กทม.-วสท.เร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิตอาคารสุขุมวิท 87 ถล่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252927

กทม., อำนวย นิ่มมะโน, อาคารสุขุมวิท 87 ถล่ม, กทม, วสท, เร่ง, กู้, ร่าง, ผู้เสียชีวิต, อาคาร, สุขุมวิท, ถล่ม
กทม., อำนวย นิ่มมะโน, อาคารสุขุมวิท 87 ถล่ม, กทม, วสท, เร่ง, กู้, ร่าง, ผู้เสียชีวิต, อาคาร, สุขุมวิท, ถล่ม
กทม., อำนวย นิ่มมะโน, อาคารสุขุมวิท 87 ถล่ม, กทม, วสท, เร่ง, กู้, ร่าง, ผู้เสียชีวิต, อาคาร, สุขุมวิท, ถล่ม

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

กทม.-วสท.เร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิตอาคารสุขุมวิท 87 ถล่ม

กทม.-วสท.เร่งกู้ร่างผู้เสียชีวิต อาคารสุขุมวิท 87 ถล่ม เตือนวิศวกร-เจ้าของตึกทั่วกรุง ปฏิบัติตามกฎหมายเคร่งครัด

          19 ธ.ค. — นายประสาร พิทักษ์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า สำหรับเหตุอาคารในซอยสุขุมวิท 87 พังทลายลงมา กทม.ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้พบผู้เสียชีวิต 2 รายแล้ว และอยู่ระหว่างนำศพผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ แต่การนำศพออกมาค่อนข้างลำบาก เนื่องจากอาคารที่พังทลายลงมามีความเสียหายค่อนข้างมาก ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้จากช่องที่เจ้าหน้าที่ได้เจาะลงไป โดยเมื่อวานนี้กทม.ร่วมมือกับวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมป์(วสท.) ร่วมปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิต แต่ก็ทำงานด้วยความลำบาก ทำให้วันนี้จะพยายามเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ถึงจะใช้เวลาไปถึงช่วงกลางคืน เพื่อจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตามขณะนี้มีอาคารประมาณ 80 กว่าแห่ง ที่มีการแจ้งรื้อถอนกทม.จึงขอให้เจ้าของอาคารและวิศวกร มีความรับผิดชอบ มีจรรยาบรรณ โดยต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

         พล.ต.ท.อำนนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ขณะนี้ทราบมาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ที่รับผิดชอบรื้ออาคารแล้ว โดยเบื้องต้นน่าจะเกิดจากความประมาท ใช้ความระมัดระวังไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบหน้างานไปแล้ว แต่การสูญเสียครั้งนี้แม้จะเกิดกับคนงานผู้ที่มารื้อถอน ไม่ได้เกิดกับผู้อื่น แต่กทม.อยากให้เป็นบทเรียนกับอาคารรื้อถอนแห่งอื่น หรืออาคารที่กำลังก่อสร้าง ว่าต้องคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะคำนึงถึงผู้อื่น ขอให้ช่วยกันรับผิดชอบ อย่ามักง่าย เอาสะดวกตัวเอง แต่มาเสียหายกับสาธารณะ ดังนั้นหากใครที่พบเห็นขอให้แจ้งมายังกทม.ได้ เพื่อจะดำเนินการทันที

 

“พรเพชร”ยันพรบ.คอมพ์ดีกว่าเก่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252924


สนช., พรเพชร วิชิตชลชัย, พรบ.คอมพ์, พรเพชร, ยัน, พรบ, คอมพ์, ดีกว่า, เก่า

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

“พรเพชร”ยันพรบ.คอมพ์ดีกว่าเก่า

“พรเพชร”ยันพรบ.คอมพ์ ดีกว่าเก่า คงอำนาจศาลสั่งระงับหรือปิดเว็ปไม่เหมาะสม พร้อมเพิ่มกก.กลั่นกรอง วอนกลุ่มเห็นต่างเข้ามาพูดคุย

         19 ธ.ค. —  นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  แถลงถึงร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. …  ที่ผ่านความเห็นชอบจากสนช.ในวาระ 3 เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า  เมื่อกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาสนช. ส่วนตัวได้ให้หลักการพิจารณาว่า กมธ.จะต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเข้าใจในกฎหมายและเรื่องคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริงและรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วนทั้งประชาชนรวมถึงผู้ให้บริการ และองค์กรที่ควบคุมดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ต้องหาจุดที่เหมาะสมหรือดุลยภาพระหว่างการใช้อำนาจของรัฐกับสิทธิและเสรีภาพของประชาชนจะทำให้เป็นกฎหมายที่ดี

