พลศักดิ์ ประกอบ เนรมิตเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 มรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248192

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กลายเป็นกระแสการท่องเที่ยวที่กำลังมาแรงและสร้างมิติใหม่ให้กับจังหวัดกาญจนบุรี สำหรับ มัลลิกา ร.ศ.124 เมืองวัฒนธรรมและวิถีชนที่ฉีกกรอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แบบเดิมๆ ด้วยการพาทุกคนข้ามมิติย้อนเวลานับร้อยปีไปสัมผัสรากเหง้าความเป็นไทยอย่างแท้จริง ผ่านงานสถาปัตยกรรมและวิถีชีวิตของชาวสยามในอดีตอันแสนงดงามในช่วงปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หลังประกาศเลิกทาส

เบื้องหลังไอเดียสร้างสรรค์สุดบรรเจิดนี้มาจาก พลศักดิ์ ประกอบ นักธุรกิจท้องถิ่นเมืองกาญจน์ผู้ก่อตั้งเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ด้วยความทุ่มเทแรงกายแรงใจ จากจุดเริ่มต้นที่ตั้งใจอยากสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ด้วยการชุบวิถีชีวิตของผู้คนในยุคนั้นขึ้นมาทุกกระเบียดนิ้ว เพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาของชาวไทยสมัยโบราณ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการเสพแก่นแท้ของวัฒนธรรมไทย รวมทั้งส่งต่อความทรงจำอันงดงามในอดีตที่เกือบจะเลือนหายสู่คนรุ่นหลัง

“ผมชอบท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่เราเห็นคือ ซากวัฒนธรรม มองไม่เห็นช่วงเวลาที่เคยรุ่งเรืองในอดีตว่าเป็นอย่างไร ต้องจินตนาการเอง ผมจึงมักตั้งคำถามกับตัวเองว่าเบื้องหลังสถาปัตยกรรมเหล่านี้ มีวิถีชีวิตและภูมิปัญญาอะไรซ่อนอยู่ ประกอบกับผมชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทยอยู่แล้ว จึงเกิดไอเดียว่าคงจะดีหากเรานำเรื่องราวเหล่านี้มาส่งต่อให้กับเด็กรุ่นหลังมาศึกษาเรียนรู้ให้เข้าใจว่ารากเหง้าบรรพบุรุษไทยมีที่มาที่ไป อยากให้ทุกคนได้รู้ว่าภูมิปัญญาคนไทยดั้งเดิมมีความละเมียดละไมแค่ไหน ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งจำลองบรรยากาศบ้านเมืองในอดีต ควบคู่ไปกับสะท้อนชีวิตความเป็นอยู่”

จุดเล็กๆ ของแรงบันดาลใจนี้เอง กลายเป็นที่มาให้พลศักดิ์ตัดสินใจเนรมิตเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ขึ้นมา ในรูปแบบ “Living Heritage” หรือมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ โดยเลือกยุคสมัยร.ศ.124 ช่วงที่รัชกาล 5 ทรงประกาศเลิกทาสได้สำเร็จ มาเป็นรูปแบบการสร้างเมือง เพราะเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงในแผ่นดินสยามที่ ล้วนแล้วส่งผลต่อรูปแบบการดำรงชีวิตของคนในยุคนั้นและส่งอิทธิพลมาถึงปัจจุบัน ตั้งแต่การประกาศเลิกทาสการแผ่ขยายอำนาจของโลกตะวันตก นำไปสู่การผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างวิถีชีวิตคนไทยดั้งเดิมกับวัฒนธรรมตะวันตก จนได้รับการนิยามว่าเป็น “ยุคทองแห่งความศิวิไลซ์”

พลศักดิ์ บอกว่า “มัลลิกา” เป็นนามที่ตั้งโดย อ.สุลักษณ์ ศิวลักษณ์ ซึ่งเป็นชื่อต้นน้ำของแม่น้ำอิระวดีในพม่า ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้ง “มัลลิกา” ในภาษาไทยยังหมายถึง “มะลิ” ซึ่งพ้องกับชื่อตัวละครสมมุติที่ อ.ชาตรี ปกิตนนทกานต์ หัวหน้าภาควิชาสถาปัตยกรรมไทย มหาวิทยาลัยศิลปากรผู้ควบคุมการออกแบบเรือนไทยตามหลักการสร้างเรือนประเภทต่างๆ ให้ถูกต้องตามประวัติศาสตร์หยิบยกใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 อีกด้วย

“กระแสตอบรับมากมาย ทำให้เรามีกำลังใจแต่เราคงไม่หยุดแค่นี้ ยังมีรายละเอียดอีกมากที่คนไทยยังไม่เคยรู้ เราจะพยายามลงลึกมากขึ้นไปอีกให้เห็นรากเหง้าของวัฒนธรรมไทยมากที่สุด เพราะระยะเวลาสั้นๆ ที่ผู้คนเข้ามาในเมืองมัลลิกา เรายังไม่สามารถทำให้ผู้มาเยือนซึมซับได้มากพอ เราต้องให้เวลาชุมชนมัลลิกาซึมซับวัฒนธรรมเหล่านี้เข้าไปในกระแสเลือดจนสามารถบอกต่อลงไปให้ถึงแก่นได้จริงๆ”

บนพื้นที่ 60 ไร่ภายในเมืองมัลลิกา ร.ศ.124ประกอบด้วยเรือนไทย 4 ประเภท แต่ละเรือนสะท้อนภาพสถานะของผู้อยู่อย่างชัดเจน เริ่มจากเรือนเดี่ยว  เป็นเรือนชาวบ้าน เป็นที่อยู่ของชนชั้นกรรมาชีพ ชาวนา มีหน้าที่ผลิตปัจจัยพื้นฐานในการยังชีพ ด้วยการทำไร่ ทำนา ทำสวน ปลูกผัก 2.เรือนคหบดี ที่อยู่ของชนชั้นปกครอง กิจกรรมบนเรือนแห่งนี้ เน้นไปที่งานฝีมือ อย่างงานใบตองงานดอกไม้ งานเครื่องแขวน งานแกะสลักผลไม้ ซึ่งเป็นผลงานศิลปะแสนประณีตที่หาชมได้ยาก สะท้อนวิถีชีวิตการทำอาหารที่แทบจะสูญหายไปแล้ว 3.เรือนหมู่ เป็นเรือนสำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองของคหบดี ที่มีคณะนาฏศิลป์ของตัวเองสำหรับต้อนรับแขกปิดท้ายด้วย 4.เรือนแพ จำลองบรรยากาศย่านการค้าในอดีต สะท้อนการสัญจรทางน้ำอันเป็นเส้นทางหลักในอดีต โดยนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับรสชาติของอาหารแบบไทยแท้แบบดั้งเดิม

“เราไม่ได้เลือกนำเสนอเรื่องราวผ่านการแสดงโชว์เป็นรอบๆ แต่เรานำวิถีชีวิตของคนจริงๆ มาใส่ไว้ในเมือง จำลองเมืองที่มีประชากรราว 400 คน ตั้งแต่ผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่ และวัยรุ่น ทุกคนแต่งกายแบบโบราณ และดำรงชีวิตแต่ละวันเสมือนจริงในยุคสมัยนั้น สิ่งที่เราทำนอกจากช่วยการท่องเที่ยวแล้ว ยังส่งเสริมอาชีพคนในท้องถิ่นให้มีรายได้ ฝึกทักษะอาชีพ เพราะเราสอนให้ทุกอย่าง เช่น การทำขนมไทยซึ่งหากศึกษากันจริงๆ ไม่ยากเลย ส่วนผสมมีแค่แป้ง ไข่ น้ำตาล แต่สามารถสร้างสรรค์ออกมาเป็นขนมไทยได้สารพัดชนิด”

ทุกถ้อยคำของพลศักดิ์ ล้วนถ่ายทอดให้เห็นถึงความตั้งใจ ทุ่มเท ในเจตนารมณ์ที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมไทย เพื่อต้องการประกาศให้โลกรู้ว่า บรรพบุรุษไทยก็มีดี ชนิดที่ลูกหลานไทยหรือใคร ไม่ควรมองข้าม

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 10 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248167

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“จานโปรดพ่อ” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ พร้อมเพิ่มมุมพิเศษ เมนูจานโปรดพ่อ อาทิ ผัดถั่วงอก, ถั่วลันเตาผัดกุ้ง, ผัดเล่าปี่, ปูเค็มต้มกะทิ, หลนปลากุเลา, ผัดเผ็ดปลาดุกฟูทอด, ข้าวกล้อง ฯลฯ รวมไปถึงขนมหวาน อย่างกล้วยหักมุกเชื่อม, ไอศกรีม, ผลไม้ ฯลฯ ที่ห้องอาหารวินเซอร์สวีทส์คาเฟ่ หรือเมนูอาหารจีน อาทิ หูฉลามน้ำแดง, บะหมี่เป็ดย่าง ฯลฯ ที่เดอะโกลเด้นพาเลซ หรือเมนูอาหารอิตาเลียน อาทิ สปาเกตตีมิลานเนส, ซุปใสใส่ไก่ ฯลฯ ที่พิซซ่าคอนเนคชั่น ตลอดเดือนธ.ค. ที่โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์ โทร.02-2621234

“บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดไนท์มาร์เก็ต” ชวนชิมอาหารทะเลคุณภาพระดับพรีเมียมสดใหม่ ตัวโตหลากหลายชนิด ทั้งบราซิลเลียนล็อบสเตอร์, กุ้งแลงกูสทีน, กุ้งเครย์ฟิช,กุ้งแม่น้ำ, กุ้งลายเสือ, เม่นทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, หอยนางรมฟินเดอนอร์มังดี, หอยนางรมเกรย์, หอยไม้ไผ่, หอยแมลงภู่แทสมาเนีย, หอยเชลล์, หอยกาบ, เมดิเตอร์เรเนียนโบซีคส์, ปูหิมะ, ปูเนื้อ, คิงแซลมอน, ปลาทูน่าฮามาจิ ฯลฯ เสิร์ฟบนน้ำแข็งหรือนำไปปรุงในซุ้มปิ้งย่าง ปิดท้ายกับห้องชีสคุณภาพเยี่ยม, ไอศกรีมโฮมเมดหลากรส และขนมอบสไตล์ฝรั่งเศส ในราคาท่านละ 1,950 บาทถ้วน ทุกมื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ ที่ห้องอาหารวัวล่า ชั้น 2 โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท โทร.02-1269999

“แคนเดิล ไลท์ บาร์บีคิว บุฟเฟ่ต์ ดินเนอร์” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์บาร์บีคิว ปิ้งย่างกันแบบไม่อั้น อาทิ เนื้อแกะนำเข้าจากนิวซีแลนด์, เนื้อสันในหมักเครื่องเทศ, สารพันซีฟู้ด,กุ้งแม่น้ำ, ปลาแซลมอนนอร์เวย์, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, หอยนางรม ฯลฯ ที่นำมาทำเมนูอบชีสย่างบนเตาถ่านหินลาวาและชีสหลากหลายแบบ ของหวานนานาชนิด รวมเครื่องดื่มอิตาเลียนโซดาดริ้งค์แบบไม่จำกัด เคล้าไปด้วยการบรรเลงดนตรีสดจากกีตาร์โปร่งบนดาดฟ้า ในราคาคนละ 999บาท++ ทุกมื้อค่ำวันศุกร์-เสาร์ ที่ห้องบุสตาน รูฟท็อปชั้น 16 โรงแรมอัล มีรอซ รามคำแหงซอย 5 โทร.02-1368700 ต่อ 4305

ชวนชิม

“แซทเทอร์เดย์ บรันช์” ชวนชิมบุฟเฟ่ต์อาหารสเปนหลากหลายเมนู อาทิ หมูย่างสเปน เสิร์ฟพร้อมสับปะรดเชื่อมและซอสหมู, หอยนางรมตัวโตนำเข้าจากฝรั่งเศสและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน, บราวาส มันฝรั่งตุ๋นเสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศรสเผ็ดและซอสมายองเนสกระเทียม, เห็ดพอร์ชินี่คลุกเกล็ดขนมปังทอดกรอบ, กุ้งผัดกระเทียมจานร้อน, เนื้อสันในวัวย่างเสิร์ฟพร้อมซอสสูตรพิเศษ ฯลฯ ปิดท้ายด้วยของหวานสเปน ชูโรส แป้งโดนัทเคลือบน้ำตาลกับดาร์คช็อกโกแลตเข้มข้น ในราคาท่านละ1,290 บาท++ ทุกมื้อสายวันเสาร์ ที่ห้องอาหารอูโนมาส ชั้น 54 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ โทร.02-1006255

“เห็ดทรัฟเฟิลดำ” ชวนชิมเมนูเห็ดทรัฟเฟิลดำ นำเข้าจากเทือกเขาลูเบอรองประเทศฝรั่งเศส ผสมผสานเข้ากันได้อย่างลงตัวกับเนื้อสตูว์แสนนุ่ม 4 เมนูสุดพิเศษ ทั้งสตูว์เนื้อวัวกับไวน์แดง, สตูว์เนื้อแกะ, สตูว์เนื้อลูกวัวกับซอสครีม และเนื้อน่องวัวตุ๋นแบบอิตาลี เคี่ยวกับผัก ไวน์ขาว และน้ำซุป ปรุงรสด้วยเครื่องเทศจากประเทศอิตาลีและเห็ดทรัฟเฟิลสีดำ ในราคาเริ่มต้นที่เมนูละ 750 บาท สมาชิกบัตรคิงเพาเวอร์หรือแอคคอร์พลัสลด 10% ทุกมื้อค่ำตลอดเดือน ธ.ค. ที่ไวน์ ผับ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ โทร.02-6809999

“บาร์บีคิวอีสาน” ชวนชิมเมนูสร้างสรรค์จากวัตถุดิบหลากหลาย เสิร์ฟพร้อมส้มตำรสเด็ด, ข้าวเหนียวหมกขมิ้น, น้ำจิ้มอร่อยจัดจ้าน อาทิ ไก่ย่างหนังกรอบ ไก่ย่างนมสดหมักเครื่องเทศสมุนไพรและเปราะหอม หนังกรอบนอกนุ่มใน, คอหมูย่างอีสาน หมักเครื่องเทศตามแบบฉบับ, เป็ดไล่ทุ่งย่างเกลือ เนื้อบางมันน้อย หนังกรอบเนื้อนุ่ม, ปลากะพงย่างสมุนไพร หมักเครื่องเทศย่างเกลือ หอมสมุนไพรจัดจ้าน ฯลฯ ในราคาเริ่มต้นที่220 บาท++ ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ ตลอดเดือนธ.ค.ที่ปริ๊นเซส คาเฟ่ โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพ โทร.02-2813088 ต่อ 129

ชวนช็อป

“มหกรรมเทศกาลของขวัญประชารัฐ” ชวนช็อปของดีจากทุกภาคทั่วประเทศ, กระเช้าของขวัญปีใหม่, แพ็กเกจทัวร์ ฯลฯ รวมไปถึงบูธดาราดังคับคั่ง ชิมอาหารอร่อยทั่วไทย รวมกว่า 500 ร้านค้า พร้อมชมคอนเสิร์ตบทเพลงพระราชนิพนธ์จากศิลปินดังและกิจกรรมอีกมากมาย วันนี้-12 ธ.ค. เวลา 15.00-23.00 น. ที่สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก

“Home Electric Super Sale” ชวนช็อปเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ชั้นนำ ลดราคาสูงสุดถึง 35%และ “Sport World Mega Sale” ชวนช็อปสินค้าเสื้อผ้า, รองเท้า, อุปกรณ์กีฬาแบรนด์ดัง อาทิAdidas, Nike, Crocs, Asics ฯลฯ ในราคาสูงสุดถึง 80% วันนี้-18 ธ.ค. ที่ชั้นบีและชั้นจี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์ พาร์ค

“มะหมาผู้ซื่อสัตย์” ชวนช็อปสินค้าเพื่อน้องหมา อาทิ อาหาร เสื้อผ้า และอุปกรณ์การเลี้ยงสุนัข กว่า 20 บูธ พร้อมชมการแสดงแฟชั่นโชว์และความสามารถพิเศษของกองทัพมะหมาขวัญใจในโลกโซเชียล บริการตรวจสุขภาพสัตว์เลี้ยงเบื้องต้นและหยอดยากำจัดเห็บหมัดฟรี! วันนี้-12 ธ.ค. ที่ลานไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

ชวนใช้

“สวนสยาม ครบรอบ 36 ปี” ชวนใช้บัตรเที่ยวสวนสยามราคาพิเศษ ลด 50% เริ่มต้นที่ท่านละ 250 บาท จากปกติ 500 บาท หรือท่านละ 450 บาท จากปกติ 900 บาท รวมเครื่องเล่นทุกชนิดใน X-Zone วันนี้-31 ม.ค. 2560 ที่สยามพาร์คซิตี้ สวนสยาม โทร.02-9197200

“ดั๊บเบิ้ลเอ สเตชั่นเนอรี่” ชวนใช้ชุดผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนคุณภาพ อาทิ ชุด Double A Plus ที่มีดีไซน์เรียบหรู มีทั้งสมุดโน้ต Organizer ซองใส่บัตร และชุด Fresh Food Good Noteเครื่องเขียนที่สร้างสรรค์ด้วยลวดลายผักออร์แกนิคและลายอาหารสีสันสดใส ที่ร้านดั๊บเบิ้ลเอ สเตชั่นเนอรี่ช็อป, ร้านเครื่องเขียนทั่วไป และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ โทร.1759

“อินทิเมท ซีเคร็ท โรส” ชวนใช้ชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงผิวกายแบรนด์เบ็คกี้รัสเซลล์ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ชุดใหม่ล่าสุด พร้อมกล่องสวยงามสีสันม่วงสดในราคาชุดละ 2,290 บาท รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา จ.ลำพูน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.beckyrussell.com

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้านบานใหม่ ตอนสังคมสุขใจในบวร ด้วยพลังประสานจากบ้าน, วัด,โรงเรียน และหน่วยงานราชการ ตามแนวพระราชดำริ ในวันพุธที่14 ธ.ค. และตอนโรงเรียนของหนูอยู่อย่างพอเพียง ในวันพฤหัสบดีที่ 15 ธ.ค. เวลา 15.45-16.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ชวนชมนิทรรศการภาพวาดและภาพถ่าย จาก 10 จิตรกรที่มีชื่อเสียง ระหว่างวันที่ 14 ธ.ค.-31 ม.ค. 2560 ที่บริเวณล็อบบี้ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต

“ธ สถิตในดวงใจไทยทั่วหล้า” ชวนชมนิทรรศการภาพวาดและงานศิลปะ เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนักเรียนนักศึกษาจำนวน 89 คน รวม 150 ภาพ พร้อมร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปทางด้านศิลปะ วันนี้-22 ธ.ค. ที่ศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิว ภูเก็ต

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

‘คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร์’ นิทรรศการรำลึกพระอัจฉริยภาพทางดนตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248190

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เพื่อรำลึกในพระอัจฉริยภาพทางดนตรีในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร มูลนิธิคีตรัตน์ ร่วมกับ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม และ ดิ เอ็มควอเทียร์ จัดงาน “คีตรัตนบรมราชานุสรณ์ ธ สถิตกลางใจราษฎร์นิรันดร์” โดยมี รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์หนึ่งในสมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ มาร่วมถ่ายทอดความประทับใจในการทูลเกล้าฯ ถวายงานอย่างใกล้ชิด ณ ควอเทียร์แกลลอรี่ ชั้น M ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์

ภายในนิทรรศการรำลึกพระอัจฉริยภาพทางดนตรี และการแสดงเครื่องดนตรีส่วนพระองค์ที่ได้พระราชทานให้สมาชิกวง อ.ส.วันศุกร์ ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน นับเป็นครั้งแรกที่คนไทยได้สัมผัสเครื่องดนตรีส่วนพระองค์ใกล้ชิดที่สุด พร้อมเรื่องราวเบื้องหลังที่จะมีการเล่าเป็นครั้งแรก อาทิ การแสดงสมุดโน้ตที่มีลายพระหัตถ์การแก้ไขตัวโน้ต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงแก้ไขร่วมกับ รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ เสวนาเกร็ดความรู้ต่างๆ ที่หาฟังได้ยาก อาทิ งานเสวนาโดยวง อ.ส. วันศุกร์ วงดนตรีในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9, เสวนานิวออลีนส์แจ๊สดนตรีที่พ่อรัก, เสวนาเรื่องเล่าจากเครื่องดนตรีส่วนพระองค์พระราชทาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “ห้องเรียนเพลงพระราชนิพนธ์” ที่เปิดโอกาสให้นักดนตรีที่สนใจลงทะเบียนร่วมเรียนบทเพลงพระราชนิพนธ์จาก รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์ และทีมอาจารย์ ได้อีกด้วย

รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์

“งานนี้จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระองค์ท่าน รวมไปถึงเพื่อเผยแพร่บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ถูกต้องที่สุดที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตรวจทานแก้ไขปรับปรุงด้วยพระองค์เอง ให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา นักดนตรี ประชาชนผู้ที่สนใจ ซึ่งให้ทุกคนเป็นเสมือนการรับไม้ผลัด การรับต่อคบเพลิง ช่วยกันสืบทอด รักษาเพลงพระราชนิพนธ์ที่พระราชทานให้เป็นเอกลักษณ์และสมบัติของชาติสืบไป ในเวลานี้อันเป็นเวลาที่นักดนตรีไทย พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จักสามัคคีแสดงออกร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสุขความสบายใจ ดำเนินรอยตามพระยุคลบาท เพื่อแสดงในความรัก ความภักดี และความสำนึกรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทรงวางรากฐานทางการดนตรีของประเทศให้มีเอกลักษณ์ และให้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอันทรงพลังที่ส่งเสริมให้เกิดความสุข ความรักความสามัคคีของคนในชาติ”

สมุดโน้ตที่มีลายพระหัตถ์การแก้ไขตัวโน้ตล่าสุด
โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เครื่องดนตรีพระราชทาน

Jazzophone Trumpet

King Alto Saxophone

Selmer Mark VI Alto Saxophone

Vibratosax Limited Edition

Yamaha Trumpet

เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดิ เอ็มโพเรียม กรุ๊ป และ สุธาวดี ศิริธนชัย
ต้อนรับ ศ.พิเศษแมนรัตน์ และ รศ.ดร.ภาธร ศรีกรานนท์

ร่วมกันจุดเทียนและร้องเพลง
พระราชนิพนธ์ When you smile

วุฒา ภิรมย์ภักดี

ปัญญชลี เพ็ญชาติ

ดลชัย บุณยะรัตเวช

กลุ่มดีไซเนอร์รวมตัว สร้างโปรเจกท์ ‘Thai Heart’ ทำดีเพื่อพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248194

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นอกจากจะเป็นดีไซเนอร์ที่มีชื่อเสียงแล้ว ยังมีจิตใจงดงามอีกด้วย สำหรับกลุ่มดีไซเนอร์ที่ประกอบไปด้วย โรจน์-ภูภวิศ กฤตพลนารา,เชอร์รี่-พัชทรี ภักดีบุตร, ยุ้ย-อรวรรณ อิงคสิทธิ์, ไก่-เตีย ประสิทธิ์, เอก-โชคชัย ณ ระนอง, แฟร์-แฟรนิชา รัตนพงศ์, แป้ง-อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์และ ณช-พัสณช เหาตะวานิช ที่มารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์โปรเจกท์พิเศษ “Thai Heart”จัดทำหนังสือถ่ายทอดพระราชประวัติตั้งแต่ทรงพระเยาว์ รวมทั้งพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพแจกจ่ายให้กับห้องสมุดในโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โปรเจกท์ดีๆอย่างนี้ รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน”ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ช่วง Focus On พิธีกร “ขิม-ทิพย์ลดา พูนศิริวงศ์” จึงไม่พลาดพาไปพูดคุยถึงที่มาที่ไปของโปรเจกท์นี้

กลุ่มดีไซเนอร์ เผยว่า โครงการนี้ชื่อThai Heart เป็นการรวมกันของคนไทยเราที่มีหัวใจดวงเดียวกัน จัดทำป๊อปอัพขึ้นที่เอ็มควอเทียร์ เมื่อวันที่ 1-8 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา จุดประสงค์หลักก็คือ เพื่อรวบรวมทุนทรัพย์ในการจัดทำหนังสือพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อนำไปมอบให้กับห้องสมุดของโรงเรียนทั่วทั้งประเทศ ซึ่งดีไซเนอร์แต่ละคนก็จะมีป๊อปอัพที่เป็นสินค้า หรือว่าเป็นโปรดักท์ที่แต่ละคนดีไซน์ออกมา ตามจุดเด่นของแต่ละคน

เริ่มจาก โรจน์-ภูภวิศ กฤตพลนาราแห่งแบรนด์ Issue บอกว่า “สำหรับ Issue เราได้ออกแบบหมวกพิเศษ และจะจัดจำหน่ายในงานนี้เท่านั้น และรายได้ก็จะไปช่วยเรื่องหนังสือ”

เชอร์รี่-พัชทรี ภักดีบุตร (Erb) เล่าว่า “ทางเราได้จัดทำแฮนด์ครีมไซส์เล็ก 3 กลิ่น ซึ่งเป็นกลิ่นไทยๆ ก็เป็นดีไซน์ใหม่ และอยู่ในถุงผ้าสีดำ นอกจากนั้น เราก็จะมีเวิร์กช็อปทำน้ำหอม โดยที่น้ำหอมจะเป็นสอนให้ทำน้ำหอมและตรงหัวน้ำหอมจะเป็นครั่งสีดำ เพื่องานนี้โดยเฉพาะ”

(ซ้าย) พิธีกรรายการ และกลุ่มไทยดีไซเนอร์ที่ร่วมกันสร้างสรรค์โปรเจกท์พิเศษ “Thai Heart”

ยุ้ย-อรวรรณ อิงคสิทธิ์ (Olivia Diamonds)บอกว่า “ทาง Olivia Diamonds ทำเข็มกลัดเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่เหรียญมาจากโรงกษาปณ์และเราก็ประดับเพชร มีทั้งทองทั้งเงิน รายได้ก็ช่วยสมทบทุนให้โรงเรียนต่างจังหวัด สำหรับยุ้ยได้น้อมนำหลักคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ในชีวิตประจำวัน คือตั้งแต่เด็กก็จะเห็นพระองค์ท่านสอนเสมอให้คนไทยมีความรักความสามัคคีกัน มันก็ทำให้เราปลูกฝังว่า คือเราก็ได้ช่วยทำอะไรสักอย่าง รวมตัวกันในงานครั้งนี้เพื่อจัดงานเพื่อเอาเงินไปช่วยเหลือคนอื่นที่เขายากไร้กว่าเรา”

ไก่-เตีย ประสิทธิ์ (พี่ไก่ ลอนดอน Antique & Vintage Showcase) บอกว่า “พี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ เป็นเฟอร์นิเจอร์แอนทีค ก็คือจะเป็นคนที่ตกแต่งในงานนี้ และรายได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์ส่วนหนึ่งก็จะสมทบทุนในการทำหนังสือ”

เอก-โชคชัย ณ ระนอง (Rare Magazine ผู้ผลิตนิตยสาร Thai Heart) “เอกจะดูแลในส่วนของการผลิตนิตยสาร Rare Magazine เล่มพิเศษเล่มเพื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 คือเล่มนี้จุดประสงค์มันเป็นตัวเริ่มของโปรเจกท์นี้ด้วย ทาง Rare Magazine เคยทำนิตยสารเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทุกๆ ปีอยู่แล้ว จนกระทั่งปีนี้หลังจากที่พระองค์ท่านเสด็จสวรรคต เราก็เลยมองว่าอยากจะมีนิตยสารฉบับพิเศษที่เราแจกฟรีเหมือนกันแต่เพียงแค่ว่าเราจะเปลี่ยนกิมมิคในการแจกฟรีจากที่เราแจกทุกที่ทั่วไป ตอนนี้เราแจกที่หน้าพระบรมมหาราชวัง รวมถึงส่งไปถึงโรงเรียนต่างจังหวัดหลายๆ ที่ด้วย

ก็เลยได้ร่วมกับแบรนด์แฟชั่นหลายๆ แบรนด์ มาช่วยทำให้หนังสือเล่มนี้ได้ผลิตมากขึ้นแล้วก็ไปสู่คนที่อยากรับทราบหรือว่าอยากรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านมากขึ้น เพราะว่าเป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนกระทั่งเสด็จสวรรคตเลย และมันเหมือนหนังสือของคนรุ่นใหม่ด้วย เพราะเล่มนี้เราใช้ดีไซเนอร์ที่มาทำภาพทั้งหมด โดยเราแทบจะไม่ใช้ภาพถ่ายจริงเลยเราให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ทั้งหมดมาทำภาพเป็นอีลาสเตชั่นทั้งหมด เหมือนเป็นงานศิลปะ หนังสือเล่มนี้เราจะมีทีมงานแจกฟรีที่หน้าพระบรมมหาราชวังให้กับทุกท่านที่ไปกราบพระบรมศพ

สำหรับเรื่องหลักคำสอนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถามว่าได้ใช้อะไรมาน้อมนำในการดำเนินชีวิตและประกอบธุรกิจบ้างนั้น จริงๆ ต้องบอกว่า พระราชดำรัสของพระองค์ท่านหรือโครงการพระราชดำริอะไรต่างๆ เอกเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันค่อนข้างเยอะ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เอกรู้สึกว่ามันน่าสนใจแล้วก็เหมาะกับพวกเราทุกคนคือ เอกชอบประโยคหนึ่งที่พระองค์ท่านเคยตรัสไว้ เรื่องของการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เอกว่าจริงๆ มันเป็นคำง่ายๆ แต่จริงๆ ทุกคนลืมไป เพราะเอกเชื่อว่าถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองดีที่สุด คือจะไม่เป็นภาระให้สังคม ไม่เป็นภาระของคนอื่น ฉะนั้นถ้าทุกคนสามารถทำตัวเองให้ดีที่สุด ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เอกเชื่อว่าทุกอย่างก็จะพัฒนาไปทางที่ดีขึ้น”

แฟร์-แฟรนิชา รัตนพงศ์ จากแบรนด์ Famosa Andino บอกว่า “สำหรับงานนี้ก็จะมีหมวกมาขายในราคาพิเศษ เพื่อจะได้ตัดรายได้ส่วนหนึ่งสำหรับโปรเจกท์นี้ด้วย เพิ่มเติมนิดหนึ่งสำหรับเรื่องหนังสือ ก็คือสมมุติถ้าเกิดคนไหนสนใจ คือทุกแบรนด์ที่ออกงานครั้งนี้ ก็จะตัดส่วนหนึ่งในการบริจาคและลูกค้าสามารถได้รับหนังสือนี้ด้วยเหมือนกัน”

แป้ง-อรประพันธ์ สุทธินรเศรษฐ์ จากแบรนด์ Vick’s บอกว่า “ตั้งแต่คุณโรจน์จากทาง issueชวนมาเข้าโปรเจกท์นี้ ก็ตอบตกลงทันทีเลย เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือที่รวบรวมพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ท่าน ก็เลยคิดว่าอยากจะทำโปรเจกท์นี้ให้ดี และก็อยากให้หนังสือเล่มนี้ขายดีๆ เพื่อที่จะได้มีหนังสือเล่มนี้ไปอยู่ในห้องสมุดทุกๆ ที่ที่มีในประเทศเราถ้าเป็นไปได้ และด้วยภาพอีลาสเตทซึ่งจริงๆ แล้วไม่น่าจะหาดูได้ง่ายๆ”

ณช-พัสณช เหาตะวานิช จากโครงการเกษตรเข้มแข็ง บอกว่า “ของณชเป็นข้าวปลอดสารของกลุ่มชาวนาจากโครงการเกษตรเข้มแข็ง ซึ่งกลุ่มดีไซเนอร์ไทยฮาร์ท คือนอกจากจะมีความประสงค์ที่จะรวบรวมเงินรายได้เพื่อทำหนังสือ แล้วก็กระจายให้เด็กๆ ทั่วทั้งประเทศ ผ่านห้องสมุดทั้ง 5,000 เล่ม คือเป้าแรกที่วางเอาไว้ ก็ยังมีความประสงค์ที่จะช่วยชาวนาไทย เพราะตอนนี้มีปัญหาเป็นอย่างมาก แล้วก็โครงการเกษตรเข้มแข็งได้ทำข้าวมา 3 ปีแล้ว ซึ่งอันนี้ก็คือ แพ็กเกจจิ้งที่กลุ่มแม่บ้านชาวนาเขาเย็บแล้วก็ทอด้วยมือ ส่วนข้างในคือข้าวในโครงการที่ได้ทำแบบปลอดสารตามแนวพระราชดำริ ก็คือมุ่งไปสู่เกษตรอินทรีย์ และก็สร้างความยั่งยืนให้ชาวนาไทย ก็ได้มาร่วมกับกลุ่ม Thai Heart กลุ่มดีไซเนอร์ หลังจากงานนี้แล้ว สามารถซื้อข้าวได้ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศไทยหรือว่าสามารถซื้อตรงจากชาวนาได้เลยที่โทร.02-3080555”

 

คุณแหน : 10 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248188

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll โรงเรียนราชินี จัดงานถวายเป็นราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันเสด็จสวรรคตครบ 50 วัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ใครเห็นต่างชื่นชมในความสวยงามและท่าไหว้ที่พร้อมเพรียงของนักเรียนราชินีเป็นยิ่งนัก…

ll เป็นลูกสาวยอดกตัญญู วรวิมล ณ ระนอง พามารดาสุดรักนั่งวีลแชร์ไปชมความงามบ้านดอกไม้ที่ย่านปากคลองตลาด ที่ทุกบ้านริมถนนออกมาตกแต่งดอกไม้ประดับกันอย่างสวยงามเพื่อรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อสัปดาห์ก่อน…และในบริเวณใกล้เคียงกันหน้าโรงเรียนสวนกุหลาบก็มีการตกแต่งดอกไม้สวยงามตลอดทาง…น่าประทับใจเป็นที่ยิ่ง…

ll มีจิตศรัทธาแรงกล้า ใส่บาตรทุกเช้าวันละ 100 รูป ทรงกลด นาคปรีชาสาริกบุตร หนุ่มโสดแห่งกรมโยธาธิการ ทำให้เพื่อนๆ แปลกใจว่า ทำได้ไง? และไปทำบุญที่ไหนถึงได้วันละเยอะขนาดนั้น? ที่สำคัญกิจวัตรประจำวันคือหลังทำบุญเสร็จก็มานั่งเขียนในไทม์ไลน์ให้เพื่อนเฟซได้อ่านเกือบครึ่งหน้ากระดาษ…

ll เป็นคนแรกที่พาคณะไปสำรวจสวนบางกะเจ้า ดร.รติศักดิ์ พลศรี ถึงแก่กรรมแล้ว กำหนดพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 10 ธ.ค.เวลา 17.00 น. ณ เมรุวัดมกุฏฯ…ขอเชิญญาติมิตรมาร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน…

ll ถ้าเอ่ยถึงดีเจคนดังในอดีต…หลายคนยังไม่ลืมว่าอดีตปลัดกระทรวงการคลัง สมใจนึก เองตระกูล เป็นคนหนึ่งที่เคยจัดรายการวิทยุมาก่อน ส่วนอดีตประธานบอร์ด ทอท. ปิยะพันธ์ จัมปาสุต ตอนนี้ยังจัดรายการอยู่ ด้วยความสนุกสนานในงานสื่อสารมวลชน…ด้านอดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ดร.ภัทรียา สุมะโน ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงคนหลังไมค์ เคยเป็นนักจัดรายการเสียงใสได้ใจ FC มาก่อนเก่าเช่นเดียวกัน…

ll อ.เกษม จันทร์น้อย และคณะตัดสินรายการเด็กและสตรี ทีวีทองคำ ครั้งที่ 31 เรียบร้อยแล้ว จะประกาศผลวันที่ 18 ก.พ. ปีหน้า ที่หอประชุมศูนย์วัฒนธรรมฯ มีถ่ายทอดสดพิธีมอบรางวัลทางทีวี.เช่นเคย…

ll สุดสัปดาห์นี้ ศิษย์เก่าคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รหัส 191 นัดสังสรรค์และฉลองความเป็นเพื่อน มช.40 ปีที่เชียงใหม่ ในงานนี้นอกจากสาวๆ หนุ่มๆ (เมื่อ 40 ปีก่อน) จะประชันความสวยและความหล่อ(เหลือน้อย)แล้ว ยังได้ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้คณาจารย์และเพื่อนๆ ที่ล่วงลับไปแล้ว และมอบเงินส่วนหนึ่งช่วยเหลือด้านการศึกษาแก่น้องๆ คณะมนุษย์ด้วย…ใจกุศลแท้ๆ เทียว!! ll

บารอนเนส

‘ปันยิ้ม’ ปีที่ 1 ป้อนสุขสู่น้องๆ ชุมชนชายฝั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248070

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ หรือที่เรียกกันติดปากว่า CSR คือแนวทางสร้างกิจกรรมเพื่อทำให้ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความสมดุลและอยู่รวมกันได้อย่างยั่งยืน เป็นแนวคิดสำคัญที่องค์กรทั่วโลกนำมาปรับใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งตัวเลือกกิจกรรมอันดับต้นๆ คือโครงการที่สร้างสรรค์เพื่อเด็กและเยาวชนในชุมชนใกล้เคียงกับองค์กรนั้นๆ ศูนย์การค้าเมกาบางนา จัดโครงการ “เมกาบางนา ปันยิ้ม” ปีที่ 1 ภายใต้แนวคิด เติมเต็มความสนุกทุกช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ ส่งมอบสนามเด็กเล่นพร้อมด้วยอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นสำหรับนักเรียนในโรงเรียนเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ

มร.คริสเตียน โอลอฟสัน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า “เมกาบางนา มีแนวคิดในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม มาตั้งแต่ปี 2555 มุ่งเน้นสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่ยากไร้หรือด้อยโอกาส รวมทั้งยังมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่ชุมชน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการและชุมชนใกล้เคียงอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมรูปแบบต่างๆ อาทิ การมอบทุนการศึกษา การสนับสนุนโครงการทางด้านการศึกษา และอุปกรณ์การเรียน เป็นต้น

“ปีนี้ เมกาบางนา จึงได้ริเริ่มและส่งมอบสนามเด็กเล่น “ชุดทาวเวอร์” เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 2 ขวบถึง 12 ปี ทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน และสีสันสดใส รวมถึงอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นให้กับ 5 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ โรงเรียนคลองพระยานาคราช โรงเรียนวัดสีล้ง โรงเรียนวัดราษฎร์นิยมธรรม และโรงเรียนละมูลรอดศิริ ภายใต้ชื่อโครงการ “เมกา
บางนา ปันยิ้ม” ปีที่ 1 พร้อมวางแผนจะต่อยอดโครงการนี้ไปเรื่อยๆ ทุกปี ไม่หยุดนิ่ง พร้อมสนับสนุนโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ ที่มีความต้องการให้ได้รับโอกาสนี้ หวังให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตไปพร้อมกับชุมชนที่เข้มแข็ง”

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมาจากวิสัยทัศน์ของเมกาบางนา ที่ต้องการจะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อทุกวันดีๆ ของทุกคน เราเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และเราก็ยึดถือเรื่องนี้มาโดยตลอดว่าจะต้องตอบแทนคืนสู่ชุมชน และวิสัยทัศน์นี้ก็สามารถเผื่อแผ่มาถึงชุมชนด้วย โดยเราตั้งใจจะสนับสนุนสนามเด็กเล่นที่มีการจัดวางชุดเครื่องเล่น ควบคุมดูแลโดยเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญตามมาตรฐานความปลอดภัยของยุโรป และจัดสร้างบนพื้นฐานความปลอดภัยของขนาดพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมทั้งต้องสามารถนำไปปรับใช้กับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนมอบอุปกรณ์การกีฬาให้ด้วย เพราะทั้งการเรียนและการเล่นต่างก็เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็กทั้งนั้น

“เราไม่อยากให้เด็กละเลยเรื่อง Physical Learning นอกจากจะได้ออกกำลังกลางแจ้ง ได้ความสนุกสนานแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ได้ดี เพราะการเล่นเสริมสร้างทุกส่วนทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ส่วนการเล่นหลายๆ คน ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนรอบข้าง พัฒนาศักยภาพเรื่องความคิด และความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ ไปพร้อมกัน”ด้วย”

เมื่อถามถึงความสำคัญของการเล่นเพื่อเสริมพัฒนาการ ผศ.ดร.สุชาติ ทวีพรปฐมกุล เลขาธิการสมาคมสุขศึกษาพลศึกษาและสันทนาการแห่งประเทศไทย อธิบายว่า “การเล่นด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้งการได้เล่นกับอุปกรณ์เป็นการเล่นเพื่อการเรียนรู้
ไม่ใช่แค่สนุกอย่างเดียว การเล่นที่ดีจำเป็นต้องมีครูคอยชี้แนะแนวทาง เช่น ตั้งโจทย์คำถามจากการเล่น หรือสร้างกฎกติกาใช้อุปกรณ์การเล่นร่วมกัน เพื่อจะช่วยพัฒนาทั้งร่างกาย พัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เพิ่มทักษะการเคลื่อนไหว ตลอดจนเสริมสร้างจินตนาการและบทบาทสมมุติ ได้เรียนรู้การเข้าสังคม พัฒนาการทางอารมณ์และสติปัญญาควบคู่กันไป ทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์ เมื่อเรียนรู้แล้ว เด็กก็จะคิดเป็น ทำเป็น วิเคราะห์เป็น สังเคราะห์เป็น และเห็นเป้าหมายในการเรียนรู้ของตัวเองต่อไปได้”

เด็กชายปราโมทย์ ด้วงปั้น นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ และกลุ่มเพื่อนเด็กหญิงระดับชั้นเดียวกัน อย่าง เด็กหญิงเบญญาภา พูลสวัสดิ์ เด็กหญิงธัญธร วรนาวิน และเด็กหญิงชลนิชา สมพันธ์ นักเรียนชั้น ป.5 ร่วมกันแสดงความรู้สึกว่า สนามเด็กเล่นใหม่ที่ได้รับจากเมกาบางนา ทำให้พวกเขาตื่นเต้นและอยากมีส่วนร่วมกับเครื่องเล่นนี้ ซึ่งนอกจากความสุขที่ได้จากการเล่นแล้ว ยังได้ออกกำลังกาย และมีพื้นที่ให้พวกเขาได้ใช้ความคิด เช่น ต้องมีสติและความระมัดระวังในการใช้เครื่องเล่นเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับตัวเองและช่วยถนอมเครื่องใช้ให้อยู่กับโรงเรียนไปได้นานๆ ให้รุ่นน้องได้มีโอกาสใช้งาน และการได้เล่นเครื่องเล่นและสนามเด็กเล่นด้วยกันทั้งโรงเรียน ยังส่งเสริมให้รุ่นพี่รุ่นน้องได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน พี่สอนและรู้จักการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่น้อง ส่วนน้องก็รู้จักการเชื่อฟังและเคารพรุ่นพี่

8 ทิปส์ช็อปออนไลน์ก่อนกดปุ่มซื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248072

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

สมาร์ทโฟน กลายเป็นอวัยวะที่ 33 ใครๆ ก็ต้องมีไว้ติดกับตัวเกือบตลอด 24 ชั่วโมง เพราะไม่ใช่แค่ไว้โทร.ออกหรือรับสายเท่านั้น แต่เจ้าสมาร์ทโฟนยังเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในยุคดิจิตอลที่สามารถทดแทนเครื่องมืออื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง ถ่ายรูป และอีกสารพัดประโยชน์ โดยเฉพาะบรรดานักช็อปทั้งหลาย ไม่ต้องออกไปร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า แต่มีความต้องการช็อปปิ้งก็ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้ว มีผลสำรวจคนไทยจำนวน 25.8% ใช้อินเตอร์เนตผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์และมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าการช็อปปิ้งออนไลน์จะมีแนวโน้มเติบโต แต่เราก็มักจะได้เห็นข่าวตามสื่อต่างๆ อยู่เนืองๆ ว่าผู้บริโภคถูกหลอกจากร้านค้าออนไลน์ รวมถึงความไม่มั่นใจในการชำระสินค้าระบบออนไลน์ เพื่อเป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ สำหรับนักช็อปออนไลน์ วันนี้เรามี 8 ทิปส์เด็ดๆ ก่อนกดปุ่มตกลงซื้อ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการซื้อสินค้าและบริการบนโลกดิจิตอล

เลือกแอพพลิเคชั่นที่ถูกใจและตรงกับไลฟ์สไตล์

แอพพลิเคชั่นช็อปปิ้ง เป็นเครื่องมือสำคัญ เพราะนอกจากจะรวมสินค้าและบริการหลากหลาย แอพพลิเคชั่นยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการช็อปปิ้งออนไลน์ของคุณ ดังนั้นก่อนการเริ่มช็อปปิ้งออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ การเลือกแอพพลิเคชั่นที่ถูกใจ ดีไซน์ของแอพพลิเคชั่นสวยถูกใจตามสไตล์ที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือการจัดวางหน้าตาของแพลตฟอร์มที่เข้าใจง่าย มีฟีเจอร์ที่เหมาะแก่การช็อปปิ้งตรงตามไลฟ์สไตล์ของคุณ มีเลือกซื้อสินค้าและทำธุรกรรมทางการเงินไม่ซับซ้อนจนเกินไป หากใครสงสัยว่าจะวัดความน่าเชื่อถือของแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งออนไลน์ได้อย่างไร เบื้องต้นเลยดูจากจำนวนผู้โหลดแอพพลิเคชั่น การให้คะแนนการใช้งาน ตลอดจนการรีวิวความพึงพอใจจากผู้ใช้งาน ซึ่งคุณสามารถหาอ่านได้ไม่ยากบนโลกออนไลน์

ศึกษาข้อมูลเพราะยิ่งรู้จักแอพพลิเคชั่นมากยิ่งส่งผลดี

เมื่อเลือกแอพพลิเคชั่นที่ถูกใจได้แล้ว ก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนั้นๆ แต่อย่าเพิ่งเริ่มใช้งานจนกว่าคุณจะทำความรู้จักและศึกษาแอพพลิเคชั่นอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของบริษัทผู้ผลิตแอพพลิเคชั่น หน้าตาแพลตฟอร์มและวิธีการใช้รวมไปถึงศึกษาบริการเสริมต่างๆ ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการซื้อสินค้าที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อใช้งานจริงและที่สำคัญที่สุดคือการทดลองใช้แอพพลิเคชั่นด้วยตัวเอง สมัครใช้งาน ทดลองใช้ฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ต่างๆ ของแอพพลิเคชั่นบ่อยๆ เพื่อให้คุ้นเคยและคุ้นมือเพราะประสบการณ์จากคำบอกเล่าของผู้อื่นมีหรือจะเท่าประสบการณ์จากการใช้งานจริงด้วยตัวเอง

ลิสต์รายการสินค้าที่อยากได้ก่อนช็อปปิ้ง

การไปช็อปปิ้งไม่ว่าจะไปด้วยตัวเองหรือช็อปปิ้งออนไลน์ สิ่งที่ควรทำเหมือนกันคือ จด เพราะเชื่อว่านักช็อปทั้งหลายมีสินค้าที่อยากได้มากกว่า 1 รายการอย่างแน่นอน ดังนั้นนักช็อปควรจดรายการของที่อยากได้ไว้ก่อนเพื่อความรวดเร็วแม่นยำ และไม่หลงลืมลิสต์สินค้ารายการใดรายการหนึ่งระหว่างการทำรายการซื้อ ที่สำคัญคือไม่เสียเวลาทำให้คุณต้องมาจ่ายชำระค่าสินค้าหลายๆ ครั้ง

ยิ่งตัวเลือกมาก ยิ่งต้องเปรียบเทียบราคา

เงินทองเป็นของหายาก จะใช้จ่ายกับสิ่งใดต้องคุ้มค่า เมื่ออำนาจการตัดสินอยู่ในมือคุณ การเปรียบเทียบคุณภาพและราคาสินค้าจึงเป็นสิ่งที่นักช็อปออนไลน์ไม่ควรละเลย ในหลายแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งออนไลน์จะมีตัวช่วยในการค้นหาสินค้ารวมถึงเปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายๆ ร้านได้ในเวลาเดียวกัน และยังช่วยให้คุณเข้าไปดูและศึกษาร้านค้าแต่ละร้านค้าได้อีกด้วย นอกจากนี้นักช็อปยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดยการพูดคุยกับผู้ขายสินค้าโดยตรงผ่านแอพพลิเคชั่นแบบเรียลไทม์ อาทิ ฟังก์ชั่น live chat ได้อีกด้วย

สินค้าคุณภาพดีราคาย่อมเยามีจริงในโลก

นักช็อปออนไลน์ทั้งมือโปรและมือใหม่ต้องไม่ลืมคอยมองหาแคมเปญและโปรโมชั่นเสริมทั้งในช่วงเวลาธรรมดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลหรือใกล้วันพิเศษต่างๆ เพราะเหล่าร้านค้าในแอพพลิเคชั่นหรือตัวแอพพลิเคชั่นเอง มักสร้างสรรค์แคมเปญ โปรโมชั่นพิเศษส่วนลดและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ให้เหล่านักช็อปได้ช็อปกันอย่างจุใจ ได้สินค้าคุณภาพดีในราคาย่อมเยา นอกจากนี้ บางแอพพลิเคชั่นยังมีฟังก์ชั่นช่วยทุ่นแรงในการช่วยให้นักช็อปไม่พลาดความพิเศษที่กล่าวมา ด้วยการแจ้งเตือนหรือส่งข้อความทุกครั้งที่มีแคมเปญ โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลดและข้อเสนอต่างๆ อีกด้วย

ระบบการจ่ายเงินเป็นเรื่องสำคัญที่มองข้ามไม่ได้

หลังจากเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการได้ครบถ้วน มาถึงขั้นตอนสำคัญที่นักช็อปออนไลน์มักกังวล นั่นคือ ระบบการจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ หรือการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิตก็ตามแอพพลิเคชั่นที่คุณเลือกต้องเชื่อถือได้ มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรมีการการันตีจากแอพพลิเคชั่นว่า ระบบการจ่ายเงินปลอดภัยและไว้ใจได้ ปัจจุบันมีแอพพลิเคชั่นที่ได้พัฒนาระบบการันตีการรับชำระสินค้าก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าแล้วเท่านั้น ไม่เพียงแต่ผู้ซื้อจะมั่นใจได้ว่าการชำระเงินออนไลน์สะดวกปลอดภัยได้รับสินค้าแน่นอนแล้ว ในส่วนของผู้ขายก็สามารถไว้วางใจได้ว่าจะได้รับเงินจากผู้ซื้อจริง ดังนั้นระบบการจ่ายเงินสำหรับนักช็อปออนไลน์ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายได้อย่างลงตัว

อย่าปล่อยผ่านเรื่องการขนส่งสินค้า

แม้จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนสินค้าจะถูกส่งมาถึงมือนักช็อป เหล่านักช็อปต้องไม่ลืมศึกษาให้ดีว่าแอพพลิเคชั่นที่เลือกนั้น มีระบบการจัดส่งสินค้าด้วยวิธีใด เช่น จัดส่งโดยระบบขนส่งของบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ และจัดส่งโดยร้านค้าที่เลือกซื้อสินค้าหรือจัดส่งโดยตัวแอพพลิเคชั่นเอง นอกจากนี้นักช็อปควรคำนึงถึงค่าจัดส่งด้วยว่ามีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าจัดส่งนี้ ผู้ซื้อ ผู้ขายหรือแอพพลิเคชั่นมีการนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษที่เกี่ยวกับการจัดส่งหรือไม่ เพื่อความคุ้มค่าในช็อปปิ้งออนไลน์อย่างสูงสุด

ไม่ควรใช้ wi-fi สาธารณะ

ฟังดูแล้วอาจมองเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็เป็นข้อควรระวังที่นักช็อปออนไลน์ทั้งหลายต้องตระหนักให้ดี เพราะนี่คือ ความปลอดภัยบนโลกดิจิตอลของตัวคุณเอง เมื่อตั้งใจจะช็อปปิ้งออนไลน์บนสมาร์ทโฟน ควรหลีกเลี่ยงการใช้ wi-fi สาธารณะที่ให้บริการฟรี เนื่องจากระบบ wi-fi สาธารณะมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินของผู้ที่ทำการจ่ายเงินหรือโอนเงินได้ง่าย ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่จะช็อปปิ้งออนไลน์บนสมาร์ทโฟน ควรปิดระบบ wi-fi และใช้อินเตอร์เนตผ่านเครือข่าย 3G หรือ 4G เพื่อความปลอดภัยเท่านั้น

 

ร่าง – ใช้ – ฉีก 84 ปี รัฐธรรมนูญไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248076

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

2475…

13…12

19+1…

“ตัวเลข” ข้างต้น สำหรับแวดวงการเมืองไทยแล้วถือเป็นที่คุ้นชินอย่างดี ไล่ตั้งแต่ “2475” ที่“คณะราษฎร” เข้าเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2475 จากนั้นปีเดียวกัน วันที่ 10 ธ.ค. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว “รัชกาลที่ 7” ทรงพระราชทาน “รัฐธรรมนูญ” ฉบับเป็นทางการ แทนฉบับชั่วคราวที่คณะราษฎรใช้มาหลายเดือน และนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นการเข้าสู่…

“โลกใหม่” ทางการเมืองของสังคมไทย!!!

ทว่า…กว่า 8 ทศวรรษของการนำการเมืองไทยเข้าสู่ความเป็น “รัฐสมัยใหม่” ตามหลักสากลโลก “ไม่เคยราบรื่น” ดังจะเห็นว่ามีการ “ยึดอำนาจ” หรือภาษาทางวิชาการคือ “รัฐประหาร” (coup d’état)รวมแล้ว “13 ครั้ง” ในจำนวนนี้ แบ่งเป็น การยึดอำนาจรัฐบาลก่อนหน้า 11 ครั้ง รัฐประหารตนเอง 2 ครั้งครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อ 22 พ.ค.2557 โดย…

“คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.)!!!

นอกจากนี้ ในห้วงสมัยแห่งการปกครองด้วยรัฐธรรมนูญ หลายครั้งยังมีผู้พยายามก่อเหตุยึดอำนาจ แต่ไม่สำเร็จ กลายเป็น “กบฏ” ถึง “12 ครั้ง” แล้วก็เป็นธรรมเนียมที่เมื่อมีการรัฐประหารยึดอำนาจ ย่อมต้องมีการ “ยกเลิก” รัฐธรรมนูญเดิม แล้วใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไปพลางก่อน จนกว่ารัฐธรรมนูญฉบับทางการที่คณะผู้ยึดอำนาจในขณะนั้นแต่งตั้งจะร่างแล้วเสร็จที่ผ่านมาเราจึงมีรัฐธรรมนูญทั้งฉบับชั่วคราวและฉบับเป็นทางการถึง “19 ฉบับ” และกำลังจะมี “ฉบับที่ 20”ในอีกไม่นานนี้ จนมีผู้กล่าวว่าไทยใช้รัฐธรรมนูญ “เปลือง” ที่สุดในโลก

เมื่อไปดู “วงจร” ของการเมืองไทย…

จากเลือกตั้งไปสู่รัฐประหาร…จากรัฐประหารกลับสู่การเลือกตั้ง…

จะเห็นความ “ซ้ำรอย” ประการหนึ่ง นั่นคือเมื่อมีฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจากการเลือกตั้ง ฟากรัฐบาลมักตกเป็นข่าวกรณี “ทุจริต-ใช้อำนาจโดยมิชอบ”เอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้องอย่างมโหฬารบางยุคถูกตั้งฉายาว่า…

“บุฟเฟต์คาบิเน็ต”…

บางยุคถูกขนานนามว่า “โกงจนชิน…กินจนเป็นกิจวัตร”…

ขณะที่พรรคฝ่ายค้านถูกวิพากษ์วิจารณ์เช่นกันว่า “ค้านทุกเรื่อง…ประท้วงทุกอย่าง” ทำทุกวิถีทางให้ฝ่ายรัฐบาลเสียคะแนนเสียงมากกว่าจะค้านแบบสมเหตุสมผล

แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ “กองทัพ” เข้าควบคุมอำนาจ รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารมักถูกตั้งข้อสังเกตเสมอว่า “ไม่เข้าใจชีวิตจริงของประชาชน” นโยบายหลายอย่างแม้จะมีเจตนาดี แต่เมื่อทำจริงกลับส่งผลกระทบถึง“รากหญ้า” อาทิ การจัดระเบียบที่ใช้วิธี “กวาดล้าง” ไม่แยกให้ชัดว่าเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือผู้มีอิทธิพล เช่นเดียวกับโครงการขนาดใหญ่ ที่ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ “ภาคประชาสังคม” ได้แสดงความคิดเห็น เพราะกลัวมีการเมือง “แอบแฝง” การคัดค้านถูก “ห้าม” แม้จะเป็นความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆก็ตาม

ไม่เพียงเท่านั้น สังคมไทยยังเต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำ “รวยกระจุก-จนกระจาย” ซึ่งอาจเป็น “รากเหง้า”ของปัญหาการทุจริตในสังคมไทย ดังที่นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) อย่าง “ดร.สมชัย จิตสุชน” เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ความเหลื่อมล้ำได้ทำให้คนไทย 2 กลุ่มมี “วิธีคิด” ต่างกัน คือ…

ด้านหนึ่ง “ชนชั้นกลางหันหลังให้รัฐ” ดิ้นรนด้วยตนเองผ่านสินค้าและบริการของภาคเอกชน เพราะมองว่ากลไกภาครัฐไม่สามารถคุ้มครองดูแลชีวิตของตนได้

อีกด้านหนึ่ง “ชนชั้นล่างยอมจำนนต่อการทุจริต” เพราะมีต้นทุนชีวิตต่ำ มีทางเลือกน้อย ยังต้องพึ่งพาบริการของรัฐ จึงรับได้กับแนวคิดแบบ “โกงบ้างช่างมัน ขอให้มีผลงาน” ซึ่งเป็นปมหนึ่งของวิกฤติความขัดแย้งหนล่าสุด และลำพังแค่มีการเลือกตั้งอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ แต่ต้อง “ลดช่องว่าง” ฐานะทางเศรษฐกิจด้วย

วิกฤติต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นสาระสำคัญของ “(ว่าที่) รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ที่คณะกรรมการร่าง (กรธ.) ได้บัญญัติไว้ว่าต้องดำเนินการ “ปฏิรูปประเทศไทย” และถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลชุดต่อๆ ไป

ดังที่ “ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ” อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) กล่าวในเวทีเสวนา “ชีวิตคนไทยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้เป็น“ฉบับแรก” ที่ระบุกลไกปฏิรูปประเทศชัดเจน ซึ่งมาจาก “เสียงเรียกร้อง” ของประชาชนคนไทย…

ถามว่าปฏิรูปยากหรือไม่.???

“ยากมาก เคยมีการเรียกร้องหลายครั้ง แต่ไม่เคยเกิด แต่ถ้าไม่ปฏิรูปประเทศไทยจะลำบาก นี่จึงเป็นประเด็นใหญ่ เป็นกระบวนการบังคับให้ต้องปฏิรูปประเทศ มาจากเจตนารมณ์ของประชาชนที่เรียกร้อง แต่มันก็เชื่อมกลับไปที่ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนในกระบวนการปฏิรูป” ศ.ดร.บรรเจิด ระบุ

โดยเฉพาะ “เงื่อนไขพิเศษ” ที่รัฐธรรมนูญนี้เขียนไว้ กรณี “5 ปีแรก” ของการประกาศใช้ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ส่วนใหญ่จะมาจากการสรรหาของ คสช. อีกทั้ง สว. แม้จะไม่มีสิทธิ์เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี แต่ยังเป็นผู้ร่วมเลือกนายกฯ และยังกำหนดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปทุกๆ 3 เดือนด้วย

“คำนูณ สิทธิสมาน” สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ “หมวด 16” กำหนดให้รัฐบาลมีหน้าที่ปฏิรูปประเทศ 7 ด้าน คือ 1.การเมือง 2.การบริหารราชการแผ่นดิน 3.กฎหมาย 4.กระบวนการยุติธรรม 5.การศึกษา 6.เศรษฐกิจ และ 7.ด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีกทั้งต้องมี “กฎหมายลูก” ออกตามอำนาจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ภายใน 120 วัน หลังประกาศใช้เพื่อรองรับกระบวนการปฏิรูปด้วย จึงเชื่อว่าอนาคต…

สังคมไทยต้อง “ดีขึ้น” แน่นอน!!!

แต่อีกมุมหนึ่ง…การกำหนดให้ทุกรัฐบาลต้องปฏิรูปตามแนวทางดังกล่าว ผ่านกลไกต่างๆ ทั้ง สว.โดย คสช. ที่ตามรัฐธรรมนูญแล้ว สว. จะทำหน้าที่สรรหาผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระมา “ควบคุม” ฝ่ายบริหาร รัฐบาลต่อๆไปจะมี “อิสระ” ในการตัดสินใจทำนโยบายต่างๆมากน้อยเพียงใด.???

“พงศ์เทพ เทพกาญจนา” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตถึง “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” ที่เชื่อว่าจะกลายเป็นแนวทางการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ จะทำได้จริงหรือไม่.??? โดยเปรียบเทียบกับ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ” ที่กว่าจะออกมาได้ต้องค้นคว้า ระดมความคิดเห็นขนานใหญ่ แต่ใช้เพียง “5 ปี” เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก ยิ่งไกลออกไปเท่าไร โอกาส “ทำนายคลาดเคลื่อน” ยิ่งสูง

“แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ผมยังคิดไม่ออกว่าหน้าตาจะเป็นอย่างไร แล้วแผนนี้จะทำให้รัฐบาลที่ประชาชนให้อำนาจมา แทนที่จะทุ่มเททำในเรื่องอื่นได้ ทรัพยากรที่มีจำกัดอาจถูกบีบเข้ามาทำตามแผนยุทธศาสตร์ บางอย่างเป็นผลดีก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเอามาใช้ ก็น่าเสียดายที่จะต้องมาเสียทรัพยากรไปในเรื่องตรงนี้” แกนนำพรรคการเมืองดังฝากทิ้งท้าย

ทว่า…แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหลายแง่มุม แต่ถึงกระนั้นก็ผ่าน “ประชามติ” เป็นที่เรียบร้อย คาดว่าจะมีการประกาศใช้ในเร็วๆ นี้ ซึ่ง “โรดแมป คสช.” หลังมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องจะนำไปสู่การ “เลือกตั้ง” ตามกลไกประชาธิปไตย

ท้ายที่สุดแล้ว “รัฐธรรมนูญ” ฉบับนี้จะเป็น “ฉบับถาวร” ใช้กันไปอย่างยาวนาน เพราะประเทศไทย “ดีขึ้นอย่างมาก” ช่องว่างคนรวย-คนจนลดลง การเมืองสุจริตโปร่งใส ความแตกแยกยุติ “สังคมปกติ มีความสุขดี” จนไม่เข้าสู่วงจรเดิมๆ อีกหรือไม่.???

หรือจะกลายเป็น “ชนวน” ความขัดแย้งครั้งใหม่ในอนาคต.???

“เวลา” จะเป็นเครื่องพิสูจน์!!!

199 ภาพในหลวงในดวงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248074

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “อัครศิลปิน” ด้วยพระอัจฉริยภาพด้านศิลปะนานาแขนง โดยเฉพาะด้านจิตรกรรม ภาพวาดฝีพระหัตถ์เป็นที่ประจักษ์ชัดว่ามีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง

เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ได้พระราชทานแก่วงการศิลปะ ศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับเครือข่ายศิลปิน และประชาชนทั่วไปจัดแสดงนิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ-KING IN OUR HEARTS” ผ่านผลงานสร้างสรรค์บนพื้นผ้าใบขนาด 30×40 เซนติเมตร จำนวน 199 ภาพ ด้วยเทคนิคและวิธีการนำเสนอตามแนวทางที่ศิลปินและประชาชนทั้งหลายได้กลั่นกรองออกจากหัวใจ ร่วมด้วยผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมจากศิลปินที่มีชื่อเสียง อาทิ อาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู, ธนฤทธิ์ทิพย์วารี, กิตติ พลศักดิ์ขวา, ชัชวาล รอดคลองตัน, มานพ สุวรรณปิณฑะ, วิษณุพงษ์หนูนันท์, วราวุธ โตอุรวงศ์,ฑีฆาวุฒิ กุลวิจิตร และเทิดศักดิ์ ไชยกาล เป็นต้น

นิทรรศการ “ในหลวงในดวงใจ-KING IN OUR HEARTS” เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี ตั้งแต่วันนี้-5 มกราคม 2560 เวลา 10.00-20.00 น. ณ อาร์ซีบี อาร์ตเทอรี่ ชั้น 1 ศูนย์การค้า ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก และคนรักงานศิลป์สามารถเข้าชมพร้อมจับจองเป็นเจ้าของผลงานศิลปะที่จัดแสดงได้ เพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้แก่โรงเรียนพระดาบส อีกทั้ง ร่วมวาดภาพ “ในหลวงในดวงใจ” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ได้ ณ บริเวณงานทุกวัน ระหว่างเวลา 100.00-18.00 น.

ผลงานของ จตุโชติ ลิมปโชติ

ผลงานของ ชนะ ควรเลี้ยง

ผลงานของ ชลัช ฉวีสุข

ผลงานของ กาญจนา คงสมมาศ

ผลงานของ ช่อทิพย์ ศรีสวัสดิพงษ์

ผลงานของ ด.ช.ธีร์ พิทักษ์ศฤงคาร

คุณแหน : 9 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248086

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

●● สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเปิดงาน “นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ในสมเด็จพระเทพรัตนฯ ประจำปี 2559” 09.00 น. เช้าวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร..

●●สถาปนิกอาวุโส อาจารย์หลายมหาวิทยาลัย ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ บินไปนอร์เวย์ ถึงสถานีรถไฟเมืองหลวง OSLO ค่ำคืนวันที่ 5 ธันวาคม พอดี เลยได้ซาบซึ้งกับชุมชนคนเอเชียที่นั่น ที่ทำพิธีถวายพระพรและส่ง “ในหลวง ร.9” ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ เพลง “ต้นไม้ของพ่อ” เป็นเพลงเอกในงาน ร้องกันดีเหลือเกิน จนอาจารย์ยอดเยี่ยมอดถามไม่ได้..ได้ความว่าทุกคนที่นั่นรู้สึกเป็น “ต้นไม้ของพ่อ” … “พ่อปลูกให้เรามีชีวิต..” ..

●●งานจุฬาฯ จุดเทียนบวงสรวง ด้วยใจภักดิ์ ค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี “พี่จิ๋ม” ของน้องๆ สถาปัตย์ จุฬาฯ เป็นรุ่นพี่อาวุโสมากๆ คนเดียวที่มาร่วมงาน ให้น้องๆ ขอถ่ายรูป “คุณหญิง” ที่จงรักภักดี ..และยังทำงานรับใช้บ้านเมืองโดยเฉพาะในด้านสตรี เด็ก และคนชรา..

●● ศ.ดร.สุรพล วิรุฬห์รักษ์ “พี่แหม่ม” ควงภรรยา “อ.คิม” ธีราพร มาร่วมงานแต่แยกกันจุดเทียนคนละมุม มารวมตัวกันอีกครั้งที่โรงแรม Oriental เมื่อลูกชาย ดร.พร วิรุฬห์รักษ์ ขอเลี้ยง “วันพ่อ”..

●●ยังสาวสวยโสดอยู่ เขมนิจ จามิกรณ์ แต่ตอนนี้ “แพน” ต้องรับบท “คุณป้า” ในชีวิตจริงแล้ว เมื่อน้องชายที่แซงหน้าแต่งงานไปก่อน มีลูกให้ครอบครัว “จามิกรณ์” ชื่นใจ..งานนี้ “ป้าแพน” ขอต่อรองเรียกเป็น “แม่บุญธรรม” จะดีกว่าค่ะ..(ฮา)..

●●วงการสงฆ์กำลังโจษจันกับศึกระหว่างสงฆ์ “คู่ใหม่” เมื่อ เปรียญ 9 ลาสเวกัส กล่าวหา “เปรียญ 9 วัดครึ่งใต้เชียงราย ว่าเอาแต่เที่ยวเมืองนอก ..และเอาธรรมะมาค้าขายเชิงพาณิชย์ ..เอาโยมไปเข้า 7-11 ..แทนที่จะไปวัด..สะดวกซื้อ ในยุคออนไลน์..

●● นักเที่ยวนักชิมแห่ง ดอท.คอม พิศาล มโนลีหกุล กำลังจัดขบวนคาราวาน Fortuner 7 คัน โดยมีสาวแก่แม่ม่าย อดีตพนักงาน “แบงก์รวงข้าว” เรียกร้องให้พาไปขึ้นดอยทางเหนือ..ได้ (อดีต)หนุ่มหล่อ ธาริน ทิวารี อาสามาช่วยคุมด้วยใจบริสุทธิ์ เพราะสาวๆ เป็น “กล้วยไม้” ที่มีเจ้าของทั้งนั้น..มิได้เป็น “ดอกไม้ริมทาง”
..

●● ข่าวเศร้า สันทัด  ตัณฑนันทน์ และอ.มัลลิกาภรรยา ต้องสูญเสียบุตรสาว ปรียลัย ไปด้วยโรคาพยาธิ..จะบรรจุเสาร์นี้ 2 ทุ่มที่ วัดเทพศิรินทร์..ขอเก็บไว้อย่างน้อย 100 วัน..เพื่อนๆ สมาชิกวง “อ.ส. วันศุกร์”ช่วยมาให้กำลังใจ..

●● ฌาปนกิจศพ คุณแม่ฮุ้น แซ่เอี๊ยบ อายุเกือบ 100 ปี พฤหัสฯที่ผ่านมา ณ วัดเทพศิรินทร์..ลูกชาย ชยพล กรกนกพฤกษ์ เจ้าภาพใหญ่ใจบุญ..ยกเงินช่วยทำบุญทั้งหมดให้กับ “มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ” “มูลนิธิที่เจ้าสัวทัศน์ ศรัทธา ..นอกจากทำบุญประจำ..ยังไปสอนการทำบัญชีด้วย..●●

ภิญญ์สิรี