จีน โหวต “ไทย” เป็น 1ใน7ปท. “เพื่อนบ้านชาวแดนมังกร”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251902

จีน โหวต ไทย เป็น 1 ใน 7 ปท. อยากเป็น เพื่อนบ้านชาวแดนมังกร #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, จีน, โหวต, ไทย, เป็น, 1ใน7, เพื่อนบ้าน, ชาว, แดน, มังกร, 1ใน7ปท, 1 ใน 7, ประเทศเพื่อนบ้านของจีน, สำนักข่าวหวนฉิว

การเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

จีน โหวต “ไทย” เป็น 1ใน7ปท. “เพื่อนบ้านชาวแดนมังกร”

ประเทศไทย ได้รับการโหวตจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีน เป็น “1 ใน 7” ประเทศ จากทั้งหมด 36 ประเทศ ที่ประสงค์ให้เป็น “ประเทศเพื่อนบ้านของจีน” ประจำปี 2558

          10 ธ.ค.59 – สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้รับแจ้งจาก ‘สำนักข่าวหวนฉิว’ เพื่อขอแสดงความยินดีที่ไทยได้รับการโหวตจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวจีน (Chinese netizen) ให้เป็น 1 ใน 7 ประเทศจากทั้งหมด 36 ประเทศที่ประสงค์ให้เป็นประเทศเพื่อนบ้านของจีนประจำปี 2558 โดยทำการสำรวจระหว่างเดือน ธ.ค. 2558 ถึง เดือน ม.ค. 2559 จำนวนกว่า 2 แสนโหวต ทั้งนี้ 6 ประเทศที่ได้รับการโหวตสูงสุดร่วมกับไทย (ไม่เรียงลำดับมาก – น้อย) ได้แก่ สวีเดน นิวซีแลนด์ เยอรมนี มัลดีฟส์ สิงคโปร์ และนอร์เวย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ชาวจีนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวและมีความรู้สึกที่ดี รวมถึงเห็นว่า มีเสถียรภาพ มีผลประโยชน์ร่วมกับจีน และบรรยากาศที่เป็นมิตร

 

นายกฯ ฝาก ผู้ว่าฯ ตัวแทน รบ.เป็นผู้นำพื้นที่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251895

ประชาชน, คมชัดลึก, ข่าวการเมือง, ในประเทศ, เศรษฐกิจ, ส่งออก, พึ่งพา, ชุมชน, คุ่มค่า, ใช้งบฯ, พล.ท.สรรเสริญ, นายกฯ, ฝาก, ผู้ว่าฯ, ตัวแทน, เป็น, ผู้นำ, พื้นที่, รบเป็นผู้นำพื้นที่

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

นายกฯ ฝาก ผู้ว่าฯ ตัวแทน รบ.เป็นผู้นำพื้นที่

นายกฯฝากผู้ว่าฯ ตัวแทน รบ. เป็นผู้นำสู่พื้นที่ สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจในประเทศ ลดพึ่งพาส่งออก เน้นพื้นที่ดึงอัตลักษณ์ชุมชนสร้างจุดขาย ใช้งบคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน

          10 ธ.ค.59 – พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ หรือ Area based เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจภายในประเทศ (Local Economy) โดย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางประชารัฐ ตั้งเป้าเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในเดือน ก.พ. 2560

“ผู้ว่าฯ จะเป็นหัวหอกนำทุกองคาพยพในจังหวัด ทั้งหน่วยราชการ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมกันสร้างศักยภาพในพื้นที่ โดยเฉพาะภาคการผลิต อุตสาหกรรม และเกษตรกรรม จะต้องค้นหาจุดแข็งของตนเองเพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่าง โดยนำองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยีและนวัตกรรม จากสถานศึกษาในและนอกพื้นที่ มาช่วยยกระดับการผลิตและคุณภาพของสินค้าตั้งแต่ระดับชุมชน ส่วนรัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของจังหวัดและประชาชนในพื้นที่ เช่น โครงสร้างทางดิจิทัล  ระบบอินเทอร์เน็ต โครงข่ายเคเบิลใต้น้ำ ท่าเรือ สนามบิน รถไฟทางคู่ เชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งทุกระบบ เตรียมความพร้อมให้ไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค” พลโทสรรเสริญ กล่าว

พลโทสรรเสริญ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ทั้งในระดับจังหวัดและกระทรวง จะเน้นการบูรณาการทั้งเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda based) มิติพื้นที่  (Area based) และมิติกระทรวงหรือหน่วยงาน (Functional based ให้สอดคล้องกัน รวมทั้งกำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดผลสำเร็จให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ไม่ซ้ำซ้อน และตอบได้ว่าประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างไร

“นายกฯ ย้ำว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดคือตัวแทนของรัฐบาลที่ลงไปอยู่ในพื้นที่ จึงต้องใช้ศักยภาพที่มีอยู่ เชื่อมโยงนโยบายรัฐบาลและการพัฒนาจังหวัดให้ได้  โดยการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทุกจังหวัดในประเทศไทยมีความได้เปรียบหลายประเทศเพราะมีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ หากเราสามารถสร้างความเข้มแข็งจากภายในและยืนหยัดได้ด้วยตนเอง ไม่พึ่งพาแต่การส่งออกอย่างเดียว ประเทศไทยก็จะรอดพ้นจากความผันผวนของเศรษฐกิจภายนอก” พลโทสรรเสริญ กล่าว.

 

จัดจุดคัดกรองพิเศษผู้สูงอายุ-ผู้พิการ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251891

พระบรมศพ, กอร.รส., จัด, จุด, คัด, กรอง, พิเศษ, ผู้สูงอายุ, ผู้, พิการ, กอรรสจัดจุดคัดกรองพิเศษผู้สูงอายุ-ผู้พิการ
พระบรมศพ, กอร.รส., จัด, จุด, คัด, กรอง, พิเศษ, ผู้สูงอายุ, ผู้, พิการ, กอรรสจัดจุดคัดกรองพิเศษผู้สูงอายุ-ผู้พิการ

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

จัดจุดคัดกรองพิเศษผู้สูงอายุ-ผู้พิการ”

“กอร.รส.จัดจุดคัดกรองพิเศษผู้สูงอายุ-ผู้พิการ”

          10 ธ.ค. —  นางสาวตรีดาว อภัยวงศ์ โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) โดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดจุดคัดกรองพิเศษสำหรับคัดกรองผู้สูงอายุและผู้พิการที่ประสงค์เข้ากราบพระบรมศพ โดยแบ่งเกณฑ์ ออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้ ประเภทอายุ 80 ปีขึ้นไป ประเภทผู้สูงอายุที่มีอายุต่ำกว่า 80 ปี และร่างกายอ่อนแอหรือสุขภาพไม่ดี และประเภทผู้พิการเด่นชัดคือมีบัตรประจำตัวผู้พิการ โดยทั้ง 3 กลุ่มจะอนุญาตให้มีผู้ติดตาม 2 ท่าน รวมเป็น 3 ท่าน และจะได้จัดเจ้าหน้าที่ช่วยเข็นสำหรับรถวีลแชร์  โดยเข้าช่องทางพิเศษเต็นท์ 13 หลัง ถนนพระมหาธาตุ สามารถเข้าได้รอบละ 5 คน

       นอกจากนี้ยังได้จัดการบริการดูแลด้านอาหาร น้ำดื่ม และห้องสุขาเป็นพิเศษด้วย สำหรับสมาคม ชมรม องค์กรกลุ่มคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ประสงค์จะเข้ากราบพระบรมศพเป็นคณะให้ติดต่อผ่านจังหวัด หรือทำหนังสือแจ้งมาที่กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ(คนพิการ) กรมกิจการผู้สูงอายุ(ผู้สูงอายุ) สอบถามโทร. 081- 174-4936 และ 081-613-2324 สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวขอให้จดข้อมูลโรคประจำตัวของท่าน การแพ้ยา รวมทั้งเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อของญาติ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

   “สำหรับวานนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่ามีประชาชนเข้ากราบพระบรมศพในพระบรมมหาราชวังจำนวนทั้งสิ้น 55,948 คน”นางสาวตรีดาวระบุ

 

 

 

“มาร์ค”เมินถกกม.ลูกจ่อส่งหนังสือแจงกรธ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251887


กรธ., อภิสิทธิ์, มาร์ค, เมิน, ลูก, จ่อ, ส่ง, หนังสือ, แจง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

“มาร์ค”เมินถกกม.ลูกจ่อส่งหนังสือแจงกรธ.

“มาร์ค”ไม่มาเอง จ่อส่งหนังสือแสดงความเห็นพ.ร.บ.พรรคการเมืองแทน ชี้กรอบ 150 วัน เก็บค่าบำรุงพรรคจากสมาชิกไม่ทัน ประชดคสช.ปลดล็อคพรรคการเมืองเอาที่สบายใจ

         10 ธ.ค.  — นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปชป.ได้รับหนังสือเชิญจากกรธ.แล้ว แต่ไม่ทราบจะเอื้อให้พรรคการเมืองแสดงความเห็นได้มากน้อยแค่ไหน ปชป.จึงเห็นว่าอาจจะส่งหนังสือที่เป็นข้อคิดเห็นของปชป.มาแทน คาดว่าจะสามารถส่งได้ก่อนวันที่ 14 ธันวาคม ตามพ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ถือว่ารุนแรง กรธ.อยากเพิ่มก็เพิ่มโทษไป แต่อยากให้ดูกระบวนการบังคับใช้กฎหมายมากกว่า ที่ผ่านมาคนที่กระทำผิดไม่เคยคิดถึงบทลงโทษอยู่แล้ว

ส่วนบทบัญญัติพ.ร.บ.พรรคการเมืองนั้น แม้มีหลายประเด็นที่เห็นว่าสมควรทำ แต่วิธีปฏิบัติที่ได้ระบุไว้ถือเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลา เช่น การให้สมาชิกพรรคจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองอย่างน้อยปีละ 100 บาท ภายใน 150 วัน หลังพ.ร.บ.พรรคการเมืองประกาศใช้ ปชป.เคยทำมาแล้วโดยขอเก็บค่าสมาชิก 20 บาทต่อคนต่อปี จากสมาชิกที่มีจำนวนกว่า 2 ล้านคน แต่พรรคกลับได้รับค่าบำรุงจากสมาชิกพรรคไม่ถึง 1 หมื่นคน เพราะประชาชนยังไม่เข้าว่าทำไมต้องเสียเงินบำรุงพรรคการเมือง

“กฎหมายไทยการมีสถานะเป็นสมาชิกพรรคมีแต่เสียสิทธิ ไม่ได้สิทธิประโยชน์อะไรเพิ่มเติม ที่สำคัญพรรคการเมืองใหม่หรือพรรคการเมืองขนาดเล็กและขนาดกลางที่ไม่มีระบบจัดเก็บค่าบำรุงพรรคการเมืองมาก่อนจะยิ่งเป็นเรื่องยากที่ต้องทำ มีความเป็นได้หรือไม่ที่กรธ.จะแบ่งสถานะของสมาชิกพรรคออกเป็น 2 ประเภท คือสมาชิกที่เสียเงินค่าบำรุงจะได้สิทธิตามกฎหมาย และสมาชิกที่ไม่เสียเงินค่าบำรุงแต่ถือเป็นสมาชิกพรรค ก็ไม่ต้องมีสิทธิตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งถือเป็นความตั้งใจของกรธ.แต่กลับมองข้ามข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ส่วนการให้คสช.ปลดล็อคพรรคการเมืองให้ดำเนินการกิจกรรมได้ ส่วนตัวไม่ขอเรียกร้องอะไร เอาที่คสช.สบายใจ คสช.มุ่งรักษาความสงบเรียบร้อยอะไรที่ทำแล้วบ้านเมืองวุ่นวายก็ไม่ติดใจ อย่าให้มีความคิดว่าพรรคการเมืองมีหน้าที่เฉพาะตอนเลือกตั้งเท่านั้น เพระพรรคการเมืองที่ดีต้องทำงานตลอดเวลาและหากจะให้พรรคการเมืองปฏิรูปตามแนวทางที่วางไว้ก็ควรเปิดโอกาสให้มีการเตรียมการต้นแต่เนิ่น ๆ ขนาดปชป.มีความพร้อมในเรื่องของระบบอยู่แล้วก็ยังคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการปรับครม.ว่า จำเป็นต้องปรับตามตำแหน่งที่ว่างลงอยู่แล้ว อีกทั้งการปรับต้องหาคนมาทำงานแทนบุคคลที่ไปดำรงตำแหน่งองคมนตรี ที่เป็นกำลังสำคัญของนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมานายกฯรับทุกอย่างไว้ที่ตัวเองค่อนข้างมาก ก็อยากให้หาคนที่มาเสริมกำลังได้จริง ๆ และต้องคิดว่าระยะเวลาตามโรดแมปที่ยังเหลืออีก 1 ปีกว่า กับเป้าหมายการปฏิรูปที่ยังเหลืออีกเยอะ ทำอย่างไรให้มีคนมาขับเคลื่อนได้ รวมไปถึงปัญหาเศรษฐกิจประชาชนจำนวนมากยังไม่ได้รับการตอบสนอง หากสามารถหาคนมาเสริมเพื่อทำงานตรงกับความต้องการของประชาชน

 

“มีชัย”วางพานพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251886

ร7, พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7, มีชัย, วาง, พาน, พุ่มดอกไม้, ถวายบังคม, พระบรมราชานุสาวรีย์, ร7

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

“มีชัย”วางพานพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

“มีชัย”วางพานพุ่มดอกไม้ถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.7

          10 ธ.ค. —  นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และหัวหน้าพรรคการเมือง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และส่วนราชการ หน่วยงาน คณะบุคคล นำพานประดับพุ่มดอกไม้ ถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่อาคารรัฐสภา เนื่องในวันคล้ายวันพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

 

ปชช.รู้ 10 ธ.ค.วันรธน. แต่ยังไม่คิดศึกษาทั้งฉบับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251884

วันรัฐธรรมนูญ, 10 ธันวาคม, ปชช., ซูเปอร์โพล, ปชช, รู้, วัน, รธน, แต่, ยัง, ไม่, คิด, ศึกษา, ทั้ง, ฉบับ, ปชชรู้, ธควันรธน

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

ปชช.รู้ 10 ธ.ค.วันรธน. แต่ยังไม่คิดศึกษาทั้งฉบับ

ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ ปชช.รู้ 10 ธ.ค. วันรัฐธรรมนูญเป็นวันสำคัญ แต่ขาดแรงบันดาลใจหยิบขึ้นมาอ่านทั้งฉบับ เหตุกลไกรัฐขาดประสิทธิภาพ กลุ่มนักการเมือง กับ สมาชิก

 

10 ม.ค.59 – ดร.นพดล กรรณิกา ประธานชมรมขับเคลื่อนวิชาการเพื่อวิจัยความสุขชุมชน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล(SUPER POLL) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง โพล วันรัฐธรรมนูญ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,145 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 6 – 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.9 รู้ว่า วันที่ 10 ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.5 ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเลย

นอกจากนี้ ประชาชนยังได้ยิน เห็นแต่ข่าวความขัดแย้งระหว่าง กลุ่มนักการเมือง กับ สมาชิก สนช. และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงการพิจารณาออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนี้ มาเป็นอันดับแรก คือร้อยละ 35.8 รองลงมาคือ ร้อยละ 32.7 รับรู้ว่า เป็นประโยชน์ต่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ร้อยละ 12.4 รับรู้ว่า เปิดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม ในขณะที่ร้อยละ 11.4 รับรู้ว่า มีหลายมาตราที่ดีต่อ ทุกคน ทุกหมู่เหล่าไม่แบ่งแยก และร้อยละ 7.6 รับรู้อื่นๆ เช่น ความสับสน ขัดแย้ง เบื่อหน่ายการเมือง การกระจายอำนาจ เป็นต้น

ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนรู้วันรัฐธรรมนูญตรงกับวันที่ 10 ธันวาคม แต่การรับรู้ว่าวันรัฐธรรมนูญเป็นวันสำคัญ ยังไม่ได้ทำให้ประชาชนเกิดแรงบันดาลใจให้หันมาอ่าน ศึกษารัฐธรรมนูญด้วยตนเอง สาเหตุสำคัญที่น่าพิจารณาคือ ประชาชนยังไม่เกิดแรงบันดาลใจที่มากเพียงพอว่า รัฐธรรมนูญสำคัญต่อชีวิตของตนเองจนต้องหยิบขึ้นมาอ่าน หรืออาจเป็นเพราะกลไกของรัฐ ยังไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่ทำให้ทุกคนต้องยึดกฎหมายสูงสุดร่วมกัน และตัวบั่นทอนแรงบันดาลใจของสาธารณชนที่สำคัญคือ ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นระหว่าง กลุ่มนักการเมือง กับ สมาชิก สนช. และ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่น่าจะแสดงท่าทีทำให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จะทุกคนในชาติจะได้รับนี้ ช่วยลดทอนความขัดแย้งของคนในชาติ มากกว่า จะกลายเป็นต้นเหตุความขัดแย้งเสียเอง.

 

“ปธ.กรธ.” หวังทุกฝ่ายประคองรธน.ใหม่เดินหน้าตามเจตนารมณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251883

รัฐธรรมนูญ, กรธ., หวัง, ทุกฝ่าย, ประคอง, รธน, ใหม่, เดินหน้า, ตาม, เจตนารมณ์, ปธกรธ, มีชัย

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

“ปธ.กรธ.” หวังทุกฝ่ายประคองรธน.ใหม่เดินหน้าตามเจตนารมณ์

“มีชัย”พูดเนื่องในวันรธน.ไทย ย้ำสร้างกติกาเพื่อพัฒนาชาติ-สังคมสุข-ลดความขัดแย้ง หวังทุกฝ่ายช่วยประคับประคองตามเจตนารมณ์ ปัดตอบอายุของรธน.ใหม่ ชี้ขึ้นอยู่กับสถ

          10 ธ.ค. — นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้สัมภาษณ์เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ  10 ธันวาคม ถึงความคาดหวังต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กับการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยว่า  ตนไม่กล้าคาดหวังเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้ เพราะกังวลว่าจะเป็นความประมาท แต่ขอตั้งความหวังไว้ในทางที่ดี ว่าการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจะทำให้ประเทศชาติพัฒนาไปสู่ความสุข สงบ และลดความขัดแย้ง ทั้งนี้รัฐธรรมนูญถือเป็นกติกาสูงสุดของประเทศที่วางกรอบให้ทุกฝ่ายอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องและมีธรรมาภิบาล โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ความคุ้มครองประชาชนด้านสิทธิ และเสรีภาพ ส่วนฝ่ายบริหารต้องมีหน้าที่ มีกรอบการใช้อำนาจและถูกตรวจสอบถ่วงดุล ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติฐานะผู้ตรากฎหมายต้องคำนึงถึงความจำเป็น และคำนึงถึงผลที่ไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเกินความจำเป็น

“ดังนั้นกรอบที่วางไว้จะทำให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างสุข สงบ และมีความสุข ไม่มีผู้ใดที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด ทุกฝ่ายต้องมีสิทธิคู่กับการมีหน้าที่ ดังนั้นเนื่องในวันรัฐธรรมนูญที่เป็นวันสำคัญของให้ทุกฝ่ายช่วยประคับประคองให้รัฐธรรมนูญเดิมหน้าไปตามเจตนารมณ์  โดยผู้ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายต้องบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด เที่ยงธรรม ตรงไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ หากไม่ทำจะทำให้สังคมปั่นป่วน และเอาไม่อยู่” นายมีชัย กล่าว

นายมีชัย กล่าวด้วยว่าสำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น พยายามยกร่างเนื้อหาให้ออกมาเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุดเท่าที่มนุษย์จะคิดได้  โดยตนไม่ทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะบังคับใช้ได้นานเท่าใด เพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความต้องการ วิถีชีวิต โดยเทียบได้รับรัฐธรรมนูญอยู่ภายใต้ความเป็นอนิจจังที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์   โดยตนเชื่อว่าหากใช้วิธีตามรัฐธรรมนูญจะไม่มีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีต่างชาติมองประเทศไทยว่าใช้รัฐธรรมนูญเปลืองมากที่สุดในโลก นายมีชัย กล่าวว่า   “คนอื่นไม่เคยมีปัญหาเหมือนบ้านเรา เมื่อเราเจอปัญหาก็ต้องแก้ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสภาวะของสังคมและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

 

“ปึ้ง” จวก กรธ.เขียนกม.ลูก หวั่นทำเพื่อไทยถูกยุบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251881

กรธ., เพื่อไทย, พ.ร.บ.พรรคการเมือง, เสี่ยง, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ปึ้ง, จวก, เขียน, ลูก, หวั่น, เพื่อ, ไทย, ถูก, ยุบ, กรธเขียนกมลูก, สุรพงษ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 10 ธ.ค. 2559

“ปึ้ง” จวก กรธ.เขียนกม.ลูก หวั่นทำเพื่อไทยถูกยุบ

“สุรพงษ์” จวกยับ เขียนกม.ลูกแบบนี้กรธ.มีเป้าหมายอะไรในใจกันแน่ ชี้ “เพื่อไทย” เสี่ยงถูกยุบอีก

 

10 ธ.ค.59 – นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตนอ่านพ.ร.บ.พรรคการเมืองที่ยกร่างโดยกรธ.แล้วรู้สึกเป็นห่วงหัวหน้าพรรคเพื่อไทยอย่างยิ่ง เพราะหัวหน้าพรรคอาจจะโดนโทษตามมาตรา 105 หรือมาตรา 109 คือ ไม่ถูกประหารชีวิตก็อาจจะถูกจำคุกตลอดชีวิตก็เป็นได้ เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาพรรคเรามักจะโดนอะไรต่อมิอะไรที่พรรคการเมืองอื่นเขาไม่โดนกระทำกัน ยิ่งพ.ร.บ.พรรคการเมืองเขียนแบบนี้พรรคเพื่อไทยจะอยู่ได้ยาก เพราะอย่างที่รู้ๆ กัน พรรคเราไม่มีตัวช่วย โอกาสที่จะถูกกลั่นแกล้ง ใส่ร้าย ป้ายสีจะมีสูงกว่าพรรคอื่นๆ นอกเสียจากว่าการบังคับใช้พ.ร.บ.พรรคการเมืองจะยึดมั่นในหลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ลำเอียง ไม่สองมาตรฐาน บังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา และโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะโดนยุบพรรคก็มีสูง ตามมาตรา 97 ที่กำหนดว่า พรรคการเมืองต้องทำตามมาตรา 23 ที่กรธ.คุยนักคุยหนาว่าให้ทุกพรรคการเมืองลองศึกษาดู เพราะเมื่อดูแล้วจะรู้ได้ว่าพรรคเพื่อไทยก็คงถูกยุบพรรคเอาง่ายๆ

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า สมมติว่าพรรคเพื่อไทยเสนอแนวคิดในการพัฒนาประเทศหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ในแนวทางที่นักวิชาการ อาจารย์ อธิการบดี หรือผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายคิดไม่ได้ตามไม่ทัน เช่น เมื่อเราคิดนโยบาย 2 ล้านล้านบาท พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศขึ้นมา แล้วมีการออกมากล่าวหา โจมตี และไม่เห็นด้วยกับเรา จนในที่สุดกลายเป็นความผิดของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่เมื่อรัฐบาลคสช.หยิบขึ้นมาปัดฝุ่นทำใหม่ กลับไม่ผิด นี่เป็นตัวอย่างที่ตนหยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยมักจะโดนอะไรต่อมิอะไรที่คนอื่นเขาไม่โดนกัน คงต้องตั้งคำถามกันแบบตรงๆ ว่า เขียนกฎหมายลูกกันแบบนี้กรธ.มีเป้าหมายหรือความต้องการอะไรอยู่ในใจกันแน่ และการใช้บทลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตนั้น ทำให้เราอาจถูกต่างชาติดูถูกดูแคลนในความไม่เป็นอารยะของบ้านเมืองเราก็เป็นได้ แก้เถอะ ยังทันอยู่.

 

กมธ.การเมือง สนช. หนุนติดดาบ กกต. สอบคดี ลต.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251858

กมธ. การเมืองสนช. หนุนติดดาบ กกต. สืบสวนสอบสวนคดี ลต. #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, กมธ, การเมือง, หนุน, ติด, ดาบ, กกต, สอบ, คดี, กมธการเมือง, สนช, หนุนติดดาบ, สอบคดี

การเมือง  : 9 ธ.ค. 2559

กมธ.การเมือง สนช. หนุนติดดาบ กกต. สอบคดี ลต.

กมธ. การเมืองสนช. หนุนติดดาบ กกต. สืบสวนสอบสวนคดีเลือกตั้ง

          9 ธ.ค.- ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการการเมือง สนช. เรื่องแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีศึกษาพ.ร.บ.ประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.พ.ศ.2550 และพ.ร.บ.ประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 โดยนายกล้านรงค์ จันทิก ประธาน กมธ. รายงานว่า กมธ.ได้นำกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ มาศึกษาหาข้อดี และข้อเสีย สำหรับกฏหมาย กกต.นั้น กมธ.เห็นด้วยในหลักการเดิม โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ และโครงสร้างเดิมรวมไปถึง กกต. จังหวัดด้วย แต่มีข้อเสนอแนะให้เพิ่มอำนาจ กกต. ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ โดยเฉพาะเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ในการเรียกบุคคลตรวจค้นยึดอายัดทรัพย์สิน เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานของ กกต. และเห็นควรให้ออกกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสำนักงานกกต. เป็นการเฉพาะแยกอออกจากกฎหมาย กกต.

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกฏหมายพรรคการเมืองนั้นทาง กมธ.การเมืองเห็นว่า หลักการการตั้งพรรคการเมืองตั้งควรจัดตั้งง่าย มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และยุบยาก ขณะเดียวกันควรเพิ่มบทบัญญัติ ว่าด้วยการห้ามไม่ให้นอมินีมาเป็นหัวหน้า หรือกรรมการบริหารพรรค อีกทั้งพรรคการเมืองต้องไม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกเข้ามายุ่งในกิจการภายในของพรรคหากพบว่า ฝ่าฝืนก็ให้ถือว่า เป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขขณะเดียวกัน กมธ. ยังเห็นว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ของนักการเมืองยังมีความจำเป็น และควรเพิ่มโทษ หากพบว่า มีความพยายามในการปกปิดส่วนเงินบริจาค ทางกมธ. เห็นว่า ควรให้บริจาคตรงกับพรรคการเมืองส่วนการกำหนดอัตราการบริจาคไม่เกิน 10 ล้านบาท ตามกฏหมายเก่า กมธ. เห็นว่า ไม่เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบันแล้วจึงเห็นควรให้ปรับปรุงให้สูงขึ้นตามความเป็นจริงทั้งนี้ ข้อมูลนี้ถือเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพื่อเตรียมใช้สำหรับการพิจารณากฎหมายลูกที่ สนช. จะรับไม้ต่อมาพิจารณาจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)

 

สนช. เห็นชอบร่าง ก.ม.ดิจิทัล ตั้ง กก.จัดทำนโยบายชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/251845

สนช. เห็นชอบร่าง ก.ม.ดิจิทัล ตั้ง กก.จัดทำนโยบายชาติ #ข่าวการเมือง #คมชัดลึก, เห็นชอบ, ร่าง, ดิจิทัล, ตั้ง, จัดทำ, นโยบาย, ชาติ, สนช, เห็นชอบร่าง, กมดิจิทัล, กกจัดทำนโยบายชาติ, นโยบายชาติ

การเมือง  : 9 ธ.ค. 2559

สนช. เห็นชอบร่าง ก.ม.ดิจิทัล ตั้ง กก.จัดทำนโยบายชาติ

สนช. เห็นชอบ ร่าง กฎหมายดิจิทัล ตั้ง คณะกรรมการจัดทำ “นโยบายชาติ”

           9 ธ.ค.- ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานของคณะกรรมาธิการการเมือง สนช. เรื่องแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีศึกษาพ.ร.บ.ประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.พ.ศ.2550 และพ.ร.บ.ประกอบร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 โดยนายกล้านรงค์ จันทิก ประธาน กมธ. รายงานว่า กมธ.ได้นำกฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ มาศึกษาหาข้อดี และข้อเสีย สำหรับกฏหมาย กกต.นั้น กมธ.เห็นด้วยในหลักการเดิม โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ และโครงสร้างเดิมรวมไปถึง กกต. จังหวัดด้วย แต่มีข้อเสนอแนะให้เพิ่มอำนาจ กกต. ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับประชามติ โดยเฉพาะเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ในการเรียกบุคคลตรวจค้นยึดอายัดทรัพย์สิน เช่นเดียวกับเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการทำงานของ กกต. และเห็นควรให้ออกกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสำนักงานกกต. เป็นการเฉพาะแยกอออกจากกฎหมาย กกต.

นายกล้านรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกฏหมายพรรคการเมืองนั้นทาง กมธ.การเมืองเห็นว่า หลักการการตั้งพรรคการเมืองตั้งควรจัดตั้งง่าย มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง และยุบยาก ขณะเดียวกันควรเพิ่มบทบัญญัติ ว่าด้วยการห้ามไม่ให้นอมินีมาเป็นหัวหน้า หรือกรรมการบริหารพรรค อีกทั้งพรรคการเมืองต้องไม่ยินยอมให้บุคคลภายนอกเข้ามายุ่งในกิจการภายในของพรรคหากพบว่า ฝ่าฝืนก็ให้ถือว่า เป็นการกระทำที่เป็นปรปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขขณะเดียวกัน กมธ. ยังเห็นว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ของนักการเมืองยังมีความจำเป็น และควรเพิ่มโทษ หากพบว่า มีความพยายามในการปกปิดส่วนเงินบริจาค ทางกมธ. เห็นว่า ควรให้บริจาคตรงกับพรรคการเมืองส่วนการกำหนดอัตราการบริจาคไม่เกิน 10 ล้านบาท ตามกฏหมายเก่า กมธ. เห็นว่า ไม่เหมาะสมกับสภาวะปัจจุบันแล้วจึงเห็นควรให้ปรับปรุงให้สูงขึ้นตามความเป็นจริงทั้งนี้ ข้อมูลนี้ถือเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น เพื่อเตรียมใช้สำหรับการพิจารณากฎหมายลูกที่ สนช. จะรับไม้ต่อมาพิจารณาจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)