กฎหมายนี้เป็นการแก้ไขพ.ร.บ.คอมพ์ฯจากปี 2550 ซึ่งถือว่าดีกว่าเดิม เพราะมีการทอนอำนาจของเจ้าพนักงาน โดยยังคงอำนาจศาลเอาไว้ และเพิ่มคณะกรรมการกลั่นกรองซึ่งมีภาคประชาชนเข้ามาร่วม โดยรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจในการพิจารณาเอง แต่ต้องไปร้องต่อศาล ถ้าศาลเห็นด้วยจึงจะระงับได้ และยืนยันว่าการปิดหรือระงับใช้ข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์หลายประเทศอ่อนแอกว่าไทย บางประเทศสั่งปิดทันทีโดยไม่มีการไปขอคำสั่งศาล ไม่ทัดเทียม ไม่มีการไปศาล อย่างไรก็ตาม กฎหมายดังกล่าวมีมาแล้วตั้งแต่ปี 2550 และองค์กรภาคประชาชนที่ออกมาคัดค้านนั้น ส่วนตัวอยากให้มาพูดคุยกันด้วยเหตุผลว่าไม่เห็นด้วยตรงไหน ที่ขัดกับสิทธิเสรีภาพ โดยสนช.พร้อมเปิดเวทีให้เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน แต่ไม่อยากให้กล่าวหาไปโยงกับเรื่องซิงเกิ้ลเกตเวย์  ซึ่งกฎหมายฉบับนี้นี้เป็นการควบคุมการทำงานของเจ้าพนักงานไม่ให้แทรกแซงข้อมูลของประชาชน หากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดจะถูกลงโทษหนักเป็นสามเท่ากว่าคนอื่น

ส่วนผู้ที่ลงชื่อคัดค้าน 3 แสนรายชื่อ ก็อยากให้ดูว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายที่ใช้มานานเป็น 10 ปี ซึ่งมีข้อบกพร่องและจุดอ่อนที่ต้องปรับปรุง เพราะเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่มากเกินไป ซึ่งเมื่อเข้าสู่การพิจารณาทาง กมธ.ก็ได้มีการแก้ไขมากไปจากร่างที่รัฐบาลเสนอเข้ามา ตนอยากให้เครือข่าวภาคประชาชนช่วยผลักดันกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมากกว่า เพราะเป็นห่วงว่ากรณีที่มีการนำข้อมูลในบัตรประชาชน หรือ พร้อมเพย์ ไปใช้  หากมีกฎหมายดังกล่าวออกมาจะช่วยเพิ่มการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวได้เป็นอย่างดี และจะทำให้ควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐที่ควบคุมดูและระบบคอมพิวเตอร์ไปได้อย่างเหมาะสม ส่วนที่มีข้อเรียกร้องให้ชะลอการประกาศใช้กฎหมายออกไปก่อนคงไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายได้ผ่านการพิจารณาสนช.ไปแล้ว หากสนช.ไม่ให้ผ่านจะกลับไปใช้กฎหมายเก่าเมื่อปี 2550 หรืออย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มคัดค้านกฎหมายดังกล่าวเตรียมโจมตีเว็บไซต์ราชการ จะมีแนวทางป้องกันอย่างไร นายพรเพชร กล่าวว่า  ป้องกันเท่าที่ทำได้  เพราะคนที่เก่งในระบบคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ เนื่องจากเราไม่สามารถลงทุนในเรื่องของดังกล่าวได้ขนาดนั้น

 

“ศรีสุวรรณ” จี้นายกฯ เด้ง”ศานิตย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252916

จี้นายกฯตู่, ตู่, ร้อง, ปปช., รับเงินเดือน, ประยุทธ์, การเมือง, คมชัดลึก, ศรีสุวรรณ, จี้, นายกฯ, เด้ง, ศานิตย์, จี้นายกฯ, เด้งศานิตย์, ปปช, ไทยเบฟฯ, สมัคร, บิ๊กตู่, ม44, สิระ

การเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

“ศรีสุวรรณ” จี้นายกฯ เด้ง”ศานิตย์”

“ศรีสุวรรณ” ร้อง “ป.ป.ช.” สอบ “ศานิตย์” รับเงิน “ไทยเบฟฯ” เทียบเคส “สมัคร” ทำกับข้าว ยังต้องพ้นตำแหน่ง จี้ “บิ๊กตู่” งัด “ม.44” เด้ง ถ้าเฉย จ่อร้องนายกฯอีกคน

            19 ธ.ค.59 – นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วยนายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการป่องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่านนายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาฯ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กรณีปรากฎมีการรับเงินค่าที่ปรึกษาจากบริษัทไทยเบฟฯ จำนวน 5 หมื่นบาทต่อเดือน ตั้งแต่ ปี58 ว่า อาจเข้าข่ายกระทำผิดตาม  พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103 ประกอบมาตรา 122 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78 (16) (18) พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานและเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการให้หรือรับของขวัญของเจ้าหน้าที่รัฐ พ.ศ.2544 ข้อ 7

