ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. เชื่อ พรบ.คอมฯมีประโยชน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252466


ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. เชื่อ พรบ.คอมพิวเตอร์ มีประโยชน์ ชี้เป็น กม.เพิ่มโทษคนทำผิด แนะ ควรศึกษา อย่าหลงเชื่อคนบิดเบือน, ศูนย์, เบอร์, เชื่อ, พรบ, คอมฯ, มีประโยชน์, ผอศูนย์ไซเบอร์, พรบคอมฯมีประโยชน์

การเมือง  : 15 ธ.ค. 2559

ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. เชื่อ พรบ.คอมฯมีประโยชน์

ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. เชื่อ พรบ.คอมพิวเตอร์ มีประโยชน์ ชี้เป็น กม.เพิ่มโทษคนทำผิด แนะ ควรศึกษา อย่าหลงเชื่อคนบิดเบือน

          15 ธ.ค.59-พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผู้อำนวยการศูนย์ไซเบอร์ กองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มพยายามสร้างกระแสะบิดเบือนข้อกฏหมาย จนทำให้ประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งไม่ควรนำมาโยงในเรื่อง Single Gateway (ซิงเกิล เกตเวย์) เพราะเป็นไปไม่ได้ทั้งด้านเทคนิคและการปฏิบัติแบบรวมศูนย์ รัฐบาลไม่เอาด้วยอยู่แล้ว เพราะกระทบความเชื่อมั่นและการพัฒนาเศรษฐกิจแบบดิจิตัล

          พล.ต.ฤทธี กล่าวว่า สำหรับประเด็น ในเรื่องของพระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์)  ฉบับใหม่ที่ทางสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังพิจารณาอยู่นี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนมากกว่า เพราะเป็นการปรับปรุง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาจากปี 2550 ให้ทันสมัยขึ้น ทันต่อโลกในปัจจุบัน และมีความเหมาะสมตามสถานการณ์ สภาพแวดล้อมของสังคม โดยเฉพาะพฤติกรรมบุคคลที่ใช้เทคโนโลยี่โซเชียล รวมถึงเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับปรับปรุงนี้เป็นการเพิ่มโทษผู้กระทำความผิด ทั้งด้าน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ กฎหมายอาญาอื่นๆ ไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิ์ข้อมูลส่วนบุคคล หรือคุกคามสิทธิ์ส่วนบุคคลในโลกไซเบอร์ตามที่มีคนบางกลุ่มพยายามสร้างกระแสบิดเบือนเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อและคัดค้าน  ตรงกันข้าม พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่อย่างใด ในทางกลับกันจะเป็นประโยชน์ด้านการคุ้มครอง และให้ความเป็นธรรมแก่ ประชาชนทั่วไป และผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งเป็นมาตรการทาง กฎหมายเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบดิจิตัลของประเทศเราด้วย

                              ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ ทบ. เชื่อ พรบ.คอมฯมีประโยชน์

          “ประชาชนทุกท่านควรอ่านข้อ กฎหมายให้ครบถ้วน และไม่ควรหลงเชื่อกระแสบิดเบือนข้อมูลจนทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นเวลาที่คนไทยทั้งชาติอยู่ในความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งต้องการความรัก สามัคคี และกำลังใจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กลับคืนมาโดยเร็ว และขอวิงวอนกลุ่มบุคคลที่สร้างกระแสและสื่อต่างๆ ควรหยุดสร้างกระแสปลุกปั่นยุโยงให้เกิดความเข้าใจผิดและความแตกแยกในสังคมจากการบิดเบือนข้อมูลดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน”ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ กองทัพบกกล่าว.

 

รบ. ยันร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี59 ไม่โยง “ซิงเกิ้ลเกตเวย์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252433

รบ. ยัน ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี 59 ไม่เชื่อมโยงแนวคิด ซิงเกิ้ลเกตเวย์ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ยัน, ร่าง, พรบ, คอมพิวเตอร์, ปี59, ไม่, โยง, ซิง, เกิ้ล, เกต, เวย์, ยันร่าง, พรบคอมพิวเตอร์ฯ, ไม่โยง, ซิงเกิ้ลเกตเวย์

การเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

รบ. ยันร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี59 ไม่โยง “ซิงเกิ้ลเกตเวย์”

รบ. ยัน ร่าง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี 59 ไม่เชื่อมโยงแนวคิด “ซิงเกิ้ลเกตเวย์ ” เผย มีกลุ่มคนต้องการบิดเบือน สร้างกระแสคัดค้าน ยัน มุ่งปรับปรุงให้ทันสมัยขึ้น

          14 ธ.ค.59 – พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบุคคลบางกลุ่มพยายามปลุกกระแสคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่…) พ.ศ. …. ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเห็นชอบให้ผ่านวาระที่ 2 ไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.59 และจะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 3 ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ โดยเชื่อมโยงสาระสำคัญของกฎหมายเข้ากับแนวคิดซิงเกิ้ลเกตเวย์ในทำนองว่า จะเป็นกฎหมายล้วงข้อมูลส่วนบุคคล

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง และรัฐบาลยืนยันมาตลอดว่า ไม่มีแนวคิดที่จะดำเนินการซิงเกิ้ลเกตเวย์ แต่คนกลุ่มนี้ก็พยายามสร้างกระแสต่อต้านโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดข่าวสดออนไลน์ได้นำเสนอข่าวว่าเครือข่ายพลเมืองเน็ตได้ล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์ change.org เพื่อคัดค้านกฎหมายดังกล่าวแล้วกว่า 20,000 รายชื่อ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นร่างแก้ไขปรับปรุงพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี 2550 ให้มีความทันสมัย เหมาะสมกับเวลาและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีสาระสำคัญที่แท้จริงคือการเพิ่มฐานความผิดและบทลงโทษให้ครอบคลุมเรื่องต่างๆ เช่น การเจาะทำลายระบบความมั่นคงของประเทศ ความผิดฐานส่งสแปมหรือ ข้อความที่ผู้รับไม่ได้ร้องขอ การนำเข้าข้อมูลเท็จ การเผยแพร่เนื้อหา หรือภาพตัดต่อที่ผิดกฎหมาย การให้ผู้กระทำผิดรับโทษตามกฎหมายอาญาอื่น ๆ ไม่เฉพาะแต่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพียงอย่างเดียว เป็นต้น

“รัฐบาลขอให้พี่น้องประชาชนเข้าใจที่ถูกต้องว่า กฎหมายดังกล่าวจะช่วยคุ้มครองและสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ รวมทั้งรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ไม่ใช่การคุกคามสิทธิส่วนบุคคลตามที่มีการกล่าวอ้าง โดยขอให้กลุ่มผู้ไม่หวังดียุติพฤติกรรมบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือและสร้างความแตกแยกในทันที”โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว

 

ดึง “กลุ่มเกษียณ” เป็นอาสาฯท่องเที่ยวท้องถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252423

