FALL 2016 FEMMES AS THE GENTS

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/248087

วันศุกร์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ไม่มีกฎตายตัวว่าผู้หญิงจะขโมยแฟชั่นของหนุ่มๆ มามิกซ์แอนด์แมทช์ ให้สวยเก๋กันไม่ได้ และฤดูกาลนี้รองเท้าแบบผู้ชายก็มาแรงกว่าที่ผ่านมา ทั้งความสบายในทรงที่ใหญ่ขึ้นแถมไม่ต้องเขย่งบนส้นสูงกันให้เมื่อย เหล่าดีไซเนอร์แบรนด์ดังเลยพร้อมใจกันส่งรองเท้าทรงของผู้ชายออกมาในรูปลักษณ์ที่สาวขึ้น เช่น การตกแต่งด้วยขนสัตว์ ใช้วัสดุมันวาว กระทั่งเสริมส้นแถมแพล็ตฟอร์มเพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับสาวๆ ที่ไม่ถนัดรองเท้าแบนราบ

ไม่ต้องพยายามแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูมาดแมนตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ลองจับเดรสสวยหวานมาใส่กับรองเท้าทรงผู้ชาย ดูทะมัดทะแมงและดึงลุคให้หญิงสาวแฝงความเท่ไม่เป็นสาวหวานเลี่ยนค่ะ

 

 

มิกซ์แอนด์แมทช์ยีนส์ไม่เอ้าท์สไตล์เซเลบฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247916

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

‘สานต่อที่พ่อทำ’ เขียนภาพพ่อด้วยปณิธานของคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247940

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ในทุกปีๆ ที่ได้เห็นคนไทยทั้งประเทศต่างเฝ้ารอ “วันที่ 4 ธันวา” และ “ช่วงเวลา” ที่จะได้ฟังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร อย่างใจจดจ่อ ทุกคนรอคอยคำสอนของพ่อที่มอบเป็นแนวทางและสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตแก่ลูกทุกคน แม้ว่าใน “วันนี้” “เวลานี้” จะเกิดอะไรขึ้นแต่คำสอนของพระองค์ยังคงอยู่และยิ่งทวีคุณค่าและความสำคัญมากขึ้น พวกเราจึงต้องแปรเปลี่ยนความเศร้าเป็นพลังเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระองค์ โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งในล้านคำสัญญาจากคนไทยเพื่อสานต่อสิ่งที่พ่อสอนและทำไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

จากแนวคิดข้างต้นจึงก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจให้เครือข่ายสานต่อที่พ่อทำ ได้นำมาสร้างสรรค์และถ่ายทอดเรื่องราวอันน่าประทับใจผ่านภาพยนตร์โฆษณาถึง 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่อง “4 ธันวาคม” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสะท้อนให้ทุกคนได้เห็นถึงความรู้สึกของคนไทยในช่วงเวลานี้ พร้อมกับจุดประกายความคิดให้เราได้เห็นแสงแห่งความหวังจากกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ที่พระราชทานในทุกค่ำคืนของวันที่4 ธันวาคม ซึ่งทุกคำสอนของพระองค์ที่ผ่านมา ล้วนสะท้อนความจริงและมีความลึกซึ้ง จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยมีกำลังใจก้าวต่อไป ด้วยความอดทนและมุ่งมั่น

ภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ได้ผู้กำกับฝีมือระดับตำนาน “ไมเคิลร์ วอร์” ชาวต่างชาติหัวใจไทยที่เข้าใจความรู้สึกของคนไทยเป็นอย่างดี เพราะมีความเคารพรักพระองค์ไม่น้อยไปกว่าคนไทย จึงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวความจงรักภักดี และความรู้สึกอาลัยที่คนไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้อย่างลึกซึ้ง และอีกหนึ่งความพิเศษของผลงานชิ้นนี้ คือการได้รับเกียรติจาก นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี มาร่วมให้เสียงบรรยายถ่ายทอดความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ ด้วยถ้อยคำที่กลั่นกรองออกมาจากหัวใจซึ่งเปี่ยมล้นด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อเริ่มสร้างแรงกระเพื่อมให้ทุกคนมีพลังในการก้าวเดินตามรอยเท้าพ่อแล้ว จึงนำมาสู่แนวคิดการต่อเติมความตั้งใจของคนไทยให้เด่นชัด ด้วยภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “สานต่อที่พ่อทำ” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของบุคคลในหลากหลายมิติของสังคมที่มีความแตกต่างกัน ทั้งเพศ วัย การศึกษา อาชีพ อาทิ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี, นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี, ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ฯลฯ แต่ทุกคนล้วนมีใจเดียวกัน คือ ใจที่พร้อมจะสานต่อสิ่งที่พ่อทำไว้ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ได้ปูทางมาสู่กิจกรรมเพื่อผลักดันให้การสานต่อที่พ่อทำนั้นสัมฤทธิผล โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงพลังแห่งความตั้งใจจริงผ่านการ “เขียนภาพพ่อด้วยปณิธานของคุณ” เพื่อบอกถึงความมุ่งมั่นว่าจะดำเนินชีวิตตามคำสอนของพ่ออย่างไร โดยสามารถเข้าไปเขียนคำสัญญาจากใจผ่านทางเว็บไซต์ http://www.สานต่อที่พ่อทำ.com ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559

ใครที่พลาดการรับชมภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “4 ธันวาคม” ซึ่งออกอากาศในวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา สามารถชมย้อนหลังได้ทางเฟซบุ๊คและไลน์ทีวี.สานต่อที่พ่อทำ (@fulfillfatherlegacy) ส่วนเรื่อง “สานต่อที่พ่อทำ” จะออกอากาศผ่านโทรทัศน์ทุกช่องทางไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และสามารถรับชมได้ทางเฟซบุ๊คและไลน์ทีวี.ไปพร้อมๆ กันด้วย คลิกที่ Link VDO : เรื่อง 4 ธันวาคมhttps://www.facebook.com/fulfillingfatherslegacy/videos/1370335509657542/ เรื่องสานต่อที่พ่อทำ https://www.facebook.com/fulfillingfatherslegacy/videos/1370562929634800/

‘พ่อหลวงของแผ่นดิน’ ศิลปะจาก 32 ศิลปิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247941

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

32 ศิลปินชั้นนำ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สร้างสรรค์นิทรรศการศิลปะ “Father of our Nation-พ่อหลวงของแผ่นดิน” ซึ่งเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพระอิริยาบถต่างๆ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ตลอดจนถึงช่วงเวลาการทรงครองสิริราชสมบัติทั้ง 70 ปี

ศิลปินที่ร่วมสร้างสรรค์นิทรรศการชุดนี้เป็นศิลปินชั้นนำจากหลากหลายแขนงจำนวน 32 คนนำโดย อคิน กาญจนโภคิน, อนินท์ บุญโนทก,อติ กองสุข, ชลันธรณ์ เมนะคงคา, คัมภีร์ ทัพน้อย,ก้องศักดิ์ พูนผลวัฒนาภรณ์, พเยาว์ บุตรสำราญ,นฤดล กาฬดิษฐ์, ณัฐณิฐ ไกรเพิ่ม, สุรกิจ ธรรมาสถิตย์,สุริยการ กิจสำเร็จ, ธนสาร คณะเกษม, ติณณา หงส์งาม, ยุรี เกนสาคู, ธนกร บุญลือ, ธนากร สารารักษ์ เป็นต้น ที่มาร่วมถ่ายทอดความรักจากดวงใจและความทรงจำที่งดงาม ด้วยเทคนิคการวาดภาพทั้ง ภาพวาด, ภาพวาดดิจิทัล, ภาพปะติดดิจิทัล และ ภาพวาดสื่อผสม

ไม่เพียงแต่ร่วมชื่นชมผลงานของศิลปินเท่านั้น ยังสามารถจับจองผลงานที่ชื่นชอบได้ โดยรายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายผลงานโดยไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปสมทบทุนให้กับมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และภายในงานยังมีโปสต์การ์ดที่ระลึกภาพพระบรมสาทิสลักษณ์จาก 19 แบบ จาก 19 ศิลปิน ซึ่งมีจำนวนจำกัด มอบให้กับผู้เข้าชมงานอีกด้วย