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากกรณีที่รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แถลงถึงกรณีนี้ว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ รับเงินเดือนที่ปรึกษาจากบริษัท ไทยเบฟฯ ตั้งแต่ปี 2558 เดือนละ 5 หมื่นบาทนั้น ไม่เข้าข่ายต้องห้ามตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78 (17) นั้น เห็นว่า สาธารณชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันโดยทั่วไปว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและเข้าข่ายขัดหรือแย้งต่อประมวลจริยธรรมโดยชัดแจ้ง แต่ สตช. กลับพยายามช่วยเหลือ กลบเกลื่อนการกระทำดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่เป็นหน่วยงานที่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสาธารณชนในการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น เพื่อเร่งรัดขั้นตอนการดำเนินการกับกรณี พล.ต.ท.ศานิตย์ จึงยื่นเรื่องเพื่อให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อลงโทษตามกฎหมาย ป.ป.ช. ต่อไป

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า เรื่องดังกล่าวอาจเทียบเคียงได้กับกรณีของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกศาลวินิจฉัยว่า เป็นลูกจ้างบริษัทเอกชนไม่ได้ จึงต้องพ้นจากตำแหน่ง เพราะไปจัดรายการทำอาหาร และรับเงินตอบแทนมาเหมือนกัน อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ย้าย พล.ต.ท.ศานิตย์ พ้นจากตำแหน่ง เหมือนกรณีที่ดำเนินการกับข้าราชการคนอื่น ๆ ถ้าหาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ดำเนินการเรื่องนี้ จะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อไป เพราะหากไม่มีข้อยุติจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี อาจกลายเป็นการรับส่วย โดยอ้างว่าเป็นค่าที่ปรึกษาได้

“สิระ” จี้ “ไทยเบฟฯ” เปิดข้อมูล จ้างใครเป็นที่ปรึกษาอีก  

ส่วนนายสิระ กล่าวว่า ได้รับข้อมูลจากตำรวจชั้นผู้น้อยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ภายหลังทราบว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ เป็นที่ปรึกษาให้บริษัทไทยเบฟฯ ตำรวจชั้นผู้น้อยรู้สึกอึดอัดใจ และไม่กล้าดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัทดังกล่าว ถือว่าหัวหน้าเป็นลูกจ้างในบริษัทนั้น นอกจากนั้นอยากให้บริษัท ไทยเบฟฯ เปิดเผยข้อมูลการจ้างที่ปรึกษาว่า มีข้าราชการตำรวจ และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นคนใดบ้าง รวมถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คนเก่าเคยเป็นที่ปรึกษาด้วยหรือไม่

 

“บิ๊กตู่”สั่งเร่งคดีทุจริตทำประเทศเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252915


ประยงค์ ปรียาจิตต์, คตช., นายกฯ, บิ๊ก, ตู่, สั่ง, เร่ง, คดี, ทุจริต, ประเทศ, เสียหาย, วิษณุ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

“บิ๊กตู่”สั่งเร่งคดีทุจริตทำประเทศเสียหาย

“บิ๊กตู่”สั่งเร่งคดีทุจริตทำประเทศเสียหาย ขึ้นแบล็คลิสต์นักธุรกิจโกง-ทิ้งงาน มอบ “วิษณุ” ดูผลประเมินดัชนีทุจริตไทย สั่งหน่วยงานประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์

         19 ธ.ค. — นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ แถลงผลการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมเห็นว่าดัชนีชี้วัดการทุจริต มีผลต่อความเชื่อมั่นการค้าการลงทุน หากคะแนนดีขึ้นจะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างประเทศ โดยมีประเด็นคือ การอำนวยความสะดวก ความโปร่งใสการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐ ความโปร่งใสการใช้งบประมาณภาครัฐ

         “ที่ประชุมมีมติว่าอะไรที่ทำได้ก่อนให้ดำเนินการทันที โดยให้นำพ.ร.บ.อำนวยความสะดวกทันที และกรมต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ประเมินดังกล่าว ให้เผยแพร่การประเมินผ่านทางเว็บไซต์ด้วย เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาเราทำอะไรไปมาก แต่นักลงทุนต่างประเทศไม่ทราบ โดยมีเป้าหมายให้หน่วยงานต่างประเทศรับทราบข้อมูลข่าวสารของประเทศไทยได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ทุกหน่วยงานต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 30 วัน” นายประยงค์ กล่าว

           นายประยงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการตรวจสอบการกระทำที่ส่อทุจริตตามคำสั่งมาตรา 44 มีข้าราชการอยู่ในข่ายกระทำผิดทั้งหมด 353 คน มีคำสั่งลงโทษแล้ว 81 ราย และป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไปแล้ว 17 ราย ทำให้มีข้าราชการต้องพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว 98 ราย และต้นสังกัดดำเนินการตรวจสอบทางวินัยตามอำนาจแล้ว 41 ราย