ดึง กลุ่มเกษียณ เป็นอาสาฯท่องเที่ยวท้องถิ่น #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ดึง, กลุ่ม, เกษียณ, เป็น, อาสา, ท่องเที่ยว, ท้องถิ่น, กลุ่มเกษียณ

การเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

ดึง “กลุ่มเกษียณ” เป็นอาสาฯท่องเที่ยวท้องถิ่น

ปลัดท่องเที่ยวฯ ผลักดัน Amazing Thai Host ดึง “กลุ่มเกษียณ” ตามชุมชนและท้องถิ่นต่างๆ เป็นอาสาสมัครด้านการท่องเที่ยว

           14 ธ.ค.59 – นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้เดินหน้านโยบายโครงการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่ นักท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยว หรือ Amazing Thai Host ตามแนวนโยบายรัฐบาลเรื่องการจัดทำโครงการภายใต้แนวทางการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ โครงการ Amazing Thai Host เป็นการดึงผู้อยู่ในวัยเกษียณ ตามชุมชน ท้องถิ่น ต่างๆ ที่ยังมีไฟและมีพลังในการทำงาน ให้เข้ามาเป็นอาสาสมัคร ด้านการท่องเที่ยว โดยเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันกับภาครัฐ ทั้งสำนักงานท่องเที่ยวในจังหวัด และตำรวจท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเข้มแข็งและเป็นเจ้าบ้านที่ดี Amazing Thai Host คือการยิงงบประมาณโดยตรงลงสู่ชุมชนและคนในท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเป้าหมายของรัฐบาลในการสร้างความภาคภูมิใจและกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

“ผู้สูงวัยที่ยังมีไฟ คือทรัพยากรที่มีคุณค่าและคนในท้องถิ่น คือผู้ที่รู้จุดเด่นจุดด้อยในท้องถิ่นเป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าโครงการนี้ จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดเป็นการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน” ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวกล่าว และว่า ได้กำชับให้สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาทั่วประเทศ เร่งเสนอโครงการเพื่อบรรจุในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแล้ว

 

เปิดสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252424

พรป., สรุป, กรธ., คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ, การเมือง, คมชัดลึก, เปิด, สาระสำคัญ, ร่าง, พรรคการเมือง, เปิดสาระสำคัญ, พรปพรรคการเมือง

การเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

เปิดสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สรุปสาระสำคัญเบื้องต้นของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง

 

คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดย ศ.ดร อุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการ กรธ. ได้สรุปสาระสำคัญเบื้องต้นของร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งมีทั้งหมด ๑๒๙ มาตรา ดังนี้

๑. ความสำคัญของพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยและพรรคการเมืองในรัฐธรรมนูญไทย

– สิทธิของพลเมืองในการมีส่วนร่วมในการแสดงเจตนารมณ์ของรัฐ

– เครื่องมือในการได้มาซึ่งอำนาจรัฐ หรือกำหนดนโยบายของรัฐบาล

– ตัวกลางในการรวบรวมเจตจำนงของประชาชนไปยังผู้ปกครอง และส่งผ่านนโยบายของรัฐไปยังประชาชน

– เป็นเสรีภาพของประชาชนในการรวมกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามที่กฎหมายบัญญัติ (รธน. ม.๔๕)

– พรรคการเมืองเป็นผู้ส่งสมาชิกของพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. และ สส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง (รธน. ม.๙๗ และ ๑๐๑) สส.ของพรรคการเมืองร่วมในการตรากฎหมาย เสนอและให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรี

– พรรคการเมืองเป็นผู้คัดสรรรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (รธน.ม.๘๘)

เปิดสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง

๒. ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมือง

บุคคลดังต่อไปนี้จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คนอาจร่วมกันดำเนินการเพื่อจัดตั้งพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ได้

(๑) มีอุดมการณ์ทางการเมืองในแนวทางเดียวกัน

(๒) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

๒.๑ มีสัญชาติไทยโดยการเกิด ในกรณีเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี (คนไทยเท่านั้นที่จะมาขอตั้งพรรคการเมืองได้)

๒.๒ มีอายุไม่ต่ ากว่า ๒๐ ปี (บรรลุนิติภาวะแล้ว สามารถทำนิติกรรมได้)

๒.๓ ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา ๙๖ หรือมาตรา ๙๘ (๕) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๗) หรือ (๑๘) ของรัฐธรรมนูญ (ป้องกันมิให้คนไม่ดีเข้ามาใช้อำนาจปกครองบ้านเมือง)

๒.๔ อยู่ในระหว่างถูกสั่งห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ (ป้องกันมิให้คนไม่ดีเข้ามาใช้อำนาจปกครองบ้านเมือง)

๒.๕ ไม่เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นหรือเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองอื่นหรือเป็นผู้แจ้งการเตรียมการจัดตั้งพรรคการเมืองอื่น (ไม่ให้มีการรับจ้างตั้งพรรคการเมือง)

๓. ทุนประเดิมที่ใช้ในการขอจัดตั้งพรรคการเมือง

ผู้ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองทุกคนต้องร่วมกันจ่ายเงินเพื่อเป็นทุนประเดิมของพรรคการเมืองคนละไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐ บาทแต่ไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการของพรรคการเมือง

๔. ก่อนมายื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้ง

ผู้ร่วมกันจัดตั้งต้องประชุมร่วมกันโดยมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า ๒๕๐ คนเพื่อ …

(๑) กำหนดชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมือง นโยบายของพรรคการเมือง และข้อบังคับ

(๒) เลือกหัวหน้าพรรคการเมืองเหรัญญิกพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคการเมือง

(๓) ดำเนินการอื่นอันจำเป็นต่อการจัดตั้งพรรคการเมืองตามที่คณะกรรมการกำหนด

การประชุมดังกล่าวต้องมีบันทึกการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร และมติของที่ประชุมให้เป็นไปตามเสียงข้างมากของผู้เข้าร่วมประชุม โดยผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนซึ่งต้องท าโดยเปิดเผย และการมอบหมายให้ลงคะแนนแทนกันจะกระท ามิได้ (หนึ่งคนหนึ่งเสียงเท่ากัน ต้องออกเสียงโดยเปิดเผย ไม่ให้มีโนมินีในการออกเสียง)

เปิดสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง

๕. ชื่อ ชื่อย่อ และภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองต้อง

(๑) ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ

(๒) ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๓) ไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ

(๔) ไม่ซ้ำ พ้อง หรือคล้ายคลึงกับชื่อ ชื่อย่อ หรือภาพเครื่องหมายของพรรคการเมืองที่จดทะเบียนหรือที่ยื่นขอจดทะเบียนอยู่ก่อนแล้ว หรือของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและยังไม่พ้นยี่สิบปีนับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ หรือของพรรคการเมืองที่มีผู้แจ้งว่าจะขอจดทะเบียนไว้แล้ว

๖. คำประกาศอุดมการณ์และนโยบายของพรรคการเมือง ต้อง

(๑) ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ

(๒) ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๓) ไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ

๗. ข้อบังคับต้อง

(๑) ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและต้องไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ

(๒) ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

(๓) ไม่มีลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างชนในชาติ

(๔) ไม่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ

๘. รายละเอียดของข้อบังคับ อย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้

(๑) ชื่อและชื่อย่อพรรคการเมือง

(๒) ภาพเครื่องหมายของพรรคการเมือง

(๓) คำประกาศอุดมการณ์และนโยบายของพรรคการเมือง

(๔) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรคการเมืองซึ่งต้องตั้งอยู่ในราชอาณาจักร

(๕) โครงสร้างการบริหารพรรคการเมือง และตำแหน่งต่าง ๆ ในพรรคการเมือง

(๖) การเลือกตั้งหรือการให้ความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งการดำรงตำแหน่งการพ้นจากตำแหน่งและหน้าที่และอำนาจของหัวหน้าพรรคการเมือง เหรัญญิกพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิกคณะกรรมการบริหารและกรรมการบริหารพรรคการเมืองหัวหน้าและกรรมการสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

(๗) การประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองและการประชุมใหญ่ของสาขาพรรคการเมือง

(๘) คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิก การรับเข้าเป็นสมาชิกและการพ้นจากการเป็นสมาชิก

(๙) สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกความรับผิดชอบของสมาชิกต่อพรรคการเมือง และความรับผิดชอบของพรรคการเมืองต่อสมาชิก

(๑๐) มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารและสมาชิกพรรคการเมือง

(๑๑) หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกสมาชิกพรรคการเมืองเพื่อส่งเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ

(๑๒) หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลซึ่งพรรคการเมืองจะส่งรายชื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี

(๑๓) การบริหารการเงินทรัพย์สินและการจัดท าบัญชีของพรรคการเมืองสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดซึ่งต้องเป็นไปโดยเปิดเผยและให้สมาชิกตรวจสอบได้โดยสะดวก

(๑๔) รายได้ของพรรคการเมืองการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบ ารุงพรรคการเมืองซึ่งเรียกเก็บจากสมาชิกไม่น้อยกว่าปีละ ๑๐๐ บาท (เพื่อให้สมาชิกเป็นเจ้าของพรรค และมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจการของพรรค มิใช่สมาชิกแต่ในนาม)

(๑๕) การเลิกพรรคการเมืองสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

ข้อบังคับตาม (๖) (๗) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) และ (๑๕) ต้องให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง (เพื่อให้สมาชิกต้องมีส่วนร่วมในการด าเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างแท้จริง ไม่ใช่ให้ใครมาชี้นำ)

เปิดสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง

๙. การคงสภาพพรรคการเมืองของพรรคการเมืองที่มีสภาพอยู่ก่อน พรป.ใช้บังคับ (ม.๑๒๒)

(๑) ส่งสำเนาทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมภายใน ๓๐ วัน

(๒) จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับ ประกาศอุดมการณ์ นโยบาย และเลือกหัวหน้าพรรค

และกรรมการบริหารพรรคภายใน ๖๐ วัน (ต้องมีหัวหน้าสาขาพรรค ๔ สาชาและสมาชิกพรรคในจังหวัดต่างๆตามที่กำหนดด้วย)

(๓) จัดตั้งสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดตามกฎหมายภายใน ๑๕๐ วัน

(๔) ให้สมาชิกพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายใน ๑๘๐ วัน ถ้ามีจำนวนสมาชิกที่ชำระเหลืออยู่ไม่ถึง ๕,๐๐๐ คน ให้พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพ

(๕) จัดให้มีทุนประเดิม ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือกันเงินหรือทรัพย์สินที่มีอยู่แล้วเป็นทุนประเดิมก็ได้ภายใน ๑๘๐ วัน

พรรคการเมืองอาจทำหนังสือขอขยายระยะเวลาในการดำเนินการออกไปได้แต่ต้องไม่เกิน ๓ ปี แต่ในระหว่างเวลาที่ยังปฏิบัติไม่ได้ครบถ้วน พรรคการเมืองนั้นไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

๑๐. การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง

(๑) พรรคการเมืองที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อด าเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเพื่อส่งสมาชิกซึ่งมีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรมเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๒) พรรคการเมืองต้องไม่ดำเนินกิจการอันมีลักษณะเป็นการแสวงหากำไรมาแบ่งปันกัน

(๓) ต้องเสริมสร้างให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบ

(๔) ต้องเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีเหตุผลโดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุ กับการพัฒนาด้านจิตใจและความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน ประกอบกัน

(๕) ต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างมีเหตุผล

(๖) ต้องสร้างเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รู้จักยอมรับความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่าง และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน

(๗) ห้ามมิให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกหรือบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้ขอจัดตั้งพรรค กระทำการในลักษณะที่เป็นการควบคุมครอบงำก้าวก่าย แทรกแซง หรือมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

(๘) ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมเพื่อจูงใจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง เว้นแต่สิทธิหรือประโยชน์ซึ่งบุคคลจะพึงได้รับในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง และห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงินทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมือง (โทษจำคุกตั้งแต่สามปีแต่ไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่หกหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจ าทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ในกรณีที่การฝ่าฝืนนั้นเป็นการกระทำเพื่อให้ลงหรือขอลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องระวางโทษจ าคุกตั้งแต่ห้าปีแต่ไม่เกินสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง)

(๙) ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองสนับสนุนหรือส่งเสริมบุคคลใดให้กระทำการหรือสนับสนุนการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงของราชอาณาจักร ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศหรือราชการแผ่นดินหรือกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือกระท าการอันเป็นการท าลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ (ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ในกรณีที่ศาลมิได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นด้วย – เทียบมาจากโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘ และมาตรา ๑๔๙)

(๑๐) ห้ามมิให้พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง หรือสมาชิกผู้ใด เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ใดเพื่อแต่งตั้งหรือสัญญาว่าจะแต่งตั้งหรือเพราะเหตุที่ได้แต่งตั้งให้ผู้นั้นหรือบุคคลใดดำรงตำแหน่งในทางการเมือง หรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ (ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต ในกรณีที่ศาลมิได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นด้วย – เทียบมาจากโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘ และมาตรา ๑๔๙)

(๑๑) ห้ามมิให้ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือสมาชิก เพื่อจูงใจให้แต่งตั้งตนหรือบุคคลอื่นใดเข้าดำรงตำแหน่งในทางการเมืองหรือตำแหน่งใดในการบริหารราชการแผ่นดินหรือในหน่วยงานของรัฐ ทั้งนี้ ใช้บังคับแก่คู่สมรสและบุตรของผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองหรือสมาชิกด้วย (ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต ในกรณีที่ศาลมิได้มีคำพิพากษาลงโทษประหารชีวิต ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นด้วย – เทียบมาจากโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๔๘ และมาตรา ๑๔๙)

เปิดสาระสำคัญ ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง

๑๑. ภารกิจของพรรคการเมือง

(๑) ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(ม. ๒๐ – ม.๒๓ และมีบทลงโทษกรรมการบริหารพรรค ม.๙๔-๙๖ และถึงขั้นยุบพรรค ม.๙๗)

๑. เสริมสร้างให้สมาชิกและประชาชนมีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีเหตุผลและมีความรับผิดชอบ

๒. เสนอแนวทางการพัฒนาประเทศและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างมีเหตุผลโดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนาด้านจิตใจและความอยู่เย็นเป็น สุขของประชาชนประกอบกัน

๓. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐอย่างมีเหตุผล

๔. สร้างเสริมให้สมาชิกและประชาชนมีความสามัคคีปรองดอง รู้จักยอมรับความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่าง และแก้ไชปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน

(๒) พิจารณาส่งสมาชิกซึ่งมีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรมจริยธรรมเข้าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

– การส่งผู้สมัครเป็น สส.ต้องรับฟังความคิดเห็นจากสาขาพรรคหรือตัวแทนพรรคประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องด้วย (ม.๔๕) ต้องคำนึงถึงผู้สมัครจากภูมิภาคต่างๆ และความเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง (ม.๔๖) และในการเลือกตั้งทั่วไป ต้องมีกระบวนการสรรหาผู้สมัครโดยคณะกรรมการสรรหาที่ประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคไม่เกินกึ่งหนึ่งและหัวหน้าสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดเลือกกันเองอีกกึ่งหนึ่ง (ม.๔๗)

(๓) ดำเนินกิจการพรรคการเมืองให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบาย ข้อบังคับ และมติของ

ที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการแสวงหาประโยชน์อัน

มิควรได้เพื่อตนเองหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะ พรรคการเมืองที่ฝ่าฝืนมีโทษถึงขั้นยุบพรรคการเมือง

(ม.๘๑) การกระทำผิด กรรมการบริหาร สมาชิก หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจะมีบทลงโทษทางอาญา (หมวด ๑๐

ม.๙๐ – ๑๒๑)

๑๒. รายได้ของพรรคการเมือง

– เงินทุนประเดิม เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง เงินที่ได้จากการจำหน่ายสินค้าหรือบริการของพรรคการเมือง เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้จากการจัดกิจกรรมของพรรคการเมือง เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาค เงินอุดหนุนจากกองทุน และดอกผลและรายได้จากเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของพรรคการเมือง (ม.๕๔)

– ในการจัดกิจกรรมหาทุนของพรรคการเมือง ให้ระบุชื่อบุคคลผู้สนับสนุนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป (ม.๕๕)

– ต้องประกาศรายชื่อผู้บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าที่ กกต.กำหนด แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ บาท (ม.๕๖)

– บุคคลบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งมีมูลค่าเกินปีละ ๑๐ ล้านบาทไม่ได้ ถ้าเป็นนิติบุคคลบริจาคให้แก่พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคเดียวหรือหลายพรรคเกินปีละ ๕ ล้านบาท ต้องแจ้งที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทราบ (ม.๕๗)

– การบริจาคในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง สส. จนกว่าจะพ้นระยะเวลา ๖๐ วันนับแต่กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งรับบริจาคเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ต้องส่งให้พรรคการเมืองและให้พรรคแจ้ง กกต.ทราบ (ม.๕๙)

– ผู้เสียภาษีอาจระบุให้กรมสรรพากรนำเงินภาษีไปอุดหนุนพรรคการเมืองที่ระบุชื่อได้ปีละ ๕๐๐ บาทและผู้บริจาคเงินให้พรรคการเมือง ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาหักค่าลดหย่อนได้ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นนิติบุคคลหักค่าลดหย่อนได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท (ม.๖๑)

– ห้ามข้าราชการเมืองใช้ตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไรหรือชักชวนให้บริจาคให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ไม่ห้ามที่จะเข้าร่วมกิจกรรมหาทุนของพรรคการเมือง (ม.๖๔)

– ห้ามไม่ให้พรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคล หรือนิติบุคคล ที่ไม่มีสัญชาติไทย (ม.๖๕)

– ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือนิติบุคคลอื่นตามที่ กกต. กำหนด บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมือง (ม.๖๗)

๑๓. กองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

– วัตถุประสงค์ และที่มาของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง (ม.๖๙)

– การกำหนดวงเงินที่จะจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนแก่พรรคการเมือง (ม.๗๒) และจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการบริหารกองทุนและการด าเนินกิจการของ กกต.และสำนักงาน กกต.เพื่อการอันเป็นวัตถุประสงค์ของกองทุน (ม.๗๓)

– การจัดสรรเงินจากกองทุนให้แก่พรรคการเมือง (ม.๗๔)

(๑) จัดสรรให้แก่พรรคการเมืองตามที่ผู้เสียภาษีระบุไว้

(๒) จัดสรรร้อยละ ๕๐ ของวงเงินจัดสรรนอกจาก (๑) ตามอัตราส่วนของเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคได้รับในปีที่ผ่านมา แต่ต้องไม่เกินเงินค่าบ ารุงพรรคการเมืองที่พรรคการเมืองนั้นได้รับจากสมาชิก

(๓) จัดสรรร้อยละ ๕๐ ของวงเงินจัดสรรนอกจาก (๑) ตามสัดส่วนคะแนนเสียงที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับในการเลือกตั้งทั่วไปส าหรับปีถัดจากปีที่มีการเลือกตั้งทั่วไป สำหรับปีอื่นให้จัดสรรตามอัตราส่วนของเงินบริจาคที่แต่ละพรรคได้รับจากการระบุตามมาตรา ๖๐

(๔) เงินที่พรรคการเมืองได้รับตาม (๒) และ (๓) จะถูกหักไว้เพื่อชดเชยความรับผิดกรณีสมาชิกของพรรคการเมืองนั้นกระทำการทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่

– การใช้จ่ายเงินสนับสนุนพรรคการเมืองต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และต้องทำรายงาน

เพื่อให้ กกต. สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ และกำหนดให้แก้ไขรายการหรือให้มีการชดใช้เงินคืนกรณีมี

การใช้จ่ายที่ไม่ถูกต้องได้ด้วย (ม.๗๖)

๑๔. การสิ้นสุดของพรรคการเมือง

พรรคการเมืองสิ้นสุดเมื่อ (๑) สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา ๘๐ (ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ตามที่กฎหมายก าหนด) (๒) ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมืองตามมาตรา ๘๑ (พรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย) (๓) มีการควบรวมพรรคการเมืองตามหมวด ๘ (โดยรวมเพื่อจัดตั้งเป็นพรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคการเมืองหนึ่งไปรวมเข้ากับพรรคการเมืองที่เป็นหลัก)

พรรคการเมืองที่ถูก กกต.ประกาศให้สิ้นสภาพอาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

กรณี กกต.เห็นว่ามีหลักฐานสมควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำการฝ่าฝืนกฎหมายที่เข้าเหตุยุบพรรคการเมือง ให้ กกต.ยื่นคำร้องพร้อมด้วยพยานหลักฐานเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง

๑๕. เหตุของการร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคการเมือง (ม.๘๑)

(๑) กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอ านาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

(๒) กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ

(๓) กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติที่เป็นความผิดร้ายแรง (มาตรา ๒๘-๓๐ มาตรา ๔๓-๔๔ มาตรา ๖๕หรือมาตรา ๙๐ (รวมถึงมาตรา ๙๖)

 

สนช. เลื่อน พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เป็นวันศุกร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252408

คมชัดลึก, เข้า, พ.ร.บ.คอมพ์, เลื่อน, พิจารณา, ร่าง, พรบ, คอมพ์, เป็น, วันศุกร์, สนช, พิจารณาร่าง, พรบคอมพ์ฯ, เป็นวันศุกร์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

สนช. เลื่อน พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เป็นวันศุกร์

สนช. เลื่อน พิจารณาร่าง พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เป็นวันศุกร์

น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ในฐานะโษกคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถึงวาระพิจารณา ร่าง พ .ร.บ. คอมพ์ที่มีคข่าวว่าจะพิจารณาในวันพรุ่งนี้่ว่า จะมีการเลื่อนไปพิจารณาในวันศุกร์ที่ 16 ธ.ค. เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ (15 ธ.ค.) จะมีการพิจารณา ร่าาง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลานาน  หากจะนำพ.ร.บ.คอมพ์มาพิจรณาต่อก็เกรงว่าจะเสร็จไม่ทัน เนื่องจากเชื่อว่าจะมีการถกเถียงกันมาก

 

“บิ๊กตู่”แบ่งทีมดวลแข้งออกกำลังประจำสัปดาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252391

นายกฯ, ออกกำลังกาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊ก, ตู่, แบ่ง, ทีม, ดวลแข้ง, ออกกำลัง, ประจำสัปดาห์, บิ๊กตู่
นายกฯ, ออกกำลังกาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊ก, ตู่, แบ่ง, ทีม, ดวลแข้ง, ออกกำลัง, ประจำสัปดาห์, บิ๊กตู่
นายกฯ, ออกกำลังกาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊ก, ตู่, แบ่ง, ทีม, ดวลแข้ง, ออกกำลัง, ประจำสัปดาห์, บิ๊กตู่
นายกฯ, ออกกำลังกาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊ก, ตู่, แบ่ง, ทีม, ดวลแข้ง, ออกกำลัง, ประจำสัปดาห์, บิ๊กตู่
นายกฯ, ออกกำลังกาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊ก, ตู่, แบ่ง, ทีม, ดวลแข้ง, ออกกำลัง, ประจำสัปดาห์, บิ๊กตู่
นายกฯ, ออกกำลังกาย, ทำเนียบรัฐบาล, บิ๊ก, ตู่, แบ่ง, ทีม, ดวลแข้ง, ออกกำลัง, ประจำสัปดาห์, บิ๊กตู่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

“บิ๊กตู่”แบ่งทีมดวลแข้งออกกำลังประจำสัปดาห์

“บิ๊กตู่”แบ่งทีมดวลแข้งหน้าตึกไทยคู่ฟ้าออกกำลังประจำสัปดาห์ -บินลงพื้นที่ดูน้ำท่วมสงขลาพรุ่งนี้

          14 ธ.ค. —  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ร่วมออกกำลังกายประจำสัปดาห์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ข้าราชการทำเนียบรัฐบาล โดยภายหลังจากทำการแอร์โรบิค พล.อ.ประยุทธ์ ได้แบ่งข้างเล่นฟุตบอลกับคณะทำงาน โดยนำกรวยมาตั้งเป็นประตู 2 ฝั่ง ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ทำประตูไป 1 ลูกด้วย นอกจากนี้ยังมีจังหวะเข้าเล่น จนเสียหลักล้ม สร้างเสียงฮือฮาแก่เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และสื่อมวลชนที่ดูอยู่ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาในการออกกำลังการครั้งนี้ประมาณ 30 นาที ก่อนขึ้นไปพักผ่อนในตึกไทยคู่ฟ้า

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ และคณะมีกำหนดการลงพื้นที่ อ.ระโนด จ.สงขลา เพื่อดูโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ ต.บ้านขาว อ.ระโนด จากนั้น จะพบปะประชาชนจำนวน 2,000 คน ที่วัดวารีปาโมกข์ โดยจะมอบ ข้าวของเครื่องใช้ให้ประชาชน 1,000 ชุด ก่อนลงเรือเพื่อตรวจเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัยบริเวณริมคลองตะเครียะและทะเลสาบสงขลา พร้อมมอบเครื่องใช้จำเป็นให้กับประชาชน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯในเวลาประมาณ 15.00 น.

 

“อัศวิน” ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252393

อัศวิน ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, อัศวิน, ประกาศ, นโยบาย, กทม, ภารกิจ, พิเศษ, ดูแล, ปชช, สนามหลวง, ประกาศนโยบายกทม, ภารกิจพิเศษดูแล, ปชชสนามหลวง, ก้าวสู่ปีที่ 45
อัศวิน ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, อัศวิน, ประกาศ, นโยบาย, กทม, ภารกิจ, พิเศษ, ดูแล, ปชช, สนามหลวง, ประกาศนโยบายกทม, ภารกิจพิเศษดูแล, ปชชสนามหลวง, ก้าวสู่ปีที่ 45
อัศวิน ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, อัศวิน, ประกาศ, นโยบาย, กทม, ภารกิจ, พิเศษ, ดูแล, ปชช, สนามหลวง, ประกาศนโยบายกทม, ภารกิจพิเศษดูแล, ปชชสนามหลวง, ก้าวสู่ปีที่ 45
อัศวิน ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, อัศวิน, ประกาศ, นโยบาย, กทม, ภารกิจ, พิเศษ, ดูแล, ปชช, สนามหลวง, ประกาศนโยบายกทม, ภารกิจพิเศษดูแล, ปชชสนามหลวง, ก้าวสู่ปีที่ 45

การเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

“อัศวิน” ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง

“อัศวิน”ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง เน้น 5 นโยบาย-แก้ปัญหาทันที ยันใช้งบประมาณโปร่งใส ลั่นจับ-ปรับจริง 5 พันบาท มอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้า

          14 ธ.ค.59 – ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น)ทดินแดง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) นำคณะผู้บริหาร กทม. แถลงนโยบายการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ในวันสถาปนากทม.“ก้าวสู่ปีที่ 45” 14 ธ.ค.2559 ภายใต้ 5 นโยบาย “ทันใจ สะอาด สะดวก ปลอดภัย คุณภาพชีวิตดี วิถีพอเพียง”