นิทรรศการ “Father of our Nation – พ่อหลวงของแผ่นดิน” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-6 มกราคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเกษร สอบถามรายะเอียดของนิทรรศการและสั่งจองผลงานศิลปะได้ที่ GaysornConcierge โทร.02-6561149 หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.facebook.com/gaysornshoppingcentre

 

คุณแหน : 8 ธันวาคม 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247936

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

●● สมชาย พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ และ ประกิต อภิสารธนรักษ์ประธานจัดรายการพิเศษโทรทัศน์ “วันธรรมศาสตร์” ฝากย้ำให้เปิดชม “ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับธรรมศาสตร์  ทรงเป็นดวงธรรมนำทางให้” เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีต่อชาวธรรมศาสตร์ 9 ธ.ค. เวลา 22.30-24.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และโมเดิร์นไนน์ ทีวี หมายเลข 30…

●● เพราะคุณปู่ พลเอกถาวร รัตนาวะดี ไม่สบายธารา บุตรชาย สาณิต-ศิรินันท์ รัตนาวะดีมีความกตัญญูตั้งใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เพื่อขอขมาและขออโหสิกรรม 10 ธ.ค. เวลา 8 โมงเช้า ที่วัดสิริกมลาวาส (วัดใหม่เสนานิคมฯ) โดยจะมีพิธีโกนผมนาค 9 ธ.ค. เวลา 15.09 น. โดยคุณย่าประทุมบอกว่าหลังจากบวชแล้วพระหลานจะไปจำวัดปฏิบัติธรรมสายพระอาจารย์หลวงปู่มั่นที่วัดพระธาตุศรีโยนก อ.เชียงแสน จังหวัดเชียงราย นาน 10 วัน..

●● วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว. กระทรวงวัฒนธรรมคัดเลือก 189 ภาพถ่าย โดยประชาชนทั้งหมด4 หมื่นกว่าภาพ ล้วนแสดงออกถึงความจงรักภักดี เป็นความทรงจำในประวัติศาสตร์ เพื่อจัดแสดงนิทรรศการ “ทรงสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ครั้งที่ 2” ช่วงที่ 2 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ให้ได้ชมถึง31 ม.ค.ศกหน้า…

●● ทายาทคนเก่ง แห่งร้านโขมพัสตร์อัสสยา คงสิริ จัดลดราคา10-30% สินค้าเอกลักษณ์ความงาม ศิลปะผ้าไทย สร้างสรรค์ลวดลายสู่ผ้าพิมพ์ 9-18 ธ.ค.  ที่สาขาหัวหินวิลล่า ซูเปอร์มาร์เก็ต หัวหิน 84 แวะไปได้ทุกวันจันทร์-อาทิตย์..

●● เชียงใหม่อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับการออกรอบเล่นกอล์ฟ ที่สนามกอล์ฟเดอะรอยัลเชียงใหม่กอล์ฟรีสอร์ท ต้นไม้ดอกไม้กำลังออกดอกบานสะพรั่ง ด้วยราคาเพียง 1,800 บาท รวมกรีนฟีและแคดดี้แล้ว คุ้มเกินคุ้ม วันนี้ถึง 28 ก.พ.จองออกรอบที่ 053-849301..

●● ส่วน สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา จัด “สถาปนิกล้านนา’59” ภายใต้แนวคิด Think Urban 15-17 ธ.ค. ในงานมีกิจกรรมและนิทรรศการที่เผยให้เห็นถึงความงดงามของสถาปัตยกรรมเมืองเชียงใหม่ที่สวนสาธารณะ หนองบวกหาด เชียงใหม่..

