ห่วงพรบ.คอมพ์ถูกผู้มีอำนาจบิดเบือน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252498


พรบ.คอมพิวเตอร์, อภิสิทธิ์, ห่วง, พรบ, คอมพ์, ถูก, ผู้มีอำนาจ, บิดเบือน, มาร์ค

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

ห่วงพรบ.คอมพ์ถูกผู้มีอำนาจบิดเบือน

“มาร์ค”ชี้ปชช.ห่วงร่างพรบ.คอมพ์อาจถูกผู้มีอำนาจบังคับใช้แบบบิดเบือน

          15 ธ.ค. — นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่กำลังจำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ว่า ขณะนี้ถึงจุดที่จะเป็นทางเลือกว่า เราจะเลือกเอาความมั่นคงให้ถึงที่สุด แล้วมีความสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล หรือจะให้มีสิทธิส่วนบุคคลอย่างเต็มที่ แต่มีความเสี่ยงในเรื่องของความมั่นคง โดยเรื่องนี้ก็ต้องหาความพอดี แต่ตัวพ.ร.บ.คอมพ์นั้นความจริงมันเป็นกฎหมายที่ต้องแก้ไขอยู่แล้ว เพราะมีปัญหาในเรื่องการตีความ การบังคับใช้ และถ้าคนไม่มีความมั่นใจเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลมีก็จะเกิดไม่ได้ บางเรื่องที่เขาพยายามแก้ไขอยู่ ตนเห็นว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้อง เช่น การเล่นงานพวกคนที่โพสต์ข้อความ ข้อมูล ข่าวสาร หรือแชร์ ไลค์ ในกรณีที่อาจละเมิดความมั่นคง แต่อย่าเอาไปเหมารวมกับเรื่องหมิ่นประมาท ไม่เช่นนั้นจะมีความสุ่มเสี่ยงเรื่องบานปลายกันไปหมด

คนที่ใช้อินเตอร์เน็ต เขามีความรู้สึกว่า การแสดงความชัดเจนในการเขียนกฎหมายเรื่องความผิดต่าง ๆ เขายังไม่มั่นใจในเรื่องการบังคับใช้ต่อไปว่า จะตีความครอบคลุมแค่ไหน แล้วสุดท้ายถ้าเกิดมีมาตรการซึ่งทำให้รัฐสามารถเข้ามาล่วงรู้หรือควบคุมการสื่อสารทางนี้มากขึ้น แล้วถูกบิดเบือนได้โดยผู้ใช้อำนาจ ซึ่งเราก็เคยมีรัฐบาลที่ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ ประชาชนเขาก็เป็นห่วงส่วนนี้ ดังนั้นจะทำอย่างไรที่จะหาทางออกให้ทุกคนเข้าใจร่วมกันแล้วจะไม่มีปัญหาในการที่จะบิดเบือนการใช้กฎหมาย ทุกวันนี้คนเป็นแอดมิน หรือแม้กระทั่งคนเล่นโซเชียลมีเดีย บางทีก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเลยว่า ตกลงมันผิด หรือไม่ผิด เพราะเวลาเรารับข้อมูลมา เราไม่รู้ว่ามันถูกบิดเบือนมาหรือไม่

 

“วีระศักดิ์” ไขก๊อก สนช. อุบ นั่ง รมต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252493

ร่วม ครม., สนช., วีระศักดิ์ ฟูตระกูล, วีระศักดิ์, ก๊อก, อุบ, นั่ง, รมต, ไขก๊อก, สนช, วีระศักดิ์ ฟูตระกูล

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

“วีระศักดิ์” ไขก๊อก สนช. อุบ นั่ง รมต.