            นายสังสิต พิริยะรังสรรค์ คณะกรรมการคตช. กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะกรรมการดูแลการชี้วัดความโปร่งใส โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งคณะกรรมการจะติดตามหน่วยงานรัฐ ที่ได้รับการประเมินจากองค์กรต่างประเทศ 8 องค์กร และคณะกรรมการจะติดตามว่าภายหลังหน่วยงานของรัฐได้รับการประเมินแล้วได้ดำเนินการตามข้อประเมินอย่างไรบ้าง  ทั้งนี้หน่วยงานที่จะเป็นต้นแบบการประเมิน อาทิ องค์การอาหารและยา (อย.) กรมศุลกากร กรมที่ดิน เป็นต้น

             “นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ที่ประชุมว่าให้เร่งรัดคดีทุจริตที่สร้างความเสียหายให้ประเทศอย่างร้ายแรง เช่น คดีบ้านเอื้ออาทร ซึ่งเกิดขึ้นมาเกือบ 20 ปีแล้ว โดยให้กลับมารายงานต่อที่ประชุมในการประชุมครั้งต่อไป และให้รวบรวมรายชื่อนักธุรกิจที่ทุจริต เพื่อขึ้นบัญชีดำ และไม่ให้เข้ามาประมูลงานภาครัฐได้อีก โดยประสานข้อมูลกับกรมบัญชีกลาง ซึ่งมีข้อมูลเบื้องต้นอยู่แล้ว เช่น การทั้งสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งไม่ได้มุ่งไปที่เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายเดียว ตามระเบียบมีอยู่แล้ว” นายสังสิต กล่าว

นายกฯกำชับภาครัฐรู้เท่าทันโซเชียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252910

คมชัดลึก, นายกรฐมนตรี, นายกฯ, กำชับ, ภาครัฐ, รู้เท่าทัน, โซเชียล

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

นายกฯกำชับภาครัฐรู้เท่าทันโซเชียล

“นายกฯ” ประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ชี้ แก้โกง ไม่งาย กับชับภาครัฐ รู้ทันเท่าทันโซเชียล

เมื่อเวลา 09.30น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2559  โดยนายกฯ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาทุจริตได้รับความร่วมมือทั้งจากภายใน และภายนอก อย่ามองว่าเป็นปัญหาเล็กน้อย และ สามารถควบคุมได้ แต่ในความจริงกลับไม่ง่ายนัก  แม้จะชี้แจง หรือ สั่งการแล้ว แต่อย่าลืมว่ายังมีคนบางกลุ่ม เผยแพร่ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย   เพียงไม่กี่นาทีก็มีผู้รับรู้ข้อมูลมากถึงหลายแสนคน ซึ่งภาครัฐต้องตระหนักว่า จะรับมือเท่าทันกลุ่มเหล่านี้หรือไม่

นายกฯ กล่าวว่า ดังนั้น สิ่งที่จะหารือในวันนี้ คือการทำให้เกิดการทำงานเชิงรุก ต้องมองปัญหาไปข้างหน้า พร้อมเตรียมการรองรับ และ เตรียมมาตรการ ทั้งป้องกัน ป้องปราม และ ปราบปรามตามลำดับ แต่เน้นเรื่องการปราบปรามให้น้อยที่สุด  ควบคู่กับมาตรการสร้างความเข้าใจ เพราะขณะนี้ เพียงแค่ชี้แจงไม่สามารถยุติปัญหาได้ ทั้งยังต้องติดตามความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมายอย่างต่อเนื่องด้วยว่า จะมีความขัดแย้งอะไรต่อไปหรือไม่  โดยอยากให้มองปัญหาในองค์รวม เพราะการแก้ปัญหาในองค์รวม คือสิ่งสำคัญของรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเป็นการทำงาน ระยะที่ 2 ต้องฝาก โฆษก คสช.และ ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการในเรื่องนี้ด้วย

 

“มติก.ร.”สั่งสรรหา 4 ผอ.สำนักสภาฯใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252906


สนช., พีระศักดิ์ พอจิต, มติ, สั่ง, สรรหา, สำนัก, สภา, ใหม่, มติกรสั่งสรรหา, ผอสำนักสภาฯใหม่, มติกร, พีระศักดิ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

“มติก.ร.”สั่งสรรหา 4 ผอ.สำนักสภาฯใหม่

“มติก.ร.”สั่งให้สรรหา 4 ผอ.สำนักสภาฯ ใหม่หลังพบกระบวนสรรหาไม่ชอบตามกฎ ก.ร.“พีระศักดิ์”ระบุ 4 ผอ. ต้องถอยไปตำแหน่งเดิม แต่ได้สิทธิสมัครเข้ารับการคัดเลือก เพราะไม

           19 ธ.ค.  –  นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะรองประธานกรรมการข้าราชการรัฐสภา (ก.ร.)  ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุม ก.ร. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีมติให้สรรหา 4 ผู้อำนวยการสำนัก ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เนื่องจากกระบวนการสรรหาเป็นไปโดยมิชอบ ว่า ในวันประชุมก.ร.วันที่  14 ธ.ค. นั้นตนลาการประชุม เพราะต้องไปปฏิบัติราชการที่จ.เชียงราย แต่เรื่องดังกล่าวเท่าที่ทราบ ว่า กรณีดังกล่าวนั้นมีการร้องเรียนมายังก.ร. เพื่อขอให้ตรวจสอบและเมื่อตรวจสอบผลโดยอนุก.ร. แล้วจึงเสนอให้ ที่ประชุม ก.ร. พิจารณา ซึ่ง มติ ก.ร. เห็นตามผลการตรวจสอบว่าการสรรหา 4 ผู้อำนวยการสำนัก ของ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ นั้นไม่ถูกต้อง จึงต้องให้ 4 ผู้อำนวยการสำนักฯ กลับไปสู่ตำแหน่งเดิมก่อนที่จะได้รับแต่งตั้ง ส่วนกรณีที่การสรรหาไม่ถูกต้องจะพิจารณาเอาผิดกรรมการสรรหาหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่หากจะพิจารณาคงต้องแยกเรื่อง

           พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์ กรรมการ ก.ร.  ให้สัมภาษณ์ถึงมติก.ร. ต่อประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมว่า มติเป็นเอกฉันท์ ตามมติของ อ.กร.ฝ่ายอุทธรณ์ และรับเรื่องร้องทุกข์ ที่เสนอให้ยกเลิกการสรรหา ผู้อำนวยการสำนัก ทั้ง 4 สำนัก  เพราะการสรรหาเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎของ ก.ร.  เช่น ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสำนักฯ ใช้วิสัยทัศน์ฉบับเดียวกันเพื่อสมัครในหลายตำแหน่ง เป็นต้น ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ผู้อำนวยการทั้ง 4 สำนัก ได้กระทำความผิดและบุคคลทั้ง 4 ยังมีสิทธิที่จะเข้ารับการสรรหาในตำแหน่งที่ว่างได้ตามคุณสมบัติ ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นเพราะการสรรหาไม่ชอบด้วยกฎของก.ร. นั้น ทางที่ประชุมก.ร. ไม่ได้มีคำสั่งใด ๆ คงต้องให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เป็นผู้พิจารณาดำเนินการ ว่าสอบสวนหรือลงโทษใด ๆ หรือไม่       

         “ที่ประชุมก.ร. เมื่อพิจารณาในสำนวนของอ.กร. ไปแล้วนั้น เห็นข้อบกพร่องในการออกกติกาที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณา จึงได้มีความเห็นไปด้วยว่า การพิจารณาหรือคัดเลือกข้าราชการควรออกระเบียบและกติกาให้ชัดเจนเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมกัน”พล.อ.อ.วีรวิท กล่าว

         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผู้อำนวยการ 4 สำนักที่มติ ก.ร. สั่งให้สรรหาใหม่ ประกอบด้วย นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักการประชุม, นายจักรพันธ์ จันทร์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย, นางจงเดือน สุทธิรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ และ ว่า ที่ ร.ต.ยุทธนา สำเภาเงิน ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลกร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

 

คสช.สั่งกกล.รส.ชุดเคลื่อนที่เร็วระงับเหตุปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252898

คสช., คสช, สั่ง, ชุด, เคลื่อนที่, เร็ว, ระงับ, เหตุ, ปีใหม่, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ
คสช., คสช, สั่ง, ชุด, เคลื่อนที่, เร็ว, ระงับ, เหตุ, ปีใหม่, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ
คสช., คสช, สั่ง, ชุด, เคลื่อนที่, เร็ว, ระงับ, เหตุ, ปีใหม่, ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

คสช.สั่งกกล.รส.ชุดเคลื่อนที่เร็วระงับเหตุปีใหม่

สช.สั่งกกล.รส.ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าระงับเหตุ ดูแลเทศกาลปีใหม่เข้มงวดเมายึดรถเพิ่มจุดตรวจเส้นทางสายหลัก-สายรอง ขณะด้านชายแดน เช็คกล้องซีซีทีวีพร้อมใช้งาน

          19 ธ.ค. — พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า พล.อ.เทพพงศ์  ทิพยจันทร์ รองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยกำชับให้ทุกส่วนเร่งดำเนินการตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในการอำนวยความสะดวกประชาชนและการรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งประชาชนจะมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา เดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในเวลาดังกล่าวด้วย โดยให้ดำเนินการตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนด ได้แก่ การจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีของทุกศาสนา กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์  กิจกรรมแสดงความจงรักภักดี และการถวายพระพร เพื่อให้ประชาชนได้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างมีความสุขและปลอดภัย

       โดยในส่วนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะยังคงใช้มาตรการเดิมในการดูแลประชาชนในเทศกาลปีใหม่นี้ ได้แก่ ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ, การป้องปรามการกระทำผิดกฎหมาย, การอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน และการสนับสนุนการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในทุกพื้นที่ โดยในช่วง 7 วัน ในระหว่าง 29 ธันวาคม 2559 – 4 มกราคม 2560 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)จะดำเนินการร่วมกับทุกภาคส่วนในการรักษาความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุทางถนน มีการเตรียมพร้อมในเรื่องเครื่องมือบรรเทาสาธารณภัย  ความพร้อมทางด้านการแพทย์หากเกิดอุบัติเหตุขนาดใหญ่  จัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วสำหรับเข้าคลี่คลายในสถานการณ์ต่าง ๆ  ควบคู่ไปกับการตั้งจุดบริการประชาชน พักรถ พักคน ในเส้นทางต่าง ๆ ทั่วประเทศ

           สำหรับมาตรการ“ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ”จะมีการเพิ่มจุดตรวจ ด่านตรวจในเส้นทางหลักโดยเฉพาะทางตรงระยะยาว เพื่อให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะชะลอความเร็ว และมีการตั้งจุดตรวจร่วมในเส้นทางรอง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อเส้นทางหลัก หรือจุดเสี่ยงจุดล่อแหลมที่มีสถิติเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อให้การป้องกันอุบัติเหตุมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ส่วนการยึดรถยนต์และใบขับขี่ของผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุนั้น เจ้าหน้าที่จะดำเนินการด้วยความรอบคอบเหมาะสม รวมทั้งจะมีมาตรการอื่นๆ ที่จะเพิ่มความระมัดระวังการขับขี่ยิ่งขึ้นมาเสริมการปฏิบัติอีกด้วย

         สำหรับในพื้นที่ชายแดน เจ้าหน้าที่จะเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลผ่านเข้า-ออก ประเทศ และป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายด้วย โดยในขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนได้ร่วมกันเตรียมการ ทั้งการจัดตั้งกองอำนวยการร่วม  การทดสอบสถานการณ์ การตรวจสอบอุปกรณ์ อาทิ กล้องวงจรปิด ไฟฟ้าส่องสว่าง การตรวจสอบและจัดเตรียมพื้นที่ที่จะใช้ในการจัดกิจกรรมให้มีความสะดวกสบาย รองรับจำนวนประชาชนที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนได้เตรียมความพร้อมส่วนบุคคล ตรวจสอบยานพาหนะ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในการเดินทางและร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อช่วยกันสร้างสังคมให้มีความปลอดภัยและเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างมีความสุข

 

“กลาโหม” แจงมีคนพยามยามแฮ็กเว็บแต่ทำไม่ได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252896

ป้องกันได้, แฮ็กเว็บ, พยายาม, มีคน, รวม.กลาโหม, กลาโหม, แจง, มีค, ยาม, แฮ็ก, เว็บ, แต่, ไม่ได้

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

“กลาโหม” แจงมีคนพยามยามแฮ็กเว็บแต่ทำไม่ได้

“กลาโหม” แจงมีคนพยามยามแฮ็กเว็บแต่ทำไม่ได้ วอนหยุดการกระทำ

มื่อเวลา 09.00  น. วันที่ 18 ธันวาคม พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเว็บไซค์กระทรวงกลาโหมโดนแฮกข้อมูลเพื่อแดงสัญลักษณ์ต่อต้าน ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ …) พ.ศ. …. ว่า ยอมรับว่าเว็บไซค์กระทรวงกลาโหมมีกลุ่มบุคคลพยายามเจาะข้อมูล แต่ไม่ส่งผลกระทบอะไร และไม่ได้สร้างความเสียหาย ทั้งนี้ขอความร่วมมือหยุดกระทำดังกล่าว เนื่องจากจะเกิดความเสียหายให้กับหน่วยงานราชการและประเทศชาติ รวมถึงประชาชน ทั้งนี้มองว่าคนไทยด้วยกันคงไม่ทำให้ประเทศเสียหาย  คงมีแต่ต่างชาติเท่านั้นที่โจมตีต่างชาติ ในเมื่อเราเป็นคนไทยแล้วจะมาโจมตีกันเอง เพียงเพราะความไม่เข้าใจ พรบ.คอมฯดังกล่าว ตนคิดว่าไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา จึงขอร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว

“มีการตรวจพบเมื่อวาน(18 ธ.ค.) ว่ามีบางกลุ่มพยายามเจาะข้อมูลเว็บไซด์กระทรวงกลาโหม แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะเรามีระบบป้องกันอยู่แล้ว และเตรียมพร้อมตลอดเวลา รวมถึงในส่วนของเหล่าทัพด้วย ทั้งนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ คงต้องให้ความสำคัญมากขึ้น แต่ไม่ได้ไปท้าทายใคร ส่วนที่มีเว็บต่างชาติเข้ามาร่วมโจมตีด้วยนั้น ผมขอความร่วมมือไปยังต่างชาติด้วย และเราก็อย่าไปท้าทายเขา ทั้งนี้การทำลายสร้างความเสียหายให้กับหน่วยงานราชการไม่ใช่เรื่องถูกต้อง เช่น ไปทำลายระบบการเงิน ธนาคาร การขนส่ง สนามบิน จนเกิดความเสียหายให้ประชาชนทั้งประเทศ” พล.ต.คงชีพ กล่าว

 

พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่มีพฤติกรรม และการกระทำดังกล่าว เพื่อให้เห็นถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นว่าการเข้าไปแฮก ไปทำลาย และดึงข้อมูลหน่วยงานราชการไม่ใช่เรื่องดีเลย  ซึ่งตนเข้าใจว่าทุกคนย่อมมีสิทธิ์ แต่อย่าไปไปก้าวล่วงสิทธิ์คนอื่น เพราะทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันความพยายามเอากฎหมายดังกล่าวไปเชื่อมโยงกับซิงเกิลเกตเวย์ (single gateway ) นั้น ตนคิดว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามทำความเข้าใจแล้ว

 

เมื่อถามว่ากรณีที่มีการนัดหมายกันในพรุ่งนี้ (20 ธันวาคม) เพื่อเข้าโจมตีเว็บไซด์หน่วยงานราชการครั้งใหญ่  โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ตนอยากขอร้อง และขอความร่วมมือหยุดดำเนินการ ส่วนป้องกันการโจมตีดังกล่าวนั้นคิดว่าทางรัฐบาล และหน่วยงานด้านความมั่นคงมีมาตรการรองรับอยู่แล้ว

 

ไทยพร้อมช่วย”รัฐยะไข่”พัฒนาที่ทำกิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252894

อองซาน ซูจี, ไทย, พร้อม, ช่วย, รัฐ, ไข่, พัฒนา, ที่ทำกิน, รัฐยะไข่, ดอน, ซูจี
อองซาน ซูจี, ไทย, พร้อม, ช่วย, รัฐ, ไข่, พัฒนา, ที่ทำกิน, รัฐยะไข่, ดอน, ซูจี
อองซาน ซูจี, ไทย, พร้อม, ช่วย, รัฐ, ไข่, พัฒนา, ที่ทำกิน, รัฐยะไข่, ดอน, ซูจี

การเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

ไทยพร้อมช่วย”รัฐยะไข่”พัฒนาที่ทำกิน

“ดอน”ร่วมฟัง”ซูจี”บรรยายสรุปสถานการณ์รัฐยะไข่ เผยไทยพร้อมช่วยเหลือพัฒนาที่ทำกินใน”รัฐยะไข่”ให้มีชีวิตดีขึ้น ยืนยันไม่ได้แทรกแซง

          19 ธ.ค. — นายดอน ปรมัติวินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ได้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์เกี่ยวกับพัฒนาการในรัฐยะไข่ ตามคำเชิญของนางออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ซึ่งจัดขึ้นเป็นวาระพิเศษ ให้กับประเทศสมาชิกชาติอาเซียน 9 ชาติ ในวันนี้ ที่กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

นายดอน ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น อาเซียนมองร่วมกันว่า เป็นปัญหาเมียนมา ซึ่งบางครั้งก็ยังเป็นเรื่องของอาเซียนด้วยเช่นกัน โดยสำหรับครั้งนี้ นางออง ซาน ซู จี ได้เชิญมาเพื่อรับฟังเหตุผลและไทยเองในฐานะเพื่อนบ้าน ก็เคยมีปัญหาของผู้คนที่อพยพทางทะเล จึงรับรู้ถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว

“ในครั้งนี้ ไทยพร้อมเสนอแนวคิดการแก้ปัญหา แต่ต้องดูที่ต้นตอของเรื่องดังกล่าวว่า จะทำอย่างไรให้ระหว่างชนกลุ่มต่าง ๆ และคนต่างศาสนา สามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข และไม่ทำมีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตได้” นายดอน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเทศไทยจะช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง นายดอนกล่าวว่า ไทยพร้อมจะให้การช่วยเหลือเมียนมากับการพัฒนาพื้นที่ทำกินในรัฐยะไข่แบบยั่งยืน เพื่อคนในท้องถิ่นได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่ง เมื่อเทียบเท่ากับสิ่งที่รัฐบาลเมียนมาทำ ขอยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการแทรกแซงแต่อย่างใด พร้อมเชื่อว่า หากหลายๆชาติได้เข้าช่วยเหลือปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ จะเป็นความร่วมมือพลิกฟื้นให้ประชาชนในพื้นที่มีชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

 

“แม้ว-ปู-สมชาย” ชวนซื้อข้าวเป็นของขวัญปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252887

ยิ่งลักษณ์- สมชาย ประสานเสียง ชวนซื้อข้าวชาวนาเป็นของขวัญปีใหม่, แม้ว, สมชาย, ชวน, ซื้อ, ข้าว, เป็น, ของขวัญ, ปีใหม่, แม้ว-ปู-สมชาย, Thaksin Shinawatra, Yingluck Shinawatra , Somchai Wongsawat
ยิ่งลักษณ์- สมชาย ประสานเสียง ชวนซื้อข้าวชาวนาเป็นของขวัญปีใหม่, แม้ว, สมชาย, ชวน, ซื้อ, ข้าว, เป็น, ของขวัญ, ปีใหม่, แม้ว-ปู-สมชาย, Thaksin Shinawatra, Yingluck Shinawatra , Somchai Wongsawat
ยิ่งลักษณ์- สมชาย ประสานเสียง ชวนซื้อข้าวชาวนาเป็นของขวัญปีใหม่, แม้ว, สมชาย, ชวน, ซื้อ, ข้าว, เป็น, ของขวัญ, ปีใหม่, แม้ว-ปู-สมชาย, Thaksin Shinawatra, Yingluck Shinawatra , Somchai Wongsawat

การเมือง  : 19 ธ.ค. 2559

“แม้ว-ปู-สมชาย” ชวนซื้อข้าวเป็นของขวัญปีใหม่

ยิ่งลักษณ์- สมชาย” ประสานเสียง ชวนซื้อข้าวชาวนาเป็นของขวัญปีใหม่

          19 ธ.ค.2559-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้  นายทักษิณ ชินวัตร  น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้โพสตข้อความผ่านเฟซบุ๊คพร้อมๆกัน เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนซื้อข้าวจากชาวนาเป็นของขวัญปีใหม่

โดย นายทักษิณ ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ” Thaksin Shinawatra”   ระบุว่า ว่าปีใหม่นี้ ผมขออุดหนุนผลผลิตของชาวนาไทย เพื่อส่งความสุขให้กับพี่น้องชาวไทยครับ พี่น้องชาวนาไทยต้องเสียสละด้วยการทำงานหนักมาโดยตลอด ในฐานะที่เป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่คุณภาพชีวิตของชาวนาไทยกลับยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร จึงเป็นเรื่องที่คนไทยทุกคนควรต้องช่วยกันใส่ใจดูแล

ในขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ทำให้ชาวนาชาวไร่ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศขาดรายได้ กำลังซื้อและเศรษฐกิจจึงซบเซาไปด้วย ผมเห็นความตั้งใจที่ดีของนายกฯปูในการรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงและนำมาขายให้แก่ผู้บริโภค เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนา

ผมอยากให้คนไทยได้ช่วยกันบริโภคข้าวจากชาวนาไทยด้วยกัน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับพวกเขา และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นปีแห่งความหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

สุดท้ายนี้ผมขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง ประสบความสำเร็จในทุกด้าน และเป็นกำลังใจให้กันและกันในการฝ่าฟันทุกอุปสรรค สวัสดีปีใหม่ครับ

“แม้ว-ปู-สมชาย” ชวนซื้อข้าวเป็นของขวัญปีใหม่

ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์  ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ” Yingluck Shinawatra ” ว่า การช่วยชาวนานอกจากการซื้อข้าวและการบริโภคให้มากขึ้นแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งก็คือการนำข้าวมาเป็นของขวัญปีใหม่เพื่อส่งมอบความสุขให้กันและกัน เพราะฉะนั้นของขวัญปีใหม่ปีนี้ จึงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากข้าวจากชาวนาโดยตรงค่ะ ดิฉันจึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์อุดหนุนข้าวของพี่น้องชาวนา และเพื่อเป็นการส่งเสริมสินค้าไทย ด้วยการมอบข้าวเป็นของขวัญปีใหม่ 2560 ค่ะ

เช่นเดียวกับนาย สมชาย ได้โพสต์เฟซบุ๊ค “Somchai Wongsawat”  ระบุว่า สวัสดีปีใหม่ 2560ผมขอมอบให้ด้วยใจ ให้ข้าวอยู่คู่ชิวิตคนไทยตลอดไปครับ ในโอกาสปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข และสมหวังในสิ่งที่ตั้งใจปรารถนาไว้ทุกประการ.