●● เอนโน โดรฟีนิก เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรียประจำประเทศไทย พร้อมด้วย สมเถา สุจริตกุล ศิลปินศิลปาธรกิตติคุณ และ สุพัตรา จิราธิวัฒน์ เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการศิลปะชุด “ฤดูกาลสีชมพู” โดยศิลปินดาวรุ่งวัย 19 ปี “ไมค์กี้” จิรโรจน์ แก้วใจหล้า  ณ บริเวณล็อบบี้ ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลเวิลด์ รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนโครงการคีตมหากาพย์ ทศชาติชาดก 15 ธ.ค. 18.00 น…●●

น้อง

สด อร่อย มีประโยชน์ด้วยผลไม้จากแดนกิมจิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247910

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

พบมรดกโลกชิ้นใหม่ของไทย คุณสมบัติ เข้า 3 เกณฑ์ของยูเนสโก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247907

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล’ จิตรกรรมและประติมากรรมฝีแปรง 45 ศิลปิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247917

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

‘ดั้งจมูกแตก-หัก’ ศัลยกรรมช่วยได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247911

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

‘สันติคัพ’… สังเวียนสิทธิ์ นช.นะยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/247944

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

“เรือนจำพิเศษพัทยา” เป็นหนึ่งในไม่กี่เรือนจำที่ใช้คุมขังผู้ต้องขังชาย-หญิง รวมทั้ง “กลุ่มหลากหลายทางเพศ” โดยมีมาตรการในการบริหารจัดการและดูแลผู้ต้องหากลุ่มหลังอย่างเด่นชัด เช่น มีแนวทางในการจำแนกเขตแดนของผู้ต้องขังกะเทย กะเทยแปลงเพศ และทอม ตามอัตลักษณ์ทางเพศที่ปรากฏ

อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหากลุ่มหลากหลายทางเพศยังสามารถมีวิถีชีวิตในเรือนจำที่อยู่ร่วมกับผู้ต้องหาอื่นได้อย่างเป็นปกติ เช่น ผู้ต้องขังชายที่มีจิตใจเป็นหญิง หรือ “กะเทย” ซึ่งอาจยังไม่ได้“เฉาะ” จะต้องทำกิจกรรมต่างๆ เช่นเดียวกับผู้ต้องขังชายคนอื่นๆ เว้นแต่ช่วง “เวลานอน” ที่ต้องแยกไปนอนห้องของตัวเอง

ขณะที่ “ฟุตบอล” ถือเป็นกิจกรรมอันโดดเด่นของเรือนจำแห่งนี้ เพราะถูกนำมาใช้เป็นกิจกรรม “เชื่อมสัมพันธ์” สำหรับผู้ต้องขังในแดนชาย ซึ่งรวมถึงผู้ต้องขังกะเทยที่ยังไม่ได้แปลงเพศ โดยจัดการแข่งขันช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ของทุกปี ภายใต้ชื่อ…

“สันติคัพ”!!!

“วัชรวิทย์ วชิรเลอพันธุ์” ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษพัทยา เล่าถึงที่มาของ “สันติคัพ”ว่า ในอดีตพัทยามีปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม ไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้จำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเกินกว่าที่จะรับได้ และถึงแม้ว่าจะถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาการลักลอบซื้อยาเสพติดหมดไป เพราะผู้ต้องขังเปลี่ยนรูปแบบการซื้อขายไปเรื่อยๆ ทางเรือนจำจึงคิดหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ต้องขังด้วยกิจกรรม “สันติคัพ”

“เราจัดสันติคัพขึ้นทุกวันที่ 1 พ.ย.-31 ธ.ค.ของทุกปี แบ่งเป็น 4 สาย มีทั้งหมด 32 ทีม เราจะคัดเลือกตามจำนวนคนในแดนนั้นๆ รวม 11 แดน คือ แดน 1-3 มี 877 คน จะต้องส่งตัวแทนลงแข่งแดนละ 1 ทีม, แดน 4-5 มี 2,300 คน จะส่งตัวแทนลงแข่งแดนละ 8 ทีม, แดน 6-8 มี 234 คน จะต้องส่งตัวแทนลงแข่งแดนละ 1 ทีม เมื่อได้ทีมครบจะจับสลากแบ่งกลุ่ม โดยรางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศ ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจะเป็นผู้จัดหาให้ตามความเหมาะสม” ผบ.เรือนจำฯ ระบุ