“วีระศักดิ์ ฟูตระกูล” ลาออกจาก สนช. อุบไปร่วม ครม. หรือไม่

   เมื่อเวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.เป็นประธานในการประชุม  โดยที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าแต่งตั้งองคมนตรีเพิ่มเติมจำนวน 2 คน คือนายวิรัช ชินวินิจกุล และนายจรัลธาดา กรรณสูต  จากนั้นนายพรเพชร ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่านายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล  อดีตปลัดกระทรวงต่างประเทศ ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสนช.ทำให้สนช.เหลือ 248 คน จำนวนกึ่งหนึ่งคือ 124 คน

โดยนายวีระศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลการลาออกจากสนช.ว่า เป็นเหตุผลส่วนตัว  เมื่อถามว่ามีปัญหาเรื่องสุขภาพหรือเปล่า นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า สุขภาพแข็งแรงดี เมื่อถามว่าจะไปเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ รอให้มีความชัดเจนก่อน ทำงานที่ทำเนียบหรือไม่ นายวีระศักดิ์ กล่าวเพียงว่า รอให้ชัดเจนก่อน

 

ยื่น 3 แสนรายชื่อเสนอสนช.คว่ำพ.ร.บ.คอมพ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252491

รัฐสภา, แอมเนสตี้, พรบ.คอมพิวเตอร์, ยื่น, แสน, รายชื่อ, เสนอ, คว่ำ, พรบ, คอมพ์, เครือข่ายพลเมืองเน็ต
รัฐสภา, แอมเนสตี้, พรบ.คอมพิวเตอร์, ยื่น, แสน, รายชื่อ, เสนอ, คว่ำ, พรบ, คอมพ์, เครือข่ายพลเมืองเน็ต
รัฐสภา, แอมเนสตี้, พรบ.คอมพิวเตอร์, ยื่น, แสน, รายชื่อ, เสนอ, คว่ำ, พรบ, คอมพ์, เครือข่ายพลเมืองเน็ต

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

ยื่น 3 แสนรายชื่อเสนอสนช.คว่ำพ.ร.บ.คอมพ์

“เครือข่ายพลเมืองเน็ต” ยื่น 3 แสนชื่อ เสนอ สนช. คว่ำ กม.คอมพิวเตอร์ ชี้เนื้อหากระทบสิทธิเสรีภาพประชาชน

         15 ธ.ค. — เครือข่ายพลเมืองเน็ต ร่วมกับ แอมเนสตี้ นำโดย น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล ผู้ก่อตั้งและกรรมการบริหารเครือข่ายพลเมืองเน็ต เข้ายื่นหนังสือพร้อมรายชื่อประชาชนกว่า 3 แสนรายชื่อต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เพื่อขอสมาชิกสนช.ที่จะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่) พ.ศ…ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม สนช.วาระ 2 และ 3 ในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ ผ่านนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สนช.

น.ส.สฤณี กล่าวว่า  ต้องการให้ สนช.ไม่รับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากทางเครือข่ายต้องการให้ชะลอการออกกฎหมายออกไป เพราะเนื้อหาในร่างยังไม่มีความชัดเจน ควรดำเนินการทบทวนและแก้ไขในมาตราที่จะกระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน และเห็นสมควรให้พิจาณาแก้ไขร่างมาตรา 14 ให้มีความรัดกุมชัดเจน รวมทั้งแก้ไขร่างมาตรา 15, 18 ประกอบ 19, 20, และ 26 ที่ต้องคำนึงถึงสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวและสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน  และให้การออกมาตรการเพิ่มเติมใดๆ ที่จะกระทบสิทธิเสรีภาพโดยทั่วไปของประชาชนจะต้องผ่านกระบวนการการพิจารณาของรัฐสภาเท่านั้น และพิจารณาตัดมาตรา 16/2 และ 20/1 ออกจากร่างพ.ร.บ.โดยเฉพาะการออกมาตราใหม่ในการตั้งศูนย์บล็อกเว๊ปไซต์ เป็นการให้อำนาจรัฐโดยตรง ทำให้มีลักษณะปิดกั้นประชาชน โดยเฉพาะข้อบัญญัติที่ระบุว่าพนักงาน เจ้าหน้าที่ จะสามารถปิดกั้นข้อมูลที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี แม้จะไม่ผิดกฎหมายก็ตาม

น.ส.สฤณี กล่าวต่อว่า เห็นว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวจะสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หากการแก้ไขจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของไทยที่ได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หากร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาผ่านออกมาเป็นกฎหมาย อาจเปิดช่องให้เกิดการตีความ และสามารถถูกนำไปบังคับใช้ในทางละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้ อาทิ ความผิดฐานหมิ่นประมาทไม่ควรถูกบรรจุในมาตรา 14 ความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในการฟ้องหมิ่นประมาท ส่วนมาตรา 14 (1) จะพบว่าต้นแบบของมาตรานี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการหมิ่นประมาทที่เกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ตแต่อย่างใด  แต่เจตนารมณ์ของมาตรานี้คือ มุ่งที่จะเอาผิดเรื่องการทำเว็บไซต์หรือข้อมูลปลอมตัวตนทางออนไลน์ เพื่อนำไปหลอกเอาทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลจากเหยื่อ แม้กรรมาธิการฯจะแก้ไขแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน บางถ้อยคำยังมีปัญหาในการตีความ ซึ่งอาจเกิดปัญหาภายหลัง จนทำให้ถูกตีความให้เกิดการกลั่นแกล้ง และคุกคามสิทธิส่วนบุคคลได้

ทั้งนี้ยังมีเรื่องของการปิดเว็บไซด์ที่ภาครัฐสามารถเข้ากระทำได้เลย ซึ่งไม่ต้องรอคำสั่งของศาลดังนั้นจึงอยากให้สนช.ทบทวนเนื้อหา ด้วยการฟังเสียงประชาชนแต่หากสนช.ยืนยันผ่านร่างกฎหมายนี้ ก็จะติดตามต่อไปและขอให้รัฐบาลถัดไปแก้ไขเนื้อหาให้เหมาะสม ขณะเดียว ทางกลุ่มจะติดตามการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ที่กำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของกฤษฎีกา หากมีเนื้อหาไม่เหมาะสม ก็จะคัดค้านอีก

 

กมธ.การเมือง สปท. ชงปฏิรูป นักการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252489

คมชัดลึก, ชง, กมธ.การเมือง, สปท., กมธ, การเมือง, ปฏิรูป, นักการเมือง, กมธการเมือง, สปท, ชงปฏิรูป, วิป สปท

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

กมธ.การเมือง สปท. ชงปฏิรูป นักการเมือง

“วิป สปท.” แถลง เตรียมพิจารณา รายงานการปฏิรูปผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วางแนวทางคัดกรอง ตรวจสอบคุณสมบัติ และค่าสอบแทนให้สอดคล้องภารกิจ

         นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (วิปฯสปท.) แถลงผลการประชุม วิป สปท. ว่า ในวันที่ 20 ธ.ค. ที่ประชุมสปท. เตรียมพิจารณารายงานการปฏิรูป จำนวน 2 เรื่อง คือ เรื่อง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เสนอโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ซึ่งมีแนวทางปฏิรูปที่สำคัญ คือ การปฏิรูปมาตรการคัดกรอง และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง, การปฏิรูปการควบคุมตรวจสอบจริยธรรม ระบบคุณธรรม และการปฏิบัติหน้าที่โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, การปฏิรูปมาตรการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ การปฏิรูปค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหนงทางการมืองและผู้บริหารพรรคการเมือง ให้สอดคล้องกับภารกิจและการปฏิบัติหน้าที่ในการสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชน  และ 2.รายงานการปฏิรูปเรื่องระบบสถิติแห่งชาติ เพื่อการบริหารราชการแผ่นดินและการบริการประชาชน เสนอโดย กมธ.ฯ ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมีแนวทางปฏิรูป คือ พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง โดยให้สำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ, พัฒนาข้อมูลระดับกระทรวง ทบวง กรม และจังหวัด โดยพัฒนาโครงข่ายสารสนเทศในการกำหนดกรอบและขอบเขตของข้อมูล, พัฒนาสมรรถนะบุคลากรภาครัฐในด้านสถิติและสารสนเทศ และการจัดงบประมาณแบบบูรณาการด้านสถิติและสารสนเทศ

 

ล่ม !! กกต.-มท. หารือร่วมดันแผน”หมู่บ้านไม่ขายเสียง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252486

คมชัดลึก, กกต., แผนหมู่บ้านไม่ขายเสียง, ล่ม, กกต, หารือ, ร่วม, ดัน, แผน, หมู่บ้าน, ไม่, ขายเสียง, กกต-มท, หมู่บ้านไม่ขายเสียง

การเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

ล่ม !! กกต.-มท. หารือร่วมดันแผน”หมู่บ้านไม่ขายเสียง”

กกต. – มหาดไทย” ผนึกหารือร่วม ดันแผน “หมู่บ้านไม่ขายเสียง” แต่ล่มไร้ข้อสรุป เหตุกฎหมายเลือกตั้งยังไม่คลอด

           15 ธ.ค.59 – เมื่อเวลา 10.00น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายประวิช รัตนเพียร คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ด้านการมีส่วนร่วม พร้อมคณะ เดินทางเข้าพบนายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับมอบหมายจากพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในการหารือเพื่อขอความร่วมมือสนับสนุนกิจกรรมหมู่บ้านไม่ขายเสียง และกิจกรรมการอบรมผู้จัดการประจำหน่วยเลือกตั้งมืออาชีพ พร้อมทั้งหารือถึงการสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยอำเภอ (ศส.ปชอ.) และ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยจังหวัด (ศส.ปชจ.) โดย กกต.จังหวัด ร่วมกับนายอำเภอทุกอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นที่ปรึกษากำกับดูแล สนับสนุน และประสานงานกับกกต.จังหวัดในการปฏิบัติหน้าที่ช่วงที่มีการเลือกตั้ง รวมถึงกิจกรรมคัดเลือกหมู่บ้านที่ปลอดการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งทุกระดับ จัดตั้งเป็นหมู่บ้านไม่ขายเสียง ให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบ

โดยนายสุธี กล่าวในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า พล.อ.อนุพงษ์ มีความประสงค์จะเข้าร่วมการหารือกับกกต.ด้วย แต่วันนี้ ติดภารกิจตรวจอุทกภัยร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่จังหวัดสงขลา ทำให้การหารือวันนี้ต้องการให้เป็นการภายในก่อน ซึ่งการทำงานระหว่างกระทรวงมหาดไทย กับ กกต. ต้องการให้มีการบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์แบบ และอยากให้มีการตั้งงบประมาณสนับสนุนร่วมกัน ไม่ใช่ให้กระทรวงมหาดไทยตั้งงบประมาณอยู่ฝ่ายเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น ได้มีสื่อมวลชนจำนวนหนึ่งมาดักรอสัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการหารือ แต่ทางนายสุธีได้มอบหมายให้นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารการปกครองท้องที่ กรมการปกครอง ออกมาแจ้งกับสื่อมวลชนว่า ยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ เพราะการหารือในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป อีกทั้งยังต้องรายงานให้พล.อ.อนุพงษ์ รับทราบก่อน หากได้ข้อสรุปเมื่อไหร่จะมีการแถลงข่าวต่อไป ด้านทีมงานของนายประวิช ก็ได้แจ้งเช่นเดียวกัน

รายงานข่าวแจ้งว่าในการหารือดังกล่าวใช้เวลาไม่ถึง1ชั่วโมง โดยทางกระทรวงมหาดไทยเห็นว่าที่ผ่านมาได้ให้การสนับสนุนการดำเนินการของ กกต.มาโดยตลอดทุกครั้ง แต่มองว่าการขอให้กระทรวงมหาดไทยสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยอำเภอ (ศส.ปชอ.) และ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยจังหวัด (ศส.ปชจ.) ตามแนวทางของ กกต.นั้นยังไม่เป็นรูปเป็นร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้ง และ กกต.ยังไม่มีความชัดเจน เพราะยังอยู่ในกระบวนการร่างของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)จึงทำให้การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป

 

“เจ๋ง ดอกจิก”ขอศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาหมิ่นเบื้องสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252485

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, เบื่้องสูง, คดี, ฎีกา, ขอ, ทนาย, ส่ง, เจ๋ง ดอกจิก, เจ๋ง, ดอกจิก, ศาล, เลื่อน, อ่าน, คำพิพากษา, หมิ่น, เบื้องสูง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

“เจ๋ง ดอกจิก”ขอศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาหมิ่นเบื้องสูง

“เจ๋ง ดอกจิก” นปช. ส่งทนาย ยื่นใบรับรองแพทย์ ขอศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมิ่นเบื้องสูง ศาลให้โอกาส นัดอ่านฎีกาอีกครั้ง 7 มี.ค.ปีหน้า

 

15 ธ.ค.59 เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมิ่นเบื้องสูง หมายเลขดำที่ อ.2740 /2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และจำเลยคดีก่อการร้าย เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 2, 8 และ 12 เมื่อวันที่ 29 มี.ค.53 จำเลยได้ขึ้นปราศรัยบนเวที นปช. เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ ซึ่งอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 1 ก.ย.53

อย่างไรก็ดี วันนี้นายยศวริศ ไม่ได้เดินทางมาศาล โดยมอบอำนาจให้ทนายความ ยื่นใบรับรองแพทย์พร้อมแถลงต่อศาลว่า มีอาการปวดท้อง ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาออกไปก่อน

ศาลพิจารณาแล้วได้อนุญาตให้เลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้งในวันที่ 7 มี.ค.60 เวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาครั้งที่ 2 โดยฝ่ายจำเลย ได้ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาฎีกา เนื่องจากมีอาการป่วย แต่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลได้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาครั้งแรก เนื่องจากไม่สามารถส่งหมายให้นายศวริศ จำเลยได้

ขณะที่คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 ม.ค.56 เห็นว่าลักษณะท่าทางและคำพูดของจำเลยสื่อให้เห็นว่า ยังมีผู้ที่อยู่เหนือกว่า หรืออยู่เบื้องหลัง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อีก ซึ่งผู้นั้นต้องมีศักดิ์ฐานะที่สูงอย่างยิ่งองคมนตรีว่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงมีความผิดมาตรา 112 ให้จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ต่อมาจำเลยยื่นอุทธรณ์สู้คดี และขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอการลงโทษ โดยอ้างว่าจำเลยเคยร่วมกิจกรรมถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติโดยตลอด ซึ่งศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 พ.ค.57 พิพากษายืน โดยเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักรับฟังได้มั่นคง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานหมิ่นสถาบันฯ จึงสมควรให้ลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ที่ศาลชั้นต้นให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษนั้นเหมาะสมแล้ว

ขณะที่ระหว่างฎีกา นายยศวริศ ได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยศาลฎีกาตีราคาประกัน 700,000 บาทภายหลังยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอประกันตัวระหว่างการยื่นฎีกาสู้คดี.

 

กทม.จับมือจิตอาสาปลูกต้นมะขาม 38 ต้นรอบสนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252481

กทม., จิตอาสา, ต้นรวงผึ้ง, ร.10, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, กทม, จับมือ, จิต, อาสา, ปลูก, ต้นมะขาม, ต้น, รอบ, สนามหลวง, ต้นรอบสนามหลวง
กทม., จิตอาสา, ต้นรวงผึ้ง, ร.10, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, กทม, จับมือ, จิต, อาสา, ปลูก, ต้นมะขาม, ต้น, รอบ, สนามหลวง, ต้นรอบสนามหลวง
กทม., จิตอาสา, ต้นรวงผึ้ง, ร.10, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, กทม, จับมือ, จิต, อาสา, ปลูก, ต้นมะขาม, ต้น, รอบ, สนามหลวง, ต้นรอบสนามหลวง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

กทม.จับมือจิตอาสาปลูกต้นมะขาม 38 ต้นรอบสนามหลวง

กทม.จับมือจิตอาสาปลูกต้นมะขาม 38 ต้นรอบสนามหลวง ชดเชยต้นที่ตายไป พร้อมปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้สัญลักษณ์พระเจ้าอยู่หัว ร.10 ในสวนสาธารณะ 110 ต้น

 

15 ธ.ค. ที่บริเวณพระบรมมหาราชวัง ประตูมณีนพรัตน์ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมปลูกต้นมะขาม ณ สนามหลวง ร่วมกับศูนย์น้ำใจไมตรี นำโดย นายอาทร จันทวิมล ผู้ประสานงานศูนยฯ โดย พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมว่า กิจกรรมนี้สืบเนื่องจาก ต้นมะขามรอบบริเวณสนามหลวง ซึ่งปลูกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยเริ่มปลูก 365 ต้น เมื่อวันเวลาผ่านไป ก็มีการปลูกเพิ่มจนปัจจุบันมียอด 753 ต้น โดยทาง กทม. ได้ทำการสำรวจพบว่า มีต้นมะขามตายไป 38 ต้น ซึ่งเกิดขึ้นก่อนพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันนี้เป็นวันฤกษ์ดียามดี ทาง กทม. กับกลุ่มจิตอาสาจึงได้นำต้นมะขามมาปลูกเพื่อชดเชยต้นที่ตายลงจากรากเน่า

กทม.จับมือจิตอาสาปลูกต้นมะขาม 38 ต้นรอบสนามหลวง

กทม.จับมือจิตอาสาปลูกต้นมะขาม 38 ต้นรอบสนามหลวง

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า สำหรับต้นมะขามที่ยังดีอยู่ ทาง กทม. ก็จะพยายามดูแลรักษาเป็นอย่างดี รวมถึงจะประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือประชาชน อย่าได้ทิ้งน้ำร้อน น้ำสกปรก หรือขยะอะไรก็แล้วแต่ที่โคนต้นมะขาม ซึ่งจะทำให้ต้นมะขามตายได้ ทั้งนี้ที่ผ่านมาทั้ง 2 เดือน ก็ยังไม่พบต้นมะขามตายเพิ่ม โดยเราก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชน และผู้ประกอบอาหารเลี้ยงที่บริเวณสนามหลวงเป็นอย่างดี ส่วนการดูแลต้นไม้บริเวณทางเท้าอื่น ขณะนี้ตนได้แถลงนโยบายไปแล้ว ว่าเราจะปลูกต้นรวงผึ้ง ซึ่งเป็นต้นไม้สัญลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยจะปลูกในสวนสาธารณะ 110 ต้น ส่วนตามถนนต่างๆทั้ง 50 เขตนั้น จะปลูกต้นรวงผึ้งประมาณ 30 – 40 ต้นต่อเขต ส่วนต้นไม้เก่าๆเราก็พยายามจะฟื้นฟู ต่อไป เพื่อ กทม.จะได้มีต้นไม้ที่สวยงาม.

 

กกต.เปิดอบรมสืบสวน-ไต่สวน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252476

รธน., กกต., กกต, เปิด, อบรม, สืบสวน, ไต่สวน, สืบสวนและไต่สวนระดับกลางรุ่นที่ 1
รธน., กกต., กกต, เปิด, อบรม, สืบสวน, ไต่สวน, สืบสวนและไต่สวนระดับกลางรุ่นที่ 1

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

กกต.เปิดอบรมสืบสวน-ไต่สวน

“กกต.”เปิดหลักสูตร “สืบสวนและไต่สวนระดับกลางรุ่นที่ 1” ชี้ รธน.ใหม่ให้อำนาจมากขึ้น ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน-เร่งเพิ่มเครือข่ายการข่าว

          15 ธ.ค. — สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดอบรมหลักสูตร “สืบสวนและไต่สวนระดับกลางรุ่นที่ 1″ระหว่างวันที่ 15 ธ.ค. 59 -7 มี.ค.60 เพื่อพัฒนาศักยภาพของพนักงานสืบสวน สอบสวน และนิติกร ที่ปฏิบัติงานการสืบสวน สอบสวน และการดำเนินคดีเลือกตั้งในศาล ให้สามารถปฏิบัติภารกิจ ป้องกันปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต. ด้านกิจการสืบสวน สอบสวน และวินิจฉัย เป็นประธานในการเปิดงาน และมีผู้เข้าร่วมอบรมที่มีประสบการณ์การทำงานด้านสืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีเลือกตั้งในศาล ไม่น้อยกว่า 6 ปี ทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจำนวน 100 คน  

โดยนายบุญส่ง กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการจัดการอบรมนี้ เพื่อเพิ่มสมรรถนะของพนักงานสืบสวน สอบสวน และนิติกร ทั้งจากส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ที่ปฏิบัติงานการสืบสวน สอบสวน และการดำเนินคดีเลือกตั้งในศาล หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ทำให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะทำให้การทำงานดีขึ้นด้วย ปัจจุบันบทบัญญัติกฎหมายในรัฐธรรมนูญมีพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งหลายฉบับ ซึ่งจะมีส่วนเสริมให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้มีมาตรา 226 รองรับระบบการทำงานด้านการไต่สวนและเมื่อกฎหมายให้อำนาจแล้ว เราต้องเพิ่มสมรรถนะการทำงานของเราให้สอดคล้องกับภารกิจคือการควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม ทำอย่างไรจะดูแลการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมให้ได้

“การอบรมครั้งนี้ใช้เวลา 3 เดือน ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันอยากให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค มีการทำงานที่เชื่อมโยงกัน รวมทั้งเตรียมจัดโครงการสร้างเครือข่ายการข่าวร่วมกับหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล สำนักทะเบียน กรมการขนส่งทางบก กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นต้น เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายในการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง และทำอย่างไรจะได้การข่าวที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้การข่าวของสำนักงานกกต.มีอยู่ประมาณ 5,000 – 6,000 คนแล้ว”นายบุญส่ง กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาในการอบรมครั้งนี้ประกอบด้วยการสืบสวนเส้นทางการเงิน การสืบสวนจากร่องรอยทางเทคโนโลยี การเฝ้าจุด สะกดรอย การสืบสวนปากคำโดยใช้เทคนิคทางจิตวิทยา การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เทคนิคการบริหารความเสี่ยง และการเจรจาต่อรอง โดยการอบรมจะมีทั้งหมดจำนวน 3 รุ่น และจะอบรมให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน พ.ศ.2560

 

สยบข่าว “หมอเดา” ทำนายโลกแตก-ทวีปแยก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252472

Namom Thoongoh, ทวีปแยก, แผ่นดินแตก, โพสต์, สะเทือน, แนว, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, สยบ, ข่าว, หมอ, เดา, ทำนาย, โลก, แตก, ทวีป, แยก, สยบข่าว, หมอเดา, ทำนายโลกแตก-ทวีปแยก, ไพบูลย์ นวลนิล, วงแหวนไฟ, นักแผ่นดินไหววิทยาคนเดียวในประเทศไทย, Namom Thoongpoh

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

สยบข่าว “หมอเดา” ทำนายโลกแตก-ทวีปแยก

“ไพบูลย์ นวลนิล” โพสต์เฟซบุ๊ค สยบข่าว “หมอเดา” ทำนายโลกแตก-ทวีปแยก ยันแผ่นดินไหวปี59 หนักสุดขนาด 7.9 กว่า 84 % สะเทือนแนว “วงแหวนไฟ” ย้ำสถิติไม่เปลี่ยนแปลงทุกปี

15 ธ.ค. ดร.ไพบูลย์ นวลนิล อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ “นักแผ่นดินไหววิทยาคนเดียวในประเทศไทย” โพสต์เฟซบุ๊คผ่าน “Namom Thoongpoh” ว่า สถิติแผ่นดินไหว 2559 มีผู้สรุปข้อมูลแผ่นดินไหวทางสื่อโซเชียลกันหลายท่านแล้ว ขอสรุปทางตัวเลขทางสถิติอีกครั้งเพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ หมอดู หมอเดา โหรนอสตราดามุส ฯลฯ หรือพวก 18 มงกุฏที่ชอบหลอกคนจิตตกโดยเอาการเกิดแผ่นดินไหวมาประโคมข่าวโลกแตกบ้าง ทวีปจะแยกบ้าง ประเทศไทยจะหายไปบ้างสารพัด ข้อมูลแผ่นดินไหวขนาด M>= 5 จากรายงาน EMSC (The European-Mediterranean Seismological Centre) ตั้งแต่ 1 มกราคม- 10 ธันวาคม 2559 แผ่นดินไหว ขนาด M>= 5 รวมทั้งสิ้น 1,594 ครั้ง เมื่อเอาอาฟเตอร์ช็อกออกเหลือเพียง 1,299 ครั้ง เป็นแผ่นดินไหวขนาด M 6.0-6.9   105 ครั้งเฉลี่ยเดือนละ 9 ครั้ง เป็นแผ่นดินไหวขนาด M 7.0-7.9 15 ครั้ง เฉลี่ยเดือนละ 1.25 ครั้ง

“84% ของแผ่นดินไหวทั้งหมดเกิดในแนววงแหวนไฟ แผ่นดินไหวขนาดใหญ่สุด 4 อันดับคือ M7.8  รวม 3 ครั้ง M7.9 1 ครั้ง สถิติการเกิด หรืออัตราการเกิดของแผ่นดินไหวเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเท่าเดิมทุกปี จำกันง่ายๆแผ่นดินไหวขนาด M>=5 ทั่วโลกเกิดวันละ 4 ครั้ง ในปีนี้ยังไม่มีแผ่นดินไหว ขนาด M>8 สถิติการเกิด หรืออัตราการเกิดของแผ่นดินไหวเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงเท่าเดิมทุกปี” ดร.ไพบูลย์ ระบุ.

 

ยอดคนค้าน ร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ทะลุ 300,000 แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252469


คมชัดลึก, 3 แสน, พ.ร.บ.คอมฯ, ยอด, ค้าน, ร่าง, พรบ, คอมฯ, ทะลุ, แล้ว, ยอดคนค้าน, พรบคอมฯ, 300000

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

ยอดคนค้าน ร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ทะลุ 300,000 แล้ว

ยอดคนค้าน ร่าง พ.ร.บ.คอมฯ ทะลุ 300,000 แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามที่ มีผู้ตั้งแคมเปญรณรงค์ ขอให้ สนช. ทบทวนร่างพระราชบัญญัติาด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และแก้ไขมาตราที่กระกระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน ผ่านทางเว็บไซต์ Change.org  ล่าสุดเช้าวันนี้ปรากฏว่ามีผู้ร่วมรณรงค์แล้วถึง 306,218 คน

น่าสังเกตว่า ระยะเวลาเพียง 1 คืน ยอดผู้คัดค้านพุ่งสูงขึ้นกว่าช่วงเย็นวานถึง 1.5 แสนคน

ทั้งนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวถูกบรรจุในวาระการระชุมของ สนช. เพื่อพิจารณาวาระ 2 และ 3 ในวันนี้ แต่จากการเปิดเผยคาดว่าจะมีการเลื่อพิจารณาเป็นวันพรุ่งนี้