เพื่อไทย ไม่ส่งตัวแทนร่วมงาน กรธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252029

คมชัดลึก, การเมือง, มีชัย, กรธ., พ.ร.ป.พรรคการเมือง, พรรคการเมือง, กฎหมายลูก, สัมมนา, เพื่อ, ไทย, ไม่, ส่ง, ตัวแทน, ร่วมงาน, เพื่อไทย, ไม่ส่งตัวแทนร่วมงาน, กรธ, ภูมิธรรม

การเมือง  : 11 ธ.ค. 2559

เพื่อไทย ไม่ส่งตัวแทนร่วมงาน กรธ.

“ภูมิธรรม” เผย เพื่อไทยไม่เข้าร่วมงานสัมมนาร่างกฎหมายลูก และจะไม่ส่งข้อเสนอใดๆให้ กรธ.แล้ว

 

11ธ.ค.59 – ภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการร่งรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ส่งจดหมายเชิญพรรคการเมืองเข้าร่วมงานสัมมนาและเสนอความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง ในวันที่ 14 ธันวาคม นี้ว่า พรรคการเมืองคงไม่มีใครเข้าร่วม เพราะเท่าที่ดูการทำหน้าที่ของ กรธ.แล้ว เข้าใจว่าไม่ได้สนใจที่จะฟังความเห็นผู้อื่นสักเท่าใด ที่ผ่านมาการถามความเห็นทำแค่เป็นพิธีกรรมให้ดูดีและพรรคการเมืองก็ได้ส่งความเห็นต่างๆไปมากพอสมควรแต่ก็ไม่ได้รับการนำไปพิจารณาสักเท่าไร

“เข้าใจว่า กรธ.และคุณมีชัย (ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.) มีธงของตัวเองชัดเจนแล้วคือโร้ดแมปและความต้องการของคสช. ที่เหมือนผู้บังคับบัญชาของพวกเขาและใส่ใจเฉพาะความเห็นของพวกของตนเป็นสำคัญ ถ้าใส่ใจ ต้องการความคิดเห็นของผู้อื่นที่มีความเห็นต่างจากพวกตนและคสช.จริงๆ วิธีการดึงการมีส่วนร่วมของผู้อื่น จะไม่เป็นเช่นนี้ จะตั้งใจและจริงใจ จริงจังที่จะระดมความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของคนอื่นมากกว่านี้”

“เราคงไม่ส่งใครไปและคงไม่เข้าร่วมส่งอะไรให้อีกแล้ว เพราะไม่คิดว่าจะเกิดประโยชน์อะไร อยากทำอะไรเชิญคุณมีชัย และกรธ.ทำตามที่สบายใจ ผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หวังว่าคุณมีชัยและคณะกรธ.ทั้งชุดจะมีความกล้าหาญและรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นกับประเทศ และควรเผชิญหน้ารับผิดชอบกับผลที่ได้ก่อให้ไว้กับประเทศนี้” นายภูมิธรรม กล่าว

 

สถานทูตไทยในเฮก จัดนิทรรศการศิลปะ “แรงใจ—พระราชา”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252025

สถานทูตไทยในเฮก จัดนิทรรศการศิลปะ แรงใจ—พระราชา #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, สถานทูต, ไทย, เฮก, จัด, นิทรรศการ, ศิลปะ, แรงใจ—, พระราชา, สถานทูตไทยในเฮก, จัดนิทรรศการศิลปะ, แรงใจ—พระราชา
สถานทูตไทยในเฮก จัดนิทรรศการศิลปะ แรงใจ—พระราชา #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, สถานทูต, ไทย, เฮก, จัด, นิทรรศการ, ศิลปะ, แรงใจ—, พระราชา, สถานทูตไทยในเฮก, จัดนิทรรศการศิลปะ, แรงใจ—พระราชา
สถานทูตไทยในเฮก จัดนิทรรศการศิลปะ แรงใจ—พระราชา #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, สถานทูต, ไทย, เฮก, จัด, นิทรรศการ, ศิลปะ, แรงใจ—, พระราชา, สถานทูตไทยในเฮก, จัดนิทรรศการศิลปะ, แรงใจ—พระราชา
สถานทูตไทยในเฮก จัดนิทรรศการศิลปะ แรงใจ—พระราชา #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, สถานทูต, ไทย, เฮก, จัด, นิทรรศการ, ศิลปะ, แรงใจ—, พระราชา, สถานทูตไทยในเฮก, จัดนิทรรศการศิลปะ, แรงใจ—พระราชา

การเมือง  : 11 ธ.ค. 2559

สถานทูตไทยในเฮก จัดนิทรรศการศิลปะ “แรงใจ—พระราชา”

สถานทูตไทย ณ กรุงเฮก จัดนิทรรศการศิลปะ “แรงใจ—พระราชา” เทิดพระเกียรติ ร.9 เผยแพร่พระราชกรณียกิจเพื่อ ปชช. เสริมสร้างขวัญกำลังใจ-ความสามัคคีชุมชนไทยในเนเธนแลนด์