ผู้บัญชาการเรือนจำฯ ยังบอกอีกว่า ตั้งแต่มีกิจกรรม “ดวลเกือก” สันติคัพ ในปี 2554 ปัญหายาเสพติดในเรือนจำลดลงอย่างเห็นได้ชัด และกิจกรรมดังกล่าวยังกลายเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้ต้องขังผ่อนคลายจากความเครียดในการใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ด้าน “กระแต”(นามสมมุติ) อายุ 28 ปีผู้ต้องขังกะเทยคดียาเสพติด เล่าว่า การแข่งขันฟุตบอลเป็น “ไฮไลท์” ของที่นี่ ตนมีส่วนร่วมในการแข่งขันฟุตบอลเช่นกัน แต่เป็นการแข่งขันในเกม “เปิด-ปิดสนาม” ซึ่งเป็นเกมเรียก “สีสัน” ที่ให้เฉพาะผู้ต้องขังกะเทยแต่ละแดนมาแข่งกัน ก่อนจะให้ผู้ต้องขังชายได้ลงเตะในเกมจริง ซึ่งการแข่งขันในเกมเปิดและปิดนั้น กะเทยจะได้รับ “อนุญาตให้สวย” แต่งตัว แต่งหน้าทำผม ได้อย่างเสรี เพื่อเป็นสีสันของงาน ซึ่งตนและเพื่อนกะเทยจะรู้สึกตื่นเต้นกับช่วงเวลานั้นเป็นพิเศษ เพราะกะเทยจะเป็นเสมือน “ดาวเด่น” ของงาน

ดูแล้ว…การแข่งขันฟุตบอลนับเป็นกิจกรรมที่ดีเพราะทำให้ผู้ต้องขังกะเทยได้มีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมของพวกผู้ชายในเรือนจำ แต่หากเรามองสถานการณ์นี้ด้วยมุมมองของ “นักสิทธิมนุษยชน” แล้วการที่กะเทยได้ร่วมกิจกรรมแข่งฟุตบอลในรูปแบบและวิธีการเช่นนี้ อาจยิ่ง “ตอกย้ำ” ให้เห็นถึงการ “เลือกปฏิบัติ”

แสดงให้เห็นถึงการแบ่งแยกจากสังคมอย่างเด่นชัดหรือไม่.???

สิ่งที่ต้องอธิบาย ประการแรก คือ ภาพ “เหมารวม” ของสังคมที่ไม่อาจปฏิเสธได้ คือ กะเทยถูกมองว่าเป็นกลุ่มคนที่ต้องเกี่ยวพันอยู่เฉพาะกับเรื่องสวยๆ งามๆ ความสนุกสนาน การแสดงแสงสี และมักมีภาพปรากฏเป็น “ตัวตลก” ของสังคม อย่างที่เห็นตามหน้าสื่อต่างๆ ทั้งที่จริงๆ แล้ว…

“ไม่ใช่” ทุกคนที่อยากเป็นตัวตลกของใคร!!!

“ขวัญ” (นามสมมุติ) อายุ 24 ปีผู้ต้องขังกะเทยคดีลักทรัพย์ เล่าทั้งน้ำตาว่า จริงๆ ตนอยากลงแข่งขันฟุตบอลปกติเฉกเช่นผู้ชาย เพราะดูแล้วน่าสนุกกว่าที่จะมาแข่งขันกันแบบสนุกติดตลก และเชื่อว่าตนมีความสามารถมากพอที่จะลงสนามใหญ่ได้ แต่เราก็ทำได้เพียงเป็น “สีสัน” ของงานในเกมเปิด-ปิดเท่านั้นเพราะผู้ต้องขังกะเทยถูกเลือกให้มีส่วนร่วมได้เพียงแค่นี้

“ไม่ใช่เพียงเรื่องการแข่งขันกีฬาเท่านั้น ที่กะเทยถูกคิดแทน หรือถูกเลือกให้ เกือบทุกกิจกรรมในเรือนจำ เช่นเดียวกับการทำงานในเรือนจำ กะเทยก็ยังถูกเลือกให้ทำงานเบาๆ เช่น เย็บปักถักร้อย จัดดอกไม้ บริการ และดูแลเรื่องเอกสารต่างๆ เพียงเพราะถูกผู้คุมคิดแทนว่าเราเป็นกะเทย เป็นเพศที่อ่อนแอกว่าผู้ชายปกติทั่วไป ถึงเราอาจจะมีท่าทางตุ้งติ้งเหมือนผู้หญิง แต่เรายังมีกำลังเหมือนผู้ชายทุกอย่าง เพียงแค่เรารักสวยรักงามเท่านั้น” ขวัญ กล่าว

ในประเด็นดังกล่าว “วรรณพงษ์ ยอดเมือง”นักกิจกรรมจาก “สมาคมฟ้าสีรุ้ง” ให้ความเห็นว่า ถ้ามองในสายตาคนทั่วไป การแข่งขันฟุตบอลในเรือนจำเป็นกิจกรรมที่เรือนจำมี “เจตนาดี”ในการสร้างความผ่อนคลายให้แก่ผู้ต้องขัง และยังดึงกะเทยเข้ามามีส่วนร่วมกับผู้ชาย เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดี ลดปัญหาความขัดแย้งไปได้ แต่หากมองในประเด็น “สิทธิมนุษยชน” รูปแบบที่แบ่งให้กะเทยมีส่วนร่วมเพื่อเป็นสีสันได้เพียงเกมเปิด-ปิดสนาม ตอกย้ำให้เห็นถึงการ…

แบ่งแยกความเป็นคนด้วย “เพศวิถี”!!!

“ทำไมผู้ต้องขังกะเทยจึงเป็นได้เพียงตัวตลกก่อนเริ่มการแข่งขัน ทำไมกะเทยจะลงแข่งจริงร่วมกับผู้ชายไม่ได้ และทำไมกะเทยไม่มีสิทธิเลือก”

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านโยบายที่มีต่อกะเทยในเรือนจำแม้จะเป็นไปด้วยเจตนาดี แต่กลับตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่เข้าใจในธรรมชาติ และสิทธิของกะเทย ซึ่งมีความเป็นมนุษย์และมีสิทธิในกิจกรรมนันทนาการอันเกิดจากความต้องการของตนเองได้เช่นเดียวกับผู้ต้องขังชาย

นักกิจกรรมจาก “สมาคมฟ้าสีรุ้ง” กล่าวอีกว่า การแข่งขันฟุตบอลในเรือนจำที่มีรูปแบบการแบ่งการแข่งขันโดยแยกผู้ต้องขังกะเทยออกไปจากผู้ชายนี้เป็นเพียง “ตัวอย่างเล็กๆ” ตัวอย่างหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่สังคมปฏิบัติต่อกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอย่างผิดๆ อันมีเหตุมาจากการมองเขาเหล่านั้นเป็นคนที่ต่างไปจากพวก หรือ “แปลกแยก”

“แม้กิจกรรมจะมีเจตนาดีดังที่กล่าวไป แต่หากทำไปด้วยความไม่เข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ ในสิทธิของความเป็นคนที่ไม่ว่าจะเพศใดก็มีสิทธิเลือกและกำหนดรูปแบบชีวิตของตนเอง เจตนาดีนั้นก็กลับกลายเป็นผลร้ายที่ยิ่งตอกย้ำการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นต่อกะเทยหรือกลุ่มหลากหลายทางเพศให้มากยิ่งขึ้น” นักกิจกรรมสมาคมฟ้าสีรุ้ง กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องนี้อาจทำให้ต้อง “ตั้งคำถาม” ต่อการแก้ไขปัญหาของกลุ่มหลากหลายทางเพศว่า…

สิทธิที่ถูก “ยัดเยียด” ให้ได้รับ หรือจำต้องยอมรับ…

เป็นสิ่งที่สมควร “หยิบยื่น” ให้หรือไม่???