย” ค้านตั้งขรก.ดูแลสิทธิฯ และมาตรฐานสื่อ วอนทบทวนให้รอบคอบ

          24 ธ.ค.59 — นายวรชัย เหมะ อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนขอให้ทบทวนร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ที่สปท.ด้านสื่อสารมวลชนกำลังพิจารณา เพราะเห็นว่าการให้ปลัดกระทรวง 4 กระทรวงเป็นกรรมการ มีอำนาจรับจดทะเบียนและเพิกถอนใบอนุญาต เป็นการควบคุมสื่อไม่ใช่การคุ้มครองสื่อว่า ทุกวันนี้ประชาชนไม่ใช่ผู้ใช้อำนาจอธิปไตย เพราะคนที่ใช้คือคสช.ที่ยึดอำนาจมา ผู้ร่างกฎหมายก็เป็นคนของคสช. ไม่ได้มาจากประชาชน จึงคิดกลไกต่างๆ ในการแทรกแซงการแสดงความคิดเห็นของประชาชนรวมถึงสื่อมวลชน การให้ข้าราชการประจำอยู่ในคณะกรรมการควบคุมสื่อมวลชนแล้วสื่อจะทำงานอย่างอิสระได้อย่างไร ตามกฎหมายที่มีอยู่กสทช.ก็มีหน้าที่ในการดูแลสื่อมวลชน การเขียนกฎหมายเช่นนี้ตนไม่เห็นด้วย

นายวรชัย กล่าวอีกว่า วันนี้กระแสของโลกทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น แต่ประเทศไทยมีการออกพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ที่มีคนออกมาต่อต้านเป็นจำนวนมาก ประกอบกับกฎหมายสื่ออันนี้อีก แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามจำกัดการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชน ทั้งที่ความจริงแม้ไม่มีกฎหมายที่ว่านี้ใครพูดอะไรจนคนอื่นเสียหายก็สามารถฟ้องฐานหมิ่นประมาทได้ถ้าหากมีผลกระทบต่อความมั่นคง และขณะนี้ก็มีพ.ร.บ.ความมั่นคงอยู่แล้ว อยากให้รัฐบาลทบทวนให้รอบคอบ เพราะการจะออกกฎหมายอะไรต้องถามความรู้สึกคนที่จะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนั้นด้วย

 

แจกคู่มือกำกับการไต่สวนคดีจำนำข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253501

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ประชุม, ป.ป.ท., อาญา, อนุกรรมการ, ตำรวจ, ดึง, คดีจำนำข้าว, ไต่สวน, แจก, คู่มือ, กำกับ, การไต่, สวน, คดี, จำนำ, ข้าว

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

แจกคู่มือกำกับการไต่สวนคดีจำนำข้าว

เรียกประชุมป.ป.ท.ทั่วประเทศ แจกคู่มือไต่สวนคดีจำนำข้าว 985 สำนวน ดึงตำรวจ 80 นายร่วมเป็นอนุกรรมการไต่สวนความผิดอาญา ตั้งเป้าสรุปสำนวนไม่เกินกลางปี 60

          24 ธ.ค.59 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เปิดเผยถึงการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ปปท.ทั่วประเทศเพื่อซักซ้อมการไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งคณะกรรมการ ปปท. กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตการจัดเก็บข้าวในคลังสินค้าว่า การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเป็นคดีเข้าสู่การไต่สวนของปปท. 986 สำนวน โดยบอร์ดปปท.มีคำสั่งอนุมัติให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญา 985 สำนวน ส่วนอีก 1 สำนวน มีมติให้ส่งคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากในชั้นสืบสวนข้าราชการระดับปฏิบัติพบความผิดแล้วแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการ แต่หัวหน้าหน่วยเพิกเฉย สำหรับคดีที่รับไว้ไต่สวนแบ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) 251สำนวน และการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า(อสค.) 734 สำนวน โดยการกระทำความผิดเกิดขึ้น 36 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร

นายประยงค์ กล่าวอีกว่า หากปปท.ดำเนินการไต่สวนไปตามวิธีการปกติ คดีจำนำข้าวทั้ง 985 สำนวน ต้องใช้เจ้าหน้าที่ร่วมเป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนถึง 6,000 คน จึงจำเป็นต้องวางแนวทางการไต่สวนขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการเพื่อเป็นทีมทำงานด้านเอกสารธุรการ และออกคู่มือกำหนดแนวทางการไต่สวนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีรับผิดชอบเฉพาะงานไต่สวนคดีเท่านั้น ไม่ต้องเสียเวลามาทำงานเอกสารธุรการ ซึ่งตั้งเป้าให้การไต่สวนแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือในช่วงกลางปี 2560 ยกเว้นกรณีที่ไต่สวนไปแล้วพบหลักฐานใหม่เชื่อมโยงกับนักการเมือง หรือโรงสีขนาดใหญ่ก็อาจต้องขยายเวลาการไต่สวนออกไป

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับคดีดังกล่าวบอร์ดปปท.มีมติให้แต่งตั้งตำรวจ 80 นาย เป็นคณะอนุกรรมการไต่สวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปท.จำนวน 100 นาย โดยให้รับผิดชอบสำนวนคดีทั้งหมด นอกจากนี้ในการมอบนโยบายกำหนดแนวทางการไต่สวนคดีรับจำนำข้าว ปปท.ได้เชิญอัยการจากสำนักการสอบสวนมาบรรยายเพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความเข้าใจตรงกันในเรื่องพื้นฐานของโครงการรับจำนำข้าว และการไต่สวนคดีที่มีการกระทำทุจริต นอกจากนี้ยังขอให้เจ้าหน้าที่ส่วนคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งมีประสบการณ์ในการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตโครงการรับจำนำพืชผลเกษตรหลายโครงการ มาให้คำแนะนำถึงวิธีการตรวจสอบปริมาณข้าวและคุณภาพข้าว รวมทั้งข้อมูลสำคัญที่ต้องตรวจสอบในคดีทุจริตรับจำนำข้าวอีกด้วย.

 

“ภูมิธรรม” โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253495

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ร้าย, เจตนา, ประชาชน, ห่วงใย, กังวล, ใจกว้าง, วอน, ภูมิ, ธรรม, สวอน, รัฐ, เปิดใจกว้าง, ภูมิธรรม, โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

“ภูมิธรรม” โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง

“ภูมิธรรม” โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง อย่ามองข้อกังวล-ความห่วงใยของประชาชนเป็นเจตนาร้าย

“ภูมิธรรม”โพสวอนรัฐเปิดใจกว้าง อย่ามองข้อกังวล-ความห่วงใยของปชช.เป็นเจตนาร้าย

24 ธ.ค. 59 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ได้โพสข้อความลงลนเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีใจความว่า “ความห่วงใยปลายปี 2559 เปิดใจให้กว้าง อย่ามองข้อกังวลใจและความห่วงใยของประชาชนกว่า 500,000 คนเป็นเจตนาร้าย เพราะทุกคนก็รักประเทศและอยากเห็นประเทศก้าวเดินไปข้างหน้า

ตามที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้พิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ จนมีการแสดงความเห็นคัดค้านของผู้ไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมากถึง 500,000 ราย เรียกร้องให้รัฐดำเนินการไตร่ตรองและทบทวนเสียใหม่ ซึ่งมีท่าทีที่จะขยายตัวออกไปอย่างต่อเนื่องด้วยความเห็นและข้อกังวลว่าจะเกิดผลเสียหายในทางเศรษฐกิจและมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลได้

ความเห็นและข้อห่วงใยของผมต่อประเด็นดังกล่าวเห็นว่า ถึงแม้เราจะเห็นว่าประเทศมีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงระเบียบกฎเกณฑ์เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากอาชญากรรมและความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ อันเป็นการมองในมิติความมั่นคงแห่งรัฐ แต่เราก็ต้องพิจารณาให้รอบด้านถึงผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพอันเป็นเงื่อนไขสำคัญของวิถีสังคมในโลกยุคใหม่ ปัจจุบันความจำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศภายใต้บริบทของโลกยุคดิจิตอลและเทคโนโลยีกำลังเป็นสิ่งสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศที่แข่งขันกันในระบบเศรษฐกิจเสรีนิยม การเปิดกลไกการสื่อสารที่กว้างขวางเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับในกติกาสากลที่คนทั้งโลกกำลังจับตามอง ดังนั้น สิ่งที่รัฐไทยพึงกระทำในปัจจุบัน คือการสร้างสรรค์กฎ กติกา ที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศให้เชื่อมโยงกับระบบเครือข่าย เทคโนโลยีที่ทันสมัยมากกว่า

ส่วนความห่วงใยของรัฐในการเฝ้าระวังการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อันเป็นความเสี่ยงในโลกยุคใหม่ เป็นแนวคิดที่ต้องพิจารณาหลายมิติควบคู่กัน เพราะการออกกฎควบคุมและการแทรกแซงโดยความเห็นชอบของรัฐอาจทำให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ถึงขั้นเลือกปฏิบัติ และนำไปสู่การสร้างความหวาดระแวง ความไม่มั่นใจให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาชนทั่วไป ที่สำคัญอาจทำให้เกิดเงื่อนไขใช้อำนาจในการคุกคามละเมิดสิทธิประชาชนกลุ่มต่างๆ รวมถึงวงการสื่อสารมวลชนอย่างกว้างขวาง ย่อมนำไปสู่การสร้างกำแพงปิดกั้นการแสดงออกโดยบริสุทธิ์ใจอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ สถานการณ์ที่มุ่งใช้อำนาจควบคุมจะทำให้รัฐไทยมีภาพลักษณ์ของการใช้อำนาจอย่างไม่เหมาะสม นำไปสู่อุปสรรคที่ประเทศจะไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐประชาธิปไตย และอาจก่อปัญหาความขัดแย้งกับประชาชนในประเทศของตนเอง

แม้ว่าความเป็นจริงของโลกยุคใหม่จะมีความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ แต่การกระทำของรัฐยิ่งต้องแสดงในสังคมโลกและประชาชนของตนเองว่ารัฐมีความเป็นธรรม ยึดมั่นในหลักนิติธรรม ที่เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนทุกคน ผู้กระทำผิดกฎหมายสามารถผ่านกระบวนการยุติธรรมที่เชื่อถือได้ โปร่งใส และตรวจสอบถ่วงดุลได้ ที่สำคัญ รัฐต้องยินยอมให้ผู้ได้รับผลกระทบจากกฏหมายดังกล่าวสามารถฟ้องร้องกลับตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ควรมีตามรัฐธรรมนูญและตามหลักที่นานาอารยะประเทศยอมรับ

กฏหมายคอมพิวเตอร์ต้องไม่มองมิติเรื่องความมั่นคงในทัศนะของผู้มีอำนาจเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านลบทางเศรษฐกิจของประเทศ และมิติที่เกี่ยวข้องกับการเคารพในสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างจริงจัง.”

 

ปชช.ยังเชื่อมั่น “ครม.บิ๊กตู่” แต่หวั่นขรก.เกียร์ว่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/253494

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, พืชผลการเกษตร, ปฏิรูปการศึกษา, ปัญหา, เลือกตั้ง, จนท.รัฐ, ขรก., ปชช., โพล, ครม., ประยุทธ์, ปชช, ยัง, เชื่อมั่น, ครม, บิ๊ก, ตู่, แต่, หวั่น, ขรก, เกียร์ว่าง, ปชชยังเชื่อมั่น, ครมบิ๊กตู่, ครมประยุทธ์, ปรากฏการณ์อนาคต

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 24 ธ.ค. 2559

ปชช.ยังเชื่อมั่น “ครม.บิ๊กตู่” แต่หวั่นขรก.เกียร์ว่าง

ปชช.ส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่น “ครม.ประยุทธ์” ระบุปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขปฏิรูปการศึกษา พืชผลการเกษตร ปัญหาวัดพระธรรมกาย แต่หวั่น ขรก.เกียร์ว่า.รอวันเลือกตั้ง

          24 ธ.ค. 59 – ดร.นพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เปิดผลสำรวจ เรื่อง โพล ปรับครม. ความเชื่อมั่นและความกังวลของสาธารณชนกรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,230 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่18-23 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ61.1 ระบุทราบข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุด

ที่น่าพิจารณาคือ ปัญหาสำคัญที่ต้องการให้ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เร่งแก้ไข พบว่า อันดับแรก หรือร้อยละ 67.5 ระบุ ปัญหาการศึกษาได้แก่ ปฏิรูปการศึกษา นำค่านิยม 12  ประการมาใช้จริงจัง รองลงมาคือร้อยละ61.3 ระบุปัญหาการเกษตร ได้แก่ พืชผลทางการเกษตร เศรษฐกิจชุมชน ลดต้นทุนทางการเกษตร ร้อยละ 35.8 ระบุปัญหาการสื่อสารความเข้าใจกับประชาชน ได้แก่ ทำเรื่องยากๆ ให้เข้าใจง่าย ร้อยละ 33.5 ระบุปัญหาวัดพระธรรมกาย ร้อยละ 32.6 ระบุปัญหาในโลกโซเชียลออนไลน์ ได้แก่ การก่ออาชญากรรมบนโลกออนไลน์ และใช้โลกออนไลน์ให้เกิดพลังทางสังคมที่ดี ร้อยละ 30.4 ระบุปัญหาด้านอุตสาหกรรม ได้แก่ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้คนไทยทั้งประเทศได้ประโยชน์แท้จริง และ ร้อยละ 30.2 ระบุปัญหาการใช้เทคโนโลยี ได้แก่ พัฒนาการใช้เทคโนโลยีที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตามลำดับ

ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.2 ระบุ เชื่อมั่นต่อ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ตั้งใจทำงานภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ค่อนข้างมาก-มากที่สุด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.4 กังวลว่า กลุ่มข้าราชการประจำ หลังปรับ คณะรัฐมนตรีแล้ว จะใส่เกียร์ว่าง รอวันเลือกตั้งที่จะมาถึง

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ถึงแม้ว่าผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นความเชื่อมั่นของประชาชนส่วนใหญ่จะยังคงอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งๆ ที่บางคนไม่ทราบข่าวการปรับ ครม. ก็ตาม แต่ในปีหน้านี้อาจมี “ปรากฏการณ์อนาคต” (Alternative Scenario) ที่จะเกิดขึ้นได้โดยประชาชนส่วนใหญ่กังวลคือ ปรากฏการณ์เกียร์ว่างของข้าราชการประจำหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลแต่รอวันเลือกตั้งที่จะมาถึง ซึ่งแตกต่างไปจากช่วงแรกๆ ในห้วงเวลาของการเข้ามาของ คสช. และ รัฐบาล ดังนั้น มาตรการเข้มและยุทธศาสตร์เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความเชื่อมั่นและการสนับสนุนของสาธารณชนต่อรัฐบาลและ คสช. จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อทำให้บ้านเมืองและยุทธศาสตร์ชาติได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง.