เอไอเอสมอบทุนการศึกษาเยาวชนใต้ปีที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246239

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

กลุ่มอินทัช ประกอบด้วย บมจ.อินทัชโฮลดิ้งส์ (อินทัช), บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส), บมจ.ไทยคม(ไทยคม) และบมจ.ซีเอส ล็อกซ อินโฟ (ซีเอสล็อกซ) จัด โครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อเสริมสร้างทุนทางปัญญาด้วยการมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เรียนดี ความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งมอบเงินสนับสนุนให้แก่โรงเรียนและคณะครู โดยจะจัดขึ้นใน3 ภูมิภาค ได้แก่ อินทัชและซีเอส ล็อกซ อินโฟมอบให้โรงเรียนในภาคเหนือ, ไทยคม มอบให้โรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเอไอเอส มอบให้โรงเรียนในภาคใต้ โดยครั้งนี้เป็นคิวของ เอไอเอส เพื่อส่งเสริมและสร้างทุนทางปัญญาให้เยาวชนไทยในพื้นที่ภาคใต้ แบ่งเป็นทุนสำหรับนักเรียนที่เรียนดี, ทุนสนับสนุนโรงเรียนและทุนสนับสนุนคณะครู รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.7 ล้านบาท ณ สโมสรรื่นฤดี ค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช

วิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “สำหรับการมอบทุนการศึกษาในพื้นที่ภาคใต้ในปีนี้ เอไอเอสจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยปีที่ผ่านมาเราได้มอบทุนการศึกษา จำนวน 1.7 ล้านบาท ให้กับนักเรียน คณะครู และโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุนดังกล่าวเรามอบให้แบบบูรณาการ เพื่อให้เกิดการพัฒนาในทุกๆ ด้านและสำหรับปีนี้ เราได้มอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ทางภาคใต้เช่นกัน เพื่อเป็นการกระจายโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัว โดยมอบทุนให้แก่นักเรียนทั้งหมด 10 โรงเรียน จำนวน 200 ทุน พร้อมกันนี้ ยังได้มอบทุนสนับสนุนให้แก่โรงเรียนและคณะครู เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ ต่อไป โดยจำนวนทุนการศึกษาและทุนสนับสนุนฯที่เอไอเอส มอบให้ในโครงการ “กลุ่มอินทัช สร้างโอกาสทางการศึกษา” ในพื้นที่ภาคใต้ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1.7 ล้านบาท”

หลังพิธีมอบทุนการศึกษา มีเสียงเล็กๆ ของน้องๆ นักเรียน และคุณครู เปิดใจถึงการได้รับโอกาสดีๆ ในวันนี้ เริ่มจากนางสาวอลิษา ไถนาเพรียว อายุ 17 ปีนักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนบ้านอ่าวกระพ้อ จังหวัดพังงา บอกว่า “หนูรู้สึกดีใจมากที่ได้รับทุนการศึกษา ขอบคุณ เอไอเอส มากค่ะ ปกติพวกหนูจะไม่ค่อยได้รับโอกาสเหล่านี้ เพราะโรงเรียนของพวกเราอยู่บนเกาะค่อนข้างห่างไกล ปีนี้หนูอยู่ ม.6 แล้ว การเข้ามหาวิทยาลัยจะต้องใช้เงินเยอะ หนูจึงตั้งใจที่จะนำทุนที่ได้รับไปใช้ในการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยค่ะ หนูตั้งใจจะเรียนต่อด้านพยาบาล จะได้ช่วยเหลือผู้อื่น นอกจากจะได้บุญแล้ว หนูจะได้มีเงินเก็บไว้ดูแลครอบครัวค่ะ”

อาจารย์จิตราภรณ์ ขาวเฉาะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวัดปริง จังหวัดสตูลกล่าวว่า “ดิฉันจะนำเงินทุนไปใช้พัฒนาด้านการกีฬาของโรงเรียน ช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา พร้อมทั้งส่งเสริมให้นักเรียนในโรงเรียนมีสุขภาพอนามัยแข็งแรงสมบูรณ์ และนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนให้กับเด็กนักเรียนยากจน ที่ต้องทำงานหารายได้ควบคู่กับการเรียน รวมถึงเป็นกองทุนในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนค่ะ”

เอไอเอสและกลุ่มอินทัช ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการตอบแทนสังคม ภายใต้แนวคิด “คนไทยแข็งแรง ประเทศไทยแข็งแรง” เพราะเราเชื่อมั่นว่า เยาวชน การศึกษา ครอบครัว และชุมชน เป็นแกนหลักสำคัญที่จะทำให้สังคมไทยเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรงอย่างยั่งยืนตลอดไป

มิกซ์ แมกกาซีนฉบับพิเศษ ‘ข้าแผ่นดินในรัชกาลที่ 9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246240

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์ต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช MiX MAGAZINE ได้จัดทำนิตยสารฉบับพิเศษเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่มีชื่อว่า “ข้าแผ่นดินในรัชกาลที่ ๙” เนื้อหาล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของพระองค์ทั้งสิ้น ประกอบด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก พิมพ์สี่สีสวยงามตระการตา

ภายในเล่มประกอบด้วยเนื้อหาทั้งพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ ทั้งด้านดนตรีและศิลปกรรม อีกทั้งยังทรงคิดค้นโครงการในพระราชดำริต่างๆ พร้อมประมวลภาพเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก รวมไปถึงคอลัมน์ของนักเขียนชื่อดัง อาทิ สันติ เศวตวิมล, ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ และ เกษมสันต์ วีระกุล

MiX MAGAZINE ฉบับพิเศษนี้ยังสัมภาษณ์บุคคล ผู้มีชื่อเสียงไว้มากมาย ทั้งที่เคยถวายงานรับใช้และน้อมนำเอาคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต อาทิ ศ.ระพี สาคริก นายกสมาคมกล้วยไม้แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, อาจารย์ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ ศิลปินผู้มีความภักดีในพระราชา, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงสาวชื่อดังผู้ดำเนินตามรอยศาสตร์ของพระราชา

และสำคัญที่สุด ปก MiX MAGAZINE ฉบับนี้ รังสรรค์โดย ศิลปินผู้เปี่ยมไปด้วยความภักดีและศรัทธา อ.ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ ในชื่อภาพ “ฟ้าโน้มกิ่ง” ถ่ายทอดเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แต่ทรงห่วงใยประชาเหนืออื่นใด เสมือนฟ้าเบื้องสูงที่กำลังโน้มกิ่งลงมาพื้นดิน อีกทั้ง ภายในเล่มยังประกอบด้วยชุดภาพวาด จำนวน 9 ภาพ ที่มาในรูปแบบกระดาษพิเศษควรค่าแก่การเก็บเป็นที่ระลึกยิ่ง

ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำ จำหน่ายในราคาปกติ 140 บาท หรือสั่งซื้อนิตยสารโดยตรงที่ บริษัท มิตรมายา จำกัด โทร.02-460-1534 และ 087-794-2111 ทั้งยังติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ แฟนเพจ @MiXMagazineThailand

มุมนี้มีนัด : 24 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246235

587585

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

l แสงแห่งพระบารมี

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด และโครงการภาคภูมิแผ่นดินไทย จัดงาน “แสงแห่งพระบารมี” เชิญชวนประชาชนเขียน“บันทึกความภาคภูมิใจที่ทำตามพ่อ” ร่วมชมพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผลงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ตั้งแต่วันนี้-8 มกราคม 2560 ณ พาร์ค พารากอนชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน

l ศิลปะนานมี อะวอร์ด

นานมี แกลเลอรี่ จัดนิทรรศการผลงานภาพวาดเยาวชนที่ได้รับรางวัลและผู้เข้ารอบการประกวด ฮอร์ส อะวอร์ด และผลงานจิตรกรรม นานมี ไฟน์ อาร์ต อะวอร์ดครั้งที่ 11 หัวข้อ “อนุรักษ์ธรรม อนุรักษ์ไทย”เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ “ธรรม” ของ “ไทย” ในทุกๆ บริบท เป็นพลังที่จุดประกายให้เกิดความรักความหวงแหนสมบัติของแผ่นดิน ให้คงอยู่อย่างเข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืนตลอดไปผู้สนใจเข้าชมฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2559 ณ นานมี แกลลอรี่ ชั้น 3อาคารนานมี สาทร สอบถามเพิ่มเติม โทร.02-6488000ผู้ที่สนใจภาพสามารถร่วมซื้อผลงานจากการประกวด โดยรายได้จากการจำหน่ายไม่หักค่าใช้จ่ายนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อสมทบทุนสภากาชาดไทย

l คาเวียร์ ไนท์

แปซิฟิค ซิตี้ คลับ ร่วมกับ บริษัทคาเวียร์ เฮ้าส์ จำกัด และ โซซิเอเต้ ดู แวง จัดงาน “คาเวียร์ ไนท์” เพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีแจ๊สอันไพเราะ พร้อมกับเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นโดยเชฟ คาร์ลอส และการจับคู่ระหว่างแชมเปญรุ่นลิมิเต็ดและไวน์ขาวออร์แกนิค จากฝรั่งเศสกับคาเวียร์ 3 ชนิด ได้แก่ Premium of SiberianSturgeon Royal Oscietra Caviar และ Premium of Russian Sturgeon ภายในงานจะมีการจำหน่ายแชมเปญ ไวน์และคาเวียร์ในราคาพิเศษ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 เวลา 18.30-20.30 น.ณ บริเวณล็อบบี้ ชั้น 28 อาคารแปซิฟิค เพลส 2 (สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส : นานา) ผู้สนใจร่วมงานสามารถซื้อบัตรได้ในราคา 2,800++ บาทต่อท่าน จำนวนจำกัดเพียง 40 ท่าน ได้ที่ แปซิฟิค ซิตี้ คลับ โทร.02-6532450 หรืออี-เมล์ se3@pacificcityclub.com

l งานแสดงสินค้าไทย

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ชวนร่วมชิม ช็อปสินค้าคุณภาพ ราคาสบายกระเป๋า กับ “งานแสดงสินค้าไทยราคาประหยัดเพื่อคนที่คุณรัก” พบกับผู้ประกอบการที่พร้อมใจกันยกขบวนพาเหรดสินค้ามาจำหน่ายในราคาเบาๆ มากมายกว่า 70 ร้านค้า อาทิ สินค้าแฟชั่น เครื่องแต่งกาย กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน อาหาร สินค้าแปรรูปต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการจำหน่ายข้าวสารราคาถูกจากชาวนาโดยตรง ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2559 ณ บริเวณห้องแสดงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร02-2024579

คุณแหน : 25 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246251

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราโชวาทว่าด้วยการเป็นเจ้าแผ่นดินนั้น จะต้องทรงประกอบหน้าที่อย่างไร…“เป็นคนที่อดกลั้นต่อสุขและทุกข์อดกลั้นต่อความรักและความชิงชัง อันจะเกิดฉิวขึ้นมาในใจ หรือมีผู้ยุยง เป็นผู้ปราศจากความเกียจคร้าน ผลที่จะได้นั้นมีแต่ชื่อเสียงปรากฏเมื่อเวลาตายแล้ว ว่าเป็นผู้รักษาวงศ์ตระกูลไว้ได้ และเป็นผู้ป้องกันความทุกข์ของราษฎร ซึ่งอยู่ในอำนาจความปกครอง”…

ll พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรงเป็นองค์ประธานงานเมตตาบันเทิงของ WAIF(World Adoption International  Fund มูลนิธิที่ก่อตั้งโดยดาราฮอลลีวูดชื่อดัง เจน รัสเซลส์) ในปี พ.ศ.2510… “…ในฐานะที่เราเป็นบิดามารดาของเด็กสี่คน เราก็ได้มีความคิดฝันอยู่เนืองนิตย์ถึงอนาคตและความสุขของเขา ทั้งฐานะแห่งเราในบ้านเมืองของเรานั้น ยังให้เรามุ่งมาดในอนาคตและความสุขของเด็กอื่นอีกจำนวนเหลือคณานับ ซึ่งปรารถนาในความเอาใจใส่ใยดีจากเรา…” บันทึกไว้ใน“จดหมายเหตุโดยจงรักภักดี”โดยศิลปินแห่งชาติ รงค์ วงษ์สวรรค์ และเผยแพร่เฉลิมพระเกียรติโดย“ต่วยตูน” พฤศจิกายน 2559…

ll ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ เป็นประธานงาน“รวมพลังแห่งความภักดี” ที่จัดขึ้นในบริเวณโรงเรียนจิตรลดา(สายสามัญ)…เช้าวันอังคารที่ผ่านมา…รวมนักเรียนทุกสาย ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่เกือบ 3 พันคน…ถวายอาลัยต่อองค์ผู้ก่อตั้ง และตั้งสัตย์ปฏิญาณจะเป็น“คนดีของในหลวง”…

ll เต็นท์“จิตรลดาอาสา”ที่แจกจ่ายอาหารเครื่องดื่มสำหรับผู้มาถวายสักการะงานพระบรมศพ ในพระบรมมหาราชวังยังเข้มแข็งและ“แจกดี”ด้วย“มาม่าคัพ”และ“เฮลส์บลูบอยน้ำแดง”…

ll ลูกศิษย์ลูกหาดีใจที่เห็นอาจารย์เก่าที่เคยป่วย กลับมาทำงานได้เหมือนเดิม ตั้งแต่ ท่านผู้หญิงสุนามัน ประนิช ,อ.ปัทมาวดี สุทัศน์ ณ อยุธยา,ครูสมบัติ จันทรโชติ…รายหลังเป็นครูพละเก่าแก่ที่เคยมีผิวสีคล้ำที่สุด…ตอนนี้หายป่วยและรู้สึกว่าขาวขึ้นเพราะมีครูอาสามาจากแคเมอรูน มาให้เปรียบเทียบ…

ll ลูกศิษย์เอก (รุ่น 6)ดลชัย บุณยะรัตเวช โดดงานได้เป็นโดดมาร้องเพลงวงคอรัสจิตรลดา ด้วยเพลงเอก“9 เดินต่อไป”ที่แต่งเนื้อร้องเองชวนให้ดำเนินชีวิตด้วยพร 9 ประการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9ได้พระราชทานไว้…ส่วนทำนองไพเราะ สร้างสรรค์โดย พงศ์พูน พิบูลย์เกษตรกิจ…

ll ครองศักดิ์ จุฬามรกต หยุดงาน“พิพิธภัณฑ์แม่”ชั่วขณะ มาหัดเขียนรูปสี หลังจาก Master งานทิวทัศน์ขาว-ดำ…ระหว่างนี้กำลังเขียนภาพ มงคล อุทก…ศิลปินเพื่อชีวิต เพื่อนสนิทไว้ให้ผู้รักดนตรีได้ประมูล วันที่ 10 ธันวาคม…ศิลปิน
และแฟนๆ คงแน่น หอศิลป์ กทม. …ll

ภิญญ์สิรี

‘อ่านเพื่อพ่อ ส่งต่อแสงสว่าง เพื่อผู้พิการทางสายตา’ ผ่านแอพพลิเคชั่น‘Read for the Blind’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246252

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

อีกครั้งของ “เคทีซี” กับการจัดกิจกรรมดีๆ “อ่านเพื่อพ่อ ส่งต่อแสงสว่าง เพื่อผู้พิการทางสายตา” เชิญชวนพนักงานและประชาชนคนไทยคัดเลือกหนังสือหรือบทความที่มีความประทับใจเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อส่งต่อเป็นหนังสือเสียงให้กับผู้พิการทางสายตา ผ่านแอพพลิเคชั่น “Read for the Blind” ช่องทางที่เปิดโอกาสให้คนไทยทำความดีได้ง่ายขึ้น ไม่จำกัดเวลา หรือสถานที่ ผ่านเครื่องมือสื่อสาร สอดรับไลฟ์สไตล์คนไทยที่นิยมใช้โทรศัพท์มือถือ

พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการ-ทรัพยากรบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทยจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีได้จัดกิจกรรม “อ่านเพื่อพ่อ ส่งต่อแสงสว่าง เพื่อผู้พิการทางสายตา” ในครั้งนี้ ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้พนักงานที่รักการอ่าน ได้มีโอกาสส่งต่อความรู้ ให้กับผู้พิการทางสายตา โดยคัดเลือกหนังสือ หรือบทความที่มีความประทับใจเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อใช้บันทึกเป็นหนังสือเสียง ผ่านแอพพลิเคชั่น “Read for the Blind” ที่ถูกออกแบบเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนไทยในยุคที่โซเชียล มีเดียเข้ามามีอิทธิพล ซึ่งถือเป็นช่องทางทำความดีที่สะดวก รวดเร็ว และไม่จำกัดสถานที่อีกด้วย”

พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผอ.ทรัพยากรบุคคล, ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่น,ชลทิพย์ ยิ้มย่อง จากมูลนิธิคนตาบอดไทย และ กัณฑรัตน์ เจิมจิตรผ่อง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-สื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์

ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งแอพพลิเคชั่น “Read for the Blind” กล่าวว่า “สังคมในยุคนี้ถูกเรียกว่า “สังคมก้มหน้า” ซึ่งฟังดูมีแต่แง่ลบ จริงๆ แล้วความเจริญด้านเทคโนโลยีก็มีแง่ดีๆ อยู่ ผมจึงมีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนความหมายของสังคมก้มหน้าให้เป็น “สังคมก้มหน้า…ทำดี” ด้วยการสร้างแอพลิเคชั่น “Read for the Blind” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นให้คนตาดีสามารถใช้อ่านหนังสือให้คนตาบอดได้ทุกที่ทุกเวลา สิ่งนี้ดูเหมือนจะมุ่งไปที่การช่วยเหลือคนตาบอด แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ช่วยแค่คนตาบอด แต่เป็นการช่วยคนตาดีให้ได้ใช้เทคโนโลยีในการทำประโยชน์เพื่อสังคมเรากำลังสร้างบรรยากาศของการทำความดีให้เกิดขึ้นในสังคม โซเชียล และปลูกฝังให้คนไทยรู้สึกคุ้นชินกับการทำความดีโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่หรือเวลา”

ทางด้าน ชลทิพย์ ยิ้มย่อง ผู้ดูแลระบบข้อมูลข่าวสารสำหรับคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์ กล่าวว่า “สำหรับผู้ที่เสียสละเวลาเพื่อมาแบ่งปันสิ่งดี ๆ ให้กับคนตาบอดถือเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ การให้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปเงินทองแต่สามารถแบ่งปันได้ด้วยการถ่ายทอด การอ่าน การเป็นตาให้กับเขาและเธอ ประเภทหนังสือที่ผู้พิการทางสายตาต้องการเป็นพิเศษ ประกอบไปด้วยหนังสือและบทความ ทางด้านวิชาการ บันเทิง รวมถึงหนังสือที่ช่วยส่งเสริมความรู้ให้กับคนตาบอดในด้านการประกอบอาชีพ เช่นการนวด, โหราศาสตร์, ภูมิศาสตร์และการท่องเที่ยว, ประวัติศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศ, วรรณคดี วรรณกรรม, เศรษฐกิจการเงิน การลงทุน, ศาสนา และปรัชญา, ดนตรี กีฬาและบันเทิง, กฎหมาย การเมือง การปกครอง, เรื่องสั้นทั้งไทยและแปล, ความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ, ไอทีและเทคโนโลยี, วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม”

พนักงานเคทีซี ร่วมกิจกรรมดีๆ “อ่านเพื่อพ่อ ส่งต่อแสงสว่าง เพื่อผู้พิการทางสายตา”

“ปัจจุบัน มีจำนวนอาสาสมัครที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Read for the Blind ไปแล้วกว่า 180,000 ราย มีการสร้างหนังสือในระบบประมาณ ไม่ต่ำกว่า 50,000 เล่ม และบทความอีกกว่า 60,000 บทความ จำนวนสมาชิกผู้พิการที่สมัครเข้าใช้งาน (เฉพาะที่ใช้งานในระบบ) จำนวนกว่า 5,000 ราย”

นอกจากสมาชิกคนตาบอดจะใช้งานอ่านหนังสือหรือบทความผ่านแอพพลิเคชั่น Read for the Blind แล้วยังมีอีก 4 ช่องทางหลัก คือ (1414Plus) ได้แก่ 1.บริการสายด่วนข้อมูลข่าวสารเพื่อคนตาบอดผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ หมายเลข 1414 ซึ่งมีจำนวนสมาชิกที่โทรศัพท์เข้าไปเพื่อฟังหนังสือ ข่าวสาร ประกาศ และบทความต่างๆ ในระบบ จำนวน 300,000 สายต่อเดือน 2.แอพพลิเคชั่น TAB2Read mobile อ่านหนังสือผ่านทางเว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นหลักของทางห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ มูลนิธิคนตาบอดไทย 3.บทความและหนังสือที่ถูกอ่านผ่านแอพพลิเคชั่น Read for the Blind จะถูกนำมาออกอากาศทางวิทยุเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางสื่อสิ่งพิมพ์ (TAB Radio) ซึ่งเป็นวิทยุบริการการอ่านสำหรับคนตาบอด 4. หนังสือที่ถูกอ่านอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน และผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว จะถูกให้บริการเป็นแผ่นสำหรับยืม-คืนในห้องสมุดคนตาบอดฯ ต่อไป

พนักงานเคทีซี ร่วมกิจกรรมดีๆ “อ่านเพื่อพ่อ ส่งต่อแสงสว่าง เพื่อผู้พิการทางสายตา”

สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกอ่านหนังสือผ่านแอพพลิเคชั่น หรือไม่มีสมาร์ทโฟน สามารถบันทึกเสียงลงคอมพิวเตอร์ได้โดยใช้โปรแกรมของห้องสมุดคนตาบอดฯ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ห้องสมุดคนตาบอดและผู้พิการทางสื่อสิ่งพิมพ์แห่งชาติ มูลนิธิคนตาบอดไทย โทรศัพท์02-2463835ต่อ 201-202 หรือที่เฟซบุ๊คเพจ https://www.facebook.com/daisyth.team

หน้า 24 : 25 พฤศจิกายน 2559

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246249

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

 

เกอร์แลง เผยผิวสวยที่แลดูเป็นธรรมชาติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246250

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จิราภา พงศ์เจริญศิริกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ และ ฉัตรชัย เพียงอภิชาต เมคอัพอาร์ติสท์ พร้อมด้วย สมบัษรถิระสาโรช, เข็มอัปสร สิริสุขะ, เจษฎาภรณ์ ผลดี

Guerlain (เกอร์แลง) แบรนด์เครื่องสำอางระดับสูงที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในเรื่องเทคนิคของแสงและเงาในกลุ่มผลิตภัณฑ์เมคอัพและสกินแคร์จนได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศฝรั่งเศสได้จัดงานเพื่อเผยโฉม “LINGERIE COLLECTION” (ลองเจอรี คอลเลคชั่น) ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ความงามจากสัมผัสแห่งธรรมชาติ ซึ่งสามารถเนรมิตความงดงามและความเรียบเนียนได้อย่างไร้ที่ติ ราวกับเป็นผิวธรรมชาติของคุณเองได้ในชั่วพริบตาดุจดั่งเวทมนตร์ ณ บิวตี้ฮอลล์ ชั้น M สยามพารากอน

จิราภา พงศ์เจริญศิริกุล ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แบรนด์เกอร์แลง กล่าวถึง “LINGERIE COLLECTION” ว่า “เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ครองใจสาวๆ มาอย่างยาวนานเพราะเบื้องหลังของผิวสวยสมบูรณ์แบบล้วนเป็นความลับที่สาวๆ ทุกคน ใฝ่ฝันอยากรู้ดังนั้น เกอร์แลงในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและใบหน้าของหญิงสาวทุกเชื้อชาติ จึงได้สานฝันของผู้หญิงทุกคนให้เป็นจริง ด้วยการสร้างสรรค์ความงามแด่ผู้หญิงด้วยความงามอันวิจิตรของศิลปะผนวกเข้ากับความกลมกลืนในความงามและสัมผัสแห่งธรรมชาติ ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเนรมิตความงดงามอย่างไร้ที่ติและความเรียบเนียนราวกับผิวธรรมชาติของคุณเองได้ในชั่วพริบตา”

ส่วน ฉัตรชัย เพียงอภิชาต เมคอัพอาร์ติสท์สุดฮอตของเมืองไทยกล่าวถึงเทคนิคการเตรียมผิวให้สวยเรียบเนียนแบบไร้ที่ติว่า “สภาพพื้นผิวของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่าผิวชั้นไม่ดี รองพื้นยังไงก็ไม่เรียบ แต่เรามีเทคนิคที่จะบอกคุณๆ ดังนี้ หนึ่งคือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิว ไม่ใช้รองพื้นหนาๆ ที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถผสานเป็นเนื้อเดียวกันกับผิวหน้า และสามารถปกปิดร่องรอยต่างๆ ได้ ซึ่งเทคนิคการทารองพื้นก็ควรใช้แปรงทารองพื้นเพื่อช่วยเกลี่ยเนื้อของรองพื้นให้กระจายตัวนวลเนียนทั่วใบหน้า โดยทาลูบไล้จากกึ่งกลางใบหน้าออกไปด้านข้างกรอบหน้าโดยรอบที่สำคัญอย่าลืมลูบไล้ให้ทั่วลำคอด้วย ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์หน้าลอยคอดำได้”

สนใจสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ใหม่ได้แล้ววันนี้

เมคอัพอาร์ติสต์ ฉัตรชัย เพียงอภิชาต กับนางแบบ

ชุดของขวัญ‘แบ่งปันความสุข’ ร่วมสร้างสุขภาพเด็กไทยแข็งแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246236

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เชิญชวนผู้ใหญ่ใจดีร่วมเลือกซื้อสินค้าคุณภาพเกรดพรีเมียมจากสถาบันสุขภาพเด็กฯ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและสร้างอนาคตของเด็กไทยให้แข็งแรง กับของขวัญแทนใจประจำปี ชุด “แบ่งปันความสุข” โดยได้รับเกียรติจากผู้ใหญ่ใจดีหลากหลายสาขาวิชาชีพมารวมพลังน้ำใจดีไซน์ลวดลายกับการ์ตูนคาแร็กเตอร์สุดน่ารัก และความงดงามของดอกไม้นานาพันธุ์ จนได้เป็นของขวัญเพื่อให้คุณส่งต่อให้กับคนที่คุณรัก

ชุดของขวัญ “อนาคตเด็กไทยสุขภาพดี”โดย พรรณราย พหลโยธิน ผู้ริเริ่มแนวคิดและการออกแบบชุดของขวัญประจำปี ประกอบด้วยเสื้อยืดคอกลม ราคา 280 บาท มีให้เลือก 3 แบบ กระเป๋าผ้า ราคา 280 บาท มีให้เลือก 6 สี 6 แบบ สมุดบันทึกลายการ์ตูน ราคา 60 บาท มีให้เลือก 2 แบบ และถุงซิป ราคา 120 บาท มีให้เลือก2 แบบ โดยนำคาแร็กเตอร์อันโดดเด่นของสถาบันสุขภาพเด็ก มาถอดแบบเป็นตัวการ์ตูนและลายเส้นสีสันสดใส ทั้งคุณหมอผู้ทุ่มเท นางพยาบาลใจดีคุณแม่ผู้สร้างสรรค์ หนูน้อยสุขภาพดี และกระต่ายน้อยสุดร่าเริง

ชุดตุ๊กตา “ล้มได้ ลุกได้” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “(รักษ์)โลก” ประกอบด้วยตุ๊กตาคาแร็กเตอร์สุดน่ารัก 4 แบบให้สะสม ขนาด 12 นิ้วกับพี่หมี ขั้วโลก สิงโตเจ้าป่า และหนุ่ม-สาวชวนรักษ์โลก แต่งแต้มด้วยสีสันสดใส จัดจำหน่ายในราคาตัวละ 99 บาท หรือซื้อเป็นชุด 4 ตัวในราคา 396 บาท

การ์ดอวยพรและผ้าพันคอจากภาพสีน้ำ ชุด “Floral Medley โดย รศ.ปิยานันต์ประสารราชกิจ ที่ถ่ายทอดภาพวาดดอกไม้ต่างสีสันจากสู่กระดาษอย่างดีในราคาชุดละ 250 บาท และผ้าพันคอเนื้อนุ่ม เงา เบาบาง 3 ขนาด ในราคา S 1,000/M 2,500/L 3,500 บาท

ปฏิทินสีน้ำตั้งโต๊ะประจำปี 2560 โดยการสร้างสรรค์ของทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และกัลยาณมิตร สถาบันฯ ร่วมแต่งแต้มสีสันภาพวาดสีน้ำเป็นมวลหมู่ดอกไม้นานาพันธุ์ 12 เดือน ราคาเล่มละ 120 บาท

ผู้สนใจสั่งซื้อของขวัญแทนใจประจำปี ชุด “แบ่งปันความสุข” สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ประสานงานกองทุนอาคาร มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี รายได้จากการจำหน่ายทั้งหมดร่วมสมทบกองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษามหาราชินี เพื่อการพัฒนาสถาบัน ให้พร้อมเป็นหลักของประเทศให้การดูแลทารกและเด็กพิการแต่กำเนิด รวมทั้งทารกคลอดก่อนกำหนดครบวงจร สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่โทร.1415 ต่อ 2615 โทร. 02-6409363หรือ http://www.childrenhospital.go.th

มาการอง‘ลาดูเร่’เปิดสาขาแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246238

วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

บินตรงมาจากเมืองน้ำหอม เพื่อให้สาวกชาวไทยได้ลิ้มลอง “มาการอง” เลิศรสระดับตำนานที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศสขนานแท้กันไปแล้วกว่า 2 ปี ล่าสุด “ลาดูเร่ ซาลอง เดอ เต” (LaduréeSalon de Thé) ร้านต้นตำรับ มาการอง เพสตรี้ และอาหารรสชาติละมุนลิ้นในสไตล์ปารีเซียง ที่มีบรรยากาศความโดดเด่นด้วยศิลปะการออกแบบตกแต่งร้านตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสอันเลื่องชื่อ โดยการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์และรายละเอียดการตกแต่งจากฝรั่งเศสทั้งหมด ชวนให้นึกถึงร้านชาสุดหรูบนถนนชองป์ เซลิเซ่ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในไทย เนรมิตพื้นที่ใจกลางศูนย์การค้าสยามพารากอน ให้กลายเป็นแดนสวรรค์ของผู้รักเพสตรี้และอาหารรสเลิศไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ ชั้น M ฮอลล์ ออฟ มิเร่อร์สยามพารากอน เมื่อเร็วๆ นี้

ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ เอครพานิชผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ลาดูเร่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลของลาดูเร่ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในเรื่องของรสชาติมาการองพรีเมียมอันเลิศรส จึงทำให้นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้านลาดูเร่แห่งแรก ภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อสองปีที่ผ่านมา ทางร้านได้เสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากลูกค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศที่แวะเวียนมาลิ้มรสชาติมาการองระดับพรีเมียม ทำให้เรามั่นใจที่จะเปิดตัว ลาดูเร่ ซาลอง เดอ เตสาขาแรกในกรุงเทพฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำเสนอเมนูอาหาร ของหวาน เพสตรี้ ขนมปัง และเครื่องดื่มรสเลิศอย่างสมบูรณ์แบบ”

งานเปิดตัว ซาลอง เดอ เต แห่งแรกนี้ลาดูเร่ ได้เชิญเอ็กเซ็คคิวทีฟ ปาติสเซอรี เชฟ(Executive Patisserie Chef) จากฝรั่งเศสอย่างฌ็อง ฟิลลิปป์ ฮาเมลล์ (Jean Philippe Hamel) เชฟของหวานที่มีฝีมือเอกอุชนิดหาตัวจับยาก พร้อมทีมเชฟผู้เชี่ยวชาญ มาสร้างสรรค์เมนูทั้งขนมหวานรวมถึงอาหารสุดพิเศษ ซึ่งความพิถีพิถันเหล่านี้เกิดจากหลักปรัชญาของแบรนด์ที่ชัดเจนว่าการทำอาหารไม่ใช่แค่รสชาติที่ดี แต่เป็นการสร้างสรรค์ศิลปะแห่งความเพลิดเพลินใจ

ในงานยังคับคั่งไปด้วยแฟนลาดูเร่ ที่หลงใหลในมนต์เสน่ห์ของรสชาติของมาการอง เพสตรี้ และอาหารในสไตล์ฝรั่งเศสขนานแท้ ที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสเปิด ลาดูเร่ ซาลอง เดอ เต สาขาแรกในกรุงเทพฯ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมร่วมแบ่งปันความประทับใจ และเผยเมนูสุดโปรดของตัวเอง

เริ่มจากแฟนรุ่นใหญ่ ละออ ตั้งคารวคุณ ที่รู้จักลาดูเร่ครั้งแรก เมื่อครั้งไปเที่ยวฝรั่งเศสกับครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน เผยความประทับใจว่า “ติดใจทั้งในรสชาติของอาหาร เบเกอรี่ต่างๆ และบรรยากาศเรียบโก้ภายในร้าน และรอคอยมานานว่าเมื่อไหร่จะมาเปิดสาขาในเมืองไทย ซึ่งลาดูเร่ สาขาสยามพารากอนต้องยอมรับเลยว่าเหมือนกับยกลาดูเร่จากฝรั่งเศสมาไว้ที่เมืองไทยเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าชวนเพื่อนกลุ่มไหนมารับประทาน ก็จะต้องถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกทุกครั้ง และชอบรับประทานทั้งอาหารคาวหวาน อย่างเมนูปลา และเฟรนช์โทสต์ เพราะรสชาติดีถูกปาก รวมทั้งมีชาชั้นดีให้เลือกหลากหลายซึ่งอร่อยลงตัวมากเมื่อจับคู่กับเบเกอรี่และมาการองรสชาติต่าง ๆ”

ธีร์พร พร้อมพันธุ์ เผยว่า รู้สึกยินดีที่ ลาดูเร่ ซาลอง เดอ เต มาเปิดในเมืองไทย เพราะชอบบรรยากาศในร้านน่ารัก ตกแต่งสไตล์เดียวกันทั่วโลก “ปกติจะมาซื้อมาการองเป็นของฝากให้เพื่อนๆ และผู้ใหญ่ที่นับถือ เสน่ห์ของมาการองของลาดูเร่คือ รสชาติที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก รวมทั้งเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน รสชาติที่มีให้เลือกหลากหลาย สำหรับตัวเองครั้งแรกที่ได้รู้จักร้านลาดูเร่ ก็เมื่อตอนที่ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ นอกจากมีเมนูเพสตรี้ และมาการองที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีเมนูอาหารสไตล์ฝรั่งเศส มาให้คนไทยได้ลิ้มลองความอร่อยด้วย โดยเฉพาะเมนูสุดโปรดของตัวเอง คือ ออมเล็ต ที่อร่อยมาก และไม่ว่าไปลาดูเร่ประเทศไหน ต้องตามไปชิมทุกแห่ง และอร่อยเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด”

เช่นเดียวกับ พราวพุธ ลิปตพัลลภ ที่ถูกอกถูกใจมาการองของลาดูเร่ ตั้งแต่สมัยไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ ถึงขนาดรอต่อคิวเพื่อซื้อมาการองกลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่เมืองไทยเลยทีเดียว “ตอนนั้นลาดูเร่ เพิ่งเปิดช็อปที่แฮร์รอด ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามาการองของลาดูเร่ขึ้นชื่อมากๆ พอดีกำลังจะกลับเมืองไทย ก็เลยไปเข้าคิวซื้อกลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่ซึ่งทุกคนก็ชอบมาก สำหรับตัวเองคิดว่าเสน่ห์ของลาดูเร่ คือการรสชาติที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทั้งอาหารและของหวานต่างๆ โดยเฉพาะมาการอง ที่รสชาติไม่หวานเกินไป และเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในกำลังดี”

ดื่มด่ำความสุนทรีย์แห่งรสชาติของมาการองแบบต้นตำรับ เพสตรี้ และอาหารรสเลิศในสไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ ได้ที่ “ลาดูเร่ ซาลอง เดอ เต” (Ladurée Salon de Thé)ชั้น M ฮอลล์ ออฟ มิเร่อร์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดทุกวันเวลา 10.00-22.00 น. โทร.02-1294773

สุขภาพผิวดีตั้งแต่หัวจรดเท้า ด้วย5สูตรความงามจาก’น้ำผึ้ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/246200

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 15.21 น.

“น้ำผึ้ง” ของเหลวรสหวานที่ได้มาจากธรรมชาติ ที่สามารถนำมาใส่เป็นเครื่องชูรสที่ไม่ว่าจะใส่ในอาหารหวานหรืออาหาารคาวก็อร่อยได้รสชาติ และไม่เพียงแต่คุณสมบัติที่โดดเด่นด้านรสชาติแต่เพียงเท่านั้น น้ำผึ้งยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย หลายๆ ด้าน ทั้งช่วยบำรุงภายในและดูแลผิวภายนอก

วันนี้เราจึงมี 5 เคล็ดลับเสริมผิวสวยด้วยน้ำผึ้ง มานำเสนอ เป็นสูตรความงามใกล้ตัว ที่ช่วยเพิ่มผิวพรรณที่ดีให้คุณได้มากกว่าที่คิด

1. มาสก์หน้าให้นุ่มสวย

วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายมาก เริ่มต้นจากหลังล้างหน้าเสร็จหมาดๆ ให้ใช้น้ำผึ้งบริสุทธิ์ทาบางๆ โดยวนเป็นวงบนผิว ทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น วิธีนี้จะช่วยขจัดสิ่งอุดตันและทําให้ผิวชุ่มชื่น สดใส เนียนนุ่มขึ้น

2. สครับผิวกระจ่างใส

ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ข้าวโอ๊ตแห้ง 2 ช้อนโต๊ะ เมล็ดอัลมอนด์บดละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ หรือจะใช้ น้ำตาลทรายแดงแทนอัลมอนด์ก็ได้ ผสมกับน้ำมะนาวหรือโยเกิร์ต นํามานวดวนขัดผิวบริเวณใบหน้าให้ทั่ว แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

3. คลีนเซอร์บำรุงหน้า

นำน้ำผึ้ง มาผสมน้ำมันมะพร้าว อาจเติมผงซินนามอนเพิ่มกลิ่นหอม ใช้นวดชําระล้างเครื่องสําอางที่พอกหน้าออก และช่วยบํารุงผิวด้วย แต่อย่าลืมล้างหน้าอย่างเบามืด และต้องล้างให้สะอาดด้วย

4. ครีมอาบน้ำ สูตรอียิปต์โบราณ

น้ำผึ้ง 1-2 ถ้วย ผสมกับน้ำนม 2 ถ้วย อาจเพิ่มน้ำมันหอมระเหยกลิ่นโปรด แล้วหยดในอ่างน้ำอุ่น แล้วคุณจะอาบหรือน้ำแช่ก็สามารถทำได้

5. สูตรบํารุงผมนุ่มสลวย

น้ำผึ้ง 1-2 ถ้วย ผสมกับน้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ นวดบริเวณหนังศีรษะและเส้นผม จากนั้นใส่หมวกอาบน้ำ ครอบทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้ช่วยบํารุงผมให้เงางาม

ขอบคุณ : goodlifeupdate