          11 ธ.ค.59 –  มีรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธนแลนด์ ร่วมกับศูนย์ศิลปะฮอฟอาร์ต กรุงเทพฯ จัดแสดงงานนิทรรศการศิลปะ “แรงใจ—พระราชา” โดยนำกลุ่มศิลปินชั้นนำของไทย ได้แก่ นายดินหิน รักษ์พงศ์อโศก นายจิตต์สิงห์ สมบุญ นายเกริกบุระ ยมนาค นายหงษ์จร เสน่ห์งามเจริญ นายเริงศักดิ์ บุณยวาณิชย์กุล นายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี นายจารุต วงศ์คำจันทรา และ นายทวีชัย เจาวัฒนา ร่วมกันจัดแสดงผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก และกรุงอัมสเตอร์ดัม

การจัดกิจกรรมนี้ สนองนโยบายของรัฐบาลในการจัดกิจกรรมเพื่อประกาศพระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน เสริมสร้างขวัญกำลังใจและความสามัคคีแก่ชุมชนคนไทยในเนเธอร์แลนด์ ตลอดจนเผยแพร่ผลงานด้านศิลปะของศิลปินไทยให้เป็นที่รับรู้ในเนเธอร์แลนด์

          กิจกรรมแบ่งออกเป็น  2 ส่วน คือ  ส่วนแรกเป็นการนิทรรศการงานศิลปะ เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีคณะทูตานุทูตมาร่วมงานจำนวนมาก อาทิ เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ลัตเวีย ออสเตรเลีย อินเดีย สาธารณรัฐเกาหลี ปานามา ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูต ศรีลังกา เคนยา เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ สื่อมวลชน และศิลปินไทยและดัตช์ ซึ่งรวมถึงนายชวลิต เสริมปรุงสุข ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งได้รับทุนจากรัฐบาลเนเธอร์แลนด์เพื่อมาศึกษาต่อและทำงานด้านศิลปะในเนเธอร์แลนด์ เป็นต้นมาร่วมงาน ประมาณ 100 คน นอกจากนี้ โดยภายในงาน ได้มีการขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์โดย นายเสฎฐสันต์ (ภราดร) เพ็งศิริ และนางสาวคริสตี้หลุยส์ นามวงษ์ ศิลปินที่มือชื่อเสียงของไทย

ส่วนที่ 2 สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้จัด กิจกรรมพิเศษสำหรับชุมชนคนไทย ซึ่งมีชาวไทยในเนเธอร์แลนด์ และนักเรียนไทยในเนเธอร์แลนด์เข้าร่วม  ในงานมีการขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยศิลปิน ตลอดจนการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและบทเพลงถวายความอาลัย นอกจากนี้ ยังมีการสาธิตวาดภาพเหมือน และการสอนวาดภาพเหมือนโดยศิลปินที่มาร่วมโครงการ

 

“สุรพงษ์” จี้ นายกฯ เร่งปราบโกง ยก 2 กรณี ทำรัฐเสียหาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/252012

สุรพงษ์ จี้ นายกฯ เร่งปราบโกง ยก 2 กรณี ทำรัฐเสียหาย #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, สุรพงษ์, จี้, นายกฯ, เร่ง, ปราบ, โกง, กรณี, รัฐ, เสียหาย, เร่งปราบโกง, ทำรัฐเสียหาย

การเมือง  : 11 ธ.ค. 2559

“สุรพงษ์” จี้ นายกฯ เร่งปราบโกง ยก 2 กรณี ทำรัฐเสียหาย

“สุรพงษ์” จี้ นายกฯ เร่งปราบโกง ยก 2 กรณี “ส่งน้ำมันใช้ยังแท่นขุดเจาะในทะเลไทย – รถเมล์เอ็นจีวีจากจีน” เลี่ยงภาษีทำรัฐเสียหาย

          11 ธ.ค.59 – นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ผ่านวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากลมา ได้ฟังพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี พูดว่าจะปราบคอร์รัปชั่นให้หมดไปจากประเทศไทย พร้อมระบุ รัฐบาลนี้ทุจริตลดลง ส่วนตัวอยากถามว่าที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบว่า การส่งน้ำมันไปใช้ที่แท่นขุดเจาะน้ำมันในทะเลที่ได้สัมปทานไปจากรัฐบาลไทยนั้น ไม่ถือว่าเป็นการส่งออกน้ำมัน เพราะแท่นขุดเจาะตั้งอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทย โดย สตง. ส่งเรื่องไปถึงนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลังไปหลายเดือนแล้ว โดยทางกรมศุลกากรต้องไปเรียกให้บริษัทมาชำระภาษีให้ถูกต้อง พร้อมค่าปรับ และสดๆร้อนๆ ยังมีเรื่องรถเมล์เอ็นจีวี 100 – 300 คันส่งมาถึงที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งนี้ กรมศุลกากรตรวจพบว่า การแจ้งการนำเข้ามาไทยไม่ถูกต้อง เพราะรถเมล์มาจากจีนก็ควรต้องเสียภาษีนำเข้าให้ถูกต้อง แต่เห็นจากข่าวว่ารถเมล์ถูกผลิตในมาเลเซีย และเห็นว่ามีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่า กรมศุลกากรพบว่า รถเมล์ถูกส่งมาจากจีน ก็ต้องรีบดำเนินการพิสูจน์และ ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว

“ทั้ง 2 กรณีนี้ ถ้าเรียกเก็บเงินภาษีเข้ารัฐ ให้ถูกต้องก็น่าจะได้เงินภาษีเข้าหลวงไม่ต่ำกว่า 2 -3 พันล้านบาท และใครที่ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือละเว้นการ ปฎิบัติหน้าที่ หรือใครคิดโกงภาษี ท่านนายกฯ ก็ต้องรีบดำเนินการเอาตัวคนผิดมาลงโทษ ตามกฎหมายด้วย ไม่ควรปกป้องคนผิดเพราะท่านประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่า เป็นผลงานของรัฐบาลคสช. ที่จะปราบโกง รัฐบาลก่อนๆ ทำไม่ได้เหมือนรัฐบาลนี้และเห็นท่านประกาศว่า รัฐบาล คสช. มีการทุจริตลดลงนั้นคงไม่ใช่เพราะท่านไม่ไปจับพวกที่ทุจริตและที่ท่านระบุว่า การทุจริต ถ้ามีคนแจ้งและส่งหลักฐานมาก็จะรีบดำเนินการทันที และทั้ง 2 กรณีนี้ก็ปรากฎว่า มีหลักฐานเรียบร้อยและตรวจพบโดยส่วนงานราชการด้วยกันเอง หลักฐานชัดเจน” นายสุรพงษ์ กล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ไม่อยากเห็น พล.อ.ประยุทธ์ เอาแต่สร้างภาพ ให้รีบทำ การทุจริตคอร์รัปชั่นจะได้หมดไปเสียที มาตรา 44 อยู่ในมือท่านใช้ได้ทันที หากเรื่องแบบนี้ยังทำไม่ได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่จะปราบโกงปราบทุจริต แล้วจะให้คนอื่นเขาเดินตามท่าน ก็อย่าได้หว้งว่าจะสำเร็จได้

 

ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดมาแค่เบื้องต้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251998


พรแพชร, ชี้, พชร, พรแ, พรเพชร วิชิตชลชัย, พรเพชร ชี้พรป.พรรคการเมือง, ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ร่าง, พรรคการเมือง, ที่, เปิด, แค่, เบื้องต้น

การเมือง  : 11 ธ.ค. 2559

ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดมาแค่เบื้องต้น

“พรเพชร”ชี้ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองที่เปิดมาแค่เบื้องต้น ระบุกรธ.ต้องปรับปรุงอีก ยันสนช.ถกร่างพ.ร.ป. รับฟังความเห็นทุก ขออย่ากังวล

 

11 ธ.ค. 59 – นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเตรียมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง และคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้รอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ เมื่อประกาศใช้แล้วกระบวนการก็เริ่มนับหนึ่ง อย่างไรก็ตามเมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)เปิดสาระสำคัญของร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ซึ่งตนคิดว่า ไม่น่าจะเป็นร่างสุดท้ายของกรธ.มีโอกาสที่จะมีการปรับปรุงก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ส่วนตัวยอมรับว่ายังไม่ได้ศึกษาครบทุกมาตรา

นายพรเพชร กล่าวว่า ความคิดเห็นของพรรคการเมือง ที่เห็นต่างเกี่ยวกับร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง นั้น ตนยืนยันว่า ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมืองและประชาชนเพื่อความมั่นคงของประชาธิปไตย ในส่วนของสนช..เองมีข้อจำกัด เพราะในการพิจารณาต้องสอดคล้องไปกับรัฐธรรมนูญ โดยสนช.จะมีเวลา60วัน ในการพิจารณา และหากประเด็นใดยังไม่มีข้อสรุป สนช.อาจมีการเชิญพรรคการเมืองเข้ามาให้ความคิดเห็นอีกครั้งทั้งนี้ขอให้ทุกฝ่ายแต่ต้องศึกษา ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ ร่างที่เปิดมาเป็นแค่เบื้องต้น กรธ.อาจจะมีการปรับปรุงใหม่ก็ได้

นายพรเพชร กล่าวว่า สำหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ของสนช.นั้น ขณะนี้จำนวนยังไม่ลงตัว ซึ่งความไม่ลงตัวอยู่ที่ความพร้อมของกรรมาธิการฯ แต่สนช.ได้กำหนดไว้ว่า สมาชิกที่จะมาเป็นกรรมาธิการฯจะต้องมีเวลาเต็มที่ คาดว่าจำนวนคณะละ 30 คน แต่ในขณะนี้ติดปัญหาความพร้อมของสมาชิกในการเข้าร่วมการประชุม เนื่องจากบางคนติดภารกิจส่วนตัว ซึ่งการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ที่มีเวลาจำกัดจะต้องมีการเก็บตัวที่ต่างจังหวัดประมาณ2-3วัน แต่สำหรับสถานที่นั้นยังไม่กำหนด อย่างไรก็ตามต้องรอ ให้กรธ.ส่งร่างพ.ร.ป.ทั้ง2ฉบับ ให้ สนช.ก่อน จึงจะทราบแนวทางการพิจารณา

 

“ผู้ตรวจฯ”ชงปรับหลักค่านิยม 9 ประการ”องต์กรอิสระ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251990


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, ผู้ตรวจ เตรียมชง ร่างจริธรรม องค์กรอิสระ, ร่าง, จริยธรรม, องค์กรอิสระ, ประการ, ปรับหลักค่านิยม, ผู้ตรวจ, ปรับ, หลัก, ค่านิยม, ระกา, รองต์, อิสระ, ประการองต์กรอิสระ, ผู้ตรวจฯ, องต์กรอิสระ

การเมือง  : 11 ธ.ค. 2559

“ผู้ตรวจฯ”ชงปรับหลักค่านิยม 9 ประการ”องต์กรอิสระ”

“ผู้ตรวจฯ”ชงร่างจริยธรรมองค์กรอิสระ ปรับหลักค่านิยม 9 ประการ ยึดมั่นระบอบปชต.-ต้องจงรักภักดี

          11 ธ.ค. 59 – พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการมีส่วนร่วมจัดทำร่างมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ว่า ผู้ตรวจฯได้ส่งความเห็นพร้อมข้อเสนอแนะของผู้ตรวจฯให้คณะทำงานพิจารณายกร่างมาตรฐานจริยธรรมตามร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช….มาตรา 219 เรียบร้อยแล้ว โดยเห็นควรให้ใช้ร่างมาตรฐานจริยธรรมฉบับยาว พร้อมย้ำให้พิจารณาบริบทและลักษณะของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องอยู่ภายใต้การบังคับของมาตรฐานทางจริยธรรมนี้ รวมทั้งปรับเปลี่ยนเนื้อหาของค่านิยมหลัก 9 ประการ เพื่อความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

พล.อ.วิทวัส กล่าวต่อว่า โดยมติที่ประชุมผู้ตรวจฯเมื่อวันที่ 8 พ.ย.และ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ใช้ร่างฉบับยาว คือ ร่างมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ เนื่องจากมีเนื้อหาสาระที่กำหนดจริยธรรมลักษณะต่างๆ อย่างละเอียด ตลอดจนมีการแบ่งส่วนขององค์กรและการบังคับใช้ไว้อย่างชัดเจน ทั้งในส่วนของสาระบัญญัติและวิธีสบัญญัติ พร้อมกำชับให้ผู้เสนอร่างฯ คำนึงถึงบริบทและลักษณะเฉพาะของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ด้วย เช่น ส.ส. ส.ว. และครม. ว่าจะมีความเป็นไปได้ในการนำข้อบังคับทั้งหมดไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่

พล.อ.วิทวัส กล่าวอีกว่า สำหรับค่านิยมหลัก 9 ประการของมาตรฐานทางจริยธรรมนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความเห็นว่า ควรมีการปรับเปลี่ยนในข้อที่ 8 จากเดิม ว่า “การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ปรับเป็น “การจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และให้นำมากำหนดเป็นข้อที่ 1 อย่างไรก็ตาม ร่างข้อเสนอดังกล่าวต้องนำหารือที่ประชุมคณะทำงานอีกครั้ง เพื่อเตรียมสรุปร่างฯ และดำเนินการนำเสนอร่างฯ ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระทั้งหมดพิจารณาอีกครั้ง หากเห็นชอบก็จะได้ร่างฯ ที่สามารถนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรีเพื่อรับฟังความคิดเห็นในลำดับต่อไป

“ การดำเนินงานส่วนของผู้ตรวจฯในการจัดทำร่างมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ได้เน้นการเสนอความเห็น การให้ข้อมูลจากการประมวลผลการดำเนินงานด้านจริยธรรมที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำมาแล้วกว่า 10 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการวางกรอบแนวคิดว่าค่านิยมหลักควรมีอะไรบ้าง จริยธรรมเรื่องใดที่พึงปฏิบัติ และไม่พึงปฏิบัติ หรือควรปรับเสริมเพิ่มเติมอย่างไร เพื่อให้การจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งมั่นใจว่าการจัดทำมาตรฐานจริยธรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำหนดอย่างแน่นอน ” พล.อ.วิทวัส กล่าว

 

“ปชป.”หวั่นร่างพรป.พรรคการเมืองถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251980


ข่าวการเมือง คมชัดลึก, องอาจ หวั่นร่างพรป.การเมือง, องอาจ คล้ามไพบูลย์, ปชป, หวั่น, ร่าง, พรรคการเมือง, ถูก, ใช้, เป็น, เครื่องมือ, การเมือง

การเมือง  : 11 ธ.ค. 2559

“ปชป.”หวั่นร่างพรป.พรรคการเมืองถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง

“รองหน.ปชป.”หวั่นร่างพรป.พรรคการเมือง ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากลั่นแกล้งพรรคคู่แข่ง แนะ กรธ. ร่างกม.ให้ดูความเป็นจริง

          11 ธ.ค. 59 – นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงพรป.พรรคการเมือง ของคณะกรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ (กระ.)ว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกวิตกกังวล หรือตอบทกำหนดโทษที่บัญญัติไว้ในหมวด 10 ของกฎหมายฉบับนี้ ที่มีเนื้อหาครอบคลุมถึง 32 มาตราด้วยบทกำหนดโทษที่รุนแรงจนไปจนถึงประหารชีวิต เพราะไม่คิดว่าจะทำความผิดอยู่แล้ว แต่ยังมีบทบัญญัติหลายมาตรา ก็มีความสุ่มเสี่ยงที่พรรคการเมืองจะทำผิดโดยไม่เจตนา หรืออาจถูกกลั่นแกล้งจากฝ่ายตรงข้ามเช่นในมาตรา 22 ระบุว่า “เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิกให้กรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่ควบคุม และกำกับดูแลไม่ให้สมาชิก หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการในลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม หรืออาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ถ้ากรรมการบริหารควบคุมสมาชิกไม่ได้จนทำความผิดกรรมการบริหารต้องพ้นจากตำแหน่ง และห้ามเป็นกรรมการบริหารพรรค 20 ปี และอาจถูกลงโทษจำคุกอีก 10 ปีก็ได้

นายองอาจ กล่าวอีกว่า ถ้าพรรคใดมีสมาชิกล้านกว่าคนกรรมการบริหารพรรคจะควบคุมสมาชิกอย่างไร หรืออาจถูกฝ่ายตรงข้ามแฝงตัวเข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อทำผิดจนเป็นเหตุให้กรรมการบริหารพรรคต้องออกจากตำแหน่ง และถูกลงโทษจำคุกด้วย เรื่องนี้จึงอยากฝากให้ กรธ. ช่วยดูปัญหาอุปสรรคของการปฏิบัติตามกฎหมายตามความเป็นจริงด้วยไม่เช่นนั้นก็อาจมีการเลี่ยงกฎหมายตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการหานอมินีมาเป็นกรรมการบริหารพรรคแทนผู้นำพรรคตัวจริง ส่งผลทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพรรคการเมืองให้ดีขึ้นตามจุดมุ่งหมายของ กรธ. แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก ทั้งนี้เมื่อมีบทกำหนดโทษที่รุนแรงการให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้มีการใช้กฎหมายกลั่นแกล้งกันหรือใส่ร้ายป้ายสีสร้างเรื่องเท็จเพื่อทำลายล้างทางการเมือง

“ ร่างกฎหมายพรรคการเมืองฉบับนี้ได้ให้อำนาจกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มากพอสมควรในการกำหนดกฎเกณฑ์กติการายละเอียดต่างๆรวมทั้งการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ถูกกล่าวหาจึงอยากฝากให้ กรธ.ร่างกฎหมายพรป.ว่าด้วยกกต.ให้ได้บุคลากรที่พร้อมจะทำงานด้วยความถูกต้องเที่ยงธรรมไม่ตกเป็นเครื่องมือของบุคคลคณะบุคคลพรรคการเมืองเพื่อกลั่นแกล้งทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับ กกต. บางคณะในช่วงที่ผ่านมาทั้งนี้การออกกฎหมายใดก็ตาม ต้องคำนึงถึงการปฏิบัติตามกฎหมายได้จริงเพื่อให้เป็นไปตามหลักการและเหตุผลของกฎหมายนั้นการออกกฎหมายใดที่นำไปสู่ความพยายามหลีกเลี่ยงที่จะปฏิบัติตามหรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้จริงก็จะเป็นการออกกฎหมายที่สูญเปล่า ”  นายองอาจ กล่าว

 

นายกฯ วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251932

นายกฯ วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, นายกฯ, วาง, พาน, ดอกไม้, เบื้องหน้า, พระบรมราชานุสาวรีย์, วางพานดอกไม้

การเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

นายกฯ วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

นายกรัฐมนตรี วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7 เนื่องในในวันรัฐธรรมนูญ

          10 ธ.ค.59 – บริเวณหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 หน้าอาคารรัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมด้วยคณะสมาชิกสนช. ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสมาชิก สปท. พร้อมด้วยข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ได้นำพานประดับพุ่มดอกไม้ ร่วมถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันพระราชพิธีฉลองวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชาอาณาจักรไทย หรือวันรัฐธรรมนูญ ก่อนที่เวลา 16.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะนำคณะรัฐมนตรี(ครม.) วางพานประดับพุ่มดอกไม้ ถวายบังคม

  นายกฯ วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

         จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย สมากชิก สนช. สปท. ข้าราชการ รอรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องสักการะถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

นายกฯ วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

นายกฯ วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

นายกฯ วางพานดอกไม้ เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

 

นับถอยหลังค้น “ธรรมกาย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251923

คาดสัปดาห์หน้านำกำลังค้นวัดธรรมกาย ไม่มั่นใจได้ตัวธัมมชโย #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, นับ, ถอยหลัง, ค้น, ธรรมกาย, นับถอยหลังค้น, ธัมมชโย, ดีเอสไอ

การเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

นับถอยหลังค้น “ธรรมกาย”

คาดสัปดาห์หน้า นำกำลังค้นวัดธรรมกาย ไม่มั่นใจได้ตัว“ธัมมชโย”? ยังยึดหลักไม่ปะทะกับมวลชน ‘ดีเอสไอ’ นัดประชุมซ้อมแผนจันทร์นี้

           10 ธ.ค. 59 – รายงานข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามหมายจับเพื่อนำตัวมาส่งฟ้องต่อศาลอาญาในคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจรว่า ดีเอสไอได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลแล้ว คาดว่าจะสามารถเข้าปฏิบัติการได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งการเข้าตรวจค้นตามหมายค้นและหมายจับครั้งนี้จะขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในฐานะเจ้าพนักงานปกครองฝ่ายสงฆ์เข้าร่วมปฏิบัติการด้วย เพื่อให้ทำหน้าที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับมวลชนที่อาจขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ในการเข้าค้นรอบ 2 ไม่แน่ใจว่าจะได้ตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีหรือไม่ แต่จะยึดหลักการไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ไม่มีการปะทะกับมวลชน ซึ่งพศ.และเจ้าคณะจังหวัดฯน่าจะมีบทบาทและรับหน้าที่ในส่วนนี้ได้ โดยวันที่ 12 ธ.ค. นี้ ดีเอสไอจะมีการประชุมแผนปฏิบัติการเป็นการภายในอีกครั้งเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจแนวปฏิบัติอย่างรอบคอบ ป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด

รายงานข่าวเปิดเผยด้วยว่า สำหรับปฏิบัติการดังกล่าวจะมีการขอกำลังสนับสนุนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อยระหว่างปฏิบัติการ รวมถึงบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นขณะการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เช่น กรณีมีการขัดขวางของมวลชน และเฝ้าระวังสถานการณ์แทรกซ้อน ขณะที่ดีเอสไอจะรับผิดชอบการเข้าค้นภายในพื้นที่ตามหมาย โดยจะมีการตั้งวอร์รูมเพื่อรับทราบรายงานปฏิบัติการและบัญชาการแผน อยู่ที่สถานีตำรวจภูธรภาค1 ขณะที่สภ.คลองหลวงจะเป็นศูนย์บัญชาการส่วนหน้าที่อยู่ใกล้พื้นที่

 

เสวนา “ในหลวง ร.9 กับ ปชต.” ยกย่องกษัตริย์เหนือความขัดแย้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251921

มธ. จัดเสวนา ในหลวง ร.9 กับ ปชต. ยกย่องกษัตริย์อยู๋เหนือความขัดแย้ง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เสวนา, ในหลวง, กับ, ปชต, ยกย่อง, กษัตริย์, เหนือ, ความขัดแย้ง, ในหลวง ร9 กับ ปชต, ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับประชาธิปไตย, 9 ตามพ่อสานต่อพระราชปณิธาน, ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มธ. จัดเสวนา ในหลวง ร.9 กับ ปชต. ยกย่องกษัตริย์อยู๋เหนือความขัดแย้ง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เสวนา, ในหลวง, กับ, ปชต, ยกย่อง, กษัตริย์, เหนือ, ความขัดแย้ง, ในหลวง ร9 กับ ปชต, ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับประชาธิปไตย, 9 ตามพ่อสานต่อพระราชปณิธาน, ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มธ. จัดเสวนา ในหลวง ร.9 กับ ปชต. ยกย่องกษัตริย์อยู๋เหนือความขัดแย้ง #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เสวนา, ในหลวง, กับ, ปชต, ยกย่อง, กษัตริย์, เหนือ, ความขัดแย้ง, ในหลวง ร9 กับ ปชต, ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับประชาธิปไตย, 9 ตามพ่อสานต่อพระราชปณิธาน, ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

เสวนา “ในหลวง ร.9 กับ ปชต.” ยกย่องกษัตริย์เหนือความขัดแย้ง

มธ.จัดเสวนา “ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับประชาธิปไตย” ยกย่องกษัตริย์อยู่เหนือความขัดแย้ง เป็นกษัตริย์ทรงงานมากที่สุดในโลก

           10 ธ.ค. – หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) จัดอภิปรายหัวข้อ “ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับประชาธิปไตย” ในงาน “9 ตามพ่อสานต่อพระราชปณิธาน” เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ และวันธรรมศาสตร์ ผ่านมุมมองนักวิชาการด้านกฎหมายและประวัติศาสตร์ไทย โดยมีนางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล อดีตผู้พิพากษาอาวุโส และอดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์นววรรณ วุฒฑะกุล อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้แต่งหนังสือยุวกษัตริย์ เป็นคณะผู้เสวนา

เสวนา “ในหลวง ร.9 กับ ปชต.” ยกย่องกษัตริย์เหนือความขัดแย้ง

           ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา กล่าวว่า เหตุใดวันที่ 10 ธ.ค.เป็นวันรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 10 ธ.ค.2475 ซึ่งบทบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 กับเรื่องการบ้านการเมือง พระองค์ท่านเป็นประมุขของประเทศที่คลี่คลายวิกฤตทางการเมืองหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่เหตุการณ์สำคัญวันที่ 14 ต.ค.2516 จากนั้น 19 ปีต่อมาพระองค์ท่านได้คลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองในเหตุการณ์ 20 พ.ค.2535 ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์ก็กลายเป็นโมเดลในการขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน จนถึงเหตุการณ์ประท้วงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในปี 2549 ในขณะนั้นฝ่ายผู้ชุมนุมก็ได้ไปดำเนินการขอนายกรัฐมนตรีพระราชทาน ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ แต่พระองค์ท่านไม่ได้พระราชทานนายกรัฐมนตรี เพราะไม่มีการทูลเกล้านายกรัฐมนตรีขึ้นไป เมื่อเปรียบเทียบกับสองเหตุการณ์แรก ขณะที่กรณีศึกษาการขอพระราชทานอภัยโทษตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ลงชื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งที่จริงแล้วคนเสื้อแดงต้องไปกดดันหรือเรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพราะรัฐมนตรีต้องทำหน้าที่เป็นคนทูลเกล้า ทำให้เห็นชัดเจนว่าพระองค์ท่านทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทางการเมือง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่มีใครทราบว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ 2559 หรือ 2560 เพราะอยู่ที่พระราชวินิจฉัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ส่วนมาตรา 7 ซึ่งเป็นมาตรา 5 ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านการลงประชามติ เขียนไว้ว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้น เป็นอันใช้บังคับมิได้ เมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทำการนั้นหรือวินิจฉัย กรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เมื่อมีกรณีตามวรรคสองเกิดขึ้น ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญจัดให้มีการประชุมร่วม ระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และประธานองค์กรอิสระ เพื่อวินิจฉัย

“70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย พระองค์ท่านผ่านเหตุการณ์การเมืองมากมาย ผมคิดว่าพระบรมราโชวาทในปี 2549 ความว่า ”ขอยืนยันว่ามาตรา 7 ไม่ได้หมายถึงมอบให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจที่จะทำอะไรตามใจชอบ มาตรา 7 พูดถึงการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยทำเกินหน้าที่ ถ้าทำเกินหน้าที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย“ เป็นการสะท้อนบทบาทของพระองค์ในด้านประชาธิปไตย ดังนั้นเราเห็นต่างได้ เลือกคนละพรรคได้ แต่เราเป็นคนไทย มีอะไรก็ว่าไปตามกติกา พวกเราเปรียบเหมือนลูกๆ ทะเลาะกันกับพี่น้อง แต่พอสู้ไม่ได้ ก็ไปร้องให้พ่อมาช่วยแก้ความขัดแย้ง แต่ขณะนี้พ่อไม่อยู่แล้ว แต่ลูกยังทะเลาะกันอยู่ จากนี้เราต้องแก้ปัญหากันเอง โดยว่ากันตามกติกา และเคารพสิทธิเสรีภาพ ระบอบประชาธิปไตยจึงจะประสบความสำเร็จ จากนี้พวกเราจะต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไทย โดยใช้พลังที่เรารักพระองค์ท่านมาช่วยกันให้ได้ อย่ารักพรองค์ท่านแค่นั้นเฉยๆ ขอให้ปฏิบัติตามพระองค์ท่ายได้สอนไว้”ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปริญญา กล่าว               &nnbsp;

นางสาวสมลักษณ์ กล่าวว่า พระอัจริยภาพของพระองค์ท่านในสายกระบวนการยุติธรรม ในการเสด็จพระราชดำเนินไปกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2495 พระองค์ท่านได้เข้าใจเรื่องกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างดี โดยทุกครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินเกี่ยวกับผู้ที่อยู่ในสายกฎหมาย ก็จะมีข้อคิดที่ให้ผู้ที่จะทำหน้าที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม คือความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ก็เคยมีพระราชดำรัชเกี่ยวกับความเป็นกลาง เพราะผู้ที่จะตัดสินคดีต้องมีความเป็นกลาง มีอคติไม่ได้ เอนเอียงไม่ได้เมื่อทำหน้าที่ ซึ่งตนเห็นว่า ในช่วงบ้านเมืองมีปัญหา หากจะไปให้ความเห็นสิ่งใด ผู้พิพากษาก็ต้องตัดขาดจากการทำหน้าที่ผู้พิพากษาเสียก่อน เพราะต้องมีความเป็นกลาง นอกจากนี้ อีกทั้งถ้ามีอคติก็จะเหมือนกับมีธงไว้ก่อน รวมถึงผู้พิพากษาต้องมีความกล้าหาญ ไม่กลัวเกรงอำนาจทางการเมืองอะไร ส่วนการกล่าวหากันถึงมาตรา 112 มีผู้รู้เคยกล่าวกับตนว่า เมื่อไหร่มีการกล่าวหาเรื่องนี้มีการฟ้องร้องเป็นจำนวน แปลว่าบ้านเมืองไม่สงบ และยังมีการบอกว่าพระองค์ท่านจะเดือดร้อน ตนจึงคิดว่าเหตุใดพระองค์ท่านจะเดือดร้อนทจนมาเข้าใจว่า หากมีการกล่าวหามาตรา 112 ก็จะมีการดึงพระองค์ท่านมาเกี่ยวกับความขัดแย้ง ทั้งที่พระองค์ท่านอยู่เหนือกว่าสิ่งที่จะไปกล่าวอ้าง และตนเห็นว่าแทนที่จะให้ผู้ที่ติดคุกในมาตรา 112 ก็คิดว่าเอาเขาไปอบรมบ่มนิสัยดีกว่าหรือไม่

ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์นววรรณ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างงดงามกับประชาชนของพระองค์ท่าน ซึ่งเรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานมากที่สุดในโลกตั้งแต่ทรงพระเยาว์ พระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่เก่งทุกเรื่อง จากพรสวรรค์และความหมั่นเพียร พระองค์ท่านยังเป็นมหากษัตริย์นักประชาธิปไตย ซึ่ง 70 ปีที่ทรงคลองราชย์พบว่า ท่านไม่ได้ปกครองเรา แต่พระองค์ท่านปกเกล้าปกกระหม่อมพวกเรา พระองค์ท่านได้การอบรมสั่งสอนมาอย่างดี เป็นนักกตัญญู จึงอยากให้เด็กๆปัจจุบันได้รับทราบสิ่งที่พระองค์ท่านทำสิ่งดีๆไว้ให้กับพวกเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นภายในงานมีการแสดง โขนธรรมศาสตร์ รวมถึงจัดฉายวีดิทัศน์ เรื่อง “ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” และการแสดงวงดนตรีสากลแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ทียูแบนด์) บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงยูงทอง

 

ชาวนาการเมืองในมุมมองต่างชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251910

คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ชนบท, ยากจน, ประกันราคา, จำนำข้าว, เรียกร้อง, ผู้ประกอบการ, วิพากษ์, นักวิชาการ, ชาวนา, การเมือง, มุมมอง, ต่างชาติ, พหุการเมืองของชาวนา
คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ชนบท, ยากจน, ประกันราคา, จำนำข้าว, เรียกร้อง, ผู้ประกอบการ, วิพากษ์, นักวิชาการ, ชาวนา, การเมือง, มุมมอง, ต่างชาติ, พหุการเมืองของชาวนา

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

ชาวนาการเมืองในมุมมองต่างชาติ

นักวิชาการวิพากษ์ชาวนา ยกระดับเป็นผู้ประกอบการคนชั้นกลาง ต่อรอง เรียกร้องจำนำข้าว-ประกันราคา ไม่ใช่สิทธิเสรีภาพ แทบไม่เหลือชาวนายากจนในชนบท

          10 ธ.ค.59 – คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเสวนา “พหุการเมืองของชาวนา” เพื่อวิพากษ์หนังสือเรื่อง ชาวนาการเมืองอำนาจในเศรษฐกิจชนบทสมัยใหม่ของไทย เขียนโดย แอนดรู วอล์คเกอร์” ซึ่งเข้ามาศึกษาวิถีชีวิตชาวนาไทยใน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ โดยนายอานันท์ กาญจนพันธุ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ในมุมมองของนักเขียนมองชาวนาหลุดออกจากผู้ผลิตมาเป็นผู้ประกอบการ ไม่ใช่เพียงผู้ปลูกข้าวแต่เป็นผู้จัดการนา มีรายได้ปานกลาง สามารถจ้างลูกจ้างมาทำงานแทน และไม่ผูกติดอยู่กับขั้วอำนาจใด แต่ยังเป็นคู่ตรงข้ามกับอำนาจการเมือง อย่างไรก็ตาม หนังสือนี้ไม่ได้อธิบายให้ชัดว่าผู้ประกอบการชาวนาก่อตัวมาจากโครงการอุดหนุนของรัฐบาลหรือระบบเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้มุมมองในหนังสือยังมองจากแนวคิดการผลิตอย่างเดียว ไม่มีแนวคิดด้านการบริโภคข้อมูลข่าวสาร เพราะชาวนาในปัจจุบันเล่นโซเซียลมีเดียผ่านสมาร์ทโฟน สะท้อนว่านักวิชาการอาจยังตามโลกใหม่ไม่ทัน

นายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า คนจนเป็นคนเสียงข้างน้อยในประเทศ ชาวนาเป็นคนชั้นกลางเศรษฐกิจในชนบทไม่ใช่เพียงการเลี้ยงตัวเอง พึ่งตนเอง หรือเอาตัวรอด ชาวนาไม่จนอีกแล้ว และไม่ได้ปลูกข้าวหรือทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่มีอาชีพหลากหลายมากขึ้น ความเหลื่อมล้ำใหม่ไม่ใช่ความยากจน แต่คือการไม่รวยเท่าคนอื่น 20-30 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นว่ารัฐและภาคอุตสาหกรรมต้องอุ้มชาวนาเพื่อฐานการเมืองและยกระดับผลิตภัณฑ์ ท่าทีของชาวนาต่อรัฐจึงไม่ใช่การหวาดระแวง แต่เขาต้องการเชื่อมต่อกับรัฐและทุน เพื่อขอให้มีโครงการเข้ามาสนับสนุน

“รัฐศาสตร์กระแสหลักมองที่อำนาจและการรวมศูนย์อำนาจ แต่หนังสือเล่มนี้มองอำนาจเป็นออกซิเจนกระจายอยู่รอบตัว ทุกคนสามารถนำอำนาจมาใช้ผ่านโปรเจคของรัฐ เมื่อเกิดภัยแล้ง น้ำท่วม หรือเกิดวิกฤตต่างๆ รัฐต้องช่วย ถ้าไม่ช่วยถือว่าเลวมาก ชาวนาไม่ได้ต่อต้านรัฐแต่ต้องการให้รัฐช่วยผลักขึ้นฝั่ง ชาวนาไม่ได้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เขาต้องการนโยบายประกันราคาข้าว จำนำข้าว พื้นที่ทางเท้าตั้งหาบเร่แผงลอย การเมืองของชาวนาคนชั้นกลางเปรียบได้กับจังหวะเต้นของหัวใจ สิ่งที่พวกเขาต้องการได้มาจากม็อบ การเดินขบวนเรียกร้อง และการหย่อนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งคสช.ไม่อยากให้มีการเมืองแบบนี้” นายเกษียร กล่าว.