  “อัศวิน” ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง

           พล.ต.อ.อัศวิน แถลงนโยบาย ว่า เรามาด้วยวิธีพิเศษจึงต้องทำอะไรด้วยวิธีพิเศษ ซึ่งการแก้ไขปัญหาในกรุงเทพฯเป็นนโยบายหลักที่นายกรัฐมนตรี อยากให้มาแก้ไข ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ในสิ่งที่ปฏิบัติอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ตนไม่ได้เล่นการเมือง แต่การเมืองมาเล่นตนเอง โดยวันที่ตนมาปฏิบัติหน้าที่งบประมาณ 2560 ได้ผ่านสภากทม.ไปแล้ว ขอยืนยันจะบริหารงบให้ถูกต้อง ตามหลักพอเพียง ให้งบประมาณของหน่วยงานกทม. เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ให้ทันใจเหมือนคำว่านาว หรือเดี๋ยวนี้ วันนี้ เพราะตนไม่ได้อยู่ยาว ซึ่งนายกฯบอกไว้ว่าตนจะอยู่จนกว่าจะมีผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ หรือปลดตนออกจากตำแหน่ง ถ้าตนปฏิบัติตัวไม่ดีในหน้าที่ ซึ่งตนจะไม่เอาชื่อเสียงตัวเองที่สะสมมา และชื่อเสียงวงศ์ตระกูลมาหมดไปกับกทม. เพราะกรุงเทพฯสร้างตนขึ้นมา จะมาตายในกรุงเทพฯ ไม่ได้

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า สำหรับ 6 เดือนถึง 1 ปีจากนี้จะผลักดันทันใจแก้ไขทันที โดยมี 1 ภารกิจพิเศษ 5 นโยบายทันใจ 19 ภารกิจผลักดันทันที โดยภารกิจพิเศษจากการสวรรคตของรัชกาลที่ 9 กทม.ได้ปฏิบัติหน้าที่ภารกิจหลักซึ่งเป็นหัวใจของพวกเราในการดูแลประชาชนผู้มาแสดงความอาลัยและถวายบังคมพระบรมศพ ด้านการเดินทาง อาหาร ที่พัก ความปลอดภัย ความสะอาด การแพทย์และสาธารณสุข รวมทั้งดูแลรักษาพื้นที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยสมพระเกียรติ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ส่วน 5 นโยบายทันใจนั้น 1.สะอาด หรือบ้านเมืองสะอาด การบริหารราชการใสสะอาด กทม.จะให้มีการจัดบิ๊กคลีนนิ่งในแต่ละเขตในกลุ่มโซนทุกเดือน 2.สะดวก จะให้เดินทางสะดวก ใช้ชีวิตสะดวก โดยเฉพาะทางเท้า เขาเขียนว่าทางเท้า ถ้าเขียนว่าทางขายของจะให้ขายไปเลย ซึ่งตนถูกร้องเรียนว่าใจร้าย ทำไมต้องผลักใสเขาไป แต่ผู้ค้าอย่าลืมว่าในกรุงเทพฯมีประชากรหลายล้านคน ก็ต้องดูแลทุกคน ส่วนเรื่องฝนอย่างไรก็ต้องตกในกรุงเทพฯ ตนกำลังคิดว่าในเดือนส.ค.2560 จะเตรียมการอย่างไร จะให้น้ำเร่งระบาย สั่งการได้ทันที 24 ชั่วโมง ลดการท่วมขัง ด้วยการสั่งการระยะไกลแบบรวมศูนย์ควบคุมการทำงานของเครื่องสูบน้ำอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ เพื่อเร่งการระบายน้ำลงสู่คลองหรืออุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อลดการท่วมขัง และสามารถระบายน้ำในพื้นที่จุดอ่อนน้ำท่วมให้พ้นจุดวิกฤตได้ในเวลาอันสั้น

“ผมจะคิดไปข้างหน้า จะไม่ปัดสวะออกไป ผมจะหารือกับทีมงานฝ่ายบริการ สภากทม. ข้าราชการ จะไม่มีทะเลาะกัน จะแพ็คกันเหนียวแน่น เพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ ซึ่งผมคิดเผื่ออนาคตไว้แล้ว ไม่ได้คิดเอาตัวรอดไปวันๆ”พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวด้วยว่า 3.เรื่องความปลอดภัย ชีวิตจะปลอดภัยกับภัยล่อแหลม พวกที่ขี่จักรยานยนต์บนทางเท้าน่าเจ็บใจ พอไปว่าก็หันมาด่าคนเดินอีก ขอให้ไปบอกไปขอร้องลูกหลานอย่าทำแบบนี้ กทม.จึงจะมีภารกิจที่ดำเนืนการทันที ดังนี้ 1.ปรับจริง จับจริง รถจอดและวิ่งบนทางเท้ากวดขัน 6 เส้นทางที่มีปัญหาสูงสุด ได้แก่ ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามที่ 4 ถนนเพชรบุรี ถนนพหลโยธิน ถนนรัชดาภิเษก และ ถนนจรัญสนิทวงศ์ พบผู้ฝ่าฝืนกฎ จับทันที ปรับสูงสุด 5,000 บาท 2.สั่งปิด สถานบริการฝ่าฝืนกฎหมายดำเนินการทันที บูรณาการหน่วยงาน ร่วมกวดขัน จัดระเบียบ สถานบริการเปิดเกินเวลา จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ปล่อยปละละเลยให้มีการนำอาวุธหรือยาเสพติดเข้าสถานบริการ ส่งเสียงดังก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ 3.เครือข่ายเฝ้าระวังความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 24 ชั่วโมงรวม ศูนย์ข้อมูลและเชื่อมโยงเทคโนโลยีการเฝ้าระวัง พร้อมบริหารจัดการและแก้ไขเหตุการณ์ทันท่วงที 24 ชั่วโมง นำร่องในพื้นที่ชั้นใน ย่านธุรกิจ และจุดเชื่อมต่อคมนาคม 4.เปลี่ยนพื้นที่เปลี่ยวเป็นพื้นที่โปร่ง ตัดวงจรอาชญากรรม ลดปัญหามลพิษและอัคคีภัย โดยบังคับใช้กฎหมายให้เจ้าของที่ดินรกร้างมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย รับผิดชอบจัดการปรับปรุงพื้นที่ ฝ่าฝืน ดำเนินคดีทันที

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า 4.คุณภาพชีวิตดี จะดูแลคุณภาพชีวิตประชาชน สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ จะมีการปลูกป่าชายเลนทะเลบางขุนเทียน เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ฟื้นฟูระบบนิเวศ รวมทั้งส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติให้กับประชาชน เป้าหมาย 3,000 ไร่ จะมีการปลูกต้นรวงผึ้งเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย-วรางกูร จำนวน 110 ต้น ในสวนวชิรเบญจทัศ และในพื้นที่ 50 เขต เพื่อสร้างร่มเงา ให้ความร่มเย็นแก่ประชาชน ใต้ร่มพระบารมี จะดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ด้วยการเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และความใส่ใจเป็นพิเศษ ในการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข จะเร่งรัดโครงการ “พระปกเกล้า สกายปาร์ค” ปรับปรุงเส้นทางสัญจรบริเวณช่องกลางสะพานพระปกเกล้า ระยะทาง 280 เมตร ให้เป็นสวนลอยฟ้า พร้อมทางเดินและมุมพักผ่อน ชมวิวที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา จะเปลี่ยนพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็น “พื้นที่ชุมชนสามัคคี สร้างสุขภาวะดีเพื่อชีวิต” 1 เขต 1 ชุมชน มีสิ่งอำนวยความสะดวก ให้ชาวชุมชนใช้เป็นศูนย์กลางพบปะสังสรรค์ ออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมเพื่อส่วนรวม ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมความปลอดภัย

“5.วิถีพอเพียง ตามศาสตร์พระราชา จะให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยเปิดแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ณ หอสมุดเมืองกทม.เพื่อให้ประชาชนเรียนรู้แนวพระราชดำริ หลักการทรงงาน ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ซึ่งเป็นหลักคิดและแรงบันดาลใจให้เหล่าพสกนิกรได้ปฏิบัติตาม และร่วมกันสานต่อพระราชปณิธานให้เกิดความสุข ความเจริญมั่นคงต่อตนเอง ชุมชน และสังคม นอกจากนี้จะจัดย่านเดินเพลินกรุงรัตนโกสินทร์ ริมคลองโอ่งอ่าง และบริเวณถนนข้าวสาร ถนนตานี ถนนมหาราช ซอยพระยาเพชร และถนนหน้าพระลาน ด้วยการจัดระเบียบเมือง บริหารจัดการจราจร จัดจำหน่ายสินค้าแบงค์คอก แบนด์ และสตรีท ฟู้ด พร้อมจัดมหรสพและกิจกรรมฟื้นจิตวิญญาณของเมือง และส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน บนวิถีแห่งความพอเพียง ขณะเดียวกัน การบริหารงานโครงการที่ดีอยู่แล้วจะทำต่อไป กทม.จะใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่จะมีการยกเลิกโครงการที่ถูกกล่าวหาที่สุ่มเสี่ยงไม่ชอบมาพากล

     “อัศวิน” ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง

            พล.ต.อ.อัศวิน ให้สัมภาษณ์ ว่า กทม.ครบรอบ 44 ปี ตนเป็นผู้ว่าฯกทม.คนที่ 16 นโยบายของตน จะทำทันทีในสิ่งที่ประชาชนอยากได้ จัดต้องทำอย่างรวดเร็ว ถ้าสิ่งไหนทำวันนี้ไม่ได้ก็ต้องทำพรุ่งนี้ให้ได้ ต้องเร่งทำในสิ่งที่ทำได้ในทันที ส่วนเรื่องการบริหารงบประมาณของกทม. จะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสจับต้องได้ ก่อนหน้านี้ ตนก็ได้เชิญผู้บริหารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) โดยได้พูดคุยว่า หากสตง.พบสิ่งใดไม่ถูกต้อง ขอให้โทรศัพท์มาบอกตนได้ทันที เพื่อจะช่วยกันดูแลกทม. และจะไม่ทำในสิ่งที่ประชาชนลำบากใจ ซึ่งตนมีรองผู้ว่าฯกทม. มีฝ่ายข้าราชการประจำ ก็ได้พูดคุยกับข้าราชการว่า ขอให้ทำงานอย่าให้ใครมาตำหนิได้ ส่วนตนเป็นผู้ว่าฯกทม. ไม่ต้องการให้ใครมาชม แต่อย่าด่าตนว่า ขี้โกงก็พอ นอกจากนี้การแก้ปัญหาหายเล่แผงลอย จะต้องรักษาไว้ ไม่ให้สิ่งที่ทำไปสูญเปล่า

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหามอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้า คนกรุงเทพฯคาดหวังไว้สูง กทม.จะแก้ปัญหาได้ภายในกี่เดือน พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า “วันนี้เลย ถ้าเห็นจับปรับเลย 5 พันบาท ผมก็ไม่อยากจะทำโทษผู้ปฏิบัติ ขอให้ใจเป็นธรรม แต่ก็อยากให้คนขี่มอเตอร์ไซค์เห็นใจประชาชนคนอื่นบ้างด้วย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงนโยบายในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานได้ยืนถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เป็นเวลา 89 วิทาที ขณะที่ภายในงานมีประชาชนในชุมชนต่างๆ ข้าราชการ บุคลากรกทม.เดินทางมาร่วมงานจนเต็มพื้นที่ภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 ส่วนบนเวทีแถลงนโยบาย ระบุข้อความ ว่า “ผลักดันทันใจ แก้ไขทันที”พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. และคณะผู้บริหาร 1 ภารกิจพิเศษ 5 นโยบายทันใจ 19 ภารกิจผลักดันทันที

“อัศวิน” ประกาศนโยบายกทม. ชู 1 ภารกิจพิเศษดูแล ปชช.สนามหลวง

 

“บิ๊กป้อม” สั่ง ตั้งกองอำนวยการร่วม “รับเทศกาลปีใหม่”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252388

บิ๊กป้อม สั่ง ตั้งกองอำนวยการร่วม รับเทศกาลปีใหม่ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, บิ๊ก, ป้อม, สั่ง, ตั้ง, กองอำนวยการ, ร่วม, รับ, เทศกาล, ปีใหม่, บิ๊กป้อม, ตั้งกองอำนวยการร่วม, รับเทศกาลปีใหม่

การเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

“บิ๊กป้อม” สั่ง ตั้งกองอำนวยการร่วม “รับเทศกาลปีใหม่”

“บิ๊กป้อม” สั่ง ตั้งกองอำนวยการร่วม รับเทศกาลปีใหม่ เข้ม เฝ้าระวังทุกพื้นที่ เน้น จุดจัดงานเคาท์ดาวน์-สนามบิน-สนามหลวง ตรวจกล้องซีซีทีวี พร้อมใช้งาน

           14 ธ.ค.59 – พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผย ผลการประชุมการเตรียมความพร้อมในการรักษาความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน โดยได้มอบนโยบายเพื่อติดตามงานด้านการรักษาความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า จากการประเมินสถานการณ์ภายในประเทศในขณะนี้ พบว่า มีความสงบเรียบร้อยโดยทั่วไป

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวว่า แต่เนื่องจากในช่วงเทศกาลปีใหม่ซึ่งมีวันหยุดต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทำให้ประชาชนต่างเดินทางไปร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่ รวมทั้งการจับจ่ายใช้สอย และท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อผ่อนคลายและพักผ่อนกับครอบครัว ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และเดินทางไปกลับด้วยความปลอดภัยโดยตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงได้กำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังทุกพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย รวมทั้งดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวดและรัดกุม โดยเน้นมาตรการป้องกันมากกว่าการปราบปราม ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวต่อว่า โดยให้มีการจัดตั้งกองอำนวยการร่วมเพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ มหาดไทย แพทย์ อาสาสมัคร กู้ภัย พนักงานดับเพลิง ชุดเก็บกู้ระเบิด (EOD) จัดทำแผนเผชิญเหตุและซักซ้อมการปฏิบัติโดยเฉพาะจุดที่มีการจัดงาน COUNTDOWN, สนามบิน, สถานีขนส่งรถไฟ รถยนต์ทุกประเภท และบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งอาจมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมกิจกรรมต่างๆ นอกจากนี้ให้ดำเนินการตรวจสอบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ CCTV ให้มีความพร้อมและบูรณาการให้เชื่อมโยงกันทุกจุด

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งการลดอุบัติเหตุจากการใช้รถ ใช้ถนนจะเกิดผลดีได้นั้น จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเฝ้าระวัง เป็นหูเป็นตา และหากพบสิ่งผิดสังเกตให้แจ้งกับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานราชการที่อยู่ใกล้เพื่อไปตรวจสอบ รวมทั้งการชี้แจง พูดคุยกันในหมู่บ้านหรือครอบครัว ขอให้ขับรถด้วยความระมัดระวังไม่ประมาท เคารพกฎจราจร เช่น การไม่ขับรถเร็ว ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะขับรถ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ในปีนี้เจ้าหน้าที่จึงมีมาตรการต่างๆ ที่หน่วยงานราชการจะพิจารณานำมาใช้ให้เหมาะสมซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกบ้าง แต่ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน และลดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนเป็นหลัก และเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ทั้งนี้ รอง นรม. และ รมว.กห. ขอให้ทุกหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ได้พิจารณาถึงการจัดงานหรือกิจกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วย

 

“เต้น” ซัดกม.ลูกทำพืันที่การเมืองแคบลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252381

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, พรรค, อำนาจ, เอื้อ, นอกระบบ, กฎหมายลูก, มีชัย, เต้น, ซัด, ลูก, พืัน, ที่, การเมือง, แคบ, ณัฐวุฒิ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

“เต้น” ซัดกม.ลูกทำพืันที่การเมืองแคบลง

“ณัฐวุฒิ” ซัด กฎหมายลูกทำพื้นที่การเมืองแคบลง เอื้อการเมืองนอกระบบเข้าสู่อำนาจ ชี้ 5 ปี พรรคการเมือง ไร้ที่ยืน

 

14 ธ.ค. 59 – นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า สภาพความเป็นจริงหลังรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกบังคับใช้นั้น จะมีพื้นที่ทางการเมือง 2 แบบคือ 1.พื้นที่ทางการเมืองโดยอำนาจอธิปไตยของประชาชนผ่านกระบวนการของพรรคการเมือง และ 2.พื้นที่ทางการเมืองโดยอำนาจพิเศษผ่านกระบวนการลากตั้งทั้งหลายตามที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ส่วนตัวเห็นด้วยกับหลายประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในพ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่อยากขยายภาพปัญหาให้ชัดขึ้นหากบังคับใช้คือ จะทำให้พื้นที่การเมืองในระบบแคบลง คนที่จะเข้าสู่สนามการเมืองผ่านการเลือกตั้ง หรือตั้งพรรคการเมืองเพื่อแสดงบทบาทในเรื่องที่สนใจเป็นการเฉพาะจะมากด้วยข้อจำกัด ทั้งเรื่องเงินค่าก่อตั้ง ค่าสมาชิก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการทอดกฐินที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวอ้าง เพราะไม่มีกฎหมายข้อไหนบังคับให้กรรมการต้องจ่ายเงินแบบการก่อตั้งพรรคการเมือง การหาจำนวนสมาชิก บทลงโทษต่างๆ และแรงเสียดทานจากสมมติฐานที่ถูกสร้างว่านักการเมืองเป็นพวกโกง ชั่วร้ายไปทั้งหมด

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ผลที่สุดคือ คนที่สนใจการเมืองจะเกิดวิธีคิดว่า พื้นที่การเมืองนอกระบบเป็นเรื่องง่ายกว่า ดูดีกว่า และมีโอกาสเข้าสู่อำนาจอย่างปลอดภัยมากกว่า แม้กระทั่งกลุ่มสนับสนุน เช่น กลุ่มทุนทั้งหลายก็จะเห็นว่า ต้องยืนอยู่กับอำนาจนอกระบบ เพราะไม่มีกระบวนการตรวจสอบและบทลงโทษ คำถามคือ กติกาแบบนี้หรือที่จะนำการปฏิรูปไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริงได้ เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้ก็ไม่มีทางเลือกอื่น พรรคการเมืองทุกพรรคต้องปฏิรูปตัวเองและแสดงรูปธรรมที่ชัดเจนเรื่องหลักการประชาธิปไตย หากยังย่ำอยู่กับที่ ภายใน 5 ปีจะหาที่ยืนไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้อิทธิพลอำนาจนอกระบบ ซึ่งหมายถึงการเอาอำนาจของประชาชนไปยอมจำนนด้วย พรรคการเมืองไม่สามารถเป็นสถาบันได้ภายใต้กติกานี้ แต่จะเป็นได้โดยสำนึกทางการเมืองที่ถูกต้องของตัวนักการเมืองเอง.

 

พร้อมปล่อยนักโทษเข้าเกณฑ์อภัยโทษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252369

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, อาชีพ, โทษ, พ้น, พม., ตัว, ราชทัณฑ์, พร้อม, ปล่อย, นักโทษ, เข้าเกณฑ์, อภัยโทษ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 14 ธ.ค. 2559

พร้อมปล่อยนักโทษเข้าเกณฑ์อภัยโทษ

ราชทัณฑ์พร้อมปล่อยนักโทษ 30,000 รายที่เข้าเกณฑ์อภัยโทษ พม.พร้อมนำผู้พ้นโทษเข้าฝึกอาชีพ ดูแลให้มีงานทำ ไม่ทำผิดซ้ำ

 

14 ธ.ค.59 – นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวโรกาสทรงราชย์สืบสันตติวงศ์ 2559 ว่า หลังจากเรือนจำแต่ละแห่งจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ต้องขังที่เข้าข่ายได้รับสิทธิแล้วก็จะเริ่มทยอยปล่อยตัว ซึ่งความช้าเร็วจะขึ้นอยู่กับขั้นตอนการตรวจสอบของคณะกรรมการ ที่ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษา ซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาคุณสมบัติและคัดรายชื่อเสนอเพื่อให้ศาลพิจารณาออกหมายปล่อย ซึ่งบางจังหวัดที่มีเรือนจำแห่งเดียว เช่น มีนักโทษ 2,000 คน อาจจะมีนักโทษได้เข้าข่ายได้รับสิทธิ 1,000 คน ส่วนจำนวนผู้มีสิทธิได้รับพระราชทานอภัยโทษทั่วประเทศ มีประมาณ 30,000 คน

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เตรียมนำเข้าโครงการฝึกฝีมือและพัฒนาอาชีพ เพื่อให้มีงานทำต่อไปและอยากให้สังคมให้โอกาสคนกลุ่มนี้เพื่อจะได้ออกไปประกอบอาชีพที่สุจริต ส่วนนักโทษบิ๊กเนมที่อยู่ในข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษ ลดโทษจำคุกตามสัดส่วนนั้น ตนขอไม่พูดถึงเพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อครอบครัวและอาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน.