ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248726
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248726
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248770
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248727
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248766
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เด็กๆ และศิลปินทุกระดับ น้อมนำพระอัจริยภาพด้านศิลปะของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานประกวดภาพวาดและภาพจิตรกรรม
กลุ่มบริษัทนานมี ขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปเข้าชมนิทรรศการ “อนุรักษ์ธรรม อนุรักษ์ไทย” ซึ่งเป็นภาพผลงานจากการประกวดจาก 2 โครงการ คือ รุ่นเยาวชนในโครงการ “ฮอร์ส อะวอร์ด” และ ผลงานจิตรกรรม “นานมี ไฟน์ อาร์ต อะวอร์ด”สำหรับประชาชนทั่วไป เปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2559 ณ นานมีแกลเลอรีชั้น 3 อาคารนานมี สาทร โดยรายได้จากการจำหน่ายภาพทั้งหมดจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสมทบทุนสภากาชาดไทย
ภาพผลงานเหล่านี้ศิลปินทั้งระดับเด็กเล็ก รวมไปถึงศิลปินอิสระทั่วประเทศ ล้วนได้รับแรงบันดาลใจมากจากพระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อัครศิลปินผู้ทรงมุ่งมั่นและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิลปินทุกระดับ ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยความเพียร มุมานะฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อ ทรงเป็นต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ในความรักความเป็นไทย ภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทย ช่วยกันอนุรักษ์ความเป็นไทยในทุกบริบท ทั้งในด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ สืบทอดวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นค่านิยม โดยร่วมใจกัน ทำนุบำรุง หวงแหน ดูแลรักษา และดำรงความเป็นไทยให้คงอยู่สืบไป


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248721
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248723
วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248594
วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างหาที่สุดมิได้ มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และบริษัท สยามพารากอนดีเวลลอปเม้นท์จำกัด ร่วมกันจัดงานนิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” เผยแพร่พระราชประวัติตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์เมื่อครั้งประทับอยู่ณ วังสระปทุม ซึ่งเป็นสถานที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย รวมถึงพระราชจริยาวัตร และ พระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและประเทศชาติ โดยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เสด็จครองสิริราชสมบัติยืนยาวที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยและยืนนานกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดของนานาประเทศ นับแต่เสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเมื่อ พ.ศ.2489 จนถึงพ.ศ.2559 รวมระยะเวลายาวนานถึง 70 ปี ทั้งยังเป็นการเผยแพร่เรื่องราวประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า
ภายในงานนอกจากจะได้ซาบซึ้งไปกับเรื่องราวอันทรงคุณค่าแล้ว ยังจะได้พบกับบรรยากาศการจำลองร่มเงาของวังสระปทุม สถานที่ที่มีความสำคัญแห่งหนึ่งในพระชนม์ชีพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ดังที่ทรงเคยรับสั่งไว้ว่า ทรงรู้จักประเทศไทยเพราะสมเด็จย่าของพระองค์ นอกจากวังสระปทุมจะเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าแล้ว ยังเป็นสถานที่แห่งแรกที่เสด็จฯอยู่ในประเทศไทยระหว่างปี พ.ศ.2471-2476 หลังจากที่เสด็จพระราชสมภพที่สหรัฐอเมริกา

ส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช”
นิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” แบ่งเรื่องราวออกเป็น4 ภาค ได้แก่ ปฐมนิวาสราชสถิต แสดงพระราชประวัติพระราชจริยาวัตร เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ในส่วนที่เกี่ยวเนื่องด้วยวังสระปทุมซึ่งเป็นที่ประทับแห่งแรกในประเทศไทย หลังจากสมเด็จพระบรมราชชนกและสมเด็จพระบรมราชชนนีเสด็จจากสหรัฐอเมริกานิวัตประเทศไทยตั้งแต่พระชนมพรรษา 1 พรรษา ทรงได้รับการอภิบาลจากสมเด็จพระบรมราชชนนีและสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าทั้งด้านการศึกษาและอบรมให้มีพระอุปนิสัยและพระราชจริยาวัตรอันงดงามตราบเมื่อทรงเจริญพระชนมพรรษาและทรงครองสิริราชสมบัติ จึงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงประเสริฐ พิพิธราชกรณีย์ เรื่องราวการปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญด้วยทศพิธราชธรรมอันยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศและปวงชนชาวไทย ตลอดจนมนุษยชาติตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองสิริราชสมบัติ ทรงได้รับการเฉลิมพระเกียรติและประกาศพระเกียรติคุณจากองค์กรและสถาบันต่างๆ จากนานาประเทศ ราชสดุดีสรรพสกล เรื่องราวการถวายพระราชสดุดีพระเกียรติยศพระเกียรติคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช การถวายสักการะและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในวาระที่เสด็จสวรรคตด้วยทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐของพสกนิกรชาวไทยและมวลมนุษยชาติเป็นที่ประจักษ์แผ่ไพศาลไปในสากลโลก มหาภูมิพลปรมานุสาสน์ประมวลพระราชดำรัส พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระราชทานแก่พสกนิกรเป็นแนวทางในดำเนินชีวิตทั้งด้านชีวิตส่วนตน ส่วนหน้าที่การงาน และสังคมโดยรวมที่บุคคลจะพึงมีต่อประเทศชาติและเพื่อนมนุษย์ เจริญรอยตามพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธานเพื่อให้ชาติบ้านเมืองมีความผาสุกและมั่นคงสืบไปชั่วกาลนาน

ภายในงานนิทรรศการยังได้ชมการจำลองภาพโฮโลแกรม 3 มิติของรถเข็นที่ทรงเล่นเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์รวมถึงรางวัลที่ทรงได้รับการถวายพระราชสดุดีพระเกียรติคุณพระเกียรติยศ ให้ได้ชมราวกับภาพเสมือนจริง ร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และดื่มด่ำกับเรื่องราวอันทรงคุณค่าของประวัติศาสตร์ชาติไทยในนิทรรศการ “บรมกษัตริยาธิราช” ระหว่างนี้จนถึงวันที่18 ธันวาคม 2559 ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน หลังจากจบงานนิทรรศการบรมกษัตริยาธิราชแล้ว หากประชาชนผู้สนใจต้องการซึมซับกับเรื่องราวและสถานที่จริงยังสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าได้ ระหว่างวันที่ 19 ธันวาคม 2559 จนถึงวันที่31 มีนาคม 2560 ซึ่งเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ สำหรับประชาชนทั่วไปเสียค่าเข้าชม 150 บาท และนักเรียน/นักศึกษาเสียค่าเข้าชม 50 บาท



ชาลี จารุวัสตร์, พระนาย สุวรรณรัฐ, ชวลี อมาตยกุล กก.และเลขาธิการมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม

พาสินี ลิ่มอติบูลย์, สมฤดี อมาตยกุล

เกล็ดดาว พานิชสมัย, ม.ล.รดีเทพ เทวกุล
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248602
วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
ชนิสา แก้วเรือน
เชิญชวนคนไทยร่วมสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และส่งมอบความรัก กำลังใจ และการแบ่งปันแบบไม่มีเงื่อนไขให้แก่กันอย่างไม่รู้จบ ในฐานะประชาชนแห่งความรักภายใต้ร่มพระบารมีกับกิจกรรม “Citizen of Love : It’s time to Give Good Love” (ซิตี้เซ่น ออฟ เลิฟ : อิท ไทม์ ทู กีฟ กู้ด เลิฟ) น้อมนำเรื่องราวพระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ รวมถึงน้ำพระราชหฤทัย ความรัก และพระเมตตา ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นแรงบันดาลใจผ่านผลงานศิลปะสร้างสรรค์ตามชั้นต่างๆ ทั่วสยามดิสคัฟเวอรี่ และยังได้จัดกิจกรรม “Gifts for Them” (กิ๊ฟท์ส ฟอร์ เด็ม) มอบของขวัญส่งความสุขปีใหม่ให้เด็ก 100 คนจากมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ประชาชนคนไทยเป็นประชาชนแห่งความรักภายใต้ร่มพระบารมี ซึ่งทรงเป็นต้นแบบของความรักและการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน พระราชกรณียกิจมากมายนานัปการ ล้วนแล้วแต่ก่อเกิดขึ้นเพื่อบรรเทาทุกข์และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพสกนิกรชาวไทย ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่คนไทยทุกคนจะมอบความรักและกำลังใจให้แก่กัน เพื่อแสดงออกถึงความรักและสามัคคีโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่หวังสิ่งตอบแทนตามรอยพระบาทของพระองค์

สยามดิสคัฟเวอรี่ จึงได้จัดกิจกรรม “Citizen of Love : It’s time to Give Good Love” ขึ้น ภายใต้การน้อมนำแนวคิดโครงการพระราชดำริ และพระอัจฉริยภาพมาเป็นแรงบันดาลใจ รวมถึงจัดพื้นที่ให้คนไทยได้แสดงความรักและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันในยามนี้ โดยจุดดิสเพลย์แรกเป็น “มุมห้องนั่งเล่นแห่งความรัก” ที่จะเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความรักต่อกันผ่านการถ่ายรูปกับเก้าอี้แห่งความรัก เป็นมุมแห่งความรักที่ให้ทุกคนมอบไออุ่นและกำลังใจซึ่งกันและกันในช่วงเวลานี้ และเพียงทุกคนร่วมถ่ายภาพพร้อมแชร์ผ่าน IG ติด Hashtag #CitizenOfLove, #GiveGoodLove, #SiamDiscovery ทุก 1 hashtag จะเป็นการร่วมมอบอาหารมื้อเช้า 1 มื้อให้กับน้องๆ ในความดูแลของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย จุดถัดมาเป็นการนำเสนอ Art Installation ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการพระราชดำริฝนหลวง พระมหากรุณาธิคุณมากล้นที่ทรงห่วงใยพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารที่ต้องประสบภาวะแห้งแล้งขาดแคลนน้ำทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม
นอกจากนี้เพื่อเป็นการสานต่อและส่งมอบ “ความรัก” และการ “ให้” อย่างไม่สิ้นสุด ตามพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่9 ที่ทรงสอนให้คนไทยรักกันและรู้จักการแบ่งปัน สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้จัดกิจกรรม “Gifts for Them” (กิ๊ฟท์ส ฟอร์ เด็ม) ต้นไม้ของขวัญมอบความรักให้กันโดยไม่มีข้อแม้ เชิญชวนผู้ใจบุญส่งมอบความสุขด้วยการมอบของขวัญให้เด็ก 100 คน จากมูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเด็กทั้งหมดได้บอกเล่าถึงความรู้สึกและของขวัญในฝันไว้แล้ว เพียงผู้ใจบุญเลือกซื้อของขวัญให้เด็กที่ตนต้องการสานฝันให้เป็นจริง 1 ชิ้นในราคา 50% ทางสยามดิสคัฟเวอรี่จะร่วมสมทบทันที 50% และจะมีการจัดงานให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ส่งมอบของขวัญให้กับเด็กด้วยมือตนเองในภายหลัง ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถร่วมส่งมอบความสุขให้กับเด็กๆในกิจกรรม “Gifts for Them” ได้ระหว่างนี้ถึงวันที่ 15 ม.ค. 2560 ณ สยามดิสคัฟเวอรี่

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “Think Giving” (ธิงค์ กีฟวิ่ง) ชวนช็อปของขวัญที่ใช่กับ 8 คอนเซ็ปต์ที่สยามดิสคัฟเวอรี่คัดสรรมาแล้วเพื่อทุกไลฟ์สไตล์ ตอบโจทย์การให้ที่ตรงใจผู้รับ รวมถึงชวนทุกคนมาสร้างสรรค์ของขวัญ Personalize แก่คนพิเศษในรูปแบบต่างๆ กับ CHEEZE x SIAM DISCOVERY ไม่ว่าจะเป็นงานปัก, งานปั๊ม เพ้นท์ พิมพ์, งานตอกเครื่องหนัง และงานเขียนลายพิมพ์รีดบนผ้า โดยทุกวันเสาร์ของแต่ละสัปดาห์มีกิจกรรมเวิร์กช็อปกับศิลปินชื่อดัง 6 คน 6 สัปดาห์ ระหว่างนี้ถึง 14 ม.ค. 2560 รวมถึงมีการรวบรวมของขวัญหลากหลายให้ทุกคนได้เลือกสรรส่งต่อความสุขไม่รู้จบจากมูลนิธิโครงการหลวง, ร้านภัทรพัฒน์ โครงการในมูลนิธิชัยพัฒนา, ร้านภูฟ้า และดอยคำ ระหว่างนี้-19 ก.พ. 2560
ไม่เพียงเท่านี้ยังมี “โครงการเพื่อน้องท้องอิ่ม” ทุก 1 ใบเสร็จที่มีมูลค่า 3,000 บาทขึ้นไปจากร้านค้าใน Open Space จะเป็นการร่วมมอบอาหารเช้า 1 มื้อให้กับน้องๆ ในความดูแลจากมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248597
วันพุธ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
“ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง”
พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่แสดงถึงความตั้งพระราชหฤทัยในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของราษฎรอย่างแท้จริง ซึ่งพระองค์ทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย พระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข เห็นได้จากในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามท้องที่ต่างๆ ทุกครั้ง พระองค์จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะแพทย์ ทั้งแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาจากโรงพยาบาลต่างๆ และแพทย์อาสาสมัคร โดยเสด็จพระราชดำเนินไปในขบวนอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะได้รักษาผู้ป่วยได้ทันที อีกทั้ง ยังได้ริเริ่มหลายโครงการด้านการแพทย์และสาธารณสุข อาทิ โครงการหน่วยแพทย์พระราชทานโครงการแพทย์หลวงเคลื่อนที่พระราชทานและโครงการแพทย์พิเศษตามพระราชประสงค์หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่พระราชทาน เป็นต้น
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เห็นแก่ความยากลำบาก ทำให้หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐเอกชน ตลอดจนบุคลากรทางการแพทย์ ได้น้อมนำพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางปฏิบัติ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในการที่จะให้ประชาชนชาวไทยได้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป

โครงการทุนการศึกษา “จีเอสเคพยาบาลเพื่อชุมชน” เป็นอีกหนึ่งโครงการ ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 19 ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2540 โดยความร่วมมือของ สถาบันพระบรมราชชนกวิทยาลัยพยาบาลในสังกัดสถาบันพระบรมราชชนก และ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด หรือจีเอสเค เพื่อช่วยเหลือเยาวชนที่ด้อยโอกาสในชนบทให้ได้มีโอกาสศึกษาวิชาชีพพยาบาลและหลังจากจบการศึกษาจะได้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขในชุมชนท้องถิ่นของตนภายหลังสำเร็จการศึกษา
นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร ผู้อำนวยการสถาบันพระบรมราชชนก กล่าวว่า พยาบาล ถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพในระดับชุมชน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทางสถาบันพระบรมราชชนก ได้มุ่งมั่นผลิตพยาบาลวิชาชีพเพื่อสนองตอบความต้องการของระบบสุขภาพดูแลสุขภาวะของคนในชุมชนเพื่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ดีของคนในชุมชน สร้างความเข้มแข็งและความอยู่ดีมีสุขทางด้านสุขภาพแก่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน แต่ทั้งนี้ปัจจุบันประเทศไทยยังขาดแคลนพยาบาลวิชาชีพอยู่อีกมาก โดยเฉพาะพยาบาลชุมชนที่จะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หรือตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่มีอยู่มากกว่า 8,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องมีพยาบาลวิชาชีพ จึงต้องผลักดันให้พยาบาลวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเบื้องต้นและให้คำปรึกษาร่วมกับทีมแพทย์ได้ นอกจากนี้พยาบาลชุมชนยังต้องลงพื้นที่ในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคประจำครัวเรือนอีกด้วย

ญาดา ชุมนุมพร้อม พยาบาลในโครงการ “จีเอสเค พยาบาลเพื่อชุมชน รุ่นที่ 1” จบจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.พะเยา ปัจจุบันเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลเชียงคำ จ.พะเยา เล่าว่า “เป็นพยาบาลมา 15 ปี ได้เห็นความลำบากทุกข์ยากของผู้ป่วยมากมาย เมื่อเรามีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่น ก็อยากจะช่วยเหลือคนป่วยอย่างเต็มที่ เลยเปิด “คลินิกฮักบ้านเกิด” เพื่อให้การพยาบาลเบื้องต้นแก่ชาวบ้านที่อยู่ห่างไกล เนื่องจากหมู่บ้านอยู่ไกลโรงพยาบาลมาก การเดินทางก็ลำบาก เช่น คนไข้ที่ต้องทำแผลต่อเนื่องหรือ คนไข้นอนติดเตียง ไม่มีญาติ หรือในบางรายพี่เองก็จะเดินทางไปเยี่ยมถึงที่บ้านด้วย ไม่ได้คิดเงิน อย่างน้อยพี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ทำตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ต้องการให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พี่ก็เริ่มจากดูแลสุขภาพของคนหมู่บ้านเล็กๆ ที่พี่ได้อยู่อาศัยมาจนโต นอกจากนี้ ก็ยังมีงานวิทยากรจิตอาสา ให้ความรู้ด้านสุขภาพผ่านรายการวิทยุชุมชนด้วย”
จันทิมา สีทอง จบจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จ.สุรินทร์ พยาบาลในโครงการ จีเอสเค พยาบาลเพื่อชุมชน รุ่นที่ 10” หลังจากเรียนจบได้กลับไปทำงานที่ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นบ้านเกิด ปัจจุบันเป็นพยาบาลอยู่หน่วยส่งเสริมด้านพัฒนาการเด็กและด้านเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลตากใบ จ.นราธิวาส เล่าว่า “แรกเริ่มไม่ชอบวิชาชีพพยาบาล เพราะกลัวเลือด กลัวลำบาก คิดว่าต้องหดหู่ที่ต้องดูแลคนเจ็บป่วย แต่ตัดสินใจเลือกเรียนพยาบาล เนื่องจากพ่ออยากให้เป็นพยาบาล และจบเป็นพยาบาลมากว่า 5 ปีแล้ว พบว่าอาชีพพยาบาลเป็นอาชีพที่เราทำแล้วมีความสุข มีความภาคภูมิใจ ทำให้เราได้มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่บ้าน ได้เลี้ยงดูพ่อแม่ และยังได้ช่วยดูแลคนในชุมชนของเราจริงๆ ใช้ความถนัดด้านภาษา และความเข้าใจคนในชุมชนที่เรามีอยู่ มาช่วยดูแล และให้ความรู้เพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถดูแลตัวเองได้ สานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่อยากให้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งทำงานในโรงพยาบาลอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เราจะเห็นความยากลำบากของคนในพื้นที่ บางคนอยู่ในชนบทห่างไกล การเดินทางไม่สะดวก ทางโรงพยาบาลก็จะมีโครงการออกหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่และออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วย ทำให้เราเห็นว่ายังมีพื้นที่ห่างไกลอีกจำนวนมากที่ขาดแคลนบริการด้านสาธารณสุข การที่เราได้ไปช่วยเหลือชาวบ้าน เราได้เห็นรอยยิ้มของคนเหล่านั้นแล้วเรามีความสุข”
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/248607
เพื่อแสดงความไว้อาลัยและรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ บริษัท ลิกซิล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยผลิตภัณฑ์อเมริกันสแตนดาร์ด น้อมเกล้าฯจัดกิจกรรมวาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ร่วมกับศิลปินระดับปรมาจารย์จำนวน 8 ท่าน ถ่ายทอดศิลปะการวาดภาพให้ประชาชนผู้สนใจภายใต้งาน “ภาพในดวงใจ…จากเส้นสายและปลายพู่กัน” ณ โชว์รูม ลิกซิล ชั้น 1 อาคาร D คริสตัลดีไซน์เซ็นเตอร์ (ซีดีซี) ตั้งแต่วันที่ 3-25 ธันวาคม 2559 โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนทางเฟซบุ๊คของอเมริกันสแตนดาร์ดเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
สิทธิรัฐ วัชราภรณ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ลิกซิล(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทได้จัดงาน “ภาพในดวงใจ…จากเส้นสายและปลายพู่กัน” ขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระผู้ทรงเป็นอัครศิลปิน ซึ่งการแสดงออกด้วยการวาดภาพของพระองค์ท่าน ถือเป็นการแสดงออกถึงการร่วมถวายความอาลัย พระผู้สถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทย รวมทั้งเป็นโอกาสที่ดีที่ศิลปินผู้มีความเชี่ยวชาญในงานศิลปะแนวต่างๆ กัน จะได้ถ่ายทอดความสามารถให้กับประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการสืบสานความรักต่อพระมหากษัตริย์ในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ในโอกาสนี้ อเมริกันสแตนดาร์ดจึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
เพียงแค่เตรียมความภักดีและจิตใจที่พร้อมบอกรักแด่พระองค์ผ่านงานศิลปะมา”

สำหรับศิลปินระดับชาติที่จะมาร่วมถ่ายทอดศิลปะในงานได้แก่อาจารย์ทั้ง 8 ท่าน ที่จะมาสอนวาดภาพใน “ภาพในดวงใจ…จากเส้นสายและปลายพู่กัน” แต่ละวัน ประกอบด้วย อาจารย์สุรัชต์ สดแสงสุกสอนการสเก็ตช์, อาจารย์บันชา ศรีวงศ์ราช ศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยด้านเทคนิคการวาดภาพสีนํ้าที่แฝงไปด้วยจินตนาการ,อาจารย์วธน กรีทอง ผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินชื่อดังระดับโลกอย่าง วินเซนต์ แวนโก๊ะ สอนวาดภาพสีนํ้า, อาจารย์ดินหิน รักพงษ์อโศก ผู้มีประสบการณ์เขียนภาพในหลวงจัดทำเป็นภาพยนตร์ประกอบบทเพลงสรรเสริญพระบารมีชุด “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” สอนวาดภาพด้วยสีถ่านชาร์โคล, อาจารย์พีระ โภคทวี สอนวาดภาพสีนํ้าด้วยเทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์, อรอนงค์ แก้วสมบูรณ์ ศิลปินรุ่นใหม่ สอนวาดภาพด้วยสีอะคริลิก, จักรกฤษณ์ เมธชนัน สถาปนิกชื่อดังภาพ จาก MAP Architects สอนวาดภาพแนวร่างสเก็ตช์ในสไตล์สถาปนิก และอาจารย์สุรินทร์ สนธิระติ ลุงน้อยคนสร้างป่า จากสวนซ่อนศิลป์ สอนวาดภาพสีนํ้าด้วยประสบการณ์จากศิลปะหลากหลายสไตล์ที่สั่งสมมากว่า 20 ปี
กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอดทั้งเดือนธันวาคม ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2559 โดยศิลปินผู้สอนแต่ละท่านจะสลับกันเปิดสอนในแต่ละสัปดาห์ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.lixil.co.th/home.html หรือ http://www.facebook.com/AmericanStandardThailand/ และAmerican Standard โมบายแอพพลิเคชั่น

ผลงานภาพวาดของ อรอนงค์ แก้วสมบูรณ์


สิทธิรัฐ วัชราภรณ์ กับบรรดาศิลปิน อาจารย์สุรัชต์ สดแสงสุก, อาจารย์บันชาศรีวงศ์ราช, สุรินทร์ สนธิระติ และ อาจารย์พีระ โภคทวี